Share

บทที่ 8

เจ้ามีคนรู้จักอย่างนั้นหรือ หากเป็นเช่นนี้ก็เยี่ยมเลย อวิ๋นซิงกระพือปีกขึ้นลงอย่างตื่นเต้น

ก็ไม่นับว่ารู้จัก แต่อย่างน้อยเขาก็นับได้ว่าเป็นคนดีคนหนึ่งอีกทั้งยังน่าสงสารมากด้วย

อวิ๋นซิงขยับหัวก่อนจะโน้มเข้ามาใกล้ใบหูของหยุนจิงพูดขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ข้าคิดว่าหากเขาเป็นคนดีมีหรือจะปฏิเสธความช่วยเหลือได้ลงคอ โดยเฉพาะกับเด็กตัวเล็ก ๆ ว่าแต่ที่เจ้าบอกว่าน่าสงสารนั้นหมายความว่าเช่นไร

ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะทำตัวเป็นนกสอดรู้สอดเห็นเรื่องของผู้อื่น หยุนจิงอดไม่ได้ที่จะสัพยอกเจ้าตัวจิ๋ว

มันก็ต้องมีบ้างไหมเพื่อเพิ่มสีสันให้ชีวิต เจ้ารีบพูดมาเถอะ หากข้าไม่ได้รู้วันนี้เห็นทีคงจะนอนไม่หลับ คำพูดของนกชิงเหนียวทำให้หยุนจิงส่งเสียงหัวเราะออกมา

เอาไว้สักวันข้าจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เจ้าฟัง แต่ยามนี้คงไม่ได้แล้ว เจ้าเห็นหรือไม่ดวงจันทร์ลอยเด่นกลางเวหาแล้วข้าเองก็ง่วงเต็มที

หยุนจิงผ่อนลมหายใจยาวพลางโน้มตัวลงบนฟูกนุ่มบนเตียงของตน นัยน์ตาคู่น้อยปิดลงอย่างช้า ๆ ก่อนจะลืมขึ้นมองเจ้านกตัวจิ๋วที่ยังคงกระพือปีกเบา ๆ อยู่ไม่ไกล

อวิ๋นซิง หยุนจิงเอ่ยเรียกเสียงเบา วันพรุ่งนี้เราค่อยสานต่อแผนที่วางไว้เถิดนะ วันนี้ข้าขอพักให้สมองโล่งหน่อย

นกชิงเหนียวส่งเสียงตอบรับอย่างเข้าใจก่อนที่เจ้าตัวจะบินไปหาที่ยึดเกาะ

หยุนจิงขยับผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวรู้สึกอุ่นสบายจนเผลอจะเข้าสู่ห้วงนิทรา ฝันดี

อืม…เจ้าเองก็ฝันดี เยว่ฮวา

เมื่อเสียงลมกลางดึกพัดผ่านบานหน้าต่างร่างของเด็กหญิงวัยห้าปีก็จมดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างสงบ เธอได้ฝันถึงเรื่องราวในชีวิตก่อนหน้าของตนก่อนที่จะหลอมรวมเข้ากับโลกใหม่ที่ต้องเผชิญ

สามวันต่อมา...

“ข้ายังง่วงอยู่เลย...” หยุนจิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอู้อี้พลางหลับตาพริ้ม ขณะที่ไป่ซินกำลังประคองร่างเล็กให้นั่งบนเก้าอี้เตี้ยหน้ากระจกสำริดทรงกลม

“อดทนหน่อยนะเจ้าคะคุณหนู นี่ใกล้จะเข้าต้นยามเฉิน[1]แล้วหากว่าคุณหนูยังแต่งตัวไม่เสร็จจะถูกนายท่านตำหนิเอาได้” เสียงของไป่ซินฟังดูนุ่มนวลแต่การลงมือของนางกลับเฉียบขาดอย่างพี่เลี้ยงมากประสบการณ์

มือของนางสางผมให้คนร่างเล็กอย่างเบามือก่อนที่จะจับผมของนางมัดเป็นทรงซาลาเปาคู่พร้อมกับนำผ้าผูกผมและติดเครื่องประดับเล็ก ๆ แต่ดูหรูหราอย่างระมัดระวัง

หยุนจิงนั่งมองตัวเองในกระจก ดวงตาใสจ้องมองแววตาสะท้อนร่างเด็กหญิงวัยห้าขวบที่สวมชุดผ้าไหมสีชมพูอ่อนเนื้อดี ปักลายดอกเหมยเล็ก ๆ รอบชายแขน

