FAZER LOGINเธอคือคนที่ไม่เคยขอความช่วยเหลือจากใคร แม้จะเป็นคนที่ช่วยทุกคนรอบตัวเสมอ เขาคือคนที่มองทะลุทุกคน ยกเว้นตัวเอง เมื่อสนามแข่งรถทำให้ 'มิณ' กับ 'วิน' ต้องเจอกันในระยะที่ใกล้กว่าที่ทั้งคู่เคยยอมให้ใคร ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากการแกล้งกัน กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ทั้งสองไม่เคยมีมาก่อน เพราะบางคนไม่ต้องการใครมาแทนที่กำแพงที่สร้างไว้ทั้งหมด แค่ต้องการใครสักคนที่รู้ว่าจะยืนอยู่ 'ระยะที่พอดี'
Ver maisณ สนามเเข่งรถ ที่บ้านไอ้ปรเป็นเจ้าของอยู่
เวลาช่วงเย็น ที่แสงอาทิตย์ สาดส่องมาเป็นแสงสีส้มทอง พร้อมกับรอบสนามรถแข่งที่หุ้มไปด้วยต้นหญ้าเล็กๆ มีรถหมายเลข 97 ที่กำลังขับอยู่บนสนามด้วยความเร็วและเข้าเส้นชัยด้วยความเร็วที่ทำลายสถิติเดิมที่เจ้าตัวเคยทำไว้ และก็กำลังขับเข้าจอดข้างสนาม “เอ็ม วันนี้แกทุบสถิติเดิมของตัวเองยับเลยว่ะ” พี่เอก ชายวัยสามสิบกว่าๆ ผู้เป็นหัวหน้าทีมดูแลรถคู่ใจของเอ็มเดินเข้ามาทักพร้อมรอยยิ้มภูมิใจ “โคตรเจ๋งเลยพี่!” น่าน เด็กฝึกงานใหม่ที่เพิ่งอยู่ได้แค่หกเดือนโพล่งขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่ แววตานับถือระคนทึ่ง “ผมคลุกคลีกับวงการนี้มาตั้งนาน เพิ่งเคยเห็นคนที่ขับได้โหดขนาดพี่นี่แหละ” มิณได้ให้กำลังใจและตอบกลับน่านไป “มั่นใจหน่อย แกก็ทำได้น่านนะ” จังหวะนั้นเอง ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งคนหนึ่งก็เดินนวยนาดเข้ามาสบทบ พร้อมกับลากเสียงยาวอย่างนึกหมั่นไส้เพื่อนสนิท “แหมมมมม...” เขาคือ ‘ปร—ปรมินทร์ สิถิยสวัสดิ์’ ทายาทเจ้าของสนามแข่งรถแห่งนี้ และยังเป็นเพื่อนสนิทคนสำคัญของมิณ หรือที่คนในวงการความเร็วรู้จักกันในชื่อเอ็มนั่นเอง “อะไรของมึง” มิณตวัดสายตากลับไปสวนทันควัน น้ำเสียงติดจะรำคาญพวกชอบรู้ดี “ไม่ใช่ว่าเป็นมึงหรอกเหรอ” “กู...ป๊าาาาว ไม่ใช่ฝีมือกูคนเดียวสักหน่อย” ปรทำเสียงสูงปฏิเสธหน้าตาย เพราะรู้ดีว่าถ้ายังขืนกวนประสาทต่อไปอีกนิด มีหวังได้โดนตีนเพื่อนรักแน่ๆ จุดเริ่มต้นของเรื่องราว คงต้องเล่าย้อนกลับไปเมื่อ 1 ปีก่อน ในวันแรกที่มิณมาลองขับรถเล่นที่สนามแข่งของครอบครัวปร จังหวะนั้นเอง ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาภูมิฐานในวัยยี่สิบตอนปลายเดินตรงเข้ามาทักปรด้วยแววตาเป็นประกาย “ใครวะปร ฝีมือใช้ได้เลยนี่หว่า” เจ้าของเสียงคือ ‘พี่เอก’ รุ่นพี่ในวงการที่ปรให้ความเคารพ “เพื่อนผมเองพี่” ปรตอบกลับพลางยักไหล่ “ถ้าจับมาฝึกอีกนิด ลงแข่งระดับอาชีพได้สบายๆ เลยนะนั่น” พี่เอกเอ่ยชมสายตาไม่ละไปจากรถที่วิ่งอยู่บนแทร็ก คำพูดนั้นทำเอาคนฟังถึงกับอึ้ง ปรหันขวับไปมองรถของเพื่อนสนิทสลับกับหน้าพี่เอกในใจเริ่มคิดว่า 'ไอ้มิณมันฝีมือโหดขนาดนั้นเลยเหรอวะ' ก่อนจะหลุดหัวเราะแก้เขิน “หึ...