FAZER LOGIN“อือ”
สะดุ้งเฮือกเมื่อพบว่าในผ้าห่มมีร่างอุ่นๆ ของใครในนั้นอีกทั้งมือเหนียวราวกับหนวดปลาหมึกกอดรัดเขาไว้แน่น
ผงกศีรษะมองหน้าก็รู้ว่านี่คือมีมี่ นางมานอนที่นี่ได้อย่างไร
“มูมู่มาให้กอดหน่อยจะหนีไปไหน”
มีมี่เองก็ครึ่งหลับครึ่งตื่นคิดว่ากำลังกอดแมว อ๋องหรงแกะมือเหนียวออกแต่ไม่สำเร็จ
“หือ กอดนิดกอดหน่อยทำเป็นโมโห พรุ่งนี้ไม่ต้องกินเปียกเลยนะ” บนงึมงำ
อ๋องหรงเป่ยหรางใจเต้นตึกตัก จะว่าไปคืนนั้นจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นด้วยซ้ำแต่ทำไมพอโดนนางกอดอ้อมกอดอบอุ่นนี้กลับรู้สึกแปลกๆ ใจก็เต้นไม่เป็นท่า ก็เขาไม่เคยแนบชิดหญิงใดมาก่อนต่างหาก แค่เพียงรอว่าสักวันได้ได้เผยความในใจกับองค์หญิงสามอวี่หนิง
“ได้รับ1โอกาสพลังพิเศษ ทำให้ตัวร้ายใจสั่นอีกแล้วเย้ๆๆๆๆ”
“นอนๆๆๆ ฉันง่วงแล้ว”
ยกมือเกาที่คอให้อ๋องหรงตาก็ไม่ลืมอีกคนอยากจะปัดมือออกแต่พอเห็นดวงตาดำขลับที่หลับตาพลิ้มเคี้ยวปากจั๊บๆ ก็เลยสงสารไม่อยากปลุกปล่อยให้มี่มี่นอนกอดแบบนั้นมันก็รู้สึกดีไปอีกแบบ หากไม่รวมอาการใจเต้นตึกตักที่เป็นอยู่ริมฝีปากแห้งผากและรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่เขาเป็นบุรุษ ไม่สิจะเห็นแก่ตัวมากไปแล้วนางเป็นหญิงนี่จะมาทำแบบนี้นางก็จะเสียหาย
“นี่เจ้า เจ้า นี่เจ้าองค์หญิงเก้า”
มีมี่พลิกตัวนอนหงายเหยียดยาวบนที่นอนดวงตากลมโตหลับตาพลิ้มริมฝีปากบางแดงระเรื่อใบหน้าเรียบบเนียนแก้มสีชมพูบางๆ และยังร่างบางในอาภรณ์ชุดฮั่นฟูสีชมพูขาว นางนอนทั้งแบบนั้นไม่มีใครบอกนางหรือว่าควรจะถอดอาภรณ์ออกบางส่วน เอื้อมมือสั่นเทาคลายสายรัดเอวที่รัดแน่นออกให้เวลานอนจะได้ไม่อึดอัด มีมี่นอนหงายแผ่หลาด้วยความเคยชินไม่ระวังตัวทำเอาอ๋องหรงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น เจ้าลูกชั่วลู่เหวินทำไมไม่บอกเขาว่ากระโจมหลังนี้เป็นขององค์หญิงเก้าเอ่อถัว ทำให้เขาเสียอาการจนได้
ยกมือขึ้นลูบใบหน้าของตัวเองก่อนจะ สะบัดผ้าห่มห่มคลุมร่างเหยียดยาวของมีมี่ไว้ ส่วนตัวเขาประสานมือที่ท้ายทอยนอนตาแข็งไม่อาจข่มตาหลับใหลลุกขึ้นตั้งใจจะไปหาที่นอนใหม่หรือไม่ก็ไปหากระโจมอีกหลังของเขา กว่าจะได้นอนคงอีกเกือบชั่วยาม
