Masukหลังจากค่ำคืนนั้น ดูเหมือนเฉินลี่จะหลงฮูหยินตัวน้อยหัวปักหัวปำ เขาไม่ต่างจากชายชราที่บ้าในกามอารมณ์เลยสักนิด ไม่ว่านางจะทำอะไร เขาก็ตามไปเฝ้าดู แม้กระทั่งนางกำลังร่ำเรียนดนตรี ท่านอ๋องสามก็ตามไปเฝ้าภรรยาของเขา
รัชทายาทได้ทราบข่าวว่าน้องชายที่ครั้งหนึ่งเคยบ้าการรบ ทว่ายามนี้จิตใจของเขานั้นกลับบ้าคลั่งในความรัก ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดีนัก บุตรสาวเสนาบดีช่างสวยงดงามราวเทพเซียน หรือไม่ก็เป็นปีศาจจิ้งจอกเก้าหางถึงทำให้คนไร้หัวใจอย่างเฉินลี่หลงได้เพียงนี้ เขาต้องตอบแทนเสนาบดีอย่างงามเสียแล้ว ตัดภาพมาที่ท่านอ๋องสามกำลังจิบชารสดีจากเมืองทางเหนือ สายตาคมกริบทอดมองใบหน้าของฮูหยินตัวน้อย กำลังเล่าเรียนดนตรี นางดูตั้งใจเรียนเสียเหลือเกิน.... เขามิอาจปล่อยให้นางเรียนกับอาจารย์สองต่อสองเด็ดขาด เพราะกลัวบุรุษอื่นมาหว่านเสน่ห์ใส่ฮูหยินตัวน้อยของเขา “มานี่มา....เหนื่อยหรือยัง...” หลังจากร่ำเรียนดนตรีจนเหนื่อยล้า ซูเม่ยเดินไปส่งอาจารย์ที่หน้าจวน หลังจากนั้นก็เดินกลับมาหาท่านอ๋องสามที่นั่งรอ เขากวักมือเรียกนางด้วยความใจเย็น ฝ่ามือตบลงข้างกาย ซูเม่ยเริ่มชินกับการอยู่ใกล้เขา ไม่อยากจะยอมรับว่าตนเองนั้นชอบให้เขากกกอดแม้ในยามปกติ หรือแม้แต่อยู่ด้วยกันตามลำพัง ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของเขาแพร่ซ่านทำให้เสี่ยวเม่ยอบอุ่นในใจ และตกหลุมรักในตัวเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น สตรีใดเล่าจะมิชอบชายชาติทหาร เขาทั้งอบอุ่นและน่ากอดขนาดไหน พวงแก้มทั้งสองข้างแดงซ่าน แต่ก็ยอมเดินก้มหน้ามานั่งข้างเขา พอนั่งห่างก็โดนแขนยาวของเขารวบตัวเข้ามาอยู่ใน้อมกอด “เหนื่อยไหม” ผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยมาเช็ดตามกรอบหน้าขาวนวล แก้มทั้งสองข้างแดงก่ำ เฉินลี่แย้มสรวลด้วยความเอ็นดูของพระชายาตัวน้อยของเขา “ไม่เหนื่อยเจ้าค่ะ อาจารย์ชื่นชมข้าด้วย ว่าการเรียนพิณของข้านั้นก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ข้าเก่งไหมเจ้าคะ” ซูเม่ยเอ่ยปากถาม เงยหน้ามองเขา ท่านอ๋องสามได้แต่หัวเราะเบา ๆ ก่อนลูบไล้แผ่นหลังของนางไปมา “เก่งมาก....