تسجيل الدخولสองวันต่อมา
อิ่มเอมก็มาโผล่ที่ต่างจังหวัดจนได้เพราะเธอก็รู้สึกผิดที่เป็นฝ่ายตีตัวออกห่างจากเพื่อนแบบนี้ ท่ามกลางสายตาที่ไม่พอใจของเพื่อนคาร่าที่มาด้วยอีกสามคน คนเหล่านั้นก็ทำได้แค่เพียงเขม่นมองดูด้วยสายตาไม่พอใจเท่านั้น เพราะไม่สามารถขัดความต้องการของคาร่าได้
"คิดถึงเธอจังเลยอิ่มเอม สามวันนี้เรามาสนุกกันให้สุดเหวี่ยงไปเลยนะ"
"คาร่า…เธอเป็นอะไรไปหรือเปล่า ถึงเราจะไม่ได้เจอกันบ่อย แต่ฉันก็พอจะดูออกนะว่าเธอมีเรื่องไม่สบายใจ"
"ก็นิดหน่อยน่ะ เดี๋ยวให้แม่บ้านเอาของไปไว้ที่ห้องก่อน เดี๋ยวฉันจะเล่าให้ฟัง คืนนี้เธอนอนกับฉันได้ไหม"
"ได้สิ เรื่องแค่นี้เอง งั้นเราขึ้นไปกันเถอะ" อิ่มเอมมองตามเพื่อนสาวด้วยความเป็นห่วง หลังจากที่ไม่ได้ติดต่อกันมาสักพักใหญ่ เธอก็ไม่รู้เลยว่าจิตใจของคาร่าในตอนนี้เป็นยังไงบ้าง
"คาร่า เล่นน้ำค่อยเล่นพรุ่งนี้ได้ไหม ฉันมีเรื่องอยากจะถามเธอเยอะเลย"
"ไม่รู้ว่าเพื่อนฉันจะโอเคหรือเปล่าน่ะสิ งั้นเดี๋ยวฉันลองไปถามดูก่อนนะ"
"ไม่ต้องหรอกคาร่า เดี๋ยวฉันไปถามเอง ห้องของเพื่อนเธออยู่ข้าง ๆ นี่เองใช่ไหมล่ะ เดี๋ยวฉันไปบอกให้นะ เธอนั่งรอก่อนเถอะ"
อิ่มเอมเคาะประตูห้องสองครั้ง แล้วก็เป็นไปตามคาด คนที่มาเปิดประตูให้ก็ทำสีหน้าไม่พอใจใส่ทันที
"มีอะไร!"
"เย็นนี้คาร่าคงไม่ได้ลงไปเล่นน้ำกับพวกเธอนะ เห็นบอกว่ารู้สึกไม่ค่อยสบายน่ะ"
"อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ ก็เป็นคุณหนูเอาแต่ใจอยู่แล้วนี่ พวกฉันพูดอะไรก็ขัดไม่ได้อยู่แล้ว"
"ทำไมเธอถึงพูดแบบนี้กับคาร่าล่ะ"
"แล้วมันจริงไหมล่ะ ตอนอยู่บนรถก็ยังดี ๆ อยู่เลย ไม่อยากเล่นกับพวกฉันก็บอกมาตรง ๆ ก็ได้"
"เอาเป็นว่าคาร่าไม่ได้ไปกับพวกเธอ แต่ขอเตือนไว้นะว่าอย่าพูดแบบนี้ให้คาร่าได้ยินล่ะ"
"พวกฉันรู้หรอกนะว่าอะไรควรพูดอะไรไม่ควรพูด ไม่ต้องให้คนชั้นต่ำอย่างเธอมาสั่งสอนหรอก" อิ่มเอมได้แต่ส่ายหน้ากับคำพูดของคนเหล่านั้น แล้วก็ได้แต่เป็นห่วงเพื่อนสนิทอยู่ในใจ
"คาร่า! เป็นอะไร ร้องไห้ทำไม" อิ่มเอมรีบล็อกประตูแล้ววิ่งไปหาคาร่าอย่างรวดเร็ว
"ฉันเหนื่อยจังเลยอิ่มเอม"
"เธอไม่เหมือนเดิมจริง ๆ ด้วยคาร่า เราไม่ได้คุยกันแค่สี่เดือนเองแต่ทำไมเธอถึงดูเศร้าขนาดนี้ล่ะ หรือสาเหตุเป็นเพราะฉันใช่ไหมที่ทำให้เธอต้องเป็นแบบนี้ เพราะฉันหายไปจากเธอหรือเปล่า ถึงทำให้เธอต้องเป็นแบบนี้"
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ฉันไม่มีความสุขเลย"
