หน้าหลัก / โรแมนติก / รวมเรื่องสั้นสุดสยิว SS3 / 1.คุณหนูสุดร่าน กับคนงานก่อสร้างล่ำบึ้ก

แชร์

รวมเรื่องสั้นสุดสยิว SS3
รวมเรื่องสั้นสุดสยิว SS3
ผู้แต่ง: Chocolate lily

1.คุณหนูสุดร่าน กับคนงานก่อสร้างล่ำบึ้ก

ผู้เขียน: Chocolate lily
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-27 16:20:32

ตอนที่ 1

ท่ามกลางฝุ่นคลุ้งและเสียงเครื่องจักรที่แผดคำราม เบิ้ม แรงงานหนุ่มใหญ่วัยสามสิบห้า ยืนปาดเหงื่อที่ไหลซึมเข้าตา รูปร่างของเขาดูราว กับหล่อขึ้นมาจากเหล็กกล้า แผ่นหลังกว้างเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเป็นมัดจากการแบกหามอิฐปูน

ลำแขนหนาปูดโปนด้วยเส้นเลือดที่คืบคลานไปตามผิวสีเข้มจัดที่ไหม้แดด ใบหน้าคมสันมีหนวดเคราเขียวครึ้มที่ไม่ได้โกนมาหลายวัน ยิ่งขับให้แววตาของเขาดูดุดันและกร้าวแกร่งอย่างชายฉกรรจ์ที่ตรากตรำงานหนัก

สองเดือนเต็มที่เขาถวายชีวิตให้ไซต์ก่อสร้างแห่งนี้ แต่นอกจากค่าอาหารประทังชีวิตแล้ว เบิ้มยังไม่ได้เห็นเงินค่าแรงแม้แต่บาทเดียว เงินเก็บก้อนสุดท้ายที่ดึงออกมาใช้ก่อนก็ร่อยหรอลงจนแทบไม่เหลือเช่า ความจนมันบีบคั้นให้หมาจนตรอกอย่างเขาเริ่มหมดความอดทน

"ไป... วันนี้กูต้องเอาเงินออกมาให้ได้"  เบิ้มคำรามบอกเพื่อนคนงานอีกสามสี่คนที่สภาพไม่ต่างกัน พวกเขารวบรวมความกล้าเดินมุ่งหน้าไปยังตู้คอนเทนเนอร์สำนักงานท่ามกลางแสงโพล้เพล้ของเย็นวันเสาร์

ปัง!

ร่างหนาผลักประตูเข้าไปโดยไม่ได้เคาะ แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้ทุกคนชะงักค้าง กลิ่นเหล้าและกลิ่นน้ำหอมคละคลุ้ง

วิเชียร เจ้าของบริษัทและโฟร์แมนคุมงานร่างท้วม กำลังนัวเนียอยู่กับหญิงบริการบนโต๊ะทำงานในสภาพอุจาดตา เสียงครางระงมที่ดังขึ้นในตอนแรกถูกขัดจังหวะด้วยความโกรธแค้นของกลุ่มชายฉกรรจ์ที่เดินเข้ามา

"พวกมึงเข้ามาทำซากอะไรวะ” วิเชียรตะโกนด่า พลางรีบคว้ากางเกงมาสวม หน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโมโห

"พวกผมมาทวงเงินครับหัวหน้า สองเดือนแล้ว... พวกผมไม่มีจะกินแล้ว" เบิ้มพยายามข่มใจ เจรจาด้วยน้ำเสียงที่ยังพอมีความใจเย็น

"ไม่มีก็เรื่องของมึงสิ งานยังไม่จบจะเอาเงินที่ไหนมาเบิกวะ ไอ้พวกโง่ ออกไปให้พ้นหน้ากู ก่อนที่กูจะไล่พวกมึงออกให้หมด แล้วเงินสักบาทก็ไม่ได้" วิเชียรด่ากราดอย่างไร้เยื่อใย คำด่าดูถูกเหยียดหยามพ่นออกมาจากปากของคนที่เป็นหัวหน้าคน

ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนเกือบจะมีการวางมวย เสียงโทรศัพท์ของวิเชียรก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที น้ำเสียงที่เคยเกรี้ยวกราดกลับนุ่มนวลจนน่าสะอิดสะเอียน

"จ๊ะ... หนูเนตร คนดีของพ่อ พ่อกำลังจะกลับแล้วจ๊ะ เตรียมของโปรดไว้ให้พ่อด้วยนะคนสวย"

เบิ้มยืนนิ่ง กัดฟันแน่นจนกรามปูดโปน หนูเนตร หรือ เนตรนภา ลูกสาวสุดที่รักที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของวิเชียร ชื่อนี้เหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟในใจของเบิ้ม

พอวางสาย วิเชียรก็หันมาถลึงตาใส่กลุ่มของเขาอีกครั้ง

 "เห็นไหม ลูกกูโทรตามแล้ว พวกมึงไสหัวไปซะ พรุ่งนี้ค่อยมาคุยใหม่... ถ้ากูอารมณ์ดีน่ะนะ"

เบิ้มกำหมัดแน่นจนสั่น เขามองหน้าวิเชียรด้วยแววตาที่อาฆาตแค้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาและพรรคพวกเดินออกมาจากห้องนั้นด้วยความรู้สึกที่พ่ายแพ้ แต่ในหัวของเขา กลับไม่ได้คิดเรื่องการอ้อนวอนอีกต่อไป

ในเมื่อมึงรักลูกมึงมาก... กูอยากจะรู้นักว่าถ้าลูกสาวมึงต้องมาชดใช้แทนมึง มึงจะยังทำหน้ากร่างแบบนี้ได้อยู่อีกไหม

เบิ้มยืนมองพรรคพวกที่เดินคอตกแยกย้ายกันกลับแคมป์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชและคั่งแค้น 

แผ่นหลังหนาที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อพิงเข้ากับมุมตึกมืด ๆ สายตาคมกริบดุจเสือร้ายจ้องมองรถยนต์คันงามของวิเชียรที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากไซต์งาน

"มึงมีเงินหาความสุขใส่ตัว แต่ไม่มีเงินจ่ายพวกกู..." เข้มพ่นน้ำลายลงพื้น กรามหนาขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน

เขาสตาร์ทมอเตอร์ไซค์คันเก่าเสียงดังกระหึ่ม ขับทิ้งระยะห่างตามรถของวิเชียรไปอย่างเงียบเชียบ ลมเย็นยามค่ำคืนไม่ได้ช่วยให้ใจที่รุ่มร้อนของเขาสงบลงเลย ยิ่งเห็นวิเชียรขับรถเข้าสู่เขตบ้านจัดสรรหรูหรา

ความรู้สึกอยุติธรรมยิ่งบีบคั้นหัวใจ เบิ้มกำแฮนด์รถแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นที่ลำแขนกำยำ

วิเชียรเลี้ยวรถเข้าไปในบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ที่มีรั้วรอบขอบชิด ร่างหนาจอดรถไว้ห่างออกไปในมุมมืด เดินลัดเลาะตามกำแพงบ้านเข้าไปอย่างระมัดระวัง พละกำลังที่เคยใช้แบกหามอิฐปูนบัดนี้ถูกใช้ในการปีนป่ายรั้วไม้ระแนงได้อย่างแคล่วคล่อง

เขาทิ้งตัวลงบนพื้นหญ้านุ่มนิ่มในรั้วบ้าน สายตามองลอดหน้าต่างกระจกบานใหญ่เข้าไปเห็นภาพวิเชียรที่กำลังสวมกอดหญิงสาวร่างบางคนหนึ่งอย่างรักใคร่

นั่นคือ เนตรนภา ลูกสาวที่มันเชิดชูนักหนา...

ผิวของเธอขาวผ่องดุจหยาดน้ำค้างใต้แสงไฟในบ้าน ท่าทางออดอ้อนและรอยยิ้มที่ดูบริสุทธิ์นั่นยิ่งทำให้เข้มรู้สึกคลื่นไส้ ความขาวสะอาดของเธอช่างตัดกับมือที่สกปรกกร้านงานของเขาเหลือเกิน

‘ถ้าพ่อมึงมันชั่ว... ลูกสาวอย่างมึงก็อย่าหวังว่าจะอยู่อย่างนางฟ้า’

ร่างใหญ่ทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ ในเงามืดข้างพุ่มไม้ใหญ่ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ กลิ่นดินกลิ่นหญ้าผสมกับกลิ่นอายความแค้นที่รุนแรง

เขาจะยังไม่ทำอะไรตอนนี้ เขาจะรอ... รอให้ไอ้วิเชียรตายใจ รอให้แสงไฟในบ้านดับลง และรอเวลาที่จะเข้าไปเรียกเก็บดอกเบี้ย ที่พ่อของเธอติดค้างเขาไว้ด้วยวิธีที่มันจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต

เบิ้มอาศัยจังหวะที่ทุกคนหลับใหล ย่องเข้าไปในตัวบ้านอย่างเงียบเชียบ เขาเคลื่อนกายผ่านห้องโถงหรูหรา มุ่งหน้าไปยังชั้นสองตามเป้าหมายที่เขาล็อกไว้ตั้งแต่ตอนอยู่นอกหน้าต่าง

มือหนาที่หยาบกร้านบิดลูกบิดประตูห้องนอนของ เนตรนภา อย่างเบามือที่สุด... แกรก... ประตูเปิดออกช้า ๆ

แสงจันทร์ที่ลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อนส่องให้เห็นร่างบางที่ขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ชายหนุ่มสาวเท้าเข้าไปประชิดขอบเตียง กลิ่นหอมอ่อน ๆ เหมือนแป้งเด็กลอยมากระทบจมูก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทำให้นักล่าอย่างเขาถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง

บนเตียงกว้าง เนตรนภานอนหลับสนิทพริ้มเพรา แต่สิ่งที่ขัดตาที่สุดคือชุดนอนลายการ์ตูนสีหวานที่เธอสวมใส่ มันเป็นชุดที่ดูไร้เดียงสาเกินกว่าจะเป็นชุดของผู้หญิงวัยยี่สิบกว่า ๆ 

ชายหนุ่มมองร่างที่ดูบอบบางและบริสุทธิ์นั่นด้วยความรู้สึกที่ตีกันยุ่งในอก ความไร้เดียงสาของเธอในชุดนอนลายการ์ตูนนั้นมันช่างน่าถนุถนอม แต่ในขณะเดียวกัน ความแค้นที่ถูกไอ้วิเชียรโกงกินหยาดเหงื่อแรงงานมาตลอดสองเดือนก็พลุ่งพล่านขึ้นมากลบทุกอย่าง

‘พ่อมึงทำให้กูไม่มีจะกิน... แต่ลูกสาวมันกลับนอนสบายในชุดนอนปัญญาอ่อนนี่เหรอ’

เขากัดฟันจนกรามปูด สองมือกำแน่นข้างลำตัว สายตาคมกริบจ้องมองไปที่ลำคอระหงและทรวงอกที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจอย่างสม่ำเสมอ ความเงียบในห้องเริ่มทวีความกดดัน เบิ้มค่อย ๆ นั่งลงบนขอบเตียงอย่างช้าๆ จนฟูกหนายุบตัวลงตามน้ำหนักตัวของชายฉกรรจ์

"ตื่นมาดูผลงานที่พ่อคุณทำไว้หน่อยเป็นไง... หนูเนตร"

เขากระซิบเสียงพร่าต่ำข้างใบหูของคนที่กำลังหลับไหล ก่อนจะใช้นิ้วมือที่ด้านและสากลูบไล้ไปตามพวงแก้มใสอย่างแผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยความคุกคาม

สัมผัสที่จมลึกลงบนฟูกหนาทำให้นลินสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางคัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตระหนกเมื่อเห็นเงาร่างทะมึนของชายแปลกหน้ากุมอำนาจอยู่เหนือร่างกายเธอ

"กรี๊ดดด! ช่วย..."

