Masuk
ท่ามกลางฝุ่นคลุ้งและเสียงเครื่องจักรที่แผดคำราม เบิ้ม แรงงานหนุ่มใหญ่วัยสามสิบห้า ยืนปาดเหงื่อที่ไหลซึมเข้าตา รูปร่างของเขาดูราว กับหล่อขึ้นมาจากเหล็กกล้า แผ่นหลังกว้างเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเป็นมัดจากการแบกหามอิฐปูน
ลำแขนหนาปูดโปนด้วยเส้นเลือดที่คืบคลานไปตามผิวสีเข้มจัดที่ไหม้แดด ใบหน้าคมสันมีหนวดเคราเขียวครึ้มที่ไม่ได้โกนมาหลายวัน ยิ่งขับให้แววตาของเขาดูดุดันและกร้าวแกร่งอย่างชายฉกรรจ์ที่ตรากตรำงานหนัก
สองเดือนเต็มที่เขาถวายชีวิตให้ไซต์ก่อสร้างแห่งนี้ แต่นอกจากค่าอาหารประทังชีวิตแล้ว เบิ้มยังไม่ได้เห็นเงินค่าแรงแม้แต่บาทเดียว เงินเก็บก้อนสุดท้ายที่ดึงออกมาใช้ก่อนก็ร่อยหรอลงจนแทบไม่เหลือเช่า ความจนมันบีบคั้นให้หมาจนตรอกอย่างเขาเริ่มหมดความอดทน
"ไป... วันนี้กูต้องเอาเงินออกมาให้ได้" เบิ้มคำรามบอกเพื่อนคนงานอีกสามสี่คนที่สภาพไม่ต่างกัน พวกเขารวบรวมความกล้าเดินมุ่งหน้าไปยังตู้คอนเทนเนอร์สำนักงานท่ามกลางแสงโพล้เพล้ของเย็นวันเสาร์
ปัง!
ร่างหนาผลักประตูเข้าไปโดยไม่ได้เคาะ แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้ทุกคนชะงักค้าง กลิ่นเหล้าและกลิ่นน้ำหอมคละคลุ้ง
วิเชียร เจ้าของบริษัทและโฟร์แมนคุมงานร่างท้วม กำลังนัวเนียอยู่กับหญิงบริการบนโต๊ะทำงานในสภาพอุจาดตา เสียงครางระงมที่ดังขึ้นในตอนแรกถูกขัดจังหวะด้วยความโกรธแค้นของกลุ่มชายฉกรรจ์ที่เดินเข้ามา
"พวกมึงเข้ามาทำซากอะไรวะ” วิเชียรตะโกนด่า พลางรีบคว้ากางเกงมาสวม หน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโมโห
"พวกผมมาทวงเงินครับหัวหน้า สองเดือนแล้ว... พวกผมไม่มีจะกินแล้ว" เบิ้มพยายามข่มใจ เจรจาด้วยน้ำเสียงที่ยังพอมีความใจเย็น
"ไม่มีก็เรื่องของมึงสิ งานยังไม่จบจะเอาเงินที่ไหนมาเบิกวะ ไอ้พวกโง่ ออกไปให้พ้นหน้ากู ก่อนที่กูจะไล่พวกมึงออกให้หมด แล้วเงินสักบาทก็ไม่ได้" วิเชียรด่ากราดอย่างไร้เยื่อใย คำด่าดูถูกเหยียดหยามพ่นออกมาจากปากของคนที่เป็นหัวหน้าคน
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนเกือบจะมีการวางมวย เสียงโทรศัพท์ของวิเชียรก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที น้ำเสียงที่เคยเกรี้ยวกราดกลับนุ่มนวลจนน่าสะอิดสะเอียน
"จ๊ะ... หนูเนตร คนดีของพ่อ พ่อกำลังจะกลับแล้วจ๊ะ เตรียมของโปรดไว้ให้พ่อด้วยนะคนสวย"
เบิ้มยืนนิ่ง กัดฟันแน่นจนกรามปูดโปน หนูเนตร หรือ เนตรนภา ลูกสาวสุดที่รักที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของวิเชียร ชื่อนี้เหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟในใจของเบิ้ม
พอวางสาย วิเชียรก็หันมาถลึงตาใส่กลุ่มของเขาอีกครั้ง
"เห็นไหม ลูกกูโทรตามแล้ว พวกมึงไสหัวไปซะ พรุ่งนี้ค่อยมาคุยใหม่... ถ้ากูอารมณ์ดีน่ะนะ"
เบิ้มกำหมัดแน่นจนสั่น เขามองหน้าวิเชียรด้วยแววตาที่อาฆาตแค้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาและพรรคพวกเดินออกมาจากห้องนั้นด้วยความรู้สึกที่พ่ายแพ้ แต่ในหัวของเขา กลับไม่ได้คิดเรื่องการอ้อนวอนอีกต่อไป
ในเมื่อมึงรักลูกมึงมาก... กูอยากจะรู้นักว่าถ้าลูกสาวมึงต้องมาชดใช้แทนมึง มึงจะยังทำหน้ากร่างแบบนี้ได้อยู่อีกไหม
เบิ้มยืนมองพรรคพวกที่เดินคอตกแยกย้ายกันกลับแคมป์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชและคั่งแค้น
แผ่นหลังหนาที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อพิงเข้ากับมุมตึกมืด ๆ สายตาคมกริบดุจเสือร้ายจ้องมองรถยนต์คันงามของวิเชียรที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากไซต์งาน
"มึงมีเงินหาความสุขใส่ตัว แต่ไม่มีเงินจ่ายพวกกู..." เข้มพ่นน้ำลายลงพื้น กรามหนาขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน
เขาสตาร์ทมอเตอร์ไซค์คันเก่าเสียงดังกระหึ่ม ขับทิ้งระยะห่างตามรถของวิเชียรไปอย่างเงียบเชียบ ลมเย็นยามค่ำคืนไม่ได้ช่วยให้ใจที่รุ่มร้อนของเขาสงบลงเลย ยิ่งเห็นวิเชียรขับรถเข้าสู่เขตบ้านจัดสรรหรูหรา
ความรู้สึกอยุติธรรมยิ่งบีบคั้นหัวใจ เบิ้มกำแฮนด์รถแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นที่ลำแขนกำยำ
วิเชียรเลี้ยวรถเข้าไปในบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ที่มีรั้วรอบขอบชิด ร่างหนาจอดรถไว้ห่างออกไปในมุมมืด เดินลัดเลาะตามกำแพงบ้านเข้าไปอย่างระมัดระวัง พละกำลังที่เคยใช้แบกหามอิฐปูนบัดนี้ถูกใช้ในการปีนป่ายรั้วไม้ระแนงได้อย่างแคล่วคล่อง
เขาทิ้งตัวลงบนพื้นหญ้านุ่มนิ่มในรั้วบ้าน สายตามองลอดหน้าต่างกระจกบานใหญ่เข้าไปเห็นภาพวิเชียรที่กำลังสวมกอดหญิงสาวร่างบางคนหนึ่งอย่างรักใคร่
นั่นคือ เนตรนภา ลูกสาวที่มันเชิดชูนักหนา...