"โอเค...เธอหยุดร้องไห้ก่อนได้ไหม แล้วค่อย ๆ เล่าให้ฉันฟังได้ไหม ฉันจะรับฟังเธอทุกอย่างแล้วฉันจะช่วยแบ่งเบาความทุกข์ใจให้เธอเองนะ"
"ฉันแค่อยากจะเจอเธออีกสักครั้งน่ะ"
"อะไร? เธอพูดอะไรน่ะคาร่า อย่าพูดเป็นลางแบบนั้นสิ มีอะไรก็เล่าให้ฉันฟังได้ไหม เธอไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้วนะ ต่อไปฉันจะอยู่ข้างเธอเองนะคาร่า แต่ขอร้องล่ะ เธออย่าพูดอะไรที่เหมือนกับการสั่งเสียแบบนั้นได้ไหม"
อิ่มเอมรู้สึกผิดในใจเป็นอย่างมาก เพราะคาร่าเปลี่ยนไปจากเดิมมากตั้งแต่ที่ห่างกันไป เธอก็ไม่รู้เลยว่าคาร่าจะจัดการกับความรู้สึกของตัวเองได้ยังไง เพราะที่มาผ่านเธอจะเป็นผู้ที่คอยรับฟังอยู่เสมอ ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรที่ขุ่นเคืองใจ แม้จะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย ทั้งเธอกับคาร่าก็จะพูดคุยและปรึกษากันอยู่ตลอด
"ฉันแต่อยากเจอเธอแค่นั้นเอง แล้วฉันก็ดีใจมากนะที่เธอยังเหมือนเดิมกับฉัน ไม่มีเพื่อนคนไหนที่จริงใจกับฉันเท่าเธออีกแล้ว แต่....เฮีย แด๊ดและคุณแม่ก็มักจะพูดกรอกหูให้ฟังตลอดว่าฉันควรคบกับคนพวกนั้น"
"เธอหมายถึงเพื่อนที่มากับเธอด้วยใช่ไหม"
"เธอรู้หรือเปล่าว่าที่ฉันต้องทนคบกับคนพวกนั้นน่ะ ก็เพราะว่าครอบครัวฉันเป็นคนบอกให้คบน่ะสิ ทำให้ฉันอึดอัดใจทุกครั้งที่เจอกับคนพวกนั้น แล้วฉันก็รู้มาตลอดว่าพวกนั้นไม่จริงใจและพูดนินทาลับหลังว่าร้ายฉันมาเสมอ"
"แล้วเธอได้อธิบายให้พวกท่านรู้ไหม"
"อธิบายไปก็เท่านั้นแหละ แด๊ดกับคุณแม่ก็ห่วงแค่ชื่อเสียงและหน้าตาเท่านั้น ไม่เคยนึกถึงจิตใจของฉันหรอก ฉันก็รู้นะว่าท่านทั้งสองรักฉันมากแค่ไหน เรื่องที่เธอห่างหายไปจากชีวิตของฉันก็เหมือนกัน ฉันก็รู้ดีว่าที่เธอต้องหนีห่างจากฉัน เป็นเพราะครอบครัวฉันไปขู่เธอใช่ไหมล่ะ"
"นี่เธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง"
"รู้สิ ฉันรู้ทุกอย่างเลย แต่ฉันแค่พูดออกไปไม่ได้น่ะ"
"แล้วเธอก็ต้องเก็บทุกอย่างไว้ในใจคนเดียวแบบนี้ตลอดเลยหรือคาร่า" อิ่มเอมสวมกอดเพื่อนสาวแน่นเพื่อมอบกำลังใจให้ ทั้งสองคนกอดกันแล้วส่งผ่านความห่วงใยให้กันด้วยความจริงใจ
มีแค่อ้อมกอดของคนตรงหน้าเท่านั้น ที่ทำให้คาร่ายิ้มได้ คนแบบเธอที่ไม่สามารถคิดหรือตัดสินใจอะไร ต้องอยู่ภายในกรอบที่ครอบครัวกำหนดให้มาตลอด ต้องคอยเป็นความหวังและแบกรับชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลในฐานะลูกสาวเพียงคนเดียวของตระกูล ต้องเป็นที่คาดหวังของครอบครัวและพี่ชาย ต้องคอยรักษาเกียรติและชื่อเสียงไว้ให้ดีที่สุด
