[ลลิน Part]
เชื่อไหมว่าชีวิตคนเราเนี่ย แค่เดินผ่านประตูห้องทำงานของบอสสุดหล่อ ก็สามารถกลายเป็นเรื่องเครียดแห่งชาติได้ และที่แย่ไปกว่านั้นคือระบบที่ตะโกนใส่หูไม่หยุด
[ระบบหญิง] “แขน อก หน้าท้อง อย่าช้า! พุ่งตัวไปเลย!!!”
[ระบบชาย] “หากภารกิจล้มเหลว หักเงินสองเท่า และห้ามทำตัวน่าสงสัย”
ใช่ค่ะ ชีวิตฉันตอนนี้เหมือนเดินอยู่บนเส้นด้ายขึงตึง
เส้นหนึ่งคือ “เงินรางวัล 2,000 บาท”
อีกเส้นหนึ่งคือ “โดนไล่ออก+ติดลิสต์คนโรคจิต”
ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ที่โต๊ะเล็ก ๆ ในมุมห้องทำงานบอส พี่พรรณรายบอกว่าวันนี้บอสจะเทสงานเองก่อน เขานั่งไขว้ขา อ่านเอกสารอย่างหล่อเหลาอยู่ไม่ไกลโดยไม่พูดกับฉันเลย นอกจากคำทักทายเมื่อเช้าตอนพี่พรรณรายพาฉันมาแนะนำตัว
เสียงนุ่มลึกแบบนั้นมันไม่ควรปล่อยผ่านจริง ๆ ให้ตายสิ!
แต่ฉันจะหลงไม่ได้ เพราะฉันมีภารกิจลับต้องทำ!
“จับแขนก่อน ต้องเริ่มจากแขน” ฉันคิดในใจ พลางหยิบแฟ้มขึ้นมาเดินไปที่โต๊ะเขา
“เอ่อ…ท่านประธานคะ นี่เอกสารที่ฝ่ายบุคคลฝากมาให้ค่ะ”
เขาเงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อย ดวงตาคมคู่นั้นประสานเข้ากับสายตาฉันแบบตรง ๆ
ฉันเผลอกลืนน้ำลายไปหนึ่งอึก
“วางไว้บนโต๊ะเลย”
“อะ เอ่อ…ค่ะ”
โอกาสทอง!
ฉันวางแฟ้มไว้บนโต๊ะ แล้วแกล้งสะดุดขอบโต๊ะนิด ๆ มือข้างหนึ่งทิ้งตัวไปหา…
แปะ!
แขนเสื้อสูทของเขา...
[ระบบหญิง] “เย้~ จับแขนสำเร็จ 1/3 แล้ว~ เหลืออกกับหน้าท้องนะจ๊ะ!”
[ระบบชาย] “คุณได้รับโบนัสย่อย 500 บาท กรุณาอย่าทำตัวน่าสงสัย”
ฉันผละตัวกลับมานั่งแทบไม่ทัน หัวใจเต้นตึกตักเมื่อถูกเขามองด้วยสายตาประหลาด
“ระวังหน่อยสิ โต๊ะมันไม่วิ่งหนีหรอก”
เสียงราบเรียบมาก แต่ฉันรู้สึกได้ว่ามันมีการระแวงแฝงอยู่
โอ๊ย! ฉันกลายเป็นผู้หญิงน่าสงสัยไปแล้วแน่ ๆ!!
“ยังเหลืออกกับหน้าท้องอีก ทำไมถึงยากเย็นขนาดนี้วะเนี่ย!”
ฉันฟุบหน้ากับโต๊ะพลางพร่ำบ่นอยู่ในใจ ระหว่างนั้น บอสลุกออกจากโต๊ะเพื่อเดินไปหาหนังสือในชั้นวางด้านข้าง
เสื้อนั่นแนบเข้ากับเรือนร่างเขาแบบพอดีเป๊ะ
โอ้โห อก! ท้อง! มาครบ!
