หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้

หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้

Oleh:  มายารัตติกาลBaru saja diperbarui
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
10Bab
58Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เพราะสวรรค์ยังมีเมตตา สตรีชั่วช้าอย่างนางถึงได้ย้อนเวลากลับมาแก้ไขอดีต คนไหนที่ทำชั่วไว้กับนาง นางจะเอาคืนมันให้สาสม ส่วนคนไหนที่นางทำผิด นางจะขอชดใช้คืนจนกว่าชีวิตจะหาไม่

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 สังหารผู้คนเพื่อชายคนรัก

ชีวิตนี้ของ ลู่ฟางหนิง ล้วนอุทิศให้บุรุษเพียงผู้เดียวนั่นคือรุ่ยอ๋องหรือ โจวหยางเทียน องค์ชายใหญ่แห่งแคว้นโจว พวกเขาทั้งสองพบกันครั้งแรกตอนที่ลู่ฟางหนิงอายุสิบห้า

ในเทศกาลล่าสัตว์ปีนั้น ขณะที่ทุกคนกำลังเข้าป่าล่าสัตว์ จู่ๆ ม้าของลู่ฟางหนิงก็เกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมา จนทำให้นางพลัดตกจากหลังม้า เมื่อลืมตาตื่นอีกครั้งจึงพบว่าเป็นรุ่ยอ๋องที่เข้ามาช่วยนางเอาไว้ นั่นจึงเป็นครั้งแรกที่พวกเขาทั้งสองได้รู้จักกัน

ต่อมาขณะที่ลู่ฟางหนิงกำลังนั่งรถม้าออกจากจวนเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงในพระราชวังกลับมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อรถม้าของนางถูกโจรดักซุ่มทำร้าย ในขณะที่คิดว่าตนเองจะต้องตายภายใต้น้ำมือของโจรชั่ว ชายหนุ่มผู้นั้นก็ได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งเพื่อช่วยเหลือนางให้รอดพ้นจากอันตราย

ลู่ฟางหนิงไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใดที่ความซาบซึ้งใจของนางที่มีต่อรุ่ยอ๋องแปรเปลี่ยนเป็นความรัก กว่าจะรู้ตัวอีกที มือทั้งสองข้างของนางก็แปดเปื้อนไปด้วยเลือดเนื้อของผู้คนมากมายตามความต้องการของเขาแล้ว

แม้นางจะเป็นเพียงสตรี ทว่ากลับมีฝีมือที่เก่งกาจไม่เป็นสองรองใคร ตอนนางอายุครบยี่สิบสอง นางถูกแต่งตั้งเป็นแม่ทัพหญิงคนแรกของแคว้นโจว และยังได้รับสมญานามว่า ไร้เงา อีกทั้งสกุลลู่ของนางยังกุมอำนาจทางการทหารทั้งหมดเอาไว้ในมือ

หลายปีมานี้ลู่ฟางหนิงเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ล้มตายไปมากมาย เพียงเพราะคนเหล่านั้นมีความเห็นต่างจากโจวหยางเทียน แม้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองจะมิได้เปิดเผยให้ผู้ใดรู้ แต่ลู่ฟางหนิงก็หาได้สนใจนัก นางยินดีเป็นเงาที่อยู่เบื้องหลังคอยกำจัดผู้คนตามคำสั่งของโจวหยางเทียน อีกทั้งยังหลงมัวเมากับคำว่ารักที่เขาพร่ำบอกนางอยู่ทุกวัน

“ฟางหนิง เจ้าทำเพื่อข้าเป็นครั้งสุดท้ายได้หรือไม่ หากทุกอย่างสิ้นสุดลง ข้าสัญญาว่าจะแต่งงานกับเจ้า พวกเราจะครองรักกันอย่างมีความสุข”

น้ำเสียงอ่อนโยนที่โจวหยางเทียนเอื้อนเอ่ยออกมา ทำให้ลู่ฟางหนิงรู้สึกว่าร่างกายอันแข็งแกร่งของตนกำลังอ่อนระทวยลงเรื่อยๆ ภาพคืนวันอันหวานชื่นที่นางวาดฝันเอาไว้ ในที่สุดก็ใกล้จะเป็นจริงแล้ว ขอเพียงได้อยู่เคียงข้างเขา ต่อให้มือของนางต้องแปดเปื้อนเลือดมากสักเพียงใด นางก็ล้วนยินดีทำเพื่อเขา

“เพื่อท่านอ๋องแล้ว หม่อมฉันทำได้ทุกอย่างเพคะ”

