เข้าสู่ระบบอิ่มเอมลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความมืดบนพื้นแข็ง ๆ พอรู้สึกตัวก็หายใจลำบาก เพราะความรู้สึกรับรู้ถึงความอึดอัดภายในห้องนี้ได้เป็นอย่างดี
ที่นี่ไม่ใช่ห้องของเธออย่างแน่นอน อิ่มเอมย้อนกลับไปคิดถึงเหตุการณ์ล่าสุดก่อนที่สติของเธอจะดับวูบไป ก่อนจะรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นรัวของตัวเอง แล้วรับรู้ได้ว่าเธอกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงอันตรายเข้าให้แล้ว
มือเล็กพยายามสัมผัสไปที่ผนังห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัสเพื่อหาทางออกในความมืด แต่ในห้องนี้ไม่มีหน้าต่างหรือช่องทางให้หนีได้เลย อิ่มเอมจึงเขย่าลูกบิดประตูเผื่อว่าจะจะเปิดออกได้ แม้ว่าความเป็นจริงจะเป็นแบบนั้นไม่ได้เลย
แกรก!
เสียงลูกบิดประตูถูกเปิดออกพร้อมกับชายแปลกหน้าร่างใหญ่สองคนที่เดินเข้ามา อิ่มเอมรีบถอยหลังจนติดกับผนังห้องไปตามสัญชาตญาณ แต่ก็ดูไม่ออกว่าชายร่างใหญ่สองคนหน้าตาเป็นยังไง เพราะห้องนี้มันมืดเกินไปจนมองอะไรไม่ออก
"พวกคุณเป็นใครคะ ต้องการอะไรจากฉัน แล้วพวกคุณจับตัวฉันมาทำไม" เสียงหวานเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่น เธอไม่สามารถควบคุมร่างกายให้เป็นปกติได้เลย ห้องสี่เหลี่ยมที่มืดและแคบอยู่แล้ว พอมีชายแปลกหน้าสองคนเข้ามาอยู่ในห้องด้วย จากห้องที่คับแคบก็ยิ่งอึดอัดขึ้นไปอีก
ชายสองคนไม่ได้พูดอะไร แต่ก็เอากล่องอาหารและน้ำดื่มมาวางไว้ข้างตัวเธอให้ แล้วหันหลังกลับไปทางประตู
"เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งไป" มือเล็กรีบคว้าข้อมือแกร่งของชายแปลกหน้านั้นทันที "พวกคุณยังไม่ได้ตอบคำถามฉันเลยนะว่าจับตัวฉันมาทำไม"
คนตัวสูงสะบัดมือออกจากการเกาะกุม ก่อนจะเอ่ยประโยคหนึ่งออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
"หุบปากแล้วทานข้าวให้เรียบร้อย อีกครึ่งชั่วโมงฉันจะมาที่นี่อีกครั้ง"
"แต่ว่าคุณคะ คุณยังไม่ตอบคำถามฉันเลยว่าคุณจับตัวฉันมาทำไม"
"บอกให้หุบปากแล้วกินข้าวไป เพราะคืนนี้เธอต้องเข้าไปพบนาย แล้วต้องได้ออกแรงด้วย เพราะฉะนั้นอย่าอ่อนปวกเปียกล่ะ"
"นี่คุณ เดี๋ยวสิ! คุณ!"
ปัง!
เสียงประตูเหล็กหนาถูกปิดใส่หน้าอย่างแรง อิ่มเอมจึงเดินกลับไปที่เดิมก่อนจะสัมผัสกับไฟฉายที่วางไว้ข้างกล่องอาหารด้วย
พอจมูกสัมผัสกับกลิ่นอาหารก็ทำให้เธอรู้สึกหิวขึ้นมาทันที อิ่มเอมจึงรีบรับประทานอาหารที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้อย่างรวดเร็ว
ปัง
เสียงประตูเหล็กถูกเปิดออกอีกครั้งหลังจากผ่านไปสามสิบนาที พร้อมกับผู้ชายร่างใหญ่สองคนที่เดินตรงเข้ามาที่เธอ ก่อนจะมองดูที่กล่องอาหาร
"เธอทานหมดแล้วใช่ไหม"
"ค่ะ"
"ดี…งั้นก็ลุกขึ้น"
"คุณจะปล่อยฉันออกจากที่นี่ใช่ไหมคะ"
"อยู่เงียบ ๆ แล้วตามมา"
"ได้โปรดช่วยตอบคำถามของฉันด้วยเถอะค่ะ"
"ฉันจะไม่พูดย้ำอีกเป็นครั้งที่สอง ถ้าไม่อยากโดนฉุดกระชากออกไปก็ทำตามคำสั่งซะ!"
