LOGINโรงพยาบาล “ฉันเป็นญาติของผู้ป่วยที่ถูกรถชนวันนี้ค่ะ” เสี้ยวเพชรกล่าวกับพนักงานต้อนรับของโรงพยาบาล “ใช่ญาติคนไข้ทีชื่อวิชญ์ เจติกูลหรือเปล่าคะ” พยาบาลสาวเอ่ยถาม “ค่ะดิฉันเป็นคู่หมั้นของเขาค่ะ” เสี้ยวเพชรเอ่ยขึ้นแล้วสบสายตากับพยาบาลสาวคนนั้น “ดิฉันขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ คุณวิชญ์และคุณดุจพลอยเสียชีวิตแล้วค่ะ” พยาบาลสาวเอ่ยขึ้น เสี้ยวเพชรยกมือขึ้นป้องปากของตนเองขณะที่ชายหนุ่มที่เดินเข้ามาหาปลอบประโลมเธอ “เพชร...พลอยไปสบายแล้วนะ พลอยไม่เจ็บไม่ปวดอีกแล้ว” มิสเตอร์เออร์นาสเอ่ยแล้วกอดหญิงสาวอย่างปลอบประโลม หนึ่งปีผ่านไป “คุณแม่คะ หนูพิงค์อยากกินข้าวค่ะ” เสียงหวานของเด็กสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้นดังลั่นเคหาสน์หลังใหญ่ “ใกล้แล้วจ้ะ รอก่อนนะลูกแม่” เสี้ยวเพชรเอ่ยขึ้นพลางตักข้าวผัดกุ้งใส่จานให้กับพิงค์พลอย ลูกสาวเพียงคนเดียวของดุจพลอย ตั้งแต่วันที่ดุจพลอยเสียไป เสี้ยวเพชรก็พบกับไดอารี่ของนางแบบสาวในห้องส่วนตัวขณะที่เก็บข้าวของไปให้พระพิธีทางศาสนา ‘ถึงพี่เพชร พลอยรู้ดีว่าพลอยทำตัวไม่ดีกับทุกคนในเคหาสน์พราวเดือน พลอยอยากขอโทษแต่พลอ
“พลอยจะไปไหนครับ” วิชญ์กล่าวแล้วหันหน้ากลับมายังกระจกรถยนต์ “พลอยเปลี่ยนใจแล้วค่ะ ไม่ไปว่ายน้ำแล้ว พลอยว่าเราไปเปิดห้องหาไรทำดีกว่าค่ะ” ดุจพลอยเอ่ยเสียงหวาน หญิงสาวทอดมองชายหนุ่มด้วยแววตาออดอ้อนเหมือนลูกแมวน้อยที่วิชญ์ชอบแพ้ทางให้เสมอๆ “พลอยแต่พี่ต้องไปทำงาน พี่ไปส่งได้แค่ที่ฟิตเนสนะ” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจในท่าทีของนางแบบสาว ดุจพลอยชะงัก หญิงสาวรู้สึกราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่แม้วิชญ์จะไม่ออกแรงแม้แต่น้อย “ทำไมคะ...ใช่สิพี่วิชญ์กำลังจะแต่งงานกับเพชรนี่ พลอยมันก็เป็นได้แค่ของเล่นคั่นเวลา” ดุจพลอยเอ่ยขึ้นอย่างตัดพ้อ หญิงสาวต้องปิดจบเกมนี้ให้เร็วที่สุด “ก็ได้พลอยพี่มีเวลาให้พลอยแค่ครึ่งวัน ไปกินข้าวพอตกลงไหม” วิชญ์เอ่ยแล้วลอบมองหญิงสาวอย่างนึกกระหยิ่มในใจ ดวงหน้าคมของดุจลอยคลี่ยิ้มออกมาอย่างสมใจ หญิงสาวปรับเบาะเอนนอนอย่างสบายอารมณ์ “ตกลงค่ะ” ดุจพลอยเอ่ยแล้วดึงแว่นตาลงมาปิดบังใบหน้าอย่างเคยชิน รถสปอร์ตคันหรูแล่นออกจากรั้วบ้านของวิชญ์ไปนานแล้ว เสี้ยวเพชรก็วิ่งออกมาจากที่ซ่อนตัว “หน็อยไอ้แมงดา” เสี้ยวเพชรอดผรุสวาทไม่ได้ขณ
