Mag-log inเลิกยัดเยียดพี่ให้คนอื่นสักที ถึงคู่หมั้นพี่จะเป็นเพื่อนของฟ้าพี่ก็ไม่ได้แคร์ เพราะคนที่พี่แคร์มีแค่ฟ้าคนเดียว
view moreShe always belonged to him….and now he’s ready to claim her.
Intimidating, ruthless Italian mafia boss has one motive in his life, to avenge the death of his parents. His ruthless pursuits of success and vengeance leave no room for love in his heart. He has never been emotionally involved with anyone. Ever.Until he met her.Little did he know how one encounter with her would alter the course of his existence.Sadie Quintin, torn from the warmth of her loved ones, held captive in the clutches of malicious forces unknown.Never in her wildest dreams could she have fathomed the winding path her life would follow. Never could she have anticipated that a single choice would shatter her existence, leaving shards of her past scattered in its wake. Yet, amidst the wreckage, she clings to a fervent determination to find solace in the very essence of life itself... even within the icy depths of the man she once betrayed.Silvio Salvatore.She was never supposed to fall for him, but she did, not realising it was already too late. Abducted by his rival, Sadie is forced to stay with him.During an annual gala of top business tycoons of the world, Sadie was coerced to accompany her captor. She wasn’t expecting to meet those cerulean eyes again, but when she did, it unleashed secrets that could destroy them both…and everything closer to them. Even their lost relationship.แสงแดดอ่อนๆ ในยามบ่ายทอแสงผ่านต้นไม้เขียวขจีภายในสวนหย่อมของมูลนิธิเด็กกำพร้าบ้านรักละมุน บรรยากาศที่นี่เต็มไปด้วยความสดใสและเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่กำลังวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน วันนี้เป็นวันพิเศษที่ทางมูลนิธิจัดงานเลี้ยงขอบคุณผู้สนับสนุน และแขกคนสำคัญที่เดินทางมาถึงตั้งแต่เช้าก็คือทิวเขาและปลายฟ้ารถกระบะคันใหญ่สองคันบรรทุกของเล่น อุปกรณ์การเรียน และของใช้จำเป็นมาเต็มพิกัด ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นความตั้งใจของคุณเกริกพลพ่อของทิวเขา ที่ฝากฝังให้ลูกชายและว่าที่สะใภ้เป็นตัวแทนนำมาบริจาค เพื่อเป็นการตอบแทนความดีงามที่ปลายฟ้ามอบให้กับครอบครัวของเขา"พี่ทิวเขาคะ ระวังนะ กล่องนั้นมันหนัก" ปลายฟ้าเอ่ยเตือนพลางรีบเข้าไปช่วยพยุงกล่องหนังสือที่ทิวเขากำลังยกขึ้นจากท้ายรถ"สบายมากครับฟ้า แค่นี้พี่ไหว" ทิวเขาหันมายิ้มกว้าง แผ่นหลังที่เคยดูเคร่งเครียดแบกรับภาระของตระกูล บัดนี้ดูผ่อนคลายและมีความสุขอย่างเห็นได้ชัด"ดูสิ เด็กๆ วิ่งมารอรับของกันใหญ่แล้ว"หลังจากจัดการมอบของและเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆ เสร็จเรียบร้อย ทิวเขาจึงชวนปลายฟ้ามาเดินเล่นพักผ่อนในสวนด้านหลังมูลนิธิ ซึ่งเป็นมุมสงบที่