“ฟางหนิง หากพวกเราทำสำเร็จ ตำแหน่งฮองเฮาข้าจะมอบให้เจ้าเพียงผู้เดียว”

“ท่านอ๋องวางใจเถิดเพคะ ภารกิจในครั้งนี้จะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน บัลลังก์นี้จะเป็นของท่านในอีกไม่ช้า”

“ฟางหนิง ข้ารักเจ้ายิ่งนัก”

“หม่อมฉันก็รักท่านอ๋องเช่นกัน”

โจวหยางเทียนเข้าไปโอบกอดร่างของลู่ฟางหนิงเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม ปากก็เอ่ยคำหวานให้นางได้ยินไม่หยุดหย่อน การกระทำเช่นนี้ของเขา ทำให้นางยิ่งหลงรักเขามากจนยากจะถอนตัว

เพื่ออนาคตของโจวหยางเทียน ต่อให้นางต้องสังหารฮ่องเต้แล้วชิงบัลลังก์มา นางก็ล้วนยินดีทำเพื่อเขา ยามนี้ฮ่องเต้สิ้นพระชนม์ด้วยน้ำมือของนางไปแล้ว จึงเหลือเพียงบุรุษคนเดียวเท่านั้นที่นางจะต้องกำจัด นั่นคือ โจวหยางอวี้ องค์รัชทายาทแห่งแคว้นโจว ผู้เป็นน้องชายของโจวหยางเทียน

“นะ...นางมาแล้ว พวกเรารีบหนีเร็ว!”

เสียงกรีดร้องของเหล่าขันทีและนางกำนัลดังระงมไปทั่วทั้งวังหลวง ยามที่เห็นร่างของลู่ฟางหนิงในชุดเกราะสีดำทมิฬปรากฏตัวขึ้น

หญิงสาวในชุดเกราะสีดำทมิฬผู้นั้นลากกระบี่เปื้อนโลหิตไปตามทางเดินที่ปูด้วยหินอ่อนตรงไปยังตำหนักรัชทายาทอย่างใจเย็น ท่าทางของนางในยามนี้ราวกับพญามัจจุราชที่พร้อมจะพรากลมหายใจของผู้คนไปได้ทุกเมื่อ การปรากฏตัวของนางทำให้ผู้คนอกสั่นขวัญผวาไม่น้อย ทุกเยื้องย่างที่นางก้าวไป ล้วนเต็มไปด้วยโลหิตสีแดงฉาน

ยามนี้วังหลวงตกอยู่ในกำมือของนางแล้ว ขอเพียงนางสังหารองค์รัชทายาทได้ ชายคนรักของนางจะได้ขึ้นครองบัลลังก์ทันที

“องค์รัชทายาท รีบเสด็จหนีเถิดพ่ะย่ะค่ะ นางกำลังตรงมาที่นี่แล้ว” องครักษ์ข้างกายของโจวหยางอวี้รีบเอ่ยบอกด้วยท่าทางร้อนรน เมื่อพบว่าลู่ฟางหนิงกับทหารของนางกำลังตรงมาที่นี่ เพื่อสังหารองค์รัชทายาท

แม้จะรู้ว่านางกำลังมาสังหารตน ทว่าโจวหยางอวี้กลับไม่คิดหลบหนี อีกทั้งยังรอเผชิญหน้ากับนาง โดยหาได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

 “ฟางหนิง เจ้ามาที่นี่เพื่อสังหารข้าตามคำสั่งของเสด็จพี่ใช่หรือไม่” แม้สีหน้าของโจวหยางอวี้จะนิ่งเรียบยามที่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำเหล่านั้นออกมา หากแต่ลู่ฟางหนิงที่เพิ่งสังหารองครักษ์ข้างกายของเขาไปกลับเห็นว่าแววตาคู่นั้นวูบไหวไปมาด้วยความรู้สึกบางอย่าง

มิใช่แววตาที่แฝงไปด้วยความรู้สึกโกรธแค้นหรือความรู้สึกหวาดกลัว หากแต่เป็นแววตาเหมือนที่นางมองโจวหยางเทียนไม่มีผิดเพี้ยน

หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความฉงน เมื่อพบสีหน้าเช่นนั้นขององค์รัชทายาท ในมือของนางถือกระบี่ที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโลหิต แน่นอนว่านางมาที่นี่เพื่อสังหารเขา

