تسجيل الدخولผ่านมาหนึ่งสัปดาห์หลังจากเกิดเหตุการณ์ในวันนั้น อิ่มเอมก็อยากรู้เหลือเกินว่าเพื่อนสาวของเธอเป็นยังไงบ้าง แต่เธอก็จนหนทางที่จะหาข่าวคราวของเพื่อนสนิท เพราะถึงเธอจะพยายามโทรไปหาเบอร์ส่วนตัวของคาร่ากี่ครั้งก็ไม่ติดอยู่ดี
"ใกล้ได้เวลาแล้วสินะ" อิ่มเอมลุกขึ้นจากเก้าอี้ในห้องนอน แล้วส่องกระจกดูความเรียบร้อยของตัวเอง ก่อนจะเดินลงไปชั้นล่างแล้วไปยังตึกแถวติดกันที่เป็นบ้านของแฟนพี่ชาย
"เดี๋ยวหนูไปเรียกแท็กซี่ให้นะคะ"
"ไม่ต้องหรอกเอม เดี๋ยวพี่ชายพี่จะไปส่งที่สนามบินเองน่ะ ไม่เกินครึ่งชั่วโมงน่าจะถึง เอมเข้ามารอข้างในด้วยกันก่อนสิ"
"ค่ะพี่หญิง"
"เอมแน่ใจนะว่าอยู่คนเดียวได้ จะไม่ไปอยู่ต่างประเทศกับพวกพี่จริง ๆ ใช่ไหม ยังไงพี่ก็เป็นห่วงเอมอยู่ดี ผู้หญิงตัวคนเดียวอยู่บ้านคนเดียวแบบนี้ พี่อดเป็นห่วงไม่ได้จริง ๆ"
"พี่โอบจะเอาหนูไปเป็นภาระอีกหรือไงคะ ค่าใช้จ่ายที่โน่นก็ไม่ใช่น้อย ๆ เลย หนูอยู่ที่นี่แหละค่ะดีแล้ว เพราะพี่จะได้เก็บเงินเอาไว้รักษาขาได้เต็มที่"
"แต่พี่อยากให้เอมไปด้วยนะ เพราะเอมก็เรียนมหาวิทยาลัยระบบเปิดอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าเรียน ถึงเวลาก็แค่ไปสอบเท่านั้น เมื่อถึงตอนนั้นก็ค่อยบินกลับมาสอบก็ได้"
"ไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะพี่หญิง หนูไม่อยากรบกวนพี่จริง ๆ นี่พี่ก็ต้องขายไร่ขายสวนที่ต่างจังหวัดเพื่อจะให้พี่โอบได้ไปรักษาตัวที่ต่างประเทศแบบนี้ แค่นี้หนูก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้วค่ะ ขอแค่ให้พี่ชายของหนูหายเป็นปกติก็พอแล้ว ส่วนทางนี้ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ"
"เอมอยู่ที่นี่คนเดียวก็ต้องดูแลตัวเองด้วยนะ แล้วก็อย่าขาดการติดต่อจากพวกพี่ด้วย ส่วนงานพิเศษก็ไม่ต้องโหมหนักมากเพราะเอมไม่จำเป็นต้องทำงานหนักเพื่อรักษาพี่โอบอีกแล้วเข้าใจไหม อย่าทำเกินกำลังตัวเองล่ะ ให้ทำเท่าที่ไหวก็พอ"
"เข้าใจแล้วค่ะพี่หญิง"
"เอมก็ดูแลตัวเองด้วยนะ พี่จะรีบรักษาร่างกายให้หายแล้วจะได้รีบกลับมา"
"หนูเป็นกำลังใจให้พี่นะคะ ว่าแต่ทำไมต้องไปถึงต่างประเทศล่ะคะ ที่ไทยเรารักษาไม่ได้หรือคะพี่หญิง"
"ที่ประเทศเราก็รักษาได้นะ แต่ที่ต่างประเทศมันมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยกว่า ส่วนพี่ก็อยากจะให้พี่โอบหายให้เร็วที่สุดด้วย พี่ถึงได้ตัดสินใจขายที่ที่ต่างจังหวัดเพื่อเอาเงินมารักษานี่แหละ ถ้าหายแล้วก็ค่อยมาสร้างทุกอย่างด้วยกันใหม่"
