LOGINไม่มีในบท นิยายเรื่องนั้นอ๋องหรงไม่ได้มาส่งใครไม่มีใครตามมาด้วยเพียงแค่กลับวังหลวงใกล้ชิดองค์หญิงสามโดยมีฝ่าบาทและเสวียนอี้คอยขัดขวางแสดงว่ามีมี่ถูกเพิ่มบทเข้ามาแน่ๆ
แล้วฉานเป็นตัวอะไรวะ
“ได้ได้ได้ ฉันจะดูแลตัวเองท่านเองก็ระวังตัวต่อจากนี้จะต้องพบเจออุปสรรคมากหน่อยแต่อย่ายอมแพ้นะ..สู้สู้ อืมลืมบอกไปหากมีอะไรที่ไม่เข้าใจหรือหาทางออกไม่ได้ก็มาปรึกษาได้นะข้าช่วยได้จริงๆ นะ”
ในฐานะคนคุ้นเคยมีมี่อดที่จะรู้สึกใจหายไม่ได้แค่ไม่กี่วันที่ใช้เวลาเดินทางร่วมกันมารู้สึกว่าอ๋องหรงคนนี้มีบางอย่างที่แบกไว้หนักอึ้งทีเดียว
“ข้าไม่มีอะไรให้เจ้าช่วย เพราะข้าช่วยอะไรเจ้าไม่ได้”
เหลือบตามองขันทีอาวุโสที่ถือพานเดินมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ต้อนรับองค์หญิงเก้าซวี่หลินเข้าสู่ตำหนักเหมยฮวา…..เตรียมการถวายตัววววว” มีมี่ยืนตัวแข็งทื่อ นี่มันเรื่องอะไรกัน เดิมคิดว่านี่คือวิกฤติของอ๋องหรงแต่ตอนนี้เป็นวิกฤติของมีมี่ไปเสียแล้ว ถวายตัวอะไรกันใครจะถวายตัวฉันไม่ใช่องค์หญิงเก้าแต่จะปฏิเสธอย่างไรได้เสื้อผ้าหน้าผมก็องค์หญิงเก้าซวี่หลินทั้งหมด
หันมองอ๋องหรงสบตาคมที่เฉยชานั้น เหมือนจะขอร้องให้ช่วย แต่กลับถูกนางกำนัลกับขันทีล็อกตัวไว้พยุงเดินขึ้นไปบนเสลี่ยง จะโวยวายก็ใช้ที่จะตีโพยตีพายหรือก็ไม่อาจ
“ซูเอ่อเจ้าตามองค์หญิงเก้าไป” อ๋องหรงหันไปสั่งซูเอ่อที่รีบวิ่งตามมีมี่ไปติดๆ
“พ่อบุญธรรม ท่านว่ามันไม่ยุติธรรมใช่ไหม รับองค์หญิงเก้ามาเพื่อให้เป็นสนมไม่น่าเลยยย พ่อบุญธรรมท่านผิดนะเนี๊ยะที่พานางมาให้มังกรหิวกระหายผู้นี้”
ลู่เหวินกระซิบข้างๆ หูยุยงปลุกปั่นก็คงไม่ผิด
“หุบปากแล้วเข้าไปข้างใน”
“พ่อบุญธรรมท่านไม่รู้สึกอะไรจริงหรือท่านเป็นคนพาองค์หญิงมานะ ไม่รู้สึกว่าองค์หญิงเอ่อถัวน่าสงสารหรือไรนางยังสาวต้องมาแต่งกับ…”
รีบยกมือขึ้นอุดปากตัวเองเมื่อเสียงหนี่งดังอยู่ด้านหลัง
“ท่านอ๋อง ท่านอา”
สองดรุณีแรกรุ่นแต่งกายด้วยอาภรณ์สีหวานงดงามไม่เป็นรองกันเดินเรียงหน้าเข้ามา
อ๋องหรงจ้องมองใบหน้าสว่างสดใสของอวี่หนิงก่อนจะยิ้ม
“องค์หญิงลมแรงอากาศหนาว เจ้าออกมาทำไม”
“ท่านอา อวี่หนิงมารอของฝาก” อ๋องหรงยิ้มบางๆ
“ท่านอ๋อง ข้าเองก็มารับท่าน” เสวียนอี้เอ่ยปากเพราะรู้สึกว่าไร้ตัวตนสิ้นดี
“ได้ยินแล้วแต่ข้ากับคุณหนูหวังไม่เคยพบหน้าเหตุใดต้องมารับข้าด้วย”
