LOGINตอนที่ 11 ตลาดมืด
เมื่อวานนี้รั่วซีพยายามหลบเลี่ยงกัวเหลียง ดีที่มีกลุ่มหัวหน้าหมู่บ้านเข้ามาพูดคุย ทำให้รั่วซีกับลูก ๆ ปลีกตัวออกมาได้ง่าย ๆ เหตุการณ์เมื่อวานทำให้รั่วซีเกิดอาการหวาดผวา แค่สามีเอามือมาแตะเธอเบา ๆ ก็สะดุ้งแล้ว แต่พอรู้ว่าเป็นสามีเลยต้องพูดเอาตัวรอดไปเรื่อย ๆ ดีที่แต่ก่อนเธอไม่ค่อยได้คุยกับเขามากนักเลยทำให้เขาไม่สงสัยอะไร...
จือหยวนเลยต้องรับหน้าที่เอาสิ่งของและอาหารไปให้ครอบครัวพี่สาม เพราะเห็นว่าภรรยาเหมือนจะไม่ค่อยสบาย และเขาไม่อยากให้ภรรยาต้องเดินตากลมและเจออากาศเย็น ๆ อาจทำให้ไข้กลับมาอีก...
วันรุ่งขึ้นครอบครัวของรั่วซีก็พากันเข้าเมือง เพื่อหาลู่ทางสร้างรายได้ให้กับครอบครัว หากเดินเข้าเมืองก็ต้องใช้เวลานาน ทั้งสองสามีภรรยาจึงตัดสินใจไปขึ้นรถแทรกเตอร์หน้าหมู่บ้าน จะได้ถึงที่หมายโดยเร็ว
เด็ก ๆ ต้องตื่นแต่เช้า เพื่อออกมาพร้อมกันทั้งครอบครัว ดีที่เด็ก ๆ ไม่งอแง มีแต่อาการตื่นเต้น เพราะรู้ว่าวันนี้จะได้เข้าไปในเมือง รั่วซีต้องพาลูกไปด้วย ป้องกันไม่ให้คนอื่นสงสัย เพราะปกติเจอรั่วซีที่ไหนก็ต้องเจอลูก ๆ ของเธอที่นั่น...
การนั่งรถแทรกเตอร์เข้าเมืองต้องจ่ายค่าโดยสารด้วยเงิน 1 หยวน เจ้าของรถจะเก็บทั้งไปและกลับทีเดียวเลย กลับหรือไม่กลับก็ต้องจ่ายในราคานี้ แต่หากขากลับมีสิ่งของกลับด้วยก็เก็บเงินเพิ่ม ตามแต่เจ้าของรถจะเห็นสมควร
"เหยาเหยาเดินเอง ไม่อุ้ม ไม่อุ้ม" เหยาเหยารีบเอามือปัดมือของแม่ออกทันที อยากเดินเอง เธอใส่ชุดสวยมาก ถนนตรงนี้ไม่มีดินสีดำ มีแต่ดินสีแดง ชุดไม่เลอะแน่นอน
"ไม่ได้ค่ะ เราต้องรีบเดิน เดี๋ยวจะไม่ทันรถ" รั่วซีบอกลูกสาวที่แต่งตัวอวดความน่ารัก
"ได้ค่ะ แต่หากทันแล้วเหยาเหยาเดินเองได้ไหม... " รองเท้าเธอสวยมาก ชุดก็สวยสุด ๆ
"ต้องดูก่อนครับ" จือหยวนบอกลูกสาวตัวน้อย ก่อนจะอุ้มลูกชายออกเดินนำ กลัวแต่ทั้งสองคนจะหลับมากกว่าเพราะต้องตื่นแต่เช้าขนาดนี้...
