เข้าสู่ระบบจังหวะนั้นเอง ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่คนหนึ่งแต่งตัวแฟชั่นจ๋าๆและอีกคนที่ใส่เสื้อเชิ้ตสีอ่อนๆแขนสั้นกับแว่นประจำตัวที่หน้าตาดีสองคนก็ปรากฏตัวขึ้น พวกเขาคือ ‘จูโน่’ และ ‘ราม’ กลุ่มเพื่อนสนิทในแก๊งเดียวกับมิณและปร ทั้งคู่เดินสับขาเข้ามาในอู่ ก่อนจะประสานเสียงถามขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“ไอ้มิณอ่ะ” "มิณละครับ" “นู้น...” ปรลากเสียงตอบพลางยื่นปากไปทางแทร็กสนามแข่งรถแทนคำตอบ “พวกมึงสองคนมาก็ดีแหละ!” ปรรีบดึงเพื่อนเข้ามาร่วมวง “มาอธิบายให้พี่เอกฟังทีดิ เค้าหาว่ากูกับไอ้มิณเป็นแฟนกันเนี่ยมึง” จูโน่กับรามชะงักไปวินาทีหนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะลั่นอู่รถแข่งอย่างจริงจัง ขำจนแทบจะลงไปกลิ้งกับพื้นเพราะไม่คิดว่าจะมีคนคิดอะไรตลกๆ แบบนี้อยู่บนโลก “พี่เอก... ฟังผมนะ” จูโน่พยายามกักเก็บก้อนสะอื้นจากการขำเพื่ออธิบาย “ไอ้มิณกับไอ้ปรเนี่ยนะ... ไอ้มิณแม่งแทบจะเป็นแม่คนที่สองของมันแล้วพี่” “อันนี้เรื่องจริงเลยครับพี่เอก” รามเสริมทัพช่วยตอกย้ำ “ถ้าชีวิตนี้ขาดมิณไป ปรคงสิ้นชื่อไม่มีชีวิตรอดจนถึงทุกวันนี้หรอกครับ” "เอ้า ไอ้ราม" ปรอุทานออกมา ปรที่ยินคำตอบของเพื่อนคนนี้ที่ไม่คิดว่าจะพูดมา คำตอบของเด็กๆ ยิ่งทำให้พี่เอกมึนตึ้บหนักกว่าเดิม “เอ้า ยิ่งเล่ายิ่งงง แล้วสรุปไอ้ข่าวลือที่แชร์กันให้ว่อนเนี่ย มันหลุดมาจากไหน” ปรเอ่ยทำลายความเงียบเพื่อทวนความทรงจำของรุ่นพี่ “พี่จำแม่ผมได้ป่ะ” “คุณนุช ท่านประธานอะนะ” พี่เอกเลิกคิ้ว “ใช่พี่” ปรพยักหน้า “คือตอนช่วงมัธยมปลายที่ผมต้องย้ายโรงเรียนใหม่ๆ ไอ้มิณนี่แหละที่เป็นตัวแทนแม่ผม คอยคุมพฤติกรรมทุกอย่าง” พอได้ยินแบบนั้น พี่เอกที่พอจะรู้พฤติกรรมอันเข้มงวดของท่านประธานอยู่แล้วก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ส่วนหนึ่ง “เออ...แล้วยังไงต่อวะ” “ก็ช่วงขึ้นมหาวิทยาลัยปี1 ธุรกิจของแม่เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างใช่ไหมพี่ มันเลยมีพวกนักข่าวคอยมาตามแชะภาพหน้าบ้านอยู่ช่วงหนึ่ง แล้วแจ็กพอตก็มาลงที่พวกผม” จูโน่รีบโพล่งขัดขึ้นมาเสริมทัพ เพราะไอ้ช่วงที่นักข่าวซุ่มโปร่งอยู่หน้าบ้านปรตัวเขาเองก็พลอยโดนหางเลขไปด้วย “พวกผมโดนแอบถ่ายตอนไปเที่ยวบ้านมัน แต่นักข่าวแม่งเลือกครอปรูปเล่นข่าวแค่ไอ้มิณกับไอ้ปรสองคนเฉย!” พอพูดจบจูโน่ก็จิ๊ปากอย่างเซ็งๆ เมื่อนึกถึงวันนั้นแล้วยังรู้สึกหัวร้อนไม่หาย “จริงครับพี่ วันนั้นอะที่มีรูปหลุดออกไป มันเลยเริ่มมีข่าวลือสองคนนี้คบกันอยู่ช่วงหนึ่งครับ” รามช่วยพูดพลางส่ายหัว “ส่วนผมกับกับไอ้รามต้องมารับหน้าที่คอยตามรีพอร์ตเก็บรูปที่หลุดในเน็ต” แล้วจูโน่ยังเสริมอีกว่า "นี่ยังไม่รวมที่พวกผมต้องไปไหนมาไหนกับพวกมันสองคนอีก" ทั้งรามและจูโน่ก็ช่วยเล่าเรื่องที่เกิดในตอนนั้นให้พี่เอกฟังต่ออีก เมื่อได้ฟังวีรกรรมทั้งหมดจากปากแก๊งตัวแสบ พี่เอกก็หลุดขำและหมดสิ้นข้อสงสัยในตัวสองคนนี้ทันที จูโน่เลยพูดเปิดขึ้นมา “แล้วไง๊ ไอ้มิณไปอยู่ในสนามได้วะ” “ห๊ะไอ้คุณปร” ปรก็ตอบกลับคนที่ถามไปว่า “พวกมึงมาถึงช้าอะ ไอ้มิณมันก็ไม่รอ มันเลยไปหาอะไรทำฆ่าเวลารอพวกมึงมาไง” จูโน่รีบปัดและโยนความไปที่รามทันที “โทษ ไอ้รามเลย เสือกอยากเเดกกาแฟ” ในจังหวะที่กลุ่มเพื่อนกำลังออกรสกับการเคลียร์ข่าวลือ รถแข่งคันแรงก็แล่นเข้ามาจอดเทียบตรงจุดสตาร์ต มิณดับเครื่องยนต์แล้วก้าวลงจากรถ ก่อนจะมือเรียวจะค่อยๆ ถอดหมวกกันน็อกออก ท่าทางเรียบง่ายทว่าเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์นั้นสะดุดสายตาพนักงานทุกคนในบริเวณนั้นจนพากันมองตาค้าง ทุกคนในอู่ต่างคิดตรงกันในใจว่า ‘โคตรเท่!’ ยิ่งพนักงานที่เข้ามาดูแลรถต่อ ยิ่งมองมิณสลับกับป้ายจับเวลาด้วยความทึ่งจนกลบความตื่นเต้นไว้ไม่มิด เขาไม่ยากจะเชื่อเลยว่าคนหน้าตาดีขนาดนี้จะมีฝีมือการขับรถระดับสัตว์ประหลาดในสนาม มิณที่เพิ่งถอดอุปกรณ์เสร็จเดินเข้ามาขัดลาภจูโน่ทันที “หยุดโยนขี้ให้คนอื่นเลยไอ้โน่ มึงตื่นสายเองชัดๆ” “กูป๊าววว ไม่ได้สาย!” จูโน่เถียงคำไม่ตกฟาก “หึ มึงแน่ใจนะ” มิณกระตุกยิ้มกวนๆ ก่อนจะควักสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดหน้าแชทหลักฐานส่งให้ปรดูด้วย เป็นภาพที่รามแคปแชทไลน์ที่จูโน่พิมพ์มางอแงขอตื่นสายส่งต่อมาฟ้องมิณอีกที พอโดนจับได้คาหนังคาเขา จูโน่ก็อึกอักจนไปไม่เป็น สุดท้ายต้องรีบหันไปเปลี่ยนเรื่องคุยกับพี่เอกแก้เขิน “พี่เอก... เห็นยัง ว่าไอ้ข่าวลือที่พี่ได้ยินมาเมื่อกี้อ่ะ ข่าวปลอมล้วนๆ!”ณ ร้าน 9-1... ค่ำคืนนี้ที่ร้านดูมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ เจ้ยี่หว่า...