แต่จะให้พุ่งเข้าไปตอนนี้เหรอ!?
ฉันค่อย ๆ ขยับตัวเข้าใกล้ ทำเป็นช่วยหยิบหนังสืออีกเล่มในชั้นเดียวกัน แขนเราชนกันอีกครั้ง
“โอ๊ะ ขอโทษค่ะ…”
เขาหันมามอง “คุณมีปัญหาเรื่องการทรงตัวเหรอ?”
“มะ ไม่ค่ะ แค่ผิดจังหวะนิดหน่อย”
เงียบ…
เขายืนนิ่งมองฉัน 3 วินาทีได้ แล้วก็เดินกลับไปนั่งโดยไม่พูดอะไรต่อ
[ระบบหญิง] “บอสเริ่มจับไต๋ได้แล้วนะ! เราต้องเนียนมากกว่านี้!”
[ระบบชาย] “ภารกิจยังเหลืออีก 2 จุด กรุณาปรับกลยุทธ์”
ฉันถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้
นี่มันวันแรกนะ ชีวิตพนักงานออฟฟิศที่มีระบบบ้า ๆ ตามหลอกหลอนแบบนี้ ช่างเหนื่อยใจจริง ๆ!
[คิริน Part]
ผมเงยหน้ามองหญิงสาวที่นั่งลุกลี้ลุกลนบนโต๊ะทำงานอย่างมีพิรุธ
สายตาเธอกวาดมองไปทั่ว เหมือนจะหาจังหวะอะไรบางอย่าง
นี่เธอคิดจะทำอะไร?
ผมรู้สึกแปลกใจตั้งแต่ที่เธอสะดุดโต๊ะแล้วมาแตะที่แขนผมแบบพอดีเป๊ะ พอผมลุกไปหยิบหนังสือ เธอก็ตามมาชนอีก
“บังเอิญเกินไปไหม...”
ผมคิดในใจพลางหลุบตามองแผ่นหลังเล็ก ๆ ที่นั่งนิ่งเหมือนกำลังสำนึกผิดอยู่ ถ้าเป็นพนักงานใหม่ทั่วไป ผมคงมองว่าเธอตื่นเต้น แต่คนคนนี้ ไม่ปกติ...
เธอเหมือนซ่อนอะไรบางอย่างเอาไว้ หรือไม่ก็อาจมีแผนอะไรในหัวที่ไม่ใช่เรื่องธรรมดา
แต่น่าแปลก แทนที่จะรู้สึกโมโหหรือระแวงมากกว่านี้ แต่ผมกลับกำลังรู้สึกสนุก
“ดูซิว่าเธอจะทำอะไรต่อ”
ผมแสร้งกลับไปอ่านเอกสาร ทำเหมือนไม่สนใจ แต่ยังเฝ้าจับตาทุกฝีก้าว
[ลลิน Part]
เวลาเดินช้าเหมือนหอยทาก ตอนนี้จะเที่ยงแล้ว! ผ่านไปแล้วครึ่งวัน ฉันยังทำภารกิจผ่านแค่จุดเดียว
ยังเหลืออกกับหน้าท้องที่ไม่รู้จะทำยังไงถึงจะสัมผัสได้
“หรือต้องทำเหมือนในละครวะ เดินผ่าน สะดุดแล้วคว้าไว้?”
ไม่เวิร์ก ๆ บอสฉลาดขนาดนี้ เขาอาจสงสัยได้
ฉันถอนหายใจ หยิบแก้วน้ำลุกขึ้นเดินไปกดน้ำดื่ม สายตาเหลือบไปเห็นบอสกำลังเปิดโน้ตบุ๊กและโทรศัพท์แนบหูไปด้วย
โอกาส!