ยังไม่ทันสิ้นเสียงร้อง มือหนาที่หยาบกร้านดุจกระดาษทรายของ เบิ้มก็ตะครุบเข้าที่ปากของเธอจนมิด เสียงกรีดร้องถูกกักขังอยู่เพียงในลำคอ กลายเป็นเพียงเสียงอู้อี้ที่ไม่มีใครได้ยิน

ผนังห้องนอนที่พ่อของเธอทุ่มเงินจ้างช่างมาบุอย่างดีเพื่อกันเสียงรบกวนจากภายนอก บัดนี้มันกลายเป็นกรงขังที่ตัดขาดเธอจากความช่วยเหลืออย่างสิ้นเชิง

"ร้องไปก็ไม่มีใครได้ยินหรอกคุณหนู... ห้องนี้มันเก็บเสียงดีไม่ใช่เหรอ" เบิ้มคำรามเสียงต่ำ แววตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกด้วยความหวาดกลัว

เนตรนภาดิ้นรนสุดแรงเกิด ร่างบอบบางใต้ชุดนอนลายการ์ตูนบิดเร้าเพื่อหวังจะหลุดจากพันธนาการ ทว่าพละกำลังของสาวน้อยบอกบางหรือจะสู้แรงของชายฉกรรจ์ที่ตรากตรำแบกหามมาทั้งชีวิต

การดิ้นขัดขืนอย่างรุนแรงทำให้กระดุมเสื้อนอนเม็ดเล็ก ๆ ทนรับแรงดึงรั้งไม่ไหว มันขาดกระเด็นหลุดออกจากกัน

จนกระทั่งเสื้อนอนตัวบางแหวกออกเผยให้เห็นทรวงอกขาวนวลเนียนที่กระเพื่อมขึ้นลงอย่างรวดเร็วตามจังหวะการหายใจที่หอบถี่ เนื่องจากไม่ได้สวมชั้นในเวลานอน ยอดอกสีหวานชูชันเด่นหราสู้สายตาคมกริบของเบิ้มที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหาย

"หึ... ขาวดีนี่"

สายตาของเบิ้มที่มองมาทำให้เนตรนภารู้สึกเหมือนถูกแผดเผา ความแค้นในใจของชายหนุ่มพลันเปลี่ยนเป็นความต้องการที่รุนแรงกว่าเดิม เขากดไหล่บางทั้งสองข้างลงบนเตียงนุ่มด้วยน้ำหนักมหาศาล จนเนตรนภาจมลึกลงไปในผืฟุกนุ่ม

ร่างกายกำยำของเขาทาบทับลงมาจนเธอรู้สึกถึงความร้อนผ่าวและมัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งที่เบียดเสียดกับผิวเนื้ออ่อนนุ่มของเธอ

น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลพรากอาบแก้ม แต่ในขณะเดียวกัน ความใกล้ชิดของร่างกายที่ไม่เคยสัมผัสชายใดมาก่อน กลับทำให้ส่วนลึกในกายของเนตรนภาสั่นสะท้านอย่างประหลาด...

เบิ้มโน้มหน้าลงไปจนหน้าผากแทบจะชนกัน แววตาของเขาที่วาวโรจน์ในความมืดทำให้เนตรนภาต้องนิ่งงันไปครู่หนึ่ง เสียงของเขาแหบพร่าแต่หนักแน่นเหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงบนกลางใจ

"คุณหนูรู้ไหม... ว่าไอ้เดรสสวย ๆ ที่คุณหนูใส่ หรือแม้แต่แอร์เย็น ๆ ในห้องนี้ มันแลกมาด้วยอะไร" เบิ้มกระซิบข้างใบหูพลางบดเบียดร่างกายกำยำลงไป

"มันแลกมาด้วยความอดอยากของคนงานที่ไซต์งานไง พ่อคุณหนูมันเบี้ยวเงินค่าแรง จนคนงานแทบจะอดตาย"