เจ้าเก่งมาก” คำตอบของท่านอ๋องจอมหื่น แววตาของเขาเปี่ยมล้นไปด้วยความต้องการชัดเจน เสี่ยวเม่ยเองก็ต้องการไม่ต่างกัน อยู่ใกล้เขาคราใด หัวใจและความต้องการของร่างกายโน้มเอียงตามเขาเสมอมา “ตรงนี้เลยหรือเจ้าคะ” เสี่ยวเม่ยหน้าแดง แม้ศาลาริมสระจะเป็นพื้นที่วิเวกสำหรับอ๋องสาม ถ้าเขาไม่สั่งก็อย่าหวังว่าใครหน้าไหนก็ไม่สามารถเข้ามาในที่แห่งนี้ได้ ฝ่ามือโบกมือไล่บ่าวรับใช้ที่อยู่เฝ้าให้ออกไปไกล เขาต้องการใช้เวลาอยู่ร่วมกับนางตามลำพัง ซูเม่ยหน้าแดงรู้ว่าสามีตัวโตของตนนั้นมีความต้องการในยามนี้ ตัวนางเองก็ไม่อยากปฏิเสธหรืออดิออดเพราะเสี่ยวเม่ยก็ต้องการไม่ต่างกัน “ข้ารู้ว่าเจ้าก็ต้องการ หรือเจ้าไม่...” เขาถามพร้อมกับเลิกคิ้วอย่างเจ้าเล่ห์ มือเริ่มนวดคลึงไหล่เปลือยของหญิงสาว เสื้อผ้าของเสี่ยวเม่ยหลุดออกจากร่างกาย เหลือเพียงส่วนเกาะอกที่ปกปิดหน้าอกขนาดไหน อ๋องสามชื่นชอบตรงนี้มาเสียเหลือเกิน มือหนาคว้าหมับเขาที่หน้าอกหน้าใจของเสี่ยวเม่ย ก่อนเขาจะเริ่มคลึงเคล้ามันอย่างหนักหน่วงขึ้นจนร่างอรชรเริ่มหายใจติดขัด การกลั่นแกล้งของท่านอ๋องสามได้ผลชะงัก เสี่ยเม่ยในอ้อมกอดของเขาหายใจหายคอติดขัด ดวงตากลมโตลืมตามองเขาด้วยความปรารถนา“อึก อ่า แรงอย่างนั้นแหละ” สะโพกเคลื่อนไหวท่อนเอ็นขนาดใหญ่ก็ยิ่งฝังลึกเข้าไปในร่างกายของเว่ยซิ่วซิ่น ขาทั้งสองถูกจับขึ้นมาพาดบ่าของของเหวินเทียนเอาไว้แน่น การร่วมรักด้วยท่าทางเช่นนี้ยิ่งทำในรูสวาทตอดรัดท่อนหยอกอันแข็งแกร่ง จนเกิดเสียงดังแต่เหวินเทียนผู้หื่นกามมีหรือเขาจะยอมปล่อยให้ร่างเล็กเป็นอิสระ เขาก็กลั่นแกล้งนางด้วยจังหวะโลดโผนก่อนจะหยุดนิ่งกะทันหัน เว่ยซิ่วซิ่นที่กำลังเสียวสยิวไปทั่วสรรพางค์ลืมตาโพลงมองเรือนแผ่นอกที่คร่อมเรือนร่างของนางเอาไว้เช่นนี้ ยิ่งไร้การเคลื่อนไหวใด ๆ เว่ยซิ่วซิ่นก็ยิ่งทรมานมากยิ่งขึ้น “ท่านพี่” “หือ” เหวินเทียนหัวเราะเมื่อสามารถกลั่นแกล้งสตรีเร่าร้อนผู้นี้ได้ ใบหน้ายามนี้ของนางแดงระเรื่ออิ่มเอบมีชีวิตชีวา เว่ยซิ่วซิ่นมีนิสัยส่วนตัวเวลานางเสียดเสียวจากความทรมานมักจะเม้มริมฝีปากอวบอิ่มของนางแน่นจนบวมเป่งจนเขานึกอยากจะทำนางให้แรงกว่านี้อีก เหวินเทียนไม่คาดคิดว่าตนเองจะมีความปรารถนาในเรือนร่างของนางมากเพียงเท่านี้ เขากลายเป็นบุรุษมักมากในกามเสียแล้ว แล้วฮูหยินตัวน้อยของเขาก็ห
“อึ่ก อื้อ....อะ” เสียงครางอืออึ้ง เมื่อปลายนิ้วราวกับหนวดหมึกสอดใส่เข้าไปตามเนื้อผ้าอาภรณ์ของนาง ชั่วเพียงพริบตาร่างกายของนางก็เปลือยเปล่า ยอดทรวงสีหวานอวดโฉมต่อสายตาของเหวินเทียนที่กำลังจดจ้องมองนางแทบมอดไหม้ ปากร้อนชื้นของเขาอ้าปากงับสร้างความเสียวซ่านให้ร่างกายอรชรสั่นสะท้าน “ท่านพี่เหวิน” “เจ้าเรียกขานนามข้าขนาดนี้ สงสัยอยากโดนลงโทษ” “อือ” ยังไม่ทันได้ปฏิเสธคำพูดกล่าวหาของเขาแต่อย่างใด ก็โดนเขาบีบเคล้นทรวงอกของนางไปมา