ผิวของเธอขาวผ่องดุจหยาดน้ำค้างใต้แสงไฟในบ้าน ท่าทางออดอ้อนและรอยยิ้มที่ดูบริสุทธิ์นั่นยิ่งทำให้เข้มรู้สึกคลื่นไส้ ความขาวสะอาดของเธอช่างตัดกับมือที่สกปรกกร้านงานของเขาเหลือเกิน
‘ถ้าพ่อมึงมันชั่ว... ลูกสาวอย่างมึงก็อย่าหวังว่าจะอยู่อย่างนางฟ้า’
ร่างใหญ่ทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ ในเงามืดข้างพุ่มไม้ใหญ่ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ กลิ่นดินกลิ่นหญ้าผสมกับกลิ่นอายความแค้นที่รุนแรง
เขาจะยังไม่ทำอะไรตอนนี้ เขาจะรอ... รอให้ไอ้วิเชียรตายใจ รอให้แสงไฟในบ้านดับลง และรอเวลาที่จะเข้าไปเรียกเก็บดอกเบี้ย ที่พ่อของเธอติดค้างเขาไว้ด้วยวิธีที่มันจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต
เบิ้มอาศัยจังหวะที่ทุกคนหลับใหล ย่องเข้าไปในตัวบ้านอย่างเงียบเชียบ เขาเคลื่อนกายผ่านห้องโถงหรูหรา มุ่งหน้าไปยังชั้นสองตามเป้าหมายที่เขาล็อกไว้ตั้งแต่ตอนอยู่นอกหน้าต่าง
มือหนาที่หยาบกร้านบิดลูกบิดประตูห้องนอนของ เนตรนภา อย่างเบามือที่สุด... แกรก... ประตูเปิดออกช้า ๆ
แสงจันทร์ที่ลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อนส่องให้เห็นร่างบางที่ขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ชายหนุ่มสาวเท้าเข้าไปประชิดขอบเตียง กลิ่นหอมอ่อน ๆ เหมือนแป้งเด็กลอยมากระทบจมูก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทำให้นักล่าอย่างเขาถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง
บนเตียงกว้าง เนตรนภานอนหลับสนิทพริ้มเพรา แต่สิ่งที่ขัดตาที่สุดคือชุดนอนลายการ์ตูนสีหวานที่เธอสวมใส่ มันเป็นชุดที่ดูไร้เดียงสาเกินกว่าจะเป็นชุดของผู้หญิงวัยยี่สิบกว่า ๆ
ชายหนุ่มมองร่างที่ดูบอบบางและบริสุทธิ์นั่นด้วยความรู้สึกที่ตีกันยุ่งในอก ความไร้เดียงสาของเธอในชุดนอนลายการ์ตูนนั้นมันช่างน่าถนุถนอม แต่ในขณะเดียวกัน ความแค้นที่ถูกไอ้วิเชียรโกงกินหยาดเหงื่อแรงงานมาตลอดสองเดือนก็พลุ่งพล่านขึ้นมากลบทุกอย่าง
‘พ่อมึงทำให้กูไม่มีจะกิน... แต่ลูกสาวมันกลับนอนสบายในชุดนอนปัญญาอ่อนนี่เหรอ’
เขากัดฟันจนกรามปูด สองมือกำแน่นข้างลำตัว สายตาคมกริบจ้องมองไปที่ลำคอระหงและทรวงอกที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจอย่างสม่ำเสมอ ความเงียบในห้องเริ่มทวีความกดดัน เบิ้มค่อย ๆ นั่งลงบนขอบเตียงอย่างช้าๆ จนฟูกหนายุบตัวลงตามน้ำหนักตัวของชายฉกรรจ์
"ตื่นมาดูผลงานที่พ่อคุณทำไว้หน่อยเป็นไง... หนูเนตร"
เขากระซิบเสียงพร่าต่ำข้างใบหูของคนที่กำลังหลับไหล ก่อนจะใช้นิ้วมือที่ด้านและสากลูบไล้ไปตามพวงแก้มใสอย่างแผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยความคุกคาม
สัมผัสที่จมลึกลงบนฟูกหนาทำให้นลินสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางคัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตระหนกเมื่อเห็นเงาร่างทะมึนของชายแปลกหน้ากุมอำนาจอยู่เหนือร่างกายเธอ
"กรี๊ดดด! ช่วย..."