อิ่มเอมรีบทำตามคำสั่งทันที แล้วเดินตามหลังชายแปลกหน้าไปด้วยความจำใจ
ยิ่งเดินออกมามากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกคุ้นตากับสถานที่แห่งนี้เหลือเกิน อิ่มเอมยิ่งใจเต้นแรงเมื่อเห็นภาพที่ปรากฏอยู่บนผนังที่เธอคุ้นเคย
"พ่อของคาร่านี่นา งั้นที่นี่ก็..."
"ถึงแล้ว" อิ่มเอมชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงของชายแปลกหน้าสองคนบอกแบบนั้น ก่อนจะมองไปยังประตูที่แกะสลักอย่างสวยหรู
"เธอเดินเข้าไปซะ"
"คะ? ให้ฉันไปที่ห้องนี้?"
"เข้าไปสิ นายรออยู่"
อิ่มเอมอิดออดเล็กน้อย แต่มือหนาของชายแปลกหน้าก็ดันหลังเธอเข้าไป จากนั้นก็ปิดประตูห้องทันที
"คุณครูซ!" สิ่งแรกที่เธอเห็นหลังจากเข้าไปในห้องนั้น อิ่มเอมก็เจอใบหน้าของชายที่เธอคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี
"ทำไม? ตกใจอะไรล่ะ แปลกใจมากหรือไงที่เห็นฉัน"
"เปล่าค่ะ ฉันไม่ได้ตกใจ แค่แปลกใจมากกว่าที่ฉันมาอยู่ที่นี่น่ะค่ะ เอ่อ...คาร่า คาร่าล่ะคะ คาร่าหายดีแล้วใช่ไหมคะ ฉันพยายามติดต่อคาร่าอยู่ตลอดแต่ก็ติดต่อไม่ได้ แต่มาที่นี่ก็ดีแล้วค่ะ ฉันจะได้ทราบอาการของคาร่าสักที หวังว่าคงจะเป็นข่าวดีนะคะ"
"เลิกแสดงได้แล้วมั้ง"
"คะ? คุณครูซหมายถึงอะไรคะ" อิ่มเอมไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่พี่ชายของเพื่อนกำลังสื่อ แล้วเธอก็มีคำถามที่อยากจะถามคนตรงหน้ามากมายเหลือเกินว่าทำไมถึงได้จับตัวเธอมาแบบนี้ ถ้าจะให้มาหาคาร่าก็น่าจะบอกกันดี ๆ ก็ได้แท้ ๆ
"เลิกเสแสร้งว่าทำเป็นห่วงอาการของน้องสาวฉันได้ละ คิดอะไรก็แสดงออกมาสิ อย่ามาดัดจริตโดยเฉพาะเวลาอยู่ต่อหน้าฉัน เพราะมันน่ารำคาญ!"
"ฉันไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่คุณกำลังสื่อนะคะ แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะค่ะ ให้ฉันไปเจอคาร่าก่อนได้ไหมคะ ฉันอยากรู้ว่าตอนนี้คาร่าเป็นยังไงบ้าง ฉันเป็นห่วงคาร่าเหลือเกิน ฉันอยากเจอเธอน่ะค่ะ"
"อยากเจอ? ได้สิ! งั้นเธอก็เดินเข้ามาใกล้ ๆ ฉันสิ"
"ค่ะ" อิ่มเอมเดินเข้าไปหาคนตัวใหญ่ที่ยืนกอดอกอยู่ปลายเตียงหรู อิ่มเอมเดินเข้าไปใกล้พอประมาณ ก่อนจะหยุดเดินเพื่อเว้นระยะห่างเล็กน้อย "คุณครูซจะพาฉันไปหาคาร่าใช่ไหมคะ อ๊ะ!"
