LOGINใบหน้าคมคายราวเทพบุตรมาจุติเคลื่อนเข้าใกล้ใบหน้าสวยคม ทว่าหญิงสาวที่ได้สติก่อนดันหัวชายหนุ่มออกไปอย่างแรง
“ยัยออย ยัยบื้อใครอยากได้เธอกัน” ธนนนท์เอ่ยขึ้นอย่างหลุดปาก
“ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่มีคนแถวนี้อยากจูบออย” สุรางค์รัตน์กล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสกว่าเดิม
“ยัยบ้า…ใครชอบเธอกัน” ธนนนท์เอ่ยถามหญิงสาวแล้วเขกหัวหญิงสาววัยยี่สิบสองเสียหนึ่งที
“นายสิบ้า” หญิงสาวบ่นกระปอดกระแปด
“แล้วนี่นายมาทำไม” หญิงสาวเอ่ยถาม
“เข้าบ้านได้ละ ฉันหิวแล้ว” ธนนท์เอ่ยเสียงเข้มชายหนุ่มแสร้งตีสีหน้าบึ้งตึงพลางเดินนำหญิงสาวเข้าบ้าน
“อะไรของเขา” สุรางค์รัตน์บ่นอุบอิบ หากคนตัวเล็กก็ยอมตาม ‘เฮียนนท์’ ของเธอเข้าบ้านหลังโตทันที
สุรางค์รัตน์สาวเท้าก้าวฉับ ๆ ตามชายหนุ่มไปยังห้องนอนของเธอ
ห้องโถงโอ่อ่าประดับประดาไปด้วยเครื่องเรือนสไตล์โมเดิร์นหลายหลายชิ้น หญิงสาวตาเป็นประกายยามเมื่อได้เห็นกระจกขาวบานสวยบานกว้างสลักเสลาลวดลายผีเสื้อดอมดมกุหลาบ
“ต่อไปนี้ห้องนี้คือห้องนอนของเธอและฉัน” ธนนนท์กล่าวพลางเหลียวมองดูสุรางค์รัตน์ที่เอาแต่จ้องมองลวดลายของกระจก
ธนนนท์คลี่ยิ้มจางๆ ในท่าทีไร้เดียงสาของสุรางค์รัตน์ที่กลายมาเป็นภรรยาข้ามวันของเขาเสียแล้ว
เมื่อเห็นคนตัวเล็กยังคงไม่ได้สติ ธนนนท์กระแอมไอเสียงดังพลางตีสีหน้าดุดันใส่เธอ
“ออย เธอยังมีหน้าที่ที่ต้องทำ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพลางผลุบออกจากห้องนอนไป
“อะไรอีกเล่า” สุรางค์รัตน์เอ่ยขึ้นอย่างกระฟัดกระเฟียดแล้วเดินตามคนตัวสูงออกมาจากห้องนอนโอ่งโถง
ธนนนท์พาร่างของหญิงสาวมายังบริเวณห้องครัว ประตูโถงครัวเปิดกว้างราวกับประตูคฤหาสน์ราชวังใหญ่โต
สุรางค์รัตน์สำรวจประตูห้องครัวโอ่งโถงอย่างสนอกสนใจในลวดลายของประตูมากกว่าการทำอาหารให้ชายหนุ่มเสียอีก
“ออย เป็นภรรยาที่ดีควรทำกับข้าวให้สามีกิน” เสียงเข้มเอ่ยเตือนสติของสุรางค์รัตน์ที่กำลังสนอกสนใจประตูห้องครัวตรงหน้าเธอ
จะไม่ให้เธอสนใจได้อย่างไรในเมื่อประตูนี้ยิ่งใหญ่กว่าประตูตามหนังจีนมากมายที่เธอเคยเห็นมาเสียอีก
‘แม่อยากจะบ้า นี่มันบ้านหรือวังหลังต้องห้ามกันนะ’ สุรางค์รัตน์อดคิดในใจไม่ได้
เพียงคำว่าภรรยาทำให้ใบหูของคนพูดแดงระเรื่อ ทว่าคนที่เป็นภรรยากลับตีหน้าเฉยไร้ซึ่งความสงสัย
อากัปกิริยาเมื่อครู่ของสุรางค์รัตน์ทำให้อารมณ์ของชายหนุ่มปะทุขึ้นมาอย่างกรุ่นโกรธที่หญิงสาวตรงหน้าเมินเฉยเขาเสียแล้ว
“ออย ฉันจะได้กินข้าวไหม” ธนนนท์เอ่ยด้วยสีหน้าบูดบึ้งราวกับกินรังแตนที่ไหนมา
