Se connecterฝ่ามือร้อนจัดของลู่จิ่งเซิงเลื่อนมาวางอยู่บริเวณเอวเล็ก แต่เขายังไม่กล้าออกแรงดึงเธอเข้ามาใกล้
แม้ร่างกายจะถูกรบกวนด้วยฤทธิ์ยาปลุกอารมณ์ แต่สติของเขายังคงรับรู้ทุกอย่างได้อย่างชัดเจน ชายหนุ่มผละริมฝีปากออกเล็กน้อย ก่อนมองเข้าไปในดวงตาของเธอ “คุณแน่ใจ?” เถาเยี่ยนรู้ดีว่าเขากำลังให้โอกาสเธอเปลี่ยนใจ หากเธอปฏิเสธเพียงคำเดียว ลู่จิ่งเซิงจะไม่มีวันฝืนใจเธออย่างแน่นอนหญิงสาวจึงเป็นฝ่ายขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิม “ฉันแน่ใจค่ะ” คำตอบนั้นทำลายความอดทนซึ่งลู่จิ่งเซิงพยายามรักษาเอาไว้ ความปรารถนาที่ฝังลึกอยู่ภายในใจมานานหลายปีเรียกร้องให้เขาสัมผัสเธอ ผู้หญิงที่เขาเฝ้ามองและคอยปกป้องมาโดยตลอด บัดนี้กำลังอยู่ในอ้อมแขนของเขาแล้ว ต่อจากนี้เขาจะไม่ยอมปล่อยเธอไปอีก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เถาเยี่ยนไม่รู้ว่าเป็นเพราะไอร้อนจากฤทธิ์ยา หรือสายตาคมกริบของชายหนุ่มกันแน่ที่ทำให้ร่างกายของเธอร้อนวูบวาบราวกับกำลังถูกมนตร์สะกด แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความปรารถนา ร้อนแรงเสียจนคล้ายพร้อมจะแผดเผาเธอได้ทุกเมื่อ ลู่จิ่งเซิงดึงร่างของหญิงสาวเข้ามาแนบชิดจนแทบไม่มีช่องว่างเหลืออยู่ ก่อนก้มลงจูบเธออีกครั้งอย่างเร่าร้อนกว่าเดิม เถาเยี่ยนเผลอเผยอริมฝีปากเปิดรับสัมผัสแปลกใหม่ ปลายลิ้นร้อนของเขาค่อย ๆ ล่วงล้ำเข้ามาเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นเล็กอย่างอ่อนโยน ก่อนความอ่อนโยนนั้นจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนตามแรงปรารถนาที่เพิ่มสูงขึ้น สัมผัสเร่าร้อนของเขาทำให้หัวใจของเถาเยี่ยนสั่นไหว ร่างกายของเธออ่อนระทวยอยู่ภายในอ้อมแขนอันแข็งแกร่ง ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเสื้อผ้าของเธอนั้นหลุดไปตั้งแต่ตอนไหน จนกระทั่งความเย็นของเครื่องปรับอากาศทำให้เธอวูบไปชั่วครู่ ก่อนความร้อนของฝ่ามือร้อนจะเข้ามาแทนที่ “ผมไม่มีทางปล่อยคุณไปไหนเด็ดขาด เถาเยี่ยน” น้ำเสียงของประธานลู่เด็ดขาดและหนักแน่นในคราวเดียวกัน หญิงสาวได้แต่ปล่อยให้ความรู้สึกของตนนำทาง เวลานี้ในชาตินี้เธอขอตอบแทนความรักของประธานลู่ที่มีให้เธอ ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร กว่าลู่จิ่งเซิงจะยอมผละริมฝีปากออกและปล่อยให้เธอได้หายใจ สายตาของเถาเยี่ยนพลันสะดุดเข้ากับแผงอกกว้างซึ่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นตึง ใบหน้าของหญิงสาวร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีด้วยความเขินอาย ใครจะคิดว่าท่านประธานผู้แสนเงียบขรึมและพูดน้อย กลับมีเรือนร่างน่าหลงใหลถึงเพียงนี้ หากรู้อย่างนี้ เถาเยี่ยนคงไม่ปล่อยให้ตัวเองโง่งม หลงรักผู้ชายอย่างหานจวิ้นเหามานานหลายปี... ลู่จิ่งเซิงเพิ่งรู้ตัวว่าตนถูกสายตาเต็มไปด้วยความซุกซนจ้องมอง มุมปากของเขายกยิ้มด้วยความเจ้าเล่ห์ มือใหญ่ของเขากำลังปลดเข็มขัดออกช้า ๆ สายตาไร้เดียงสาปะปนไปกับความอาการอยากรู้อยากเห็นของเธอทำให้เขาแทบบ้าตาย.... ร่างกายของเขาร้อนรุ่มไปหมดแทบทนไม่ไหวอยู่แล้ว สายตาของเธอที่อยากสัมผัสเรือนร่างของเขาก็ทำให้เขาแทบตายคาออกของเธออยู่แล้ว “เถาเยี่ยน ผมจะตายเพราะคุณ รู้บ้างไหม” เสียงแหบพร่าของลู่จิ่งเซิงทำให้เถาเยี่ยนแทบบ้า หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอเมื่อมือหนากอบกุมมือเล็กมาวางบนแผ่นอกแกร่งอุดมไปด้วยกล้ามแน่น ลมหายใจแทบขาดห้วงเมื่อเคลื่อนไหวหยุดอยู่ตรงขอบกางเกงในสีขาว ตั้งแต่เกิดมาเถาเยี่ยนแทบไม่เคยแตะต้องผู้ชายคนไหนใกล้ชิดถึงเพียงนี้ แม้แต่ชาติที่แล้วเธอไม่ยอมให้หานจวิ้นเหาใกล้ชิดถึงเพียงนี้เลยสักครั้ง อย่างมากเธอยอมให้จูบเพียงเท่านั้น แต่กับลู่จิ่งเซิงกลับแตกต่างออกไป ชายหนุ่มทำให้ความปรารถนาบางอย่างตื่นขึ้นภายในร่างกายของเธอ ความรู้สึกวูบไหวราวกับมีผีเสื้อนับร้อยบินวนอยู่บริเวณท้องน้อยคืออะไรกันแน่ ยิ่งได้สัมผัสเรือนร่างของเขา เถาเยี่ยนก็ยิ่งปรารถนาให้ชายหนุ่มสัมผัสเธอมากกว่านี้ ชั่ววินาทีกางเกงในถูกกระชากออกไปอย่างแรง เถาเยี่ยนถอยห่างเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยอาการตกใจ เมื่อแก่นกายร้อนของเขาชูชันทันทีที่ได้รับอิสระ “อะ...” เถาเยี่ยนหลุดอุทานทันที แต่ยังไม่ทันหายตกใจ เสียงของเธอก็ถูกกลืนหายไปด้วยริมฝีปากของเขา ลิ้นของเขาสอดแทรกเข้ามาด้วยความรวดเร็วและชำนาญเกินกว่าเถาเยี่ยนจะปฏิเสธได้ทัน มืออีกข้างของเขานำพามือของเถาเยี่ยนสำรวจร่างกายอันสมบูรณ์แบบของเขา “ผมจะไม่ยอมปล่อยคุณไป” ลู่จิ่งเซิงเอ่ยซ้ำ ๆ ราวกับว่าเขากลัวว่าเถาเยี่ยนจะจากไป “ลู่จิ่งเซิง...” เถาเยี่ยนอุทานชื่อของเขาออกมา เมื่อมือเล็กกำลังสัมผัสของร้อนมันกำลังแข็งชันใต้ฝ่ามือของเธอ แก้มทั้งสองข้างเถาเยี่ยนแดงจนยามไปถึงหู