Masukจะยากอะไรก็อ่านมาตั้งสามรอบดูซีรีส์มาเกือบร้อยรอบ เรื่องอนาคตของพวกเจ้าน่ะหรอ จิ๊บจ๊อย ได้เวลากอบโกยแล้วจะไม่รวยก็ให้มันรู้ไป5555
Lihat lebih banyakอ๋องหรงขมวดคิ้วนิดๆ"นิยายอะไรอีก"มีมี่หัวเราะแห้งๆ ก่อนจะเงยหน้ามองเขาดวงตาที่เคยขี้เล่นกลับจริงจังขึ้นเล็กน้อย"ชนะหรือแพ้ก็ช่างเถอะ ขอแค่กลับมาอย่างปลอดภัยอย่าให้ข้ารอเก้ออย่าให้ข้าต้องอยู่คนเดียว"มีมี่พูดช้าๆ"ท่านต้องกลับมา"อ๋องหรงชะงักไปเล็กน้อยมีมี่เม้มปาก ก่อนจะพูดต่อ"ข้าไม่ชอบรอใครนะ แล้วก็ไม่ชอบที่ต้องอยู่คนเดียวนานๆ"ดวงตาคมของอ๋องหรงอ่อนลงทันทีเขายกมือขึ้นลูบศีรษะของมีมี่อย่างแผ่วเบา"ได้ข้าจะกลับมา"เสียงนั้นนุ่มลงกว่าทุกครั้งมีมี่พยายามยิ้มแม้ในใจจะหวั่นอย่างบอกไม่ถูก อ๋องหรงโน้มตัวลงช้าๆ ก่อนจะแตะจูบเบาๆ ที่หน้าผากนางสัมผัสนั้นอ่อนโยนจนหัวใจสั่นไหว"รอข้าคนดี"พูดจบ เขาก็ดึงบังเหียนม้า หันกลับเข้าสู่แนวทัพทันทีมีมี่ยืนนิ่งมองแผ่นหลังของเขาจนร่างสูงค่อยๆ หายไปท่ามกลางกองทัพและเสียงศึกระบบที่ลอยอยู่ข้างๆ ยกมือปาดน้ำตาปลอมๆ"โอ๊ย บทพระเอกออกศึกนี่มันดีจริงๆ เจ้าค่ะ"มีมี่สูดจมูกเบาๆ ก่อนจะพึมพำ"ท่าน ต้องกลับมาจริงๆ นะ" อวีหนิงนั่งยองๆ อยู่หลังกองลังไม้ภายในค่ายทหาร มือเล็กรีบจับหมวกเหล็กใบใหญ่ครอบลงบนศีรษะจนแทบปิดตา เกราะเหล็กหนักอึ้งถูกสวมทับบนร่างบางอย่างทุลักทุเล
เสียงกลองศึกดังกึกก้องสะเทือนทั่วผืนดิน ธงทัพสีดำของอ๋องหรงและธงทัพสีเงินของอ๋องเฉวียนโบกสะบัดกลางสายลมเย็นยามรุ่งสางทหารนับหมื่นเคลื่อนพลมุ่งตรงสู่วังหลวงฝุ่นทรายฟุ้งตลบจนแทบมองไม่เห็นปลายขบวนบนหลังม้าสีดำ อ๋องหรงนั่งตัวตรง สีหน้านิ่งเย็น ดวงตาคมมองกำแพงเมืองหลวงที่อยู่ไกลออกไปข้างกายเขา มีมี่นั่งอยู่บนหลังม้าอีกตัว สีหน้าตึงเครียดกว่าทุกครั้ง"เรื่องนี่มันใหญ่เกินไปแล้ว แย่จัง"มีมี่พึมพำเบาๆ"จากนิยายรักกลายเป็นนิยายกบฏแล้วหรือ "ระบบที่ลอยอยู่ข้างๆ พยักหน้ารัว"มันคือของคู่กันเจ้าค่ะ เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้นเจ้าค่ะ"มีมี่กุมขมับ"เข้มจนข้าจะเป็นลมอยู่แล้ว"ด้านหน้า อ๋องเฉวียนยกมือขึ้นกองทัพทั้งหมดหยุดลงพร้อมกันราวคลื่นทะเลหยุดเคลื่อนไหวกำแพงด่านทางทิศเหนือทางเข้าวังหลวงอยู่อีกไม่ไกลตรงหน้าอวีหนิงที่นั่งอยู่บนหลังม้าข้างอ๋องเฉวียน