เสื้อด้านในเป็นผ้าซับนุ่มสีขาวเพื่อกันความหนาวในช่วงต้นวสันต์ ตอนนี้อากาศยังเย็นยามเช้าแต่ก็มีแสงอ่อน ๆ ส่องผ่านม่านไม้ไผ่ตรงหน้าต่าง

(เห้อ...ถ้าเป็นโลกเก่าของฉัน คงเลือกหยิบเสื้อยืด กางเกงสบาย ๆ ซักตัวแค่นั้นก็พอแล้ว)

เด็กหญิงอดคิดเปรียบเทียบในใจไม่ได้ แต่ก็ทำได้แค่เผยอปากถอนหายใจเบา ๆ เพราะโลกใบนี้ไม่มีทางเหมือนยุคปัจจุบันที่เคยจากมา

“คุณหนูช่างงดงามน่ารักมากเลยนะเจ้าคะ” เถาจูอดที่จะชมเจ้านายตัวน้อยมิได้ พูดด้วยดวงตาเป็นประกาย

“ขอบใจเจ้า”

หยุนจิงยกมือแตะเครื่องประดับบนผม ริมฝีปากเผยรอยยิ้มบาง “ที่ข้าดูดีเช่นนี้ได้ ต้องขอบคุณป้าไป่ ว่าแต่ท่านแม่ล่ะ นางเตรียมตัวเสร็จหรือยัง” ไป่ซินยิ้มรับก่อนจะตอบคำถาม

“ฮูหยินและพวกบ่าวอีกหลายคนรออยู่ที่ลานหน้าจวนแล้วเจ้าค่ะ ข้าว่าพวกเราควรจะไปกันดีกว่า”

ลมหนาวยามเช้าพัดเอื่อยเฉื่อยในลานหน้าจวน ตรงนั้นมีเกี้ยวผ้าไหมสีอ่อนตั้งรออยู่ หลิวอวี้เฟยยืนอยู่กับสาวใช้สองสามคน เมื่อนางเห็นลูกสาวตัวน้อยเดินผ่านประตูเรือนชั้นในออกมา ก็กวักมือเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“มาแล้วหรือ เยว่ฮวา” นางเอ่ยพลางยิ้มอ่อน

หยุนจิงในร่างเด็กห้าขวบรีบสาวเท้าเข้าหาแม่ ใบหน้าที่ขับเน้นด้วยแก้มสีระเรื่อจากอากาศหนาวดูน่ารัก

“ท่านแม่ วันนี้ท่านงามมากจริง ๆ เจ้าค่ะ”

หลิวอวี้เฟยยกมือขึ้นลูบศีรษะเล็ก ๆ ของลูกสาวแล้วยิ้มเอ็นดู “ปากของเจ้านับวันยิ่งหวานเสียเหลือเกิน... ลูกรักเจ้าหนาวหรือไม่? เถาจู เจ้ารีบไปยกเตาอุ่นมือมาให้คุณหนูของเจ้าเถิด”

“เจ้าค่ะ ฮูหยิน” เถาจูขานรับเสียงใสก่อนจะวิ่งไปหยิบเตาอุ่นมือที่เตรียมไว้มาส่งให้หยุนจิง

เด็กหญิงรับเตาอุ่นมือมาถือกอดมันไว้แนบอก “ขอบใจเจ้า” พร้อมกับเอ่ยออกมาเสียงนุ่ม

“ท่านแม่เจ้าคะ พวกเราจะเข้าวังกันเยี่ยงไร” สายตาของหลิวอวี้เฟยมองลูกสาวตัวน้อยด้วยแววตาขบขัน

“เจ้าเห็นเกี้ยวตรงหน้าหรือไม่ พวกเราจะนั่งสิ่งนี้เข้าวัง”หลิวอวี้เฟยตอบด้วยรอยยิ้ม ซึ่งคำพูดของมารดาทำให้หยุนจิงชะงักไปเล็กน้อย

โดยที่นางลืมไปว่ายุคสมัยราชวงศ์ฮั่นค่อนข้างเข้มงวดเกี่ยวกับการใช้รถม้า อีกทั้งรถม้าส่วนใหญ่จะเป็นแบบสองล้อแม้ในทางโบราณคดีจะพบว่ามีรถสี่ล้อเช่นเกวียนขนาดใหญ่แต่ก็ไม่ใช่พาหนะส่วนบุคคลอันแพร่หลาย

