ANMELDENคาร่าถึงกับพูดไม่ออกเพราะสิ่งที่ได้ยินจากปากของคนที่เธอรักมาก ทำให้ความรู้สึกที่อยากจะกอดเพื่อนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะปลิดชีพตัวเองหายไปเป็นปลิดทิ้ง
"นี่คาร่า เวลาที่เธอเศร้าเธอจะชอบกินของหวาน งั้นเดี๋ยวฉันจะออกไปหาไอติมมาให้นะ ถ้าฉันกลับมาจะต้องมีแต่ความสดใสบนใบหน้านะเข้าใจไหม ไม่งั้นเธออดกินแน่"
"ขอบใจนะ ฉันจะตั้งตารอเลยล่ะ" คาร่ามองตามหลังเล็กของเพื่อนด้วยสายตาละห้อย เป็นอีกครั้งที่เพื่อนรักได้ช่วยให้เธอรู้สึกอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป
เธอยังจำความรู้สึกครั้งแรกที่เจอกับอิ่มเอมได้ เป็นคนแปลกหน้าคนแรกที่เธอเปิดใจอยากจะพูดเรื่องของตัวเองให้ฟัง
"ถ้าเธออยากเข้มแข็งขึ้น อันดับแรกเลย จิตใจของเธอต้องเข้มแข็งก่อน แล้วก็ต้องดูสาเหตุว่าทำไมเธอถึงชอบโดนเพื่อนแกล้ง จากนั้นเราก็ต้องเข้มแข็งและอย่ากลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับคนเหล่านั้น ยิ่งถ้าเธอกลัว คนพวกนั้นก็จะยิ่งได้ใจนะ"
คาร่าหยิบยาที่เตรียมไว้เททิ้งลงถังขยะ ไม่รู้ทำไมเธอถึงตัดสินใจที่จะไม่ฆ่าตัวตาย เพียงแค่เธอคิดว่าถ้าอิ่มเอมกลับมาแล้วไม่เห็นหน้าเธออีกตลอดกาล เพื่อนที่เธอรักจะต้องเสียใจมากแน่ ๆ
"ไอติมมาแล้ว" อิ่มเอมหิ้วถุงไอติมและขนมหวานมาถุงใหญ่ ก่อนจะยื่นของกินทั้งถุงให้กับเพื่อน
"ขอบใจนะ"
"เพื่อนของเธอชวนให้ไปที่สระว่ายน้ำในตอนค่ำน่ะ เห็นบอกจะจัดปาร์ตี้กัน เดี๋ยวคืนนี้เราไปกันนะ เผื่อเธอจะได้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นไง"
"ฉันไม่อยากไปเลย ฉันรู้สึกเบื่อ ๆ ยังไงไม่รู้"
"ไปเถอะนะ ฉันว่าเธอควรจะผ่อนคลายบ้าง ไม่ต้องกังวลใจอะไรทั้งนั้น เพราะฉันจะอยู่ข้างเธอเอง อย่ากังวลไปเลย"
"แต่ว่าฉัน..."
