All Chapters of ย้อนห้วงกาลก่อนบุปผาผลิบาน: Chapter 1 - Chapter 10

148 Chapters

บทที่ 1.2

นาง...ล่องลอยอยู่เหนือความว่างเปล่า มองไม่เห็นสิ่งใดแม้แต่มือของตัวเองที่ยกขึ้น ไม่อาจสัมผัส ไม่มีความเจ็บปวด ไม่ได้ยินเสียง ไม่รู้สึกถึงใดๆ รอบตัว“นี่หรือคือความตาย” นางกระซิบเสียงเบามากจนแม้แต่ตัวเองก็ไม่ได้ยิน“คุณหนูเจ้าคะ??”คล้ายได้ยินเสียงของเสี่ยวฝูสาวใช้คนสนิท อวิ๋นซูฮวาขมวดคิ้ว “คุณหนูท่านละเมอหรือเจ้าคะ??” เสี่ยวฝูกระซิบถามเสียงเบาคล้ายอยู่จากที่ไกลๆ หญิงสาวพยายามลืมตาทว่าความรู้สึกหนักอึ้งทำให้ไม่อาจทำได้ดังใจ“คุณหนู...” เสียงนั้นใกล้เข้ามาพร้อมกับเสียงฝีเท้า “คุณหนูเจ้าค่ะตื่นเร็วเข้า คุณหนู!”นางลืมตาพรวด! กระทั่งสบตากับเสี่ยวฝูที่มองมาด้วยสายตาห่วงกังวล “ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ ข้าน้อยได้ยินท่าน...ส่งเสียง”“เสี่ยว...ฝู?” ละคอแห้งผากจนนางส่งเสียงพูดแทบไม่ได้ ความทรงจำที่ลำคอถูกรัดแน่น หน้าอกที่อึดอัดจนแทบระเบิด ทุกอย่างล้วนชัดเจนในความรู้สึก “น้ำ...”เสี่ยวฝูรีบรินน้ำชาที่ยังคงอุ่นร้อนส่งมาทันที “น้ำเจ้าค่ะ”นางรีบดื่มน้ำจนสำลัก เสี่ยวฝูสองตาแดงก่ำ “คุณหนูท่านทำให้ข้าตกใจ มิสู้ให้ข้าน้อยไปแจ้งฮูหยินกับนายท่านให้ตามหมอ?”นางรีบโบกมือจากนั้นมองไปรอบๆ ลำคอยังคงเจ็บร้าว สายตาม
Read more

บทที่ 1.3

นางยังคงกอดพี่สาวแน่น กระทั่งต่อมาอวิ๋นชิงหรงจึงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ “เกิดอะไรขึ้นหรือ มาให้พี่ใหญ่ดูหน้าเจ้าหน่อย”อีกฝ่ายดันนางออกสองมือประคองใบหน้าอวิ๋นซูฮวา ยิ่งเห็นดวงตาของนางแดงก่ำ พี่สาวก็เกิดความกังวล “เจ้าเป็นอะไรไป?”“ฝันร้ายเจ้าค่ะ” นางสูดจมูก “ฝันร้ายมาก”เสี่ยวฝูพยักหน้ากับพี่สาวของนาง “โถน้องสาม ไม่เป็นไร เพียงฝันร้ายเท่านั้นเอง ไม่ต้องกลัว” พี่สาวปลอบนางทั้งยังลูบหลังลูบไหล่ “ดีขึ้นแล้วหรือไม่”นางพยักหน้าเงยหน้าขึ้นมองพี่สาว “พี่ใหญ่มาเยี่ยมท่านแม่หรือเจ้าคะ”“ใช่แล้ว วันนี้มีของอร่อยมาให้เจ้าด้วย” ขณะทั้งสองเดินเข้าไปยังเรือนมารดาก็สนทนากันไป อวิ๋นซูฮวามองพี่สาวที่ใบหน้ายิ้มแย้มสีหน้าไม่เลว นางจำได้ว่าอีกไม่นานพี่สาวก็จะตั้งครรภ์แล้วอวิ๋นชิงหรงเป็นพี่สาวคนโต เป็นบุตรสาวที่เกิดจากมารดาเดียวกันกับอวิ๋นซูฮวา เป็นคุณหนูใหญ่จวนเยี่ยนกั๋วกง หน้าตางามพร้อม กิริยาล้ำเลิศ เมื่อสองปีที่แล้วแต่งให้กับรองเจ้ากรมอาญา จอหงวนผู้มีชื่อเสียงและรักมั่น เป็นสมรสพระราชทานที่ทำให้ผู้คนในเมืองหลวงล้วนอวยพร ครานั้นนางเองก็อยากแต่งให้กับบุรุษที่นางรักและรักนาง ดังนั้นจึงดึงดันว่าต้องแ
Read more

