LOGIN“อ่า”
เสียงครางแสนแหบแห้ง เขาแสดงท่าทางเต็มไปด้วยความหื่นกระหาย เฉินลี่รีบผละตัวออกห่างจากร่างกายที่น่าหลงใหลขนาดนั้น อ๋องสามแสยะยิ้มมองสาวน้อยตัวแดงไปทั่วร่าง ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเอง เขาทั้งเร่งรีบเหลือเกินเพราะมีเทพธิดาน้อยอยู่ตรงหน้านี้ เฉินลี่ทนต่อไปไม่ไหวแล้ว เขาต้องการนางเหลือเกิน ลำหยกร้อนแข็งกร้าวขึ้นมา แสดงความต้องการ ความปรารถนาในตัวของนางได้เป็นอย่างดี ดวงตาคมกริบเผลอสบตาแววตาแสนดื้อรั้นของพระชายาตัวน้อยที่ขวยเขิน ขาทั้งสองบิดไปมาพยายามปกปิดบุปผางามกลางกายสาว ฝ่ามือเอื้อมไปคว้าลำขาข้างหนึ่งเอาไว้ก่อนนำมันมาพาดบ่าแกร่งแห่งบุรุษเพศ เปิดเปลือยเรือนร่างของเสี่ยวเม่ยมากกว่านี้ มืออีกข้างกำรอบลำหยกแข็งร้อนรูดรั้งวันเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น “อ่า....” ซูเม่ยหลุดเสียงครางออกมา เมื่อเผลอจ้องมองลำกายแห่งบุรุษเป็นครั้งแรกตั้งแต่เลยวัยปักปิ่น นางเพิ่งเคยได้ยศลำกายของบุรุษ มันทั้งดูน่ากลัว แข็ง และใหญ่เกินกว่าจะสอดใส่เข้ามาในร่างกายของนางได้ ซูเม่ยกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะเริ่มหายใจติดขัดเมื่อลำกายแสนแข็งแกร่งกำลังถูไถกับดอกไม้งามกลางกาย ความรู้สึกยามร่างกายของทั้งสองคนเสียดสีกันเช่นนี้ ท่านอ๋องสามทำให้ซูเม่ยหลงละเมอกับความรู้สึกร่านราคะ หญิงสาวที่กำลังจดจ่ออยู่กับความเสียวซ่าน เม้มปากเอาไว้แน่น “เจ้ามองข้าขนาดนี้ เจ้ากำลังทำให้ข้าเขินนะ...” เฉินลี่แย้มสรวลด้วยตาเต็มเปี่ยมไปด้วยประกายแห่งความปรารถนา ฝ่ามือร้อน ๆ ของเขาลูบไล้ขาเรียวขาวดุจดั่งเกล็ดหิมะของนาง ซูเม่ยสูดลมหายใจลึก จิตใจคอยแต่ลุ้นไปกับลำหยกที่ค่อย ๆ ชำแรกกายเข้ามาอย่างเชื่องช้า เฉินลี่กัดปากตัวเองเอาไว้แน่น เพราะความคับแน่นภายในสตรีวัยแรกแย้มนั้นบีบรัดเขาเหลือเกิน เขาแทบจะปลดปล่อยออกมาอยู่ร่อมร่อ ความเสียวซ่านแล่นไปทั่วร่างกายแกร่งของเขา ท่านอ๋องผู้เสียบขรึมชำนาญการรบมิเคยต้องทนทานกับสิ่งใด และไม่เคยต้องถนอมสิ่งใดมาก่อนในชีวิต ต้องรอคอยและเชื่องช้า แม้ภายในเขาอยากจะสอดแทรกกายของเขาเข้าไปในร่างกายของนางแรง ๆ เขานั้นอยากทรมานนาง ปล่อยให้นางครวญครางด้วยความต้องการเขา “อะ....” ไม่ใช่เสียงครางจากซูเม่ยน้อย แต่มาจากอ๋องสาม ใบหน้ายามนี้ของเขานั้นแดงก่ำ พยายามสะกดกลั้นความต้องการเอาไว้อย่างสุดลึก “เจ้าเจ็บหรือไม่” คนตัวใหญ่เอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงแหบ ฝ่ามือสัมผัสแก้มนวลไปพลาง ก่อนผลักดันสะโพรกแกร่งเข้าใส่เรือนร่างอรชรรุนแรงในคราเดียว “ไม่เจ้าค่ะ” เสี่ยวเม่ยน้อยตอบอ้อมแอ้ม หลบตาต่ำ ก่อนกัดปากแน่นเมื่อลำหยกร้อนแกร่งสอดใส่เข้ามาอย่างแรงในคราเดียว ร่างกายของหญิงสาวสะดุ้งในทันที มันทั้งเจ็บแสบ และเสียวซ่านจนปลายเท้าต้องจิกเกร็งกับแผ่นหลังอันแสนแข็งแกร่งของท่านอ๋อง “อ่า......