“องค์รัชทายาท แม้หม่อมฉันกับพระองค์มิเคยมีความแค้นต่อกัน แต่เพื่อท่านอ๋องแล้ว ต่อให้มือของหม่อมฉันต้องแปดเปื้อนเลือดสักกี่พันกี่หมื่นหยด หม่อมฉันก็ล้วนยินดีทำเพื่อเขา พระองค์เข้าใจหม่อมฉันใช่หรือไม่”

“ไม่เป็นไร ข้าล้วนเข้าใจเจตนาของเจ้าดี หลังจากที่ข้าตายไปแล้ว เจ้าจะยินดีใช่หรือไม่”

ลู่ฟางหนิงไม่เข้าใจคำพูดของโจวหยางอวี้เลยสักนิด ในเมื่อเขารู้อยู่แล้วว่านางมาที่นี่เพื่อสังหารเขา ทว่าเขากลับไม่คิดหาทางป้องกันหรือว่าหลบหนีไปจากที่นี่

เขายอมให้นางสังหารง่ายๆ เช่นนี้เลยหรือ...

“แน่นอนว่าหลังจากที่พระองค์ตายไปแล้ว หม่อมฉันย่อมรู้สึกยินดี เพราะบัลลังก์นี้จะตกเป็นของท่านอ๋อง บุรุษที่หม่อมฉันรักทันที”

“เจ้ารักเขามากขนาดนั้นเลยหรือ...”

“ในใจของหม่อมฉัน มีเพียงท่านอ๋องผู้เดียวเท่านั้น”

เมื่อได้ยินคำพูดอันหนักแน่นของสตรีตรงหน้า โจวหยางอวี้จึงเผยสีหน้าราวกับเจ็บปวดออกมาครู่หนึ่ง ทว่าไม่นานก็จางหายไป

ลู่ฟางหนิงแม้จะมีความสงสัยกับท่าทางและคำพูดขององค์รัชทายาทมากเพียงใด แต่เพื่อภารกิจสุดท้าย นางจำต้องถือกระบี่เข้าไปใกล้กับเขาเพื่อสังหารเขาตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายมา

ทว่าก่อนที่นางจะทันได้ใช้ปลายแหลมคมของกระบี่เชือดเฉือนลงไปเพื่อตัดศีรษะของโจวหยางอวี้ เขากลับเอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นมาเสียก่อน

“เจ้าไม่จำเป็นต้องให้มือของเจ้าแปดเปื้อนเลือดของข้าหรอก เพราะข้ายินดีจะมอบชีวิตนี้ให้กับเจ้า แต่ข้าขอร้องเจ้าเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น หลังจากที่ข้าตายไปแล้ว เจ้าอย่าได้สังหารผู้คนเพื่อพี่ชายของข้าอีกเลย เพราะข้าไม่อยากเห็นคนที่ข้ารักต้องกลายเป็นคนชั่วช้าในสายตาของคนอื่น”

คนที่เขารักอย่างนั้นหรือ?

ลู่ฟางหนิงได้ยินคำพูดนั้นก็รู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ องค์รัชทายาทกำลังจะบอกอะไรกับนางกันแน่ ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยถามอันใดออกไป เขาก็เอ่ยขึ้นมาอีกประโยค

“ฟางหนิง...ข้ารักเจ้ายิ่งนัก แม้ชาตินี้จะไร้วาสนาได้ครองคู่ แต่ถ้าหากชาติหน้ามีจริง ข้าขอให้พวกเราเกิดมาคู่กันสักคราเถิด”

หลังสิ้นคำพูดนั้น โจวหยางอวี้จึงยกมีดสั้นขึ้นมาปลิดชีพตนเองทันที แม้ลำคอจะถูกเชือดเฉือนไปแล้ว ทว่าสายตาของเขากลับไม่เคยละไปจากดวงหน้าของนางแม้เพียงเสี้ยวลมหายใจ หากชาติหน้ามีจริง คนที่ลู่ฟางหนิงรัก ขอเป็นเขาได้หรือไม่...

“ทะ...ทำไม?”