"นะ...ผ่อนคลายบ้าง ไหน ๆ เราก็มาพักผ่อนแล้ว เราก็มาสนุกกันให้เต็มที่เถอะนะคาร่า"
"เอางั้นก็ได้ ถ้าเธอว่าดีฉันจะไปก็ได้"
"มันก็ต้องดีอยู่แล้วสิ"
"แต่ฉันไม่อยากไปเจอคนพวกนั้นเลย"
"เธอก็แปลกคนนะ ไม่อยากเจอแต่ก็พามาด้วย"
"ถ้าพวกนี้ไม่มาด้วย ครอบครัวฉันไม่ยอมให้มาคนเดียวหรอก แต่เธอขอร้องขนาดนี้จะไปด้วยก็ได้"
"งั้นเดี๋ยวทานเสร็จเธอก็ไปหาชุดสวย ๆ มาใส่นะ ฉันจะถ่ายรูปให้"
"สมองของผู้บาดเจ็บได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ต้องรีบส่งตัวไปที่โรงพยาบาลเฉพาะทางที่กรุงเทพฯ อย่างเร่งด่วน ช่วยประสานครอบครัวของคนป่วยเพื่อให้รับรู้อาการของเคสนี้ด้วยนะครับ ขออย่างเร่งด่วนที่สุด"
เพื่อนของคาร่ารีบให้เบอร์ติดต่อของครอบครัวคาร่าที่อยู่ในกรุงเทพฯ ทันที ก่อนจะโทรไปแจ้งข่าวอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดของคาร่าให้ครอบครัวของคาร่ารับรู้
อิ่มเอมก็เป็นห่วงเพื่อนเหลือเกิน เธอไม่สามารถทนนั่งอยู่เฉย ๆ ได้ นอกจากต้องเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยความกังวลใจ
"เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงทำสีหน้าตกใจแบบนั้นล่ะมายู"
"ก็พี่ชายของคาร่าน่ะสิ เขาโกรธสุด ๆ เลยล่ะ ตอนนี้กำลังจะเอาเครื่องบินส่วนตัวบินมาที่นี่แล้ว เห็นบอกว่าจะรับคาร่าไปรักษาเอง"
"ฟังจากที่เธอเล่าก็ปกตินี่นา แล้วทำไมเธอถึงได้ทำหน้าตากังวลแบบนั้นล่ะ"
"พวกเราต้องโดนพี่ชายคาร่าเล่นงานแน่ ๆ น้ำเสียงของคุณครูซดูโกรธมากจนฉันเสียวสันหลังเลยล่ะ"
"ก็เธอนั่นแหละ ดันไปพูดนินทาคาร่าจนนางมาได้ยินแล้วทะเลาะกันรุนแรงขนาดนั้น ถ้าเธอแค่ทะเลาะกันเฉย ๆ ไม่ไปผลักคาร่า เรื่องมันก็คงไม่เกิดแบบนี้หรอก แบบนี้ต้องแย่แน่ ๆ แล้วจะเอายังไงต่อดีล่ะ"
"ก็ไม่เห็นยาก เราก็โยนความผิดให้ยัยอิ่มเอมนั่นสิ"
"แต่ว่ายัยนั่นไม่ได้เป็นคนทำนะ"
"แล้วไงล่ะ เธอคิดว่าคุณครูซเขาจะเชื่อใครมากกว่ากัน ระหว่างคนแบบเราที่เป็นเพื่อนคาร่ามาตั้งแต่เรียนเกรดห้า กับคนที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่คุณครูซเกลียดน่ะ"
"นั่นสินะ งั้นก็เอาตามนั้นแหละ"
ทางด้านอิ่มเอมก็จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เธอได้แต่อ้อนวอนและภาวนาให้คาร่าปลอดภัยอยู่ในใจแบบนั้น
หนึ่งชั่วโมงต่อมา พี่ชายของคาร่าก็มาถึงหน้าห้องฉุกเฉินของน้องสาว พร้อมกับทำสีหน้าไม่พอใจทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของอิ่มเอม
"นี่เธอยังโผล่หน้าเข้ามาวุ่นวายในชีวิตของน้องสาวฉันอีกหรือไง เธอคิดจะลองดีกับฉันสินะ เดี๋ยวรอให้ฉันจัดการเรื่องคาร่าจบก่อน ถ้าน้องสาวฉันเป็นอะไรแม้แต่ปลายเล็บ เธอเจอดีแน่!"
เจ้าหน้าที่รีบนำตัวของคาร่าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเฉพาะทางอย่างเร่งด่วน อิ่มเอมเห็นสภาพของเพื่อนที่ถูกนำตัวออกมาจากห้องฉุกเฉินก็สงสารเพื่อนจับใจ แล้วก็วิ่งตามเตียงไปด้วย
"คาร่า…เธอต้องรีบหายนะ เธอต้องเข้มแข็งนะคาร่า"
ปึก!
