เข้าสู่ระบบเพราะสวรรค์ยังมีเมตตา สตรีชั่วช้าอย่างนางถึงได้ย้อนเวลากลับมาแก้ไขอดีต คนไหนที่ทำชั่วไว้กับนาง นางจะเอาคืนมันให้สาสม ส่วนคนไหนที่นางทำผิด นางจะขอชดใช้คืนจนกว่าชีวิตจะหาไม่
ดูเพิ่มเติมวันถัดมา การประหารโจวหยางเทียนกับคนสกุลเซวียก็มาถึง พวกเขาถูกคุมตัวมายังลานประหาร โจวหยางเทียนถูกล่ามไว้ด้วยโซ่ตรวนเส้นใหญ่เดินนำอยู่ด้านหน้าของกลุ่มกบฏ ดวงตาคมกริบของเขาทอดมองไปด้านหน้าอย่างเลื่อนลอย แม้จะมีสายตานับพันคู่ของผู้คนที่มาร่วมชมการประหารจ้องมองมาด้วยความเกลียดชัง แต่กระนั้นเขาก็หาได้รับรู้ถึงสายตาของผู้คนเหล่านั้นอีกต่อไปเบื้องหลังของเขาคือสมาชิกตระกูลเซวีย เซวียกุ้ยเฟยในยามนี้อยู่ในอาการสงบ ไม่ได้คลุ้มคลั่งเฉกเช่นช่วงหลายวันที่ผ่านมา ยามนี้นางคล้ายว่าจะยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นได้แล้ว ว่าอย่างไรก็คงหนีความตายไม่พ้น“เสด็จแม่ เป็นเพราะลูกไม่มีความสามารถมากพอจึงทำให้ทุกคนต้องมาพบกับจุดจบเช่นนี้”เซวียกุ้ยเฟยหันมองบุตรชายที่หลายวันมานี้แทบไม่เอ่ยอะไรออกมาเลย “เป็นแม่ที่ผิดเอง หากแม่ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง หวังให้เจ้าครอบครองบัลลังก์ พวกเราก็คงไม่ต้องมีชีวิตเช่นนี้”หลายวันที่ถูกคุมขัง พวกนางสองแม่ลูกเริ่มจะตระหนักได้แล้วว่าหากพวกเขาไม่มีความคิดชั่วร้ายเสียก่อน พวกเขาก็คงไม่ต้องเดินทางมาพบกับจุดจบเช่นนี้ แต่อดีตไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้ ตอนนี้พวกเขากำลังจะได้รับผลกรรมที่เคยก
วันต่อมา โจวหยางเทียน เซวียกุ้ยเฟยและคนสกุลเซวียทุกคนถูกนำขึ้นกรงขังแล้วแห่ประจานไปรอบเมือง ชาวบ้านที่มุงดูต่างก็ขวางปาสิ่งของใส่และด่าทอไม่หยุดเซวียกุ้ยเฟยยอมรับความอัปยศในครั้งนี้ไม่ได้จึงสลบไปหลายรอบ ทว่านางก็ถูกน้ำอุจจาระปัสสาวะสาดใส่ให้ต้องฟื้นขึ้นมาพบกับความจริงอีกครั้งในขณะที่เซวียกุ้ยเฟยเสียสติไปแล้ว โจวหยางเทียนที่อยู่อีกกรงขังกลับนิ่งสงบจนทำให้คนมองไม่ออกว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่ หลังจากที่แห่ประจานอยู่เช่นนี้ถึงสามวัน วันพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันลงดาบประหารพวกเขาแล้วตกดึกคืนนั้น ลู่ฟางหนิงพร้อมกับโจวหยางอวี้ก็เข้ามาหาโจวหยางเทียนในกรงขัง โจวหยางอวี้รู้ว่าลู่ฟางหนิงอยากจะชำระแค้นที่ถูกโจวหยางเทียนหักหลัง เขาจึงถอยออกมาและปล่อยให้นางอยู่กับโจวหยางเทียนตามลำพัง“หากเกิดเรื่องอะไรเรียกข้าได้ตลอด”“องค์รัชทายาทไม่ต้องเป็นห่วงเพคะ หม่อมฉันมาวันนี้เพราะต้องการสะสางความแค้นกับรุ่ยอ๋องให้จบสิ้น”“เจ้าคงไม่คิดจะสังหารเขาใช่หรือไม่” โจวหยางอวี้เป็นห่วงลู่ฟางหนิง เขาไม่อยากให้มือของนางต้องแปดเปื้อนเลือดของผู้คน โดยเฉพาะเลือดของโจวหยางเทียนลู่ฟางหนิงยิ้มให้เขา จากนั้นจึงเอ่ยว่า “องค์รั