อื้อ...” “เจ้าเจ็บอย่างนั้นหรือ บอกข้า” อ๋องสามฉงนใจเมื่อคิดว่าตนเองนั้นเพิ่งรุนแรงไปกับเด็กน้อยในอ้อมแขน ก็นางน่ารักน่ารังแกขนาดนี้ ไหนจะภายในกลีบผกาที่กำลังบีบรัดแท่งรอดเป็นจังหวะสุดแสนทรมานเสียเหลือเกิน ทว่าเขานั้นอยากจะปลอบโยนนางเสียมากกว่า “ไม่เจ็บเจ้าค่ะ” ซูเม่ยลืมตากลมโตมองท่านอ๋องสามผู้เป็นสามี..... ความเจ็บปวดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ความเสียวทำให้พระชายาตัวน้อยเผลอไผลส่ายสะโพกประท้วงเล็กน้อย อ๋องสามได้แต่หัวเราะพรืดออกมา ..... แม้ในยามนี้นางก็อยากเอาใจเขา ช่างเป็นฮูหยินที่ชอบเอาใจเขาเหลือเกิน แค่นี้เขาก็หลงนางจนจะแย่อยู่แล้ว “เจ้าไม่ต้องพูดเอาใจ แค่นี้ข้าก็คงมีเพียงเจ้าอยู่แล้ว” ท่านอ๋องสามจับรั้งขา ยกขาของนางขึ้นมาแนบกับใบหน้า ปลายจมูกซุกไซ้สูดกลิ่นกายหอมหวนของนาง ขณะเดียวกันเขาก็ผลักดันลำหยกที่กำลังผลุบเข้าออกมาจากร่องแคบของเสี่ยวเม่ยน้อย ความเสียวซ่านบีบรัดท่อนเอ็นของเขาจะแตกอยู่แล้ว “อ่า ท่านพี่ ข้าเสียวจังเจ้าค่ะ แรง ๆ เจ้าค่ะ” “เจ้าหายเจ็บแล้วอย่างนั้นหรือ น้องหญิง เสี่ยวเม่ย” เฉินลี่หลุบตามองร่างเล็กที่กำลังดิ้นเร้าไปด้วยความเสียวซ่าน ริมฝีปากคู่งามเม้มแน่นจนห่อเลือด ผิวพรรณของเสี่ยวเม่ยช่างนุ่มละเอียดเหลือเกิน อ๋องสามเริ่มออกแรงยัดสะโพกเข้าใส่ร่างบางใต้ร่างแรง ๆ จนเสี่ยวเม่ยสะดุ้งเล็กน้อย ทอดสายตามองหน้าท้องเรียบเนียน ยามนี้นั้นนูนเด่นไปด้วยลำหยกแกร่งภายใน กลีบกุหลาบภายในช่างร้ายกาจนักมันกำลังบีบรัดเร่งท่อนเอ็นเขาอย่างหนักคล้ายเป็นการลงโทษเขา อย่างไรอย่างนั้นแหละ เฉินลี่กระแทกกระทั้นกายเข้าหายามที่ได้เสียงครวญครางหวานแหลม ความรู้สึกในห้วงยามนี้ช่างหอมหวานนักทั้งเสียวซ่าน สุขสมเสียเหลือเกิน เขาเผลอทำแรงไปหรือนี่? เสี่ยวเม่ยน้อยของท่านอ๋องสามสั่นงันงก รูแสนคับแคบบีบรัดถี่ ๆ เร่งเร้าให้เขาต้องตอกย้ำกายเข้าใส่อย่างหนักหน่วงจนเหงื่อไหลออกมา “อ๊า.......” “เจ้าเสียวหรือไม่ น้องหญิง” คนตัวใหญ่ถามขึ้น ก้มหอมแก้มนุ่มของนางแรงด้วยความมันเขี้ยว ทว่าเบื้องล่างก็ยังคงเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง “สะ เสียวมากเจ้าค่ะ” เสี่ยวเม่ยน้อยเม้มปากด้วยความเสียวซ่าน ใบหน้าส่ายไปมาบนหมอน ความรู้ยามนี้ช่างซาบซ่านเกินคำบรรยายเสียเหลือเกิน ท่อนลำหยกสัมผัสจุดเสียวภายใน ซูเม่ยก็ยิ่งร้องครางลั่น ทั้งเสียวซ่าน และสุขสมในเวลาเดียวกัน ซูเม่ยไม่คิดว่าการร่วมรักระหว่างชายและหญิงมันจะทั้งเสียวซ่าน วาบหวามราวกับผีเสื้อนับร้อยนับพันบินวนทั่วท้องน้อย จนต้องบิดเกร็งหน้าท้องแบนเรียบของตนเอง “งดงามเหลือเกิน แม่ยอดหญิงของข้า” ท่านอ๋องเอ่ยขึ้น น้ำเสียงแหบพร่าจัดของเขาพาใจของหญิงสาวสั่นสะท้านไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย “อ๊ะ...อ่า....” ท่านอ๋องสามในยามนี้เป็นดั่งปีศาจร้าย เขาไม่ยอมปล่อยให้เทพธิดาน้อยใต้ร่าง ทั้งสองดื่มด่ำกับบทรักแสนหวานฉ่ำ กว่าอ๋องตัวร้ายจะปล่อยให้น้องหญิงได้พักผ่อนก็เกือบรุ่งสาง“อึก อ่า แรงอย่างนั้นแหละ” สะโพกเคลื่อนไหวท่อนเอ็นขนาดใหญ่ก็ยิ่งฝังลึกเข้าไปในร่างกายของเว่ยซิ่วซิ่น ขาทั้งสองถูกจับขึ้นมาพาดบ่าของของเหวินเทียนเอาไว้แน่น การร่วมรักด้วยท่าทางเช่นนี้ยิ่งทำในรูสวาทตอดรัดท่อนหยอกอันแข็งแกร่ง จนเกิดเสียงดังแต่เหวินเทียนผู้หื่นกามมีหรือเขาจะยอมปล่อยให้ร่างเล็กเป็นอิสระ เขาก็กลั่นแกล้งนางด้วยจังหวะโลดโผนก่อนจะหยุดนิ่งกะทันหัน เว่ยซิ่วซิ่นที่กำลังเสียวสยิวไปทั่วสรรพางค์ลืมตาโพลงมองเรือนแผ่นอกที่คร่อมเรือนร่างของนางเอาไว้เช่นนี้ ยิ่งไร้การเคลื่อนไหวใด ๆ เว่ยซิ่วซิ่นก็ยิ่งทรมานมากยิ่งขึ้น “ท่านพี่” “หือ” เหวินเทียนหัวเราะเมื่อสามารถกลั่นแกล้งสตรีเร่าร้อนผู้นี้ได้ ใบหน้ายามนี้ของนางแดงระเรื่ออิ่มเอบมีชีวิตชีวา เว่ยซิ่วซิ่นมีนิสัยส่วนตัวเวลานางเสียดเสียวจากความทรมานมักจะเม้มริมฝีปากอวบอิ่มของนางแน่นจนบวมเป่งจนเขานึกอยากจะทำนางให้แรงกว่านี้อีก เหวินเทียนไม่คาดคิดว่าตนเองจะมีความปรารถนาในเรือนร่างของนางมากเพียงเท่านี้ เขากลายเป็นบุรุษมักมากในกามเสียแล้ว แล้วฮูหยินตัวน้อยของเขาก็ห
“อึ่ก อื้อ....อะ” เสียงครางอืออึ้ง เมื่อปลายนิ้วราวกับหนวดหมึกสอดใส่เข้าไปตามเนื้อผ้าอาภรณ์ของนาง ชั่วเพียงพริบตาร่างกายของนางก็เปลือยเปล่า ยอดทรวงสีหวานอวดโฉมต่อสายตาของเหวินเทียนที่กำลังจดจ้องมองนางแทบมอดไหม้ ปากร้อนชื้นของเขาอ้าปากงับสร้างความเสียวซ่านให้ร่างกายอรชรสั่นสะท้าน “ท่านพี่เหวิน” “เจ้าเรียกขานนามข้าขนาดนี้ สงสัยอยากโดนลงโทษ” “อือ” ยังไม่ทันได้ปฏิเสธคำพูดกล่าวหาของเขาแต่อย่างใด ก็โดนเขาบีบเคล้นทรวงอกของนางไปมา ฟอนเฟ้นอย่างแรงจนสร้างความเสียวซ่านขนอ่อนตามร่างกายลุกชันขึ้น