มือหนาผลักคนตัวเล็กออกไปให้ห่างจากรัศมีของน้องสาวจนอิ่มเอมล้มไปกองลงกับพื้น
"หลีกไป! อย่ามายุ่งกับคาร่าอีก แล้วนี่เป็นสารเตือนครั้งสุดท้าย ถ้าเธอยังโผล่เข้ามาในชีวิตน้องสาวฉันอีก ทั้งเธอและครอบครัวเจอดีแน่"
อิ่มเอมมองตามเตียงที่ถูกเข็นออกไปด้วยแววตาเศร้า เพราะจากนี้ไปเธอไม่รู้เลยว่าจะสามารถติดตามอาการของเพื่อนได้ยังไง เพราะเธอมั่นใจมากว่าครอบครัวของคาร่าจะต้องปิดกั้นไม่ให้เธอไปยุ่งกับคาร่าอีกอย่างแน่นอน
ชีวิตหลังแต่งงานผ่านไปสี่ปีแล้ว วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่สำคัญในชีวิตที่อิ่มเอม วันที่เธอรอคอยอย่างใจจดใจจ่อมาตลอด ชีวิตของนักศึกษาที่เธอได้มีโอกาสกลับไปเรียนอีกครั้งพร้อมกับคาร่า ชีวิตในตอนกลางวันที่เป็นนักศึกษา ส่วนกลางคืนก็เป็นภรรยาและมารดาของลูกชาย ซึ่งอิ่มเอมก็ทำหน้าที่ทั้งสองอย่างได้ดีมาโดยตลอดที่มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังของประเทศ อิ่มเอมและคาร่าในชุดครุยสีเข้ม ที่มีคนสำคัญในชีวิตมาร่วมแสดงความยินดีกันถ้วนหน้า"คุณแม่ครับ คินยินดีกับคุณแม่ด้วยนะครับ วันนี้คุณแม่สวยมาก ๆ เลย""ขอบคุณนะครับลูกชายของแม่ ดอกไม้สวยมากเลยครับ""คินเลือกเองเลยนะครับ คินไปเลือกกับแด๊ดมา แล้วก็คุณย่าคุณปู่ แล้วก็ป้าหญิงกับลุงโอบด้วยครับ แล้วก็มียายลินกับลุงพจน์ด้วยนะครับเสียงของหลานชายตัวน้อยที่พูดเสียงเจื้อยแจ้วก็เรียกเสียงหัวเราะให้ทุกคนได้เป็นอย่างดี"อคินซื้อดอกไม้มาให้อาคาร่าด้วยไหมครับ""นี่ครับของอาคาร่า คินเลือกเองเลยนะครับ""ขอบใจนะครับหลานรักของอา""เดี๋ยววันนี้มีเลี้ยงฉลองที่บ้านด้วยนะลูก แม่ให้คนจัดสถานที่ไว้รอแล้ว""คุณแม่จะจัดให้ยุ่งยากทำไมคะ ไม่เห็นต้องลำบากเลยค่ะ" คาร่าเข้าไปกอดมารดาของตัว
พิธีมงคลสมรสของคู่บ่าวสาวคู่ใหม่ที่จัดงานยิ่งใหญ่สมเกียรติแก่ทั้งสองตระกูลดัง โดยตอนเช้าจะเป็นพิธีหมั้นและจัดพิธีแต่งในวันเดียวกันทั้งหมดแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวคู่ใหม่กันอย่างคับคั่ง โดยสถานที่จัดงานเป็นโรงแรมหรูอันดับหนึ่งระดับประเทศซึ่งได้เช่าพื้นที่จัดงานชั้นบนสุดโดยเช่าตึกไว้ทั้งชั้นสำหรับจัดงานแต่งของวันนี้โดยเฉพาะงานแต่งงานของครูซและอิ่มเอมที่จัดงานกันอย่างยิ่งใหญ่สมฐานะ ก็มีทั้งดารานักแสดง นักธุรกิจ นักลงทุนและคนรู้จักต่างก็มาร่วมงานกันอย่างล้นหลาม ในงานธีมสีขาวที่จัดแต่งด้วยดอกกุหลาบสีขาวไปทั่วทั้งงานอย่างยิ่งใหญ่อลังการ จนเป็นที่ประทับใจของแขกที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก"เหนื่อยไหมครับเจ้าสาวของพี่" หลังจากงานแต่งงานเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งสองคนก็อยู่ในห้องหอที่เป็นห้องของครูซ โดยที่เตียงตกแต่งด้วยกลีบกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วห้องกว้างเป็นอย่างดีห้องนอนที่เธอคุ้นเคย เป็นห้องนอนที่เธอจำได้ไม่มีวันลืม เพราะห้องนี้เป็นห้องที่เต็มไปด้วยความทรงจำที่แสนเศร้า แต่อิ่มเอมก็ได้แต่แปลกใจที่ตัวเองกลับไม่ได้รู้สึกกลัวเหมือนกับตอนนั้นอีกแล้ว เพราะตอนนี้เธ
