Masuk"แค่นี้ก็ทำร้องไห้ ตกใจอะไรนักหนา"
"คุณครูซปล่อยฉันได้ไหมคะ ฉันหายใจไม่ออก" อิ่มเอมพยายามจับข้อมือแกร่งออก เพราะมือหนาของเขากำลังบีบไปที่ลำคอของเธออย่างแรง
มือแกร่งเลื่อนไปจับที่คางเล็กแทน ก่อนที่อิ่มเอมจะไอออกมาทันทีด้วยความอึดอัด
"เจ็บ!" ใบหน้าหวานนิ่วหน้าด้วยความทรมาน ตอนนี้ร่างกายของเธอราวกับถูกตรึงและพันธนาการด้วยสิ่งหนักอึ้ง เพียงแค่มือของเขาที่ออกแรงบีบที่ปลายคางก็ทำให้เธอเจ็บจนน้ำตาร่วง "ปล่อยฉันเถอะนะคะ คุณครูซให้ฉันมาที่นี่เพื่อจะให้ฉันมาเจอกับคาร่าใช่ไหมคะ ฉันขอไปเจอคาร่าได้ไหม"
มือหนาออกแรงบีบที่คางมากขึ้นเมื่อได้ยินชื่อของน้องสาว น้ำหนักจากร่างใหญ่ที่กดทับลงมาบนตัวเธอ ทำให้อิ่มเอมรู้สึกเจ็บราวกับร่างกายจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เธอไม่สามารถขยับร่างกายไปไหนได้เลย ราวกับถูกตรึงด้วยแผ่นเหล็กที่ใหญ่และหนักอะไรแบบนั้น
"อย่างเธอยังมีหน้าจะมาเจอคาร่าอีกหรือไง ไม่รู้ตัวเลยสินะว่าเธอได้ทำลายชีวิตของน้องสาวฉันยังไงบ้างน่ะ"
"วะ...ว่าไงนะคะ ทำลายชีวิต? หมายความว่ายังไงคะ คาร่าเป็นอะไร คาร่าเจ็บหนักหรือคะ คาร่ายังไม่หายดีหรือคะ"
สีหน้าของอิ่มเอมแสดงความรู้สึกกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด เธอรู้สึกเป็นห่วงคาร่าเหลือเกิน ยิ่งได้ยินคำพูดแบบนั้นออกจากปากของคนตรงหน้า ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกกังวลใจมากขึ้นไปอีก
"เลิกเรียกชื่อน้องสาวฉันได้ละ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนกับเธอ เธอไม่ต้องรู้หรอกว่าคาร่าจะเป็นยังไง รู้เพียงแค่ว่าเธอนั่นแหละที่เป็นคนทำลายชีวิตของน้องสาวฉัน"
"หมายถึงอะไรคะ คาร่าเป็นอะไร รีบบอกฉันด้วยเถอะค่ะ คาร่ายังอยู่ดีใช่ไหมคะ คาร่าปลอดภัยดีใช่ไหมคะ คาร่า..."