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องหรูบนชั้นสูงสุดของคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง แสงไฟจากตึกระฟ้าเบื้องล่างส่องประกายระยิบระยับราวกับเพชรที่ถูกโปรยไว้บนกำมะหยี่สีดำ ผ้าม่านเนื้อดีราคาแพงสะบัดไหวเพียงแผ่วเบาตามแรงลมจากเครื่องปรับอากาศ ภายในห้องที่เคยดูอ้างว้างและเย็นชาของ ทิวเขาบัดนี้กลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้ที่ปลายฟ้ามักจะใช้เป็นเครื่องหอมติดตัวหลังจากผ่านมรสุมชีวิตที่เกือบจะพรากเขาและเธอออกจากกันชั่วนิรันดร์ ทุกวินาทีที่ได้อยู่ร่วมกันจึงกลายเป็นสิ่งล้ำค่า ทิวเขายืนพิงกรอบประตูระเบียง มองดูหญิงสาวร่างบางที่กำลังยืนจัดแจกันดอกไม้อยู่ที่โต๊ะกลางห้อง เธอสวมเพียงเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของเขาที่ชายเสื้อยาวลงมาปิดถึงต้นขา เผยให้เห็นเรียวขาเนียนสวยที่ทำให้ลำคอของเขาแห้งผากทุกครั้งที่มอง"ฟ้าครับ... ดึกแล้วนะ ยังไม่พักผ่อนอีกเหรอ?" ทิวเขาเดินเข้าไปหาจากด้านหลัง วงแขนแกร่งโอบรัดเอวบางไว้หลวมๆ พลางเกยคางลงบนไหล่เนียน ปลายฟ้าสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มหวาน เธอเอนหลังพิงอกอุ่นของเขาอย่างวางใจ"ฟ้าแค่อยากจัดห้องให้เรียบร้อยค่ะ พี่ทิวเขาเรียนเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไปอาบน้ำก่อนไหมคะ?""พี่
สายลมเอื่อยๆ ของต้นฤดูร้อนพัดผ่านลานกิจกรรมคณะ บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความขัดแย้งและหยาดน้ำตา บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความสงบสุขที่หวนคืนมาอีกครั้ง หลังจากพายุลูกใหญ่พัดผ่านไป ท้องฟ้าหลังฝนดูจะสดใสกว่าที่เคยเป็นมา คุณเกริกพลเริ่มเปิดใจและยอมรับในตัวของปลายฟ้ามากขึ้น แม้จะยังไม่สนิทใจร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่การที่เขายอมให้ทิวเขาพาเธอคนนี้เข้าบ้านไปทานข้าวด้วยกันบ่อยครั้ง ก็ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่งดงามที่โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้ใหญ่ ทิวเขากำลังสวมบทบาทเป็นติวเตอร์จำเป็นให้กับสามสาว ปลายฟ้า ข้าวหอม และยี่หวา อย่างขะมักเขม้น เพื่อเตรียมตัวสอบกลางภาคที่กำลังจะมาถึง"ข้อนี้ต้องใช้สูตรนี้สิฟ้า... ดูนะ พี่จะทำให้ดูช้าๆ" ทิวเขากระซิบพลางกุมมือเล็กให้เขียนตามอย่างอ่อนโยน"พี่ทิวเขาคะ... ฟ้าว่าฟ้าเริ่มจะเข้าใจแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณนะคะ" ปลายฟ้ายิ้มหวานจนตาปิด ทำเอาทิวเขาแทบไม่มีสมาธิจะติวต่อ"แหม... ติวกันหรือมาจีบกันเนี่ย มดเดินเต็มโต๊ะหมดแล้ว" ยี่หวาแสร้งแซวพลางทำหน้ามุ่ยใส่ในขณะที่ทุกคนกำลังหัวเราะต่อกระซิกกันอยู่นั้น เสียงฝีเท้าที่สม่ำเสมอและมั่นคงก็ดังใกล้เข้ามา ร่างบางในชุดนักศึกษาที่ตัดเย็
