تسجيل الدخولจะยากอะไรก็อ่านมาตั้งสามรอบดูซีรีส์มาเกือบร้อยรอบ เรื่องอนาคตของพวกเจ้าน่ะหรอ จิ๊บจ๊อย ได้เวลากอบโกยแล้วจะไม่รวยก็ให้มันรู้ไป5555
عرض المزيد"ของมันแน่อยู่แล้วเสด็จพ่อมอบบัลลังก์ให้ข้าทุกอย่างมีราชโองการและตราประทับชัดเจนใต้เท้าหวังคือพยาน"น้ำเสียงเขาสงบนิ่งจนน่ากลัวเขาหันมองใต้เท้าหวังใต้เท้าหวังพยักหน้าช้าๆ ฉีก้านกัดฟันแน่นจนสันกรามขึ้นชัด"พยานหรือ หึ แล้วที่ข้ามอบตำแหน่งกรมคลังให้เจ้าเล่า หวังหยวน"“ก็แค่เศษเสี้ยวของทั้งหมดที่ฝ่าบาทมี คืนบัลลังก์มาเสีย ท่านก็รู้ว่าฮ่องเต้องค์ก่อนมอบบัลลังก์ให้ท่านอ๋องเหตุใดต้องแย่งชิง”ฉีก้านหัวเราะเย็นยะเยือกก่อนตวาดออกมาด้วยความคับแค้นทั้งหมดในชีวิต"ก็เพราะอ๋องหรงอย่างเจ้ามันอ่อนแอ ปลวกเปียกไร้น้ำยาบัลลังก์นี้จึงควรเป็นของข้าตั้งแต่แรก"ดวงตาของฉีก้านเต็มไปด้วยความเคียดแค้น"เสด็จพ่อเลือกคนผิด คนอย่างเจ้าจะปกครองใต้หล้าได้อย่างไร"อ๋องหรงนิ่งเงียบไม่มีแม้แต่ความโกรธท่าทีสงบนั้นยิ่งทำให้ฉีก้านแทบคลั่ง"เจ้ารู้หรือไม่ ข้าต้องดิ้นรนแค่ไหนต้องเหยียบคนมากมายเท่าใด ทุ่มเทแค่ไหนที่ผ่านมาเพื่อซื้อใจเหล่าขุนนาง แต่เสด็จพ่อกลับมองไม่เห็นมัน เพราะไม่มีใครเคยมองเห็นข้า"ฉีก้านหัวเราะเสียงแหบอ๋องหรงมองเขานิ่งก่อนจะพูดออกมาช้าๆ"แต่เจ้ากลับเลือกกลายเป็นคนแบบที่ตัวเองเกลียด"ฉีก้านชะงักอ๋องหรง
อ๋องเฉวียนชะงักสายตามองอวีหนิงที่หายไปไกลแล้วด้วยความหงุดหงิดใจ"หวังว่าเจ้าจะไม่สร้างเรื่อง และปลอดภัย"แล้วหันกลับไปนำทัพต่อทันทีส่วนอีกด้าน อวีหนิงยังคงควบม้าตามอ๋องหรงไปสุดแรงใบหน้าเล็กเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นแม้ ภายในตำหนักฮองเฮาเต็มไปด้วยความโกลาหล ขันทีและนางกำนัลต่างวิ่งวุ่นเก็บทรัพย์สินล้ำค่าใส่หีบไม้ เสียงตะโกนสั่งการดังระงมไปทั่วด้านนอก เสียงกลองศึกใกล้เข้ามาเรื่อยๆฉีก้านในชุดมังกรสีดำก้าวเข้ามา สีหน้าเคร่งเครียดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน"เร็วเข้า"เขาตวาดใส่เหล่าขันที"เตรียมรถม้าเดี๋ยวนี้"ฮองเฮาฟางซินที่กำลังรื้อหีบเครื่องประดับด้วยความร้อนรน รีบหันกลับมา"ฝ่าบาท"ฉีก้านเดินเข้ามาจับมือนางทันที"เราต้องออกจากวังตอนนี้"แต่เพราะความรีบร้อน