Masuk"เกมงั้นเหรอ?" พี่หมอกยกมือขึ้นเกลี่ยเส้นผมที่ปลิวมาปัดหน้าฉันออกไปทัดที่ใบหูอย่างเบามือ สัมผัสอบอุ่นจากปลายสิ้วของเขาทำให้หัวใจฉันกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ "เราคิดว่าพี่ว่างขนาดที่จะต้องลงทุนขับรถตามมาดักรอใต้หอ แอบกุมมือใต้โต๊ะ หรือตามมาเคลียร์ถึงชายหาด เพราะแค่อยากเอาชนะไอ้นิกเหรอ?""แล้วมันไม่ใช่หรือไงคะ..." ฉันเค้นเสียงตอบ หลบสายตาร้อนแรงของเขา"ตอนแรก... พี่ก็คิดว่ามันคงเป็นแค่เรื่องสนุกๆ" พี่หมอกเชิดคางฉันขึ้นช้าๆ บังคับให้ฉันต้องสบตากับนัยน์ตาพราวระยับที่บัดนี้เต็มไปด้วยความจริงจังจนน่ากลัว "พี่ตั้งใจจะเปิดทางให้ไอ้นิกจริงๆเพราะพี่ไม่เคยคิดจะจริงจังกับใคร... แต่พอเห็นเราอยู่ใกล้ไอ้นิก เห็นเรายิ้มให้มัน หัวใจพี่มันดันไม่รักดี รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาซะงั้น""..." ฉันแช่แข็งไปทั้งตัว ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อได้ยินคำสารภาพตรงๆ จากปากผู้ชายเจ้าชู้คนนี้"พี่รู้ว่าพี่เจ้าชู้ รู้ว่าพี่มันเจ้าเล่ห์... แต่กับเรา พี่ไม่ได้เล่นเกมนะครับแก้มใส" พี่หมอกโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเฉียดกันเบาๆ ลมหายใจอุ่นๆ รดผื่นผิวแก้ม "พี่หึงเรา... และพี่ก็ไม่คิดจะยอมยกเราให้ไอ้นิกอีกต่อไปแล้วด้วย"คำว่
เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศรอบพูลวิลล่าเงียบสงบ แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสะท้อนผิวน้ำในสระว่ายน้ำเป็นประกาย เพื่อนๆ คนอื่นยังคงหลับสนิทอยู่ในห้องพักหลังจากปาร์ตี้หนักเมื่อคืน ฉันตัดสินใจตื่นแต่เช้า ออกมานั่งสูดอากาศรับลมทะเลเย็นๆ ที่เก้าอี้ชายหาดริมสระคนเดียว หวังว่าจะช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้นจากเรื่องปวดหัวเมื่อคืนแต่แล้ว เสียงก้าวเท้าแผ่วเบาก็ดังมาจากด้านหลัง"ตื่นเช้าจังเลยนะแก้มใส..."ฉันหันไปมอง พี่นิก เดินถือแก้วกาแฟร้อนสองใบเข้ามาหา เขาสวมเสื้อยืดสีเทากับกางเกงขาสั้นสบายๆ ส่งยิ้มสดใสให้ฉันเหมือนทุกที แต่นัยน์ตาของเขากลับดูมีร่องรอยของความครุ่นคิดและความกังวลลึกๆ ซ่อนอยู่"อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่นิก" ฉันส่งยิ้มตอบ รับแก้วกาแฟที่เขายื่นมาให้ "พอดีตื่นแล้วไม่ค่อยหลับน่ะค่ะ"พี่นิกทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ชายหาดข้างๆ ฉัน เขายกกาแฟขึ้นจิบช้าๆ พลางทอดสายตามองออกไปที่ทะเลไกลสุดสายตา ความเงียบโรยตัวอยู่ครู่หนึ่งจนฉันเริ่มรู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด"แก้มใส..." อยู่ๆ พี่นิกก็เอ่ยขึ้น เสียงของเขาเรียบและนิ่งกว่าปกติ "พี่ขอถามอะไรเราตรงๆ สักเรื่องได้ไหมครับ?"หัวใจฉันตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที ความรู้สึก