"ขอบคุณพี่หญิงมากนะคะที่ทำเพื่อพี่ชายของหนูขนาดนี้ หนูขอให้พี่โอบกลับมาเดินได้เร็ว ๆ นะคะ หนูจะรอฟังข่าวดีของพี่ที่นี่ค่ะ"
"นี่เป็นกุญแจบ้านของพี่นะ ยังไงพี่ก็ฝากเอมดูแลบ้านให้พี่หน่อย ถ้าว่าง ๆ ก็มาทำความสะอาดให้พี่สักเดือนละครั้งก็ได้"
"ค่ะพี่หญิง เดี๋ยวไว้เอมจะเข้าไปทำความสะอาดให้บ่อย ๆ นะคะ"
"รถพี่ชายพี่มาจอดข้างหน้าแล้วล่ะ เอมไม่ต้องไปส่งพี่หรอกนะ จากที่นี่ไปสนามบินสุวรรณภูมิก็ไกลด้วย ส่วนพี่ชายพี่ถ้าไปส่งที่สนามบินแล้วก็คงไม่ได้กลับมาที่บ้านแล้วล่ะ ก็คงจะเลยกลับไปต่างจังหวัดเลย เดี๋ยวพี่ก็จะห่วงเอมอีกที่ต้องกลับคนเดียว ส่งพี่ขึ้นรถตรงนี้ก็พอนะ"
"แต่ว่าเอมอยากไปส่ง..."
"เอาตามที่พี่หญิงว่านั่นแหละนะเอม อย่าทำให้พี่เป็นห่วงเลยนะ มาให้พี่กอดหน่อยสิ" อิ่มเอมรีบวิ่งเข้าไปกอดพี่ชายที่นั่งอยู่บนวีลแชร์ น้ำตาที่เธออุตส่าห์กลั้นมันไว้ก็ไหลออกมาทันที
"ร้องไห้จนได้สินะ โตแล้วก็ยังขี้แยไม่เปลี่ยนเลย พี่ก็ว่าอยู่ว่ามันแปลก ๆ ที่เอมจะเข้มแข็งขนาดนั้นน่ะ"
"พี่ไปไกลขนาดนี้ จะไม่ให้หนูคิดถึงพี่โอบได้ยังไง ก็เราอยู่ด้วยกัน เจอหน้ากันมาตลอดทุกวันนี่คะ"
"เดี๋ยวพี่จะรีบหายแล้วจะได้กลับมาดูแลเอมให้เต็มที่ไง พี่ขอโทษนะที่ทำให้เอมลำบาก ทั้ง ๆ ที่เอมควรจะสนุกกับการใช้ชีวิตเหมือนกับเพื่อนวัยเดียวกันแท้ ๆ ถ้าพี่ไม่พิการล่ะก็..."
"ไม่เอาแล้วค่ะ ไม่พูดกับพี่แล้วโอบ เดี๋ยวหนูออกไปส่งที่รถนะคะ" อิ่มเอมรีบเปลี่ยนเรื่องทันที เพราะเธอไม่อยากให้พี่ชายต้องพูดโทษตัวเองแบบนี้เลยสักนิด
"งั้นพี่ไปก่อนนะ อย่าลืมดูแลตัวเองดี ๆ ด้วยล่ะ อยู่คนเดียวก็ต้องล็อกประตูตลอดนะเข้าใจไหม"
"รับทราบค่า หนูจะทำตามที่พี่บอกทุกอย่างเลย เดินทางปลอดภัยนะคะพี่โอบพี่หญิง"
เพิ่งจะผ่านไปยังไม่ถึงสิบชั่วโมงเลยด้วยซ้ำที่พี่ชายกับพี่สะใภ้เดินทางไปต่างประเทศ อิ่มเอมก็นอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงนุ่ม เพราะยังไม่ชินที่ต้องอยู่ในบ้านคนเดียวเพียงลำพังแบบนี้
อิ่มเอมเลื่อนดูโทรศัพท์ไปเรื่อย ๆ พลางมองดูเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ
"เที่ยงคืนแล้วหรือเนี่ย ป่านนี้แล้วยังนอนไม่หลับเลย"
อิ่มเอมเลื่อนมองดูรูปถ่ายกับคาร่าที่ถ่ายกันล่าสุดตอนไปเที่ยวทะเลเมื่อหนึ่งสัปดาห์ที่แล้ว จนป่านนี้เธอก็ยังไม่รู้เลยว่าอาการของเพื่อนเป็นยังไงบ้าง เพราะเธอก็จนหนทางที่จะติดต่อแล้วจริง ๆ
"ฉันหวังว่าเธอจะหายดีแล้วนะคาร่า เอ๊ะ! เสียงอะไรดังมาจากข้างล่างนะ เหมือนมีใครมาเปิดประตูเลย" อิ่มเอมดันตัวเองลุกขึ้นจากเตียงนอน "จะมีอะไรได้ยังไง ก็เราอยู่คนเดียวแท้ ๆ"
แกร่ก!