เสวียนอี้ยิ้มเอียงอาย
“เดิมเสวียนอี้คิดว่าท่านอ๋องมีชีวิตเพียงลำพังมาเนิ่นนานมิได้มีใครห่วงใยรักใคร่ จึงหวังว่าจะมาเพื่อเป็นกำลังใจว่ายังมีใครที่รอคอยการกลับมาของท่านอ๋อง”
ลู่เหวินอมยิ้ม
“ขอบใจหนูหวังยิ่งนัก”
“เชอะ วันนี้ข้ามาแล้วเจ้าไปเสีย” อวี่หนิงเอ่ยปากไล่เอาเสียดื้อๆ
“เพคะ องค์หญิงมาแล้วเสวียนอี้ควรไป ไว้หากมีโอกาสท่านอ๋องแวะไปที่จวนกรมคลังดื่มน้ำชาจากตะวันตก รสดีไม่น้อยอยากให้ท่านอ๋องได้ลองชิม”
“รสดี ก็มีไว้แต่ในจวนเจ้ารสดีเหตุใดไม่นำมาถวายเสด็จพ่อเล่า” อวี่หนิงเหน็บแหนม เสวียนอี้ยิ้มหวานหยด
“เจ้าค่ะ เสวียนอี้น้อมบัญชาองค์หญิงสาม” ยอมโดยดี อ๋องหรงได้แต่ถอนหายใจ
เสวียนอี้ไปแล้วอวี่หนิงยิ้มสดใส
“ท่านอา เสด็จพ่อปูนบำเหน็จให้ท่านดูแลห้องเก็บตำราต่อจากนี้ไม่ต้องไปไหนแล้ว” อ๋องหรงเลิกคิ้วสูง ถอนหายใจยาว
ตำหนักเหมยฮวา
มีมี่ถูกพาเข้ามาในห้อง นางกำนัลรายล้อมเพื่อจะจับแช่นำอบและขัดผิวก่อนจะถวายตัว
“ม่ายยยยยห้ามแตะต้องตัวข้า ในร่างกายของข้ามีเวทย์หยั่งรู้ จะแผ่ออกมาโดยที่มองไม่เห็นไม่มีใครมองเห็นยกเว้นข้า หากพวกเจ้าถูกตัวข้าเวทย์หยั่งรู้นี้หากไม่ใช่คนที่เกิดมาพร้อมกับมันต้องเวทย์นี้เข้า จะกระอักเลือดสดสดๆ ออกมาแล้วตายในทันที”
นางกำนัลต่างถอยหลังจนชนกันเอง
“ยาพิษ ตัวนางมีพิษร้าย” คนหนึ่งพึมพำเบาๆ
“นั่นแหละเหมือนยาพิษนั่นแหละ แต่ทรมานกว่าลมปราณของพวกเจ้าจะแตกซ่านเจ็บปวดราวเข็มนับหมื่นทิ่มแทง เลือดไหลออกจากทวารทั้งแปด ทรมานยิ่งกว่าม้าแยกร่าง ข้าเป็นห่วงคนบริสุทธิ์เช่นพวกเจ้า ก่อนนั้นนางกำนัลที่เผ่าเอ่อถัวตอนที่ข้าถือกำเนิดพวกเขาตายเพราะข้าไปหลายคนแล้ว ฉะนั้นข้าอาบเองได้ อ้อสาวใช้ของข้าซูเอ่อนางรู้วิธีหลบหลีกไม่ให้เวทย์หยั่งรู้ทำร้ายนาง”
นางกำนัลต่างรีบขยับตัวออกห่างปล่อยให้ซูเอ่อเข้ามาข้างใน
“ซูเอ่อปิดประตู” ซูเอ่อรีบปิดประตูลงกลอนแน่นหนา
“เฮ้อออออ” มีมี่ทิ้งตัวลงนอนแผ่หลากับพื้น
“เอาไงดี” ระบบรีบพูดเแทรกขึ้น
“ดำเนินเรื่องได้ดีเจ้าคะ เวทย์หยั่งรู้ พิษร้ายเลือดออกจากทวารทั้งแปดเข้าท่าๆ”
“จริงหรือไม่เจ้าค่ะเรื่องเวทย์หยั่งรู้” ซูเอ่อถาม
“จริง”
“จริงหรือเจ้าค่ะแล้ว …ละละแล้วที่องค์หญิงกับ ท่านอ๋อง…เอ่อเอ่อคืนก่อนนั้นท่านอ๋องไม่โดนเวทย์หยั่งรู้นั่นหรือเจ้าค่ะ”
จะหลอกศัตรูจะต้องหลอกมิตรให้ตายใจ