นั่นไม่ร้ายเท่ากับมีมี่พลิกตัวมาอีกครั้งมือบางกอดที่เอวหนาของเขาไว้แน่นใบหน้างามซุกอยู่ที่อกกว้างจำต้องเอามือที่ประสานกันออกมาประคองแผ่นหลังของมีมี่ไว้ ช่างเถอะ ไว้ค่อยคิดเรื่องนี้ไว้ค่อยแก้ไขเรื่องนี้อีกที
วังหลวง
“เสด็จพ่ออออออออ ท่านอาอ๋องหรงไม่สิอ๋องหรงเป่ยหลางกำลังจะกลับมาแล้วใช่ไหมลูกได้ยินพวกนางกำนัลเขาพูดกันว่าเสด็จพ่อกำลังจะแต่งตั้งสนมคนใหม่เพราะอ๋องหรงพาสนมคนใหม่มาส่งให้เสด็จพ่อที่วังหลวง”
อวี่หนิงที่ใบหน้างดงามผุดผ่องร่าเริงสดใสราวกับหิมะแรกวิ่งมากอดเอวฉีก้านด้วยท่าทีออดอ้อน
“อวี่หนิงสำรวมหน่อย” ส่งเสียงปรามไม่จริงจังนักก็รักลูกคนนี้กว่าใครเพราะนางคือลูกสาวคนเดียว จากฮองเฮาที่รัก และฟันฝ่าด้วยกันมาตั้งแต่แรก
ขันทีอาวุโสรีบเดินไปสั่งให้นางกำนัลนำของว่างเข้ามาเพื่อเอาใจอวี่หนิง
“เสด็จพ่อก็ลูกดีใจนี่เจ้าค่ะ ท่านอาอ๋องหรงใจดีที่สุดจะต้องมีของฝากมากมายแน่ๆ ว่าแต่ท่านอาหาไข่มุกมังกรพบไหม”
ฉีก้านยิ้มน้อยๆ วางพู่กันลง
“องค์หญิงสามของพ่อสนใจเรื่องไข่มุกมังกรด้วยหรือ”
“เพคะ ลูกลองอ่านตำราโบราณเกี่ยวกับไข่มุกมังกรแล้ว มันก็แค่เรื่องเล่า” ฉีก้านยิ้มน้อยๆ
“จะจริงหรือหลอกอ๋องหรงก็ยังไม่พบ เห็นหรือไม่ว่าอ๋องหรงไม่ได้เรื่องเพียงใด”
“ท่านอาเพิ่งจะยี่สิบอายุมากกว่าข้าแค่สามปี เสด็จพ่อเขาเป็นน้องท่านเป็นน้องท่านถึงจะไม่ได้ร่วมบิดาก็ร่วมมารดา ท่านควรดีกับเขาหน่อย”
“ข้าไม่ดีกับเขาตรงไหนกัน เอาอย่างนี้กลับมานี่จะให้เขาอยู่ที่นี่ไม่ไปไหนอีกดูแลห้องเก็บตำราดีไหม”
“เสด็จพ่อใจดีที่สุดเลย ดีเลยข้าชอบไปที่ห้องเก็บตำราจะได้เจอท่านอาบ่อยๆ” ฉีก้านขมวดคิ้ว
“เจ้าชอบไปห้องเก็บตำราตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”
ตั้งใจจะจับอวี่หนิงแยกกับอ๋องหรงแต่กลับทำให้ทั้งสองใกล้ชิดกัน นี่แหละเขาเรียกว่า ลิขิตฟ้าหรือจะสู้แป้นพิมพิ์นักเขียน
เช้าสดใสมีมี่บิดขี้เกียจอยู่บนแท่นนอน
“สบายจัง เมื่อคืนนอนกอดมูมู่ทั้งคืนเลยยิ้มแก้มปริ
“องค์หญิงเจ้าขา ตื่นแล้วหรือเจ้าค่ะ” ซูเอ่อนำน้ำอุ่นเข้ามาให้ล้างหน้าอีกคนปิดปากหาว
“วันนี้ไม่เอาไก่ย่างแล้วเบื่อแล้ว” ซูเอ่ออมยิ้ม
“วันนี้เห็น ท่านอ๋องไปสั่งคนทำอาหารให้ทำข้าวต้ม” มีมี่พยักหน้า
“ไม่อยู่ท้องแต่ก็ดีกว่าไก่ย่างแหละ”
“อะอะ องค์หญิงเจ้าขา…เอ่อ..เอ่อ…ซูเอ่อบังอาจถาม” เอ่ยปากด้วยท่าทีกล้าๆ กลัวๆ
“ว่ามาอ้ำอึ้งอะไรอยู่” ซูเอ่อก้มหน้า