พอเห็นเขาวางสาย ฉันรีบเดินเข้าไป “เอ่อ ท่านประธานคะ มีเอกสารให้เซ็นค่ะ”
เขารับไปโดยไม่เงยหน้าขึ้น แต่ฉันเห็นแววตาเขาชำเลืองผ่านขอบแว่นเล็กน้อย
ฉันยื่นมืออีกข้างไปแตะแฟ้มกระดาษ และแล้ว...
วืด~
“อ๊ะ!”
ฉันเสียหลักจริง ๆ มือซ้ายพุ่งไปชนกับอกเขาเบา ๆ ก่อนจะรีบถอยออกแทบไม่ทัน
หน้าอกแน่น ๆ แบบนั้นมัน... หูยยย
[ระบบหญิง] “ว้ายยยยย~ สำเร็จอีก 1 จุด! อก~ ผ่านนน~!!”
[ระบบชาย] “คุณได้รับโบนัสย่อย 700 บาท ระวังบอสเริ่มสงสัย”
ฉันรีบถอยออกอย่างมีมารยาทสุด ๆ แล้วก้มหน้าจนเกือบจะมุดไปอยู่ใต้โต๊ะ
“ขะ...ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
เขายังคงเงียบ แต่สายตานั้นจ้องฉันนิ่งราวกับรู้ว่า ฉันจะทำอะไร
[คิริน Part]
อก
เธอชนอกผม
ถึงจะไม่แรง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่บังเอิญเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ ในห้องทำงานแบบนี้ ผมวางแฟ้มลง มองใบหน้าที่แดงซ่านของเธอ ยัยตัวแสบก้มหน้า ไม่กล้าสบตากับผม
“คุณไม่สบายรึเปล่า?”
ผมถามเบา ๆ แต่แฝงความท้าทายในน้ำเสียง
“มะ...ไม่ค่ะ!”
“แน่ใจเหรอ? ผมเห็นว่าคุณเดินเซหลายรอบแล้วนะ”
“เอ่อ คือ…”
เธอเงียบไปก่อนจะเบือนหน้าหนี ทำเป็นหยิบเอกสารกลับไปจัดที่โต๊ะตัวเอง
ผมยิ้มมุมปากน้อย ๆ “ดูซิว่าต่อไปเธอจะทำอะไรอีก”
[ลลิน Part]
เหลือแค่หน้าท้อง...
โอ้พระเจ้า! หน้าท้องเนี่ยนะ
ฉันนั่งตัวเกร็งอยู่ที่โต๊ะ หัวใจเต้นรัวเป็นกลอง มือไม้เย็นเฉียบเหมือนน้ำแข็ง แค่แขนกับหน้าอกก็แทบไม่รอดแล้วยังมีหน้าท้องอีกเหรอ?
[ระบบหญิง] “สู้เขา! อีกนิดเดียวก็ครบสามจุดแล้ว~ นึกถึงเงินเข้าไว้!”
[ระบบชาย] “หากล้มเหลวในช่วงท้าย จะถูกปรับเงินสองเท่า โปรดทำภารกิจอย่างรอบคอบ”
ฉันกัดริมฝีปากตัวเองแน่น ตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึง 2 ชั่วโมงก่อนเลิกงาน ฉันต้องลงมือแล้ว!
แต่จะลงมือยังไงไม่ให้ดูเหมือนโรคจิต
ฉันนั่งคิดแผนอยู่นานจนกระทั่งเห็นบอสลุกขึ้นจากโต๊ะ หยิบแก้วน้ำเดินออกไปที่เครื่องกดน้ำด้านข้างห้อง
“โอ้โห หุ่นนั่น กล้ามท้องซ่อนอยู่แน่ ๆ”
โอ๊ยยยย ลลิน! หยุดคิดเดี๋ยวนี้นะ!
บ่นไปแต่สมองไม่หยุดปั่นแผน
ฉันลุกขึ้น หยิบแฟ้มเอกสารที่แอบเตรียมไว้ให้เขาเซ็น แล้วเดินไปทางนั้นด้วยท่าทีที่เนียนที่สุดในชีวิต
เขาหันมาเล็กน้อยตอนได้เสียงยินฝีเท้า
“คุณมีอะไร?”