เจ้าของร้านสาวสุดแซ่บผู้มีเรือนผมดัดลอนยาวสลวยสีส้มอมแดงสะดุดตา วันนี้เจ้แกจัดเต็มด้วยเสื้อผ้าชีฟองสีดำสนิทแมตช์คู่กับกระโปรงทรงเอตัวยาวสีแดงสดที่แหวกข้างขึ้นสูงโชว์เรียวขา รับกับรองเท้าส้นเข็มสีดำพื้นแดงแบรนด์หรู เจ้แกกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์พลางทอดสายตามอง ‘มิณ’ หุ้นส่วนรุ่นน้องที่วันนี้แต่งตัวสวยผิดหูผิดตาในชุดเดรสกำมะหยี่เปิดไหล่สีดำสนิท มือบางกำลังขะมักเขม้นจัดเตรียมอุปกรณ์บนบาร์เพื่อต้อนรับกลุ่มแขกที่นัดเอาไว้ อันที่จริง... เจ้ยี่หว่าคือเจ้าของร้านเหล้าเดิมที่มิณเคยเข้ามาสมัครทำงานด้วยในตอนแรก แต่ด้วยความหัวไวและไอเดียทางธุรกิจอันเฉียบแหลมที่มิณเสนอให้ เจ้ยี่หว่าจึงไม่รอช้าที่จะอัปตำแหน่งให้น้องรักขึ้นมาเป็นหุ้นส่วนใหญ่ ก่อนที่มิณจะไปลากคอจูโน่ ราม และปรมาร่วมลงทุนทุบร้านเก่าทิ้ง แล้วรีโนเวตใหม่จนกลายมาเป็นร้านยอดฮิตประจำแก๊งอย่างร้าน 9-1 ในปัจจุบัน “วันนี้จัดเต็มเลยนะมิณ” เจ้ยี่หว่าเอ่ยปากทักยิ้มๆ สายตามองสำรวจชุดเดรสหรูของรุ่นน้อง “พอดีว่าวันนี้มีแขกคนพิเศษค่ะ” มิณตอบโดยไม่ละสายตาจากขวด
ทันทีที่เจย์ตวัดสายตามองไล่ตามทางเดินขึ้นไปด้านบน ก็พบกับร่างสูงโปร่งของผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ เขาเป็นคนที่มองแวบแรกแล้วให้ความรู้สึกเนี๊ยบ สะอาดสะอ้าน และเต็มไปด้วยความสุขุมนุ่มลึก นัยน์ตาคมคู่นั้นทอดมองลงมาด้านล่างประจวบเหมาะเป็นจังหวะที่เอ็มสบตาเข้าพอดี ชายหนุ่มขยับรอยยิ้มบางๆ ส่งกลับมาให้ ทว่าเอ็มกลับสัมผัสได้ถึงรังสีแปลกประหลาดที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มแสนสุภาพนั้น ทันใดนั้น ชายหนุ่มลึกลับก็ค่อยๆ ก้าวเท้าเดินลงบันไดตรงมาหาแก๊งด้านล่าง พร้อมกับเอ่ยทักทายทุกคนเสียงทุ้ม “สวัสดีครับ” ทันทีที่เห็นร่างของ ‘วิน’ เดินลงมา ปรที่กำลังหาทางหนีทีไล่ก็รีบวิ่งหน้าตั้งเข้าไปชาร์จหาคนที่จะเป็นที่พึ่งสุดท้ายทันควัน “เฮียวิน!” ปรร้องขอความช่วยเหลือเสียงหลง “ช่วยผมด้วยดิเฮีย! เพื่อนผมแม่งจะฆ่าผมอยู่แล้วเนี่ย!” วินที่ได้ยินคำฟ้องร้องสติแตกเช่นนั้นก็ไม่ได้มีท่าทีทุกข์ร้อน เขาเพียงแค่ส่งรอยยิ้มละมุนละไมกลับไปให้ปรอย่างใจเย็น ทว่าแววตาซุกซนคู่นั้นกลับทำเอาคนมองเริ่มเสียวสันหลังวาบ ปรหน้าถอดสีหลุดทวนเสียงอ้อมแอ้มตอบกลับรอยยิ้มเลิ่กลั่ก “...อ้าว เฮีย?” พี่เอกเห็นท่าไม่ดีว่าความลับและแผนการทั้ง
