LOGINเมื่อรู้ว่าการเล่นฉินของนางเลื่องลือ เยี่ยฮูหยินอยู่กับนางก่อนเป็นลม เยี่ยฮูหยินเองก็ชอบเล่นฉิน ผู้คนก็ยิ่งสงสัย...
งานเลี้ยงที่ดูคล้ายเป็นงานเลี้ยงจับคู่ เด็กสาวที่ยังไม่ปักปิ่นไปล่วงรู้อะไรจึงตื่นตระหนกจนเป็นลม คงมิใช่ว่าเยี่ยฮูหยินอยากแต่งสะใภ้เข้าจวนแม่ทัพ แม้ว่าอีกฝ่ายจะยังไม่ปักปิ่นล่วงเข้าสู่วัยออกเรือนหรอกนะ!!!
ฝานจิ่นสิง...อึ้งงันเมื่อคนสนิทเข้ามารายงาน
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นจึงระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น “ฮ่าๆๆๆ คุณหนูสามจวนเยี่ยนกั๋วกงผู้นี้...น่าสนใจจริงๆ ข้าประเมินเจ้าต่ำไปสินะ!!”
“คุณชายหมายความว่า...นางจงใจ?”
“คิดเป็นอื่นได้หรือ นางได้ยินชัดเจนว่าตัวองตกเป็นเป้าหมาย จากนั้นก็ทำตัวเองมือบาดเจ็บเพื่อที่จะไม่ต้องเล่นฉินในงานเลี้ยง จากนั้นยังเป็นลมต่อหน้าเยี่ยฮูหยินอีก เด็กสาวที่ยังไม่ปักปิ่นต้องตื่นตระหนกเพียงใดจึงเป็นลมในงานเลี้ยง เรื่องขายหน้าเช่นนี้นางยังทำออกมาได้ ทว่า...เกรงว่าการจับคู่หลังจากนี้คงไม่ง่ายแล้ว เยี่ยฮูหยินรักหน้าออกขนาดนั้นคงโกรธน่าดู ยิ่งเกิดข่าวลือเช่นนี้ก็ยิ่งยากที่นางจะทำใจยอมรับคนเข้าจวน”
“แต่ว่า...อาจเป็นเรื่องบังเอิญ”
“บังเอิญหรือไม่เจ้าไปสืบเรื่องข่าวลือนั่นก็รู้แล้ว”
“คุณชายสงสัยว่าเป็นคนของจวนกั๋วกงปล่อยข่าวลือ?”
“ไม่ใช่คนของจวนกั๋วกง แต่เป็นคนของคุณหนูสามผู้นั้นต่างหาก ไม่เชื่อเจ้ากับข้ามาลองพนันกันสักครั้ง”
“แต่การสืบหาข่าวลือ...”
“ยาก ข้ารู้ เอาเป็นว่าเจ้าไปจับตาดูสาวใช้กับบ่าวคนสนิทของนางก็พอ แล้วเจ้าจะเข้าใจ เด็กสาวเช่นนั้นไม่มีทางทำเอง ทั้งไม่มีทางใช้คนอื่น วันก่อนเห็นสาวใช้กับบ่าวรับใช้ข้างกายนาง พวกเขานั่นละ”
"เช่นนั้นข้าน้อยจะรีบไปสืบดู”
“อวิ๋นซูฮวา...บุปผาแรกแย้มจวนเยี่ยนกั๋วกง...น่าสนใจจริงๆ น่าสนุกยิ่ง” อยู่ๆ เขาก็รู้สึกว่ามีคนเล่นละครเก่งกว่าตน สตรีที่ยังไม่ปักปิ่นผู้นั้น เด็กสาวที่ดูเหมือนไร้เดียงสา เขาอยากรู้ว่านางเป็นสตรีเช่นไรกันแน่!!!
