LOGINใบหน้าคมคายราวเทพบุตรมาจุติเคลื่อนเข้าใกล้ใบหน้าสวยคม ทว่าหญิงสาวที่ได้สติก่อนดันหัวชายหนุ่มออกไปอย่างแรง
“ยัยออย ยัยบื้อใครอยากได้เธอกัน” ธนนนท์เอ่ยขึ้นอย่างหลุดปาก
“ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่มีคนแถวนี้อยากจูบออย” สุรางค์รัตน์กล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสกว่าเดิม
“ยัยบ้า…ใครชอบเธอกัน” ธนนนท์เอ่ยถามหญิงสาวแล้วเขกหัวหญิงสาววัยยี่สิบสองเสียหนึ่งที
“นายสิบ้า” หญิงสาวบ่นกระปอดกระแปด
“แล้วนี่นายมาทำไม” หญิงสาวเอ่ยถาม
“เข้าบ้านได้ละ ฉันหิวแล้ว” ธนนท์เอ่ยเสียงเข้มชายหนุ่มแสร้งตีสีหน้าบึ้งตึงพลางเดินนำหญิงสาวเข้าบ้าน
“อะไรของเขา” สุรางค์รัตน์บ่นอุบอิบ หากคนตัวเล็กก็ยอมตาม ‘เฮียนนท์’ ของเธอเข้าบ้านหลังโตทันที
สุรางค์รัตน์สาวเท้าก้าวฉับ ๆ ตามชายหนุ่มไปยังห้องนอนของเธอ
ห้องโถงโอ่อ่าประดับประดาไปด้วยเครื่องเรือนสไตล์โมเดิร์นหลายหลายชิ้น หญิงสาวตาเป็นประกายยามเมื่อได้เห็นกระจกขาวบานสวยบานกว้างสลักเสลาลวดลายผีเสื้อดอมดมกุหลาบ
“ต่อไปนี้ห้องนี้คือห้องนอนของเธอและฉัน” ธนนนท์กล่าวพลางเหลียวมองดูสุรางค์รัตน์ที่เอาแต่จ้องมองลวดลายของกระจก
ธนนนท์คลี่ยิ้มจางๆ ในท่าทีไร้เดียงสาของสุรางค์รัตน์ที่กลายมาเป็นภรรยาข้ามวันของเขาเสียแล้ว
เมื่อเห็นคนตัวเล็กยังคงไม่ได้สติ ธนนนท์กระแอมไอเสียงดังพลางตีสีหน้าดุดันใส่เธอ
“ออย เธอยังมีหน้าที่ที่ต้องทำ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพลางผลุบออกจากห้องนอนไป
“อะไรอีกเล่า” สุรางค์รัตน์เอ่ยขึ้นอย่างกระฟัดกระเฟียดแล้วเดินตามคนตัวสูงออกมาจากห้องนอนโอ่งโถง
ธนนนท์พาร่างของหญิงสาวมายังบริเวณห้องครัว ประตูโถงครัวเปิดกว้างราวกับประตูคฤหาสน์ราชวังใหญ่โต
สุรางค์รัตน์สำรวจประตูห้องครัวโอ่งโถงอย่างสนอกสนใจในลวดลายของประตูมากกว่าการทำอาหารให้ชายหนุ่มเสียอีก
“ออย เป็นภรรยาที่ดีควรทำกับข้าวให้สามีกิน” เสียงเข้มเอ่ยเตือนสติของสุรางค์รัตน์ที่กำลังสนอกสนใจประตูห้องครัวตรงหน้าเธอ
จะไม่ให้เธอสนใจได้อย่างไรในเมื่อประตูนี้ยิ่งใหญ่กว่าประตูตามหนังจีนมากมายที่เธอเคยเห็นมาเสียอีก
‘แม่อยากจะบ้า นี่มันบ้านหรือวังหลังต้องห้ามกันนะ’ สุรางค์รัตน์อดคิดในใจไม่ได้
เพียงคำว่าภรรยาทำให้ใบหูของคนพูดแดงระเรื่อ ทว่าคนที่เป็นภรรยากลับตีหน้าเฉยไร้ซึ่งความสงสัย
อากัปกิริยาเมื่อครู่ของสุรางค์รัตน์ทำให้อารมณ์ของชายหนุ่มปะทุขึ้นมาอย่างกรุ่นโกรธที่หญิงสาวตรงหน้าเมินเฉยเขาเสียแล้ว
