ログイン"กระโปรงหนูมันสั้นได้ใจลุงจริงๆ ไหนดูสิว่าหอยหนูจะสวยแค่ไหน" ลุงคนขับจับขาเราอ้าออกกว้างๆ แล้วใช้มือทั้งสองแหวกกลีบน้องสาวออก ลุงใช้ลิ้นเลียขึ้นลงตรงเม็ดเสียวเรา เราก็แอ่นตัวขึ้นด้วยความเสียวซ่าน ขนลุกซู่ แล้วลุงแกก็สอดลิ้นอุ่นๆ เข้ามาในน้องสาวที่คับแน่นของเรา "อ๊ะ ตรงนั้นเสียวมากค่ะ" "ถ้าลุงใส่เข้าไปคงจะเจ็บน่าดูเลยว่าไหม" ลุงมันยิ้มเจ้าเล่ห์ "อ๊าาา เสียว" "อ๊ะ พอแล้วค่ะ เสียวไม่ไหวแล้ว" "หืมมม หอยหนูทั้งหอมทั้งหวาน ลุงอดใจไม่ไหวแล้ว" "อ๊าาา ม่ายยย ฉี่จะแตก" ลุงตวัดลิ้นไปมาสลับไปเล่นกับเม็ดเสียวสลับมารูน้องสาวบ้าง เราสติแทบหลุด กระตุกฉี่เกือบแตก "ไม่ใช่ฉี่ แต่เป็นน้ำเงี่ยนต่างหากล่ะ" "อะไรนะคะ อ๊าาา ไม่ไหวแล้วค่ะ จะแตกแล้ว" "ปล่อยมาเลยลุงจะกินน้ำหนูทั้งตัวเลย" "อย่าค่ะ มันสกปรก" "อ๊ะๆๆๆ จะแตกแล้ว อ๊าาาา อ๊าาาา" "น้ำหวานมาก" เราปล่อยน้ำแตกกระจายเต็มปากลุง ลุงก็ดูดกินจนหมดเกลี้ยงเลย เราตัวเบาหวิวโล่งสบายแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
もっと見るคืนนั้นแสงจันทร์กระจ่างฟ้าลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านซาตินเข้ามาในห้องนอน ลมเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำจนฉันต้องขยับตัวซุกเข้าหาความอบอุ่นเดียวที่มีอยู่ในห้อง แผงอกกว้างและอ้อมกอดอันแน่นหนาของ 'ลุงชม'
"ยังไม่นอนอีกหรือครับ คุณหนู?" เสียงทุ้มต่ำและแผ่วเบาของเขากระซิบอยู่ข้างหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดตรงลำคอจนฉันต้องห่อไหล่ด้วยความวาบหวาม "เพียงดาวยังไม่ง่วงเลยค่ะ..." ฉันตอบพลางใช้นิ้วมือเรียวไล้ไปตามสันกรามคมสันของชายวัยกลางคนตรงหน้า ลุงชมเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด แม้ริ้วรอยตามวัยและเรือนร่างที่ผ่านประสบการณ์จะทำให้เขกุมความได้เปรียบเหนือฉันเสมอ แต่ทุกครั้งที่อยู่บนเตียงนุ่มผืนนี้ เขากลับทะนุถนอมฉันราวกับตุ๊กตาแก้วที่พร้อมจะแตกหักได้ทุกเมื่อ มือหนาและสากระคายของเขาขยับมาเลื่อนกุมมือฉันไว้ ก่อนจะค่อยๆ พลิกตัวขึ้นมากอดทับร่างฉันไว้เบาๆ สายตาที่เขามองลงมาฉายแววความรัก ความเอ็นดู และความปรารถนาอันลึกซึ้งที่ปิดไม่มิด "ดึกมากแล้วนะครับ เด็กดี ถ้าไม่นอน... ลุงจะไม่เกรงใจแล้วนะ" "ใครขอให้ลุงชมเกรงใจกันล่ะคะ..." ฉันส่งยิ้มพร่างพรายพลางยกสองแขนขึ้นเกี่ยวคอเขาไว้ จูบของลุงชมนุ่มนวลทว่าลึกซึ้ง มันเนิบช้า ละเมียดละไม และเต็มไปด้วยน้ำหนักของความรู้สึก สัมผัสจากฝ่ามือที่อบอุ่นของเขาค่อยๆ ลูบไล้ไปตามเรือนร่าง