ทั้งสี่คนต้องออกเดินไปยังจุดหมาย มีชาวบ้านที่ตื่นเช้ามาเช่นเดียวกัน พอเห็นว่าครอบครัวเธอผ่านมา ต่างคนก็ต่างถามว่าจะพากันไปไหน ชีวิตก่อนของรั่วซีไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนพร้อมกัน และเธอก็ไม่ได้เข้าไปในเมืองบ่อยนัก เพราะเธอมีลูกเล็ก การเดินทางไม่สะดวก ส่วนมากจะอยู่ที่สหกรณ์ร้านค้าเสียส่วนใหญ่
"รั่วซีจะไปไหน" เมื่อมาถึงจุดหมายก็มีคนถามทันที
"เข้าเมือง เธอก็จะเข้าเมืองเหมือนกันเหรอ" รั่วซีตอบกลับ อู๋สุ่ยหลิง เพื่อนของเธอเอง สุ่ยหลิงก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยที่เธอจะหย่ากับสามีและย้ายไปอยู่ที่อื่น ตอนนั้นรั่วซีไม่ยอมฟังคนที่ห้ามเลยแม้แต่นิดเดียว เชื่อแต่คนที่เห็นด้วย เรื่องหย่าระหว่างเธอกับสามี พ่อกับแม่ก็เป็นคนจัดการให้ เธอมีหน้าที่แค่ลงชื่อเพียงเท่านั้น
"ใช่... ฉันจะไปที่ศูนย์แจกเสบียง แล้วเธอจะไปไหนเหรอ พาเด็ก ๆ ไปเที่ยวเหรอ" มันคือเรื่องปกติที่พ่อแม่จะพาลูกเข้าเมืองไปเดินเที่ยวในห้าง ไปร้านอาหารของรัฐ เพราะตอนนี้บางพื้นที่ปิดหน้างาน ถึงเวลาหยุดพักกันแล้ว
"ทยอยปิดหน้างานหมดแล้วเหรอ" กับเพื่อนคนนี้ถือว่าดีกับรั่วซีมากเลยทีเดียว สุ่ยหลิงชอบเอาอาหารและลูกอมตรากระต่ายมาให้ลูกของเธอบ่อย ๆ แม้แต่นมมอลต์ยังแบ่งให้ลูกเธอได้กิน
ฐานะครอบครัวของสุ่ยหลิงดีกว่ารั่วซีมาก เพราะสามีของสุ่ยหลิงเป็นหัวหน้าฝ่ายพลาธิการ การเป็นอยู่เลยดีกว่าหลาย ๆ ครอบครัว แต่สุ่ยหลิงจะแบ่งปันให้ตลอด หากสิ่งไหนช่วยได้จะรีบช่วย รั่วซีตั้งใจแล้วว่าหากตัวเองสามารถขยับขยายได้ก็จะแบ่งปันสิ่งของต่าง ๆ ให้เพื่อนคนนี้เช่นเดียวกัน
หากสามีของสุ่ยหลิงไม่ใช่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บแล้วมาประจำการอยู่ที่นี่ รั่วซีอาจชวนเพื่อนมาค้าขายด้วย เพราะเธอมีสบู่จำนวนมาก หากสามารถหาคนช่วยขายได้ นั่นหมายถึงเธอจะมีรายได้อีกทาง แต่มันไม่คุ้มเพราะสามีของสุ่ยหลิงรับเงินเดือนของรัฐ อย่ามาทำอะไรที่ผิดเลยน่าจะดีกว่า
"ปิดหน้างานไปหลายที่แล้ว ยุวชนบางคนก็เริ่มพากันกลับไปแล้ว" สุ่ยหลิงบอกเพื่อนสนิท พร้อมทั้งขยับปากถามแบบไม่มีเสียงอีกว่า "ไปด้วยกันเหรอ"
"ใช่... ไปด้วยกัน" รั่วซีตอบพร้อมกับยิ้มให้เพื่อน มันคือเรื่องปกติที่เธอจะไม่พูดอะไรมากนักเวลาที่ลูกสาวหลับคอพับซบอยู่ที่ไหล่ของเธอ