“ออย ฉันจะได้กินข้าวไหม” ธนนนท์เอ่ยด้วยสีหน้าบูดบึ้งราวกับกินรังแตนที่ไหนมา
“ก็ได้นายจะกินอะไรล่ะ” สุรางค์รัตน์เอ่ยถามเขาหน้ามุ่ย
“เมื่อกี้เรียกฉันว่าอะไรนะ” ธนนนท์เอ่ยถามหญิงสาวด้วยสีหน้าถมึงทึง
แววตาของฉายหนุ่มฉายรอยวาวโรจน์ หญิงสาวอดรู้สึกไม่ได้ว่าเวลานี้เขาอยากจะกินเนื้อมนุษย์มากกว่ากินข้าวสวยร้อนๆ ฝีมือเธอเสียแล้ว
“เฮียนนท์จะกินอะไรคะ” ท้ายประโยคหญิงสาวกระแทกเสียงใส่ชายหนุ่มอย่างแรงยิ่งทำให้โทสะของธนนนท์ปะทุขึ้นเป็นพ้นทวี
“ข้าวผัดไก่” มาเฟียหนุ่มเอ่ยเน้นชื่ออาหารอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“งั้นรอประเดี๋ยว แม่ครัวออยจะทำมาเสิร์ฟ” หญิงสาวเอ่ยพลางสาวเท้าเข้าครัวไปโดยที่ชายหนุ่มคลายสีหน้าบึ้งตึงลง
“ข้าวผัดไก่มาแล้วจ้า” เสียงหวานของสุรางค์รัตน์เอ่ยขึ้นพลางลุกเสิร์ฟอาหารจานโปรดที่ชายหนุ่มเว้าวอนขอ
อาหารตรงหน้าของธนนนท์ดูน่ารับประทานราวกับว่าหญิงสาวเป็นเชฟจากเมืองนอกมาทำให้เขารับประทาน
ไก่ของสุรางค์รัตน์หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าสีของเนื้อไก่ดูน่ารับประทานมาก ธนนนท์ช้อนตักเนื้อไก่ขึ้นมาเพ่งพินิจดู
“กินไปเถอะน่าเฮีย” สุรางค์รัตน์กล่าวอย่างจับสังเกตสังกา
“เธอไม่ได้ใส่ยาพิษแน่นะ” ธนนนท์กล่าวด้วยสีหน้าหวาดระแวงในเนื้อไก่ที่ไม่ควรมีรูปทรงประหลาดตาเช่นนี้
“ถ้าเฮียไม่เชื่อเดี๋ยวออยกินเอง” สุรางค์รัตน์กล่าวพลางเอื้อมมือมาหมายจะดึงช้อนไปจากมือเขา
“หยุด” เสียงเข้มของธนนนท์กล่าวกับหญิงสาว ชายหนุ่มสีหน้าบูดบึ้งกว่าเดิม
ท่าทางของชายหนุ่มทำให้สุรางค์รัตน์หยุดชะงัก แววตาของหล่อนเวลานี้ฉายรอยขัดใจถึงที่สุด
ธนนนท์ตักเนื้อไก่เข้าปาก เพียงคำแรกที่เขารับประทานเข้าปากไป ดวงตาของชายหนุ่มเบิกกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว
แววตาของธนนนท์เวลานี้เปล่งประกายระยับ ธนนนท์เบิกตากว้างกว่าเดิมจนเห็นแพขนตางอนยาวหนาของชายหนุ่มที่ประดับไว้เป็นเครื่องหน้าของเขา
“อร่อยสินะ” สุรางค์รัตน์เอ่ยถามเจ้าหนี้หนุ่มอย่างใจเย็น
“ก็…” ธนนนท์พูดเพียงแค่นั้น
ลมหายใจของชายหนุ่มกระตุกเวลานี้ใบหน้าของหญิงสาวอยู่ใกล้แค่คืบ สุรางค์รัตน์ยื่นหน้าสวยของหล่อนเข้ามาหาเขาใกล้ขึ้นทว่าไม่ทันที่หญิงสาวจะได้เอ่ยคำใดนั้น
มือหนาของธนนนท์ก็วางจานอาหารข้าวผัดไก่ที่หญิงสาวบรรจงทำลงทันที ดวงตาเมื่อครู่ของชายหนุ่มแคบลงเท่าเดิม นัยน์ตาของเจ้าหนี้หนุ่มเวลานี้แปรเปลี่ยนเป็นเฉยชา