ฟอนเฟ้นอย่างแรงจนสร้างความเสียวซ่านขนอ่อนตามร่างกายลุกชันขึ้น จนเผลอผวากอดลำกายแกร่งเอาไว้ สะโพกผายส่ายร่อนไปด้วยความต้องการที่มากขึ้น การกระทำของเว่ยซิ่วซิ่นเขาไม่จำเป็นเล้าโลมนางไปมากกว่านี้ ท่อนลำขนาดใหญ่ถูกดึงออกมาจากอาภรณ์ฝ่ามือลูบไล้เพียงคราสองคราก็สามารถแข็งขืนได้อย่างเด่นชัด มากพอที่นำมันมาจดจ่อถูไถร่องรักบวมช้ำ เนื่องจากร่วมรักมาตลอดหลายค่ำคืน จนเหวินเทียนก็แอบคิดว่าเขาและนางจะช่างเกิดมาเพื่อครองคู่กันเสียจริง ค่ำคืนที่ไหว้ฟ้าดินไม่คิดเช่นกันเหวินเทียนจะมีใจปฏิพัทธ์ต่อนางได
“เฮ้อ......” เสียงถอนหายใจยาวเหยียด เมื่อเว่ยซิ่วซิ่นนั่งเฝ้าคุณชายเหวินเทียนอ่านหนังสือ มือที่ตวัดวาดภาพที่ดูไร้ศิลปะเท้าคางนั่งมองคุณชายอ่านหนังสือก็แล้วความเบื่อหน่ายก็ยังไม่หายไปสักที “เจ้าถอนหายใจครั้งที่เท่าไหร่แล้ว” เหวินเทียนวางตำราลงบนโต๊ะไม้ กวาดตามองเว่ยซิ่วซิ่นทำหน้าไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก แต่เขากลับหัวเราะออกมาได้อย่างน่าขัน เว่ยซิ่วซิ่นอยากจะกระโจนใส่สามีที่ทำตัวไม่ทุกข์ร้อน หลังวันที่นางดื่มสุราดอกท้อจนเมามาย สามีก็ลงโทษนางให้อยู่แต่หอสมุดกับเขา เว่ยซิ่วซิ่นแทบจะตายอยู่แล้ว ครั้นเบื่อจ้องมองเขาอ่านหนังสือก็เห็นเจ้ามดตัวน้อยขนก้อนน้ำตาล เว่ยซิ่วซิ่นก็หัวเราะ แล้วก็กลับมาทำสีหน้าไม่สู้ดีอีกหน “ไม่รู้ เมื่อไหร่ท่านพี่จักยอมให้ข้าออกไปข้างนอกเสียที อยู่แต่หอสมุดกับท่าน ข้าเบื่อมาก” “แล้วเจ้าอยากทำอะไรหรือ” เหวินเทียนถามต่อ เท้าคางมองใบหน้างดงามที่ทำหน้ายับยู่ เว่ยซิ่วซิ่นไม่ต่างจากเจ้าแมวน้อยในสายตาของเหวินเทียน ขี้อ้อนบางครั้ง ซุกซนบางหน แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขารักเว่ยซิ่วซิ่นน้อยลงสักนิด นึกขำที่ไม่ร่วมหอตั้งแต่
“อือ ข้าเสียวเจ้าค่ะ......” ฤทธิ์สุราทำให้นางเปิดเผยทุกความรู้สึกไร้ความอายใด ๆ ปลายนิ้วมาแตะยอดทรวงของเหวินเทียนเลียนแบบการกระทำที่เขาชอบทำกับนาง “ท่านพี่อย่าขยับเจ้าค่ะ ข้าจักปรนนิบัติท่านเอง อ่า...” เว่ยซิ่วซิ่นเอ่ยปากยังไม่จบด้วยซ้ำ เขาก็นำพาสะโพกแกร่งเข้าใส่ร่องแคบอย่างแรง จนร่างอรชรของเว่ยซิ่วซิ่นสะดุ้ง กัดริมฝีปากล่างของตนเองเอาไว้ด้วยความเสียวซ่าน นางไม่ยอมแพ้ต่อการกระทำของผู้เป็นสามีออกแรงเคลื่อนไหวสะโพกผายหมุนควงช้า ๆ ดวงตากลมโตหรี่ตาทอดมองเรือนกายเปลือยเปล่าสมส่วนของคุณชายเหวินเทียน รูปร่างหล่อเหลางดงาม แต่บุคลิกจะเงียบขรึม แต่เรื่องบนเตียงกลับเร่าร้อนเหลือเกิน ไม่รู้เหตุใดหรือเพราะฤทธิ์สุราดอกท้อที่แรงเกิน ทำให้นางคลั่งใคร่เขาได้มากมายขนาดนี้ “อ่า....ซิ่นซิ่น เจ้าช่วย ขยับมากกว่านี้หน่อย” คำร้องแสนเอาแต่ใจ เร่งเร้าให้นางเคลื่อนไหวจังหวะรักให้มากกว่าเดิม ภายในร่องรักก็ยิ่งเริ่มตอดรักลำหยกขนาดใหญ่หนักขึ้น จนที่อยู่เบื้องล่างดันสะโพกส่งแรงใส่รูแคบ “อ่า ท่านพี่ ไหนท่าน