“เอ่อ…มีเอกสารเซ็นเพิ่มเติมค่ะ”
เขามองมาด้วยสายตาเหมือนจับผิดสุดฤทธิ์ แต่ก็ยื่นมือมารับแฟ้มไป
และโอกาสก็มาในจังหวะที่ แฟ้มหลุดจากมือเขา!
“อ๊ะ!”
ฉันรีบก้มลงจะเก็บ แล้วก็ “บังเอิญ” สะโพกฉันไปกระทบกับหน้าท้องเขาอย่างจัง
“โอ๊ยยย…”
สัมผัสครบ 3 จุด!
[ระบบหญิง] “ปังไม่ไหว! สามจุด! ปิดภารกิจอย่างสวยงาม~”
[ระบบชาย] “ภารกิจสำเร็จ ได้รับเงิน 2,000 บาท จะโอนเข้าบัญชีทันทีตอนเลิกงานวันนี้”
ฉันรีบเงยหน้าขึ้นแบบตกใจสุดชีวิต
“ขอโทษค่ะ! ฉันไม่ได้ตั้งใจ!”
[คิริน Part]
ยัยตัวแสบก้มลงเก็บแฟ้ม และกระแทกหน้าท้องผมเต็ม ๆ
ไม่แรง แต่แม่นยำจนน่าแปลกใจ
ผมไม่พูดอะไร แค่มองเธอที่ลนลานก้มหน้าก้มตาจนแทบจะหายตัว
เธอรีบขอโทษ แล้วก็คว้าแฟ้มกลับไปแบบเร็วจี๋
“มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลแน่...”
พนักงานฝึกงานที่เดินชนผม 3 ครั้งในวันเดียว
แถมแต่ละจุดที่ชน ช่างเลือกตำแหน่งได้ดีซะจริง
ผมยกมือขึ้นแตะหน้าท้องเบา ๆ แล้วถอนหายใจ
“เธอคิดจะทำอะไรกันแน่ ลลิน พิชญธิดา...”
แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้อง ร่างบางเล็กขยับตัวเล็กน้อย รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่โอบกอดตัวเธออยู่ เมื่อลืมตาขึ้น เธอก็แทบอยากมุดลงไปใต้เตียงเมื่อรู้ว่าตอนนี้เธออยู่ในอ้อมกอดของคิรินเมื่อคืนหลังจากกิจกรรมร้อนรักบนเตียง เธอก็เผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยคนตัวเล็กหัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก เธอหลับตาแน่น ทำเป็นเหมือนยังไม่ตื่น ทั้งที่จริง ๆ แล้วตอนนี้มันรู้สึกเขินจนตัวแทบระเบิด ขืนดิ้นลุกขึ้นไปตอนนี้ เขาต้องรู้แน่ว่าเธอตื่นแล้วแต่....ลิลินอดไม่ได้ที่จะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นแอบมองใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาใกล้ ๆ ขอมองอีกหน่อย มองแบบนี้อีกสักหน่อยเถอะ ดวงตาคมที่ปิดสนิท ริมฝีปากได้รูป และเส้นผมที่ปรกหน้าผากนิด ๆ ทุกอย่างมันช่างดูดีไร้ที่ติไปหมด“บ้าเอ๊ย! ยัยลิลิน ทำไมต้องใจเต้นแรงเพราะเขาด้วยเนี่ย”หญิงสาวอุบอิบในใจ ใบหน้าเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาเธอจ้องมองเขาอยู่สักพักก็ค่อย