"หลานฉันแต่งตัวสวย" สุ่ยหลิงตาโตเพราะเพิ่งสังเกตหลานทั้งสอง
"มีคนให้มา เดี๋ยวกลับจากในเมืองจะแบ่งไปให้" เพราะในชีวิตก่อน เพื่อนมีอะไรจะแบ่งปันเสมอ ตอนนี้เธอมีแล้วก็ควรแบ่งปันด้วยเช่นกัน
พอขึ้นนั่งบนรถแทรกเตอร์ ทั้งสองก็ไม่ได้คุยกัน เพราะวันนี้มีคนเข้าเมืองเยอะเลยทำให้ต่างคนต่างนั่งกันไป รั่วซีที่มองดูลูกสาวและลูกชายก็ยิ้มบาง ๆ อยากเดินเอง อยากนั่งรถ แต่พอถึงเวลากลับหลับทั้งคู่
ใช้เวลาในการเดินทางเข้าเมืองเกือบหนึ่งชั่วโมง พอมาถึงต่างคนต่างแยกย้ายรีบไปทำธุระของตัวเองให้เรียบร้อย เพราะกลัวไม่ทันเวลา อาจทำให้ตกรถขากลับได้
ครอบครัวรั่วซีไม่กลัวเรื่องนั้น หากยังทำธุระของตัวเองไม่เสร็จ เธอจะพาลูก ๆ เข้าไปนอนในพื้นที่ ตอนเช้าค่อยออกมาทำธุระต่อให้เรียบร้อย เฉพาะตัวรั่วซีเท่านั้นที่เข้าพื้นที่บริเวณไหนก็ต้องออกตรงบริเวณนั้น เธอสามารถให้ลูกและสามีเข้าไปอยู่ในนั้นได้ เธอจะเป็นคนเดินไปจุดหมายที่ต้องการจะไป แล้วพอถึงที่หมายเธอก็สามารถพาพวกเขาออกมาได้ตามปกติ
"เราจะไปกันเลยไหม จะได้ให้ลูกเข้าไปนอนในพื้นที่ก่อน" เมื่อเดินมาที่ลับตาคนแล้ว ทั้งสองก็หันหน้ามาคุยกันทันที รั่วซีไม่อยากให้ลูกเข้าไปที่ตลาดมืดด้วยในตอนนี้ เพราะผู้คนพลุกพล่าน ต่างคนต่างปิดบังตัวตนกันทั้งนั้น
"ดีเหมือนกันครับ"
"อาเฉิงต้องดูน้องก่อนนะลูก พ่อกับแม่ไปทำธุระก่อน หลังจากนั้นแล้วเราค่อยออกไปเดินเที่ยวห้างกัน" รั่วซีบอกลูกชายที่ตื่นแล้ว พร้อมกับวางของกินไว้ให้ลูก จริง ๆ ก็อยากให้ออกไปด้วย แต่ทำอย่างไรได้ เธอต้องหาที่ทางทำมาหากินก่อน
"ครับ" อาเฉิงรู้เพราะพ่อกับแม่บอกก่อนหน้านี้แล้ว
"แม่จะเข้ามาดูบ่อย ๆ ไปนอนต่อเลยลูก" รั่วซีบอกลูกเรียบร้อยแล้วก็พากันออกไปข้างนอกสองคนกับสามี
ทั้งสองใส่หมวกปกปิดใบหน้า ส่วนตัวรั่วซีมีผ้าคลุมตั้งแต่ศีรษะลงมา ปิดจนมองไม่ออกว่าตัวเองหน้าตาเป็นอย่างไร ทั้งสองรู้ดีว่าตลาดมืดอยู่ที่ไหนเพราะเคยมากันแล้ว ถึงตอนนั้นจะต่างคนต่างมาก็ตาม...
การเข้าตลาดมืดต้องจ่ายค่าผ่านทาง และต้องมีรหัสซึ่งค่าเข้านั้นคนละ 2หยวน หากเป็นทุกครั้งที่มา เธอจะเสียดายเงินค่าเข้ามาก แต่ครั้งนี้เธอมาเพื่อหารายได้ให้ครอบครัว ราคาค่าผ่านทางถือว่าเป็นการเปิดทางก็แล้วกัน...