“นั่นเพราะข้า ใช้เคล็ดวิชาที่ร่ำเรียนมาสะกดมันไว้อย่างยากเย็นเห็นไหมแบบนี้เจ้ายังคิดว่าข้ากับท่านอ๋องจะทำอะไรกันได้อีกหรือลำบากเพียงนี้ในการเข้าใกล้ข้า”
ซูเอ่อเกาหัวแกรกๆ
“แล้วซูเอ่อเล่าเจ้าค่ะไม่เห็นจะเป็นอะไร” มีมี่ถอนหายใจ ขี้สงสัยจริงๆ
“นั่นเพราะข้าเห็นเจ้าเป็นมิตรอย่างไรเล่า” ซูเอ่อพยักหน้าขึ้นลง
“แต่องค์หญิงเจ้าขา หากเป็นฝ่าบาทคืนนี้องค์หญิงจะต้องถวายตัว แล้วหากว่าฝ่าบาทอยากจะให้องค์หญิงอุ่นเตียง”
มีมี่ถอนหายใจพลิกตัวนอนตะแคง ยกมือขึ้นบีบขมับสองข้าง
“นั่นสิจะทำอย่างไรดี”
อ๋องหรงยืนอยู่หน้าจวน ตรวจดูแผนที่ เสบียง อาวุธ และม้าศึก ลู่เหวินกำลังนับหีบสัมภาระ"ท่านพ่อบุญธรรม ทุกอย่างพร้อมแล้วขอรับ"อ๋องหรงพยักหน้า"อีกไม่กี่วันเราจะออกเดินทาง"สายตาของเขาเหลือบมองไปทางเรือนด้านใน มุมปากยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว...ส่วนมีมี่...นางนอนเหยียดยาวอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ในสวน มือหนึ่งถือผลท้อ อีกมือโบกพัดไปมาระบบนอนพุงกางอยู่บนโต๊ะข้างๆ มีมี่กัดผลท้อคำหนึ่งแล้วถอนหายใจ"ในที่สุดก็สงบสักที"ระบบหัวเราะคิกคัก"นายหญิงเจ้าคะ""หือ""ข้าน้อยมีข่าวดี"มีมี่ลุกพรวด"อะไร"ระบบยิ้มกว้างจนตาหยี"ภารกิจหลักจบแล้ว แต่..."มีมี่หรี่ตา"แต่อะไร"ระบบยกนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว"การเดินทางของท่านกับอ๋องหรง...เพิ่งเริ่มต้นเจ้าค่ะ"มีมี่ถึงกับเอาพัดตีหน้าผากตัวเอง"ข้ารู้อยู่แล้วว่ามันต้องมีต่อ"อ๋องหรงยืนอยู่ข้างม้าศึก พลางตรวจดูอานม้าเป็นครั้งสุดท้าย ลู่เหวินกำลังขนเสบียงขึ้นรถม้า บรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบหลังศึกใหญ่ผ่านพ้นมีมี่เดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างกายเขา นางเงยหน้ามองร่างสูง ก่อนเอ่ยถามเบาๆ"ท่านจะไปจริงหรือ"อ๋องหรงหันมายิ้มอ่อน"อืม"มีมี่เม้มปาก"แล้วข้าเล่า"อ๋องหรงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อน
เสียงเหล็กปะทะเหล็กดังกังวานไปทั่วลานตำหนักฉีก้านในสภาพคลุ้มคลั่งเหวี่ยงกระบี่เข้าใส่อ๋องหรงอย่างดุดันเคร้งอ๋องหรงรับกระบี่ไว้ได้เพียงครู่เดียว แต่บาดแผลจากการศึกก่อนหน้านี้ทำให้แรงเริ่มถดถอย ฉีก้านฉวยจังหวะนั้นฟันกระบี่ลงมาเต็มแรงฉัวะคมกระบี่เฉือนเข้าที่สีข้างของอ๋องหรงอย่างจัง"อึก"ร่างสูงเสียหลัก ล้มลงกระแทกพื้นหิน เลือดค่อยๆไหลซึมเปื้อนอาภรณ์สีเข้ม"ท่านอ๋อง"ใต้เท้าหวังร้องลั่น ฉีก้านหอบหายใจหนัก ดวงตาแดงก่ำ ยกกระบี่ขึ้นเหนือศีรษะ"ตายเสีย"ในเสี้ยวอึดใจนั้น กระบี่อีกเล่มพุ่งเข้าปะทะอย่างรุนแรงอ๋องเฉวียนควบม้ามาถึงพอดี กระโดดลงจากหลังม้าแล้วแทงกระบี่สวนเข้าใส่ฉีก้านทันที"พอได้แล้ว"ฉีก้านหันกลับมาแทบไม่ทันแต่แล้ว...