Masukนรกเพิ่งจะเริ่มต้น
ไอ้เบิ้มกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียมในมืด มันมองร่างบางที่บิดเร้าอยู่ใต้ร่างด้วยความสมเพชแกมพึงใจ
เขาใช้มือหนาเพียงข้างเดียวรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างของเนตรนภาไว้แน่นแล้วกดตรึงลงกับพื้นเตียงนุ่มจนร่างเล็กแทบขยับเขยื้อนไม่ได้ แรงบีบมหาศาลจากมือที่กรำงานหนักทำให้เธอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
ขณะที่มืออีกข้างที่ว่างอยู่ก็ไม่รอช้า มันตะโบมบีบขย้ำลงบนเต้านมนุ่มนิ่มที่ขาวผ่องดุจหยาดน้ำค้าง แรงบีบที่หนักหน่วงทำเอาหน้าอกอิ่มบิดเบี้ยวไปตามง่ามนิ้วหยาบกร้านของคนงานก่อสร้าง
นิ้วโป้งที่สากระคายบี้ขยี้ลงบนยอดถันสีชมพูสดที่ชูชันเด่นหราสู้สายตา เขาจงใจบดคลึงอย่างแรงจนเนตรนภาต้องหวีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง
"หยุดนะ ไอ้คนเลว ไอ้ชั้นต่ำ ปล่อยฉัน" เนตรนภาแผดเสียงด่าทั้งน้ำตา ร่างกายสั่นเทิ้มไปด้วยความอัปยศ แต่ถ้อยคำด่านั้นกลับดูเบาบางและไร้เดียงสาในสายตาของเบิ้ม
"หึ... ด่าเป็นแค่นี้เหรอคุณหนู ช่างไม่รู้อะไรเลยนะว่าคนเลว ของจริงเขาทำกันยังไง"
เบิ้มไม่รอช้า เขาโน้มใบหน้าซุกลงไปหาความหอมหวานที่อยู่ตรงหน้า ปากร้อนผ่าวครอบครองยอดอกสีหวานที่เขากำลังบี้ขยี้อยู่เมื่อครู่ เขาดูดดึงอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดังจ๊วบจาบสลับกับความเสียวแปลกใหม่ที่แล่นริ้วเข้าสู่ขั้วหัวใจของสาวบริสุทธิ์
เนตรนภาสะดุดเฮือก ร่างทั้งร่างแอ่นโค้งขึ้นตามสัญชาตญาณเมื่อถูกปากหนาเข้าคุกคามจุดอ่อนไหวอย่างจาบจ้วง
ในขณะที่ปากยังคงปรนเปรอความเจ็บปนเสียวให้ส่วนบน มือที่หยาบกระด้างของเบิ้มก็เลื่อนต่ำลงไปตามหน้าท้องแบนราบ
มุ่งตรงสู่ใจกลางความลึกลับที่ไม่มีใครเคยได้ล่วงล้ำ เขาใช้อุ้งมือใหญ่ลูบไล้ผ่านเนินสวาทที่ปกคลุมด้วยขนอ่อนรำไร ผิวเนื้อนุ่มละเอียดที่สั่นระริกอยู่ใต้ฝ่ามือหยาบช้า ยิ่งปลุกสัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวเบิ้มให้ตื่นตัวถึงขีดสุด
"อึก... อย่า... ตรงนั้นไม่ได้... ฮือออ"
เนตรนภาสะอื้นไห้จนตัวโยน ความรู้สึกหวาดกลัวเริ่มถูกแทนที่ด้วยความรัญจวนใจที่น่าละอาย เธอพยายามจะหุบขาหนีแต่เบิ้มกลับใช้เข่าหนาแทรกกลางแยกเรียวขาของเธอออกอย่างง่ายดาย พร้อมกับส่งปลายนิ้วร้ายกาจเริ่มรุกล้ำเข้าหาจุดยุทธศาสตร์ที่ฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำหล่อลื่นตามธรรมชาติที่ร่างกายเธอเผลอไผลสร้างขึ้นมาเพื่อรับศึกที่กำลังจะเริ่ม
เบิ้มเค้นเสียงหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นท่าทางต่อต้านที่เริ่มอ่อนแรงลง เขาขยับกายกำยำเบียดแทรกเข้าไปกลางหว่างขา บังคับให้เธอแยกออกกว้างจนไม่มีทางปิดซ่อนสิ่งใดได้อีก นิ้วกลางที่หยาบกร้านจากการจับจอบเสียมและอิฐปูน ลากไล้อยู่บนผิวเนื้ออ่อนนุ่มที่ฉ่ำแฉะ
"คุณหนูรู้ไหม... ความสวยของคุณหนูมันมีราคานะ"
ไม่พูดเปล่า เบิ้มจุ่มปลายนิ้วที่ด้านสากลงไปในร่องรอยแยกที่แสนคับแน่นและนุ่มนวล เขาเริ่มรุกล้ำเข้าไปช้า ๆ ความแห้งกร้านของนิ้วมือคนงานก่อสร้างที่ครูดไปตามผนังเนื้ออ่อนทำให้เนตรนภาสะดุ้งสุดตัว
"อึก เจ็บ... เอาออกไปนะ ไอ้บ้า ฮือออ..."