"ผมมีคนรู้จักอยู่ที่นี่ อาจจะหาที่ขายประจำได้ง่ายขึ้น" ภรรยาไม่สามารถหยิบสิ่งของออกมาได้ตามใจ เอาออกมาแค่ไหนได้เท่านั้น หากอยากได้เพิ่มต้องเข้าพื้นที่ไปเอาออกมาใหม่ ต้องหาสถานที่มิดชิดจะได้ไม่มีปัญหา
"ถ้าอย่างนั้น ฉันจะรอแถวนี้ จะได้ดูราคาสินค้า คนอื่นขายอะไรแบบไหนบ้าง" รั่วซีบอกสามีพร้อมกับมองไปรอบ ๆ ต่างคนต่างหิ้วตะกร้ามีผ้าปิดมิดชิด
"ผมจะรีบกลับมา" จือหยวนบอกพร้อมกับปลีกตัวออกไปทันที
รั่วซีเริ่มสำรวจอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้ถามคนขายตรง ๆ คอยแอบฟังเวลาเขาคุยกับลูกค้าว่าขายอะไรยังไงเท่าไร เท่าที่เธอรู้คือต่างคนต่างขาย ไม่มีกำหนดราคาตายตัว
"คุณยายหาซื้อเนื้ออยู่หรือเปล่าคะ" รั่วซีเดินเข้าไปถามเสียงเบา เธอมองคุณยายคนนี้มาสักพักแล้ว เมื่อสบโอกาสก็เข้าไปถามทันที
"มีขายไหม" คุณยายถามกลับทันที เพราะวันนี้หาเนื้อสวย ๆ ดี ๆ ไม่ได้เลย มีแต่เศษเนื้อทั้งนั้น
"มีค่ะ เนื้ออย่างดีเลยค่ะ" รั่วซีล้วงหยิบออกมาให้คุณยายดู
รั่วซีมีเนื้อหมูอย่างดี ทุกชิ้นถูกห่ออย่างสวยงาม เนื้อหนึ่งชิ้นจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 1 ชั่ง กับ 2 ชั่ง มีเพียงสองขนาดเท่านั้น
"สวย ๆ มีเยอะไหม ขายเท่าไร" ถึงจะถามเสียงเบา แต่ก็มีความตื่นเต้นอยู่ในนั้น เดินมาจนทั่วตลาดแล้วยังไม่เจอเนื้อสวย ๆ แบบนี้เลย
"มีเยอะค่ะ ฉันขายชั่งละ 12 หยวนค่ะ" ก่อนหน้านั้นเห็นแล้วว่ามีอีกคนขายชั่งละ 10 หยวน รั่วซีเห็นว่าเนื้อไม่สวยยังขายราคานั้นได้ เลยเพิ่มราคาขายของตัวเองทันที
"ทำไมแพงนักละ" เคยซื้อไม่เกินชั่งละ 10 หยวน
"คุณยายก็เห็นแล้วว่าเป็นเนื้ออย่างดี สด สะอาด ราคานี้ถือว่าถูกแล้วค่ะ ฉันเห็นว่าคุณยายเป็นลูกค้าคนแรกเลยคิดราคานี้ เพราะต่อไปฉันจะขายชั่งละ 15หยวน ไม่ต้องใช้คูปองด้วย" รั่วซีอธิบายให้คุณยายเข้าใจ จริง ๆ แล้วเธอไม่แน่ใจว่าขายราคานี้จะได้ไหม เลยต้องลองดูจะได้รู้
"เอา ๆ 4 ชั่งมีพอไหม" แพงกว่ากันหน่อยแต่ได้เนื้ออย่างดี ทุกคนในครอบครัวครัวจะได้กินเนื้อดี ๆ สักมื้อ
"มีพอแน่นอนค่ะ มีข้าวสาร มีผลไม้ด้วยนะคะ ไข่ไก่ก็มี จริง ๆ มีหลายอย่างเลยค่ะ แต่เก็บอยู่อีกที่ คุณยายอยากได้อะไรบอกมาได้เลยนะคะ" รั่วซีเริ่มเสนอขายทันที ปากพูดมือหยิบเนื้อตามจำนวนที่คุณยายต้องการ แล้วรับเงิน 48 หยวนก่อนจะส่งเนื้อให้คุณยาย