"หุบปาก!" เสียงเข้มเอ่ยออกมาเสียงดังพลางใช้มือใหญ่ไปปิดที่ปากแทน ส่วนมืออีกข้างก็คว้าของบางอย่างออกมาจากด้านหลังกางเกง "ถ้าฉันได้ยินเธอเอ่ยชื่อคาร่าอีก ฉันจะใช้เจ้านี่เป่าสมองเธอให้กระจุยไปเลย"
ปลายกระบอกปืนถูกจ่อไปที่หน้าผากเล็ก อิ่มเอมตัวสั่นด้วยความรู้สึกกลัวจับใจ เธอแทบจะสติกระเจิงเมื่อเห็นปืนของจริงเต็ม ๆ ตาเป็นครั้งแรก พยายามบังคับร่างกายตัวเองให้นิ่งที่สุด ทั้ง ๆ ที่หัวใจเธอรู้สึกกลัวจนแทบระเบิดออกมา
เธอมีสิ่งค้างคาใจที่อยากจะถามเกี่ยวกับคาร่าอีกมากมาย แต่พอเห็นปืนแล้วก็หยุดความคิดนั้นไปทันที เพราะยังไงเธอก็ต้องเอาชีวิตให้รอดจากสถานการณ์ในตอนนี้ให้ได้ก่อน แล้วดูเหมือนคำขู่ของคนตรงหน้าจะไม่ได้พูดล้อเล่นเลยสักนิด
คำถามในใจมากมายที่อยากจะถาม ทั้งเรื่องของคาร่าและเรื่องที่เขาบุกไปจับตัวเธอมาที่นี่ เธออยากจะรู้เหลือเกินว่าเพราะอะไร
ใบหน้าใสเป็นรอยแดงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมือหนาคลายมือออก เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงตรงปลายเตียงก่อนจะใช้มือลูบที่ปลายกระบอกปืนช้า ๆ อย่างใจเย็น
อิ่มเอมรีบดันตัวเองขึ้นจากเตียงสปริงหนานุ่มเมื่อหลุดจากพันธนาการได้ แล้วรีบลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงเข้มออกคำสั่ง
"ถ้าเธอก้าวลงจากเตียงแม้แต่นิดเดียว รับรองว่าเธอจะไม่มีทางมีชีวิตรอดกลับไปหาครอบครัวเธอได้แน่ ระยะห่างแค่นี้ฉันเล็งยิงสมองของเธอได้สบายเลยนะ รับรองว่าครั้งเดียวเธอได้ไปเจอยมบาลแน่"
อิ่มเอมรีบหยุดเคลื่อนไหวร่างกายอย่างรวดเร็ว เธออยากจะถามเหลือเกินว่าเขาต้องการอะไรจากเธอกันแน่ แต่ก็ได้แค่คิดในใจเท่านั้น
"ถ้าไม่อยากตายก็ทำตามคำสั่งของฉัน ถอดเสื้อผ้าของเธอออกซะ!"
"ทะ...ทำไมคะ? ทำไมฉันต้องถอดเสื้อผ้าด้วยล่ะคะ"
"ถอดเสื้อผ้า เดี๋ยวนี้!"
อิ่มเอมพยักหน้าแล้วเริ่มถอดชุดมือไม้สั่น เพราะมือแกร่งกำลังเล็งปลายกระบอกปืนมาทางเธอพร้อมกับปลดไกปืนไว้เตรียมพร้อม ถึงเธอจะไม่เคยเห็นและไม่เคยสัมผัสกับสถานการณ์แบบนี้เลย แต่เธอก็เคยดูจากละครในโทรทัศน์มาบ้างว่าตอนนี้ตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงอันตรายมากที่สุด
มือเล็กใบหน้าแดงก่ำด้วยความอาย เพราะเธอต้องเปลื้องผ้าต่อหน้าผู้ชายเป็นครั้งแรกในชีวิต เธอค่อย ๆ ปลดกระดุมชุดนอนออก เพราะเธอยังอยู่ในชุดนอนที่สวมตั้งแต่เมื่อคืน
แขนเรียวเล็กกอดอกแล้วห่อไหล่ เมื่อผิวกายสัมผัสกับความเย็นของเครื่องปรับอากาศ
"แล้วจะเหลือชุดชั้นในไว้ทำซากอะไร ถอดออกมาให้หมดสิ"
"ถอดหมดเลยหรือคะ" สีหน้าของคนตัวเล็กกังวลและประหม่าอย่างเห็นได้ชัด แต่เธอก็ยังนิ่งและไม่ขยับตัวไปไหน
"อย่าทำเป็นอายหน่อยเลยน่า ทำอย่างกับไม่เคยนอนกับผู้ชาย รีบถอดออกก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน"
"ทำไมต้องให้ฉันทำอะไรแบบนี้ด้วยล่ะคะ ทำไม..."
"หุบปากแล้วเงียบซะ! สถานะของเธอในตอนนี้ไม่มีสิทธิ์ถามหรือสงสัยอะไรทั้งนั้น ฉันสั่งอะไรก็ต้องทำ!"
"ทำแบบนี้จะดีหรือคะคุณครูซ ฉัน...เอ่อ ฉันอายน่ะค่ะ"
พรึ่บ!