เดิมที...นางสมควรได้รับเทียบเชิญจากเยี่ยฮูหยินมารดาของเยี่ยชิงอัน ทว่าหลังการเข้าวังหลวงกลับเกิดข่าวลือขึ้น เยี่ยฮูหยินที่อยากจับคู่บุตรชายของตัวเองกับเด็กสาวที่ยังไม่ปักปิ่นอย่างออกนอกหน้า ถึงขึ้นทำให้อวิ๋นซูฮวาตกใจจนเป็นลมหมดสติ
ฟังว่าจวนแม่ทัพในเวลานี้มีเพียงเปลือกนอก แม้มีผลงานมากมายแต่เรื่องการเงินกลับไม่ค่อยดีนัก จวนกั๋วกงมั่งคั่งทั้งยังมีฮูหยินที่สามารถดูแลจัดการทรัพย์สิน ดังนั้นไม่เพียงการเงินคล่องตัว จวนกั๋วกงยังมีทรัพย์สินเพิ่มพูนจากการทำการค้าอีกด้วย
ผู้คนคาดเดาเรื่องจุดมุ่งหมายของจวนแม่ทัพ กระทั่งเชื่อว่าการแต่งงานครั้งนี้อาจทำให้จวนแม่ทัพกลับมามั่งคั่งหากสำเร็จลุล่วง...
อวิ๋นซูฮวานั่งมองต้นซานฉาฮวาในเรือนบุปผาของตน บัดนี้ซานฉาฮวาเบ่งบานเต็มสวน ดอกตูมที่เพิ่งผลิบานมีไม่มาก นางเดินไปนั่งลงมองดอกตูมนิ่ง... “ชาติก่อนข้าแต่งให้เยี่ยชิงอันหลังปักปิ่น ชีวิตในช่วงผลิบานของข้าตรากตรำแบกรับความยากลำบาก สิ่งตอบแทนที่ได้มาก็คือ...ความตาย จะดีเพียงใดหากชาตินี้ในยามที่ข้าผลิบานได้มีโอกาสเสพสุขอยู่กับบุรุษสักคนที่พร้อมจะตามใจข้า แบกรับทุกอย่างไม่ให้ข้าต้องทนทุกข์” มือแตะไปยังดอกตูมของซานฉาฮวา รอยยิ้มของนางเต็มไปด้วยความหวัง
เสี่ยวฝูกับเสี่ยวพั่งเดินเข้ามาในสวนพร้อมกัน เสี่ยวพั่งมีสีหน้าลนลานเล็กน้อย “คุณหนูสาม”
“กลับมาแล้วหรือ ว่าอย่างไร”
“ข้าน้อยจ่ายเงินให้นักเล่านิทาน ให้พวกเขากระจายกันออกไปแก้ข่าวลือ ตอนนี้เริ่มมีคนกล่าวถึงว่าท่านเพียงตื่นเต้นเกินไปดังนั้นจึงเป็นลมหมดสติ ไม่ใช่เพราะเยี่ยฮูหยินกดดันให้ท่านตอบรับการจับคู่ขอรับ”
เสี่ยวฝูมีสีหน้างุนงง “คุณหนูเจ้าคะ เพราะอะไรจึงต้องช่วยแก้ข่าวลือทั้งที่พวกเราเพิ่งจะปล่อยข่าวลือว่าแม่ทัพเยี่ยอยากจับคู่เพราะจวนของเขามีเพียงเปลือกนอก?”
อวิ๋นซูฮวายิ้ม... “เพราะไม่อาจเจาะจงเกินไปน่ะสิ หากความจริงที่ว่าจวนแม่ทัพเยี่ยกลวงโบ๋ไม่มีเงินถูกขุดคุ้ยเพราะข้า ทางนั้นจะยิ่งขุ่นเคือง ไม่อาจสร้างความขุ่นเคืองเกินไป อีกทั้งไม่อาจรักษาสัมพันธ์อันดีจนทำให้อีกฝ่ายกล้าเข้าใกล้เช่นกัน”
“แล้ว...ท่านรู้ได้อย่างไรขอรับว่าจวนแม่ทัพเยี่ยกลวงโบ๋”
นางไม่ตอบเพียงจ้องมองดอกซานฉาฮวา “วันนี้ข้าจะเก็บซานฉาฮวาไปทำชา”
“ไม่ออกนอกจวนหรือเจ้าคะ”
“ไม่ละ วันนี้ข้าอยู่ที่จวนดีกว่า บอกออกไปว่าข้ารู้สึกไม่สบายขอนอนพักผ่อนอยู่แต่ในเรือน”
“เจ้าค่ะ/ขอรับ”