"เธอคงจะถูกกดดันจากครอบครัวมาตลอดสินะ ฉันก็รู้อยู่แล้วว่าเธอจะต้องเจออะไรบ้าง แต่ก็ยังทิ้งให้เธอเผชิญอยู่คนเดียวอีก ขอโทษนะที่หายไป แต่ฉันสัญญาว่าจะไม่หายไปไหนอีกแล้ว ฉันจะคอยเป็นที่รับฟังให้เธอเหมือนที่ผ่านมานะ อย่าเศร้าไปเลยคาร่า"
ชีวิตหลังแต่งงานผ่านไปสี่ปีแล้ว วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่สำคัญในชีวิตที่อิ่มเอม วันที่เธอรอคอยอย่างใจจดใจจ่อมาตลอด ชีวิตของนักศึกษาที่เธอได้มีโอกาสกลับไปเรียนอีกครั้งพร้อมกับคาร่า ชีวิตในตอนกลางวันที่เป็นนักศึกษา ส่วนกลางคืนก็เป็นภรรยาและมารดาของลูกชาย ซึ่งอิ่มเอมก็ทำหน้าที่ทั้งสองอย่างได้ดีมาโดยตลอดที่มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังของประเทศ อิ่มเอมและคาร่าในชุดครุยสีเข้ม ที่มีคนสำคัญในชีวิตมาร่วมแสดงความยินดีกันถ้วนหน้า"คุณแม่ครับ คินยินดีกับคุณแม่ด้วยนะครับ วันนี้คุณแม่สวยมาก ๆ เลย""ขอบคุณนะครับลูกชายของแม่ ดอกไม้สวยมากเลยครับ""คินเลือกเองเลยนะครับ คินไปเลือกกับแด๊ดมา แล้วก็คุณย่าคุณปู่ แล้วก็ป้าหญิงกับลุงโอบด้วยครับ แล้วก็มียายลินกับลุงพจน์ด้วยนะครับเสียงของหลานชายตัวน้อยที่พูดเสียงเจื้อยแจ้วก็เรียกเสียงหัวเราะให้ทุกคนได้เป็นอย่างดี"อคินซื้อดอกไม้มาให้อาคาร่าด้วยไหมครับ""นี่ครับของอาคาร่า คินเลือกเองเลยนะครับ""ขอบใจนะครับหลานรักของอา""เดี๋ยววันนี้มีเลี้ยงฉลองที่บ้านด้วยนะลูก แม่ให้คนจัดสถานที่ไว้รอแล้ว""คุณแม่จะจัดให้ยุ่งยากทำไมคะ ไม่เห็นต้องลำบากเลยค่ะ" คาร่าเข้าไปกอดมารดาของตัว
พิธีมงคลสมรสของคู่บ่าวสาวคู่ใหม่ที่จัดงานยิ่งใหญ่สมเกียรติแก่ทั้งสองตระกูลดัง โดยตอนเช้าจะเป็นพิธีหมั้นและจัดพิธีแต่งในวันเดียวกันทั้งหมดแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวคู่ใหม่กันอย่างคับคั่ง โดยสถานที่จัดงานเป็นโรงแรมหรูอันดับหนึ่งระดับประเทศซึ่งได้เช่าพื้นที่จัดงานชั้นบนสุดโดยเช่าตึกไว้ทั้งชั้นสำหรับจัดงานแต่งของวันนี้โดยเฉพาะงานแต่งงานของครูซและอิ่มเอมที่จัดงานกันอย่างยิ่งใหญ่สมฐานะ ก็มีทั้งดารานักแสดง นักธุรกิจ นักลงทุนและคนรู้จักต่างก็มาร่วมงานกันอย่างล้นหลาม ในงานธีมสีขาวที่จัดแต่งด้วยดอกกุหลาบสีขาวไปทั่วทั้งงานอย่างยิ่งใหญ่อลังการ จนเป็นที่ประทับใจของแขกที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก"เหนื่อยไหมครับเจ้าสาวของพี่" หลังจากงานแต่งงานเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งสองคนก็อยู่ในห้องหอที่เป็นห้องของครูซ โดยที่เตียงตกแต่งด้วยกลีบกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วห้องกว้างเป็นอย่างดีห้องนอนที่เธอคุ้นเคย เป็นห้องนอนที่เธอจำได้ไม่มีวันลืม เพราะห้องนี้เป็นห้องที่เต็มไปด้วยความทรงจำที่แสนเศร้า แต่อิ่มเอมก็ได้แต่แปลกใจที่ตัวเองกลับไม่ได้รู้สึกกลัวเหมือนกับตอนนั้นอีกแล้ว เพราะตอนนี้เธ
ภาพพาดหัวข่าวของครูซและอิ่มเอมที่ขอแต่งงานกันในงานแต่งของโอบอุ้ม ก็กลายเป็นข่าวดังไปในชั่วข้ามคืน ทั้งสื่อออนไลน์ หนังสือพิมพ์และนิตยสารต่าง ๆ ก็พากันเล่นข่าวนี้กันมากมาย เพราะครูซถือเป็นนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่แนวหน้าของประเทศในตอนนี้ที่ทุกคนต่างก็จับตามอง แถมยังมีหวานใจเป็นถึงหลานของเจ้าสัวผู้ยิ่งใหญ่ที่มีโรงงานอุตสาหกรรมมากมายในประเทศด้วยถือเป็นข่าวที่สะเทือนวงการธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะสองครอบครัวตระกูลดังที่มีอิทธิพลต่อวงการธุรกิจกำลังเกี่ยวดองกัน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อทั้งสองตระกูลเป็นหนึ่งในครอบครัวเดียวกันแล้ว นั่นก็หมายถึงความยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามของสองตระกูลก็ยิ่งมีมากขึ้นอีกเท่าตัวหลังจากที่ครูซได้คุกเข่าขอแต่งงานกับอิ่มเอมแล้ว วันต่อมาเขาก็พาครอบครัวมากราบขอขมาและมาแนะนำตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งกับคนสำคัญของอิ่มเอมด้วยผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างก็พูดคุยและปรึกษากันถึงข่าวดีที่จะเกิดขึ้นอีกในเร็ว ๆ นี้ โดยที่อิ่มเอมก็จ้องไปที่บิดาของครูซที่เป็นชาวต่างชาติแทบไม่วางตา ใบหน้าคมหล่อเหลาที่เหมือนว่าที่สามีของเธอราวกับถอดมาจากพิมพ์เดียวกัน จนเธอไม่แปลกใจเลยว่าเขาได้ใบหน้าหล่อเหลาแบบนี้ม
บรรยากาศในบริเวณคฤหาสน์หรูของเจ้าสัวสุพจน์ก็เป็นไปด้วยความชื่นมื่น มีแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีกับงานแต่งงานสุดยิ่งใหญ่ของคู่บ่าวสาวที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่งงานแต่งงานของหลานชายเจ้าสัวตระกูลใหญ่ที่มีสื่อมวลชนและแขกมากมายเนืองแน่น โดยโอบอุ้มกับสมหญิงที่ยืนต้อนรับแขกที่ซุ้มดอกไม้สีขาวขนาดใหญ่พร้อมกับครอบเจ้าสัวสุพจน์และภรรยาที่ยืนต้อนรับแขกอยู่ด้วยอิ่มเอมกับอคินที่เป็นเจ้าของงานก็แต่งตัวด้วยชุดหรูของแบรนด์เนมชื่อดังที่สั่งตัดเป็นพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ส่วนอคินก็วิ่งวุ่นทักทายแขกไปทั่วด้วยความสนุกสนานตามประสาเด็ก