“ก็ดีนะหน่อยหนึ่ง” เสียงเข้มของธนนนท์กล่าวพลางใช้มือขวาของตนเองดันศีรษะเล็กของหญิงสาวออกห่างอย่างรวดเร็ว
“นายชอบใช่ไหม ถ้างั้นฉันจะทำให้กินทุกวันนะ” สุรางค์รัตน์เอ่ยขึ้นพลางสบสายตาธนนนท์เป็นประกายวาววับ
“นั่นแหละหน้าที่ของเธอสุรางค์รัตน์” ธนนนท์เอ่ยพลางกระดกแก้วเหล้าโซจูที่วางบนโต๊ะตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้เข้าปาก
“นายหมายความว่าอย่างไรนะ” สุรางค์รัตน์เอ่ยเสียงแหวว หญิงสาวตีสีหน้าฉงน
“เธอลืมเหรอว่าเธอติดหนี้ฉัน” ธนนนท์เอ่ยพลางยกยิ้มอย่างกำชัย
อังคณาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เป็นเธอเองไม่ใช่เหรอที่เลือกจะผ่านทุกอย่างไปพร้อมกับเขา“อังอังขอโทษ” อังคณากล่าวเสียงแผ่วเบา“ไม่เป็นไรครับ” ธนภัทรเอ่ยอย่างปลอบประดลมอีกฝ่าย“ธนภัทรขอโทษอังอังเช่นกัน” ธนภัทรกล่าว“ไม่เป็นไรค่ะ” อังคณาเอ่ยขึ้น“ใกล้จะได้เวลาแล้ว เรากลับเข้าไปข้างในงานกันนะครับ” ธนภัทรเอ่ยกับอังคณา เจ้าสาวของเขา“ตกลงค่ะ อังจะแต่งงานกับคุณ” อังคณากล่าวแล้วแต้มรอยยิ้มบนใบหน้าเล็กน้อย“เกิดอะไรขึ้น” อินตามารดาของอังคณาอดกังวลในชื่อเสียงของตระกูลไม่น้อยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่“ยัยอังอยู่ไหน” อินตาเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม“นั่นไงคะ เจ้าบ่าวเจ้าสาวมาแล้ว” กีตาร์เอ่ยเมื่อเห็นบ่าวสาวเดินเข้ามาในงานแต่งงานเวลานี้อังคณาควงแขนกับธนภัทรอย่างใกล้ชิดจนสื่อหลายสำนักข่าวอดถ่ายรูปหญิงสาวและชายหนุ่มไว้ไม่ได้“ขออภัยพี่ๆนักข่าวทุกคนด้วยค่ะ เดี๋ยวหลังจากฮันนีมูนเสร็จอังอังจะอธิบายทุกอย่างให้พี่ๆนักข่าวฟังนะคะ” อังคณากล่าวด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจบนใบหน้าสวย“ผมจะร่วมแถลงด้วยครับ” ธนภัทรเอ่ยแล้วจับมือของหญิงสาวที่ควงเขาไว้แน่นพิธีแต่งงานดำเนินไปอย่างเรียบง่ายและราบรื่น อังคณาอดรู้สึกไม่ไ
“อีอังอัง” เสียงเรียกของอันนาดังขึ้นโวยวายมาจากด้านนอก“มาโวยวายอะไรในงานดิฉันคะ” อังคณากล่าวเสียงดังลั่นอังคณาเดินออกมาในชุดเจ้าสาวยาวกรุยกราย หญิงสาวในเวลานี้ดูโดดเด่นสะดุดตามากที่สุดในงานอันนาเผยอริมฝีปากขึ้นด้านบนแล้วเบ้ปากใส่อังคณาในชุดเจ้าสาวจากห้องเสื้อดัง“เธอคงมีความสุขมากซินะที่ได้แต่งงานกับธนภัทร” อันนาเอ่ยอย่างจีบปากจีบคอ แววตาของหญิงสาวฉายรอยริษยาเป็นพันทวี“ค่ะ ดิฉันมีความสุข” อังคณากล่าว“แย่งของคนอื่นมา เธอนี้มันหน้าด้านหน้าทน” อันนากล่าวเสียงดังลั่น“ดิฉันไม่เคยแย่งของใครก่อน คุณธนภัทรมาหาฉันเอง หวังว่าคุณคงเข้าใจ” อังคณากล่าวท่ามกลางเสียงอื้ออึ้งดังขรมของเหล่านักข่าวที่กรูกันเข้ามาร่วมงานแต่งงานของอังคณา“ทุกคนเห็นแล้วใช่ไหมล่ะคะว่าอีอังอังนี่มันแย่งธนภัทรไปจากอันนา” อันนาเอ่ยอย่างเป็นต่อ“ถ้าคุณไม่ทำตัวเองก่อนธนภัทรก็คงไม่ไปจากคุณหรอกค่ะ” อังคณาเอ่ยตอบ“อีอังคณาแกหมายความว่าอย่างไร” อันนาเอ่ยถาม“ก็หมายความว่าอย่างที่พูด ลองดูคลิปนี้หน่อยดีไหมคะ” อังคณาโยนโทรศัพท์ใส่หน้าของอันนา อันนาหยิบขึ้นมาแล้วหวีดร้องเสียงดังลั่น“แก อย่าไปเชื่อนะคะ อีอังคณามันตัดต่อ” หญิงสาว
“นาทีนี้ไม่มีอะไรจะด่วนจี๋ไปมากกว่าเรื่องนี้อีกแล้วค่ะ คุณผู้ชม” เสียงพิธีกรสาวในโทรทัศน์เอ่ยขึ้น“อะไรกันค่ะล่ะคุณ ดี” เสียงพิธีกรสาวกล่าว“ก็จะอะไรซะอีกคะคุณเอ ก็ข่าวว่านักแสดงสาวเกิดปิ๊งรักชุลมุนแต่งงานกับหนุ่มหล่อเจ้าของอสังหาริมทรัพย์อย่างเจ้าของรีสอร์ทดาหรันนะซิครับ” เสียงพิธีกรหนุ่มเอ่ยขึ้น“ว้าวว้าวว้าว ว่าที่เจ้าสาวจะเป็นใครนางเอกคนไหนน้า” พิธีกรสาวเอ่ยขึ้น“จะใครซะอีกล่ะคะ นอกจากน้องอังคณาของเรานั่นเอง” เสียงพิธีกรยังคงดังอย่างต่อเนื่อง“เรียนเชิญนะฮะ น้องอังคณาฝากมาเรียนเชิญทุกท่านพี่สื่อๆทุกคนไปร่วมงานแต่งของเธอที่โรงแรมแกรนด์ดิโอเรียวกระบี่ของเรานั่นเอง” พิธีกรหนุ่มกล่าว“กรี๊ด...อีอังอัง” เสียหวีดร้องของอันนาดังลั่นคับห้องเช่าของตนเอง“ที่ฉันต้องมาตกระกำลำบากเป็นเพราะแกคนเดียว” อันนากรีดร้องด้วยความเกลียดชังอังคณา“เพราะแก คอยดูนะฉันจะทำให้แกอับอายเพราะท้องก่อนแต่งให้ดู” อันนาเอ่ยอย่างเกรี้ยวกราด“ฉันจะเอาคลิปเหล่านี้ไปแฉดูซิว่างานแต่งธนภัทรจะออกมาได้ไหม แกอีอังคณา” อันนากรีดร้องราวกับคนบ้าคลั่ง แววตาของหญิงสาวเวลานี้ฉายรอยวาวโรจน์ด้วยแววตาริษยาชิงชังสุดหัวใจ“อังคณา” อั
“บ้านของคุณทำงานอะไร” อินตามารดาของอังคณากล่าว“ผมเป็นเจ้าของรีสิอร์ทดาหรัน และเจ้าของหมู่เกาะที่อยู่ที่กระบี่ครับ บ้านของผมยังทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และยังเป็นผู้ผลิตคิดค้นแชทบอทด้วยครับ” ธนภัทรกล่าวด้วยน้ำเสียงฉะฉาน“ค่ะ” อินตากล่าวด้วยเสียงเข้ม“แม่ให้แต่ง’ อินตาเอ่ยแล้วหันไปยิ้มหวานให้กับอังคณาบุตรสาวของตนเอง“ขอบคุณครับคุณแม่” ธนภัทรเอ่ยกับมารดา