"มีหลายอย่างเลยเหรอ แต่วันนี้ฉันมาคนเดียว เธอมาขายทุกวันไหม" เมื่อรู้ว่าผู้หญิงตรงหน้านี้มีสิ่งของหลายอย่าง เลยอยากรู้ว่าขายช่วงไหนบ้าง หากมาทุกวันก็จะมีอาหารให้ครอบครัวพอกินได้ตลอด ครอบครัวของเธอไม่ขัดสนเรื่องเงิน แต่ขัดสนเรื่องอาหาร หาซื้อยาก จำกัดจำนวนและยังต้องใช้คูปอง บางครั้งมีคูปองก็ยังซื้อไม่ได้
"ฉันยังอยู่ที่นี่ถึงพรุ่งนี้ค่ะ ยังไงจะบอกคุณยายอีกทีนะคะ" รั่วซียังไม่ได้ปรึกษากับสามีว่าจะทำยังไง เพราะตอนแรกว่าจะมาดูลู่ทางและหาสถานที่มิดชิดง่ายต่อการเข้าออกพื้นที่ของเธอเพียงเท่านั้น แต่พอเห็นคนอื่นทำได้ เธอเลยลองขายดู... ครั้งแรกที่เธอหาเงินได้เองโดยที่ไม่ต้องรับเงินจากสามีหรือรับจากครอบครัว
"ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ฉันจะพาลูกชายมาด้วย จะได้มีคนช่วย" หากมีข้าวสารยิ่งดี เพราะบ้านของเธอมีแต่ลูกชาย แต่ละคนทำงานหาเงินได้เยอะ แต่ก็กินกันเก่ง อาหารที่ได้จากสวัสดิการหมดก่อนสิ้นเดือนทุกครั้ง ต้องออกมาหาซื้ออาหารที่ตลาดมืดเป็นประจำ
"ได้ค่ะ พรุ่งนี้ฉันอยู่แถว ๆ นี้แหละค่ะ มาหาได้เลย" รั่วซีบอกเพราะบริเวณนี้มีคนค่อนข้างเยอะ หาลูกค้าได้ง่าย
หลังจากนั้นคุณยายยังซื้อไข่ไก่ไปด้วย ในราคาชั่งละ 3 หยวน ช่วงเวลาที่รอสามี รั่วซีก็ขายของที่ตัวเองเอาติดกระเป๋ามาด้วยจนหมด ต้องหามุมลับตาเข้าไปเติมของและดูลูกก่อนรีบออกมา
"ไปไหนมาครับ" จือหยวนมาหาภรรยาแล้วไม่เจอ เขาเดาว่าภรรยาต้องเข้าไปดูลูกแน่ ๆ เลยไม่เดินไปทางอื่น ไม่อย่างนั้นอาจเดินสวนกันไปมาไม่ต้องเจอกันพอดี
"เข้าไปดูลูกและไปเติมของมาด้วยค่ะ"
"เติมมาทำไมเยอะขนาดนี้ครับ" เมื่อรับของจากภรรยาแล้วก็ถึงกับขมวดคิ้ว นี่ถือว่าหนักมาก
"เดี๋ยวเราก็ขายหมดแล้วค่ะ ขายดีมาก ๆ " รั่วซีเชิดหน้าน้อย ๆ ขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ครั้งแรกที่เธอสามารถหาเงินได้
"คุณขายไปแล้วเหรอครับ" จือหยวนมองภรรยาอย่างไม่อยากจะเชื่อ
"ค่ะ... ได้มาเกือบ 300 หยวน" รั่วซีเข้าไปใกล้พร้อมกับบอกเสียงเบา หากเธอมีกระเป๋าขนาดใหญ่กว่านี้ จะต้องได้เยอะกว่านี้แน่นอน บางอย่างต้องบอกให้คนซื้อรอก่อน แล้วเธอต้องวิ่งหาที่ลับตาคน เข้าพื้นที่ไปหยิบสิ่งของตามที่ลูกค้าต้องการมาให้
"คุณขายอะไร ทำไมได้เยอะขนาดนั้น" ยิ่งฟังยิ่งสงสัย ระยะเวลาที่เขาไปนั้นไม่นานเลย ทำไมหาเงินได้เยอะกว่าเงินเดือนคนทำโรงงานเสียอีก และน่าจะมากกว่าอีกหลาย ๆ อาชีพเลยล่ะ
"ขายทุกอย่างที่เรามีและของที่ลูกค้าต้องการ ที่สำคัญได้ราคาดีมาก สิ่งไหนหายากราคายิ่งแพง" รั่วซีบอกไปตามตรง เธอขายแพงกว่าคนอื่นเสียอีก แต่ทุกคนก็ยอมจ่าย เพราะสินค้าที่เธอขายมีแต่ของสวย ๆ คุณภาพดี ๆ ทั้งนั้น...