กองทัพ...ออกเดินทางแล้ว เซี่ยจื่อเตี๋ยรีบวิ่งไปยังรถมาคันหนึ่งที่จอดอยู่ นางรีบเปลี่ยนชุดจากนั้นโยนออกมาให้เสี่ยวฟาง “เจ้ารีบสวนเร็วเข้า อย่าลืมเล่าปลอมเป็นข้าให้แนบเนียนที่สุด จากนั้นกลับเข้าจวนแล้วแกล้งป่วยเสีย”“ไม่ให้ข้าน้อยไปด้วยจริงๆ หรือเจ้าคะ”“มีเจ้าอยู่ที่นี่ข้าจึงจะสบายใจ บอกเสี่ยวเหยียนให้เขาดูแลโรงหมอช่วงที่ข้าไม่อยู่”“เจ้าค่ะ”มองออกไปอีกด้านฮ่องเต้เพิ่งเสด็จมาถึง “พร้อมแล้วหรือยัง”“เพคะ” นางยิ้มกว้าง“ให้เราออกราชโองการดีๆ ก็ติดตามไปอย่างสง่าผ่าเผยได้แล้ว เหตุใดต้องทำลับๆ ล่อๆ”“หากตาแก่พวกนั้นยอมง่ายๆ หม่อมฉันคงทำเช่นนั้นไปแล้วเพคะ มัวพิรี้พิไรคัดค้านกันอยู่นั่นชายแดนเหนือก็เสียหายมากขึ้นกว่าจะได้ข้อสรุป”ฮ่องเต้พยักหน้าเห็นด้วย “ไม่ต้องทรงกังวลนะเพคะ หม่อมฉันจะดูแลท่านอ๋องแทนฝ่าบาทเอง”“อืมเราเชื่อเจ้า เจ้าเองก็ต้องดูแลตัวเองดีๆ เรามอบองครักษ์เงาของเราห้าสิบคนให้ติดตามไปช่วยคุ้มกันเจ้าระหว่างเดินทาง”“ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันทูลลา”แล้วรถม้าและองครักษ์เงาก็ออกเดินทางติดตามกองทัพไปจากเมืองหลวง มุ่งหน้าไปยังชายแดนเหนือ...ทางหนึ่ง...กองทหารสู้รบรับมือกับศัตรูอีกทาง...ห
ชินหวางฝู่กำลังวุ่นวายตระเตรียมการ เซี่ยจื่อเตี๋ยกำลังช่วยเสียนจื่อเตรียมของใช้ที่จำเป็นระหว่างที่เขาเดินทางไปชายแดน นางเน้นหนักไปกับสมุนไพรห้ามเลือด ผงยาแก้ปวด ยาสมานแผล กระทั่งยาแก้ไข้นางก็ยังเตรียมเอาไว้ให้เขาเสียนจื่อมองนางที่เอาแต่คร่ำเครียดเตรียมของ แม้แต่เวลาจะนั่งสนทนากันก็แทบไม่มี เสียงถอนหายใจดังขึ้น “เสี่ยวเตี๋ยข้าอยากกินน้ำแกงสาลี่หวานของเจ้า”นางจึงเลิกคิ้วหันมามองเขา “อยากกินตอนนี้?”“ใช่”นางมองไปรอบๆ เพราะยังเตรียมของได้ไม่ครบ “เช่นนั้นข้าไปทำให้ท่านครู่เดียว”เขายิ้มออกมา “ข้าไปช่วยเจ้า”ในห้องครัวเล็กชายหนุ่มกำลังมองหญิงสาวที่ยุ่งง่วนอยู่กับการทำน้ำแกงสาลี่หวาน “เจ้าไม่กังวลเลยหรือ”“กังวลเรื่องใด”“เรื่องที่ข้าไปออกรบ”นางเลิกคิ้วหันไปมองเขา “เหตุใดต้องกังวล ท่านเพิ่งไปครั้งแรกหรือก็เปล่า รีบไปรีบกลับมาก็สิ้นเรื่อง ข้ารู้ว่าท่านเก่งกาจไม่มีใครเหมาะที่จะนำทัพเท่ากับท่านอีกแล้ว”เขาขมวดคิ้ว “ก็ควรดีใจที่เจ้าเชื่อใจข้า แต่ว่า...ส่งคนรักไปชายแดนเหตุใดเจ้าไม่มีท่าทางกังวลเลย” เขาถอนหายใจพึมพำเสียงเบาคนเดียวหลังจากเตรียมของให้เขาเสร็จแล้วหญิงสาวก็รีบกลับจวน เสียนจื่อนั่