ร่างแกร่งเข้าไปประชิดตัวเธอแล้วกระชากบราเซียสีหวานออกจากร่างนุ่มอย่างแรง จากนั้นกางเกงชั้นในชิ้นล่างที่เป็นปราการด่านสุดท้ายก็ถูกโยนออกไปไกลจากเตียง
ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากจนอิ่มเอมตั้งตัวไม่ทัน ก่อนที่แผ่นหลังเปลือยเปล่าจะสัมผัสกับเตียงนุ่มเพราะแรงที่มากกว่าของคนตัวใหญ่ ใบหน้าคมหล่อเหลาก็โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าใสจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน
"ยินดีต้อนรับเข้าสู่ขุมนรก!"
ชีวิตหลังแต่งงานผ่านไปสี่ปีแล้ว วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่สำคัญในชีวิตที่อิ่มเอม วันที่เธอรอคอยอย่างใจจดใจจ่อมาตลอด ชีวิตของนักศึกษาที่เธอได้มีโอกาสกลับไปเรียนอีกครั้งพร้อมกับคาร่า ชีวิตในตอนกลางวันที่เป็นนักศึกษา ส่วนกลางคืนก็เป็นภรรยาและมารดาของลูกชาย ซึ่งอิ่มเอมก็ทำหน้าที่ทั้งสองอย่างได้ดีมาโดยตลอดที่มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังของประเทศ อิ่มเอมและคาร่าในชุดครุยสีเข้ม ที่มีคนสำคัญในชีวิตมาร่วมแสดงความยินดีกันถ้วนหน้า"คุณแม่ครับ คินยินดีกับคุณแม่ด้วยนะครับ วันนี้คุณแม่สวยมาก ๆ เลย""ขอบคุณนะครับลูกชายของแม่ ดอกไม้สวยมากเลยครับ""คินเลือกเองเลยนะครับ คินไปเลือกกับแด๊ดมา แล้วก็คุณย่าคุณปู่ แล้วก็ป้าหญิงกับลุงโอบด้วยครับ แล้วก็มียายลินกับลุงพจน์ด้วยนะครับเสียงของหลานชายตัวน้อยที่พูดเสียงเจื้อยแจ้วก็เรียกเสียงหัวเราะให้ทุกคนได้เป็นอย่างดี"อคินซื้อดอกไม้มาให้อาคาร่าด้วยไหมครับ""นี่ครับของอาคาร่า คินเลือกเองเลยนะครับ""ขอบใจนะครับหลานรักของอา""เดี๋ยววันนี้มีเลี้ยงฉลองที่บ้านด้วยนะลูก แม่ให้คนจัดสถานที่ไว้รอแล้ว""คุณแม่จะจัดให้ยุ่งยากทำไมคะ ไม่เห็นต้องลำบากเลยค่ะ" คาร่าเข้าไปกอดมารดาของตัว
พิธีมงคลสมรสของคู่บ่าวสาวคู่ใหม่ที่จัดงานยิ่งใหญ่สมเกียรติแก่ทั้งสองตระกูลดัง โดยตอนเช้าจะเป็นพิธีหมั้นและจัดพิธีแต่งในวันเดียวกันทั้งหมดแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวคู่ใหม่กันอย่างคับคั่ง โดยสถานที่จัดงานเป็นโรงแรมหรูอันดับหนึ่งระดับประเทศซึ่งได้เช่าพื้นที่จัดงานชั้นบนสุดโดยเช่าตึกไว้ทั้งชั้นสำหรับจัดงานแต่งของวันนี้โดยเฉพาะงานแต่งงานของครูซและอิ่มเอมที่จัดงานกันอย่างยิ่งใหญ่สมฐานะ ก็มีทั้งดารานักแสดง นักธุรกิจ นักลงทุนและคนรู้จักต่างก็มาร่วมงานกันอย่างล้นหลาม ในงานธีมสีขาวที่จัดแต่งด้วยดอกกุหลาบสีขาวไปทั่วทั้งงานอย่างยิ่งใหญ่อลังการ จนเป็นที่ประทับใจของแขกที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก"เหนื่อยไหมครับเจ้าสาวของพี่" หลังจากงานแต่งงานเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งสองคนก็อยู่ในห้องหอที่เป็นห้องของครูซ โดยที่เตียงตกแต่งด้วยกลีบกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วห้องกว้างเป็นอย่างดีห้องนอนที่เธอคุ้นเคย เป็นห้องนอนที่เธอจำได้ไม่มีวันลืม เพราะห้องนี้เป็นห้องที่เต็มไปด้วยความทรงจำที่แสนเศร้า แต่อิ่มเอมก็ได้แต่แปลกใจที่ตัวเองกลับไม่ได้รู้สึกกลัวเหมือนกับตอนนั้นอีกแล้ว เพราะตอนนี้เธ