ๆ ยกมือขึ้น ลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะปล่อยให้ปลายนิ้วแตะเบา ๆ ไปตามแนวกรามของเขา ไล้ขึ้นไปที่แก้ม แล้วหยุดอยู่ตรงริมฝีปากนั้น“คนอะไร หล่อจัง...” คนตัวเล็กพึมพำเสียงเบาเหมือนกลัวใครได้ยินแต่ทันใดนั้นเอง ร่างสูงก็ขยั
อุณหภูมิในห้องสูงขึ้นทีละน้อยพร้อมมือของเขาที่ขยับอย่างมั่นใจแต่ระมัดระวัง ฉันปล่อยให้อารมณ์พาไปช้า ๆ อย่างคนที่ยอมแพ้ต่อแรงดึงดูดที่ตัวเองพยายามต่อต้านมาหลายครั้ง จนกระทั่ง...มือหนานั้นเลื่อนไล้ลงมาปลดกระดุมเสื้อของฉันทีละเม็ด...“บะ...บอส”ฉันเอ่ยอย่างอยากลำบาก พยายามสูดเอาอากาศหลังจากที่คิรินผละจูบออก“หากเธอปฏิเสธตอนนี้ ฉันจะหยุด”ฉันไม่ตอบ ได้แต่หลับตาลงช้า ๆ ปล่อยให้อารมณ์นำพาทุกอย่างคิรินโน้มเข้ามาจูบฉันอีกครั้ง คราวนี้มันกลับร้อนแรงก่อนครั้งก่อน เสื้อผ้าที่ปกปิดกายฉันถูกปลดเปลื้องออกจนหมดด้วยมือไม้ที่ซุกซนของเขา ฉันเขินอายจะไม่กล้าลืมตามองริมฝีปากหนาค่อย ๆ ซุกไซ้ลงมาที่ซอกคอ และไล่ลงมาเรื่อย ๆ จนถึงเนินอกที่ตอนนี้เม็ดทับทิมสีชมพูระเรื่อกำลังตั้งชูชันจากการถูกปลุกเร้าแผล่บ“อ๊า~”คนตัวเล็กเผลอร้องครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอเชิดคอขึ้นด้วยความเสียวซ่าน มือเรียวยกขึ้นขยำกลุ่มผมระบายความเสียว“อื้อออ...”ร่างบางเล็กบิดเร่าเมื่ออีกฝ่ายเลื่อนไล้ลิ้นร้อนลงมาผ่านหน้าท้อง ตอนนี้ทั้งร่างร้อนวูบวาบ ห้ามความเสียวที่ได้รับไม่อยู่จนร่างบางส่งเสียงร้องครางไม่เป็นภาษาลิ้นร้อนเลื่อนผ่านล
[ลิลิน]ริมฝีปากฉันยังชาอยู่เลยหลังจากที่เขาผละออก แผ่นหลังชนผนังเบา ๆ ลมหายใจไม่ยอมเข้าที่ มือที่เคยกอดอกอยู่เผลอเลื่อนขึ้นแตะมุมปากตัวเองแบบโง่ ๆ เหมือนเด็กเพิ่งถูกขโมยลูกอมจากปากแบบไม่ตั้งตัวคิรินยังนั่งอยู่ใกล้มาก ใกล้จนเงาของเขาทับเงาฉัน กลิ่นน้ำหอมสะอาด ๆ ที่คุ้นเคยปะปนกับกลิ่นผ้าฝ้ายจากเสื้อเชิ้ตของเขาทำให้หัวใจฉันเต้นไม่เป็นจังหวะ เขาก้มลงนิดเดียว สบตาฉันนิ่ง ๆ ก่อนถามช้า ๆ“ที่เธอหงุดหงิดแบบนี้ เพราะหึงฉันเหรอ”คำว่าหึงกระแทกเข้ากล่องเสียงฉันดังตุบ! จนฉันเผลอกลืนน้ำลายฝืด ๆ ลงคอ ร้อนฉ่าที่หน้า ร้อนที่ปลายหู ร้อนถึงกลางอก“ใครหึงคะ ไม่มี” ฉันตอบทันที เร็วเกินไปจนฟังดูน่าสงสัยเข้าไปใหญ่เขายกคิ้วน้อย ๆ “เหรอ”“ก็แค่...”