หยวนเผิงหน้าซีด “ทะ...ท่านก็คือ... ที่แท้ก็เป็นท่าน ท่านคือ...” เขาพึมพำหญิงสาวอมยิ้มมองเสียนจื่อที่กำลังจะเดินกลับมา ในมือของชายหนุ่มมีมันเผาหนึ่งหัว...ในที่สุดก็เลือกได้เสียที นางลุกขึ้นกล่าว “ใช่แล้วข้าก็คือ...สตรีที่ถูกหย่าผู้นั้น เซี่ยจื่อเตี๋ย”หยวนเผิงประสานมือค้อมศีรษะ “ข้าน้อยไม่ได้... ข้าน้อยขออภัยที่ล่วงเกิน!!”“มิได้ๆ ข้าคงต้องขอตัวก่อน” นางเดินผ่านหยวนเผิงไปหาเสียนจื่อ“บุรุษหล่อเหลาผู้นั้นเจ้ารู้จัก??” เขาเลิกคิ้วถามนางนางเงยหน้าขึ้นมองเสียนจื่อ “หล่อเหลา??” นางหันกลับไปมองชายหนุ่มคนเมื่อครู่ “อ้อ...ก็พอดูได้” แต่ว่า...เมื่อหันกลับมามองใบหน้าของคนข้างๆ นางกลับยิ้มกว้าง นี่ต่างหากจึงจะเรียกว่าบุรุษหล่อเหลา “ท่านเลือกได้แล้วหรือ”เสียนจื่อยิ้มกว้าง “ได้แล้ว เจ้ารีบชิมดูว่าหวานหรือไม่” เขาบรรจงแกะมันเผานั้นส่งให้นางถึงปากสือเหยาที่เป็นเจ้าของเพิงน้ำชาอมยิ้ม ...มันเผาที่ท่านอ๋องยืนเลือกอยู่นานสองนาน แท้ที่จริงเขาไม่ได้เลือกให้ตัวเอง ทว่ากลับเดินไปเลือกให้ใต้เท้าหมอหญิงต่างหาก!!ปีที่สองที่โรงหมอแห่งราชสำนักทำการเปิด ศิษย์มากมายยังคงมาเรียนรู้แลกเปลี่ยน มีหมอหลายคนเข้ามาช่
ทางหนึ่งรับเขาเป็นศิษย์ ทางหนึ่งมอบหมายให้เขาเปิดร้านหมอตระกูลหวังดังเดิม แม้แซ่หวังทว่าคนตระกูลหวังกลับไม่อาจสอดไม้สอดมือกับทรัพย์สินที่หญิงสาวยกให้หวังเหยียน กลืนไม่เข้าคายไม่ออก อยากกินแต่ก็ได้แต่นั่งมอง นี่เป็นการแก้แค้นคนใจแคบอย่างคนตระกูลหวังได้เป็นอย่างดี!!เพิงน้ำชาฝั่งตรงข้ามโรงหมอแห่งราชสำนัก เสียนจื่อรินชาส่งให้หญิงสาวทันทีที่นางเดินเข้ามานั่ง ผู้คนหันมามองทั้งสองคนด้วยสายตาสนอกสนใจข่าวลือมากมายหนาหู ชื่อเสียงแม้กู้คืนกลับมาได้ ทว่าอย่างไรนางก็เป็นสตรีที่เคยแต่งงานมาก่อน อีกทั้งยังเคยมีเรื่องมีราวจนหย่าขาดกับสามีคนก่อนตอนนี้ยังมีเรื่องพัวพันคลุมเครือกับจื่อเสียนชินหวาง ให้อย่างไรฐานะของนางก็ไม่มีใครมองว่าเหมาะสมกับเขาไม่ว่าจะไปที่ใดข้างกายนางก็จะมีเขาเสมอ ไม่ว่านางจะทำอะไรเขาเองก็จะวนเวียนอยู่เคียงข้าง นานวันเข้าก็ยังไม่มีทีท่าว่าทั้งสองจะประกาศข่าวดี ขุนนางที่รอวันคัดค้านถูมือรอ ขุนนางที่รอคอยชมความครื้นเครงเบิกตาเพื่อชมดูความวุ่นวายถึงอย่างนั้นจนแล้วจนรอดโรงหมอแห่งราชสำนักเปิดได้ครบปี ข่าวดีที่ทุกคนรอวิพากษ์วิจารณ์ก็ยังไม่ถูกประกาศมีครั้งหนึ่งเสนาบดีกรมคลังทนไม่ไหว ค