มือหนาผลักคนตัวเล็กลงเตียงสปริงนุ่มอย่างรวดเร็ว เขาจับที่คอขาวแล้วกดคนตัวเล็กให้จมลงกับเตียงนุ่ม ใบหน้าหล่อเหลาดูเหี้ยมและดุดัน อิ่มเอมตัวสั่นจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อสบสายตาของพี่ชายเพื่อน น้ำตาก็ไหลออกมาเองอัตโนมัติด้วยความกลัวจับใจ
ชีวิตหลังแต่งงานผ่านไปสี่ปีแล้ว วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่สำคัญในชีวิตที่อิ่มเอม วันที่เธอรอคอยอย่างใจจดใจจ่อมาตลอด ชีวิตของนักศึกษาที่เธอได้มีโอกาสกลับไปเรียนอีกครั้งพร้อมกับคาร่า ชีวิตในตอนกลางวันที่เป็นนักศึกษา ส่วนกลางคืนก็เป็นภรรยาและมารดาของลูกชาย ซึ่งอิ่มเอมก็ทำหน้าที่ทั้งสองอย่างได้ดีมาโดยตลอดที่มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังของประเทศ อิ่มเอมและคาร่าในชุดครุยสีเข้ม ที่มีคนสำคัญในชีวิตมาร่วมแสดงความยินดีกันถ้วนหน้า"คุณแม่ครับ คินยินดีกับคุณแม่ด้วยนะครับ วันนี้คุณแม่สวยมาก ๆ เลย""ขอบคุณนะครับลูกชายของแม่ ดอกไม้สวยมากเลยครับ""คินเลือกเองเลยนะครับ คินไปเลือกกับแด๊ดมา แล้วก็คุณย่าคุณปู่ แล้วก็ป้าหญิงกับลุงโอบด้วยครับ แล้วก็มียายลินกับลุงพจน์ด้วยนะครับเสียงของหลานชายตัวน้อยที่พูดเสียงเจื้อยแจ้วก็เรียกเสียงหัวเราะให้ทุกคนได้เป็นอย่างดี"อคินซื้อดอกไม้มาให้อาคาร่าด้วยไหมครับ""นี่ครับของอาคาร่า คินเลือกเองเลยนะครับ""ขอบใจนะครับหลานรักของอา""เดี๋ยววันนี้มีเลี้ยงฉลองที่บ้านด้วยนะลูก แม่ให้คนจัดสถานที่ไว้รอแล้ว""คุณแม่จะจัดให้ยุ่งยากทำไมคะ ไม่เห็นต้องลำบากเลยค่ะ" คาร่าเข้าไปกอดมารดาของตัว
พิธีมงคลสมรสของคู่บ่าวสาวคู่ใหม่ที่จัดงานยิ่งใหญ่สมเกียรติแก่ทั้งสองตระกูลดัง โดยตอนเช้าจะเป็นพิธีหมั้นและจัดพิธีแต่งในวันเดียวกันทั้งหมดแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวคู่ใหม่กันอย่างคับคั่ง โดยสถานที่จัดงานเป็นโรงแรมหรูอันดับหนึ่งระดับประเทศซึ่งได้เช่าพื้นที่จัดงานชั้นบนสุดโดยเช่าตึกไว้ทั้งชั้นสำหรับจัดงานแต่งของวันนี้โดยเฉพาะงานแต่งงานของครูซและอิ่มเอมที่จัดงานกันอย่างยิ่งใหญ่สมฐานะ ก็มีทั้งดารานักแสดง นักธุรกิจ นักลงทุนและคนรู้จักต่างก็มาร่วมงานกันอย่างล้นหลาม ในงานธีมสีขาวที่จัดแต่งด้วยดอกกุหลาบสีขาวไปทั่วทั้งงานอย่างยิ่งใหญ่อลังการ จนเป็นที่ประทับใจของแขกที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก"เหนื่อยไหมครับเจ้าสาวของพี่" หลังจากงานแต่งงานเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งสองคนก็อยู่ในห้องหอที่เป็นห้องของครูซ โดยที่เตียงตกแต่งด้วยกลีบกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วห้องกว้างเป็นอย่างดีห้องนอนที่เธอคุ้นเคย เป็นห้องนอนที่เธอจำได้ไม่มีวันลืม เพราะห้องนี้เป็นห้องที่เต็มไปด้วยความทรงจำที่แสนเศร้า แต่อิ่มเอมก็ได้แต่แปลกใจที่ตัวเองกลับไม่ได้รู้สึกกลัวเหมือนกับตอนนั้นอีกแล้ว เพราะตอนนี้เธ