ยังไม่ทันสิ้นเสียงร้อง มือหนาที่หยาบกร้านดุจกระดาษทรายของ เบิ้มก็ตะครุบเข้าที่ปากของเธอจนมิด เสียงกรีดร้องถูกกักขังอยู่เพียงในลำคอ กลายเป็นเพียงเสียงอู้อี้ที่ไม่มีใครได้ยิน
ผนังห้องนอนที่พ่อของเธอทุ่มเงินจ้างช่างมาบุอย่างดีเพื่อกันเสียงรบกวนจากภายนอก บัดนี้มันกลายเป็นกรงขังที่ตัดขาดเธอจากความช่วยเหลืออย่างสิ้นเชิง
"ร้องไปก็ไม่มีใครได้ยินหรอกคุณหนู... ห้องนี้มันเก็บเสียงดีไม่ใช่เหรอ" เบิ้มคำรามเสียงต่ำ แววตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกด้วยความหวาดกลัว
เนตรนภาดิ้นรนสุดแรงเกิด ร่างบอบบางใต้ชุดนอนลายการ์ตูนบิดเร้าเพื่อหวังจะหลุดจากพันธนาการ ทว่าพละกำลังของสาวน้อยบอกบางหรือจะสู้แรงของชายฉกรรจ์ที่ตรากตรำแบกหามมาทั้งชีวิต
การดิ้นขัดขืนอย่างรุนแรงทำให้กระดุมเสื้อนอนเม็ดเล็ก ๆ ทนรับแรงดึงรั้งไม่ไหว มันขาดกระเด็นหลุดออกจากกัน
จนกระทั่งเสื้อนอนตัวบางแหวกออกเผยให้เห็นทรวงอกขาวนวลเนียนที่กระเพื่อมขึ้นลงอย่างรวดเร็วตามจังหวะการหายใจที่หอบถี่ เนื่องจากไม่ได้สวมชั้นในเวลานอน ยอดอกสีหวานชูชันเด่นหราสู้สายตาคมกริบของเบิ้มที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหาย
"หึ... ขาวดีนี่"
สายตาของเบิ้มที่มองมาทำให้เนตรนภารู้สึกเหมือนถูกแผดเผา ความแค้นในใจของชายหนุ่มพลันเปลี่ยนเป็นความต้องการที่รุนแรงกว่าเดิม เขากดไหล่บางทั้งสองข้างลงบนเตียงนุ่มด้วยน้ำหนักมหาศาล จนเนตรนภาจมลึกลงไปในผืฟุกนุ่ม
ร่างกายกำยำของเขาทาบทับลงมาจนเธอรู้สึกถึงความร้อนผ่าวและมัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งที่เบียดเสียดกับผิวเนื้ออ่อนนุ่มของเธอ
น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลพรากอาบแก้ม แต่ในขณะเดียวกัน ความใกล้ชิดของร่างกายที่ไม่เคยสัมผัสชายใดมาก่อน กลับทำให้ส่วนลึกในกายของเนตรนภาสั่นสะท้านอย่างประหลาด...