ลู่ฟางหนิงได้แต่นิ่งอึ้งกับการกระทำขององค์รัชทายาท ในหัวของนางเต็มไปด้วยคำถามมากมาย แม้นางจะทำภารกิจครั้งสุดท้ายสำเร็จ แต่เป็นเพราะเหตุใดในใจของนางถึงไม่รู้สึกยินดีเลยสักนิด

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
10 Bab
บทที่ 1 สังหารผู้คนเพื่อชายคนรัก
ชีวิตนี้ของ ‘ลู่ฟางหนิง’ ล้วนอุทิศให้บุรุษเพียงผู้เดียวนั่นคือรุ่ยอ๋องหรือ ‘โจวหยางเทียน’ องค์ชายใหญ่แห่งแคว้นโจว พวกเขาทั้งสองพบกันครั้งแรกตอนที่ลู่ฟางหนิงอายุสิบห้าในเทศกาลล่าสัตว์ปีนั้น ขณะที่ทุกคนกำลังเข้าป่าล่าสัตว์ จู่ๆ ม้าของลู่ฟางหนิงก็เกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมา จนทำให้นางพลัดตกจากหลังม้า เมื่อลืมตาตื่นอีกครั้งจึงพบว่าเป็นรุ่ยอ๋องที่เข้ามาช่วยนางเอาไว้ นั่นจึงเป็นครั้งแรกที่พวกเขาทั้งสองได้รู้จักกันต่อมาขณะที่ลู่ฟางหนิงกำลังนั่งรถม้าออกจากจวนเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงในพระราชวังกลับมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อรถม้าของนางถูกโจรดักซุ่มทำร้าย ในขณะที่คิดว่าตนเองจะต้องตายภายใต้น้ำมือของโจรชั่ว ชายหนุ่มผู้นั้นก็ได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งเพื่อช่วยเหลือนางให้รอดพ้นจากอันตรายลู่ฟางหนิงไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใดที่ความซาบซึ้งใจของนางที่มีต่อรุ่ยอ๋องแปรเปลี่ยนเป็นความรัก กว่าจะรู้ตัวอีกที มือทั้งสองข้างของนางก็แปดเปื้อนไปด้วยเลือดเนื้อของผู้คนมากมายตามความต้องการของเขาแล้วแม้นางจะเป็นเพียงสตรี ทว่ากลับมีฝีมือที่เก่งกาจไม่เป็นสองรองใคร ตอนนางอายุครบยี่สิบสอง นางถูกแต่งตั้งเป็นแม่ทัพหญิงคนแรกขอ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-09
Baca selengkapnya
บทที่ 2 ถูกหักหลัง
หลังจากที่ลู่ฟางหนิงได้กำจัดเสี้ยนหนามของโจวหยางเทียนไปจนหมด ในที่สุด เขาก็ได้ขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้คนใหม่ของแคว้นโจว อีกเจ็ดวันข้างหน้าถึงจะสถาปนาขึ้นครองบัลลังก์อย่างเป็นทางการ เซวียกุ้ยเฟยมารดาของเขาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นเซวียไทเฮา ส่วนการแต่งงานของเขากับลู่ฟางหนิงได้ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายในเวลาต่อมาลู่ฟางหนิงสวมใส่ชุดเจ้าสาวสีแดงมงคลกำลังนั่งรอเจ้าบ่าวอยู่ภายในห้องหออย่างใจจดใจจ่อ หลังจากที่มือของนางต้องเปื้อนเลือดผู้คนมากมายเพื่อโจวหยางเทียน ในที่สุด นางกับเขาจะได้ใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุขเสียทีดวงหน้าของลู่ฟางหนิงในยามนี้จึงเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความยินดี และเมื่องานแต่งของพวกเขาเสร็จสิ้น โจวหยางเทียนจะแต่งตั้งนางขึ้นเป็นฮองเฮาเคียงข้างบัลลังก์กับเขาตราบชั่วนิจนิรันดร์ ในขณะที่ลู่ฟางหนิงกำลังเพ้อฝันถึงชีวิตอันสวยงามที่กำลังรออยู่ เบื้องหน้าของนางพลันปรากฏฝีเท้าของคนผู้หนึ่ง ภายใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงระบายรอยยิ้มออกมาอีกครั้ง เพราะฝีเท้านี้เป็นของโจวหยางเทียน เจ้าบ่าวของนางไม่ผิดแน่ทว่าไม่นานรอยยิ้มของลู่ฟางหนิงก็ต้องหุบลง เมื่อพบว่าด้านข้างของเขากลับปรากฏฝีเท้าของคนอีกผู้