ฟางซินกลับทำปิ่นปักผมเล่มหนึ่งตกลงบนพื้นเสียงดังกรุ๊งฉีก้านชะงักสายตามองปิ่นนั้นนิ่งปิ่นหยกสีครามสลักอักษรคำว่า จวิ้นสีหน้าของฉีก้านเปลี่ยนไปทันที“ปิ่นอันนี้” ปิ่นที่มีมี่เคยบอกว่าเก็บไว้ห่างๆ ตัวดวงตาค่อยๆ เย็นเยียบ"นี่คือของใคร บอกข้ามา "ฟางซินหน้าเปลี่ยนสี รีบคว้าปิ่นมากำไว้แน่น“บอกข้ามา ของสิ่งนี้เป็นของใคร”ยังไม่ทันตอบ เสียง
มีมี่แทบอยากเขกหัวมัน"ข้าก็เห็นอยู่ว่านางหายไปแล้วจะมาพูดทำไมหึ"นางรีบเดินออกจากกระโจมทันที สายตามองไปรอบค่ายทหารที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทหารเดินสวนกันไปมา เสียงฝีเท้ากับเสียงอาวุธดังระงมมีมี่คว้าแขนทหารคนหนึ่งไว้"เห็นองค์หญิงสามหรือไม่"ทหารรีบส่ายหน้า"ไม่ขอรับ"นางปล่อยมือทันที ก่อนจะเริ่มใจไม่ดีขึ้นเรื่อยๆ"หรือว่านางจะโดนจับ หรือว่านางจะ ซ่อนตัว หรือว่า…."ระบบรีบส่ายหน้ารัว"ไม่น่าใช่เจ้าค่ะ แล้วจะไปไหน"มีมี่กัดปากแน่นก่อนจะชะงักเมื่อเหลือบเห็นบางอย่างใต้เตียงนอนของอวีหนิง มีผ้าเส้นหนึ่งโผล่ออกมานางรีบเดินกลับเข้าไป ดึงมันออกมาทันทีเป็นผ้าคาดเอวของทหารมีมี่นิ่งระบบค่อยๆ เบิกตากว้าง"หรือว่า แน่แล้วเจ้าค่ะ"ทั้งสองหันมองหน้ากันพร้อมกันมีมี่ร้องลั่น"นางแอบปลอมตัวออกไปแล้วแน่ๆ"ระบบยกมือกุมหัว"แย่แล้วเจ้าค่ะบทนางรองของนางออาจส่งบทให้นางตาย"มีมี่รีบหันตัวออกจากกระโจมทันที"ม้าอยู่ไหน"สีหน้านางเริ่มร้อนใจจริงๆ"อวี่หนิงองค์หญิงสามคนนั้นไม่เคยอยู่เฉยๆ ได้เลยจริงๆ"มีมี่ยืนกอดอกอยู่หน้ากระโจม สีหน้าปวดหัวอย่างที่สุด ระบบลอยวนรอบตัวนางพลางหัวเราะคิกคัก"เจ้าค่ะ ตามบทแล้วองค์
อ๋องหรงขมวดคิ้วนิดๆ"นิยายอะไรอีก"มีมี่หัวเราะแห้งๆ ก่อนจะเงยหน้ามองเขาดวงตาที่เคยขี้เล่นกลับจริงจังขึ้นเล็กน้อย"ชนะหรือแพ้ก็ช่างเถอะ ขอแค่กลับมาอย่างปลอดภัยอย่าให้ข้ารอเก้ออย่าให้ข้าต้องอยู่คนเดียว"มีมี่พูดช้าๆ"ท่านต้องกลับมา"อ๋องหรงชะงักไปเล็กน้อยมีมี่เม้มปาก ก่อนจะพูดต่อ"ข้าไม่ชอบรอใครนะ แล้วก็ไม่ชอบที่ต้องอยู่คนเดียวนานๆ"ดวงตาคมของอ๋องหรงอ่อนลงทันทีเขายกมือขึ้นลูบศีรษะของมีมี่อย่างแผ่วเบา"ได้ข้าจะกลับมา"เสียงนั้นนุ่มลงกว่าทุกครั้งมีมี่พยายามยิ้มแม้ในใจจะหวั่นอย่างบอกไม่ถูก