บทที่ 1.4

“หากข้าสามารถแก้ไข...” นางมองเรือนจื่อชิงจากนั้นละสายตามองพี่ชายที่เพิ่งเดินเข้าไปในเรือนของมารดาเสี่ยวฝูมองตามสายตาหญิงสาว “คุณหนูเจ้าคะ?”“ไม่มีอะไร พวกเรากลับเรือนกันเถิด”รุ่งเช้าวันต่อมาอวิ๋นซูฮวาออกมาเดินเล่นที่ตลาดไม่ไกลจากจวนกั๋วกง เสี่ยวฝูกับเสี่ยวพั่งตามมาคุ้มกันไม่ห่าง ขณะเดินนางก็ใช้ความคิดไปด้วยอย่างเหม่อลอย ชั่วขณะที่กำลังเลือกดูของตามร้านรวงริมถนนทั้งสองฝั่ง อยู่ๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นคนผู้หนึ่งนางจะไม่อะไรเลยหากมิใช่จดจำคนผู้นั้นได้ นั่นก็คือ...ชางหลิน หนึ่งในคนสนิทที่เป็นดังเงาของเยี่ยชิงอัน!!!อวิ๋นซูฮวาเงยหน้าขึ้นมองหออวี้หรู ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารเลิศรสและสุราอันโด่งดัง นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงหันไปมองเสี่ยวฝูกับเสี่ยวพั่ง “ข้าเคยได้ยินพี่ใหญ่กล่าวว่าที่นี่มีเป็ดอบหนังกรอบเนื้อนุ่ม ข้าอยากลองชิมพวกเราไปลองกันเถิด”“อะ...อะไรนะเจ้าคะ หากคุณหนูอยากลองชิมมิสู้ให้ห้องครัวลองทำ พ่อครัวของจวนกั๋วกงฝีมือไม่เป็นสองรองใคร กินอาหารข้างนอกหากฮูหยินรู้เข้า...”นางลังเลอยู่ครู่หนึ่งทว่าไม่ใช่เพราะคำพูดของสาวใช้ อวิ๋นซูฮวาเก็บป้ายหยกข้างเอว หันไปบอกสาวใช้กับบ่าวติดตาม “เก็
Read more

บทที่ 1.5

หญิงสาววางตะเกียบ “เรื่องในวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้น ทั้งเจ้า เจ้า และข้า พวกเราไม่เคยได้ยินสิ่งใด ไม่เคยมาที่นี่ เข้าใจหรือไม่”“เจ้าค่ะ/ขอรับ”นางพยักหน้าจากนั้นมองเป็ดอบและของกินบนโต๊ะ “สั่งให้เสี่ยวเอ้อห่อของพวกนี้ เจ้ากับเสี่ยวพั่งแบ่งกันเอากลับไปกินที่จวน บอกว่าซื้อมาจากตลาด”ห้องด้านข้างเงียบไปนานแล้ว นางรอจนมั่นใจว่าไม่มีใครอยู่จึงเดินออกมาพร้อมคนติดตาม เมื่อลงบันไดก็ตรงกลับจวน สิ่งที่นางคาดไม่ถึงก็คือ...“คุณชาย?”“เจ้ารู้จักพวกนางหรือไม่”“ดูเหมือน...จะเป็นน้องสาวของเยี่ยนกั๋วกงซื่อจื่อ ข้าน้อยเคยเห็นนางตอนที่กั๋วกงฮูหยินนั่งรถม้าไปส่งซื่อจื่อที่สำนักศึกษาหลวงขอรับ”ฝานจิ่นสิงยังคงยิ้ม ใบหน้าหล่อเหลาของเขาสว่างเจิดจ้า พัดในมือหุบลงเสียงดังพรึบ! “ข้าว่ามีเรื่องสนุกๆ ให้ดูแล้ว”“จะไม่บอกซื่อจื่อหรือขอรับ”“บอกเขา? บอกแล้วเขาจะทำอย่างไรได้เล่า จวนเยี่ยนกั๋วกงไหนเลยจะมีอาจต่อกรกับจวนแม่ทัพ ยิ่งเป็นในตอนนี้ที่องค์ชายรองกำลังพยายามดึงขั้วอำนาจมาที่พระองค์เอง บอกเขาไปก็รังแต่จะยิ่งทำให้เรื่องบานปลาย อันที่จริงหากเยี่ยชิงอันทำสำเร็จ ไม่แน่ว่าฝ่าบาทจะทรงตระหนักเสียทีว่าองค์ชายรองกำลังเป็น
Read more