ทำให้หัวใจฉันเต้นระทึกจนแทบหลุดออกจากอก ทุกจังหวะแนบชิดบนเตียงกว้างดำเนินไปอย่างละมุนละไม ไร้ความเร่งรีบ มีเพียงเสียงลมหายใจสอดประสานกันท่ามกลางความเงียบสงบของค่ำคืน เมื่อพายุอารมณ์แห่งความหวานซ่านค่อยๆ สงบลง ลุงชมก็ตระกองกอดฉันไว้ในอ้อมอกอย่างแสนรัก เขาดึงผ้านวมผืนหนาขึ้นมาคลุมถึงไหล่ให้ฉัน ก่อนจะประทับจูบเบาๆ ที่หน้าผาก "ฝันดีนะครับ คุณหนูของลุง" ฉันซบหน้าลงกับแผงอกกว้าง ฟังเสียงหัวใจของเขาที่ค่อยๆ เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ในพื้นที่เล็กๆ บนเตียงนุ่มแห่งนี้... ไม่ว่าโลกภายนอกจะเป็นอย่างไร เพียงดาวก็รู้ว่าตัวเองเป็นคนที่โชคดีที่สุดแล้ว เรื่องราวระหว่างฉันกับลุงชม... ถ้ามองจากคนนอก มันคงเป็นความสัมพันธ์ที่ผิดที่ผิดทางและไม่ควรเกิดขึ้นเลยสักนิด ลุงชมสวมชุดสูทสีกรมท่าเรียบตึง ยืนรอเปิดประตูรถยนต์คันหรูให้ฉันตั้งแต่วันแรกที่ฉันก้าวเข้ามารับตำแหน่งในบริษัทของพ่อ เขาเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ บุคลิกเงียบขรึม และพูดน้อยจนนับคำได้ แต่ทุกกิริยาอาการของเขากลับเต็มไปด้วยความสุภาพ นุ่มนวล และสายตาที่มองฉันด้วยความเอ็นดูเสมอ ในบ้านวรการจินดา... ฉันคือ "คุณหนูเพียงดาว" บุตรสาวคนเดียวของผู้บริหารใหญ่ที่ถูกห้อมล้อมด้วยเงินทอง แต่กลับเงียบเหงาและอ้างว้างอย่างที่สุด พ่อกับแม่ยุ่งอยู่กับสังคมและการงานจนแทบไม่มีเวลาให้ ส่วนเพื่อนฝูงในวงสังคมก็มีแต่ความเสแสร้ง จะมีก็แค่ "ลุงชม" คนขับรถประจำตัววัยสี่สิบปลายๆ คนนี้เท่านั้นที่อยู่ข้างฉันในทุกช่วงเวลา เขาคือคนที่คอยวนรถมารับฉันในคืนที่ฉันแอบไปนั่งร้องไห้คนเดียวที่สวนสาธารณะ เขาคือคนที่เตรียมชาร้อนๆ ใส่แก้วเก็บความเย็นไว้ให้ในรถทุกครั้งที่รู้ว่าฉันเลิกงานดึก และเขาคือคนเดียวที่คอยถามฉันด้วยน้ำเสียงอบอุ่นเสมอว่า "วันนี้คุณหนูเหนื่อยไหมครับ?" ความใกล้ชิดบนเบาะหลังและเบาะหน้าค่อยๆ ถักทอสายใยบางอย่างขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ จากความอบอุ่นปลอดภัยแบบผู้ใหญ่ที่พึ่งพาได้ ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันลึกซึ้งที่ฉันเองก็หยุดยั้งมันไม่ได้ สายตาที่ฉันมองผ่านกระจกมองหลังเริ่มเปลี่ยนไป และฉันก็รู้ดีว่าสายตาที่เขามองตอบกลับมา... มันมีมากกว่าแค่ความจงรักภักดีของคนขับรถ จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในคืนฝนตกหนัก คืนนั้นฉันทะเลาะกับพ่ออย่างรุนแรงเรื่องที่ท่านพยายามจับคู่ฉันกับลูกชายนักธุรกิจใหญ่ ฉันวิ่งร้องไห้ออกมาจากบ้านท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย โดยมีลุงชมวิ่งกางร่มตามมาติดๆ "คุณหนูครับ! อย่าตากฝนแบบนี้เลยครับ เดี๋ยวมะ... ไม่สบาย" ฉันหันกลับไปสวมกอดร่างสูงใหญ่ของเขาไว้แน่น ร่างกายสั่นเทาด้วยความเสียใจและความกลัว ลุงชมชะงักไปครู่หนึ่ง ร่มในมือเกือบหลุดร่วง ก่อนที่มือหนาและแข็งแรงของเขาจะค่อยๆ ยกขึ้นมากอดตอบฉันอย่างลังเลทว่าอบอุ่น "ลุงชม... พาเพียงดาวไปจากที่นี่ที พาไปไหนก็ได้" ฉันสะอื้นซบกับแผงอกกว้างของเขา คืนนั้น เขาพาฉันมาพักส่วนตัวเล็กๆ ชายหนุ่มใหญ่พยายามเว้นระยะห่างตามหน้าที่ คอยดูแลหาผ้าแห้งและน้ำอุ่นให้ แต่ความอบอุ่นและความห่วงใยที่จริงใจของเขาก็ทำลายกำแพงกั้นระหว่างเราลงจนหมดสิ้น "ลุงเป็นแค่คนขับรถนะครับคุณหนู... ลุงไม่คู่ควรกับคุณหนูเลย" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเมื่อฉันเดินเข้าไปจับมือเขาไว้ "เพียงดาวไม่เคยสนว่าลุงชมเป็นใคร... เพียงดาวสนแค่ว่าคนที่อยู่ตรงนี้ คือคนที่ทำให้เพียงดาวมีความสุขที่สุด" คำตอบนั้นทลายปราการสุดท้ายในใจของลุงชม ความรักและความปรารถนาที่ซุกซ่อนไว้ใต้หัวใจที่เจียมเนื้อเจียมตัวมาเนิ่นนานถูกปลดปล่อยออกมา และในคืนนั้นเอง... คนขับรถผู้แสนดีกับคุณหนูผู้เหงาหงอย ก็ได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งทางสังคมไปสู่ความสัมพันธ์อันลึกซึ้งบนเตียงนุ่มที่ไร้ซึ่งยศถาบรรดาศักดิ์ มีเพียงคนสองคนที่รักกันสุดหัวใจ สายฝนยามดึกภายนอกยังคงตกกระหน่ำปะทะกระจกหน้าต่าง เสียงซ่าของสายฝนช่วยกลบทุกเสียงภายในห้องนอนสลัว แต่ไม่อาจบดบังความร้อนแรงที่กำลังแผดเผาอยู่บนเตียงกว้างได้เลย ลุงชมทอดตัวลงทับร่างของฉันไว้เบาๆ แววตาอบอุ่นและเจียมเนื้อเจียมตัวที่เคยเห็นยามสวมหมวกคนขับรถ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความคลั่งไคล้และปรารถนาอย่างลึกซึ้งที่พร้อมจะกลืนกินฉันไปทั้งตัว "ลุงชม..." ฉันส่งเสียงพึมพำเรียกร้องพลางสอดนิ้วมือเข้าประสานกับกลุ่มผมสั้นเกลากระด้างของเขา "คุณหนู..." เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นพร่าและพร่ามัว สายตาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาฉัน ราวกับจะย้ำเตือนว่าต่อแต่นี้ไปจะไม่มีเส้นแบ่งชนชั้นระหว่างเราอีกแล้ว ริมฝีปากหนาฉ่ำประกบลงมาบดเบียดริมฝีปากฉันอย่างหนักแน่นและเร่าร้อน ไม่ใช่จูนที่แผ่วเบาเหมือนเคย แต่เป็นจูบที่เรียกร้อง ตอบรับ และละเลียดชิมความหวานซ่านอย่างไม่รู้จักอิ่มเอม ลมหายใจอุ่นร้อนแลกเปลี่ยนกันอย่างถี่กระชั้นจนอกของฉันกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหัวใจที่เต้นระทึก