ตอนที่ 51 ตอนพิเศษจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดรั่วซีนั่งเหม่อมองออกไปข้างอย่างไร้จุดหมาย บางครั้งเธอยังคงคิดไปถึงเรื่องราวในอดีตของชีวิตก่อน คิดถึงเหตุผลการตัดสินใจทิ้งสามีและลูก เพื่อไปใช้ชีวิตในเมืองที่แสนสุขสบาย ตามที่อีกคนเชิญชวน คิดไปถึงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด...การพูดคุยกับกัวเหลียงนั้นแทบนับครั้งได้ แต่ทุกครั้งเขาแสดงออกอย่างสุภาพ เขามีน้ำใจกับครอบครัวของเธอ ลูกของเธอได้เสื้อผ้าใหม่ ได้ของเล่นและยังมีอาหารดี ๆ มากมายหลายอย่างที่เขาซื้อมาฝาก ทั้งที่บางครั้งเธอกับเขาแทบไม่ได้พบหน้ากันเลย แต่เขาก็มีของฝากมาให้ลูกของเธอเป็นประจำการพบเจอกันโดยบังเอิญทำให้เธอได้พูดคุยกับเขาบ้าง แต่ส่วนมากเขาจะพูดคุยกับลูกของเธอ จากตอนแรกเด็ก ๆ ไม่เข้าหาจนตอนนี้ทั้งสองจะชอบยิ้มทักทายและตอบกลับ มันเลยทำให้รั่วซีค่อนข้างที่จะไว
ตอนที่ 50 บทส่งท้ายสองปีต่อมา ข่าวการเสียชีวิตของกัวเหลียงพร้อมกับนายทหารชั้นผู้ใหญ่อีกหลายคนที่บ่อนการพนันในเมืองหลวงกลายเป็นข่าวครึกโครม ทุกคนต่างรู้เรื่องนี้กันดี ไปที่ไหนก็มีแต่คนพูดถึง จริง ๆ แล้วคนไม่ได้พูดถึงกัวเหลียงคนเขาพูดถึงนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นเจ้าของบ่อนการพนันกลางเมืองตามข่าวแล้ว มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลเข้าไปทลายบ่อนก่อน แล้วมีเจ้าหน้าที่ทหารอีกกลุ่มเข้าไปจับกุม สถานที่แห่งนั้นมีครบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการพนัน สารเสพติดหลายชนิด การค้าขายบริการ และคนที่เป็นเจ้าของมียศเป็นถึงท่านนายพล เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนอย่างละเอียด เนื่องจากมีคนใหญ่คนโตเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ถึงแม้ว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะเสียชีวิตทั้งหมดในที่เกิดเหตุแล้วก็ตาม"ข่าวที่ออกมาให้ประชาชนรับรู้นั้น มันไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมด พวกเขาขัดแย้งกันเรื่องผลประโยชน์ จึงนำพามาสู่เหตุการณ์ฆ
ตอนที่ 49 ปลอบใจ NCเมื่อพูดคุยและตกลงกันได้แล้วว่าสมควรช่วยเหลือแค่เพียงเบื้องต้นเท่านั้น และเลือกที่จะช่วยเหลือแค่บางคน หากคนไหนมีปัญหาหรือเรียกร้องมากนักก็ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือทุกคนเต็มใจจะรับ แต่ปากก็ยังต่อว่าเมื่อไม่ได้อย่างที่ตัวเองต้องการ จนเพื่อนของรั่วซีแทบตบตีกับชาวบ้าน คนที่ต้องการความช่วยเหลือไม่มีปัญหา ส่วนมากเป็นญาติมากกว่าที่มีปัญหา เรียกร้องมากมายจนคนที่อยากช่วยนั้นถอดใจ"ไม่ช่วยแล้วครับ"ประโยคที่สามีของรั่วซีบอกออกมานั้น หมายถึงเขาไม่ช่วยใครแล้ว แต่หากมีคำสั่งแจ้งเตือนจากหน้าจอ เขาก็ให้คนอื่นทำให้ โดยที่ออกค่าใช้จ่ายหรือวัตถุดิบเพียงเท่านั้น และเหมือนหน้าจอจะรู้ ไม่มีคำสั่งช่วยเหลืออีกเลย มีเพียงครั้งแรกครั้งเดียวตอนนี้ผ่านมาเดือนหนึ่งแล้วหลังจากที่สาว ๆ กลับมา ส่วนข่าวคนอื่น ๆ ก็ยั