"ไม่จริง... คุณพ่อไม่มีทางทำแบบที่คุณพูด..." เนตรนภาส่ายหน้าพยายามจะปฏิเสธ แต่อีกฝ่ายไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พัก

"ไม่จริงเหรอ เย็นนี้ผมยังเห็นพ่อคุณหนูนั่งเริงร่าอยู่กับอีตัวบนโต๊ะทำงาน ในขณะที่พวกผมเดินไปขอเงินแค่ไม่กี่ร้อยบาทไปประทังชีวิต แต่พ่อคุณหนูเขากลับไล่พวกผมเหมือนหมูเหมือนหมา"  

เบิ้มเค้นเสียงหัวเราะอย่างสมเพช

"ในวันที่คุณหนูมีกินมีใช้ มีความสุขในโลกสวย ๆ ของคุณหนู... พ่อของคุณหนูกำลังเหยียบหัวพวกผมเพื่อเอาเงินมาเลี้ยงดูคุณหนูให้เป็นนางฟ้าอยู่บนวิมานนี้ไงล่ะ"

มือหนาบีบข้อมือเล็กแรงขึ้นจนเธอเริ่มนิ่วหน้า

"แล้วตอนนี้... นางฟ้าอย่างคุณหนูจะบอกว่าสิ่งที่พ่อทำมันถูกงั้นเหรอ จะบอกว่าพวกผมที่ทำงานจนมือแตกเลือดซิบไม่ควรได้เงินสักบาท แต่ควรจะมายืนดูคุณหนูเสวยสุขแบบนี้ต่อไปงั้นสิ"

"ฉัน... ฉันไม่รู้เรื่องด้วย ต้องมีเรื่องเข้าใจผิดกันแน่ ๆ " เธอเริ่มสะอื้น เสียงเถียงที่เคยเก่งเริ่มแผ่วเบาลงเพราะความจริงที่ถูกสาดเข้าใส่หน้าอย่างจัง

"ไม่รู้เรื่องก็ต้องรู้ซะวันนี้แหละ" เบิ้มคำราม 

"ในเมื่อพ่อมึงเอาแรง ของกูไปฟรี  ๆ กูก็จะเอาตัว ของมึงมาเป็นค่าจ้างแทน... ดูซิว่านางฟ้าที่พ่อมึงเทิดทูนนักหนา ถ้าต้องมาตกนรกอยู่ใต้ร่างไอ้คนงานก่อสร้างอย่างกู มันจะยังดูสะอาดอยู่ไหม"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รวมเรื่องสั้นสุดสยิว SS3   11.ทะลุมิติมาเป็นสนมบรรณาการ

    ตอนที่ 11 อยู่เคียงคู่กับข้าตลอดไปได้หรือไม่จื่อเย่วค่อย ๆ ผละออกจากอ้อมกอดที่รัดแน่นของเขา นางใช้มือนุ่มทั้งสองข้างประคองใบหน้าคมสันของจอมมารเอาไว้ นิ้วโป้งเกลี่ยลูบไปที่แก้มของเขาอย่างทะนุถนอม นางส่งยิ้มหวานให้เขา เป็นรอยยิ้มที่พยายามจะปลอบประโลมหัวใจที่กำลังคลุ้มคลั่ง แต่ถึงอย่างนั้น ดวงตาคู่สวยกลับสั่นไหวและฉายแววเศร้าสร้อยอย่างที่สังเกตเห็นได้ชัด"ท่านจะกังวลไปทำไมเจ้าคะ..." นางเอ่ยเสียงแผ่ว เบาหวิวราวกับสายลมพัดผ่าน "ในเมื่อตอนนี้ข้ายังอยู่ตรงนี้ ยังอยู่ในอ้อมกอดของท่าน... เราเอาเวลาที่ยังมีอยู่ ใช้มันให้มีความสุขที่สุดไม่ดีกว่าหรือ"นางโน้มศีรษะเข้าไปหน้าผากชนกับหน้าผากของเขา หลับตาลงเพื่อซึมซับไออุ่นที่ยังคงมีอยู่จริงในขณะนี้"อนาคตจะเป็นอย่างไร มิติจะพรากเราจากกันวันไหน นั่นเป็นเรื่องของโชคชะตา... แต่ตอนนี้ วินาทีนี้ ท่านมีข้า และข้าก็มีท่าน แค่นี้มันยังไม่พออีกหรือเจ้าคะ"คำพูดของนางเหมือนน้ำเย็นที่ราดลงบนกองเพลิงแห่งความสับสนในใจเฟยเทียน แต่มันก็เป็นน้ำเย็นที่แฝงไปด้วยความขมขื่น เพราะยิ่งนางบอกให้ใช้เวลาให้มีความสุข มันกลับยิ่งตอกย้ำว่าเวลาที่พวกเขามีร่วมกันนั้นอาจจะมีจุ