“เมื่อคืนท่านอ๋องนอนข้างๆ เช้านี้องค์หญิงไม่รู้สึกว่าเมื่อยหรืออ่อนเพลียอะไรบ้างหรือท่านอ๋องถึงกับต้องสั่งข้าวต้มแต่องค์หญิงนี่หน้าตาสดชื่นดูดีมากเลยเจ้าค่ะ หรือว่าองค์หญิงเอาเปรียบนอนมองเพดานกระโจมอย่างเดียวปล่อยให้ท่านอ๋องออกแรงเพียงลำพัง”
มีมี่อ้าปากค้าง
“หา”
“ไม่หาเจ้าค่ะเมื่อเช้าซูเอ่อเข้ามาข้างในก็เห็นองค์หญิงกับท่านอ๋องนอนกอดกันกลมท่านอ๋องยังเสียสละแขนของท่านอ๋องให้องค์หญิงหนุนด้วยเจ้าค่ะ เป็นอ๋องที่ดีจริงๆ แต่รับรองเจ้าค่ะซูเอ่อไม่พูดเรื่องนี้กับใครแน่ๆ”
มีมี่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น
“ระบบบบบบออกมาเดี่ยวนี้ทำไมไม่เตือนฉัน”
“เจ้าค่ะท่านผู้ใช้สามโอกาสพลังพิเศษทำให้ตัวร้ายกอดได้เจ้าค่ะ”
“เฮอะๆๆๆ ท่าจะบ้าไปใหญ่แล้วได้แต้มด้วยเหรอ”
“ก็ต้องได้สิเจ้าคะเพราะนี่คือระบบตัวร้ายกลับใจ” มีมี่กลืนน้ำลายลงคอยากเย็น
วังหลวง
“อู้หู นี่หรือวังหลวง”
มีมี่ยื่นหน้าออกมาจากเกี้ยวจ้องมอง กำแพงสูงใหญ่ที่ห้อมล้อมเขตวังหลวงไว้
“ฉันจะลงแล้วนะ”
หันมองอ๋องหรงที่เอาแต่กำปิ่นปักผมที่ห่อไว้ด้วยผ้าไหมอย่างดีในมือ
“นี่นายฉันจะลงแล้วนะได้ยินไหม”
อ๋องหรงเป่ยหลางถอนหายใจยาวราวกับแบกโลกไว้ทั้งใบ ยัดห่อผ้าที่พับเก็บอย่างดีลงในอกเสื้อ
“ดูแลตัวเอง ตั้งแต่นี้ไปเจ้าเป็นคนของฝ่าบาทข้ามีหน้าที่เพียงมาส่งเจ้า….เท่านั้น”
มีมี่ขมวดคิ้ว
ร่างเล็กถูกกดทาบไว้แน่นกับพื้นหญ้า อ้อมแขนแข็งแรงโอบรัดไม่เปิดช่องให้หนี ริมฝีปากบางถูกช่วงชิงอีกครั้งอย่างหวานลึก มีมี่ที่กำลังเคลิ้มไปไกล สมองขาวโพลนไปหมด รู้เพียงว่าลมหายใจของอีกฝ่ายร้อนผ่าวจนหัวใจนางเต้นไม่เป็นจังหวะปลายนิ้วของนางเผลอกำเสื้อเขาแน่น ร่างทั้งร่างอ่อนลงทุกขณะแต่แล้วเสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังแว่วใกล้เข้ามา"ท่านพ่อบุญธรรมขอรับ องค์หญิงเก้าขอรับ"เสียงของลู่เหวินชัดเจนขึ้นทุกทีอ๋องหรงชะงักไปเพียงเสี้ยวลมหายใจ ดวงตาคมฉายแววขัดใจ ก่อนจะถอนหายใจยาวอย่างเสียดาย แล้วก้มลงกดจูบที่ริมฝีปากบางของมีมี่อีกครั้ง คราวนี้อ้อยอิ่งเนิบนานราวกับจงใจทิ้งร่องรอยไว้มีมี่ตาเบิกกว้าง ใบหน้าแดงแปร๊ดไปทั้งแถบยังไม่ทันได้ตั้งสติลู่เหวินก็โผล่พ้นพุ่มไม้เข้ามา"อะ ท่านพ่อบุญธรรมท่าน…"ประโยคของเขาค้างกลางอากาศอ๋องหรงขยับตัวอย่างสงบนิ่ง มือใหญ่คว้าไก่ป่าที่ตกอยู่ข้างกายชูขึ้น สีหน้าเรียบเฉยราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น"ข้ากับองค์หญิงเก้าเรากำลังช่วยกันจับไก่ป่า"มีมี่หน้าแดงจัด รีบก้มหน้าหนีแทบไม่ทัน มือยังสั่นน้อยๆลู่เหวินมองซ้ายมองขวา ดวงตาเป็นประกายแปลกๆ ก่อนจะยิ้มแห้งแล้วประสานมือ