แขกในงานต่างก็อมยิ้มด้วยความเอ็นดูในความฉลาดของเด็กชายตัวน้อยบรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนในงานที่อิ่มเอมกับบรรยากาศแห่งความสุขนี้ จนงานมงคลสมรสก็เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของงาน เป็นช่วงเวลาที่สาว ๆ ในงานต่างก็ตื่นเต้น เพราะจะเป็นช่วงที่เจ้าสาวต้องโยนช่อดอกไม้ก่อนจะจบงานมงคลนี้อิ่มเอมก็มองหาลูกชายไปทั่วงานด้วยความเป็นห่วง เพราะกลัวเหลือเกินว่าลูกชายจะไปเล่นซนที่ไหน โดยไม่ได้สนใจเสียงกรีดร้องของสาว ๆ ที่กำลังรอรับช่อดอกไม้ของเจ้าสาวก
"อะไรนะลูก จริงหรือที่ว่าลูกชายของคุณคริสและคุณมุนีคือพ่อของอคินหลานป้า" ไพลินตกใจกับข่าวใหม่เป็นอย่างมาก เพราะเธอทราบดีว่าลูกสาวของเธอชอบครูซมากขนาดไหน ถึงแม้ทั้งสองคนจะไม่ได้ติดต่อหรือพูดคุยกันอีกแล้ว แต่เธอก็รู้ว่าลูกสาวของเธอยังอาลัยอาวรณ์ชายหนุ่มอยู่ไม่น้อย"ค่ะคุณป้า""ถึงว่าแหละ ลูกชายของคุณมุนีถึงอยากจะมาที่นี่หลายครั้ง ป้าก็ยังงง ๆ อยู่ว่าทำไมเขาถึงได้อยากจะมาไหว้ป้ากับลุงอย่างเป็นทางการ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ตอนแรกป้าก็คิดว่าเขาอยากจะมาทาบทามเพราะอยากคุยกับนับดาวต่อเสียอีก"อิ่มเอมไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะเธอก็ไม่รู้จะทำยังไงต่อไปเหมือนกัน หลังจากย้ายมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้เจอหน้ากันมาสองสัปดาห์แล้ว ก็มีแค่คาร่าที่มาที่นี่ประจำเพราะเป็นปกติของคาร่าที่จะมาหาเธอและอคินบ่อย ๆ อยู่แล้ว"แล้วนี่เอมจะเอายังไงต่อล่ะลูก เรื่องราวร้าย ๆ ที่ผ่านมามันอาจจะทำให้หนูฝังใจ ไม่ว่าหนูจะตัดสินใจทางไหนป้าก็เคารพการตัดสินใจของหนูนะลูก เพราะไม่ว่ายังไงถึงหนูจะไม่ให้อภัยผู้ชายคนนั้น ป้าก็มั่นใจว่าจะเลี้ยงดูอคินให้ดีที่สุดอยู่แล้ว ป้าอยากให้หนูทำตามหัวใจที่ตัวเองต้องการเถอะ""ค่ะคุณป้า เอมขอเวลาตัดสิ
สี่เดือนผ่านไปอิ่มเอมกับอคินและโอบอุ้มพร้อมภรรยาอยู่กันพร้อมหน้าในบ้านของตัวเอง โดยมีเจ้าสัวสุพจน์และภรรยาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาด้วย หลังจากที่โอบอุ้มได้ทำกายภาพบำบัดรักษาตัวเองจนหายเป็นปกติ แล้วกลับมาพักที่บ้านได้หนึ่งสัปดาห์ส่วนเจ้าสัวสุพจน์และภรรยาก็เดินทางมาเยี่ยมเยียนอิ่มเอมและหลานชายเป็นประจำอยู่แล้ว จึงทำให้ได้มีโอกาสพบกับโอบอุ้มและภรรยาพอดีในช่วงที่กลับมาจากต่างประเทศหลังจากที่โอบอุ้มได้ฟังความจริงต่าง