ฉันหลบสายตา พลิกหาคำแก้ตัวในหัวเหมือนคนกำลังค้นหาทางออกในเขาวงกต “ก็แค่ขัดตา ขัดใจ ขัดระบบนิเวศทางสายตาเฉย ๆ”มุมปากเขายกขึ้นน้อยมาก แบบ แทบมองไม่เห็น แต่ฉันเห็น “ขัดระบบนิเวศทางสายตา?”“ค่ะ” ฉันตอบกลับแบบห้วน ๆ“หึ!”เขาหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมของเขาอุ่นขึ้นกว่าตอนเข้ามาในห้อง “ลิลิน”“คะ”“มองฉัน”ฉันฝืนเงยหน้าขึ้น ทั้งที่ในอกกำลังชุลมุนวุ่นวาย เขาโน้มหน้าลงจนป
[ลิลิน]เช้าวันจันทร์เริ่มต้นแบบไม่ธรรมดา ตั้งแต่ประตูลิฟต์ชั้นผู้บริหารเลื่อนเปิดแล้วเจอช่อดอกไม้ใหญ่เบ่อเริ่มตั้งเด่นอยู่หน้าห้องประธานพร้อมการ์ดสีทองแวววาวเขียนว่า “ยินดีต้อนรับสู่สัปดาห์ใหม่ค่ะ - มินตรา” ตัวหนังสือสวยจัดเหมือนผ่านการคัดลายมือมาโดยเฉพาะฉันยืนถือแก้วกาแฟในมือสองแก้วที่เพิ่งซื้อมาจากร้านกาแฟชั้นล่างของตึก แก้งนึงของฉัน ส่วนอีกแก้วคือของบอสก๊อก ก๊อก ก๊อก“เข้ามา”เสียงของบอสเรียบตามสไตล์ ฉันเปิดประตูเข้าไปแต่ภาพที่เห็นทำให้ฝ่าเท้าชะงักไปในเสี้ยววินาทีมินตราในชุดเดรสคัตติ้งนั่งไขว่ห้างบนโซฟารับแขก ข้างตัวเธอคือแฟ้มหนังชั้นดี ฝั่งตรงข้ามคิรินนั่งหลังตรง สายตานิ่ง ฟังเธอพูดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการลงทุนร่วม ผูกพันธมิตรทางธุรกิจฉันวางแก้วกาแฟลงที่โต๊ะข้างเขา“เอสเปรสโซ่กับน้ำแร่ของบอสค่ะ”มินตราหันมาและยิ้มหวานใส่ฉัน“ดีจังเลยนะคะ คุณคิรินช่างมีเลขาที่เอาใจใส่ซะจริง”น้ำเสียงนั้นบ่งบอกว่าเธอไม่ได้กำลังชมฉัน แต่กำลังกระแนะกระแหนอย่างเห็นได้ชัดฉันยิ้มตอบตามมารยาทเพียงสั้น ๆ “ขอบคุณค่ะ”....[ระบบหญิง] “แป๊ง! ยกที่หนึ่ง เริ่มได้!”....เสียงจากระบบหญิงดังขึ้นอย่างแซว ๆ
พอได้รับคำพูดแบบจากอีกฝ่าย คำพูดที่ทำให้รู้สึกเหมือนโดนวัดราคา ฉันก็ค้อมหัวรับ “ขอบคุณนะคะ”เธอเท้ามือกับพื้นโต๊ะ เล่นขอบแก้วไวน์ด้วยนิ้วนาง “คุณคิรินน่ะเป็นคนละเอียด เขาไม่ค่อยพาใครออกงานด้วยบ่อย ๆ”มิตราเอียงหน้าหน่อยเดียวแล้วยิ้ม “แต่ก็ดีใจแทนนะ ที่วันนี้เขาอุตส่าห์พามาด้วย”ประโยคนี้ฟังแล้วรู้สึกถึงการเหยียดหยามได้ชัดเจนมาก ผู้หญิงคนนี้กำลังประกาศเป็นศัตรูกับฉันสินะ!