เธอส่ายหน้าจนผมสยายไปกับหมอน สองมือที่ถูกตรึงไว้เหนือหัวบิดเร้าจนข้อมือแดงช้ำ ร่างกายของเธอประท้วงสัมผัสที่จาบจ้วงนี้อย่างรุนแรง ทว่าในความเจ็บแสบจากการถูกล่วงล้ำโดยไร้การผ่อนปรน กลับมีความรู้สึกแปลกประหลาด บางอย่างซึมลึกเข้ามาแทนที่
นิ้วมือที่แข็งแกร่งของเบิ้มเริ่มขยับเข้าออกเป็นจังหวะหนักสลับเบา ความสากระคายกลับกลายเป็นตัวกระตุ้นที่รุนแรงอย่างที่เธอไม่เคยได้รับจากจินตนาการใด ๆ ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านไปทั่วท้องน้อยจนเธอรู้สึกเบาหวิวราวกับลอยอยู่ในน้ำ
"เป็นอะไรไปล่ะคุณหนู ไหนบอกให้เอาออกไง... แต่ทำไมข้างในมันกลับรัดนิ้วผมแน่นขนาดนี้ล่ะ" เบิ้มกระซิบเย้ยหยันพลางเร่งจังหวะนิ้วให้เร็วขึ้น
"อื้อออ... ไม่... ฉันเกลียดแก... ฉันเกลียด..."
เนตรนภาพยายามจะยืนยันคำเดิม แต่เสียงของเธอเริ่มสั่นพร่าและขาดช่วง ลมหายใจที่เคยสม่ำเสมอเปลี่ยนเป็นหอบถี่ ใบหน้าขาวนวลเริ่มขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่ได้ ความเกลียดชังที่เปี่ยมล้นในใจเริ่มพ่ายแพ้ต่อปฏิกิริยาของร่างกายที่ถูกปลุกเร้าโดยชายที่เธอตราหน้าว่าเป็นคนชั้นต่ำ
ยิ่งเบิ้มกดนิ้วเน้นลงบนจุดอ่อนไหวแรงเท่าไหร่ ร่างบางก็ยิ่งแอ่นหยัดเข้าหาอย่างลืมตัว ความเจ็บปวดในตอนแรกถูกความเสียวซ่านมหาศาลกลืนกินไปจนสิ้น ทิ้งไว้เพียงความโหยหาในสัมผัสที่ดิบเถื่อนมากกว่าเดิม...