หยุนจิงครุ่นคิด (หากข้าสามารถเสนอรถม้าสี่ล้อที่มีความสะดวกต่อการเดินทางออกมาจะได้ไหมนะ)

ในระหว่างที่เธอกำลังตกอยู่ในภวังค์ “คุณหนู เชิญขอรับ” บ่าวชายผู้ทำหน้าที่หามเกี้ยวเผยรอยยิ้มให้เด็กหญิงอย่างนอบน้อมพลางเปิดม่านให้เธอขึ้นไปนั่งบนเกี้ยวที่ตกแต่งสมกับฐานะคุณหนูตระกูลใหญ่

ในเวลาเดียวกันขณะที่สาวใช้คนอื่น ๆ ต่างก้มศีรษะคำนับหลิวอวี้เฟยในฐานะฮูหยินเอกผู้สูงศักดิ์

หยุนจิงหันไปสบตากับแม่อีกครั้งเกิดความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด “ถ้าเช่นนั้นก็ไปเถอะเจ้าค่ะ ท่านแม่จะขึ้นไปก่อนหรือไม่”

หลิวอวี้เฟยส่ายหน้าเล็กน้อย “เจ้าเป็นเด็กก้าวขึ้นยากกว่า แม่จะช่วยประคองเจ้าก่อน” ว่าแล้วนางก็เอื้อมมือไปช่วยพยุงลูกสาวขึ้นเกี้ยว

เถาจูมาคอยช่วยจับชายเสื้อของหยุนจิงไม่ให้ร่นหรือยับ เมื่อเด็กหญิงนั่งลงเรียบร้อยหลิวอวี้เฟยจึงได้ก้าวเท้าขึ้นมานั่งเคียงกันกับลูกสาว

“เจ้าอาจหลับพักตาระหว่างทางได้ เพราะคงใช้เวลาเดินทางสักพักหนึ่ง”

“ได้เจ้าค่ะ ท่านแม่” เด็กหญิงตอบรับอย่างร่าเริง มือยังคงอิงเตาอุ่นไว้ไม่ห่าง

บ่าวชายสี่คนที่อยู่ด้านนอกเกี้ยวประจำตำแหน่งพร้อม ยามเช้าตรู่นี้ท้องฟ้ายังเป็นสีเทาเรื่อ ๆ พวกเขารับคำสั่งให้เคลื่อนเกี้ยวออกจากลานจวนไปอย่างเนิบช้า

เมื่อคนหามเกี้ยวสัมผัสพื้นที่ขรุขระเล็กน้อย หยุนจิงก็อิงกายเข้ากับแม่ทันที อากาศหนาวทำให้เธออดไม่ได้ที่จะดึงผ้าคลุมขนสัตว์ห่มเพิ่ม แม้ในใจลึก ๆ จะรู้สึกตื่นเต้นกับการได้นั่งเกี้ยว ครั้งแรกในชีวิตใหม่นี้

“ค่อย ๆ ไป อย่าเร่งเร็วเกินไป เจ้าอย่าลืมว่ามีคุณหนูกับฮูหยินอยู่ด้านใน” สาวใช้ที่เดินตามอยู่ด้านข้างคนหนึ่งเอ่ยบอกคนหามเกี้ยว ซึ่งภายในเกี้ยวหลังงามหลิวอวี้เฟยหันมาสบตาลูกสาว

“หนาวมากหรือไม่?” น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความห่วงใย

หยุนจิงส่ายหน้าดวงตาเปล่งประกาย “ไม่เลยเจ้าค่ะ ท่านแม่เตรียมทุกอย่างให้ข้าดีจนแทบไม่ต้องกังวลอะไร”

กล่าวจบนางก็กระชับผ้าห่มผืนบางอีกชั้นโดยมีเตาอุ่นมือกอดไว้แนบอก เกี้ยวสีอ่อนเคลื่อนผ่านประตูจวนออกสู่ถนนกว้าง เป้าหมายคือพระราชวังหลวงสำหรับงานที่จักรพรรดิจะเสด็จเป็นประธานในพิธี

“จะว่าไป... ท่านพ่อยังไม่มาหรือเจ้าคะ” เด็กหญิงเอ่ยขึ้นในที่สุดเมื่อสังเกตว่าไม่มีเสียงของหลี่เจี้ยนเฉิง