‘พี่หมอก!’ ฉันส่งสายตาดุๆ ไปให้เขาใต้แสงไฟปิงปองแต่คนเจ้าเล่ห์กลับยิ้มกริ่มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า พี่หมอกทอดสายตามองฉันเนิ่นนาน ก่อนที่เขาจะค่อยๆ เอื้อมมือลงไปใต้โต๊ะไม้ตัวยาว...พรึ่บ!สัมผัสอบอุ่นและแข็งแรงจากฝ่ามือหนาคว้าเข้าที่หลังมือของฉันใต้มุมอับของโต๊ะอาหาร! เรียวนิ้วยาวของเขาสอดประสานเข้ากับนิ้วมือของฉันช้าๆ กุมไว้แน่นจนฉันไม่สามารถถอนมือหนีได้เลยฉันแช่แข็งไปทั้งตัว หน้าผ่าวร้อนขึ้นมาจนคิดว่าคงแดงแข่งกับไฟประดับรอบสระแน่ๆ ทุกคนรอบโต๊ะยังคงคุยและหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน พี่นิกยังคงย่างบาร์บีคิวพลางเล่าเรื่องขำขันในคณะ โดยที่ไม่รู้เลยว่าใต้โต๊ะอาหารตัวเดียวกันนี้... เพื่อนสนิทของเขากำลังกุมมือฉันไว้แน่น!"เอ่อ... แก้มใส เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ? หน้าแดงๆ นะ" เพื่อนสาวข้างๆ หันมาถามด้วยความห่วงใย"ป...เปล่าจ้ะ! อากาศมันคงร้อนน่ะ" ฉันตอบเสียงสั่น พยายามดึงมือออกจากการกุมของพี่หมอก แต่เขากลับยิ่งกระชับฝ่ามือแน่นขึ้น แถมยังใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ บนหลังมือฉันอย่างยั่วเย้าพี่หมอกละสายตาจากกลุ่มเพื่อน หันมามองฉันตรงๆ อีกครั้ง เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย ขยับริมฝีปากพูดแบบไม่มีเสียง ข้าม
"แล้วไงล่ะ?" พี่หมอกขยับรอยยิ้มมุมปากที่ดูอันตรายและทรงเสน่ห์ขึ้นอีกนิด "ไอ้นิกมันชอบเรา... แต่พี่ก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าในหัวของน้องแก้มใสตอนนี้ มีแต่เรื่องไอ้นิก หรือมีเรื่องของพี่อยู่ด้วย?""ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นค่ะ!" ฉันตอบเสียงสั่น พยายามดันอกกว้างของเขาออก แต่มือไม้กลับสั่นไปหมดเมื่อสัมผัสได้ถึงแผงอกแน่นแข็งแรงภายใต้เสื้อช็อปพี่หมอกเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างยั่วเย้า เขาก้มหน้าลงมาใกล้อีกจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดข้างแก้ม เสียงกระซิบพร่าทุ้มของเขาทำให้หัวใจฉันกระตุกวูบและเต้นระส่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก"โกหกไม่เนียนเลยนะครับ... หัวใจเต้นแรงขนาดนี้ ยังจะบอกว่าไม่ได้คิดอะไรอีกเหรอ?""..." ฉันพูดอะไรไม่ออก ได้แต่นั่งแช่แข็งสบสายตาพราวพราวคู่นั้นอย่างแพ้พ่าย"คืนนี้ขึ้นห้องไป... ฝันถึงพี่ด้วยนะ 'น้องแก้มใส'"พี่หมอกยิ้มกริ่มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า เขายอมผละตัวถอยออกไปอย่างอ้อยอิ่ง ยื่นมือมาขยี้ผมฉันเบาๆ อย่างถือสิทธิ์ ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่บิ๊กไบค์คันใหญ่ สตาร์ตเครื่องยนต์แล้วขับทะยานออกไปในความมืด ทิ้งให้ฉันยืนขาอ่อน หัวใจเต้นตึกตักรุนแรงอยู่ใต้หอพักเพียงลำพัง...