“อุ้มข้าหน่อย สามี” เสียงออดอ้อนของเว่ยซิ่วซิ่น ทำให้คนตัวโตยืนแข็งทื่อ ไม่ได้อยู่กันเพียงสองคน ยังมีบ่าวที่ก้มหน้าก้มหน้าหัวเราะคิกคัก เหวินเทียนเขินอายกับท่าทางออดอ้อน หัวใจแข็งกร้าวของบุรุษอ่อนยวบเมื่อเจออากัปกิริยาเช่นนี้ ไป๋ซิงซิงรู้หน้าที่ของตนเองดีว่าควรทำอย่างไร ก้มหน้าก้มตากลับไปทำงานของตัวเอง ปล่อยให้สองสามีภรรยาใช้เวลาอยู่ด้วยกัน “ท่านพี่ อุ้มข้าหน่อย” เสียงหวานยังคงเอ่ยออกจากริมฝีปากอวบอิ่มแดงจัด มันช่างยั่วยวนทุกครั้งที่ดวงตาคมกริบทอดมองร่างเล็กของคุณหนูเว่ยซิ่วซิ่น เหลียวมองรอบกายก็ไม่เห็นบ่าวคนใดในรอบจวนของเหวินเทียน ก่อนย่อตัวอุ้มคนตัวเล็กขึ้นมาในอ้อมกอด เดินตรงดิ่งไปที่จวนของทั้งสอง มือไม้ของเว่ยซิ่วซิ่นรุ่มร่ามกับแผ่นอกเหวินเทียน แม้จะพยายามมือเล็กที่ซุกซนตามแผ่นอกวางร่างบางลงบนเตียง เหวินเทียนยังไม่ทันได้นั่งก็โดนเรี่ยวแรงของเว่ยซิ่วซิ่นดึงแขนผู้เป็นสามีนอนลงบนเตียง แขนทั้งสองข้างรีบโอบรัดลำคอของบุรุษรูปงามเอาไว้ คุณหนูตัวร้ายหัวเราะคิกคักกับท่าทางตื่นตระหนกของเหวินเทียน “เจ้าแกล้งข้า”
“คุณหนูไม่เอานะเจ้าค่ะ” ไป๋ซิงซิงวิ่งตามคุณหนูเว่ยซิ่วซิ่นที่ยังซุกซนไม่ต่างจากตอนที่อยู่ในจวนของตระกูลเว่ยซิ่วซิ่น คุณหนูของนางเป็นลูกสาวของฮูหยินใหญ่ ตั้งแต่เกิดมาก็มีแต่คนเอาอกเอาใจอยู่ไม่ห่างโดยเฉพาะผู้เป็นบิดาที่ทั้งรักทั้งถนอมบุตรสาวคนนี้ จวบจนกระทั่งแต่งเข้าตระกูลเหวิน เว่ยซิ่วซิ่นก็ยังไม่ละทิ้งลักษณะนิสัยเดิมของตน ชอบทำให้บ่าวไพร่ปวดหัวเป็นประจำ “ไม่เอานะเจ้าค่ะ” “เจ้าอย่าเสียงดัง ซิงซิง เดี๋ยวคุณชายเหวินเทียนจักตีเอานะเจ้าค่ะ” เว่ยซิ่วซิงคุณหนูผู้ซุกซนขู่บ่าวไพร่ขี้กลัวของตนเอง ยอมเดินตามคุณหนูไปที่ต้นท้อ ก่อนจะเริ่มเอาจอบมาขุดเอาเหล้าที่ตนเองหมักเอาไว้เมื่อหลายเดือนก่อน แววตาซุกซนวาวโรจน์จนไป๋ซิงซิงถอนหายใจสุดจะห้ามคุณหนูผู้นี้ได้ แม้แต่งงานมีสามีเต็มตัวแล้วยังคงความดื้อรั้นไม่หายเสียที อีกไม่นานคงมีบุตรให้คุณชายเหวินเทียน “มานี่ซิงซิง เหล้านี้ข้าอุตส่าห์หมักเอง เรื่องอะไรจะให้ท่านพี่รู้ล่ะ” ฝ่ามือของเว่ยซิ่วซิ่นตบลงบนขอนไม้ข้าง ๆ ตนเองเพื่อให้บ่าวคนสนิทนั่งลง ก่อนจะรินเหล้าใส่จอกสีชายื่นให้ไป๋ซิงซิง แม้จะร