เบิ้มโน้มหน้าลงไปจนหน้าผากแทบจะชนกัน แววตาของเขาที่วาวโรจน์ในความมืดทำให้เนตรนภาต้องนิ่งงันไปครู่หนึ่ง เสียงของเขาแหบพร่าแต่หนักแน่นเหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงบนกลางใจ
"คุณหนูรู้ไหม... ว่าไอ้เดรสสวย ๆ ที่คุณหนูใส่ หรือแม้แต่แอร์เย็น ๆ ในห้องนี้ มันแลกมาด้วยอะไร" เบิ้มกระซิบข้างใบหูพลางบดเบียดร่างกายกำยำลงไป
"มันแลกมาด้วยความอดอยากของคนงานที่ไซต์งานไง พ่อคุณหนูมันเบี้ยวเงินค่าแรง จนคนงานแทบจะอดตาย"
"ไม่จริง... คุณพ่อไม่มีทางทำแบบที่คุณพูด..." เนตรนภาส่ายหน้าพยายามจะปฏิเสธ แต่อีกฝ่ายไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พัก
"ไม่จริงเหรอ เย็นนี้ผมยังเห็นพ่อคุณหนูนั่งเริงร่าอยู่กับอีตัวบนโต๊ะทำงาน ในขณะที่พวกผมเดินไปขอเงินแค่ไม่กี่ร้อยบาทไปประทังชีวิต แต่พ่อคุณหนูเขากลับไล่พวกผมเหมือนหมูเหมือนหมา"
เบิ้มเค้นเสียงหัวเราะอย่างสมเพช
"ในวันที่คุณหนูมีกินมีใช้ มีความสุขในโลกสวย ๆ ของคุณหนู... พ่อของคุณหนูกำลังเหยียบหัวพวกผมเพื่อเอาเงินมาเลี้ยงดูคุณหนูให้เป็นนางฟ้าอยู่บนวิมานนี้ไงล่ะ"
มือหนาบีบข้อมือเล็กแรงขึ้นจนเธอเริ่มนิ่วหน้า
"แล้วตอนนี้... นางฟ้าอย่างคุณหนูจะบอกว่าสิ่งที่พ่อทำมันถูกงั้นเหรอ จะบอกว่าพวกผมที่ทำงานจนมือแตกเลือดซิบไม่ควรได้เงินสักบาท แต่ควรจะมายืนดูคุณหนูเสวยสุขแบบนี้ต่อไปงั้นสิ"
"ฉัน... ฉันไม่รู้เรื่องด้วย ต้องมีเรื่องเข้าใจผิดกันแน่ ๆ " เธอเริ่มสะอื้น เสียงเถียงที่เคยเก่งเริ่มแผ่วเบาลงเพราะความจริงที่ถูกสาดเข้าใส่หน้าอย่างจัง
"ไม่รู้เรื่องก็ต้องรู้ซะวันนี้แหละ" เบิ้มคำราม
"ในเมื่อพ่อมึงเอาแรง ของกูไปฟรี ๆ กูก็จะเอาตัว ของมึงมาเป็นค่าจ้างแทน... ดูซิว่านางฟ้าที่พ่อมึงเทิดทูนนักหนา ถ้าต้องมาตกนรกอยู่ใต้ร่างไอ้คนงานก่อสร้างอย่างกู มันจะยังดูสะอาดอยู่ไหม"
ตอนที่ 7 สามีของหนู คือคนงานก่อสร้างเนตรนภาเม้มปากแน่น ความหวาดกลัวที่มีต่อพ่อในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความใจกล้าอย่างประหลาด อาจเป็นเพราะอารมณ์ที่ยังค้างคาจากบทรักอันดุเดือด หรือความรู้สึกผิดที่เห็นพวกคนงานถูกรังแก เธอตัดสินใจใช้สถานะ ลูกสาวสุดที่รัก เป็นข้อต่อรองครั้งสุดท้าย“หนูเนตรของพ่อ อยู่ไหนลูก พ่อเป็นห่วง”"คุณพ่อคะ ฟังเนตรนะคะ..." เธอพูดกรอกเสียงลงไปในสายด้วยความเด็ดเดี่ยว"คืนนี้เนตรจะไม่กลับบ้าน