  • รวมเรื่องสั้นสุดสยิว SS3   10.ทะลุมิติ มาเป็นสนมบรราการ NC25+

    ตอนที่ 10ข้าโหยหาเจ้ามาทั้งวันจื่อเย่วส่งเสียงอุทานแผ่วเบาในลำคอ ร่างกายที่เปลือยเปล่าของนางสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่อัดแน่นและผิวที่ร้อนผ่าวของเฟยเทียน ไอน้ำที่ลอยกรุ่นบดบังทัศนียภาพรอบกายจนดูเหมือนโลกทั้งใบเหลือเพียงนางและเขา ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ยามราตรีที่ส่งกลิ่นหอมรัญจวน"ทะ... ท่าน..." นางเรียกชื่อเขาด้วยเสียงสั่นพร่า สองมือเล็กเกาะแขนแกร่งของเขาไว้แน่นเพื่อพยุงตัวไม่ให้จมลงไปในห้วงอารมณ์ที่เขากำลังก่อ"สนมรัก... เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้าต้องใช้ความอดทนมากเพียงใด" เฟยเทียนกระซิบเสียงแหบพร่าพลางซุกไซ้ใบหน้าลงบนไหล่เนียนละเอียด "ข้าโหยหาเจ้ามาทั้งวัน... กลิ่นของเจ้า รสสัมผัสของเจ้า มันทำให้ข้าแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว""อื้อออ..."คำพูดออดอ้อนปนเอาแต่ใจของเขาถูกกลืนหายไปทันที เมื่อเฟยเทียนจัดการพลิกตัวนางให้หันกลับมาเผชิญหน้า ก่อนจะจู่โจมมอบจูบที่เร่าร้อนและดุดันปานจะสูบวิญญาณ ริมฝีปากของเขาบดเบียดลงมาอย่างโหยหา ลิ้นร้อนรุกรานเกี่ยวกระหวัดจนจื่อเย่วแทบสำลักความหวานที่แฝงไปด้วยอำนาจของจอมปีศาจหางจิ้งจอกทั้งเก้าที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมา ต่างโบกสะบัดพริ้วไหวอยู่รอบตัวพวกเขาราวกับจะสร้างกำแพงขน