หลังจากที่พวกสื่อมวลชนยอมสลายตัวเดินจากไป ในพิทบ็อกซ์ก็เหลือเพียงราม จูโน่ เอ็ม ปร พี่เอก ทีมงานช่าง และสามเต็งหนึ่งอย่างก้อง เจย์ และเรย์ พี่เอกที่เพิ่งได้สติรีบเดินเข้ามาถามไถ่ “เรื่องมันยังไงกันแน่วะเนี่ย ถึงขั้นต้องลงไม้ลงมือฟาดกบาลกันเลยเหรอ?” รามเป็นคนแรกที่ตอบกลับ “ก็...ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกครับพี่เอก แต่ว่า...” “คนเริ่มแผนการชั่วร้ายทั้งหมดคือไอ้คุณปรครับ!” จูโน่รีบพูดสวนเสริมทัพทันควัน ปรรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธพัลวันหน้าตื่น “กูเปล่านะเว้ย!” “มึงไม่ได้เริ่ม แล้วหมาตัวไหนมันเริ่มฮะ” เอ็มกดเสียงต่ำ ปรพยายามทำหน้าเลิ่กลั่กบ่ายเบี่ยงสายตาเลี่ยงที่จะตอบว่าใครคือคนคิดแผนการที่แท้จริง เอ็มเห็นท่าทางพิรุธเลยตวัดสายตาไปหาคนต่อไป “...พี่เอกเหรอ?” ทันทีที่เจ้าของชื่อได้ยิน พี่เอกก็รีบโบกมือปฏิเสธหน้าซีดเผือดเพราะกลัวจะโดนสอยด้วยหมวกกันน็อกเหมือนภาพติดตาเมื่อครู่ “พี่เปล่าๆๆ!” เอ็มถอนหายใจยาวพลางกอดอก “การที่ใช้แผนมัดมือชกแบบนี้ แทนที่จะมาคุยกันดีๆ แต่กลับมายัดเยียดสัญญาบ้าๆ นี่ให้... คิดว่าคนที่ถูกยัดเยียดเขาจะดีใจกับสิ่งที่พวกคุณทำงั้นเหรอ” “แต่... มึงก็ดูแฮปปี้สะ
ตัดภาพกลับมาที่ปัจจุบันที่พี่เอกกำลังจะเล่าเรื่องหลังจากที่มิณเเข่งเสร็จ น่านที่นั่งฟังเรื่องราวในอดีตตาไม่กะพริบรีบเอ่ยปากถามต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น “แล้วไงต่ออะพี่เอก!” ทว่าพี่เอกกลับทำเป็นเล่นตัวยิ้มกริ่มไม่ยอมเล่าต่อซะงั้น... แต่แล้วจู่ๆ ก็มีน้ำเสียงคุ้นหูของใครบางคนพูดแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ “ไอ้คุณปรก็เกือบเลือดกบปากไง ใช่มะเจย์” เจย์พยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยกับสิ่งที่เรย์พูด น่านหันไปมองตามเสียงก่อนจะรีบยกมือไหว้ทักทาย “อ้าว! พี่เรย์ พี่เจย์ สวัสดีครับพี่” ส่วนปรที่เป็นคนในบทสนทนาเมื่อครู่เหลือบตามองหน้านิ่งแล้วทักทายกวนๆ “พวกมึงมาทำไมกันเนี่ย” “รู้แล้วยังจะถามอีก” เรย์สวนกลับหน้านิ่ง แต่ขาทั้งสองข้างกลับรีบสับเกียร์สุนัขพุ่งตัวเข้าไปหาเอ็มพร้อมกับเจย์ทันที คนหนึ่งรีบคว้าพัดขยับโบกให้ระรัว ส่วนอีกคนก็รีบเปิดขวดน้ำส่งให้แทบจะประเคนถึงปาก “เอ็มมมมมม!” “เอ็มคราบบบ ร้อนไหมเอ็ม กินน้ำหน่อยเร็ว” น่านมองภาพความวุ่นวายตรงหน้าแล้วถึงกับยืนงงเป็นไก่ตาแตก เพราะปกติเขาเคยร่วมงานกับเอ็มเฉพาะในช่วงเวลาที่มีทัวร์นาเมนต์การแข่งขันอย่างเป็นทางการเท่านั้น แถมในความเป็นจร