ฝ่ามือสากระคายแต่เต็มไปด้วยพละกำลังของชายวัยกลางคน ลูบไล้ผ่านส่วนโค้งเว้าของเรือนร่างฉันอย่างจงใจ สัมผัสจากมือที่เคยจับพวงมาลัยรถยนต์ บัดนี้กำลังจุดไฟเสน่หาให้ลุกโชนไปทั่วทุกตารางนิ้วบนผิวเนื้อเนียนนุ่ม ฉันแอ่นอกรับสัมผัสจากปลายลิ้นและจูบที่ลากเลื่อนลงมาตามลำคอระหงและเนินอกอย่างเผลอไผล "อื้อ... ลุงชม... ลุงชมคะ" ฉันร้องออกมาด้วยความวาบหวามเมื่อเขาเพิ่มจังหวะรุกรานอย่างหนักแน่น ร่างกายสูงใหญ่ของเขาสอดประสานและขับเคลื่อนไปตามสัญชาตญาณความปรารถนา แรงอารมณ์ที่เคี่ยวกรำและซุกซ่อนไว้ภายใต้สูทสีกรมท่ามาเนิ่นนานถูกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้น ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความเปี่ยมล้น ทว่าแนบแน่นและทรงพลัง จนเตียงนุ่มสั่นคลอนไปตามจังหวะที่กระหน่ำเข้ามา ผิวกายของสองเราเกลื่อนไปด้วยหยาดเหงื่อซึมระยับ ท่ามกลางอากาศเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศ แต่ละสัมผัสบดเบียดและตอบรับกันอย่างเข้าขา ไร้ซึ่งความเขินอาย มีเพียงความเร่าร้อนที่แผดเผาให้ทั้งห้องกลายเป็นทะเลเพลิง เมื่อคลื่นอารมณ์ความปรารถนากระแทกเข้าสู่จุดสูงสุด เสียงกรีดร้องแผ่วเบาของฉันกลืนหายไปในจุมพิตอันลุ่มลึกของลุงชม ร่างกายทั้งสองเกร็งกระตุกและโอบกอดกันไว้แน่นหนา ราวกับจะสลักลึกความรู้สึกนี้ไว้ในผิวกายและดวงวิญญาณ ลมหายใจหอบถี่สอดประสานกันท่ามกลางความเงียบที่ค่อยๆคืนกลับมา ลุงชมซบหน้าลงกับซอกคอของฉัน อ้อมกอดของเขายังคงแนบแน่นและมั่นคง ผิวกายอบอุ่นสัมผัสกันจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่ค่อยๆ ผ่อนลงเป็นปกติ "ลุงรักคุณหนูเหลือเกินครับ..." เขากระซิบด้วยน้ำเสียงรักใคร่สุดหัวใจ พลางประทับจูบซ้ำๆ ที่แก้มและริมฝีปากที่เจ่อของฉัน ฉันยิ้มรับพลางซุกตัวเข้าหาอกอุ่นของชายคนขับรถที่เป็นทั้งผู้คุ้มครอง และคนรักเพียงคนเดียวในชีวิตของฉัน "เกมงั้นเหรอ?" พี่หมอกยกมือขึ้นเกลี่ยเส้นผมที่ปลิวมาปัดหน้าฉันออกไปทัดที่ใบหูอย่างเบามือ สัมผัสอบอุ่นจากปลายสิ้วของเขาทำให้หัวใจฉันกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ "เราคิดว่าพี่ว่างขนาดที่จะต้องลงทุนขับรถตามมาดักรอใต้หอ แอบกุมมือใต้โต๊ะ หรือตามมาเคลียร์ถึงชายหาด เพราะแค่อยากเอาชนะไอ้นิกเหรอ?""