แกร๊ก!เสียงลูกบิดประตูห้องสโมฯ ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่สลัดความเงียบในห้องจนแตกกระจายฉันสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ รีบเด้งตัวถอยห่างจากพี่หมอกจนหลังแทบจะกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะไม้ด้านหลัง หัวใจเต้นตึกตักรุนแรงยิ่งกว่าเดิม แต่พี่หมอกกลับไม่ได้มีท่าทีลนลานแม้แต่น้อย เขเพียงแค่ผละใบหน้าออกไปอย่างช้าๆ รอยยิ้มมุมปากยังคงแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้นอย่างคนใจเย็น"เอ่อ... กูเอาขนมกับน้ำมาเพิ่ม..."พี่นิก ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมถุงพลาสติกในมือ แต่แล้วเขาก็ชะงักกึกไปทันที สายตาของพี่นิกมองสลับไปมาระหว่างฉันที่ยืนหน้าแดงเจ่อ ร่างกายเกร็งจนแทบไม่กล้าหายใจ กับพี่หมอกที่กำลังยืนเอามือซุกกระเป๋ากางเกง ยักไหล่ด้วยท่าทางสบายๆ อยู่ข้างป้ายผ้าที่ทาสีค้างไว้บรรยากาศภายในห้องสโมฯ อึดอัดและกระอักกระอ่วนขึ้นมาในทันตา ความเงียบโรยตัวครอบคลุมจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงแอร์"ทำอะไรกันอยู่วะ?" พี่นิกถามขึ้นมา น้ำเสียงไม่ได้ติดเล่นเหมือนทุกที ดินแดนความร่าเริงในตาของเขาดูหม่นลงอย่างเห็นได้ชัดขณะจ้องมองเพื่อนสนิท"ก็..." ฉันอ้ำอึ้ง พยายามจะหาเสียงตัวเองเพื่ออธิบาย "คือแก้มใสทำสีเลอะ... พี่หม
หัวใจฉันตุกวูบ ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นขึ้นมาถึงใบหน้าเมื่อโดนดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมอง แต่สิ่งที่ทำให้ฉันทำตัวไม่ถูกยิ่งกว่าเดิม คือการกระทำถัดมาของเขา...พี่หมอกไม่ได้ทำเป็นไม่รู้จักฉัน เขาไม่ได้ละสายตาหนี แต่กลับยกมือขึ้นมาในระดับอกแบบที่เพื่อนในกลุ่มเขาไม่มีทางเห็น แล้วใช้นิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากตัวเองเบาๆ เป็นสัญญาณว่า ‘เงียบไว้’จากนั้น เขาก็กระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาฉายแววเจ้าเล่ห์และพราวพราวยิ่งกว่าเดิม พลางใช้นิ้วเดิมเปลี่ยนเป็นชี้มาที่ฉัน แล้วขยับปากพูดแบบไม่มีเสียงออกมาอย่างช้าๆ ทีละคำ...‘ระ-วัง-เดิน-ชน-เสา-นะ-ครับ’"เอ๊ะ..."ฉันสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ร่างกายปฏิกิริยาไวตามคำพูดเขา จนก้าวขาพลาดไปชนเข้ากับขอบม้านั่งหินอ่อนแถวนั้นเข้าจริงๆ!กึก!"โอ๊ย!" ฉันร้องออกมาเบาๆ เสียหลักจนเอกสารในมือเกือบหลุดร่วงเสียงร้องของฉันทำให้กลุ่มสาวๆ หันมามองเป็นตาเดียว ฉันรีบก้มหน้าชิดอก แก้มร้อนฉ่าจนคิดว่ามันคงแดงแข่งกับสีดวงอาทิตย์ตกดินไปแล้ว ฉันรีบสับเท้าเดินหนีออกมาจากตรงนั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่ก่อนที่ฉันจะพ้นระยะสายตา เสียงหัวเราะในคอทุ้มต่ำและแสนจะยั่วเย้าของพี่หมอกก็แว่ว




![มาเฟียร้าย [ ขัง ] รักเมียเด็ก](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