ตัดภาพมาที่เหตุการณ์ตรงหน้าปร... “ไอ้สัสปร!” เสียงเขียวของมิณดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่ก้าวประชิดตัว ปรที่กำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอดแกล้งทำใจดีสู้เสือร้องทัก “อ้าวเฮ้ย... คุณหายไปไหนมาอะ” “คิดว่าไงล่ะ” มิณตอบเสียงเย็นเยียบ พร้อมกับยื่นหมวกกันน็อกในมือไปจ่อค้ำไว้ที่ใต้คางของปรจนเจ้าตัวต้องขยับหดคอหนี ขณะเดียวกันนั้นเอง สามนักขับมือเก๋าอย่างก้อง เจย์ และเรย์ ก็พากันเดินดุ่มๆ เข้ามาที่พิทบ็อกซ์เพราะอยากเห็นหน้าค่าตาชัดๆ ว่านักขับลึกลับคนใหม่นี้เป็นใครมาจากไหน และทำไมเรซไดเรกเตอร์ถึงได้ยอมเล่นใหญ่ประกาศปิดปากสื่อขนาดนี้ ทว่าภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏสู่สายตาทำเอาพวกเขาสามคนถึงกับยืนเอ๋อ... มันคือภาพผู้ชายร่างใหญ่สองคน (รามกับจูโน่) กำลังช่วยกันจับล็อกตัวผู้ชายอีกคนซึ่งเป็นถึงลูกชายเจ้าของสนามแห่งนี้เอาไว้แน่น โดยมีเด็กสาวในชุดแข่งเต็มยศยืนถือหมวกกันน็อกง้างขึ้นฟ้า พร้อมที่จะฟาดลงมาบนหัวคนถูกล็อกตัวได้ทุกลมหายใจ! “เฮ้ย! เอ็ม! ใจเย็นก่อนนนน!” ทั้งสามคน (ก้อง เจย์ เรย์) ร้องอุทานห้ามทัพขึ้นมาพร้อมกันพลางพยายามจะเข้ามาขวาง ทว่าดวงตาคมกริบตวัดหันมาสวนกลับทันควัน “ไม่ต้องมายุ่ง!”
ณ pit box ของทีมพี่เอก จูโน่ที่เห็นมิณระเบิดความเร็วเสียบแซงขึ้นมาได้สำเร็จก็เก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่ รีบยกมือขึ้นสะกิดไหล่คนข้างๆ อย่างรามรัวๆ ก่อนจะหันไปตะโกนอวดพี่เอกหน้าบาน “เห็นไหมพี่! นั่นเพื่อนผม! บอกแล้วว่าระดับนี้!” รามที่ถูกสะกิดจนตัวโยนเหลือบตาไปมองพลางพูดดักคอหน้านิ่ง “โธ่ จูโน่... เมื่อกี้ตอนมิณสาดโค้ง ผมยังเห็นคุณเอามือปิดตาอยู่เลยนะครับ” “เอาน่า! เรื่องมันผ่านไปแล้ว มึงดูมิณแข่งนู่น!” จูโน่รีบทำเนียนเฉไฉเฉียบพลัน ปรเห็นท่าทางกวนประสาทของเพื่อนทั้งสองคนเลยขยับเดินเข้ามาคั่นกลาง ขยับแขนกอดคอทั้งจูโน่และรามเอาไว้พร้อมกันพลางแกล้งเลิกคิ้วถาม “พวกมึงนี่นะ... กล้าไม่มั่นใจในตัวเพื่อนสนิทตัวเองงั้นเหรอหืม?” พูดจบก็หันหน้าไปกดดันจูโน่ขำๆ รามเห็นท่าไม่ดีกลัวพวกมันจะฟัดกันเองในพิทเสียก่อน เลยรีบพูดขัดขึ้นมาเสียงเรียบ “อย่าเพิ่งทะเลาะกันเองครับพวกมึง หันไปดูในแทร็กนู่นก่อนครับ” ในลานแข่ง ผู้บรรยาย : “เกิดเรื่องแล้วครับ! ก้อง ฟ้าแลบ บังคับรถพลาดจังหวะหลุดอันดับไปช็อคซีนตาตั้ง! เปิดโอกาสให้ เอ็ม นักแข่งหน้าใหม่ทีมตัวตึงกดคันเร่งมิดไมล์ไล่จี้ผู้นำทันที! เอ็มเข้าโค