“ก็ได้นายจะกินอะไรล่ะ” สุรางค์รัตน์เอ่ยถามเขาหน้ามุ่ย
“เมื่อกี้เรียกฉันว่าอะไรนะ” ธนนนท์เอ่ยถามหญิงสาวด้วยสีหน้าถมึงทึง
แววตาของฉายหนุ่มฉายรอยวาวโรจน์ หญิงสาวอดรู้สึกไม่ได้ว่าเวลานี้เขาอยากจะกินเนื้อมนุษย์มากกว่ากินข้าวสวยร้อนๆ ฝีมือเธอเสียแล้ว
“เฮียนนท์จะกินอะไรคะ” ท้ายประโยคหญิงสาวกระแทกเสียงใส่ชายหนุ่มอย่างแรงยิ่งทำให้โทสะของธนนนท์ปะทุขึ้นเป็นพ้นทวี
“ข้าวผัดไก่” มาเฟียหนุ่มเอ่ยเน้นชื่ออาหารอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“งั้นรอประเดี๋ยว แม่ครัวออยจะทำมาเสิร์ฟ” หญิงสาวเอ่ยพลางสาวเท้าเข้าครัวไปโดยที่ชายหนุ่มคลายสีหน้าบึ้งตึงลง
“ข้าวผัดไก่มาแล้วจ้า” เสียงหวานของสุรางค์รัตน์เอ่ยขึ้นพลางลุกเสิร์ฟอาหารจานโปรดที่ชายหนุ่มเว้าวอนขอ
อาหารตรงหน้าของธนนนท์ดูน่ารับประทานราวกับว่าหญิงสาวเป็นเชฟจากเมืองนอกมาทำให้เขารับประทาน
ไก่ของสุรางค์รัตน์หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าสีของเนื้อไก่ดูน่ารับประทานมาก ธนนนท์ช้อนตักเนื้อไก่ขึ้นมาเพ่งพินิจดู
“กินไปเถอะน่าเฮีย” สุรางค์รัตน์กล่าวอย่างจับสังเกตสังกา
“เธอไม่ได้ใส่ยาพิษแน่นะ” ธนนนท์กล่าวด้วยสีหน้าหวาดระแวงในเนื้อไก่ที่ไม่ควรมีรูปทรงประหลาดตาเช่นนี้
“ถ้าเฮียไม่เชื่อเดี๋ยวออยกินเอง” สุรางค์รัตน์กล่าวพลางเอื้อมมือมาหมายจะดึงช้อนไปจากมือเขา
“หยุด” เสียงเข้มของธนนนท์กล่าวกับหญิงสาว ชายหนุ่มสีหน้าบูดบึ้งกว่าเดิม
ท่าทางของชายหนุ่มทำให้สุรางค์รัตน์หยุดชะงัก แววตาของหล่อนเวลานี้ฉายรอยขัดใจถึงที่สุด
ธนนนท์ตักเนื้อไก่เข้าปาก เพียงคำแรกที่เขารับประทานเข้าปากไป ดวงตาของชายหนุ่มเบิกกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว
แววตาของธนนนท์เวลานี้เปล่งประกายระยับ ธนนนท์เบิกตากว้างกว่าเดิมจนเห็นแพขนตางอนยาวหนาของชายหนุ่มที่ประดับไว้เป็นเครื่องหน้าของเขา
“อร่อยสินะ” สุรางค์รัตน์เอ่ยถามเจ้าหนี้หนุ่มอย่างใจเย็น
“ก็…” ธนนนท์พูดเพียงแค่นั้น
ลมหายใจของชายหนุ่มกระตุกเวลานี้ใบหน้าของหญิงสาวอยู่ใกล้แค่คืบ สุรางค์รัตน์ยื่นหน้าสวยของหล่อนเข้ามาหาเขาใกล้ขึ้นทว่าไม่ทันที่หญิงสาวจะได้เอ่ยคำใดนั้น
มือหนาของธนนนท์ก็วางจานอาหารข้าวผัดไก่ที่หญิงสาวบรรจงทำลงทันที ดวงตาเมื่อครู่ของชายหนุ่มแคบลงเท่าเดิม นัยน์ตาของเจ้าหนี้หนุ่มเวลานี้แปรเปลี่ยนเป็นเฉยชา
“ก็ดีนะหน่อยหนึ่ง” เสียงเข้มของธนนนท์กล่าวพลางใช้มือขวาของตนเองดันศีรษะเล็กของหญิงสาวออกห่างอย่างรวดเร็ว
“นายชอบใช่ไหม ถ้างั้นฉันจะทำให้กินทุกวันนะ” สุรางค์รัตน์เอ่ยขึ้นพลางสบสายตาธนนนท์เป็นประกายวาววับ
“นั่นแหละหน้าที่ของเธอสุรางค์รัตน์” ธนนนท์เอ่ยพลางกระดกแก้วเหล้าโซจูที่วางบนโต๊ะตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้เข้าปาก
“นายหมายความว่าอย่างไรนะ” สุรางค์รัตน์เอ่ยเสียงแหวว หญิงสาวตีสีหน้าฉงน
“เธอลืมเหรอว่าเธอติดหนี้ฉัน” ธนนนท์เอ่ยพลางยกยิ้มอย่างกำชัย
โรงพยาบาล “ฉันเป็นญาติของผู้ป่วยที่ถูกรถชนวันนี้ค่ะ” เสี้ยวเพชรกล่าวกับพนักงานต้อนรับของโรงพยาบาล “ใช่ญาติคนไข้ทีชื่อวิชญ์ เจติกูลหรือเปล่าคะ” พยาบาลสาวเอ่ยถาม “ค่ะดิฉันเป็นคู่หมั้นของเขาค่ะ” เสี้ยวเพชรเอ่ยขึ้นแล้วสบสายตากับพยาบาลสาวคนนั้น “ดิฉันขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ คุณวิชญ์และคุณดุจพลอยเสียชีวิตแล้วค่ะ” พยาบาลสาวเอ่ยขึ้น เสี้ยวเพชรยกมือขึ้นป้องปากของตนเองขณะที่ชายหนุ่มที่เดินเข้ามาหาปลอบประโลมเธอ “เพชร...พลอยไปสบายแล้วนะ พลอยไม่เจ็บไม่ปวดอีกแล้ว” มิสเตอร์เออร์นาสเอ่ยแล้วกอดหญิงสาวอย่างปลอบประโลม หนึ่งปีผ่านไป “คุณแม่คะ หนูพิงค์อยากกินข้าวค่ะ” เสียงหวานของเด็กสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้นดังลั่นเคหาสน์หลังใหญ่ “ใกล้แล้วจ้ะ รอก่อนนะลูกแม่” เสี้ยวเพชรเอ่ยขึ้นพลางตักข้าวผัดกุ้งใส่จานให้กับพิงค์พลอย ลูกสาวเพียงคนเดียวของดุจพลอย ตั้งแต่วันที่ดุจพลอยเสียไป เสี้ยวเพชรก็พบกับไดอารี่ของนางแบบสาวในห้องส่วนตัวขณะที่เก็บข้าวของไปให้พระพิธีทางศาสนา ‘ถึงพี่เพชร พลอยรู้ดีว่าพลอยทำตัวไม่ดีกับทุกคนในเคหาสน์พราวเดือน พลอยอยากขอโทษแต่พลอ
“พลอยจะไปไหนครับ” วิชญ์กล่าวแล้วหันหน้ากลับมายังกระจกรถยนต์ “พลอยเปลี่ยนใจแล้วค่ะ ไม่ไปว่ายน้ำแล้ว พลอยว่าเราไปเปิดห้องหาไรทำดีกว่าค่ะ” ดุจพลอยเอ่ยเสียงหวาน หญิงสาวทอดมองชายหนุ่มด้วยแววตาออดอ้อนเหมือนลูกแมวน้อยที่วิชญ์ชอบแพ้ทางให้เสมอๆ “พลอยแต่พี่ต้องไปทำงาน พี่ไปส่งได้แค่ที่ฟิตเนสนะ” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจในท่าทีของนางแบบสาว ดุจพลอยชะงัก หญิงสาวรู้สึกราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่แม้วิชญ์จะไม่ออกแรงแม้แต่น้อย “ทำไมคะ...ใช่สิพี่วิชญ์กำลังจะแต่งงานกับเพชรนี่ พลอยมันก็เป็นได้แค่ของเล่นคั่นเวลา” ดุจพลอยเอ่ยขึ้นอย่างตัดพ้อ หญิงสาวต้องปิดจบเกมนี้ให้เร็วที่สุด “ก็ได้พลอยพี่มีเวลาให้พลอยแค่ครึ่งวัน ไปกินข้าวพอตกลงไหม” วิชญ์เอ่ยแล้วลอบมองหญิงสาวอย่างนึกกระหยิ่มในใจ ดวงหน้าคมของดุจลอยคลี่ยิ้มออกมาอย่างสมใจ หญิงสาวปรับเบาะเอนนอนอย่างสบายอารมณ์ “ตกลงค่ะ” ดุจพลอยเอ่ยแล้วดึงแว่นตาลงมาปิดบังใบหน้าอย่างเคยชิน รถสปอร์ตคันหรูแล่นออกจากรั้วบ้านของวิชญ์ไปนานแล้ว เสี้ยวเพชรก็วิ่งออกมาจากที่ซ่อนตัว “หน็อยไอ้แมงดา” เสี้ยวเพชรอดผรุสวาทไม่ได้ขณ