และพ่อไม่ต้องตามหาเนตรด้วย จนกว่าพ่อจะรับปากว่าจะจ่ายเงินค่าแรงที่ค้างไว้ให้พวกคนงานทุกคนพรุ่งนี้"วิเชียรที่ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะระเบิดอารมณ์ออกมา "เนตร นี่ลูกกล้าขู่พ่อเพื่อไอ้พวกคนงานชั้นต่ำพวกนั้นเหรอ""ใช่ค่ะ พวกเขากำลังจะอดตายแล้วคะ" เนตรนภาสวนกลับ เสียงสั่นเครือ "ถ้าพรุ่งนี้เช้าเงินไม่ถึงมือคนงาน เนตรก็จะไม่กลับไปให้พ่อเห็นหน้าอีก"เบิ้มที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ถึงกับเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ เขาไม่คิดว่าคุณหนูที่ดูบอบบางจะกล้าหักกับพ่อตัวเองถึงขนาดนี้ มือหนาที่เคยบีบเค้นร่างกายเธออย่างรุนแรงเปลี่ยนมาเป็นโอบไหล่เธอไว้หลวม ๆ แววตาที่เคยมีแต่ความแค้นเริ่มฉายแววทึ่งในตัวผู
ตอนที่ 6โชว์หนังสดให้พวกคนงานดูเบิ้มไม่รอช้า เขาโถมกายเข้าหาความขาวนวลตรงหน้าด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่คลุ้มคลั่ง มือหนาคว้าหมับเข้าที่เรียวขาทั้งสองข้างแล้วยกขึ้นพาดบ่า แบะออกจนเห็นร่องรักที่ชุ่มฉ่ำท้าทายสายตา เขาจ่อท่อนเนื้อยักษ์ที่เพิ่งคืนชีพกลับมาแข็งเป๊กกว่าเดิมเข้าที่ปากทางสวรรค์ แล้วกดกระแทกพรวดเดียวจนสุดลำ!"อ๊ายยย อื้ออออ"เนตรนภาหวีดร้องเสียงหลง ร่างบางสะดุ้งสุดตัวจนหัวสั่นหัวคลอน ความใหญ่โตที่รุกล้ำเข้ามาอย่างรวดเร็วทำให้เธอจุกจนพูดไม่ออก แต่ความเจ็บปวดนั้นกลับแฝงไปด้วยความรัญจวนใจอย่างมหาศาล เบิ้มไม่ปล่อยให้เธอพักหายใจ เขาเริ่มเดินเครื่องกระหน่ำซอยสะโพกอย่างดุดันตับ ตับ ตับ ตับ เสียงเนื้อกระทบกันหนัก ๆ ดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกที่รุนแรงทำให้ร่างของเนตรนภาไถลไปกับฟูก แผ่นสังกะสีเก่ าๆ สั่นสะเทือนตามแรงกระแทก ส่งเสียงดังโผงผางประจานอารมณ์ใคร่ที่บ้าคลั่งอยู่ภายใน"ซี้ดดด... คุณหนู รัดแน่นชะมัด ชอบใช่ไหมล่ะ แรง ๆ แบบนี้!" เบิ้มคำรามพลางโน้มตัวลงไปบดจูบและขบกัดยอดอกของเธออย่างเมามัน"อ๊ะ... อ๊าาา... แรงอีก... พี่เบิ้ม แรงอีก อื้อออ" เธอครางระงมพยายามกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียง
ตอนที่ 5จุดไฟร่านในตัวเธอเธอไม่มีทางเลือกอื่น เนตรนภารอจนกระทั่งวิเชียรออกไปสังสรรค์กับเพื่อนข้างนอก เธอจึงรีบสวมชุดคลุมตัวหนา ปิดบังใบหน้าแล้วแอบหนีออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปยังแคมป์คนงานที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับและฝุ่นละอองณ แคมป์คนงาน บรรยากาศในแคมป์ตอนกลางคืนช่างดูน่ากลัวและวังเวง เนตรนภาเดินตัวสั่นมาตามทางเดินไม้กระดาน จนกระทั่งถึงท้ายแคมป์ที่แยกตัวออกมาเป็นส่วนตัว เบิ้มนั่งรออยู่บนแคร่ไม้ไผ่เก่า ๆ ในมือมีบุหรี่ที่เพิ่งจุดไฟ แสงไฟสีแดงวาบตามจังหวะการสูบของเขาทำให้ใบหน้าคมเข้มดูดุดันราวดั่งปีศาจ"มาเร็วกว่าที่คิดนี่คุณหนู... แสดงว่ากลัวภาพหลุดจริง ๆ" เบิ้มพ่นควันบุหรี่ออกมา พลางมองร่างบางที่ยืนสั่นเทาอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาแทะโลมเบิ้มลุกขึ้นคว้าข้อมือเล็กแล้วจูงกึ่งกระชากเธอเข้าไปในห้องพักสังกะสีแคบ ๆ ทันที เขาสับกลอนไม้เก่า ๆ ลงปังใหญ่ ก่อนจะหันมาประจันหน้ากับร่างบางที่ยืนสั่นเทา"พ่อฉัน... ยังไม่จ่ายเงินให้พวกพี่อีกเหรอ" เนตรนภาถามเสียงสั่น แววตาเต็มไปด้วยความกังวล"ใช่! พ่อคุณหนูไม่จ่าย แถมยังด่ากราดพวกเราเหมือนหมูเหมือนหมา" เบิ้มตอบเสียงเหี้ยม เดินต้อนเธอจนแผ่นหลังบางติดผนังสังกะสีที
ตอนที่ 4คงไม่ต้องนอนแรงดูดดึงจากปลายลิ้นที่จงใจเน้นย้ำจุดกระสัน ทำเอาเนตรนภาที่เพิ่งจะบอบช้ำกลับมาแอ่นหยัดร่างกายอย่างลืมตัว ความนุ่มนวลเพียงชั่วครู่ของเบิ้มค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความหนักหน่วง ลิ้นสากเริ่มตวัดรัวเร็วและลึกซึ้งขึ้นจนเกิดเสียงน่าอายดังชะโลมไปทั่วหว่างขา เปลวไฟกามารมณ์ที่ยังมอดไม่สนิทถูกจุดให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว"อื้อออ... อ๊ะ...พี่บิ้ม..."เสียงเรียกชื่อเขาในคราวนี้ไม่มีความโกรธแค้นหลงเหลืออยู่ มีเพียงความทรมานจากความเสียวซ่านที่พุ่งพล่าน เนตรนภาที่เคยแต่ขัดขืนกลับเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายกดศีรษะของเบิ้มให้แนบชิดกับกึ่งกลางกายของเธอมากขึ้น เรียวขาแยกออกกว้างอย่างเป็นใจ ยอมศิโรราบให้แก่คนชั้นต่ำที่เธอเคยดูถูกอย่างสิ้นเชิงเบิ้มเงยหน้าขึ้น แววตาสัตว์ป่าที่หิวกระหายกลับมาฉายชัดอีกครั้ง เขาเห็นใบหน้าที่ยั่วยวนและอาการโหยหาของคนใต้ร่างก็สะใจจนแทบคลั่งเขาไม่ได้พูดอะไรต่อแต่จัดการคว้าท่อนเนื้อที่แข็งขืนกลับมาอีกครั้ง รอยยิ้มเหี้ยมปรากฏขึ้นบนใบหน้าขณะที่เขาจ่อส่วนหัวที่บานหยักเข้าหาช่องทางที่ยังขมิบต้อนรับ"ในเมื่อคุณหนูร่านขนาดนี้... งั้นคืนนี้ก็ไม่ต้องนอนกันล่ะ"สวบ!