ม้าเร็วควบฝ่าลมกลางค่ายทหาร เสียงเกือกม้ากระแทกพื้นดินดังถี่ ก่อนร่างทหารจะกระโดดลงจากอาน รีบวิ่งตรงไปยังกระโจมหลักของอ๋องเฉวียนม่านกระโจมถูกเปิดผาง"ท่านอ๋องขอรับ ตอนนี้ฮ่องเต้ฉีก้านได้ส่งหนังสือคำสั่งให้ประหารท่านอ๋องหรงทันทีหากพบหน้า"ภายในกระโจม อ๋องเฉวียนที่กำลังพิจารณาแผนที่อยู่เพียงชะงักปลายพู่กันเล็กน้อย ก่อนมุมปากจะยกขึ้นช้าๆ แววตาลึกล้ำอ่านไม่ออก"เร็วดีนี่ สิ่งที่องค์หญิงเก้าทายทักไว้กำลังจะเกิดขึ้นแล้วสินะนางทำนายไว้แม่นราวกับจับวางรู้แม้กระทั่งวันเดือนปี"เขาวางพู่กันลงอย่างไม่รีบร้อน สีหน้าสงบนิ่งราวกับข่าวเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย เพราะเขารู้ล่วงหน้าจากจดหมายของมีมี่ที่ให้ลู่เหวินส่งถึงเขาแล้วนั่นเอง"ส่งหนังสือตอบรับไปทันทีว่าข้าพร้อมจะทำตามพระบัญชาอย่างไม่มีบกพร่อง"องครักษ์ข้างกายยิ้มบางๆ อย่างรู้กัน ดวงตาฉายแววเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดนั้นดีอ๋องเฉวียนเอนตัวพิงพนักเก้าอี้เล็กน้อย ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ"เซียวหยา"องครักษ์หนุ่มก้าวออกมาหนึ่งก้าว ประสานมือคำนับ"ข้าน้อยพร้อมรับคำสั่ง""ส่งคนคุ้มกันอ๋องหรงให้มาพบกันที่นี่อย่างปลอดภัยและเร่งเดินทางให
เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินหลุดออกจากริมฝีปาก ก่อนที่นางจะกัดปากตัวเองแน่น พยายามกลืนความรู้สึกบางอย่างลงไปลู่เหวินที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เหลือบมององค์หญิงสาม แล้วถอนหายใจเงียบๆ เบามากจนแทบไม่มีใครได้ยินมีมี่เดินตามอ๋องหรงไปเงียบๆ มืออุ่นใหญ่ยังกุมมือของนางไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ความอบอุ่นนั้นส่งผ่านมาจนปลายนิ้วของนางร้อนวูบโดยไม่รู้ตัว"จะต้องเดินเบาๆ ย่องช้าๆ เดินเหมือนเจ้าเกรงว่าวันนี้เราจะไม่ได้ไก่หรือกระต่ายสักตัว"อ๋องหรงพูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย พลางกุมมือมีมี่ไว้มั่นคงพูดจบเขาก็นั่งย่อตัวลงทันที