ห้องประชุมบริษัทประดุจฝันกรุ๊ป“ผมคิดว่าเราควรถอดคุณดุจพลอยออกจากการเป็นเเบรนด์แอมบาสเดอร์ของบริษัทประดุจฝันกรุ๊ป” ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยดังลั่นกลางที่ประชุม“ผมเห็นด้วย” เสียงห้าวของบุรุษหนุ่มคนหนึ่งกล่าวขึ้น คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากันเป็นเส้นตรง เวลานี้เสี้ยวเพชรกำลังนั่งอย่างสงบนิ่งในที่ประชุม ดวงตาคู่คมกวาดสายตามองไปรอบด้านด้วยใบหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอากัปกิริยาใดๆ เวลานี้เสี้ยวเพชรอยู่ในการประชุมครั้งสำคัญของบอร์ดบริหารทั้งหมดที่มาร่วมหารือกันเรื่องของดุจพลอยที่เปรียบเสมือนภาพลักษณ์ของบริษัทประดุจฝันกรุ๊ป “บอสมีความเห็นว่าอย่างไรครับ” สุชาติเอ่ยถามเสี้ยวเพชรอย่างขัดข้องในท่าทีอากัปกิริยาของหญิงสาว “การประชุมยังไม่เริ่มต้นค่ะ ขาดคุณวิชญ์” เสี้ยวเพชรตอบเสียงฉะฉานกว่าเดิมเป็นพันทวี เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกหนึ่งคำรบเมื่อทุกคนได้ยินคำตอบของเสี้ยวเพชรทำให้สุชาติเริ่มมั่นใจในอะไรบางอย่าง“เอ๋…ตามคุณวิชญ์เขาหน่อย เดี๋ยวจะเริ่มสาย” เสียงหวานหากแต่ทรงพลังของเสี้ยวเพชรเอ่ยขึ้น “ได้ค่ะประธาน” จริยาเอ่ยขานรับประธานบริษัทหญิงอย่างเสี้ยวเพชรจริยาเลขา
“ขอบคุณนะเจโซ่” เสี้ยวเพชรเอ่ยขึ้นแล้วเอื้อมมือมากุมมือของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว“ยินดีเสมอครับคุณหนูเสี้ยวเพชร” เจโซ่เอ่ยขึ้นขณะสบสายตาจริงจังของหญิงสาวเสี้ยวเพชรอดหลบสายตาที่ชายหนุ่มมองมาไม่ได้ สายตาที่ชายหนุ่มมองเธอนั้นพราวระยับด้วยความห่วงหาอาวรณ์“เพชรว่าเพชรจะถอนหมั้นวิชญ์” เสี้ยวเพชรเอ่ยขึ้นในที่สุดเพื่อทำลายความเงียบระหว่างเธอและเจโซ่ลง“ครับ” เจโซ่เอ่ยขึ้นแล้วสบสายตาเศร้าสร้อยของเสี้ยวเพชร“ผมเป็นกำลังใจให้ป้านะ” เจโซ่เอ่ยขึ้นแล้วส่งยิ้มทะเล้นให้หญิงสาว“รอก่อนนะให้ฉันจบเรื่องวิชญ์ให้ได้ก่อน” เสี้ยวเพชรเอ่ยขึ้นเสียงใสกว่าเดิมเล็กน้อย“แล้วคุณจะทำอย่างไรต่อไป” เจโซ่มาเฟียหนุ่มเอ่ยถามประธานบริษัทสาวอย่างเสี้ยวเพชร“นายคอยดูละครฉากใหญ่ยิ่งกว่าโรงละครเวทีได้เลย” เสี้ยวเพชรเอ่ยขึ้นแล้วระบายรอยยิ้มให้กับชายหนุ่ม“ผมจะรอนะ” เจโซ่เอ่ยขึ้นขณะเอามือป้องปากตะโกนไล่หลังเสี้ยวเพชรเคหาสน์เสี้ยวเพชรวางสายไปนานแล้วกระนั้นดุจพลอยยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเตียงที่เดิม “เพชรพลอยขอโทษ” ดุจพลอยเอ่ยแล้วร้องไห้อีกคำรบหนึ่งแล้วฟุบหน้าลงร่ำไห้เงียบๆตั้งแต่เกิดมาดุจพลอยไม่เคยเจ็บและเคยอับอ