ตอนที่ 3นี้นรกหรือสวรรค์กันแน่"ฮือ... เจ็บ เอาออกไป เอาออกไปที"เสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจของเนตรนภาดังระงมไปทั่วห้องนอน ร่างบอบบางบิดเร้าด้วยความรุนแรงเมื่อสัมผัสได้ถึงส่วนหัวที่บานหยักเริ่มเบียดแทรกเข้ามาในกายสาวความคับแน่นและดิบเถื่อนที่เธอไม่เคยรู้จักทำให้เธอรู้สึกเหมือนร่างกายส่วนล่างกำลังจะฉีกออกเป็นสองเสี่ยง น้ำตาไหลพรากจนเปียกหมอน แววตาเต็มไปด้วยความทรมานจนร้องไม่ออกเบิ้มเองก็ต้องชะงักงัน เขาขบกรามจนเป็นสันนูน เหงื่อเม็ดเป้งผุดพรายตามแผ่นหลังกำยำ ร่องรักของคณหนูผู้นี้ช่างคับแน่นและไร้เดียงสาเสียจนบีบรัดท่อนเนื้อของเขาจนปวดหนึบ ความรุนแรงของแรงรัดทำให้ชายฉกรรจ์อย่างเขาเกือบจะพ่ายแพ้ปล่อยลาวาความแค้นออกมาเสียตั้งแต่ต้นทาง"ชู้ววว... อย่าเกร็ง... ซี๊ดดด... อย่าเกร็งสิคุณหนู ถ้าไม่อยากเจ็บไปมากกว่านี้"น้ำเสียงของเบิ้มเริ่มอ่อนลงเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความสงสาร แต่เพราะเขาก็แทบจะทนแรงบีบรัดไม่ไหว เขาใช้มือหนารวบมือเล็ก ๆ ของเธอที่ระดมทุบตีแผงอกเขาไว้อีกครั้งก่อนจะโน้มตัวลงไปซุกไซ้ ดูดดึงยอดอกสีหวานที่ชูชันอยู่อย่างหนักหน่วง เขาใช้ลิ้นร้อนละเลงปลอบประโลมและปลุกเร้าไปพร้อม ๆ กัน จนก
ตอนที่ 2นรกเพิ่งจะเริ่มต้นไอ้เบิ้มกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียมในมืด มันมองร่างบางที่บิดเร้าอยู่ใต้ร่างด้วยความสมเพชแกมพึงใจเขาใช้มือหนาเพียงข้างเดียวรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างของเนตรนภาไว้แน่นแล้วกดตรึงลงกับพื้นเตียงนุ่มจนร่างเล็กแทบขยับเขยื้อนไม่ได้ แรงบีบมหาศาลจากมือที่กรำงานหนักทำให้เธอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บขณะที่มืออีกข้างที่ว่างอยู่ก็ไม่รอช้า มันตะโบมบีบขย้ำลงบนเต้านมนุ่มนิ่มที่ขาวผ่องดุจหยาดน้ำค้าง แรงบีบที่หนักหน่วงทำเอาหน้าอกอิ่มบิดเบี้ยวไปตามง่ามนิ้วหยาบกร้านของคนงานก่อสร้างนิ้วโป้งที่สากระคายบี้ขยี้ลงบนยอดถันสีชมพูสดที่ชูชันเด่นหราสู้สายตา เขาจงใจบดคลึงอย่างแรงจนเนตรนภาต้องหวีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง"หยุดนะ ไอ้คนเลว ไอ้ชั้นต่ำ ปล่อยฉัน" เนตรนภาแผดเสียงด่าทั้งน้ำตา ร่างกายสั่นเทิ้มไปด้วยความอัปยศ แต่ถ้อยคำด่านั้นกลับดูเบาบางและไร้เดียงสาในสายตาของเบิ้ม"หึ... ด่าเป็นแค่นี้เหรอคุณหนู ช่างไม่รู้อะไรเลยนะว่าคนเลว ของจริงเขาทำกันยังไง"เบิ้มไม่รอช้า เขาโน้มใบหน้าซุกลงไปหาความหอมหวานที่อยู่ตรงหน้า ปากร้อนผ่าวครอบครองยอดอกสีหวานที่เขากำลังบี้ขยี้อยู่เมื่อครู่ เขาดูดดึงอย่างรุนแรงจนเกิดเ







