Masukบทที่ 107 คืนนี้แม่จัดเองจางอี้เฉินที่กำลังจะอธิบายคดีถึงกับชะงัก เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่รู้สึกได้ว่าอาจารย์เยว่…กำลังไม่พอใจอะไรบางอย่าง อาหยางยืนนิ่งด้านหลังเธอ สายตาคมกริบสแกนรอบห้องอย่างเงียบงันความรู้สึกเหมือนพร้อมช่วยคนที่เข้ามาใกล้นายหญิงมู่เหยาหันมองซ้ายขวาเล็กน้อยกะพริบตารัวเหมือนระบบ
อีกมุมหนึ่งของโกดัง ใกล้ประตูเหล็กบานเลื่อนที่ปิดไม่สนิท มีชายสองคนยืนอยู่ใต้หลอดไฟสลัวๆ คนหนึ่งสวมแจ็กเก็ตสีดำ หมวกกันน็อกยังสวมคาหัว ปิดทั่วใบหน้า อีกคนใส่หมวกแก๊ปเก่าๆ สูบบุหรี่คาบไว้ตรงมุมปาก กลิ่นควันผสมกับกลิ่นสนิมจนอากาศขมไปทั้งโกดังเสียงสนทนาแผ่วต่ำของพวกเขาลอยมาเป็นช่วงๆ ท่ามกลางความเงียบ“
บทที่ 106 โทสะของแม่“ส่วนคดีลักพาตัวที่พวกคุณทำอยู่…”ทันทีที่ประโยคนี้ดังขึ้นบรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นตึงเครียดขึ้นกว่าเดิม เหอไป๋เฉิงหลังตั้งตรง เจียงหลินหยุดหายใจไปชั่วขณะ กู้เหวินอันเพิ่งจะยกแท็บเล็ตขึ้นก็หยุดนิ่งกลางอากาศ เซี่ยเหมิงเหมิงแทบทำปากกาในมือหลุด พวกเขาต่างตะลึงเพราะไม่มีใครพูดถึงคดีที่
ซินเหยาหรี่ตาลงเล็กน้อย“ฉันเห็นใบหน้า แต่ไม่มีชื่อในความทรงจำของผู้ตาย ดูเหมือนว่าเธอจะปลอมชื่อตัวเอง”ความเงียบอึดอัดปกคลุมทั้งห้อง เสียงของมู่เหยาดังขึ้นในหัวของซินเหยาอย่างสุภาพ“นายหญิง…ฉันสามารถร่างภาพได้ค่ะ…จิตเชื่อมกันพวกเราเห็นเหมือนที่นายหญิงเห็น…เพียงแต่ต้องอัพสกิลค่ะ”ทันใดนั้น หน้าจอโปร
บทที่ 105 หญิงปริศนาทันทีที่คำพูดสิ้นสุดลง บรรยากาศทั้งห้องประชุมเหมือนถูกตรึงไว้ด้วยความหนักแน่นบางอย่าง ทุกคนมองหน้าเธออย่างตั้งใจ แม้แต่จางอี้เฉินที่ปกติไม่ค่อยแสดงออกทางสีหน้าก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย คล้ายจะประหลาดใจ เจียงหลินเอียงตัวมองแฟ้มอย่างสงสัย“คดีนี้เหรอคะ? เป็นคดีคนรวยเสียชีวิตโดยไม่ทรา
“เรามีนัดกับคุณจางอี้เฉินค่ะ”เจ้าหน้าที่รับบัตร จังหวะที่ชายหนุ่มเห็นบัตรสีแดงที่ใช้เฉพาะบุคคลระดับสูงหรือบุคคลที่ต้องอำนวยความสะดวกเป็นพิเศษเขาถึงกับยืดตัวตรงและโค้งเล็กน้อยโดยอัตโนมัติ“ดะ…ได้เลยครับ! เดี๋ยวผมพาไปห้องรับรอง!” เขาพูดกับซินเหยาด้วยทางท่าสุภาพและตื่นตระหนก จากนั้นจึงเขาตะโกนไปทางด้