อินตาของอังคณาอย่างรวดเร็ว“ขอบคุณครับคุณพ่อ ผมสัญญาว่าผมจะดูแลอังอังให้ดีที่สุดพร้อมกับลูกของผมเองครับ” ธนภัทรกล่าวแล้วยอมรับอย่างลูกผู้ชาย“อ้าวไหน ๆก็ไหนแล้ว อังไปเตรียมห้องให้ธนภัทรเขาซะสิ” บิดาของอังคณากล่าว“คุณลูกกำลังท้องกำลังไส้ เดี่ยวฉันไปทำเอง” อินตากล่าวแล้วหันไปมองหน้าอังคณาด้วยสีหน้าอ่อนลง“อ้าวอยู่คุยกันไปก่อนนะ” อินตากล่าวแล้วเดินขึ้นไปบันไดบนบ้านหลังใหญ่ไปอังคณาอดรู้สึกอบอุ่นไม่ได้เมื่อธนภัทรเอ่ยคำว่าจะขอดูแลเธอและลูก นี่อาจเป็นวันที่หญิงสาวรอคอยมาทั้งชีวิตก็เป็นได้“ยัยหนูไปอาบน้ำอาบท่าซะสิ เดี๋ยวพ่อขอคุยกับลูกเขยของพ่อซะหน่อย” กรวิชญ์บิดาของเธอกล่าวอย่างติดตลก“ค่ะคุณพ่อ” อังคณากล่าวพลางลุกขึ้นเดินออกไปทิ้งให้ธนภัทรเผช
“แล้วคุณเป็นใคร” มารดาของอังคณาเอ่ยอย่างหวงแหนในตัวของบุตรสาว“ไหนบอกแม่ว่าไปโรงพยาบาล” อินตาเอ่ยกับลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอด้วยน้ำเสียงดุดัน“อังไปมาจริงๆค่ะแม่” อังคณากล่าว“คุณน้าอินตาครับ” ธนภัทรเอ่ยพลางเรียกชื่อมารดาของอังคณา“คุณรู้จักชื่อฉันได้อย่างไร” อินตากล่าว“ผมขออนุญาตรบกวนเวลาคุณน้าหน่อยได้ไหมครับ” ธนภัทรกล่าวพลางจับมือของอังคณาอย่างปลอบประโลม“ได้ เชิญเข้ามา” อินตาเอ่ยเสียงห้วนอย่างไม่พอใจมากนัก.“นี่มันอะไรกัน” อินตากล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด“ยัยอังตอบมาสิ” อินตาเอ่ยซักบุตรสาวของตนเอง“ธนภัทรขอโทษครับคุณพ่อคุณแม่” ธนภัทรเอ่ยกับผู้ปกครองของหญิงสาวทั้งสองคน โดยเฉพาะอินตาที่มีสีหน้าบูดบึ้งอย่างเห็นชัดเจนเหงื่อเม็ดเป้งของธนภัทรผุดพรายขึ้นตรงหน้าผากของชายหนุ่มขณะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างอังคณาและเขาให้ผู้ปกครองของหญิงสาวฟังอินตามีสีหน้าบอกบุญไม่รับกับเหตุการณ์ในครั้งนี้เธออยากจะจับบุตรสาวของหล่อนมาฟาดก้นของอังคณาในความประมาทของลูกสาวของเธอเอง“พ่อกับแม่ให้อภัยธนภัทรน” กรวิชญ์บิดาของอังคณากล่าว“เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นทำไมกีตาร์ไม่บอกแม่” อินตาเอ่ยเสียงดังแล้วหันไปหาทาง