ภาพพาดหัวข่าวของครูซและอิ่มเอมที่ขอแต่งงานกันในงานแต่งของโอบอุ้ม ก็กลายเป็นข่าวดังไปในชั่วข้ามคืน ทั้งสื่อออนไลน์ หนังสือพิมพ์และนิตยสารต่าง ๆ ก็พากันเล่นข่าวนี้กันมากมาย เพราะครูซถือเป็นนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่แนวหน้าของประเทศในตอนนี้ที่ทุกคนต่างก็จับตามอง แถมยังมีหวานใจเป็นถึงหลานของเจ้าสัวผู้ยิ่งใหญ่ที่มีโรงงานอุตสาหกรรมมากมายในประเทศด้วยถือเป็นข่าวที่สะเทือนวงการธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะสองครอบครัวตระกูลดังที่มีอิทธิพลต่อวงการธุรกิจกำลังเกี่ยวดองกัน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อทั้งสองตระกูลเป็นหนึ่งในครอบครัวเดียวกันแล้ว นั่นก็หมายถึงความยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามของสองตระกูลก็ยิ่งมีมากขึ้นอีกเท่าตัวหลังจากที่ครูซได้คุกเข่าขอแต่งงานกับอิ่มเอมแล้ว วันต่อมาเขาก็พาครอบครัวมากราบขอขมาและมาแนะนำตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งกับคนสำคัญของอิ่มเอมด้วยผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างก็พูดคุยและปรึกษากันถึงข่าวดีที่จะเกิดขึ้นอีกในเร็ว ๆ นี้ โดยที่อิ่มเอมก็จ้องไปที่บิดาของครูซที่เป็นชาวต่างชาติแทบไม่วางตา ใบหน้าคมหล่อเหลาที่เหมือนว่าที่สามีของเธอราวกับถอดมาจากพิมพ์เดียวกัน จนเธอไม่แปลกใจเลยว่าเขาได้ใบหน้าหล่อเหลาแบบนี้ม
บรรยากาศในบริเวณคฤหาสน์หรูของเจ้าสัวสุพจน์ก็เป็นไปด้วยความชื่นมื่น มีแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีกับงานแต่งงานสุดยิ่งใหญ่ของคู่บ่าวสาวที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่งงานแต่งงานของหลานชายเจ้าสัวตระกูลใหญ่ที่มีสื่อมวลชนและแขกมากมายเนืองแน่น โดยโอบอุ้มกับสมหญิงที่ยืนต้อนรับแขกที่ซุ้มดอกไม้สีขาวขนาดใหญ่พร้อมกับครอบเจ้าสัวสุพจน์และภรรยาที่ยืนต้อนรับแขกอยู่ด้วยอิ่มเอมกับอคินที่เป็นเจ้าของงานก็แต่งตัวด้วยชุดหรูของแบรนด์เนมชื่อดังที่สั่งตัดเป็นพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ส่วนอคินก็วิ่งวุ่นทักทายแขกไปทั่วด้วยความสนุกสนานตามประสาเด็ก แขกในงานต่างก็อมยิ้มด้วยความเอ็นดูในความฉลาดของเด็กชายตัวน้อยบรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนในงานที่อิ่มเอมกับบรรยากาศแห่งความสุขนี้ จนงานมงคลสมรสก็เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของงาน เป็นช่วงเวลาที่สาว ๆ ในงานต่างก็ตื่นเต้น เพราะจะเป็นช่วงที่เจ้าสาวต้องโยนช่อดอกไม้ก่อนจะจบงานมงคลนี้อิ่มเอมก็มองหาลูกชายไปทั่วงานด้วยความเป็นห่วง เพราะกลัวเหลือเกินว่าลูกชายจะไปเล่นซนที่ไหน โดยไม่ได้สนใจเสียงกรีดร้องของสาว ๆ ที่กำลังรอรับช่อดอกไม้ของเจ้าสาวก