เซี่ยจื่อเตี๋ยเม้มปากเมื่อเขาผละไป นางอมยิ้มสบตากับเขา “กลับไปได้แล้ว”เขาจุมพิตหว่างคิ้วนางอีกครั้งหนึ่ง “ได้ ข้ากลับแล้ว เจ้าพักเถิด”ครั้งนี้นางปล่อยให้เขาเดินออกไปจริงๆ ทว่าทันทีที่ประตูปิดลงหญิงสาวก็ทิ้งตัวลงนอนคว่ำ ผ้าห่มถูกรวบขึ้นมาปิดใบหน้ากั้นเสียงหวีดร้องด้วยความขัดเขินนั้นเอาไว้“ให้ตาย...เขินชะมัด!”โรงหมอแห่งราชสำนักเปิดแล้ว...นี่คือความหวังของชีวิต ความยินดีของประชาชนในแคว้น การรักษาที่ไม่แบ่งแยก หมอที่ไม่เลือกปฏิบัติ อีกทั้งบ่าวไพร่ในโรงหมอก็ได้รับการคัดเลือกเป็นอย่างดี ป้ายอักษรฝีพระหัตถ์ของฮ่องเต้‘ก้าวผ่านประตูโรงหมอแห่งราชสำนัก ทุกคนล้วนเป็นคนไข้ ไม่มีสูงส่ง ไม่มีต่ำต้อย ทุกผู้ล้วนเท่าเทียม’ความหมายชัดเจนไม่มีผู้ใดกล้ากังขา ที่โรงหมอนอกจากรับรักษาแล้ว เซี่ยจื่อเตี๋ยยังเปิดสอนหมอที่อยากเรียนรู้และแลกเปลี่ยนวิชาแพทย์ ดังนั้นไม่เพียงมีหมอที่ยังเป็นมือใหม่ แต่ยังมีหมอที่มากประสบการณ์ หมอหลวง กระทั่งหมอที่ฝีมือเก่งกาจ ทุกคนล้วนเข้าๆ ออกๆ เพื่อแบ่งปันวิชาแพทย์ ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์สุขของคนไข้ ประโยชน์ของชาวบ้านและประชาชนในแคว้นหวังเหยียน...ก้าวเข้ามาประคองสองมือคารวะน
“ข้าทำเอง” นางแย่งมาจากมือใหญ่ใช้เช็ดจมูก นางยังไม่หน้าหนาพอถึงขั้นให้เขาเช็ดน้ำมูกให้นะ!! “มิใช่ดึกมากแล้วหรือ”เขามองไปด้านนอกที่มืดสนิทและเงียบงัน “เกรงว่าคงล่วงเข้ายามอิ๋น[1]แล้วกระมัง”หญิงสาวลืมตาเงยหน้าขึ้นมองเขา “ไม่กังวลเรื่องชื่อเสียงแล้ว?”“ของผู้ใดเล่า ข้า?”นางถลึงตามองเขา “ก็ใช่น่ะสิ เป็นถึงท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์กลับรั้งอยู่ในจวนของสตรีที่เคยถูกสามีหย่า ชื่อเสียงหลังจากวันนี้ท่านจะเอาไปไว้ที่ใด?”เขาหัวเราะ “ข้าต้องสนใจไปไยว่าผู้คนข้างนอกนั่นจะคิดอย่างไรกับข้า ข้าสนเพียงเจ้าจะคิดเช่นไรไม่ดีกว่าหรือ”นางสบตาคมเข้มของเขานิ่ง เขาเองก็ไม่ยอมหลบมือใหญ่ยกขึ้นลูบแก้มของนางทีหนึ่ง “แต่หากเจ้าถือสา ชื่อเสียงของข้านี้ให้อย่างไรก็ต้องรบกวนเจ้ารับผิดชอบ ข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าจะไม่ทอดทิ้งข้า”“ท่าทางคล้ายเจ้าสาวกำลังจะถูกทอดทิ้งของท่านนี่มันอย่างไรกัน เป็นถึงจื่อเสียนชินหวางผู้ใดจะกล้าทำลายชื่อเสียงท่าน อีกอย่างท่านเป็นบุรุษ!”เขาหัวเราะกอดนางแน่นขึ้น “ท่าทางจะดีขึ้นแล้วจริงๆ ข้าสมควรกลับออกไปแล้วจริงๆ แต่...เจ้าดื่มยาก่อนข้าจึงจะกลับไป” เขาขยับลุกวางนางพิงหัวเตียง ประตูห้องถูกแง