ภาพพาดหัวข่าวของครูซและอิ่มเอมที่ขอแต่งงานกันในงานแต่งของโอบอุ้ม ก็กลายเป็นข่าวดังไปในชั่วข้ามคืน ทั้งสื่อออนไลน์ หนังสือพิมพ์และนิตยสารต่าง ๆ ก็พากันเล่นข่าวนี้กันมากมาย เพราะครูซถือเป็นนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่แนวหน้าของประเทศในตอนนี้ที่ทุกคนต่างก็จับตามอง แถมยังมีหวานใจเป็นถึงหลานของเจ้าสัวผู้ยิ่งใหญ่ที่มีโรงงานอุตสาหกรรมมากมายในประเทศด้วยถือเป็นข่าวที่สะเทือนวงการธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะสองครอบครัวตระกูลดังที่มีอิทธิพลต่อวงการธุรกิจกำลังเกี่ยวดองกัน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อทั้งสองตระกูลเป็นหนึ่งในครอบครัวเดียวกันแล้ว นั่นก็หมายถึงความยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามของสองตระกูลก็ยิ่งมีมากขึ้นอีกเท่าตัวหลังจากที่ครูซได้คุกเข่าขอแต่งงานกับอิ่มเอมแล้ว วันต่อมาเขาก็พาครอบครัวมากราบขอขมาและมาแนะนำตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งกับคนสำคัญของอิ่มเอมด้วยผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างก็พูดคุยและปรึกษากันถึงข่าวดีที่จะเกิดขึ้นอีกในเร็ว ๆ นี้ โดยที่อิ่มเอมก็จ้องไปที่บิดาของครูซที่เป็นชาวต่างชาติแทบไม่วางตา ใบหน้าคมหล่อเหลาที่เหมือนว่าที่สามีของเธอราวกับถอดมาจากพิมพ์เดียวกัน จนเธอไม่แปลกใจเลยว่าเขาได้ใบหน้าหล่อเหลาแบบนี้ม
บรรยากาศในบริเวณคฤหาสน์หรูของเจ้าสัวสุพจน์ก็เป็นไปด้วยความชื่นมื่น มีแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีกับงานแต่งงานสุดยิ่งใหญ่ของคู่บ่าวสาวที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่งงานแต่งงานของหลานชายเจ้าสัวตระกูลใหญ่ที่มีสื่อมวลชนและแขกมากมายเนืองแน่น โดยโอบอุ้มกับสมหญิงที่ยืนต้อนรับแขกที่ซุ้มดอกไม้สีขาวขนาดใหญ่พร้อมกับครอบเจ้าสัวสุพจน์และภรรยาที่ยืนต้อนรับแขกอยู่ด้วยอิ่มเอมกับอคินที่เป็นเจ้าของงานก็แต่งตัวด้วยชุดหรูของแบรนด์เนมชื่อดังที่สั่งตัดเป็นพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ส่วนอคินก็วิ่งวุ่นทักทายแขกไปทั่วด้วยความสนุกสนานตามประสาเด็ก แขกในงานต่างก็อมยิ้มด้วยความเอ็นดูในความฉลาดของเด็กชายตัวน้อยบรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนในงานที่อิ่มเอมกับบรรยากาศแห่งความสุขนี้ จนงานมงคลสมรสก็เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของงาน เป็นช่วงเวลาที่สาว ๆ ในงานต่างก็ตื่นเต้น เพราะจะเป็นช่วงที่เจ้าสาวต้องโยนช่อดอกไม้ก่อนจะจบงานมงคลนี้อิ่มเอมก็มองหาลูกชายไปทั่วงานด้วยความเป็นห่วง เพราะกลัวเหลือเกินว่าลูกชายจะไปเล่นซนที่ไหน โดยไม่ได้สนใจเสียงกรีดร้องของสาว ๆ ที่กำลังรอรับช่อดอกไม้ของเจ้าสาวก