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-09
Baca selengkapnya
บทที่ 3 หวนคืนพร้อมความแค้น
บนเตียงนอนในเรือนทางปีกตะวันตกของจวนสกุลลู่ ลู่ฟางหนิงสะดุ้งลืมตาตื่นขึ้นมา ก่อนจะพบว่าร่างกายของตนเปียกโชกไปด้วยเหงื่อกาฬ ภาพของโจวหยางเทียนกับซูเยี่ยนหลิงที่รวมหัวกันหลอกใช้นาง และมองนางด้วยสายตาเย้ยหยันราวกับคนโง่ยังคงติดตานางไม่จางหายยามที่ลู่ฟางหนิงนึกถึงภาพของสองคนนั้น นางก็กำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ แม้นางจะตายกลายเป็นผีไปแล้ว นางก็จะไม่มีวันปล่อยให้คนชั่วสองคนนั้นได้ใช้ชีวิตสุขสบายอย่างแน่นอน นางจะคอยตามอาฆาตแค้นและจองเวรจองกรรมพวกมันไปทุกภพทุกชาติและก่อนที่ลู่ฟางหนิงจะทันได้โกรธแค้นโจวหยางเทียนกับซูเยี่ยนหลิงไปมากกว่านี้ เสียงเรียกของใครบางคนก็ดึงให้นางหลุดออกจากห้วงภวังค์แห่งความแค้นเสียก่อน“คุณหนู ท่านฟื้นแล้ว!”ลู่ฟางหนิงหันไปมองตามเสียงเรียก ก่อนจะพบเข้ากับสตรีวัยแรกแย้มสองนางซึ่งดูคุ้นหน้าคุ้นตายิ่งนัก“อิ๋นฉาย? อิ๋นเซียง?”ลู่ฟางหนิงเบิกตาค้างด้วยความตกตะลึง ในหัวเต็มไปด้วยคำถามมากมาย เพราะอิ๋นฉายกับอิ๋นเซียงคือสาวใช้ประจำตัวของนาง แต่สองคนนั้นตายไปเมื่อห้าปีก่อนแล้วมิใช่หรือ?“อิ๋นฉาย อิ๋นเซียง ข้าตายแล้วใช่หรือไม่ ข้าถึงได้เห็นพวกเจ้าทั้งสองมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเช
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-09
Baca selengkapnya
บทที่ 4 สหายรัก
หลังจากที่บิดา มารดาและพี่ชายทั้งสองจากไปได้สักพัก ด้านหน้าประตูเรือนนอนของลู่ฟางหนิงพลันบังเกิดเสียงดังเอะอะโวยวายขึ้น หลังเสียงนั้นเงียบหายไปไม่นานก็ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งในอาภรณ์สีฟ้าอ่อน“หนิงหนิง เจ้าฟื้นแล้วหรือ”ซูเยี่ยนหลิงพรวดพราดเข้ามาอย่างไร้มารยาท เพราะถือว่าตนเองเป็นสหายสนิทของลู่ฟางหนิง สาวใช้ด้านนอกจึงไม่กล้าห้ามปรามนาง ส่วนเสียงดังเอะอะโวยวายนั้น เป็นเพราะสาวใช้ของซูเยี่ยนหลิงบอกให้นางรักษากิริยามารยาท นางจึงหันไปด่าสาวใช้นางนั้นด้วยความไม่พอใจยามที่ซูเยี่ยนหลิงพบว่าสหายรักของตนมีสภาพที่อิดโรยเพราะนอนซมจากพิษไข้ นางก็เผยสีหน้าราวกับเป็นห่วงเป็นใยออกมา หากแต่ลู่ฟางหนิงในยามนี้ไม่สามารถมองสตรีตรงหน้าเป็นสหายรักได้อีกต่อไปแล้ว แต่กระนั้นนางก็ไม่คิดที่จะแสดงความรู้สึกเกลียดชังที่อัดแน่นอยู่เต็มอกออกมาให้อีกฝ่ายได้รับรู้เพราะนางจะกระทำทุกวิถีทางให้ชีวิตของซูเยี่ยนหลิงย่อยยับเหมือนกับนางในชาติที่แล้ว อีกทั้งนางก็ยังไม่รู้ว่าในยามนี้ซูเยี่ยนหลิงได้ร่วมมือกับโจวหยางเทียนคิดร้ายต่อนางแล้วหรือไม่ นางต้องสืบเรื่องนี้ให้กระจ่างชัดเสียก่อน“หนิงหนิง เป็นเพราะข้าไม่ดีเองจึงทำให