ภายในคอนโดมิเนียมหรูของรามิลเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ ข้าวหอมนั่งกุมมือยี่หวาไว้แน่นบนโซฟาตัวยาว ใบหน้าของทั้งคู่ซีดเซียวและเต็มไปด้วยรอยคราบน้ำตาที่ยังไม่แห้งสนิท โดยมีคิมหันต์ยืนคุมเชิงอยู่ใกล้ประตูห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือหนากำโทรศัพท์มือถือไว้แน่นเตรียมพร้อมรับสถานการณ์หากมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น"เราสองคนรออยู่ที่นี่นะ อย่าออกไปไหนเด็ดขาด ไอ้คิมมึงอยู่กับน้องนะ" รามิลเอ่ยกำชับด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด"พี่รามิล... ระวังตัวด้วยนะ" ข้าวหอมเอ่ยเสียงสั่น"ถ้าฟ้าเป็นอะไรไป ข้าวคงไม่ให้อภัยตัวเองเลย""เชื่อใจพวกพี่นะข้าว พวกพี่จ่วยเพื่อนข้าวกลับมา" รามิลตบบ่าแฟนสาวเบาๆ ก่อนจะพยักหน้าให้คิมหันต์"ฝากดูแลสาวๆ ด้วยนะมึง มีอะไรโทรหากูทันที" คิมหันต์พยักหน้าด้วยแววตาแน่วแน่เสียงรถพุ่งทะยานไปตามถนนสายเปลี่ยวที่มุ่งสู่ชายขอบกรุงเทพ ทิวเขานั่งอยู่หลังพวงมาลัยด้วยใบหน้าเคร่งขรึมประหนึ่งรูปปั้นหิน แววตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความแค้นปนความหวาดกลัว... กลัวว่าผู้เป็นพ่อจะทำอะไรที่ร้ายแรงไปกว่าการกักขัง ส่วนริวที่นั่งเบาะหลังกำลังเช็กอุปกรณ์สื่อสารและแผนที่ผังโกดังอย่างละเอียด"ไ
ช่วงตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความอึดอัดที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกย่างก้าว โดยเฉพาะในห้องเรียนรวมที่เคยมีเสียงหัวเราะของกลุ่มเพื่อนรัก บัดนี้กลับเงียบเชียบราวกับป่าช้า นิรินเลือกที่จะตัดขาดจากวงโคจรเดิมอย่างสิ้นเชิง เธอหอบข้าวของย้ายไปนั่งแถวหน้าสุดกับกลุ่มเพื่อนใหม่ที่ไม่ได้สนิทสนมกันนัก เพียงเพื
เช้าวันอาทิตย์ที่อากาศสดใสชวนให้หัวใจเบิกบาน แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวละมุนเข้ามาทักทายสองร่างที่ยังคงกกกอดกันอยู่ภายใต้ผ้านวมผืนหนา ทิวเขาลืมตาขึ้นมาพบกับใบหน้าหวานของปลายฟ้าที่ซบอยู่กับอกแกร่งของเขา แพขนตายาวงอนหลับสนิท ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของเธอคือท่วงทำนองที่เพราะที่สุดที่เขาเคยได้ย
ความวุ่นวายในงานเลี้ยงจบลงทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนอึดอัด ทิวเขาขับรถออกจากโรงแรมหรูด้วยความเร็วที่สะท้อนถึงอารมณ์เบื้องลึก เขาปลดเนกไทที่รัดรึงลำคอออกอย่างบ้าคลั่ง ประหนึ่งพยายามกระชากพันธะสัญญาที่พ่อบุญธรรมเพิ่งประกาศกลางงานทิ้งไป แสงไฟจากเสากิ่งข้างทางสาดส่องเข้ามาในรถเป็นระยะ สลับกับความมื
ภายในห้องพักสี่เหลี่ยมที่มีเพียงแสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงสาดส่อง บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนจากความขัดแย้งรุนแรง กลายเป็นกระแสความซ่านสยิวที่ไหลวนอยู่ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บจากเครื่องปรับอากาศเสียงเม็ดฝนที่ยังคงกระทบหน้าต่างกระจกด้านนอกทำหน้าที่เป็นฉากหลังที่ตัดขาดโลกทั้งใบออกไป เหลือเพียงเขากับเธอใน






Rebyu