หลิวอวี้เฟยแค่เม้มปาก ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “เขาบอกว่าจะตามไปที่วังเอง”

ทันทีที่แม่พูดจบหยุนจิงก็รู้สึกได้ถึงสายลมเย็นสบายที่พัดเข้ามาทางม่านด้านหนึ่ง นางมองลอดออกไปเห็นสองข้างทางมีผู้คนบางตาที่เพิ่งตื่นเริ่มจัดร้านรวงยามเช้าในเมืองหลวง

อวิ๋นซิง นี่คือวันแรกที่ข้าได้ออกจากจวนไปสู่นอกจวนอย่างเต็มรูปแบบ กระทั่งมีเกี้ยวคนหาม หยุนจิงอดที่จะสื่อสารกับนกเพื่อนยากไม่ได้

เจ้าดูเหมือนจะตื่นเต้น นกชิงเหนียวที่อาศัยซ่อนตัวอยู่ในอกเสื้อของนางพูดอย่างขบขัน

มันก็ต้องมีกันบ้าง ในยุคสมัยของข้านั้นแทบไม่มีโอกาสได้นั่งอะไรแบบนี้หรอก เพราะส่วนใหญ่ล้วนเป็นเครื่องยนต์หรือไม่ก็ไฟฟ้ากันหมดแล้ว การเดินทางก็เต็มไปด้วยความรวดเร็วทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ

ในขณะที่เด็กหญิงกำลังสื่อสารให้สหายตัวจิ๋วฟังอย่างออกรสหูของนางพลันได้ยินเสียงสวดมนตร์เบา ๆ ดังมาจากอารามด้านข้างถนน

“ท่านแม่ที่นี่มีวัดด้วยหรือเจ้าคะ” หยุนจิงถามขึ้นอย่างใคร่รู้

“วัด? คือสถานที่แห่งใดหรือเจ้า” ใบหน้าของหลิวอวี้เฟยเต็มไปด้วยความฉงน

“เอ่อ ข้าหมายถึง” ชิงหยวนกวาน เสียงของอวิ๋นซิงดังขึ้นในหัว หลี่หยุนจิงจึงได้นึกออกว่าควรจะพูดว่าอย่างไร “ท่านแม่ลูกหมายถึงสำนักเต๋าชิงหยวนเจ้าค่ะ”

[1] 07.00-08.59
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 253

    บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ยุคฮั่นตะวันตกจักรพรรดิฮั่นอู่ตี้ (หลิวเช่อ) ครองราชย์ 141 - 87 ปีก่อนคริสตกาลเป็นจักรพรรดิองค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตก และเป็นหนึ่งในจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่และครองราชย์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์จีน (54 ปี)ความสำคัญ: รัชสมัยของพระองค์ถือเป็นยุคทองของราชวงศ์ฮั่น มีการขยาย

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 252

    การเดินทางบนเส้นทางสายไหมในครั้งนั้นของคณะหลิวหยุนจิงใช้เวลาหลายปีในการบุกเบิก สำรวจ และสร้างสัมพันธ์ทางการค้า มันเป็นการเดินทางที่ยาวนานจากที่หลิวหยุนจิงเคยคาดไว้พวกเขาล้วนผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านอันตรายนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งจากธรรมชาติอันโหดร้าย โจรป่า และความขัดแย้งระหว่างชนเผ่า แต่ด้วยความรู้ ความสาม

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 251

    "เจ้ามีเรื่องใดในใจเช่นนั้นหรือ" ฮั่วหยุนถามพลางโอบนางเข้ามาในวงแขนอย่างแผ่วเบา"ท่านจำเรื่องที่ข้าเคยเกริ่นไว้เนิ่นนานมาแล้วถึงเรื่องขององค์รัชทายาทได้หรือไม่เจ้าคะ" คำกล่าวของคนในอ้อมแขนทำให้ฮั่วหยุนมองนางพลางพยักหน้ารับ"จำได้ ว่าแต่เจ้าเอ่ยเรื่องนี้มาเพราะเหตุใดหรือว่ามีข่าวจากทางเมืองหลวงว่าฝ่า