แล้วมันไม่ใช่หรือไงคะ..." ฉันเค้นเสียงตอบ หลบสายตาร้อนแรงของเขา"ตอนแรก... พี่ก็คิดว่ามันคงเป็นแค่เรื่องสนุกๆ" พี่หมอกเชิดคางฉันขึ้นช้าๆ บังคับให้ฉันต้องสบตากับนัยน์ตาพราวระยับที่บัดนี้เต็มไปด้วยความจริงจังจนน่ากลัว "พี่ตั้งใจจะเปิดทางให้ไอ้นิกจริงๆเพราะพี่ไม่เคยคิดจะจริงจังกับใคร... แต่พอเห็นเราอยู่ใกล้ไอ้นิก เห็นเรายิ้มให้มัน หัวใจพี่มันดันไม่รักดี รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาซะงั้น""..." ฉันแช่แข็งไปทั้งตัว ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อได้ยินคำสารภาพตรงๆ จากปากผู้ชายเจ้าชู้คนนี้"พี่รู้ว่าพี่เจ้าชู้ รู้ว่าพี่มันเจ้าเล่ห์... แต่กับเรา พี่ไม่ได้เล่นเกมนะครับแก้มใส" พี่หมอกโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเฉียดกันเบาๆ ลมหายใจอุ่นๆ รดผื่นผิวแก้ม "พี่หึงเรา... และพี่ก็ไม่คิดจะยอมยกเราให้ไอ้นิกอีกต่อไปแล้วด้วย"คำว่
เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศรอบพูลวิลล่าเงียบสงบ แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสะท้อนผิวน้ำในสระว่ายน้ำเป็นประกาย เพื่อนๆ คนอื่นยังคงหลับสนิทอยู่ในห้องพักหลังจากปาร์ตี้หนักเมื่อคืน ฉันตัดสินใจตื่นแต่เช้า ออกมานั่งสูดอากาศรับลมทะเลเย็นๆ ที่เก้าอี้ชายหาดริมสระคนเดียว หวังว่าจะช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้นจากเรื่องปวดหัวเมื่อคืนแต่แล้ว เสียงก้าวเท้าแผ่วเบาก็ดังมาจากด้านหลัง"ตื่นเช้าจังเลยนะแก้มใส..."ฉันหันไปมอง พี่นิก เดินถือแก้วกาแฟร้อนสองใบเข้ามาหา เขาสวมเสื้อยืดสีเทากับกางเกงขาสั้นสบายๆ ส่งยิ้มสดใสให้ฉันเหมือนทุกที แต่นัยน์ตาของเขากลับดูมีร่องรอยของความครุ่นคิดและความกังวลลึกๆ ซ่อนอยู่"อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่นิก" ฉันส่งยิ้มตอบ รับแก้วกาแฟที่เขายื่นมาให้ "พอดีตื่นแล้วไม่ค่อยหลับน่ะค่ะ"พี่นิกทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ชายหาดข้างๆ ฉัน เขายกกาแฟขึ้นจิบช้าๆ พลางทอดสายตามองออกไปที่ทะเลไกลสุดสายตา ความเงียบโรยตัวอยู่ครู่หนึ่งจนฉันเริ่มรู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด"แก้มใส..." อยู่ๆ พี่นิกก็เอ่ยขึ้น เสียงของเขาเรียบและนิ่งกว่าปกติ "พี่ขอถามอะไรเราตรงๆ สักเรื่องได้ไหมครับ?"หัวใจฉันตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที ความรู้สึก