พร้อมดึงมีมี่ให้นั่งลงข้างพุ่มไม้ตามเขา สายตาคมจับจ้องไปข้างหน้า ที่ใต้ดงไผ่มีไก่ป่ากำลังคุ้ยเขี่ยหาอาหารอยู่จริงๆ"ซู่ๆๆ"ส่งสัญญาณให้เงียบมีมี่รีบนั่งลงข้างหลังเขา ตัวเกร็งเล็กน้อย แต่"นั่นๆๆๆ ทางนั้น"นางรีบชี้ไปอีกด้านน้ำเสียงตื่นเต้น ที่มีแม่ไก่พาลูกน้อยคุ้ยเขี่ยดินอยู่อ๋องหรงหันกลับมาใบหน้าหล่อเหลาเกือบชนเข้ากับใบหน้าของมีมี่ที่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่กระเบียดนิ้วลมหายใจอุ่นร้อนปะทะปลายจมูกของนางโดยตรง ผงะหงายเพราะความตกใจ"อะ"มีมี่สะดุ้งเบาๆ ด้วยความตกใจเมื่ออีกคนดึงมือไว้ ดวงตาคมลึกของเขาจ
ขบวนเดินทางเคลื่อนออกจากชายป่าอีกครั้ง เสียงกีบม้าดังกระทบพื้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ มีมี่นั่งอยู่บนหลังม้าท่าทางเกร็งไหล่ ปากเม้มแน่นเหมือนกำลังอดทนกับอะไรบางอย่าง ดวงตากลอกไปมาครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจยาวเบาๆ"ระบบ ฉันอยากได้พลังพิเศษขี่ม้าได้ตอนนี้ทันที จะได้ไม่ต้องนั่งบนหลังม้าแล้วเคียงข้างไปกับอ๋องขี้เก๊กคนนั้น"เสียงหัวเราะคิกคักใสดังขึ้นข้างหูทันที"ได้เลยเจ้าค่ะนายหญิง ข้าน้อยจะจัดการให้ตอนนี้ นี่คือหญ้าวิเศษ นายหญิงให้เจ้าม้าโง่ตัวนั้นกิน พอมันกินเข้าไปแล้วมันจะฟังภาษาคนออก นายหญิงก็แค่พูดกับมันเพราะๆ ลูบหลังมันเบาๆ แล้วมันจะพานายหญิงไปทุกที่ที่ต้องการ"มีมี่ก้มมองหญ้าสีเขียวสดที่โผล่มาในมือ ก่อนจะถอนหายใจแล้วค่อยๆ ยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์"ต่อไปก็เหลือแค่อยู่ห่างๆ หมอนั่น ไม่ต้องเข้าใกล้ฉันก็ปลอดภัย ฮ่าาา"พูดจบ นางก็แอบก้มตัวลงยื่นหญ้าไปตรงปากม้าอย่างแนบเนียน มือเล็กตบแผงคอมันเบาๆ"มากินเร็ว เจ้าตัวดี"ม้าหนุ่มพ่นลมหายใจฟึดหนึ่ง ก่อนจะงับหญ้าเข้าไปเคี้ยวกร้วมๆ อย่างไม่ระแวงมีมี่รีบลูบคอมันเบาๆ พลางกระซิบเสียงหวาน"เด็กดี เจ้าม้ารูปหล่อ เจ้าน่ะ พาข้าเดินดีๆ ล่ะ"แทบจะทั
อ๋องหรงผละออกจากมีมี่อย่างง่ายดาย สีหน้ากลับมาเรียบเฉยราวกับเมื่อครู่ไม่เคยเกิดอะไรขึ้น มีมี่ถอยหลังไปหนึ่งก้าว มือยกขึ้นแตะริมฝีปากตนเอง ดวงตายังแดงช้ำยังไม่ทันที่ใครจะเอ่ยคำ เสียงฝีเท้าก็เร่งเข้ามาใกล้ลู่เหวินกับอวีหนิงพุ่งออกจากแนวไม้ทึบ"ท่านอา...."