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-09
Baca selengkapnya
บทที่ 5 รุ่ยอ๋อง
แม้ซูเยี่ยนหลิงจะเคยพานพบบุรุษรูปงามมามากมาย ทว่านางปฏิเสธไม่ได้ว่ารุ่ยอ๋องเป็นบุรุษที่มีเสน่ห์ชวนให้รู้สึกน่าหลงใหลมากกว่าคนอื่นๆหากวันนั้นรถม้าของนางไม่เกิดพังระหว่างทาง นางก็คงไม่ได้รู้จักกับรุ่ยอ๋องเช่นนี้ อีกทั้งวันนี้ยังได้พบกับเขาเข้าโดยบังเอิญ หากไม่กล่าวว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะโชคชะตานำพา นางก็ไม่รู้จะกล่าวว่าอย่างไรแล้ว “คารวะท่านอ๋องเพคะ”ซูเยี่ยนหลิงยอบกายคำนับชายหนุ่มตรงหน้าด้วยท่าทางขวยเขิน ยามที่นางช้อนสายตาขึ้นมองก็พบว่าเขากำลังแย้มรอยยิ้มอ่อนโยนมาให้ ด้วยภาพลักษณ์เช่นนี้จึงทำให้ไม่มีผู้ใดระแคะระคายว่ารุ่ยอ๋องจะหมายปองตำแหน่งรัชทายาทของน้องชายอย่างโจวหยางอวี้ กระทั่งฮ่องเต้เองก็ไม่เคยคิดว่าพระโอรสองค์โตจะมีความคิดที่มักใหญ่ใฝ่สูงเช่นกัน หากแต่ผู้ใดจะล่วงรู้ว่าภายใต้หน้ากากอันแสนอ่อนโยนนี้จะซ่อนความชั่วร้ายไว้มากมายเพียงใด“คราวก่อนที่ท่านอ๋องช่วยหม่อมฉันเอาไว้ หม่อมฉันยังไม่ได้ตอบแทนเลย หากท่านอ๋องไม่รังเกียจ หม่อมฉันขอเลี้ยงน้ำชาท่านอ๋องสักจอกจะได้หรือไม่เพคะ”แน่นอนว่าบุญคุณของรุ่ยอ๋องในครั้งนั้น ซูเยี่ยนหลิงไม่มีวันลืม ทว่าการเชิญชวนนี้ก็หาใช่เพื่อตอบแทนบุญคุณเสียท
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-09
Baca selengkapnya
บทที่ 6 ถุงหอมมีปัญหา
เช้าวันรุ่งขึ้นครอบครัวสกุลลู่ทั้งสี่ชีวิตกำลังเตรียมตัวเดินทางไปเข้าร่วมงานเทศกาลล่าสัตว์ที่ภายในหนึ่งปีจะจัดขึ้นเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น และปีนี้ก็เป็นปีแรกที่ลู่ฟางหนิงสามารถเข้าร่วมงานเทศกาลล่าสัตว์ได้ลู่ฮูหยินออกมาส่งสามี บุตรชายและบุตรสาวขึ้นรถม้าที่หน้าประตูจวน ภายในใจของนางยังมีความกังวลมากมายเพราะบุตรสาวเพิ่งหายจากอาการป่วย แม้ในใจของลู่ฮูหยินไม่อยากให้ลู่ฟางหนิงเข้าร่วมงานเทศกาลล่าสัตว์ครั้งนี้ แต่ในเมื่อบุตรสาวขอร้องอ้อนวอนขนาดนั้น นางจะใจจืดใจดำรั้งบุตรสาวไว้ได้อย่างไร ดังนั้นลู่ฮูหยินจึงกำชับให้สามีและบุตรชายทั้งสองคนดูแลลู่ฟางหนิงให้มากเป็นพิเศษ อย่าให้นางได้รับอันตรายใดๆ เด็ดขาด“ท่านแม่อย่าเป็นกังวลเลย ท่านพ่อ พี่ใหญ่และพี่รองมีฝีมือการต่อสู้ที่เก่งกาจขนาดนั้น คงไม่ปล่อยให้ข้าได้รับอันตรายง่ายๆ หรอกเจ้าค่ะ”ลู่ฟางหนิงผละออกจากอ้อมกอดของมารดา พร้อมกับพูดปลอบใจให้นางเลิกกังวลเสียที ทว่าลู่ฮูหยินก็ยังไม่สามารถคลายความกังวลได้ อย่างไรลู่ฟางหนิงก็เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของนาง ลู่หนิงเหอเห็นเช่นนั้นก็เข้าไปโอบบ่าภรรยา กล่าวว่า “ฮูหยินไม่ต้องกังวล ข้าจะดูแลหนิงหนิงของพวกเราเ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-10