  • รวมเรื่องสั้นสุดสยิว SS3   9.ทะลุมิติมาเป็นสนมบรรณาการ

    ตอนที่ 9ชวนจอมปีศาจไปแช่น้ำหลังจากจัดการทั้งราเมงเผ็ดและไดฟูกุหวานนุ่มจนหมดจาน เฟยเทียนก็ไม่รอช้า เขาใช้จังหวะที่จื่อเย่วกำลังจะเก็บจาน รวบเอวบางของนางเข้ามานั่งบนตักแกร่งทันที และกอดรัดไว้อย่างถือสิทธิ์"ท่านนี่นะ... ถึงเนื้อถึงตัวข้าตลอดเลย" จื่อเย่วบ่นอุบแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนจริงจัง"ก็ข้าอยาก..." เฟยเทียนกระซิบข้างหู เสียงแหบพร่าเริ่มจะนำทางไปสู่เรื่องอย่างว่าอีกครั้ง ทว่ามือน้อย ๆ ของจื่อเย่วกลับยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากหนาของเขาเป็นการเบรก"หยุดเลยเจ้าค่ะ เรามาคุยทำความรู้จักกันก่อนดีไหม"จอมปีศาจขัดใจเล็กน้อยที่โดนขัดจังหวะความหิวรอบใหม่ แต่เมื่อสบตาอ้อน ๆ ของนาง เขาก็ยอมถอนหายใจแล้วพยักหน้า "ได้... เจ้าว่ามา"จื่อเย่วเริ่มเล่าเรื่องราวของนางอย่างเจื้อยแจ้ว ทั้งเรื่องที่นางอายุเท่าไร ใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่มีเทคโนโลยี มีตึกสูง มีอาหารแปลก ๆ แบบที่เขาเพิ่งกินไป และการที่นางหลุดมาที่นี่อย่างไม่คาดฝัน เสียงของนางที่เจื้อยแจ้วท่ามกลางสายลมเย็น ๆ ที่ศาลากลางน้ำ ทำให้เฟยเทียนถึงกับเผลอเท้าคางจ้องมองริมฝีปากจิ้มลิ้มที่ขยับเขยื้อนด้วยความหลงใหล"เอาละ ทีนี้ตาของท่านบ้าง" นางใช้นิ้วชี้ม

  • รวมเรื่องสั้นสุดสยิว SS3   8.ทะลุมิติมาเป็นสนมบรรณาการ

    ตอนที่ 8อาหารของโลกมนุษย์เมื่อจื่อเย่วก้เข้ามาในห้องเครื่องอีกครั้ง นางก็ต้องตกตะลึงกับความวิเศษที่ซ่อนอยู่ ภายในห้องครัวกว้างขวางลึกลับแห่งนี้ดูเหมือนจะเชื่อมต่อกับมิติที่ไม่มีวันสิ้นสุด นางลองออกปากถามหาเครื่องเทศแปลก ๆ หรือผักที่หาได้ยากในยุคโบราณ พ่อครัวปีศาจที่มีรูปร่างสูงใหญ่แต่ท่าทางนอบน้อมกลับหามาประเคนให้ได้ทุกอย่างราวกับมีตาทิพย์"ที่นี่มันวิเศษเกินไปแล้ว!" จื่อเย่วอุทานพลางลูบไปบนเคาน์เตอร์หินอ่อนที่สะอาดกริบนางเริ่มนึกถึงรสชาติที่ถวิลหาในยุคปัจจุบัน เมนูที่ทั้งเผ็ดร้อนและนัวลิ้นจนต้องซี๊ดปาก นางหันไปสั่งการพ่อครัวด้วยแววตามุ่งมั่น "ข้าอยากได้เส้นสีเหลืองที่เหนียวนุ่ม เนื้อไก่หั่นเต๋า พริกป่นรสจัดจ้าน แล้วก็ชีส... เจ้าพอจะหาของที่รสชาติมันเข้ม ๆ หนึบ ๆ เหมือนนมที่กลายเป็นก้อนได้หรือไม่?"พ่อครัวปีศาจไม่แม้แต่จะขมวดคิ้วสงสัย เขาเพียงแค่สะบัดมือเบา ๆ เหนือโต๊ะไม้ตัวยาว พลันบังเกิดแสงสีทองสว่างวาบขึ้นเพียงครู่เดียว วัตถุดิบทุกอย่างที่จื่อเย่วต้องการก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ทั้ง เส้นราเมงสดใหม่ เนื้อไก่ส่วนที่นุ่มที่สุด และ ชีสชั้นเลิศ ที่ส่งกลิ่นหอมมันราวกับเสกออกมาจากอากาศธาตุ