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 250

    ในระหว่างที่พวกเขาเคลื่อนขบวนลึกเข้าไปในดินแดนทางตะวันตกมากขึ้นเรื่อย ๆ ทิวทัศน์สองข้างทางเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นทะเลทรายแสนเวิ้งว้างและแนวเขาหินสีน้ำตาลแดงมากกว่าเดิมอากาศในตอนกลางวันเองก็ร้อนระอุขึ้นแต่ทว่าในตอนกลางคืนกลับหนาวเย็นจับขั้วหัวใจ พวกเขาต้องเดินทางผ่านเมืองน้อยใหญ่รวมถึงโอเอซิสขนาดเล็กและ

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 249

    ห้าปีผ่านไปไวราวสายลมพัด... ฤดูใบไม้ผลิอีกคราได้เวียนมาเยือน ทุ่งหญ้าชายแดนเริ่มผลิดอกออกใบขับไล่ความแห้งแล้งของฤดูหนาวให้จางหายไปขบวนเดินทางขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ประกอบด้วยทหารคุ้มกันหลายสิบนายและรถม้าขนสัมภาระกำลังเคลื่อนตัวออกจากประตูเมืองนอกด่านของเมืองเตี้ยนหวงมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเส้นทางเบื้อ

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 248

    แม้จะมีบางคำถามที่เขาลังเลไปบ้าง ถึงกระนั้นเขาก็ผ่านด่านสุดท้ายไปได้ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีกันถ้วนหน้า"เอาละ ๆ ข้ายอมให้ผ่านก็ได้!" หลิวหานซินกับซูอันหัวเราะร่าเปิดประตูให้เจ้าบ่าวเข้าไปแต่โดยดี ซึ่งฮั่วหยุนไม่ได้เอะใจกับสองพี่น้องที่กำลังยักคิ้วให้แก่กันฮั่วหยุนถอนหายใจอย่างโล่งอกพลางปา

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 247

    หลายเดือนพ้นผ่านราวกับความฝัน ฤดูหนาวผ่านพ้น ฤดูใบไม้ผลิมาเยือนวนเวียนอยู่เช่นนี้ จนกระทั่งหลิวหยุนจิงมีอายุครบสิบแปดปีเต็ม นครฉางอันกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหลังจากที่หลิวหยุนจิงได้ทำการเสนอให้องค์จักรพรรดิเปิดสอนหลักสูตรแพทย์ตามที่นางรับปากกับท่านเทพเอาไว้แม้ว่าย้อนกลับไปในตอนนั้นจะมีทั้งผู้คัดค

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 246

    ทันทีที่ทั้งสองก้าวเข้าไป เสี่ยวเอ้อร์ที่ยืนต้อนรับอยู่หน้าประตูก็จำได้ทันทีว่าเป็นใคร เขารีบเข้ามาต้อนรับด้วยความนอบน้อมและรอยยิ้มกว้าง"คุณหนูหลิว! ท่านหัวหน้าฮั่ว! เชิญด้านในขอรับ"เสี่ยวเอ้อร์ได้พาคนทั้งคู่รวมถึงผู้ติดตามกลุ่มใหญ่ไปยังห้องส่วนตัวบนชั้นสามซึ่งเป็นห้องที่จัดเอาไว้สำหรับแขกคนสำคัญแ

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 245

    พวกเขาเดินจับมือกันท่ามกลางฝูงชนที่ขวักไขว่ ชื่นชมความงามของโคมไฟหลากรูปแบบ พูดคุยหยอกล้อกันเบา ๆ ถึงเรื่องราวสัพเพเหระความรู้สึกคุ้นเคยที่ยาวนานผสมผสานกับความรู้สึกใหม่ที่เริ่มก่อตัวขึ้นทำให้บรรยากาศรอบตัวของคนทั้งคู่อบอวลไปด้วยความสุขและความอบอุ่นอย่างน่าประหลาด แม้จะอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายแต่คล้

  • ย้อนเวลาป่วน...ฉางอัน    บทที่ 244

    หลิวหยุนจิงเผลอยกมือขึ้นจับปิ่นหยกเงินรูปนกอวิ๋นซิงบนมวยผมของตนแก้มพลันร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ (เขาคงไม่หยอกล้อข้าเรื่องปักปิ่นของเขาหรอกกระมั้ง) เจ้าตัวคิดก่อนจะส่งเสียงของตนออกไป"ท่านลุง ท่านช่วยรับรองหัวหน้าฮั่วในเรือนรับรองก่อนนะเจ้าคะ ข้ากำลังจะออกไป" นางพยายามกล่าวด้วยน้ำเสียงปกติ"ขอรั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status