ห้องประชุมบริษัทประดุจฝันกรุ๊ป“ผมคิดว่าเราควรถอดคุณดุจพลอยออกจากการเป็นเเบรนด์แอมบาสเดอร์ของบริษัทประดุจฝันกรุ๊ป” ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยดังลั่นกลางที่ประชุม“ผมเห็นด้วย” เสียงห้าวของบุรุษหนุ่มคนหนึ่งกล่าวขึ้น คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากันเป็นเส้นตรง เวลานี้เสี้ยวเพชรกำลังนั่งอย่างสงบนิ่งในที่ประชุม ดวงตาคู่คมกวาดสายตามองไปรอบด้านด้วยใบหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอากัปกิริยาใดๆ เวลานี้เสี้ยวเพชรอยู่ในการประชุมครั้งสำคัญของบอร์ดบริหารทั้งหมดที่มาร่วมหารือกันเรื่องของดุจพลอยที่เปรียบเสมือนภาพลักษณ์ของบริษัทประดุจฝันกรุ๊ป “บอสมีความเห็นว่าอย่างไรครับ” สุชาติเอ่ยถามเสี้ยวเพชรอย่างขัดข้องในท่าทีอากัปกิริยาของหญิงสาว “การประชุมยังไม่เริ่มต้นค่ะ ขาดคุณวิชญ์” เสี้ยวเพชรตอบเสียงฉะฉานกว่าเดิมเป็นพันทวี เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกหนึ่งคำรบเมื่อทุกคนได้ยินคำตอบของเสี้ยวเพชรทำให้สุชาติเริ่มมั่นใจในอะไรบางอย่าง“เอ๋…ตามคุณวิชญ์เขาหน่อย เดี๋ยวจะเริ่มสาย” เสียงหวานหากแต่ทรงพลังของเสี้ยวเพชรเอ่ยขึ้น “ได้ค่ะประธาน” จริยาเอ่ยขานรับประธานบริษัทหญิงอย่างเสี้ยวเพชรจริยาเลขา
“ขอบคุณนะเจโซ่” เสี้ยวเพชรเอ่ยขึ้นแล้วเอื้อมมือมากุมมือของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว“ยินดีเสมอครับคุณหนูเสี้ยวเพชร” เจโซ่เอ่ยขึ้นขณะสบสายตาจริงจังของหญิงสาวเสี้ยวเพชรอดหลบสายตาที่ชายหนุ่มมองมาไม่ได้ สายตาที่ชายหนุ่มมองเธอนั้นพราวระยับด้วยความห่วงหาอาวรณ์“เพชรว่าเพชรจะถอนหมั้นวิชญ์” เสี้ยวเพชรเอ่ยขึ้นในที่สุดเพื่อทำลายความเงียบระหว่างเธอและเจโซ่ลง“ครับ” เจโซ่เอ่ยขึ้นแล้วสบสายตาเศร้าสร้อยของเสี้ยวเพชร“ผมเป็นกำลังใจให้ป้านะ” เจโซ่เอ่ยขึ้นแล้วส่งยิ้มทะเล้นให้หญิงสาว“รอก่อนนะให้ฉันจบเรื่องวิชญ์ให้ได้ก่อน” เสี้ยวเพชรเอ่ยขึ้นเสียงใสกว่าเดิมเล็กน้อย“แล้วคุณจะทำอย่างไรต่อไป” เจโซ่มาเฟียหนุ่มเอ่ยถามประธานบริษัทสาวอย่างเสี้ยวเพชร“นายคอยดูละครฉากใหญ่ยิ่งกว่าโรงละครเวทีได้เลย” เสี้ยวเพชรเอ่ยขึ้นแล้วระบายรอยยิ้มให้กับชายหนุ่ม“ผมจะรอนะ” เจโซ่เอ่ยขึ้นขณะเอามือป้องปากตะโกนไล่หลังเสี้ยวเพชรเคหาสน์เสี้ยวเพชรวางสายไปนานแล้วกระนั้นดุจพลอยยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเตียงที่เดิม “เพชรพลอยขอโทษ” ดุจพลอยเอ่ยแล้วร้องไห้อีกคำรบหนึ่งแล้วฟุบหน้าลงร่ำไห้เงียบๆตั้งแต่เกิดมาดุจพลอยไม่เคยเจ็บและเคยอับอ