  • รวมเรื่องสั้นสุดสยิว SS3   7.ทะลุมิติมาเป็นสนมบรรณาการ

    ตอนที่ 7 จอมปีศาจคลั่งรักแสงแดดรำไรลอดผ่านม่านไหมเข้ามาในห้องบรรทม จื่อเย่วขยับกายตื่นขึ้นไม่ใช่เพราะแสงสว่าง แต่เป็นเพราะกลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่น ไก่ย่างที่หอมยั่วน้ำลายจนท้องเจ้ากรรมเริ่มประท้วง นางขมวดคิ้วด้วยความงุนงง เพราะจำได้แม่นยำว่าเมื่อวานนางเดินสำรวจจนทั่วแล้ว แต่วังปีศาจแห่งนี้กลับไม่มีครัวหรือแม้แต่เงาของอาหารมนุษย์เลยแม้แต่น้อย“หรือว่าข้าจะหิวจนจมูกเพี้ยนไปเอง?” นางพึมพำกับตัวเอง พลางคว้าเสื้อคลุมผ้าไหมมาสวมทับร่างกายที่ยังมีรอยรักจาง ๆทว่าเมื่อนางก้าวเท้าหมายจะเดินตามกลิ่นหอมนั้นออกไปทางประตูตำหนัก กลับต้องชะงักกึก! เมื่อจู่ๆ ปรากฏร่างของหญิงสาวในชุดเครื่องแบบประหลาดหลายคนเดินออกมาจากมุมมืด พวกนางมีการเคลื่อนไหวที่เงียบเชียบราวกับไร้ตัวตน "พระสนม โปรดหยุดก่อนเจ้าค่ะ" หนึ่งในนางกำนัลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาดก่อนที่จื่อเย่วจะได้เอ่ยปากถามอะไร พวกนางก็รุมล้อมพานางไปยังห้องวารีที่อยู่ถัดไป กลิ่นหอมของมวลบุปผาลอยฟุ้ง จื่อเย่วถูกจับเปลื้องผ้าลงแช่ในน้ำอุ่นที่โรยด้วยกลีบดอกไม้ทิพย์ พวกนางช่วยกันขัดผิวกายของนางอย่างเบามือ จนผิวที่ขาวนวลอยู่แล

  • รวมเรื่องสั้นสุดสยิว SS3   6.ทะลุมิติมาเป็นสนมบรรณาการ NC25+

    ตอนที่ 6หางทั้งเก้า...ช่างรู้งานจื่อเย่วโน้มกายลงต่ำจนใบหน้าอยู่ห่างจากความยิ่งใหญ่เพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจร้อนผ่าวของนางที่รินรดลงบนส่วนหัวที่ปริ่มไปด้วยหยาดน้ำใส ทำเอาเฟยเทียนถึงกับเผลอเกร็งหน้าท้องจนลอนกล้ามเนื้อขึ้นรูปเด่นชัด มือน้อย ๆ ทั้งสองข้างโอบรอบโคนแท่งเนื้อร้อนระอุเอาไว้ ก่อนที่นางจะเริ่มใช้ลิ้นเล็กสีชมพูละเลียดเลียลงไปที่ส่วนปลายอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังชิมขนมหวานรสเลิศ"ซี้ดดด... สนมรัก..." จอมมารครางต่ำในลำคอ เมื่อลิ้นนุ่มลากผ่านจุดอ่อนไหวที่ไวต่อสัมผัสที่สุดนางไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น จื่อเย่วอ้าปากออกกว้างแล้วค่อย ๆ ครอบครองส่วนหัวอันเขื่องเข้าไปอย่างเชื่องช้า ความอุ่นชื้นภายในช่องปากที่บีบรัดและดูดดึงทำเอาเฟยเทียนถึงกับต้องแหงนหน้าขึ้น สันกรามคมกริบเกร็งแน่น มือหนาขยำลงบนเส้นผมสลวยของนางเพื่อระบายความเสียวซ่านที่จู่โจมอย่างรุนแรง"อื้มมม..." เสียงครางอย่างพอใจของจื่อเย่วดังอู้อี้อยู่ในลำคอ นางเริ่มขยับศีรษะเข้าออกเป็นจังหวะ ปล่อยให้ความยิ่งใหญ่ของเขาชอนไชลึกเข้าไปจนถึงโคนลิ้น ลิ้นเล็กยังคงซุกซนด้วยการตวัดไล้ไปตามเส้นะรอยแยกที่พาดผ่านลำกายอย่างรู้งานจมูกของนางกดท

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status