ร่างหนึ่งกลับวิ่งพรวดเข้ามาขวางระหว่างทั้งสองคน"เสด็จพ่อ"เสียงนั้นดังขึ้นพร้อมกันกับคมกระบี่ฉึกปลายกระบี่ของอ๋องเฉวียนแทงทะลุเกราะทหารตรงหน้า อ๋องเฉวียนเบิกตากว้างสัมผัสได้ว่ากระบี่ของตนแทงถูกใครบางคนร่างในชุดทหารค่อยๆทรุดลงหมวกเหล็กกลิ้งตกกับพื้น เส้นผมยาวสีดำสยายออกมา"อ...อวีหนิง"อ๋องเฉวียนหน้าเปลี่ยนสีทันทีฉีก้านตัวแข็งทื่อ"หนิงเอ๋อร์"เลือดสีแดงสดไ
"ของมันแน่อยู่แล้วเสด็จพ่อมอบบัลลังก์ให้ข้าทุกอย่างมีราชโองการและตราประทับชัดเจนใต้เท้าหวังคือพยาน"น้ำเสียงเขาสงบนิ่งจนน่ากลัวเขาหันมองใต้เท้าหวังใต้เท้าหวังพยักหน้าช้าๆ ฉีก้านกัดฟันแน่นจนสันกรามขึ้นชัด"พยานหรือ หึ แล้วที่ข้ามอบตำแหน่งกรมคลังให้เจ้าเล่า หวังหยวน"“ก็แค่เศษเสี้ยวของทั้งหมดที่ฝ่าบาทมี คืนบัลลังก์มาเสีย ท่านก็รู้ว่าฮ่องเต้องค์ก่อนมอบบัลลังก์ให้ท่านอ๋องเหตุใดต้องแย่งชิง”ฉีก้านหัวเราะเย็นยะเยือกก่อนตวาดออกมาด้วยความคับแค้นทั้งหมดในชีวิต"ก็เพราะอ๋องหรงอย่างเจ้ามันอ่อนแอ ปลวกเปียกไร้น้ำยาบัลลังก์นี้จึงควรเป็นของข้าตั้งแต่แรก"ดวงตาของฉีก้านเต็มไปด้วยความเคียดแค้น"เสด็จพ่อเลือกคนผิด คนอย่างเจ้าจะปกครองใต้หล้าได้อย่างไร"อ๋องหรงนิ่งเงียบไม่มีแม้แต่ความโกรธท่าทีสงบนั้นยิ่งทำให้ฉีก้านแทบคลั่ง"เจ้ารู้หรือไม่ ข้าต้องดิ้นรนแค่ไหนต้องเหยียบคนมากมายเท่าใด ทุ่มเทแค่ไหนที่ผ่านมาเพื่อซื้อใจเหล่าขุนนาง แต่เสด็จพ่อกลับมองไม่เห็นมัน เพราะไม่มีใครเคยมองเห็นข้า"ฉีก้านหัวเราะเสียงแหบอ๋องหรงมองเขานิ่งก่อนจะพูดออกมาช้าๆ"แต่เจ้ากลับเลือกกลายเป็นคนแบบที่ตัวเองเกลียด"ฉีก้านชะงักอ๋องหรง
อ๋องเฉวียนชะงักสายตามองอวีหนิงที่หายไปไกลแล้วด้วยความหงุดหงิดใจ"หวังว่าเจ้าจะไม่สร้างเรื่อง และปลอดภัย"แล้วหันกลับไปนำทัพต่อทันทีส่วนอีกด้าน อวีหนิงยังคงควบม้าตามอ๋องหรงไปสุดแรงใบหน้าเล็กเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นแม้ ภายในตำหนักฮองเฮาเต็มไปด้วยความโกลาหล ขันทีและนางกำนัลต่างวิ่งวุ่นเก็บทรัพย์สินล้ำค่าใส่หีบไม้ เสียงตะโกนสั่งการดังระงมไปทั่วด้านนอก เสียงกลองศึกใกล้เข้ามาเรื่อยๆฉีก้านในชุดมังกรสีดำก้าวเข้ามา สีหน้าเคร่งเครียดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน"เร็วเข้า"เขาตวาดใส่เหล่าขันที"เตรียมรถม้าเดี๋ยวนี้"ฮองเฮาฟางซินที่กำลังรื้อหีบเครื่องประดับด้วยความร้อนรน รีบหันกลับมา"ฝ่าบาท"ฉีก้านเดินเข้ามาจับมือนางทันที"เราต้องออกจากวังตอนนี้"แต่เพราะความรีบร้อน ฟางซินกลับทำปิ่นปักผมเล่มหนึ่งตกลงบนพื้นเสียงดังกรุ๊งฉีก้านชะงักสายตามองปิ่นนั้นนิ่งปิ่นหยกสีครามสลักอักษรคำว่า จวิ้นสีหน้าของฉีก้านเปลี่ยนไปทันที“ปิ่นอันนี้” ปิ่นที่มีมี่เคยบอกว่าเก็บไว้ห่างๆ ตัวดวงตาค่อยๆ เย็นเยียบ"นี่คือของใคร บอกข้ามา "ฟางซินหน้าเปลี่ยนสี รีบคว้าปิ่นมากำไว้แน่น“บอกข้ามา ของสิ่งนี้เป็นของใคร”ยังไม่ทันตอบ เสียง
มีมี่แทบอยากเขกหัวมัน"ข้าก็เห็นอยู่ว่านางหายไปแล้วจะมาพูดทำไมหึ"นางรีบเดินออกจากกระโจมทันที สายตามองไปรอบค่ายทหารที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทหารเดินสวนกันไปมา เสียงฝีเท้ากับเสียงอาวุธดังระงมมีมี่คว้าแขนทหารคนหนึ่งไว้"เห็นองค์หญิงสามหรือไม่"ทหารรีบส่ายหน้า"ไม่ขอรับ"นางปล่อยมือทันที ก่อนจะเริ่มใจไม่ดีขึ้นเรื่อยๆ"หรือว่านางจะโดนจับ หรือว่านางจะ ซ่อนตัว หรือว่า…."ระบบรีบส่ายหน้ารัว"ไม่น่าใช่เจ้าค่ะ แล้วจะไปไหน"มีมี่กัดปากแน่นก่อนจะชะงักเมื่อเหลือบเห็นบางอย่างใต้เตียงนอนของอวีหนิง มีผ้าเส้นหนึ่งโผล่ออกมานางรีบเดินกลับเข้าไป ดึงมันออกมาทันทีเป็นผ้าคาดเอวของทหารมีมี่นิ่งระบบค่อยๆ เบิกตากว้าง"หรือว่า แน่แล้วเจ้าค่ะ"ทั้งสองหันมองหน้ากันพร้อมกันมีมี่ร้องลั่น"นางแอบปลอมตัวออกไปแล้วแน่ๆ"ระบบยกมือกุมหัว"แย่แล้วเจ้าค่ะบทนางรองของนางออาจส่งบทให้นางตาย"มีมี่รีบหันตัวออกจากกระโจมทันที"ม้าอยู่ไหน"สีหน้านางเริ่มร้อนใจจริงๆ"อวี่หนิงองค์หญิงสามคนนั้นไม่เคยอยู่เฉยๆ ได้เลยจริงๆ"มีมี่ยืนกอดอกอยู่หน้ากระโจม สีหน้าปวดหัวอย่างที่สุด ระบบลอยวนรอบตัวนางพลางหัวเราะคิกคัก"เจ้าค่ะ ตามบทแล้วองค์