ภาพพาดหัวข่าวของครูซและอิ่มเอมที่ขอแต่งงานกันในงานแต่งของโอบอุ้ม ก็กลายเป็นข่าวดังไปในชั่วข้ามคืน ทั้งสื่อออนไลน์ หนังสือพิมพ์และนิตยสารต่าง ๆ ก็พากันเล่นข่าวนี้กันมากมาย เพราะครูซถือเป็นนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่แนวหน้าของประเทศในตอนนี้ที่ทุกคนต่างก็จับตามอง แถมยังมีหวานใจเป็นถึงหลานของเจ้าสัวผู้ยิ่งใหญ่ที่มีโรงงานอุตสาหกรรมมากมายในประเทศด้วยถือเป็นข่าวที่สะเทือนวงการธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะสองครอบครัวตระกูลดังที่มีอิทธิพลต่อวงการธุรกิจกำลังเกี่ยวดองกัน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อทั้งสองตระกูลเป็นหนึ่งในครอบครัวเดียวกันแล้ว นั่นก็หมายถึงความยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามของสองตระกูลก็ยิ่งมีมากขึ้นอีกเท่าตัวหลังจากที่ครูซได้คุกเข่าขอแต่งงานกับอิ่มเอมแล้ว วันต่อมาเขาก็พาครอบครัวมากราบขอขมาและมาแนะนำตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งกับคนสำคัญของอิ่มเอมด้วยผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างก็พูดคุยและปรึกษากันถึงข่าวดีที่จะเกิดขึ้นอีกในเร็ว ๆ นี้ โดยที่อิ่มเอมก็จ้องไปที่บิดาของครูซที่เป็นชาวต่างชาติแทบไม่วางตา ใบหน้าคมหล่อเหลาที่เหมือนว่าที่สามีของเธอราวกับถอดมาจากพิมพ์เดียวกัน จนเธอไม่แปลกใจเลยว่าเขาได้ใบหน้าหล่อเหลาแบบนี้ม
บรรยากาศในบริเวณคฤหาสน์หรูของเจ้าสัวสุพจน์ก็เป็นไปด้วยความชื่นมื่น มีแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีกับงานแต่งงานสุดยิ่งใหญ่ของคู่บ่าวสาวที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่งงานแต่งงานของหลานชายเจ้าสัวตระกูลใหญ่ที่มีสื่อมวลชนและแขกมากมายเนืองแน่น โดยโอบอุ้มกับสมหญิงที่ยืนต้อนรับแขกที่ซุ้มดอกไม้สีขาวขนาดใหญ่พร้อมกับครอบเจ้าสัวสุพจน์และภรรยาที่ยืนต้อนรับแขกอยู่ด้วยอิ่มเอมกับอคินที่เป็นเจ้าของงานก็แต่งตัวด้วยชุดหรูของแบรนด์เนมชื่อดังที่สั่งตัดเป็นพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ส่วนอคินก็วิ่งวุ่นทักทายแขกไปทั่วด้วยความสนุกสนานตามประสาเด็ก แขกในงานต่างก็อมยิ้มด้วยความเอ็นดูในความฉลาดของเด็กชายตัวน้อยบรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนในงานที่อิ่มเอมกับบรรยากาศแห่งความสุขนี้ จนงานมงคลสมรสก็เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของงาน เป็นช่วงเวลาที่สาว ๆ ในงานต่างก็ตื่นเต้น เพราะจะเป็นช่วงที่เจ้าสาวต้องโยนช่อดอกไม้ก่อนจะจบงานมงคลนี้อิ่มเอมก็มองหาลูกชายไปทั่วงานด้วยความเป็นห่วง เพราะกลัวเหลือเกินว่าลูกชายจะไปเล่นซนที่ไหน โดยไม่ได้สนใจเสียงกรีดร้องของสาว ๆ ที่กำลังรอรับช่อดอกไม้ของเจ้าสาวก