บทที่ 1.6

นางขอบตาร้อนผ่าว... ในใจรู้สึกผิดขึ้นมาเป็นล้นพ้น บิดามักเป็นเช่นนี้เสมอ ตามใจนาง รัก เอ็นดูนาง เหตุใดนางไม่สังเกตมาก่อนว่าบิดาไม่เคยขัดใจนาง เว้นเพียงเรื่องเยี่ยชิงอัน... “ลูกไปเห็นเรื่องน่าสนุกเรื่องหนึ่งเจ้าค่ะ อยากให้ท่านพ่อเชิญอาจารย์มาสอน”“อาจารย์?? เจ้าอยากเรียนฉิน? ออกไปเห็นคนเล่นฉินที่ตลาดอีกแล้วหรือไร”นางส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม “ไม่ใช่เจ้าค่ะ ลูกไปเห็นถุงหอมที่มีลายปักงดงามมาก ลูกอยากเรียนปักผ้าเพื่อทำถุงหอมเจ้าค่ะ แล้วก็...ลูกเรียนคนเดียวกลัวจะเหงามิสู้ให้น้องสี่ น้องห้า น้องหกและก็น้องเจ็ดมาเรียนเป็นเพื่อนลูก”“อะไรนะ!!” สีหน้าของบิดาตอนนี้...เขาแทบจะหุบปากไม่ลงแล้ว“ท่านพ่อ...คางของท่านพ่อจะชนหน้าอกแล้วเจ้าค่ะ ประหลาดมากเลยหรือที่ลูกอยากมีเพื่อนเรียน?”“ไม่ประหลาด...ไม่เลย!!”นางยิ้ม “วันๆ พวกนางแทบไม่ออกจากเรือน อย่าว่าแต่ไปข้างนอกเลย ให้พวกนางมาเรียนเป็นเพื่อนลูกจะได้ออกมาข้างนอกบ้าง ในเรือนจื่อชิงคับแคบบางทีเรือนของลูกยังมีห้องว่าง...”“ช้าก่อน!” นางกะพริบตามองบิดา “เรื่องนี้...เจ้าปรึกษามารดาแล้วหรือยัง”“เอ่อ...ไว้ขออนุญาตท่านพ่อแล้วลูกจึงจะไปขอท่านแม่เจ้าค่ะ อย่างไรเส
Read more