Baca selengkapnya
บทที่ 7 สับเปลี่ยนโชคชะตา
หลังจากที่ได้ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์จนเสร็จเรียบร้อย ทุกคนจึงได้มารวมตัวกันที่ลานพิธี เมื่อฮ่องเต้กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ เทศกาลล่าสัตว์จึงได้เริ่มต้นขึ้นในขณะที่เหล่าบุรุษเข้าป่าล่าสัตว์ กลุ่มของฮองเฮา สนมชายาและเหล่าสตรีชนชั้นสูงบางคนที่ไม่ชอบกิจกรรมผาดโผนก็ได้รั้งรออยู่ยังที่พัก ระหว่างนี้ฮองเฮาได้จัดงานเลี้ยงน้ำชาขึ้น เพื่อให้เหล่าสตรีทั้งหลายรู้สึกไม่เบื่อหน่าย แต่กระนั้นก็ยังมีสตรีหลายคนที่เข้าป่าตามเหล่าบุรุษไปล่าสัตว์ หนึ่งในนั้นคือกลุ่มขององค์หญิงสามซึ่งเป็นพระธิดาเพียงพระองค์เดียวของฮองเฮาเมื่อสตรีหลายนางเห็นองค์หญิงสามเป็นผู้นำกลุ่มสตรีเข้าป่าล่าสัตว์ หลายคนก็ควบอาชาตามนางไป ส่วนมากเพื่อต้องการประจบเอาใจ เพราะองค์หญิงสามเป็นพี่น้องร่วมอุทรกับองค์รัชทายาท หากพวกนางสามารถตีสนิทกับองค์หญิงสามได้ การเข้าถึงองค์รัชทายาทก็คงไม่ใช่เรื่องไกลตัวซูเยี่ยนหลิงเห็นว่าสตรีหลายคนติดตามองค์หญิงสามไปแล้ว นางก็เอ่ยคะยั้นคะยอให้ลู่ฟางหนิงตามไปเช่นกัน “ฟางหนิง พวกเราติดตามกลุ่มขององค์หญิงสามไปกันเถิด”ลู่ฟางหนิงได้ยินดังนั้นก็ส่ายหน้าปฏิเสธ หากนางติดตามกลุ่มขององค์หญิงสามไป เหตุการณ์เหมือนในช
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-11
Baca selengkapnya
บทที่ 8 ความผิดในชาติก่อน
แม้โจวหยางเทียนจะโมโหมากเพียงใดที่แผนการของตนล้มเหลว แต่กระนั้น เขาก็ยังประคองร่างของซูเยี่ยนหลิงมาส่งยังกระโจมที่พักของอีกฝ่ายราวกับเป็นห่วงนางจากใจจริง ทว่าความเป็นจริงนั้นเขากลับก่นด่านางในใจว่าไม่ได้เรื่อง แค่มอบถุงหอมถุงเดียวให้กับลู่ฟางหนิงก็ทำไม่สำเร็จ เช่นนี้เขาจะใช้ประโยชน์อันใดจากนางได้อีกทว่าซูเยี่ยนหลิงที่ถูกรุ่ยอ๋องประคองมายังกระโจมที่พักกลับคิดเข้าข้างตนเองว่าเขามีความรู้สึกที่พิเศษมอบให้กับนาง มิเช่นนั้น เขาคงไม่ประคองนางมาส่งถึงที่พักเช่นนี้ทางด้านของลู่จางหมิ่นกับลู่เหว่ยหรงที่ล่ากวางมาได้หลายตัว เมื่อได้ยินว่าสหายของน้องสาวเกิดอันตรายก็รีบมาดูอาการของนางด้วยความห่วงใยทันที เพราะพวกเขาก็เห็นซูเยี่ยนหลิงเป็นน้องสาวคนหนึ่งเช่นกัน แม้พวกเขาอยากจะหาสาเหตุการคลุ้มคลั่งของม้า ทว่าลู่ฟางหนิงกลับเอ่ยห้ามเอาไว้ บอกว่าม้าของซูเยี่ยนหลิงอาจจะเพียงแค่ตกใจเท่านั้น เพราะนางไม่อยากให้ซูเยี่ยนหลิงรู้ว่าทุกอย่างเป็นแผนการของโจวหยางเทียนนางอยากให้ชีวิตของซูเยี่ยนหลิงและครอบครัวพังพินาศเหมือนกับนางในชาติที่แล้วก่อน ตอนนั้นบอกความจริงกับอีกฝ่ายก็นับว่ายังไม่สายเกินไป“พี่ใหญ่ พี่รอง ข
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-12
Baca selengkapnya