"อะไรนะลูก จริงหรือที่ว่าลูกชายของคุณคริสและคุณมุนีคือพ่อของอคินหลานป้า" ไพลินตกใจกับข่าวใหม่เป็นอย่างมาก เพราะเธอทราบดีว่าลูกสาวของเธอชอบครูซมากขนาดไหน ถึงแม้ทั้งสองคนจะไม่ได้ติดต่อหรือพูดคุยกันอีกแล้ว แต่เธอก็รู้ว่าลูกสาวของเธอยังอาลัยอาวรณ์ชายหนุ่มอยู่ไม่น้อย"ค่ะคุณป้า""ถึงว่าแหละ ลูกชายของคุณมุนีถึงอยากจะมาที่นี่หลายครั้ง ป้าก็ยังงง ๆ อยู่ว่าทำไมเขาถึงได้อยากจะมาไหว้ป้ากับลุงอย่างเป็นทางการ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ตอนแรกป้าก็คิดว่าเขาอยากจะมาทาบทามเพราะอยากคุยกับนับดาวต่อเสียอีก"อิ่มเอมไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะเธอก็ไม่รู้จะทำยังไงต่อไปเหมือนกัน หลังจากย้ายมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้เจอหน้ากันมาสองสัปดาห์แล้ว ก็มีแค่คาร่าที่มาที่นี่ประจำเพราะเป็นปกติของคาร่าที่จะมาหาเธอและอคินบ่อย ๆ อยู่แล้ว"แล้วนี่เอมจะเอายังไงต่อล่ะลูก เรื่องราวร้าย ๆ ที่ผ่านมามันอาจจะทำให้หนูฝังใจ ไม่ว่าหนูจะตัดสินใจทางไหนป้าก็เคารพการตัดสินใจของหนูนะลูก เพราะไม่ว่ายังไงถึงหนูจะไม่ให้อภัยผู้ชายคนนั้น ป้าก็มั่นใจว่าจะเลี้ยงดูอคินให้ดีที่สุดอยู่แล้ว ป้าอยากให้หนูทำตามหัวใจที่ตัวเองต้องการเถอะ""ค่ะคุณป้า เอมขอเวลาตัดสิ
สี่เดือนผ่านไปอิ่มเอมกับอคินและโอบอุ้มพร้อมภรรยาอยู่กันพร้อมหน้าในบ้านของตัวเอง โดยมีเจ้าสัวสุพจน์และภรรยาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาด้วย หลังจากที่โอบอุ้มได้ทำกายภาพบำบัดรักษาตัวเองจนหายเป็นปกติ แล้วกลับมาพักที่บ้านได้หนึ่งสัปดาห์ส่วนเจ้าสัวสุพจน์และภรรยาก็เดินทางมาเยี่ยมเยียนอิ่มเอมและหลานชายเป็นประจำอยู่แล้ว จึงทำให้ได้มีโอกาสพบกับโอบอุ้มและภรรยาพอดีในช่วงที่กลับมาจากต่างประเทศหลังจากที่โอบอุ้มได้ฟังความจริงต่าง ๆ ทั้งหมดผู้ใหญ่ทั้งสอง เขาก็ไม่คาดคิดเลยว่าน้องสาวต่างมารดาของตัวเองจะเป็นถึงลูกหลานคนมีชื่อเสียงและมีฐานะชาติตระกูลที่สูงส่งแบบนี้ ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าอิ่มเอมไม่ใช่น้องสาวแท้ ๆ มาตลอดก็ตาม แต่สิ่งที่เขาได้รับรู้ก็ทำให้เขาตกใจไม่น้อยเลยโอบอุ้มมองไปที่น้องสาวกับหลานชายตัวน้อย ๆ ที่หลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมกอดของอิ่มเอม ก่อนจะตัดสินใจพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดทันที"เอม...ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของเราสองคน เอมก็รู้ว่าเราลำบากกันมากแค่ไหน พี่รู้ตัวเองมาตลอดว่าพี่ยังไม่สามารถดูแลเอมได้ดีพอ ทั้ง ๆ ที่พี่รับปากต่อหน้าโลงศพพ่อกับแม่ว่าจะดูแลเอมให้ดีที่สุดแท้ ๆ แต่พี่ก็ยังทำให้เอมลำบากมาตลอด ตอ