ภายในรถอังคณานั่งตัวลีบเล็กไปตลอดทาง หญิงสาวอดคิดสารพันต่างนานาไม่ได้ว่า มารดาของเธอจะว่าอย่างไรบ้างตั้งแต่เกิดมาอังคณาไม่เคยเกิดมาเป็นที่พึงพอใจของมารดาเธอเองได้เลย แม้ว่าอังคณาจะเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวก็ตามของครอบครัวติเสกุล“คุณหิวไหม” ชายหนุ่มเอ่ยถามหญิงสาวขณะที่พวกเขากำลังจะขับรถไปยังบ้านของอังคณา“ไม่ค่ะ คุณรีบไปเถอะค่ะ” อังคณาเอ่ยกับชายหนุ่มอย่างร้อนรน“ทำใจให้สบายครับ” ธนภัทรเอ่ย“จะให้อังสบายใจได้ไงคะ นี่มันเรื่องคอขาดบาดตายชัดๆ” อังคณาบ่นอุบอิบกับชายหนุ่มชายหนุ่มอมยิ้ม เหลียวมองดูอังคณาแล้วเหยียบเบรกรถสปอร์ตคันหรูของเขาทันที“ภัทรเหยียบเบรกทำไม” อังคณาถามด้วยสีหน้างุนงง“ภัทรอยากให้อังอังสบายใจ” ธนภัทรกล่าว“สบายใจ ทั้งที่จะโดยเชือดนี่นะ” อังคณากล่าวอย่างกังวลใจ“เชื่อใจผมนะอัง ผมจะไม่ทำให้คุณต้องเดือดร้อน” ธนภัทรเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ฉันจะเชื่อใจคุณ” อังคณากล่าวแล้วสบสายตาคู่นั้นของเขาอย่างหนักแน่นเส้นทางสัญจรไปมาในตอนนี้คราคร่ำไปด้วยรถบนท้องถนน ธนภัทรเหลียวมองอังคณาที่หลับไปด้วยความอ่อนเพลียหากธนภัทรคาดคะเนไม่ผิด อังคณาน่าจะเพลียจากการถ่ายแบบให้กับรีสอร์ทของเขา โชคด
“คุณชอบเค้กและน้ำชาผมรู้ดี” เอรอนเอ่ยขึ้นขณะลอบมองอากัปกิริยาของสาวเจ้า“แสนรู้” อรุณีเอ่ยพลางกลืนเค้กลงคอ หญิงสาวรีบดื่มชาตามทันที“คุณเป็นอย่างไรบ้าง งานใหม่ของคุณ” อรุณีเอ่ยขึ้นทำให้หนุ่มใหญ่อดสำลักกาแฟขึ้นมาไม่ได้“ไม่แย่และไม่ดีเท่าไหร่” เอรอนกล่าวกับหญิงวัยเลขสามอย่างปกปิดบางอย่าง“เหมือนเดิม
“ตื่นแล้วเหรอคนสวย” เสียงเรียกดังขึ้นขณะที่อรุณีค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา“พวกแกเป็นใคร” หญิงวัยกลางคนเอ่ยเสียงฉุนเฉียว ดวงหน้าหวานสวยเอ่ยขึ้นอย่างเดือดดาลเวลานี้อรุณีถูกมัดมือไขว้หลังด้วยเชือก เธอถูกจับมัดอยู่บนเก้าอี้ กระนั้นปากของเธอยังคงด่าพวกมันอย่างไม่คิดชีวิต“ก็แค่นางแบบค้างฟ้าอุ่นเตีย
อรุณีเติมแป้งให้หน้าฉ่ำวาวด้วยเครื่องสำอางราคาแพงหูฉี่ลิปสติกแบรนด์ดังบรรจงทาลงไปที่ริมฝีปากซีดหากแต่เนื้อครีมของลิปสติกก็พลันกลบรอยซีดเซียวของริมฝีปากอวบอิ่มของอรุณีได้พอดิบพอดีมือเรียวสวยเอื้อมหยิบดินสอเขียนคิ้วมาทาบบนใบหน้าอรุณีวาดโครงคิ้วให้สวยเด่นสะดุดตา เธอบรรจงวาดคิ้วอย่าง อ่อนจางให้เป็น
เอรอนกระดกลิ้นสากเร็วและถี่ขึ้นกว่าเดิม หนุ่มใหญ่รู้สึก สุขใจยามเมื่อได้ยินเสียงปรารถนาของอรุณีดังลั่นห้องของเขาอรุณีกระตุกแล้วครางลั่นคับห้องออกมาสามครั้ง เวลานี้หญิงสาวยังคงต้องการเขาอย่างถึงที่สุด พลันน้ำสีขาวแห่งความ สุขสันต์ก็ไหลมาพร้อมเลือดพรหมจรรย์ของเธอกระแสสินธุ์สีขาวขุ่นไหลออกมาจากเรียว