อ๋องหรงโน้มตัวลงช้าๆ ก่อนจะแตะจูบเบาๆ ที่หน้าผากนางสัมผัสนั้นอ่อนโยนจนหัวใจสั่นไหว"รอข้าคนดี"พูดจบ เขาก็ดึงบังเหียนม้า หันกลับเข้าสู่แนวทัพทันทีมีมี่ยืนนิ่งมองแผ่นหลังของเขาจนร่างสูงค่อยๆ หายไปท่ามกลางกองทัพและเสียงศึกระบบที่ลอยอยู่ข้างๆ ยกมือปาดน้ำตาปลอมๆ"โอ๊ย บทพระเอกออกศึกนี่มันดีจริงๆ เจ้าค่ะ"มีมี่สูดจมูกเบาๆ ก่อนจะพึมพำ"ท่าน ต้องกลับมาจริงๆ นะ" อวีหนิงนั่งยองๆ อยู่หลังกองลังไม้ภายในค่ายทหาร มือเล็กรีบจับหมวกเหล็กใบใหญ่ครอบลงบนศีรษะจนแทบปิดตา เกราะเหล็กหนักอึ้งถูกสวมทับบนร่างบางอย่างทุลักทุเล
ยามดึกในห้องลับเงียบงัน อวี่หนิงนอนหลับสนิทอยู่บนแท่นนอน ผ้าห่มเลื่อนขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจแผ่วเบา มีมี่นั่งอยู่หน้าโต๊ะ เตรียมร่างอักษรแก้เบื่อ แต่ปลายพู่กันกลับวาดเส้นโค้งไปมาโดยไม่รู้ตัว ภาพใบหน้าคนผู้หนึ่งค่อยๆ ปรากฏบนกระดาษ นางชะงักเล็กน้อยแล้วเม้มปากแน่นเสียงฝีเท้าเบามาหยุดด้านหลังอ๋องหรงเด
ทันทีที่บรรยากาศผ่อนคลายลง เสียงคุ้นหูก็ดังแทรกขึ้นข้างหูมีมี่อย่างร่าเริง ระบบลอยวนเหนือศีรษะทำท่าปรบมือปุ ๆ ใบหน้ายิ้มกว้างแทบปิดไม่อยู่"แท่นแท๊นนน นายหญิงเจ้าขา รับไปหนึ่งโอกาสพลังพิเศษเจ้าค่ะ"มีมี่กะพริบตาปริบ ๆ"อะไรอีก"ระบบยิ้มร่า ตัวโยกไปมาอย่างภูมิใจ"เพราะนายหญิงเล่นได้สมบทบาทของนางรองที
มีมี่ในร่างของอ๋องหรงที่บัดนี้ผ่านเทเลพอตมายืนตรงหน้าองค์หญิงสามอวี่หนิง ความสง่างามในท่าทางของสะท้อนออกมาอย่างชัดเจนเลียนแบบท่าทางได้สมจริงที่สุดฮ่าาาานึกขำแต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความระมัดระวัง อวี่หนิงที่อยู่ในห้องขังผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย แต่ยังคงมีประกายแห่ง
อ๋องหรงนอนหลับอยู่บนแท่นนอนด้านซ้าย ใบหน้าของเขาค่อยๆ ผ่อนคลายลง แต่ความเครียดที่ยังเหลืออยู่ในตัวก็ยังไม่หายไป มีมี่เฝ้ามองเขาเงียบๆ แล้วค่อยๆ ย่องไปที่ประตูห้องลับที่ลู่เหวินยืนรออยู่ที่ข้างประตู มือของลู่เหวินขยับเบาๆ พร้อมกับเปิดประตูให้มีมี่ออกไปอย่างระมัดระวัง ทุกการเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างเงียบส