“สวัสดีค่ะ” เสี้ยวเพชรกรอกเสียวลงไปในโทรศัพท์สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่เธอเพิ่งสอยมาใหม่หมาดๆ “สวัสดีครับโทรจากสำนักข่าวดีนิวส์ครับ ผมอยากจะสอบถามเรื่องคุณดุจพลอยกับคลิปลับครับ” ท้ายประโยคเสียงปลายสายอดเย้ยหยันไม่ได้ “อะไรนะคะ คลิปลับ” เสี้ยวเพชรเอ่ยทวนคำอย่างงุนงง “อ้าวนี่คุณเสี้ยวเพชรยังไม่รู้เหรอครับว่าตอนนี้ภาพอนาจารของคุณดุจพลอยปลิวว่อนไปทั่วโซเชียลแล้วครับ” เสียงปลายสายของสำนักข่าวเอ่ยทำให้เสี้ยวเพชรอดหน้าถอดสีไม่ได้ ‘ใครกันนะที่เกลียดดุจพลอยขนาดนี้’ เสี้ยวเพชรอดคิดในใจไม่ได้+++ เสี้ยวเพชรไม่รอช้าหญิงสาวรีบกดเปิดหน้าฟีดหน้าเพจของสำนักข่าวอื่นทันที ดวงตาคู่งดงามเบิกกว้างกว่าเดิมยามเมื่อเสี้ยวเพชรเห็นภาพเคลื่อนไหวของดุจพลอยที่กำลังสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองอยู่ “ป้าไม่เป็นไรนะ” เสียงมทุ้มดังขึ้นอย่างห่วงใยหญิงสาว เจโซ่นั่งลงข้างเสี้ยวเพชรบนเก้าอี้ม้าหินอ่อนในสวนหน้าบ้านเขา “ค่ะ” เสี้ยวเพชรเอ่ยแผ่วเบาอย่างไร้เรี่ยวแรง “คุณคิดว่าใครเป็นคนจงใจทำเรื่องนี้” เจโซ่เอ่ยถามเสี้ยวเพชรขณะบิดขี้เกียจต่อหน้าหญิงสาว “นายรู้เหรอว่าใ
“เวรเอ้ย” เจโซ่เอ่ยขึ้นแล้วสบถออกมาหนึ่งคำรบ “ป้ารอผมก่อนนะ” มาเฟียหนุ่มเอ่ยขึ้นพลางสาวเท้าออกไปเรียกแม่บ้านมาทำความสะอาดห้องหับของเขา เวลา 08.00 น. “กรี๊ด” ดุจพลอยหวีดเสียงดังลั่นเมื่อภาพเคลื่อนไหวของลับของเธอถูกเผยแพร่ปลิวว่อนในสื่อโซเซียล ภาพในจอคอมที่ปรากฎขึ้นมาเป็นภาพที่ดุจพลอยใช้นิ้วล้วงเข้าไปในช่องทางสวรรค์ของตนเองแล้วครวญครางออกมา หญิงสาวตกใจแทบสิ้นสติเมื่ออ่านแคปชั่นบนหน้าฟีด “คลิปลับคลิปเด็ดของน้องดุจพลอยนางแบบสาวหน้าสวยที่เด็ดจนคุณลืมไม่ลง” ดุจพลอยอ่านไปด้วยนน้ำตานองหน้า หญิงสาวไม่นึกฝันว่าชายหนุ่มที่เธอครั้งหนึ่งเธอเคยรักหมดใจจะทำกับเธอได้ถึงขนาดนี้ “ทำไมกันคะพี่วิชญ์” ดุจพลอยเอ่ยคล้ายคนละเมอ ดุจพลอยทรุดตัวลงบนเตียงอย่างหมดหนทางที่จะไปต่อ หยาดน้ำใสไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย “พี่วิชญ์ต้องชดใช้เรื่องนี้” ดุจพลอยเอ่ยแล้วสะอื้นไห้ฮักๆออกมาอย่างแรง ไม่นานนักโทรศัพท์ของดุจพลอยดังขึ้นหญิงสาวเห็นเบอร์โชว์ที่ปลายสายเธอจึงกดรับทันที “พลอยเกิดอะไรขึ้น” เสียงปลายสายเอ่ยขึ้นอย่างตระหนกถึงขีดสุด “เพ