‘พี่หมอก!’ ฉันส่งสายตาดุๆ ไปให้เขาใต้แสงไฟปิงปองแต่คนเจ้าเล่ห์กลับยิ้มกริ่มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า พี่หมอกทอดสายตามองฉันเนิ่นนาน ก่อนที่เขาจะค่อยๆ เอื้อมมือลงไปใต้โต๊ะไม้ตัวยาว...พรึ่บ!สัมผัสอบอุ่นและแข็งแรงจากฝ่ามือหนาคว้าเข้าที่หลังมือของฉันใต้มุมอับของโต๊ะอาหาร! เรียวนิ้วยาวของเขาสอดประสานเข้ากับนิ้วมือของฉันช้าๆ กุมไว้แน่นจนฉันไม่สามารถถอนมือหนีได้เลยฉันแช่แข็งไปทั้งตัว หน้าผ่าวร้อนขึ้นมาจนคิดว่าคงแดงแข่งกับไฟประดับรอบสระแน่ๆ ทุกคนรอบโต๊ะยังคงคุยและหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน พี่นิกยังคงย่างบาร์บีคิวพลางเล่าเรื่องขำขันในคณะ โดยที่ไม่รู้เลยว่าใต้โต๊ะอาหารตัวเดียวกันนี้... เพื่อนสนิทของเขากำลังกุมมือฉันไว้แน่น!"เอ่อ... แก้มใส เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ? หน้าแดงๆ นะ" เพื่อนสาวข้างๆ หันมาถามด้วยความห่วงใย"ป...เปล่าจ้ะ! อากาศมันคงร้อนน่ะ" ฉันตอบเสียงสั่น พยายามดึงมือออกจากการกุมของพี่หมอก แต่เขากลับยิ่งกระชับฝ่ามือแน่นขึ้น แถมยังใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ บนหลังมือฉันอย่างยั่วเย้าพี่หมอกละสายตาจากกลุ่มเพื่อน หันมามองฉันตรงๆ อีกครั้ง เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย ขยับริมฝีปากพูดแบบไม่มีเสียง ข้าม
"แล้วไงล่ะ?" พี่หมอกขยับรอยยิ้มมุมปากที่ดูอันตรายและทรงเสน่ห์ขึ้นอีกนิด "ไอ้นิกมันชอบเรา... แต่พี่ก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าในหัวของน้องแก้มใสตอนนี้ มีแต่เรื่องไอ้นิก หรือมีเรื่องของพี่อยู่ด้วย?""ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นค่ะ!" ฉันตอบเสียงสั่น พยายามดันอกกว้างของเขาออก แต่มือไม้กลับสั่นไปหมดเมื่อสัมผัสได้ถึงแผงอกแน่นแข็งแรงภายใต้เสื้อช็อปพี่หมอกเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างยั่วเย้า เขาก้มหน้าลงมาใกล้อีกจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดข้างแก้ม เสียงกระซิบพร่าทุ้มของเขาทำให้หัวใจฉันกระตุกวูบและเต้นระส่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก"โกหกไม่เนียนเลยนะครับ... หัวใจเต้นแรงขนาดนี้ ยังจะบอกว่าไม่ได้คิดอะไรอีกเหรอ?""..." ฉันพูดอะไรไม่ออก ได้แต่นั่งแช่แข็งสบสายตาพราวพราวคู่นั้นอย่างแพ้พ่าย"คืนนี้ขึ้นห้องไป... ฝันถึงพี่ด้วยนะ 'น้องแก้มใส'"พี่หมอกยิ้มกริ่มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า เขายอมผละตัวถอยออกไปอย่างอ้อยอิ่ง ยื่นมือมาขยี้ผมฉันเบาๆ อย่างถือสิทธิ์ ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่บิ๊กไบค์คันใหญ่ สตาร์ตเครื่องยนต์แล้วขับทะยานออกไปในความมืด ทิ้งให้ฉันยืนขาอ่อน หัวใจเต้นตึกตักรุนแรงอยู่ใต้หอพักเพียงลำพัง...