เม้มปากแน่น ดวงตาสั่นไหวเมื่อมองประตูด่านทางเหนือนั่นคือบ้านของนางและวันนี้…นางกลับนำทัพศัตรูมาถึงหน้าประตูอ๋องเฉวียนเหลือบมองอวีหนิงเล็กน้อย"กลัวหรือ"อวีหนิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเบาๆ"ข้าไม่รู้ข้าไม่อยากยืนอยู่ตรงนี้"เสียงนางสั่นเล็กน้อย"
มีมี่นั่งอยู่ท้ายค่าย มองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีในยามเย็น ใจยังวุ่นวายกับเรื่องรอบตัวอยู่ๆ เสียงคุ้นเคยก็ดังขึ้นข้างหู"นายหญิงเจ้าขา"มีมี่หลับตาปี๊ดทันที"มาอีกแล้ว"ระบบลอยวนอยู่เหนือหัว ยิ้มกว้าง"มีข่าวสำคัญเจ้าค่ะ"มีมี่ถอนหายใจยาว"คราวนี้อะไรอีก"ระบบกระแอมเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น"ตอนนี้…บทเปลี่ยนไปแล้วเจ้าค่ะ"มีมี่ลืมตาขึ้นทันที"เปลี่ยนอีกแล้ว"ระบบพยักหน้ารัว"องค์หญิงสาม…กำลังจะกลายเป็นนางรองที่น่าสงสารเจ้าค่ะ"มีมี่ชะงัก"หะ"นางขมวดคิ้ว"แล้วก่อนหน้านี้นางเป็นนางเอกไม่ใช่หรือ"ระบบยิ้มแหย"ก็ใช่เจ้าค่ะ…แต่ตอนนี้เส้นเรื่องเริ่มเบี่ยงแล้ว"มีมี่อึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบถามทันที"แล้วข้าล่ะ"นางชี้ตัวเอง"บทของข้าไปในทิศทางใด"ระบบลอยเข้ามาใกล้ ยิ้มกว้างอย่างมีเลศนัย"ท่านนะหรือเจ้าคะ"มีมี่กลืนน้ำลาย"อย่าบอกนะว่า…"ระบบยกมือปิดปากหัวเราะคิกคัก"ยินดีด้วยเจ้าค่ะ"มันยิ้มกว้างปากแทบฉีกไปถึงรูหู"ตอนนี้ท่านกำลังไต่ระดับขึ้นเป็น…นางเอกเต็มตัว"มีมี่นิ่งค้างไปทันที"อะไรนะ"ระบบพยักหน้าแรงๆ"ใช่เจ้าค่ะ นางเอกของเรื่องนี้กำลังเปลี่ยนตัว"มีมี่ชี้หน้าตัวเองอีกครั้ง"ข้าเนี่ย
ค่ายทหารของอ๋องเฉวียนตั้งตระหง่านกลางที่ราบกว้าง ธงศึกโบกสะบัดตามแรงลม เสียงฝึกซ้อมของทหารดังเป็นจังหวะหนักแน่นอ๋องเฉวียนพาอวีหนิงเดินลึกเข้ามาภายในค่าย"นี่คือทัพของข้า"เขาพูดเรียบๆอวีหนิงมองไปรอบๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรเสียงฝีเท้าม้าก็ดังเข้ามาใกล้นางหันไปมองทันทีอ๋องหรงชะลอม้าลงเมื่อมาถึงเขตค่าย ทหารยามรีบเปิดทางให้ทันทีมีมี่มองไปรอบๆ อย่างตื่นตา แต่ก็ยังไม่ทันได้พูดอะไรสายตาของนางก็เหลือบไปเห็นใครบางคนอวีหนิงยืนอยู่ไม่ไกลนักร่างบางในชุดเรียบง่ายไม่เหมือนองค์หญิงที่เคยอยู่ในวัง