“สวัสดีค่ะ” เสี้ยวเพชรกรอกเสียวลงไปในโทรศัพท์สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่เธอเพิ่งสอยมาใหม่หมาดๆ “สวัสดีครับโทรจากสำนักข่าวดีนิวส์ครับ ผมอยากจะสอบถามเรื่องคุณดุจพลอยกับคลิปลับครับ” ท้ายประโยคเสียงปลายสายอดเย้ยหยันไม่ได้ “อะไรนะคะ คลิปลับ” เสี้ยวเพชรเอ่ยทวนคำอย่างงุนงง “อ้าวนี่คุณเสี้ยวเพชรยังไม่รู้เหรอครับว่าตอนนี้ภาพอนาจารของคุณดุจพลอยปลิวว่อนไปทั่วโซเชียลแล้วครับ” เสียงปลายสายของสำนักข่าวเอ่ยทำให้เสี้ยวเพชรอดหน้าถอดสีไม่ได้ ‘ใครกันนะที่เกลียดดุจพลอยขนาดนี้’ เสี้ยวเพชรอดคิดในใจไม่ได้+++ เสี้ยวเพชรไม่รอช้าหญิงสาวรีบกดเปิดหน้าฟีดหน้าเพจของสำนักข่าวอื่นทันที ดวงตาคู่งดงามเบิกกว้างกว่าเดิมยามเมื่อเสี้ยวเพชรเห็นภาพเคลื่อนไหวของดุจพลอยที่กำลังสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองอยู่ “ป้าไม่เป็นไรนะ” เสียงมทุ้มดังขึ้นอย่างห่วงใยหญิงสาว เจโซ่นั่งลงข้างเสี้ยวเพชรบนเก้าอี้ม้าหินอ่อนในสวนหน้าบ้านเขา “ค่ะ” เสี้ยวเพชรเอ่ยแผ่วเบาอย่างไร้เรี่ยวแรง “คุณคิดว่าใครเป็นคนจงใจทำเรื่องนี้” เจโซ่เอ่ยถามเสี้ยวเพชรขณะบิดขี้เกียจต่อหน้าหญิงสาว “นายรู้เหรอว่าใ
“เวรเอ้ย” เจโซ่เอ่ยขึ้นแล้วสบถออกมาหนึ่งคำรบ “ป้ารอผมก่อนนะ” มาเฟียหนุ่มเอ่ยขึ้นพลางสาวเท้าออกไปเรียกแม่บ้านมาทำความสะอาดห้องหับของเขา เวลา 08.00 น. “กรี๊ด” ดุจพลอยหวีดเสียงดังลั่นเมื่อภาพเคลื่อนไหวของลับของเธอถูกเผยแพร่ปลิวว่อนในสื่อโซเซียล ภาพในจอคอมที่ปรากฎขึ้นมาเป็นภาพที่ดุจพลอยใช้นิ้วล้วงเข้าไปในช่องทางสวรรค์ของตนเองแล้วครวญครางออกมา หญิงสาวตกใจแทบสิ้นสติเมื่ออ่านแคปชั่นบนหน้าฟีด “คลิปลับคลิปเด็ดของน้องดุจพลอยนางแบบสาวหน้าสวยที่เด็ดจนคุณลืมไม่ลง” ดุจพลอยอ่านไปด้วยนน้ำตานองหน้า หญิงสาวไม่นึกฝันว่าชายหนุ่มที่เธอครั้งหนึ่งเธอเคยรักหมดใจจะทำกับเธอได้ถึงขนาดนี้ “ทำไมกันคะพี่วิชญ์” ดุจพลอยเอ่ยคล้ายคนละเมอ ดุจพลอยทรุดตัวลงบนเตียงอย่างหมดหนทางที่จะไปต่อ หยาดน้ำใสไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย “พี่วิชญ์ต้องชดใช้เรื่องนี้” ดุจพลอยเอ่ยแล้วสะอื้นไห้ฮักๆออกมาอย่างแรง ไม่นานนักโทรศัพท์ของดุจพลอยดังขึ้นหญิงสาวเห็นเบอร์โชว์ที่ปลายสายเธอจึงกดรับทันที “พลอยเกิดอะไรขึ้น” เสียงปลายสายเอ่ยขึ้นอย่างตระหนกถึงขีดสุด “เพ