ตอนที่ 48 ช่วยเหลือข่าวที่สาว ๆ กลับมานั้นรู้กันทุกคน ไม่สามารถเก็บเป็นความลับได้ เพราะมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มาที่หมู่บ้านเพื่อสอบถามข้อมูลต่าง ๆสาว ๆ ไม่ได้กลับมาพร้อมกันทั้งหมด บางคนก็เสียชีวิตไปแล้วเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ทำให้บรรยากาศของหมู่บ้านมีแต่ความหดหู่และเศร้าโศกกับการจากไปของเด็กสาวบางคน และยังจะมีเด็กสาวอีกหลายคนที่ยังหาไม่เจอ บางคนได้ไปทำงานใช้แรงงานไม่ได้หยุด ไม่ได้ค่าแรง และบางวันแทบไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยด้วยซ้ำที่น่าเศร้าใจคือ พ่อแม่พี่น้องบางคนพอรู้เรื่องราวกลับไม่ต้อนรับ ไม่ให้เข้าบ้าน ซึ่งมองแล้วยิ่งทำให้หดหู่ใจ และยังมีบางคนที่ยังตามหาตัวไม่เจอ แต่ละคนจะถูกจับแยกให้ไปทำงานแตกต่างกัน ไม่รู้ข่าวคราวความเป็นมามากเท่าไร หากอยากรู้ว่าทุกคนอยู่ที่ไหนต้องตามหากัวเหลียงที่เป็นคนชักจูงพาไป และตอนนี้กัวเหลียงกำลังหลบหนี เลยทำให้ตามหาตัวได้ยากมากกว่าเดิม
ตอนที่ 47 การกลับมาของสาว ๆผ่านไปสองเดือนแล้ว ตั้งแต่วันที่สุ่ยหลิงนำข่าวของสาว ๆ มาเล่าให้ฟัง ตั้งแต่ตอนนั้นก็เหมือนจะไม่มีอะไรคืบหน้า จะไปถามญาติ ๆ ก็ไม่ได้ เพราะทุกคนเก็บตัวเงียบ ไม่สุงสิงกับใคร เลยทำให้ไม่ได้ข่าวอะไรมากนัก รั่วซีเองไม่มีกำลังมากพอที่จะช่วยเหลือและที่สำคัญมากกว่ากำลังนั้นคือ ทางญาติ ๆ ยังปิดทุกอย่างไม่ยอมปริปากพูด ใครถามก็ด่าทันที ชาวบ้านเลยต้องปล่อยเลยตามเลย ให้พวกเขาจัดการกันเอง"คิดอะไรอยู่ครับ" จือหยวนเข้ามาเจอภรรยากำลังยืนอยู่บนระเบียง มองออกไปข้างนอกเหมือนคนกำลังใช้ความคิด"เรื่องที่สุ่ยหลิงเล่าให้ฟังค่ะ ไม่รู้จริงหรือไม่จริง นี่ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วนะคะ" รั่วซีบอกพร้อมกับเอนตัวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของสามี"ซีซี... หากให้พูดตรง ๆ มันไม่เกี่ยวกับเราเลยครับ ถึงจะบอกว่าคนหมู่บ้านเดียวกันก็ตาม ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ไม่ว่าเจ้าตัวหรือญาติพี่น้อ
ตอนที่ 46 ข่าวคราวรั่วซีตื่นขึ้นมาพร้อมความทรงจำที่ได้เจอกับเด็กน้อยตัวกลมชื่อถิงถิง จำได้ดีว่าเจ้าตัวเล็กบอกว่าเธอจะหลับไปเพียงฝันหนึ่งตื่นเท่านั้น แต่ฝันหนึ่งตื่นของรั่วซียาวหนาวเกือบสองอาทิตย์ และรั่วซีได้รู้ว่าถิงถิงก็ต้องรอเวลานานเกือบสองปี เพื่อที่จะได้ทำการแลกเปลี่ยนในข้อสุดท้ายด้วยเช่นกันไม่คิดว่าตัวเองจะทำให้ครอบครัวและคนรอบข้างต้องกังวลมากขนาดนี้ ถึงแม้จะรู้สึกดีใจที่พี่สาวพี่ชาย พ่อและแม่ที่แม้จะแยกกันอยู่ยังมาเยี่ยมเธอตลอด รับรู้ได้ว่าพวกเขารักและห่วงใย"ขอบคุณคุณซ่งที่มาเยี่ยมนะคะ" รั่วซีมองคนที่มาเยี่ยม เธอนับถือเขาเสมอ ไม่ว่าจะชีวิตที่แล้วหรือชีวิตนี้ เขาก็คือผู้มีพระคุณสำหรับเธอและครอบครัว"ครับ ขอให้หายไว ๆ ผมคงต้องกลับก่อน" ตงหยางบอกก่อนที่จะหันไปมองคนสนิทและยกยิ้มขึ้นน้อย ๆ จากนั้นจึงก้าวออกจากห้องไปทันที"ทำ