ดวงตาของนางเงียบสงบผิดปกติไม่มีรอยยิ้มสดใสเหมือนเคยอ๋องเฉวียนยืนอยู่ข้างๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงมองสถานการณ์นิ่งๆอ๋องหรงควบม้าเข้ามา ม้าตัวเดียวกันมีร่างบางของมีมี่นั่งอยู่ด้านหน้า เขากอดรัดเอวบางของมีมี่ไว้มั่นคงเพื่อกันไม่ให้ตกสายตาของอ๋องหรงที่มองลงมายังมีมี่นั้น…เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนทั้งอ่อนโยน ทั้งห่วงใยต่างจากเดิมที่นิ่งเย็นชาอวีหนิงยืนนิ่งเพียงแค่แวบเดียว…นางก็สัมผัสได้หัวใจเหมือนถูกบางอย่างบีบรัดมีมี่ขยับตัวเล็กน้อยเหมือนยังไม่คุ้นกับการนั่งใกล้เขาเช่นนั
ยามดึกในห้องลับเงียบงัน อวี่หนิงนอนหลับสนิทอยู่บนแท่นนอน ผ้าห่มเลื่อนขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจแผ่วเบา มีมี่นั่งอยู่หน้าโต๊ะ เตรียมร่างอักษรแก้เบื่อ แต่ปลายพู่กันกลับวาดเส้นโค้งไปมาโดยไม่รู้ตัว ภาพใบหน้าคนผู้หนึ่งค่อยๆ ปรากฏบนกระดาษ นางชะงักเล็กน้อยแล้วเม้มปากแน่นเสียงฝีเท้าเบามาหยุดด้านหลังอ๋องหรงเด
ทันทีที่บรรยากาศผ่อนคลายลง เสียงคุ้นหูก็ดังแทรกขึ้นข้างหูมีมี่อย่างร่าเริง ระบบลอยวนเหนือศีรษะทำท่าปรบมือปุ ๆ ใบหน้ายิ้มกว้างแทบปิดไม่อยู่"แท่นแท๊นนน นายหญิงเจ้าขา รับไปหนึ่งโอกาสพลังพิเศษเจ้าค่ะ"มีมี่กะพริบตาปริบ ๆ"อะไรอีก"ระบบยิ้มร่า ตัวโยกไปมาอย่างภูมิใจ"เพราะนายหญิงเล่นได้สมบทบาทของนางรองที
มีมี่ในร่างของอ๋องหรงกำลังถูกล้อมไว้ ความสงบภายนอกที่แสดงออกมาเหมือนเช่นเคยกลบความตื่นเต้นที่แฝงอยู่ในใจของมีมี่ไว้จนมิด ขณะที่กำลังจะถูกพาตัวไปตามคำสั่งของฉีก้าน ใบหน้าของมีมี่ยังคงไร้อารมณ์ใดๆ เก๊กไว้ตามแบบของอ๋องหรงไม่ให้หลุดคาแรคเตอร์ ทว่าในใจกลับเต็มไปด้วยการคิดหาทางหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ให้
มีมี่ในร่างของอ๋องหรงที่บัดนี้ผ่านเทเลพอตมายืนตรงหน้าองค์หญิงสามอวี่หนิง ความสง่างามในท่าทางของสะท้อนออกมาอย่างชัดเจนเลียนแบบท่าทางได้สมจริงที่สุดฮ่าาาานึกขำแต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความระมัดระวัง อวี่หนิงที่อยู่ในห้องขังผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย แต่ยังคงมีประกายแห่ง