บทที่ 1.7

มารดาของนางถอนหายใจออกมา “ทว่า...ไม่ใช่ทุกคนจะมองความหวังดีของเข้าออก ฐานะของพวกนางต่ำต้อย จะช่วยออกมาก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าพวกนางจะรับหรือคิดว่าเป็นความเมตตาที่ไม่จำเป็น จิตใจของคนเรายากหยั่ง ความดีใช้ได้สำหรับบางคน”“ใช้ได้สำหรับบางคนจริงๆ เจ้าค่ะ ดังนั้นเราจึงยิ่งควรช่วยออกมา” ยิ่งปล่อยให้น้องสาวของนางอยู่กับอี๋เหนียง นานวันก็จะยิ่งบ่มเพราะความชิงชัง บ่มเพาะความรู้สึกไม่เป็นธรรมตอนนี้ยังไร้เดียงสา หากสั่งสมความดำมืดนานวันเข้าจิตใจก็จะแปดเปื้อน กระทั่งไม่ว่าจะล้างอย่างไรก็ไม่อาจกลับมาเป็นเด็กที่ไร้มลทินได้อีกสามวันถัดมา...ขณะกำลังเดินไปคารวะมาดรที่เรือน เรือนระเบียงเชื่อมจากเรือนจื่อชิงมายังเรือนปีกตะวันออก เสียงกรีดร้องอยากมาดร้ายดังใกล้เข้ามา อวิ๋นซูฮวามองไปยังหานอี๋เหนียง อีกฝ่ายมองนางด้วยสายตาเกลียดชัง“ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้า! พวกเจ้าไม่ยอมให้ข้าได้มีโอกาสได้ได้รับความโปรดปรานจากท่านกั๋วกง ข้าตั้งครรภ์บุตรชายแล้วแท้ๆ มารดาของเจ้ากลับพรากเขาไปจากข้า! ตอนนี้ยังคิดจะพรากบุตรสาวของข้าไปอีก อวิ๋นซูฮวาเก็บความสงสารของเจ้ากลับไปข้าไม่ต้องการ คืนบุตรสาวของข้ามา!!”เสี่ยวฝูถูกผลักกระเด็น
Read more

บทที่ 1.8

เขาพยักหน้าจากนั้นเดินไปยังเรือนจื่อชิง ต่อมา...จึงได้รู้จากเสี่ยวพั่งว่าหานอี๋เหนียงถูกส่งไปโรงนา จูอี๋เหนียงจะยังคงอยู่ที่เรือนจื่อชิงต่อไป และน้องๆ ของนางก็จะได้รับการดูแลจากจูอี๋เหนียง มองเด็กทั้งสี่ที่ยังไร้เดียงสา ทั้งสี่คุกเข่าอยู่ที่กลางโถงของเรือนบุปผา อวิ๋นซูฮวาได้แต่รู้สึกสะท้อนใจแต่ละคนผอมโซ สภาพมอมแมมราวไม่ได้อาบน้ำล้างเนื้อล้างตัว ผมเผ้าไม่ได้หวี ตามเนื้อตัวมีแผลที่ทั้งหายดีแล้วแต่ยังเขียวช้ำ และแผลใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น“คุณหนูสาม...ข้าน้อยจะเชื่อฟัง ดังนั้นท่านอย่าลงโทษท่านแม่เลย ท่านแม่เพียง...เพียง...”เด็กก็ยังคงเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ จะอย่างไรนั่นก็คือมารดา แม้ถูกทำร้าย ถูกทุบตี ถูกทารุณ ทว่าโลกทั้งใบของพวกเขาก็คือมารดานางลุกขึ้นเดินเข้าไปหาทั้งสี่ เห็นท่าทีลนลานหวาดกลัว นางค่อยๆ นั่งลง “ข้าคือพี่สาวคนที่สามของพวกเจ้า เรียกข้าว่าพี่สาม ไม่ก็เรียกข้าพี่ฮวาเอ๋อร์”“ข้าน้อย...ไม่กล้า!”นางเข้าใจได้... “น้องคนสุดท้องมองจานของว่างของนาง อวิ๋นซูฮวาส่งสายตาให้เสี่ยวฝู อีกฝ่ายถือจานขนมมาให้นาง นางแจกขนมให้น้องๆ คนละชิ้น “ลองกินดูว่าชอบหรือไม่ ขนมดอกกุ้ยอร่อยเชียวละ”ทั้งสี่
Read more