จนเผลอผวากอดลำกายแกร่งเอาไว้ สะโพกผายส่ายร่อนไปด้วยความต้องการที่มากขึ้น การกระทำของเว่ยซิ่วซิ่นเขาไม่จำเป็นเล้าโลมนางไปมากกว่านี้ ท่อนลำขนาดใหญ่ถูกดึงออกมาจากอาภรณ์ฝ่ามือลูบไล้เพียงคราสองคราก็สามารถแข็งขืนได้อย่างเด่นชัด มากพอที่นำมันมาจดจ่อถูไถร่องรักบวมช้ำ เนื่องจากร่วมรักมาตลอดหลายค่ำคืน จนเหวินเทียนก็แอบคิดว่าเขาและนางจะช่างเกิดมาเพื่อครองคู่กันเสียจริง ค่ำคืนที่ไหว้ฟ้าดินไม่คิดเช่นกันเหวินเทียนจะมีใจปฏิพัทธ์ต่อนางได
“เฮ้อ......” เสียงถอนหายใจยาวเหยียด เมื่อเว่ยซิ่วซิ่นนั่งเฝ้าคุณชายเหวินเทียนอ่านหนังสือ มือที่ตวัดวาดภาพที่ดูไร้ศิลปะเท้าคางนั่งมองคุณชายอ่านหนังสือก็แล้วความเบื่อหน่ายก็ยังไม่หายไปสักที “เจ้าถอนหายใจครั้งที่เท่าไหร่แล้ว” เหวินเทียนวางตำราลงบนโต๊ะไม้ กวาดตามองเว่ยซิ่วซิ่นทำหน้าไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก แต่เขากลับหัวเราะออกมาได้อย่างน่าขัน เว่ยซิ่วซิ่นอยากจะกระโจนใส่สามีที่ทำตัวไม่ทุกข์ร้อน หลังวันที่นางดื่มสุราดอกท้อจนเมามาย สามีก็ลงโทษนางให้อยู่แต่หอสมุดกับเขา เว่ยซิ่วซิ่นแทบจะตายอยู่แล้ว ครั้นเบื่อจ้องมองเขาอ่านหนังสือก็เห็นเจ้ามดตัวน้อยขนก้อนน้ำตาล เว่ยซิ่วซิ่นก็หัวเราะ แล้วก็กลับมาทำสีหน้าไม่สู้ดีอีกหน “ไม่รู้ เมื่อไหร่ท่านพี่จักยอมให้ข้าออกไปข้างนอกเสียที อยู่แต่หอสมุดกับท่าน ข้าเบื่อมาก” “แล้วเจ้าอยากทำอะไรหรือ” เหวินเทียนถามต่อ เท้าคางมองใบหน้างดงามที่ทำหน้ายับยู่ เว่ยซิ่วซิ่นไม่ต่างจากเจ้าแมวน้อยในสายตาของเหวินเทียน ขี้อ้อนบางครั้ง ซุกซนบางหน แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขารักเว่ยซิ่วซิ่นน้อยลงสักนิด นึกขำที่ไม่ร่วมหอตั้งแต่
“อือ ข้าเสียวเจ้าค่ะ......” ฤทธิ์สุราทำให้นางเปิดเผยทุกความรู้สึกไร้ความอายใด ๆ ปลายนิ้วมาแตะยอดทรวงของเหวินเทียนเลียนแบบการกระทำที่เขาชอบทำกับนาง “ท่านพี่อย่าขยับเจ้าค่ะ ข้าจักปรนนิบัติท่านเอง อ่า...” เว่ยซิ่วซิ่นเอ่ยปากยังไม่จบด้วยซ้ำ เขาก็นำพาสะโพกแกร่งเข้าใส่ร่องแคบอย่างแรง จนร่างอรชรของเว่ยซิ่วซิ่นสะดุ้ง กัดริมฝีปากล่างของตนเองเอาไว้ด้วยความเสียวซ่าน นางไม่ยอมแพ้ต่อการกระทำของผู้เป็นสามีออกแรงเคลื่อนไหวสะโพกผายหมุนควงช้า ๆ ดวงตากลมโตหรี่ตาทอดมองเรือนกายเปลือยเปล่าสมส่วนของคุณชายเหวินเทียน รูปร่างหล่อเหลางดงาม แต่บุคลิกจะเงียบขรึม แต่เรื่องบนเตียงกลับเร่าร้อนเหลือเกิน ไม่รู้เหตุใดหรือเพราะฤทธิ์สุราดอกท้อที่แรงเกิน ทำให้นางคลั่งใคร่เขาได้มากมายขนาดนี้ “อ่า....ซิ่นซิ่น เจ้าช่วย ขยับมากกว่านี้หน่อย” คำร้องแสนเอาแต่ใจ เร่งเร้าให้นางเคลื่อนไหวจังหวะรักให้มากกว่าเดิม ภายในร่องรักก็ยิ่งเริ่มตอดรักลำหยกขนาดใหญ่หนักขึ้น จนที่อยู่เบื้องล่างดันสะโพกส่งแรงใส่รูแคบ “อ่า ท่านพี่ ไหนท่าน