สายตาเหลือบมองลงไปเบื้องล่างที่เจ้าสิ่งนั้นกำลังอยู่ใต้ฝ่ามือก็ยิ่งทำให้เถาเยี่ยนเขินเข้าไปใกล้ ลู่จิ่งเซิงมองเธอราวกับจะกลืนกินเธอลงไปทันที เขากำลังขบกรามแน่นด้วยความทรมาน เขาทนไม่ไหวอีกแล้ว เขาจัดการถอดเสื้อผ้าของหญิงสาวออกไปให้พ้นหูพ้นตาของเขา ไม่นานความเย็นเฉียบกระทบร่างกาย ขนอ่อนของเถาเยี่ยนลุกซู ทรวงอกคู่งามทั้งสองข้างถูกชายหนุ่มกอบกุมก่อนบีบคลึงด้วยความปรารถนา “ประธานลู่” เถาเยี่ยนกัดปากตนเองแน่น ก่อนมือจะเผลอปล่อยของร้อน ใครเล่าจะคิดว่าภายใต้ใบหน้าอันเย็นชาของลู่จิ่งเซิง บนเตียงเขาจะเร่าร้อนขนาดนี้ ปลายนิ้วร้ายกาจของเขากำลังเคลื่อนไหวลงไปตามส่วนโค้งเว้าของร่างบาง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่กางเกงในตัวบางของเธอ“แต่ผมดีใจที่ตอนนี้คุณรู้จักปกป้องตัวเอง เพราะผมคงไม่ได้อยู่ปกป้องคุณทุกนาที” เถาเยี่ยนหันกลับมามองชายหนุ่ม ชาติก่อนเธอมองความหวังดีของเขาเป็นการก้าวก่าย แต่ชาตินี้ทุกคำพูดกลับทำให้หัวใจอบอุ่น “ถึงคุณไม่อยู่ ฉันก็จะไม่ปล่อยให้ใครทำร้ายอีกแล้วค่ะ” “เก่งมากครับ” เขาบีบมือเธอเบา ๆ “แต่ถ้าเหนื่อยก็กลับมาหาผมได้ ไม่จำเป็นต้องเก่งอยู่คนเดียวตลอดเวลา” เมื่อกลับถึงบ้าน ป้าหลิวเตรียมอาหารเย็นไว้เต็มโต๊ะ เถาเยี่ยนเพิ่งนั่งลงลู่จิ่งเซิงก็ตักปลาและคีบก้างออกให้จนหมด ก่อนวางลงในถ้วยของเธอ “ฉันทำเองได้ค่ะ” “ผมอยากทำให้” “ถ้าคุณตามใจฉันมากเกินไป เดี๋ยวฉันเคยตัวนะคะ” “ผมก็อยากให้คุณเคยตัวเหมือนกัน” เธอเงยหน้ามองเขา “ถ้าคุณเคยชินกับการมีผม ต่อไปคุณจะได้ไปจากผมได้ยากขึ้น” คำพูดเหมือนล้อเล่น แต่แววตาของเขาจริงจังจนนางเอกใจสั่น หลังอาหารเย็นเถาเยี่ยนกลับขึ้นห้องเพื่ออาบน้ำ ไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ลู่จิ่งเซิงยืนอยู่ด้านนอกพร้อมแก้วนม
“ฉันหมายถึง พี่ควรแจ้งตำรวจ ไม่ควรยั่วโมโหคนร้าย” เถาซินหรูแก้ตัวด้วยท่าทางแสนไร้เดียงสาไม่ต่างจากอดีตเลยเลยสักนิด เถาเยี่ยนยิ้มบาง ๆ “ฉันยังไม่ได้บอกเลย ว่าคนที่ปล่อยข่าวให้ฉันทำอะไร แล้วเธอรู้ได้ยังไงหึ เถาซินหรูน้องสาวผู้แสนดี” ใบหน้าของน้องสาวต่างแม่ซีดลง ทั้งสองสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง เถาเยี่ยนมองเห็นความหวาดระแวงซ่อนอยู่ใต้ท่าทางอ่อนหวานชัดเจน เถาซินหรูไหวตัวทัน รีบหยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมา “ฉันคงรบกวนเวลาทำงานของพี่มากเกินไป งั้นฉันกลับก่อนนะคะ” “เดี๋ยวสิ” เถาเยี่ยนเรียกให้เธอหยุด