ลู่อวิ้นเหมยเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ร่างกายก็แทบไร้เรี่ยงแรงทรงตัวไม่อยู่ เป็นเพราะเหตุผลนี้อย่างนั้นหรือ นางถึงไม่เคยได้รับความรักจากบิดาเลยสักครั้งเดียว ไม่เพียงแค่ลู่อวิ้นเหมยเท่านั้นที่ตกใจกับความจริงในเรื่องนี้ ลู่ฮูหยินรวมถึงบุตรชายบุตรสาวทั้งสามก็ตกใจไม่ต่างกัน“ท่านพี่เหตุใดถึงได้เอ่ยเช่นนี้ออกมา เรื่องทั้งหมดเป็นเช่นไรกันแน่เจ้าคะ” ลู่ฮูหยินมองสามีของตนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม แม้เขาจะรักนางมาก แต่เรื่องนี้เขาไม่เคยบอกนางมาก่อนนางรู้เพียงแค่ว่าเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน ตอนที่สามีไปออกรบ เขากลับมาพร้อมกับสตรีนางหนึ่งซึ่งกำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอดแล้ว ตอนนั้นหัวใจของนางแทบแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ไม่อาจยอมรับความจริงในเรื่องนี้ได้ อีกทั้งสามีก็ไม่คิดจะอธิบายอะไรให้นางฟัง นอกจากบอกว่าเขาจะแต่งตั้งจูเหิงเยว่ขึ้นเป็นภรรยารอง นางในยามนั้นเสียใจหนักมาก หากมิได้บุตรชายทั้งสองเข้ามาปลอบประโลม นางคงผ่านมาไม่ได้ ทว่าหลังจากที่สามีรับภรรยารองเข้าบ้าน แต่เขาก็ยังร่วมหลับนอนกับนางทุกคืน ไม่เคยย่างกรายไปเรือนหลังเล็กที่อยู่ท้ายจวนเลยเรื่องนี้แม้นางจะมีความสงสัย แต่นางก็ไม่กล้าถามสามีเพราะกลัวว่าจะทำให้สาม
เช้าวันใหม่มาเยือน กลิ่นโลหิตที่ลอยคละคลุ้งทั่ววังหลวงเมื่อคืนนี้ถูกชำระล้างไปจนหมด ทหารของสกุลลู่กับกองทัพเกราะดำของหนิงอ๋องสามารถเข้ามาควบคุมสถานการณ์ภายในได้ทัน คนในวังจึงรอดพ้นจากความตายไปอย่างหวุดหวิด ส่วนทหารของรุ่ยอ๋องนั้นถูกสังหารทิ้งในทันที ยามนี้ศพของพวกเขากำลังถูกลากออกไปทิ้งที่นอกเมืองหลวงเซวียกุ้ยเฟยไม่สามารถทำใจยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ พระนางคลุ้มคลั่งอยู่ในคุก พร้อมกับอาละวาดด่าทอบุตรชายตั้งแต่เมื่อคืน จนกระทั่งตอนนี้น้ำเสียงแหบแห้งไปหมดแล้ว แต่พระนางก็ยังไม่คิดที่จะหยุดด่า“เจ้ามันไม่ได้เรื่อง ทำการใหญ่อะไรไม่เคยสำเร็จสักอย่าง ข้าไม่น่าคลอดคนไร้ประโยชน์เช่นเจ้าออกมาเลย เจ้ากำลังจะทำให้พวกเราทุกคนตาย เจ้ามันไร้ประโยชน์!”แม้ว่าเสียงต่อว่านั้นจะดังมากขนาดไหน แต่โจวหยางเทียนที่อยู่ในกรงขังอีกกรงกลับนิ่งสงบ ราวกับไม่ได้ยินคำพูดต่อว่าของเซวียกุ้ยเฟยผู้เป็นพระมารดาในตอนนี้เขาก็ยังยอมรับความจริงไม่ได้ เพราะไม่คิดว่าทุกอย่างจะลงเอยแบบนี้ นี่มิใช่สิ่งที่เขาคาดหวังเอาไว้ ดวงตาของเขาเลื่อนลอย มองไม่เห็นความหวังอีกต่อไป หนทางข้างหน้ามีเพียงความมืดมนที่รอเขาอยู่ ในตอนนั้น ขันที