พละกำลังอันมหาศาลของเบิ้มยังคงตรึงข้อมือเล็กไว้แน่น ขณะที่ปลายนิ้วหยาบกร้านขยับรัวเร็วอยู่ในจุดอ่อนไหวอย่างป่าเถื่อน ความสากระคายของผิวหนังคนงานก่อสร้างบดบี้ลงบนผนังเนื้อนุ่มจนเนตรนภาสั่นไปทั้งร่าง สมองของเธอขาวโพลน ความคิดที่เคยต่อต้านกลับพ่ายแพ้ต่อสัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกขึ้นมาอย่างไม่ปรานี
"อ๊ะ... อ๊าาา... หยุด... อื้อออ"
เสียงประท้วงที่เคยแข็งกร้าวในตอนแรก บัดนี้กลับเพี้ยนไปเป็นเสียงครางกระเส่าที่หวานหูจนน่าละอาย เนตรนภาพยายามจะเม้มริมฝีปากเพื่อกักเก็บเสียงที่น่ารังเกียจนั้นไว้ แต่เมื่อเบิ้มเน้นนิ้วบดคลึงจุดกระสันแรง ๆ ร่างบางก็แอ่นหยัดขึ้นสะโพกบิดเร้า สองขาที่เคยพยายามหุบหนีกลับถ่างกว้างออกอย่างลืมตัวเพื่อรับสัมผัสที่จาบจ้วงนั้นให้ลึกซึ้งขึ้น
"ดูสิ... ปากก็ด่าว่ากูเลว แต่ร่างกายมึงกลับต้อนรับนิ้วคนงานอย่างกูดีจังนะคุณหนู" เบิ้มกระซิบเย้ยหยันข้างหูพลางเร่งจังหวะจนเกิดเสียงเฉอะแฉะน่าอาย
"อื้อออ ไม่... ไม่เอา... อ๊ะ อ๊ายยยย"
ในที่สุด ร่างของเนตรนภาก็กระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ลมหายใจขาดห้วงไปชั่วขณะเมื่อความเสียวซ่านพุ่งทะยานถึงจุดสูงสุด ร่างกายที่บริสุทธิ์ของเธอสั่นสะท้านพลางตอดรัดนิ้วมือของเบิ้มอย่างบ้าคลั่ง
น้ำตาแห่งความอัปยศไหลร่วงออกมาพร้อมกับความรู้สึกสุขสมที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน เธอเสร็จ สมเป็นครั้งแรกแบบด้วยน้ำมือของชายที่เธอไม่รู้จักมาก่อน
เบิ้มถอนนิ้วที่เปียกชุ่มออกมา ก่อนจะชูขึ้นตรงหน้าหญิงสาวที่นอนหอบหายใจรวยริน ร่างกายสั่นเทาด้วยความอ่อนแรง แววตาที่เคยอวดดีบัดนี้เลื่อนลอยและเต็มไปด้วยราคี
"หึ ๆ ๆ ๆ!" เบิ้มระเบิดเสียงหัวเราะเยาะออกมาอย่างสะใจ เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยชัยชนะเหนือคนชนชั้นสูงที่ดูถูกเขา
"เป็นไงล่ะคุณหนูเนตรนภา ได้ขึ้นสวรรค์ด้วยฝีมือนิ้วสาก ๆ ของไอ้คนชั้นต่ำอย่างกู มันรู้สึกดียิ่งกว่าเงินที่พ่อมึงโกงกูไปอีกใช่ไหม!"
เนตรนภาซบหน้าลงกับหมอนด้วยความรู้สึกสมเพชตัวเอง เธออยากจะด่าเขาต่อแต่เสียงกลับหายไปในลำคอ สิ่งที่น่าอายที่สุดไม่ใช่การถูกเขารังแก แต่คือการที่ร่างกายของเธอแอบโหยหาสัมผัสที่ดิบเถื่อนนั้นอย่างไม่รักดี
"นี่แค่เริ่มต้นนะ..." เบิ้มพูดพลางเริ่มปลดเข็มขัดหนังเส้นเก่าของเขาออก
"ดอกเบี้ยจริง ๆ น่ะ... มันเพิ่งจะเริ่มต่อจากนี้ต่างหาก"
เสียงเข็มขัดหนังเส้นเก่าถูกกระชากออกจากหูกางเกงดัง เ ก่อนที่เบิ้มจะเหวี่ยงมันทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี เขาจัดการปลดอาภรณ์ส่วนล่างออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นท่อนเนื้อขนาดมหึมาที่ตื่นตัวเต็มที่จนน่าหวาดกลัว ลำกายสีคล้ำนั้นอวบใหญ่ปูดโปนด้วยเส้นเลือด ส่วนหัวบานหยักนั้นดูดุดัน จนเนตรนภาที่เพิ่งจะสร่างจากอาการเคลิ้มเมื่อครู่ถึงกับใจหายวาบ
"มะ... ไม่นะ..."