ๆ ทั้งหมดผู้ใหญ่ทั้งสอง เขาก็ไม่คาดคิดเลยว่าน้องสาวต่างมารดาของตัวเองจะเป็นถึงลูกหลานคนมีชื่อเสียงและมีฐานะชาติตระกูลที่สูงส่งแบบนี้ ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าอิ่มเอมไม่ใช่น้องสาวแท้ ๆ มาตลอดก็ตาม แต่สิ่งที่เขาได้รับรู้ก็ทำให้เขาตกใจไม่น้อยเลยโอบอุ้มมองไปที่น้องสาวกับหลานชายตัวน้อย ๆ ที่หลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมกอดของอิ่มเอม ก่อนจะตัดสินใจพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดทันที"เอม...ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของเราสองคน เอมก็รู้ว่าเราลำบากกันมากแค่ไหน พี่รู้ตัวเองมาตลอดว่าพี่ยังไม่สามารถดูแลเอมได้ดีพอ ทั้ง ๆ ที่พี่รับปากต่อหน้าโลงศพพ่อกับแม่ว่าจะดูแลเอมให้ดีที่สุดแท้ ๆ แต่พี่ก็ยังทำให้เอมลำบากมาตลอด ตอ
เช้าวันต่อมา หลังจากที่แน่ใจว่าอาการของอิ่มเอมดีขึ้นแล้ว ครูซก็รีบออกไปจากบ้านของเธอทันที เพราะเขาวางใจไปได้บ้างเมื่อน้องสาวของตัวเองที่มาอยู่เป็นเพื่อนกับอิ่มเอมในตอนนี้"เฮียจะกลับแล้วใช่ไหมคะ" ทั้งสองคนคุยกันอยู่ที่ประตูหน้าบ้าน ก่อนที่ครูซจะกำชับน้องสาวเสียงเข้ม"ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับอิ่มเอม อัน
อิ่มเอมได้กลิ่นข้าวต้มหอมกรุ่นลอยมาแตะจมูก ก่อนจะมองเห็นหลังแกร่งแบบเลือนรางเพราะเธอยังตื่นไม่เต็มที่อิ่มเอมพยายามจะลุกขึ้นจากโซฟาเพราะยังปวดหัวอยู่มาก แต่ไวกว่าคนตัวสูงที่พอได้ยินคนตัวเล็กเคลื่อนไหว เขาก็รีบวิ่งไปพยุงหลังเล็กอย่างรวดเร็ว"ลุกไหวหรือเปล่า ค่อย ๆ นะ แล้วก็อย่าเพิ่งยืนทันทีล่ะ เดี๋ย
หลังจากเหตุการณ์ที่เจ้าสัวสุพจน์ได้มาหาเธอในวันนั้น ก็ผ่านมาหกเดือนแล้ว อิ่มเอมก็ตัดสินใจที่จะอยู่ที่บ้านหลังเดิมต่อไปจนกว่าพี่ชายจะกลับมาที่นี่ ซึ่งทางนั้นก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร แต่ก็ยังไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ"แล้วนี่เธอจะไปอยู่กับคุณป้าเลยหรือเปล่าล่ะ""ฉันรอพี่ชายกลับมาก่อนน่ะ แล้วค่อยคุยกันอีกที ก็เ
"ความสัมพันธ์แบบค่อยเป็นค่อยไปสินะ""ค่ะ...ฉันจะไม่กีดกันเรื่องของลูกหรอกนะคะ คุณจะพาลูกไปเที่ยว ไปเจอคนที่บ้านของคุณก็ได้ทั้งนั้นค่ะ แต่ขอแค่พาอคินมาส่งให้ฉันทุกวันก็พอ ส่วนเรื่องให้อคินนอนค้างคืนที่บ้านของคุณ ฉันยังไม่วางใจน่ะค่ะ ขอเวลาอีกนิดนะคะ""ได้สิ เวลาของลูกก็ลงตัวแล้ว แล้วเวลาของเราสองคนล