“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะ” ฉันพูดแค่นั้น แล้วรีบเดินออกไป ถ้าอยู่นานกว่านี้ ฉันอาจจะเผลอฟาดหน้ายัยนี่ไปสักฉาดแต่แล้วธอก็เดินตามมาที่โต๊ะที่พวกเรานั่งอยู่ มือเรียววางแก้วลงอย่างมีจังหวะ “เจอกันระเบียงฝั่งซ้ายนะคะ อย่าลืมล่ะ วิวตอนกลางคืนสวยมาก คุณต้องไปให้ได้นะ”ท้ายประโยค มินตราก็ขยิบตาให้คิรินหนึ่งครั้งเป็นการเชิญชวนฉันถือแก้วสองใบในมือ สูดลมหายใจเข้าลึก แล้วยื่นแก้วน้ำแร่ให้บอส เขารับโดยไม่เงยดูว่าใครเป็นคนยื่นให้ เหมือนมือเราฝึกจังหวะกันมาหลายร้อยครั้ง นิ้วเราเฉียดกันแวบเดียว ความอุ่นนั้นยังทำให้ใจฉันสั่นไหว“ขอบใจ” เขาพูดเบามาก“ค่ะ” ฉันตอบเสียงเบาไม่ต่างกันเพลงไวโอลินเปลี่ยนทำนองเป็นทำนองวอลทซ์ช้
[ลิลิน]เย็นวันเสาร์ ท้องฟ้าเมืองใหญ่ทอสีส้มอมชมพูละเลียดปลายเมฆดูงดงาม วันนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉันได้มาร่วมงานเลี้ยงตระกูลนายทุนระดับประเทศ ในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวของท่านประธานคิริน ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกขณะที่ประตูรถยนต์สีดำด้านเปิดออก พรมแดงเส้นยาวทอดสู่โถงคฤหาสน์ตระกูลมีทรัพย์อนันต์ ตระกูลใหญ่อีกหนึ่งตระกูลที่น่าจับตามองคิรินยื่นมือมา ฉันลังเลแค่เสี้ยววินาที ก่อนจะวางปลายนิ้วลงบนฝ่ามือเขา ความเย็นนิด ๆ จากแหวนโลหะที่ข้อนิ้วกระทบผิวฉันทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ“ไม่ต้องกังวล” เขาพูดเสียงเรียบ ๆ ขณะประคองฉันลงจากรถ “เธอแค่อยู่ข้าง ๆ ฉันก็พอ”“ค่ะ” ฉันตอบสั้น ย้ำในใจตัวเองรอบที่ร้อยว่าคืนนี้ต้องทำตัวให้สวย ให้สงบ ต้องไม่ทำให้บอสขายหน้าเด็ดขาด....[ระบบหญิง] “ว้ายยย จับมือกับ! โอ๊ยเขิน วันนี้ลูกสาวสวยมาก[ระบบชาย] “เปิดโหมดเฝ้าระวัง ระดับความเสี่ยง ปานกลางถึงสูง ระบบตรวจสอบพบสัญญาณผิดปกติ”....โถงคฤหาสน์กว้างราวพิพิธภัณฑ์ โคมระย้าแก้วคริสตัลห้อยลดหลั่นเหนือหัวส่องแสงประกายแตกกระจายบนพื้นหินอ่อนจนเหมือนเดินอยู่ในบ่อดวงดาว ช่อดอกพีโอนีและกุหลาบตั้งเรียงรายตามแนวทางเดิน กลิ่นดอกไม้หอมอ