ร่างบางที่เปลือยท่อนล่างและเสื้อนอนหลุดลุ่ยพยายามกระเถิบหนีด้วยความหวาดกลัวจับใจ แผ่นหลังของเธอชนเข้ากับหัวเตียงจนไร้ทางถอย เธอรีบรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ยกมือขึ้นไหว้ท่วมหัว น้ำตาไหลนองหน้าด้วยความลนลาน
"อย่าทำฉันเลยนะ... ฉันไหว้ล่ะ ฉันจะช่วยพูดกับคุณพ่อให้ จะให้พ่อเอาเงินมาคืนให้ครบทุกบาทเลย ปล่อยฉันไปเถอะนะ อย่าทำแบบนี้เลย..." เสียงของเธอสั่นเครืออ้อนวอนขอความเมตตาจากชายฉกรรจ์ตรงหน้า
เบิ้มมองภาพคุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่กำลังพนมมือไหว้คนงานก่ออย่างเขา ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยชัยชนะ เขาหัวเราะในลำคออย่างเหี้ยมเกรียม ก่อนจะคลานเข้าไปคร่อมร่างเธอไว้จนมิด
"ได้ไงล่ะคุณหนู... เมื่อกี้คุณหนูเพิ่งจะเสร็จนำหน้าผมไปจนตัวสั่นขนาดนั้น จะปล่อยให้ผมค้างอยู่แบบนี้มันไม่ใจดำไปหน่อยเหรอ"
เขาใช้มือหนาจับขาเรียวของเธอรั้งให้กลับมานอนราบลงตามเดิม แม้เธอจะพยายามขืนไว้แต่ก็สู้แรงมหาศาลไม่ได้
"ส่วนเรื่องเงิน... ผมรู้อยู่แล้วว่าพ่อคุณต้องจ่ายแน่ แต่เงินนั่นมันแค่เงินต้นที่เขาติดพวกผมไว้"
เบิ้มโน้มหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกชนกัน กลิ่นอายความดิบเถื่อนและเพลิงแค้นแผ่ซ่านจนเนตรนภาหายใจไม่ออก
"แต่เรื่องของเราบนเตียงเนี่ย... มันคือดอกเบี้ยที่คุณหนูต้องรับผิดชอบแทนพ่อเอง"
ไม่พูดเปล่า เบิ้มจับขาของเนตรนภาแยกออกกว้างกว่าเดิมจนเธอรู้สึกถึงความเย็นเยียบของอากาศที่สัมผัสจุดอ่อนไหว
เขาจ่อท่อนเนื้อใหญ่โตเข้ากับกึ่งกลางกายสาวที่ยังเปียกชื้นจากน้ำหวานที่เธอเพิ่งปลดปล่อยออกมา สายตาของเบิ้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของเธออย่างจะบอกว่าคืนนี้ นรกเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ตอนที่ 11 อยู่เคียงคู่กับข้าตลอดไปได้หรือไม่จื่อเย่วค่อย ๆ ผละออกจากอ้อมกอดที่รัดแน่นของเขา นางใช้มือนุ่มทั้งสองข้างประคองใบหน้าคมสันของจอมมารเอาไว้ นิ้วโป้งเกลี่ยลูบไปที่แก้มของเขาอย่างทะนุถนอม นางส่งยิ้มหวานให้เขา เป็นรอยยิ้มที่พยายามจะปลอบประโลมหัวใจที่กำลังคลุ้มคลั่ง แต่ถึงอย่างนั้น ดวงตาคู่สวยกลับสั่นไหวและฉายแววเศร้าสร้อยอย่างที่สังเกตเห็นได้ชัด"ท่านจะกังวลไปทำไมเจ้าคะ..." นางเอ่ยเสียงแผ่ว เบาหวิวราวกับสายลมพัดผ่าน "ในเมื่อตอนนี้ข้ายังอยู่ตรงนี้ ยังอยู่ในอ้อมกอดของท่าน... เราเอาเวลาที่ยังมีอยู่ ใช้มันให้มีความสุขที่สุดไม่ดีกว่าหรือ"นางโน้มศีรษะเข้าไปหน้าผากชนกับหน้าผากของเขา หลับตาลงเพื่อซึมซับไออุ่นที่ยังคงมีอยู่จริงในขณะนี้"อนาคตจะเป็นอย่างไร มิติจะพรากเราจากกันวันไหน นั่นเป็นเรื่องของโชคชะตา... แต่ตอนนี้ วินาทีนี้ ท่านมีข้า และข้าก็มีท่าน แค่นี้มันยังไม่พออีกหรือเจ้าคะ"คำพูดของนางเหมือนน้ำเย็นที่ราดลงบนกองเพลิงแห่งความสับสนในใจเฟยเทียน แต่มันก็เป็นน้ำเย็นที่แฝงไปด้วยความขมขื่น เพราะยิ่งนางบอกให้ใช้เวลาให้มีความสุข มันกลับยิ่งตอกย้ำว่าเวลาที่พวกเขามีร่วมกันนั้นอาจจะมีจุ
ตอนที่ 10ข้าโหยหาเจ้ามาทั้งวันจื่อเย่วส่งเสียงอุทานแผ่วเบาในลำคอ ร่างกายที่เปลือยเปล่าของนางสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่อัดแน่นและผิวที่ร้อนผ่าวของเฟยเทียน ไอน้ำที่ลอยกรุ่นบดบังทัศนียภาพรอบกายจนดูเหมือนโลกทั้งใบเหลือเพียงนางและเขา ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ยามราตรีที่ส่งกลิ่นหอมรัญจวน"ทะ... ท่าน..." นางเรียกชื่อเขาด้วยเสียงสั่นพร่า สองมือเล็กเกาะแขนแกร่งของเขาไว้แน่นเพื่อพยุงตัวไม่ให้จมลงไปในห้วงอารมณ์ที่เขากำลังก่อ"สนมรัก... เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้าต้องใช้ความอดทนมากเพียงใด" เฟยเทียนกระซิบเสียงแหบพร่าพลางซุกไซ้ใบหน้าลงบนไหล่เนียนละเอียด "ข้าโหยหาเจ้ามาทั้งวัน... กลิ่นของเจ้า รสสัมผัสของเจ้า มันทำให้ข้าแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว""อื้อออ..."คำพูดออดอ้อนปนเอาแต่ใจของเขาถูกกลืนหายไปทันที เมื่อเฟยเทียนจัดการพลิกตัวนางให้หันกลับมาเผชิญหน้า ก่อนจะจู่โจมมอบจูบที่เร่าร้อนและดุดันปานจะสูบวิญญาณ ริมฝีปากของเขาบดเบียดลงมาอย่างโหยหา ลิ้นร้อนรุกรานเกี่ยวกระหวัดจนจื่อเย่วแทบสำลักความหวานที่แฝงไปด้วยอำนาจของจอมปีศาจหางจิ้งจอกทั้งเก้าที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมา ต่างโบกสะบัดพริ้วไหวอยู่รอบตัวพวกเขาราวกับจะสร้างกำแพงขน