ก่อนหยิบภาพที่พิมพ์ออกมาจากเครื่องปริ้นวางลงในถุงผลไม้ ก่อนนำมันส่งให้เถาซินหรู “เอาภาพนี้กลับไปให้คุณพ่อดูด้วย บอกเขาว่าฉันจะหาคนปล่อยข่าวให้เจอ ถ้าฉันพบว่าเป็นคนในครอบครัว ฉันจะไม่ยอมให้เขาใช้เงินปิดเรื่องนี้เหมือนครั้งที่แล้วแน่” เถาซินหรูกำถุงผลไม้ที่เอามาฝากเถาเยี่ยนแน่น “ฉันไม่เข้าใจว่าพี่กำลังพูดอะไร” “ไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร อีกไม่นานเธอคงเข้าใ
ปลายสายเงียบไปเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ “ประธานสั่งว่าทุกเรื่องที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของคุณต้องรายงานครับ” เถาเยี่ยนถอนหายใจ ลู่จิ่งเซิงคงกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนผู้ช่วยของตัวเองให้เป็นคนคอยเฝ้าเธอโดยไม่รู้ตัว “อย่างนั้นก็ตามใจเขาค่ะ” หลังวางสาย เถาเยี่ยนเปิดข้อความข่มขู่ขึ้นมาอีกครั้ง บัญชีปริศนายังไม่มีการตอบกลับ เธอจึงส่งข้อความเพิ่ม ‘ทำไมยังไม่ปล่อยคลิปอีกล่ะ’ คนปล่อยข่าวต้องการให้เธอกลัว แต่คนอย่างเถาเยี่ยนไม่กลัวอยู่แล้ว ยังไงคนที่คิดทำร้ายต้องได้รับกรรมอย่างสาสม ยังไม่ทันเก็บโทรศัพท์ เสียงรองเท้าส้นสูงก็ดังมาจากหน้าประตู กลิ่นน้ำหอมหวานจัดลอยเข้ามา เถาซินหรูยืนอยู่ตรงนั้นสวมชุดสีขาวสะอาด มือหนึ่งถือถุงผลไม้ อีกมือกอดช่อดอกไม้เล็ก ๆ ใบหน้าสวยแต่งแต้มด้วยความกังวลราวกับน้องสาวที่กำลังเป็นห่วงพี่สาวอย่างแท้จริง สร้างภาพเสียเหลือเกิน “พี่เถาเยี่ยน ฉันเพิ่งเห็นข่าว เลยรีบมาหาพี่ค่ะ” คำพูดดังพอให้คนในแผนกได้ยิน เถาซินหรูเดินเข้ามาใกล้ ก่อนวางของบนโต๊ะ “พี่ไม่เป็นไรใช่
ภายในห้องทำงาน เถาเยี่ยนเพิ่งนั่งลง โทรศัพท์ก็มีข้อความจากบัญชีที่ไม่รู้จักส่งเข้ามา ‘ถ้าไม่อยากให้คลิปเมื่อคืนถูกปล่อย เลิกกับลู่จิ่งเซิงซะ’ ด้านล่างแนบภาพนิ่งจากกล้องวงจรปิดหน้าห้องพักของลู่จิ่งเซิง เป็นภาพที่เธอเดินเข้าไปในห้องของเขาด้วยตัวเอง เวลาบนภาพตรงกับคืนที่จัดงานเลี้ยง เถาเยี่ยนจ้องภาพนั้นนิ่ง คนส่งข้อความไม่ได้มีแค่ภาพถ่ายจากหน้าโรงแรม แต่สามารถเข้าถึงกล้องวงจรปิดภายในชั้นพักของผู้บริหารได้ ถ้าภาพนี้ถูกตัดต่อและปล่อยออกไปพร้อมเรื่องโกหก คนทั่วไปย่อมเชื่อว่าเธอเป็นฝ่ายเข้าไปยั่วยวนลู่จิ่งเซิงจริง ๆ เธอกดบันทึกภาพและส่งต่อให้เฉินอี้ตรวจสอบ ก่อนพิมพ์ตอบกลับไปเพียงประโยคเดียว ‘ถ้ามีคลิปจริงก็ปล่อยเลย ฉันกำลังรอดูอยู่’ อีกฝ่ายอ่านแล้ว แต่ไม่ตอบ เถาเยี่ยนกำลังคิดว่าจะใช้ข้อความนี้ล่อคนที่อยู่เบื้องหลังออกมายังไง จู่ ๆ เสียงคนในแผนกก็เงียบลงคล้ายโลกกำลังหยุดหมุน กลิ่นหอมเย็นที่คุ้นเคยทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร ลู่จิ่งเซิงยืนอยู่ตรงนั้นต่อหน้าพนักงานทุกค