บทที่ 9 ความตั้งใจของลู่ฟางหนิง
ลู่ฟางหนิงไม่เข้าใจตนเองเช่นกันว่าเป็นเพราะเหตุใดนางถึงได้เดินหนีโจวหยางอวี้มาเช่นนี้ หรืออาจเป็นเพราะในชีวิตก่อนนางเคยทำผิดไว้กับเขา เมื่อต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้ง นางจึงยังไม่มีความกล้ามากพอที่จะสนทนากับเขา“หนิงหนิงเจ้าเป็นอันใดหรือ เหตุใดสีหน้าถึงได้เป็นเช่นนั้น”ลู่เหว่ยหรงเอ่ยถามน้องสาว เมื่อเห็นว่านางเดินกลับมายังกระโจมที่พักด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีเท่าใดนัก อาการของซูเยี่ยนหลิงก็ไม่ได้น่าเป็นห่วงขนาดนั้น เพราะรุ่ยอ๋องช่วยเหลือไว้ได้ทัน ดังนั้นเขาจึงคิดว่าอาการป่วยของนางอาจกำเริบขึ้นมา“หรือว่าเจ้าไข้ขึ้น?” ลู่เหว่ยหรงเอื้อมมือไปวัดความร้อนบนหน้าผากของน้องสาว แต่เมื่อพบว่านางไม่มีความผิดปกติอันใด คิ้วทั้งสองข้างก็ขมวดมุ่นเข้าหากันลู่ฟางหนิงดึงมือพี่ชายคนรองออก เอ่ยว่า “ข้ามิได้เป็นอันใดเจ้าค่ะ พี่รองอย่าได้เป็นกังวลไปเลย ข้าแค่เหนื่อยจากการเข้าป่าล่าสัตว์เท่านั้น พักผ่อนสักประเดี๋ยวคงจะดีขึ้น”ลู่เหว่ยหรงได้ยินน้องสาวเอ่ยบอกเช่นนั้นจึงพยักหน้าเข้าใจ “เช่นนั้นเจ้าก็รีบพักผ่อนเถิด หากถึงเวลาอาหารเย็นแล้วเดี๋ยวข้าจะมาเรียกอีกครั้ง”“เจ้าค่ะ” ลู่ฟางหนิงรับคำ ก่อนจะเดินเข้ากระโจมที
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-13
Baca selengkapnya
บทที่ 10 แผนการของสกุลเซวีย
หลังจากที่ฮ่องเต้ทรงพระราชทานรางวัลให้กับผู้ชนะเสร็จสิ้น เทศกาลล่าสัตว์ในปีนี้ก็ได้สิ้นสุดลง ขบวนรถม้าของเหล่าเชื้อพระวงศ์เริ่มทะยอยเดินทางล่วงหน้าไปก่อน ขณะที่ขบวนรถม้าของเหล่าขุนนางและครอบครัวจำต้องรั้งรอเพื่อติดตามไปทีหลัง ซูเยี่ยนหลิงจึงอาศัยช่วงจังหวะนี้เข้าไปสนทนากับลู่ฟางหนิงที่กำลังเตรียมตัวออกเดินทางเหมือนกับคนอื่นๆ“หนิงหนิงเจ้าได้ล่ากระต่ายป่ามาให้ข้าหรือไม่”ก่อนหน้านี้ซูเยี่ยนหลิงเคยขอร้องให้ลู่ฟางหนิงล่ากระต่ายป่ามาให้นาง ดังนั้นเมื่อการล่าสัตว์จบลงนางจึงมาทวงถามตามคำสัญญานั้น เมื่อกลับเมืองหลวงไปแล้ว นางจะได้นำกระต่ายป่าไปโอ้อวดเพราะต้องการให้ตนเองดูโดดเด่นในหมู่สตรีวัยเดียวกันโดยที่ผลงานทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่เป็นของลู่ฟางหนิงทั้งสิ้นลู่ฟางหนิงเมื่อพบว่าซูเยี่ยนหลิงเดินมาหาตน นางก็ลอบกรอกตาด้วยความเบื่อหน่าย เพราะนางไม่อยากเห็นหน้าสตรีนางนี้อีกต่อไปแล้ว แต่กระนั้นนางก็ยังต้องเก็บกลั้นอารมณ์นั้นเอาไว้ แล้วหันกลับไปเอ่ยตอบซูเยี่ยนหลิงด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“เพราะเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับเจ้า ข้าจึงไม่ได้เข้าป่าล่าสัตว์ต่อ นอกจากไก่ป่าสองตัว ข้าก็ล่าอย่างอื่นไม่ได้อีกเลย”ซูเยี
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-14
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status