อิ่มเอมที่พึมพำอยู่คนเดียวไม่ทันขาดคำ ก็มีคนแปลกหน้าเดิมเข้ามาที่เตียงหลายคน คนเหล่านั้นเข้ามาจู่โจมประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วก่อนที่จะรับรู้ถึงมือเย็น ๆ มาประกบปิดที่ริมฝีปาก
อิ่มเอมไม่ทันได้กรีดร้องขอความช่วยเหลือด้วยซ้ำ เพราะเหตุการณ์ตรงหน้ามันเกิดขึ้นเร็วมาก เธอรับรู้ได้แค่ว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย จึงพยายามจะดันตัวหนี ก่อนที่สติของเธอจะค่อย ๆ ดับวูบลงไป หลังจากที่จมูกของเธอได้สูดดมกลิ่นฉุนบางอย่างเข้าไปเต็ม ๆ
ชีวิตหลังแต่งงานผ่านไปสี่ปีแล้ว วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่สำคัญในชีวิตที่อิ่มเอม วันที่เธอรอคอยอย่างใจจดใจจ่อมาตลอด ชีวิตของนักศึกษาที่เธอได้มีโอกาสกลับไปเรียนอีกครั้งพร้อมกับคาร่า ชีวิตในตอนกลางวันที่เป็นนักศึกษา ส่วนกลางคืนก็เป็นภรรยาและมารดาของลูกชาย ซึ่งอิ่มเอมก็ทำหน้าที่ทั้งสองอย่างได้ดีมาโดยตลอดที่มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังของประเทศ อิ่มเอมและคาร่าในชุดครุยสีเข้ม ที่มีคนสำคัญในชีวิตมาร่วมแสดงความยินดีกันถ้วนหน้า"คุณแม่ครับ คินยินดีกับคุณแม่ด้วยนะครับ วันนี้คุณแม่สวยมาก ๆ เลย""ขอบคุณนะครับลูกชายของแม่ ดอกไม้สวยมากเลยครับ""คินเลือกเองเลยนะครับ คินไปเลือกกับแด๊ดมา แล้วก็คุณย่าคุณปู่ แล้วก็ป้าหญิงกับลุงโอบด้วยครับ แล้วก็มียายลินกับลุงพจน์ด้วยนะครับเสียงของหลานชายตัวน้อยที่พูดเสียงเจื้อยแจ้วก็เรียกเสียงหัวเราะให้ทุกคนได้เป็นอย่างดี"อคินซื้อดอกไม้มาให้อาคาร่าด้วยไหมครับ""นี่ครับของอาคาร่า คินเลือกเองเลยนะครับ""ขอบใจนะครับหลานรักของอา""เดี๋ยววันนี้มีเลี้ยงฉลองที่บ้านด้วยนะลูก แม่ให้คนจัดสถานที่ไว้รอแล้ว""คุณแม่จะจัดให้ยุ่งยากทำไมคะ ไม่เห็นต้องลำบากเลยค่ะ" คาร่าเข้าไปกอดมารดาของตัว
พิธีมงคลสมรสของคู่บ่าวสาวคู่ใหม่ที่จัดงานยิ่งใหญ่สมเกียรติแก่ทั้งสองตระกูลดัง โดยตอนเช้าจะเป็นพิธีหมั้นและจัดพิธีแต่งในวันเดียวกันทั้งหมดแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวคู่ใหม่กันอย่างคับคั่ง โดยสถานที่จัดงานเป็นโรงแรมหรูอันดับหนึ่งระดับประเทศซึ่งได้เช่าพื้นที่จัดงานชั้นบนสุดโดยเช่าตึกไว้ทั้งชั้นสำหรับจัดงานแต่งของวันนี้โดยเฉพาะงานแต่งงานของครูซและอิ่มเอมที่จัดงานกันอย่างยิ่งใหญ่สมฐานะ ก็มีทั้งดารานักแสดง นักธุรกิจ นักลงทุนและคนรู้จักต่างก็มาร่วมงานกันอย่างล้นหลาม ในงานธีมสีขาวที่จัดแต่งด้วยดอกกุหลาบสีขาวไปทั่วทั้งงานอย่างยิ่งใหญ่อลังการ จนเป็นที่ประทับใจของแขกที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก"เหนื่อยไหมครับเจ้าสาวของพี่" หลังจากงานแต่งงานเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งสองคนก็อยู่ในห้องหอที่เป็นห้องของครูซ โดยที่เตียงตกแต่งด้วยกลีบกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วห้องกว้างเป็นอย่างดีห้องนอนที่เธอคุ้นเคย เป็นห้องนอนที่เธอจำได้ไม่มีวันลืม เพราะห้องนี้เป็นห้องที่เต็มไปด้วยความทรงจำที่แสนเศร้า แต่อิ่มเอมก็ได้แต่แปลกใจที่ตัวเองกลับไม่ได้รู้สึกกลัวเหมือนกับตอนนั้นอีกแล้ว เพราะตอนนี้เธ
ภาพพาดหัวข่าวของครูซและอิ่มเอมที่ขอแต่งงานกันในงานแต่งของโอบอุ้ม ก็กลายเป็นข่าวดังไปในชั่วข้ามคืน ทั้งสื่อออนไลน์ หนังสือพิมพ์และนิตยสารต่าง ๆ ก็พากันเล่นข่าวนี้กันมากมาย เพราะครูซถือเป็นนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่แนวหน้าของประเทศในตอนนี้ที่ทุกคนต่างก็จับตามอง แถมยังมีหวานใจเป็นถึงหลานของเจ้าสัวผู้ยิ่งใหญ่ที่มีโรงงานอุตสาหกรรมมากมายในประเทศด้วยถือเป็นข่าวที่สะเทือนวงการธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะสองครอบครัวตระกูลดังที่มีอิทธิพลต่อวงการธุรกิจกำลังเกี่ยวดองกัน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อทั้งสองตระกูลเป็นหนึ่งในครอบครัวเดียวกันแล้ว นั่นก็หมายถึงความยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามของสองตระกูลก็ยิ่งมีมากขึ้นอีกเท่าตัวหลังจากที่ครูซได้คุกเข่าขอแต่งงานกับอิ่มเอมแล้ว วันต่อมาเขาก็พาครอบครัวมากราบขอขมาและมาแนะนำตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งกับคนสำคัญของอิ่มเอมด้วยผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างก็พูดคุยและปรึกษากันถึงข่าวดีที่จะเกิดขึ้นอีกในเร็ว ๆ นี้ โดยที่อิ่มเอมก็จ้องไปที่บิดาของครูซที่เป็นชาวต่างชาติแทบไม่วางตา ใบหน้าคมหล่อเหลาที่เหมือนว่าที่สามีของเธอราวกับถอดมาจากพิมพ์เดียวกัน จนเธอไม่แปลกใจเลยว่าเขาได้ใบหน้าหล่อเหลาแบบนี้ม
บรรยากาศในบริเวณคฤหาสน์หรูของเจ้าสัวสุพจน์ก็เป็นไปด้วยความชื่นมื่น มีแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีกับงานแต่งงานสุดยิ่งใหญ่ของคู่บ่าวสาวที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่งงานแต่งงานของหลานชายเจ้าสัวตระกูลใหญ่ที่มีสื่อมวลชนและแขกมากมายเนืองแน่น โดยโอบอุ้มกับสมหญิงที่ยืนต้อนรับแขกที่ซุ้มดอกไม้สีขาวขนาดใหญ่พร้อมกับครอบเจ้าสัวสุพจน์และภรรยาที่ยืนต้อนรับแขกอยู่ด้วยอิ่มเอมกับอคินที่เป็นเจ้าของงานก็แต่งตัวด้วยชุดหรูของแบรนด์เนมชื่อดังที่สั่งตัดเป็นพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ส่วนอคินก็วิ่งวุ่นทักทายแขกไปทั่วด้วยความสนุกสนานตามประสาเด็ก