อ๋องหรงขมวดคิ้วนิดๆ"นิยายอะไรอีก"มีมี่หัวเราะแห้งๆ ก่อนจะเงยหน้ามองเขาดวงตาที่เคยขี้เล่นกลับจริงจังขึ้นเล็กน้อย"ชนะหรือแพ้ก็ช่างเถอะ ขอแค่กลับมาอย่างปลอดภัยอย่าให้ข้ารอเก้ออย่าให้ข้าต้องอยู่คนเดียว"มีมี่พูดช้าๆ"ท่านต้องกลับมา"อ๋องหรงชะงักไปเล็กน้อยมีมี่เม้มปาก ก่อนจะพูดต่อ"ข้าไม่ชอบรอใครนะ แล้วก็ไม่ชอบที่ต้องอยู่คนเดียวนานๆ"ดวงตาคมของอ๋องหรงอ่อนลงทันทีเขายกมือขึ้นลูบศีรษะของมีมี่อย่างแผ่วเบา"ได้ข้าจะกลับมา"เสียงนั้นนุ่มลงกว่าทุกครั้งมีมี่พยายามยิ้มแม้ในใจจะหวั่นอย่างบอกไม่ถูก อ๋องหรงโน้มตัวลงช้าๆ ก่อนจะแตะจูบเบาๆ ที่หน้าผากนางสัมผัสนั้นอ่อนโยนจนหัวใจสั่นไหว"รอข้าคนดี"พูดจบ เขาก็ดึงบังเหียนม้า หันกลับเข้าสู่แนวทัพทันทีมีมี่ยืนนิ่งมองแผ่นหลังของเขาจนร่างสูงค่อยๆ หายไปท่ามกลางกองทัพและเสียงศึกระบบที่ลอยอยู่ข้างๆ ยกมือปาดน้ำตาปลอมๆ"โอ๊ย บทพระเอกออกศึกนี่มันดีจริงๆ เจ้าค่ะ"มีมี่สูดจมูกเบาๆ ก่อนจะพึมพำ"ท่าน ต้องกลับมาจริงๆ นะ" อวีหนิงนั่งยองๆ อยู่หลังกองลังไม้ภายในค่ายทหาร มือเล็กรีบจับหมวกเหล็กใบใหญ่ครอบลงบนศีรษะจนแทบปิดตา เกราะเหล็กหนักอึ้งถูกสวมทับบนร่างบางอย่างทุลักทุเล
ซูเอ่อพูดแทงใจดำ ไม่ใช่แค่หวางเฟยแต่อวี่หนิงนั่งบัลลังก์ฮองเฮากันเลยทีเดียวเรื่องมันยาวแต่ตอนจบก็แฮปปี้ดีนี่ ช่างเถอะถึงเวลานั้นมีมี่ก็กลับออกจากซีรีส์ไปอย่างไรเล่า ไม่มีบทของมีมี่แล้วอนาคตจะเป็นอย่างไรมีมี่จะรู้ได้อย่างไรตอนนี้ก็แค่พยายามเกาะพระเอกนางเอกให้อยู่รอดไปวันๆ ก็พอ“ข้าไม่รู้อนาคตของตัวข
อ๋องหรงจ้องมองใบหน้างดงามที่สลดลงของมีมี่“เอ่อ ข้า ว่าพอได้แล้วข้าพอใจแล้ว เช่นนั้นเลิกทำโทษนางเถอะ”รู้สึกผิดไม่น้อย“องค์หญิงเก้าท่านควรจะกลับไปเสีย เพื่อฝ่าบาทจะได้ไม่ต้องกังวลมากไปกว่านี้ลงทัณฑ์คนอื่นวุ่นวายเรื่องนี้จะว่าไปไม่มใครผิด แค่เรื่องเข้าใจผิด”อ๋องหรงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เหมือนจ
ที่ตำหนักเหมยฮวา“ท่านอา ดีจังได้พบท่านอาอีกแล้ว”มีมี่ยิ้มบางๆ อวี่หนิงที่วิ่งมากอดแขน อ๋องหรงด้วยท่าทีสนิทสนมไม่ได้ถือตัวแม้แต่น้อย“มาแล้วหรือ ข้ารอเสียนาน” ฉีก้านดวงตาเป็นประกายด้วยความดีใจ เมื่อเห็นมีมี่เดินมา“นี่นะหรือ องค์หญิงเก้า อืมมมงดงามเพียงนี้ไม่แปลกใจเลยที่เสด็จพ่อจะแต่งตั้งนาง”อวี่
“ม่ายยยไม่มีใครถ่วงเวลาแค่ยังหาทางเอาตัวรอดจาก….เสือหิว…อย่าง..อย่างฝ่าบาทไม่ได้ก็เท่านั้น ท่านอ๋องท่านไม่มีทางช่วยข้าบ้างหรือ ขอคำปรึกษาหน่อย”สายตาอ้อนวอนลืมตัวไปเสียสนิทอ๋องหรงเผลอยิ้ม ชี้มือที่แก้มเนียนขาวของตัวเองข้างที่ไม่มีหน้ากาก คิ้วเรียวบางของมีมี่ขมวดเข้าหากัน ใจเต้นไม่เบา อีกคนยังชี้มื