"อะไรนะลูก จริงหรือที่ว่าลูกชายของคุณคริสและคุณมุนีคือพ่อของอคินหลานป้า" ไพลินตกใจกับข่าวใหม่เป็นอย่างมาก เพราะเธอทราบดีว่าลูกสาวของเธอชอบครูซมากขนาดไหน ถึงแม้ทั้งสองคนจะไม่ได้ติดต่อหรือพูดคุยกันอีกแล้ว แต่เธอก็รู้ว่าลูกสาวของเธอยังอาลัยอาวรณ์ชายหนุ่มอยู่ไม่น้อย"ค่ะคุณป้า""ถึงว่าแหละ ลูกชายของคุณมุนีถึงอยากจะมาที่นี่หลายครั้ง ป้าก็ยังงง ๆ อยู่ว่าทำไมเขาถึงได้อยากจะมาไหว้ป้ากับลุงอย่างเป็นทางการ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ตอนแรกป้าก็คิดว่าเขาอยากจะมาทาบทามเพราะอยากคุยกับนับดาวต่อเสียอีก"อิ่มเอมไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะเธอก็ไม่รู้จะทำยังไงต่อไปเหมือนกัน หลังจากย้ายมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้เจอหน้ากันมาสองสัปดาห์แล้ว ก็มีแค่คาร่าที่มาที่นี่ประจำเพราะเป็นปกติของคาร่าที่จะมาหาเธอและอคินบ่อย ๆ อยู่แล้ว"แล้วนี่เอมจะเอายังไงต่อล่ะลูก เรื่องราวร้าย ๆ ที่ผ่านมามันอาจจะทำให้หนูฝังใจ ไม่ว่าหนูจะตัดสินใจทางไหนป้าก็เคารพการตัดสินใจของหนูนะลูก เพราะไม่ว่ายังไงถึงหนูจะไม่ให้อภัยผู้ชายคนนั้น ป้าก็มั่นใจว่าจะเลี้ยงดูอคินให้ดีที่สุดอยู่แล้ว ป้าอยากให้หนูทำตามหัวใจที่ตัวเองต้องการเถอะ""ค่ะคุณป้า เอมขอเวลาตัดสิ
สี่เดือนผ่านไปอิ่มเอมกับอคินและโอบอุ้มพร้อมภรรยาอยู่กันพร้อมหน้าในบ้านของตัวเอง โดยมีเจ้าสัวสุพจน์และภรรยาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาด้วย หลังจากที่โอบอุ้มได้ทำกายภาพบำบัดรักษาตัวเองจนหายเป็นปกติ แล้วกลับมาพักที่บ้านได้หนึ่งสัปดาห์ส่วนเจ้าสัวสุพจน์และภรรยาก็เดินทางมาเยี่ยมเยียนอิ่มเอมและหลานชายเป็นประจำอยู่แล้ว จึงทำให้ได้มีโอกาสพบกับโอบอุ้มและภรรยาพอดีในช่วงที่กลับมาจากต่างประเทศหลังจากที่โอบอุ้มได้ฟังความจริงต่าง ๆ ทั้งหมดผู้ใหญ่ทั้งสอง เขาก็ไม่คาดคิดเลยว่าน้องสาวต่างมารดาของตัวเองจะเป็นถึงลูกหลานคนมีชื่อเสียงและมีฐานะชาติตระกูลที่สูงส่งแบบนี้ ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าอิ่มเอมไม่ใช่น้องสาวแท้ ๆ มาตลอดก็ตาม แต่สิ่งที่เขาได้รับรู้ก็ทำให้เขาตกใจไม่น้อยเลยโอบอุ้มมองไปที่น้องสาวกับหลานชายตัวน้อย ๆ ที่หลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมกอดของอิ่มเอม ก่อนจะตัดสินใจพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดทันที"เอม...ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของเราสองคน เอมก็รู้ว่าเราลำบากกันมากแค่ไหน พี่รู้ตัวเองมาตลอดว่าพี่ยังไม่สามารถดูแลเอมได้ดีพอ ทั้ง ๆ ที่พี่รับปากต่อหน้าโลงศพพ่อกับแม่ว่าจะดูแลเอมให้ดีที่สุดแท้ ๆ แต่พี่ก็ยังทำให้เอมลำบากมาตลอด ตอ





![สิงขร [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