แขกในงานต่างก็อมยิ้มด้วยความเอ็นดูในความฉลาดของเด็กชายตัวน้อยบรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนในงานที่อิ่มเอมกับบรรยากาศแห่งความสุขนี้ จนงานมงคลสมรสก็เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของงาน เป็นช่วงเวลาที่สาว ๆ ในงานต่างก็ตื่นเต้น เพราะจะเป็นช่วงที่เจ้าสาวต้องโยนช่อดอกไม้ก่อนจะจบงานมงคลนี้อิ่มเอมก็มองหาลูกชายไปทั่วงานด้วยความเป็นห่วง เพราะกลัวเหลือเกินว่าลูกชายจะไปเล่นซนที่ไหน โดยไม่ได้สนใจเสียงกรีดร้องของสาว ๆ ที่กำลังรอรับช่อดอกไม้ของเจ้าสาวก
"อะไรนะลูก จริงหรือที่ว่าลูกชายของคุณคริสและคุณมุนีคือพ่อของอคินหลานป้า" ไพลินตกใจกับข่าวใหม่เป็นอย่างมาก เพราะเธอทราบดีว่าลูกสาวของเธอชอบครูซมากขนาดไหน ถึงแม้ทั้งสองคนจะไม่ได้ติดต่อหรือพูดคุยกันอีกแล้ว แต่เธอก็รู้ว่าลูกสาวของเธอยังอาลัยอาวรณ์ชายหนุ่มอยู่ไม่น้อย"ค่ะคุณป้า""ถึงว่าแหละ ลูกชายของคุณมุนีถึงอยากจะมาที่นี่หลายครั้ง ป้าก็ยังงง ๆ อยู่ว่าทำไมเขาถึงได้อยากจะมาไหว้ป้ากับลุงอย่างเป็นทางการ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ตอนแรกป้าก็คิดว่าเขาอยากจะมาทาบทามเพราะอยากคุยกับนับดาวต่อเสียอีก"อิ่มเอมไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะเธอก็ไม่รู้จะทำยังไงต่อไปเหมือนกัน หลังจากย้ายมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้เจอหน้ากันมาสองสัปดาห์แล้ว ก็มีแค่คาร่าที่มาที่นี่ประจำเพราะเป็นปกติของคาร่าที่จะมาหาเธอและอคินบ่อย ๆ อยู่แล้ว"แล้วนี่เอมจะเอายังไงต่อล่ะลูก เรื่องราวร้าย ๆ ที่ผ่านมามันอาจจะทำให้หนูฝังใจ ไม่ว่าหนูจะตัดสินใจทางไหนป้าก็เคารพการตัดสินใจของหนูนะลูก เพราะไม่ว่ายังไงถึงหนูจะไม่ให้อภัยผู้ชายคนนั้น ป้าก็มั่นใจว่าจะเลี้ยงดูอคินให้ดีที่สุดอยู่แล้ว ป้าอยากให้หนูทำตามหัวใจที่ตัวเองต้องการเถอะ""ค่ะคุณป้า เอมขอเวลาตัดสิ
สี่เดือนผ่านไปอิ่มเอมกับอคินและโอบอุ้มพร้อมภรรยาอยู่กันพร้อมหน้าในบ้านของตัวเอง โดยมีเจ้าสัวสุพจน์และภรรยาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาด้วย หลังจากที่โอบอุ้มได้ทำกายภาพบำบัดรักษาตัวเองจนหายเป็นปกติ แล้วกลับมาพักที่บ้านได้หนึ่งสัปดาห์ส่วนเจ้าสัวสุพจน์และภรรยาก็เดินทางมาเยี่ยมเยียนอิ่มเอมและหลานชายเป็นประจำอยู่แล้ว จึงทำให้ได้มีโอกาสพบกับโอบอุ้มและภรรยาพอดีในช่วงที่กลับมาจากต่างประเทศหลังจากที่โอบอุ้มได้ฟังความจริงต่าง ๆ ทั้งหมดผู้ใหญ่ทั้งสอง