ตอนที่ 9ชวนจอมปีศาจไปแช่น้ำหลังจากจัดการทั้งราเมงเผ็ดและไดฟูกุหวานนุ่มจนหมดจาน เฟยเทียนก็ไม่รอช้า เขาใช้จังหวะที่จื่อเย่วกำลังจะเก็บจาน รวบเอวบางของนางเข้ามานั่งบนตักแกร่งทันที และกอดรัดไว้อย่างถือสิทธิ์"ท่านนี่นะ... ถึงเนื้อถึงตัวข้าตลอดเลย" จื่อเย่วบ่นอุบแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนจริงจัง"ก็ข้าอยาก..." เฟยเทียนกระซิบข้างหู เสียงแหบพร่าเริ่มจะนำทางไปสู่เรื่องอย่างว่าอีกครั้ง ทว่ามือน้อย ๆ ของจื่อเย่วกลับยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากหนาของเขาเป็นการเบรก"หยุดเลยเจ้าค่ะ เรามาคุยทำความรู้จักกันก่อนดีไหม"จอมปีศาจขัดใจเล็กน้อยที่โดนขัดจังหวะความหิวรอบใหม่ แต่เมื่อสบตาอ้อน ๆ ของนาง เขาก็ยอมถอนหายใจแล้วพยักหน้า "ได้... เจ้าว่ามา"จื่อเย่วเริ่มเล่าเรื่องราวของนางอย่างเจื้อยแจ้ว ทั้งเรื่องที่นางอายุเท่าไร ใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่มีเทคโนโลยี มีตึกสูง มีอาหารแปลก ๆ แบบที่เขาเพิ่งกินไป และการที่นางหลุดมาที่นี่อย่างไม่คาดฝัน เสียงของนางที่เจื้อยแจ้วท่ามกลางสายลมเย็น ๆ ที่ศาลากลางน้ำ ทำให้เฟยเทียนถึงกับเผลอเท้าคางจ้องมองริมฝีปากจิ้มลิ้มที่ขยับเขยื้อนด้วยความหลงใหล"เอาละ ทีนี้ตาของท่านบ้าง" นางใช้นิ้วชี้ม
ตอนที่ 8อาหารของโลกมนุษย์เมื่อจื่อเย่วก้เข้ามาในห้องเครื่องอีกครั้ง นางก็ต้องตกตะลึงกับความวิเศษที่ซ่อนอยู่ ภายในห้องครัวกว้างขวางลึกลับแห่งนี้ดูเหมือนจะเชื่อมต่อกับมิติที่ไม่มีวันสิ้นสุด นางลองออกปากถามหาเครื่องเทศแปลก ๆ หรือผักที่หาได้ยากในยุคโบราณ พ่อครัวปีศาจที่มีรูปร่างสูงใหญ่แต่ท่าทางนอบน้อมกลับหามาประเคนให้ได้ทุกอย่างราวกับมีตาทิพย์"ที่นี่มันวิเศษเกินไปแล้ว!" จื่อเย่วอุทานพลางลูบไปบนเคาน์เตอร์หินอ่อนที่สะอาดกริบนางเริ่มนึกถึงรสชาติที่ถวิลหาในยุคปัจจุบัน เมนูที่ทั้งเผ็ดร้อนและนัวลิ้นจนต้องซี๊ดปาก นางหันไปสั่งการพ่อครัวด้วยแววตามุ่งมั่น "ข้าอยากได้เส้นสีเหลืองที่เหนียวนุ่ม เนื้อไก่หั่นเต๋า พริกป่นรสจัดจ้าน แล้วก็ชีส... เจ้าพอจะหาของที่รสชาติมันเข้ม ๆ หนึบ ๆ เหมือนนมที่กลายเป็นก้อนได้หรือไม่?"พ่อครัวปีศาจไม่แม้แต่จะขมวดคิ้วสงสัย เขาเพียงแค่สะบัดมือเบา ๆ เหนือโต๊ะไม้ตัวยาว พลันบังเกิดแสงสีทองสว่างวาบขึ้นเพียงครู่เดียว วัตถุดิบทุกอย่างที่จื่อเย่วต้องการก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ทั้ง เส้นราเมงสดใหม่ เนื้อไก่ส่วนที่นุ่มที่สุด และ ชีสชั้นเลิศ ที่ส่งกลิ่นหอมมันราวกับเสกออกมาจากอากาศธาตุ