อวีหนิงรีบวิ่งเข้าไปโผกอดอ๋องหรงแนบแน่น น้ำตาไหลรินเป็นสาย ตัวสั่นเล็กน้อยราวเพิ่งผ่านความหวาดกลัวมาเต็มที่"อวีหนิงคิดว่าจะไม่ได้พบท่านอาอีกแล้วฮืออออออ"อ๋องหรงชะงักเพียงครู่ ก่อนค่อยๆ ยกมือขึ้นกอดตอบ ฝ่ามือลูบศีรษะนางเบาๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำลงอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้ยิน"ไม่ต้องร้องแล้วอาอยู่นี่แล้ว"อวีหนิงยิ่งซบแน่นขึ้นอย่างวางใจลู่เหวินยืนมองอยู่เงียบๆ แววตาวาบไหวเล็กน้อยส่วนมีมี่… นางหันหลังให้ทั้งสามคนตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ร่างเล็กเดินเงียบๆ หลบออกไปอีกทาง ปลายแขนเสื้อยกขึ้นปาดหางตาลวกๆ ก่อนเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นราวไม่อยากให้ใครเห็นสีหน้าตนเอง“ฉันไมไ่ด้ร้องไห้เสียใจฉันร้องเพราะฉันกลัวหนอนแก้วนั่นต่างหาก”มีมี่เดินเลี่ยงออกมาได้ไม่ไกลก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าตามหลังมาอย่างไม่ปิดบัง นางสูดจมูกเบาๆ รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แ
เสียงใบไม้ไหววูบดังขึ้นพร้อมเงาดำพุ่งออกมาจากทุกทิศ มือสังหารนับสิบกรูกันเข้าหากองคาราวานในพริบตา อ๋องหรงชักกระบี่ออกจากฝักอย่างว่องไว ร่างสูงก้าวพรวดมาขวางหน้ามีมี่ทันที คมกระบี่สะท้อนแสงเย็นเยียบ มือใหญ่รั้งเอวบางแนบชิดราวกับภาพทีเซอร์ของซีรียส์ดีดีสักเรื่อง“พระเอกของฉัน ทำไมเท่จังฮือออ” แต่เดี่ยวก่อน…."ไม่มันไม่ถูกต้องท่านอ๋อง ท่านต้องไปช่วยองค์หญิงสามอวีหนิงสิ พระเอกต้องช่วยนางเอกก่อนมาช่วยข้าทำไม""หุบปากของเจ้าถ้าไม่อยากตายก็อย่าห่างข้าอยู่ใกล้ๆ ข้าไว้"อ๋องหรงตวาดเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบกวาดมองศัตรูรอบด้านโดยไม่หันกลับมา มุมคิ้วขมวดแน่น บรรยากาศตึงเครียดจนลมหายใจแทบสะดุด มีมี่เม้มปากแน่น ใจหนึ่งยังงงงัน อีกใจคิดไปไกล….หากฉันตายในนิยายเรื่องนี้แล้วจะได้กินของอร่อยๆ อย่างชาบู พิซซ่าไหมคิดจบก็รีบถอยกรูดไปหลบด้านหลังอ๋องหรงทันทีเกาะชายเสื้อพลิ้วไหวไว้แน่นลู่เหวินก้าวเข้ามาประกบ เอาหลังพิงหลังอ๋องหรง กระบี่ในมือยกตั้งรับ สีหน้าจริงจังน้ำเสียงเข้ม อย่างผู้ที่พร้อมจะเสียสละ"พ่อบุญธรรม ท่านพาองค์หญิงเก้าหนีไปก่อน นี่มันมือสังหารระดับพระกาฬสังกัดวังหลวงชัดๆ ลูกลองประมือกับพวกมันดูแล้ว