เขาก็ไม่คาดคิดเลยว่าน้องสาวต่างมารดาของตัวเองจะเป็นถึงลูกหลานคนมีชื่อเสียงและมีฐานะชาติตระกูลที่สูงส่งแบบนี้ ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าอิ่มเอมไม่ใช่น้องสาวแท้ ๆ มาตลอดก็ตาม แต่สิ่งที่เขาได้รับรู้ก็ทำให้เขาตกใจไม่น้อยเลยโอบอุ้มมองไปที่น้องสาวกับหลานชายตัวน้อย ๆ ที่หลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมกอดของอิ่มเอม ก่อนจะตัดสินใจพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดทันที"เอม...ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของเราสองคน เอมก็รู้ว่าเราลำบากกันมากแค่ไหน พี่รู้ตัวเองมาตลอดว่าพี่ยังไม่สามารถดูแลเอมได้ดีพอ ทั้ง ๆ ที่พี่รับปากต่อหน้าโลงศพพ่อกับแม่ว่าจะดูแลเอมให้ดีที่สุดแท้ ๆ แต่พี่ก็ยังทำให้เอมลำบากมาตลอด ตอ
อิ่มเอมเอาเป้อุ้มเด็กมาสะพายไว้ด้านหน้า แล้วเอาลูกชายให้นั่งในเป้ วันนี้เธอตั้งใจจะพาลูกชายไปตัดผมที่ร้านตัดผมเด็กในห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน เพราะร้านที่นั่นจะมีของเล่นเด็กที่ลูกชายชอบ ถึงราคาจะแพงกว่าร้านทั่วไปหลายเท่า แต่เธอก็อยากให้ลูกชายรู้สึกสบายใจในการตัดผมมากกว่าอิ่มเอมดูลูกชายที่กำลังนั่งบนต
ข่าวการกลับมาจากต่างประเทศของนักธุรกิจหนุ่มก็เป็นที่สนใจของสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก ผู้สื่อข่าวทุกสำนักถึงกับประโคมข่าวจนเป็นข่าวใหญ่ทั้งในหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่ง นิตยสารและสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ไปทั่วประเทศอิ่มเอมมองดูข่าวจองครูซผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ ผู้ชายคนนี้ที่เป็นพ่อของลูกเธอกำลังถูกนักข่าวรุมล้อมสัม
อิ่มเอมรีบปิดประตูบ้านทันที แต่ช้ากว่าคนตัวสูงที่รีบใช้มือแกร่งดันประตูไว้"อย่าเพิ่งหนีสิ เธอจะปิดบังความจริงอะไรกันอีกล่ะ แขกมาหาทั้งทีก็เชิญเข้าไปในบ้านหน่อยเป็นไร" เสียงเข้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับสีหน้าที่จริงจังของชายหนุ่ม ทำให้อิ่มเอมจำใจต้องเปิดประตูต้อนรับเขาอย่างช่วยไม่ได้อิ่มเอมเชิญแขกที่ไม่ได้
วันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิดอายุหนึ่งปีของลูกชาย อิ่มเอมก็ตื่นแต่เช้าเพื่อลุกขึ้นมาทำอาหารเช้าสำหรับตัวเองในขณะที่รอลูกชายตื่น ตอนนี้เด็กชายตัวน้อยกำลังหลับปุ๋ยอย่างมีความสุขบนเตียงนุ่มเป็นหนึ่งปีที่เธอแทบไม่ได้หยุดพัก เป็นหนึ่งปีที่เธอรู้สึกเหนื่อยที่สุดตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้ แต่เป็นหนึ่งปีที่เธอ