บทที่ 1.9

“ทำอะไร”“ช่วยท่านแม่ดูแลบัญชี ช่วยท่านแม่ทำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ดูแลจวน ดูแลบ่าวไพร่ ดูแล...เหล่าทหาร”มารดาของนางเลิกคิ้ว “อยากช่วยแม่ทำงานแล้ว? ได้สิ เริ่มจากงานเล็กๆ ก็ได้”นางจะต้องเริ่มทำอะไรบางอย่าง ทำตั้งแต่ตอนนี้เลย อย่างเช่นเรื่องการแบ่งสรรเสบียงกระจายไปยังชายแดนให้ทหารที่เสียสละ หากมาเริ่มทำเอาตอนใกล้เกิดสงครามจะดูน่าสงสัย อีกทั้งบิดาของนางอาจจะถูกเพ่งเล็งก้าวต่อไปคือเรียนเย็บปัก...การเรียนเย็บปักเป็นข้ออ้างของการเปลี่ยนแปลงก้าวต่อไป ทว่านางก็มีจุดประสงค์อื่นเช่นกัน ช่วงเดือนที่ผ่านมาในจวนมีการเปลี่ยนแปลง การเป็นอยู่ของเรือนจื่อชิงดีขึ้นกว่าเดิมมาก จูอี๋เหนียงเป็นคนเจียมตัว เมื่อไม่มีหานอี๋เหนียงนางก็รับหน้าที่ดูแลน้องสาวทั้งสี่คนของอวิ๋นซูฮวาทุกๆ เช้าเด็กๆ จะมาเรียนที่เรือนของนาง มารดาของนางเห็นว่านางเอาจริงเรื่องน้องสาวทั้งสี่ ดังนั้น...ในที่สุดเด็กๆ จึงมีชื่อและใช้แซ่อวิ๋นอย่างเป็นทางการน้องสาวคนที่สี่ จากที่เคยเรียกเสี่ยวซื่อ เปลี่ยนเป็นคุณหนูสี่ อวิ๋นหลันซีน้องสาวคนที่ห้า จากที่เคยเรียกเสี่ยวอู่ เปลี่ยนเป็นคุณหนูห้า อวิ๋นหลันจิงน้องสาวคนที่หก จากที่เคยเรียกเสี่ยวลิ่
Read more

บทที่ 1.10

เมื่อรู้ว่าการเล่นฉินของนางเลื่องลือ เยี่ยฮูหยินอยู่กับนางก่อนเป็นลม เยี่ยฮูหยินเองก็ชอบเล่นฉิน ผู้คนก็ยิ่งสงสัย...งานเลี้ยงที่ดูคล้ายเป็นงานเลี้ยงจับคู่ เด็กสาวที่ยังไม่ปักปิ่นไปล่วงรู้อะไรจึงตื่นตระหนกจนเป็นลม คงมิใช่ว่าเยี่ยฮูหยินอยากแต่งสะใภ้เข้าจวนแม่ทัพ แม้ว่าอีกฝ่ายจะยังไม่ปักปิ่นล่วงเข้าสู่วัยออกเรือนหรอกนะ!!!ฝานจิ่นสิง...อึ้งงันเมื่อคนสนิทเข้ามารายงานเขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นจึงระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น “ฮ่าๆๆๆ คุณหนูสามจวนเยี่ยนกั๋วกงผู้นี้...น่าสนใจจริงๆ ข้าประเมินเจ้าต่ำไปสินะ!!”“คุณชายหมายความว่า...นางจงใจ?”“คิดเป็นอื่นได้หรือ นางได้ยินชัดเจนว่าตัวองตกเป็นเป้าหมาย จากนั้นก็ทำตัวเองมือบาดเจ็บเพื่อที่จะไม่ต้องเล่นฉินในงานเลี้ยง จากนั้นยังเป็นลมต่อหน้าเยี่ยฮูหยินอีก เด็กสาวที่ยังไม่ปักปิ่นต้องตื่นตระหนกเพียงใดจึงเป็นลมในงานเลี้ยง เรื่องขายหน้าเช่นนี้นางยังทำออกมาได้ ทว่า...เกรงว่าการจับคู่หลังจากนี้คงไม่ง่ายแล้ว เยี่ยฮูหยินรักหน้าออกขนาดนั้นคงโกรธน่าดู ยิ่งเกิดข่าวลือเช่นนี้ก็ยิ่งยากที่นางจะทำใจยอมรับคนเข้าจวน”“แต่ว่า...อาจเป็นเรื่องบังเอิญ”“บังเอิญหรือไม่เ
Read more
PREV
123456
...
15
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status