ตอนที่ 7 จอมปีศาจคลั่งรักแสงแดดรำไรลอดผ่านม่านไหมเข้ามาในห้องบรรทม จื่อเย่วขยับกายตื่นขึ้นไม่ใช่เพราะแสงสว่าง แต่เป็นเพราะกลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่น ไก่ย่างที่หอมยั่วน้ำลายจนท้องเจ้ากรรมเริ่มประท้วง นางขมวดคิ้วด้วยความงุนงง เพราะจำได้แม่นยำว่าเมื่อวานนางเดินสำรวจจนทั่วแล้ว แต่วังปีศาจแห่งนี้กลับไม่มีครัวหรือแม้แต่เงาของอาหารมนุษย์เลยแม้แต่น้อย“หรือว่าข้าจะหิวจนจมูกเพี้ยนไปเอง?” นางพึมพำกับตัวเอง พลางคว้าเสื้อคลุมผ้าไหมมาสวมทับร่างกายที่ยังมีรอยรักจาง ๆทว่าเมื่อนางก้าวเท้าหมายจะเดินตามกลิ่นหอมนั้นออกไปทางประตูตำหนัก กลับต้องชะงักกึก! เมื่อจู่ๆ ปรากฏร่างของหญิงสาวในชุดเครื่องแบบประหลาดหลายคนเดินออกมาจากมุมมืด พวกนางมีการเคลื่อนไหวที่เงียบเชียบราวกับไร้ตัวตน "พระสนม โปรดหยุดก่อนเจ้าค่ะ" หนึ่งในนางกำนัลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาดก่อนที่จื่อเย่วจะได้เอ่ยปากถามอะไร พวกนางก็รุมล้อมพานางไปยังห้องวารีที่อยู่ถัดไป กลิ่นหอมของมวลบุปผาลอยฟุ้ง จื่อเย่วถูกจับเปลื้องผ้าลงแช่ในน้ำอุ่นที่โรยด้วยกลีบดอกไม้ทิพย์ พวกนางช่วยกันขัดผิวกายของนางอย่างเบามือ จนผิวที่ขาวนวลอยู่แล
ตอนที่ 6หางทั้งเก้า...ช่างรู้งานจื่อเย่วโน้มกายลงต่ำจนใบหน้าอยู่ห่างจากความยิ่งใหญ่เพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจร้อนผ่าวของนางที่รินรดลงบนส่วนหัวที่ปริ่มไปด้วยหยาดน้ำใส ทำเอาเฟยเทียนถึงกับเผลอเกร็งหน้าท้องจนลอนกล้ามเนื้อขึ้นรูปเด่นชัด มือน้อย ๆ ทั้งสองข้างโอบรอบโคนแท่งเนื้อร้อนระอุเอาไว้ ก่อนที่นางจะเริ่มใช้ลิ้นเล็กสีชมพูละเลียดเลียลงไปที่ส่วนปลายอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังชิมขนมหวานรสเลิศ"ซี้ดดด... สนมรัก..." จอมมารครางต่ำในลำคอ เมื่อลิ้นนุ่มลากผ่านจุดอ่อนไหวที่ไวต่อสัมผัสที่สุดนางไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น จื่อเย่วอ้าปากออกกว้างแล้วค่อย ๆ ครอบครองส่วนหัวอันเขื่องเข้าไปอย่างเชื่องช้า ความอุ่นชื้นภายในช่องปากที่บีบรัดและดูดดึงทำเอาเฟยเทียนถึงกับต้องแหงนหน้าขึ้น สันกรามคมกริบเกร็งแน่น มือหนาขยำลงบนเส้นผมสลวยของนางเพื่อระบายความเสียวซ่านที่จู่โจมอย่างรุนแรง"อื้มมม..." เสียงครางอย่างพอใจของจื่อเย่วดังอู้อี้อยู่ในลำคอ นางเริ่มขยับศีรษะเข้าออกเป็นจังหวะ ปล่อยให้ความยิ่งใหญ่ของเขาชอนไชลึกเข้าไปจนถึงโคนลิ้น ลิ้นเล็กยังคงซุกซนด้วยการตวัดไล้ไปตามเส้นะรอยแยกที่พาดผ่านลำกายอย่างรู้งานจมูกของนางกดท