"อะไรนะลูก จริงหรือที่ว่าลูกชายของคุณคริสและคุณมุนีคือพ่อของอคินหลานป้า" ไพลินตกใจกับข่าวใหม่เป็นอย่างมาก เพราะเธอทราบดีว่าลูกสาวของเธอชอบครูซมากขนาดไหน ถึงแม้ทั้งสองคนจะไม่ได้ติดต่อหรือพูดคุยกันอีกแล้ว แต่เธอก็รู้ว่าลูกสาวของเธอยังอาลัยอาวรณ์ชายหนุ่มอยู่ไม่น้อย"ค่ะคุณป้า""ถึงว่าแหละ ลูกชายของคุณมุนีถึงอยากจะมาที่นี่หลายครั้ง ป้าก็ยังงง ๆ อยู่ว่าทำไมเขาถึงได้อยากจะมาไหว้ป้ากับลุงอย่างเป็นทางการ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ตอนแรกป้าก็คิดว่าเขาอยากจะมาทาบทามเพราะอยากคุยกับนับดาวต่อเสียอีก"อิ่มเอมไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะเธอก็ไม่รู้จะทำยังไงต่อไปเหมือนกัน หลังจากย้ายมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้เจอหน้ากันมาสองสัปดาห์แล้ว ก็มีแค่คาร่าที่มาที่นี่ประจำเพราะเป็นปกติของคาร่าที่จะมาหาเธอและอคินบ่อย ๆ อยู่แล้ว"แล้วนี่เอมจะเอายังไงต่อล่ะลูก เรื่องราวร้าย ๆ ที่ผ่านมามันอาจจะทำให้หนูฝังใจ ไม่ว่าหนูจะตัดสินใจทางไหนป้าก็เคารพการตัดสินใจของหนูนะลูก เพราะไม่ว่ายังไงถึงหนูจะไม่ให้อภัยผู้ชายคนนั้น ป้าก็มั่นใจว่าจะเลี้ยงดูอคินให้ดีที่สุดอยู่แล้ว ป้าอยากให้หนูทำตามหัวใจที่ตัวเองต้องการเถอะ""ค่ะคุณป้า เอมขอเวลาตัดสิ
สี่เดือนผ่านไปอิ่มเอมกับอคินและโอบอุ้มพร้อมภรรยาอยู่กันพร้อมหน้าในบ้านของตัวเอง โดยมีเจ้าสัวสุพจน์และภรรยาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาด้วย หลังจากที่โอบอุ้มได้ทำกายภาพบำบัดรักษาตัวเองจนหายเป็นปกติ แล้วกลับมาพักที่บ้านได้หนึ่งสัปดาห์ส่วนเจ้าสัวสุพจน์และภรรยาก็เดินทางมาเยี่ยมเยียนอิ่มเอมและหลานชายเป็นประจำอยู่แล้ว จึงทำให้ได้มีโอกาสพบกับโอบอุ้มและภรรยาพอดีในช่วงที่กลับมาจากต่างประเทศหลังจากที่โอบอุ้มได้ฟังความจริงต่าง ๆ ทั้งหมดผู้ใหญ่ทั้งสอง เขาก็ไม่คาดคิดเลยว่าน้องสาวต่างมารดาของตัวเองจะเป็นถึงลูกหลานคนมีชื่อเสียงและมีฐานะชาติตระกูลที่สูงส่งแบบนี้ ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าอิ่มเอมไม่ใช่น้องสาวแท้ ๆ มาตลอดก็ตาม แต่สิ่งที่เขาได้รับรู้ก็ทำให้เขาตกใจไม่น้อยเลยโอบอุ้มมองไปที่น้องสาวกับหลานชายตัวน้อย ๆ ที่หลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมกอดของอิ่มเอม ก่อนจะตัดสินใจพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดทันที"เอม...ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของเราสองคน เอมก็รู้ว่าเราลำบากกันมากแค่ไหน พี่รู้ตัวเองมาตลอดว่าพี่ยังไม่สามารถดูแลเอมได้ดีพอ ทั้ง ๆ ที่พี่รับปากต่อหน้าโลงศพพ่อกับแม่ว่าจะดูแลเอมให้ดีที่สุดแท้ ๆ แต่พี่ก็ยังทำให้เอมลำบากมาตลอด ตอ

![สิงขร [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