“อุ้มข้าหน่อย สามี” เสียงออดอ้อนของเว่ยซิ่วซิ่น ทำให้คนตัวโตยืนแข็งทื่อ ไม่ได้อยู่กันเพียงสองคน ยังมีบ่าวที่ก้มหน้าก้มหน้าหัวเราะคิกคัก เหวินเทียนเขินอายกับท่าทางออดอ้อน หัวใจแข็งกร้าวของบุรุษอ่อนยวบเมื่อเจออากัปกิริยาเช่นนี้ ไป๋ซิงซิงรู้หน้าที่ของตนเองดีว่าควรทำอย่างไร ก้มหน้าก้มตากลับไปทำงานของตัวเอง ปล่อยให้สองสามีภรรยาใช้เวลาอยู่ด้วยกัน “ท่านพี่ อุ้มข้าหน่อย” เสียงหวานยังคงเอ่ยออกจากริมฝีปากอวบอิ่มแดงจัด มันช่างยั่วยวนทุกครั้งที่ดวงตาคมกริบทอดมองร่างเล็กของคุณหนูเว่ยซิ่วซิ่น เหลียวมองรอบกายก็ไม่เห็นบ่าวคนใดในรอบจวนของเหวินเทียน ก่อนย่อตัวอุ้มคนตัวเล็กขึ้นมาในอ้อมกอด เดินตรงดิ่งไปที่จวนของทั้งสอง มือไม้ของเว่ยซิ่วซิ่นรุ่มร่ามกับแผ่นอกเหวินเทียน แม้จะพยายามมือเล็กที่ซุกซนตามแผ่นอกวางร่างบางลงบนเตียง เหวินเทียนยังไม่ทันได้นั่งก็โดนเรี่ยวแรงของเว่ยซิ่วซิ่นดึงแขนผู้เป็นสามีนอนลงบนเตียง แขนทั้งสองข้างรีบโอบรัดลำคอของบุรุษรูปงามเอาไว้ คุณหนูตัวร้ายหัวเราะคิกคักกับท่าทางตื่นตระหนกของเหวินเทียน “เจ้าแกล้งข้า”
“คุณหนูไม่เอานะเจ้าค่ะ” ไป๋ซิงซิงวิ่งตามคุณหนูเว่ยซิ่วซิ่นที่ยังซุกซนไม่ต่างจากตอนที่อยู่ในจวนของตระกูลเว่ยซิ่วซิ่น คุณหนูของนางเป็นลูกสาวของฮูหยินใหญ่ ตั้งแต่เกิดมาก็มีแต่คนเอาอกเอาใจอยู่ไม่ห่างโดยเฉพาะผู้เป็นบิดาที่ทั้งรักทั้งถนอมบุตรสาวคนนี้ จวบจนกระทั่งแต่งเข้าตระกูลเหวิน เว่ยซิ่วซิ่นก็ยังไม่ละทิ้งลักษณะนิสัยเดิมของตน ชอบทำให้บ่าวไพร่ปวดหัวเป็นประจำ “ไม่เอานะเจ้าค่ะ” “เจ้าอย่าเสียงดัง ซิงซิง เดี๋ยวคุณชายเหวินเทียนจักตีเอานะเจ้าค่ะ” เว่ยซิ่วซิงคุณหนูผู้ซุกซนขู่บ่าวไพร่ขี้กลัวของตนเอง ยอมเดินตามคุณหนูไปที่ต้นท้อ ก่อนจะเริ่มเอาจอบมาขุดเอาเหล้าที่ตนเองหมักเอาไว้เมื่อหลายเดือนก่อน แววตาซุกซนวาวโรจน์จนไป๋ซิงซิงถอนหายใจสุดจะห้ามคุณหนูผู้นี้ได้ แม้แต่งงานมีสามีเต็มตัวแล้วยังคงความดื้อรั้นไม่หายเสียที อีกไม่นานคงมีบุตรให้คุณชายเหวินเทียน “มานี่ซิงซิง เหล้านี้ข้าอุตส่าห์หมักเอง เรื่องอะไรจะให้ท่านพี่รู้ล่ะ” ฝ่ามือของเว่ยซิ่วซิ่นตบลงบนขอนไม้ข้าง ๆ ตนเองเพื่อให้บ่าวคนสนิทนั่งลง ก่อนจะรินเหล้าใส่จอกสีชายื่นให้ไป๋ซิงซิง แม้จะร