“เยี่ยนเยี่ยน ผมมารับคุณกลับบ้าน” พนักงานรอบข้างหยุดดูทันที พลางมองมายังเธอและหานจวิ้นเหาด้วยความสงสัยและอยากรู้ เถาเยี่ยนมองดอกไม้ในมือเขา ก่อนเงยหน้ามองใบหน้าที่เคยหลงรักมาหลายปี ชาติก่อนเธอใจอ่อนแค่เห็นเขามารอ ตอนนี้เถาเยี่ยนคิดว่าเขาเหมาะกับการเป็นนักแสดงมากกว่าเป็นแฟนเก่าเธอเสียอีก แสดงเก่งเสียจริง “บ้าน” น้ำเสียงของเถาเยี่ยนสูงเล็กน้อย พลางเลิกคิ้วมองใบหน้าของเขาด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนยกยิ้มมุมปาก “บ้านของเราไง ผมรู้ว่าคุณยังโกรธ ผมยอมรับว่าผมผิด แต่คุณไม่จำเป็นต้องไปอยู่กับผู้ชายอื่น” คำพูดของเขาดังพอให้ทุกคนได้ยินราวกับต้องการประกาศให้คนอื่นรับรู้ว่า ข่าวลือที่ผ่านมาเกี่ยวกับเธอ คือเรื่องจริง หานจวิ้นเหาเจ้าเล่ห์ไม่เคยเปลี่ยน “ผมไม่โกรธที่คุณทำผิด ขอแค่คุณกลับมา ผมพร้อมให้อภัยทุกอย่าง” เถาเยี่ยนเกือบหัวเราะออกมา คนที่ควรพูดคำพูดนั้นออกมาควรเป็นเธอมากกว่า เธอแค่ตาสว่างเลือกสิ่งที่เหมาะกับเธอมากกว่าผู้ชายเฮงซวยอย่างหานจวิ้นเหา “คุณให้อภัยฉันเรื่องอะไร” “เยี่ยนเยี
“ฉันดูเป็นคนชอบใช้กำลังขนาดนั้นเลยหรือไง” “ถ้าคุณอยากตบจริง ๆ บอกผมก่อน ผมจะให้คนเตรียมน้ำแข็งประคบมือไว้ให้” หญิงสาวหลุดหัวเราะ ก่อนผลักแขนเขาเบา ๆ “ไปทำงานได้แล้วค่ะ” เมื่อมาถึงแผนกการตลาด หลินเสี่ยวถงก็รีบวิ่งเข้ามาหา “หัวหน้าเถา คุณไม่เป็นไรใช่ไหมคะ” “ฉันสบายดี” “มีคนส่งข่าวเข้ากลุ่มบริษัทตั้งแต่ตีห้า แล้วก็ส่งอีเมลร้องเรียนถึงฝ่ายบุคคลด้วยค่ะ เขาบอกว่าคุณมีความสัมพันธ์กับผู้บริหารและได้รับตำแหน่งอย่างไม่เป็นธรรม” หลินเสี่ยวถงรีบรายงาน เถาเยี่ยนรับโทรศัพท์ของอีกฝ่ายมาดู บัญชีที่ส่งข่าวเข้ากลุ่มเป็นบัญชีที่เพิ่งสร้างใหม่ แต่รายชื่อผู้รับอีเมลถูกเลือกอย่างจงใจ ทั้งฝ่ายบุคคล ฝ่ายตรวจสอบ และกรรมการของบริษัทในเครือ คนลงมือไม่ได้ต้องการแค่ทำให้เธอเสียชื่อ แต่ต้องการให้เธอถูกพักงานด้วยอย่างนั้นหรือ “เก็บภาพหน้าจอทั้งหมดไว้ อย่าตอบโต้ และอย่าให้ใครในทีมทะเลาะกับคนอื่นเพราะเรื่องนี้” “แต่พวกเขาพูดถึงหัวหน้าแย่มากเลยนะคะ” “ย