ตลกน่าพี่” “ตลกอะไรล่ะ กูพูดจริง” พี่เอกหันมาถามย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาฉายความมุ่งมั่นฉบับคนอยากปั้นดาวรุ่งดวงใหม่มาประดับวงการ “แล้วเพื่อนแกชื่ออะไร เผื่อกูจะดึงเข้าทีมมาสร้างตำนานใหม่ให้วงการแข่งรถซะหน่อย” “ไอ้มิณไงพี่” ปรตอบ คำตอบนั้นทำเอาพี่เอกถึงกับตาโตด้วยความประหลาดใจ “เหยียบเบรกก่อน... ใช่ ‘มิณ’ คนเดียวกับที่เขาเปิดวาร์ปเล่าลือกันว่าเป็นแฟนแกป่ะวะ” “เฮ้ย ไม่ใช่แล้วพี่!” ปรรีบปฏิเสธิทันทีจนลิ้นแทบพันกัน “แต่เท่าที่กูดูรูปในข่าว... ก็ตรงไทป์มึงอยู่นะ” พี่เอกแกล้งเย้า เลิกคิ้วมองอย่างจับผิด “โห ให้ฟ้าผ่าดิพี่เอก!” ปรสวนกลับพลางทำท่าขนลุกขนพอง “บางทีเจ้ากรรมนายเวรก็มาในรูปแบบของเพื่อนสนิทนะพี่” พูดจบเจ้าตัวก็หลุดขำออกมาเองกับความคิดหลุดโลกของรุ่นพี่ “เอ้า ไอ้นี่กวนตีนละ” พี่เอกดึงหน้าดุใส่ขำๆ ก่อนจะอธิบายด้วยความสงสัย “ก็ข่าวลือแม่งบอกว่าพวกมึงตัวติดกันยังกะตังเม ไปไหนมาไหนก็เห็นอยู่ด้วยกันตลอด กูก็แค่พูดตามที่ได้ยินมาป่ะวะ” จังหวะนั้นเอง ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่คนหนึ่งแต่งตัวแฟชั่นจ๋าๆและอีกคนที่ใส่เสื้อเชิ้ตสีอ่อนๆแขนสั้นกับแว่นประจำตัวที่หน้าตาดีสองคนก็ปรากฏตัวขึ้น พวกเขาคือ ‘จูโน่’ และ ‘ราม’ กลุ่มเพื่อนสนิทในแก๊งเดียวกับมิณและปร ทั้งคู่เดินสับขาเข้ามาในอู่ ก่อนจะประสานเสียงถามขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย “ไอ้มิณอ่ะ” "มิณละครับ"ตัดภาพมาที่เหตุการณ์ตรงหน้าปร... “ไอ้สัสปร!” เสียงเขียวของมิณดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่ก้าวประชิดตัว ปรที่กำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอดแกล้งทำใจดีสู้เสือร้องทัก “อ้าวเฮ้ย... คุณหายไปไหนมาอะ” “คิดว่าไงล่ะ” มิณตอบเสียงเย็นเยียบ พร้อมกับยื่นหมวกกันน็อกในมือไปจ่อค้ำไว้ที่ใต้คางของปรจนเจ้าตัวต้องขยับหดคอหนี ขณะเดียวกันนั้นเอง สามนักขับมือเก๋าอย่างก้อง เจย์ และเรย์ ก็พากันเดินดุ่มๆ เข้ามาที่พิทบ็อกซ์เพราะอยากเห็นหน้าค่าตาชัดๆ ว่านักขับลึกลับคนใหม่นี้เป็นใครมาจากไหน และทำไมเรซไดเรกเตอร์ถึงได้ยอมเล่นใหญ่ประกาศปิดปากสื่อขนาดนี้ ทว่าภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏสู่สายตาทำเอาพวกเขาสามคนถึงกับยืนเอ๋อ... มันคือภาพผู้ชายร่างใหญ่สองคน (รามกับจูโน่) กำลังช่วยกันจับล็อกตัวผู้ชายอีกคนซึ่งเป็นถึงลูกชายเจ้าของสนามแห่งนี้เอาไว้แน่น โดยมีเด็กสาวในชุดแข่งเต็มยศยืนถือหมวกกันน็อกง้างขึ้นฟ้า พร้อมที่จะฟาดลงมาบนหัวคนถูกล็อกตัวได้ทุกลมหายใจ! “เฮ้ย! เอ็ม! ใจเย็นก่อนนนน!” ทั้งสามคน (ก้อง เจย์ เรย์) ร้องอุทานห้ามทัพขึ้นมาพร้อมกันพลางพยายามจะเข้ามาขวาง ทว่าดวงตาคมกริบตวัดหันมาสวนกลับทันควัน “ไม่ต้องมายุ่ง!”
ณ pit box ของทีมพี่เอก จูโน่ที่เห็นมิณระเบิดความเร็วเสียบแซงขึ้นมาได้สำเร็จก็เก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่ รีบยกมือขึ้นสะกิดไหล่คนข้างๆ อย่างรามรัวๆ ก่อนจะหันไปตะโกนอวดพี่เอกหน้าบาน “เห็นไหมพี่! นั่นเพื่อนผม! บอกแล้วว่าระดับนี้!” รามที่ถูกสะกิดจนตัวโยนเหลือบตาไปมองพลางพูดดักคอหน้านิ่ง “โธ่ จูโน่... เมื่อกี้ตอนมิณสาดโค้ง ผมยังเห็นคุณเอามือปิดตาอยู่เลยนะครับ” “เอาน่า! เรื่องมันผ่านไปแล้ว มึงดูมิณแข่งนู่น!” จูโน่รีบทำเนียนเฉไฉเฉียบพลัน ปรเห็นท่าทางกวนประสาทของเพื่อนทั้งสองคนเลยขยับเดินเข้ามาคั่นกลาง ขยับแขนกอดคอทั้งจูโน่และรามเอาไว้พร้อมกันพลางแกล้งเลิกคิ้วถาม “พวกมึงนี่นะ... กล้าไม่มั่นใจในตัวเพื่อนสนิทตัวเองงั้นเหรอหืม?” พูดจบก็หันหน้าไปกดดันจูโน่ขำๆ รามเห็นท่าไม่ดีกลัวพวกมันจะฟัดกันเองในพิทเสียก่อน เลยรีบพูดขัดขึ้นมาเสียงเรียบ “อย่าเพิ่งทะเลาะกันเองครับพวกมึง หันไปดูในแทร็กนู่นก่อนครับ” ในลานแข่ง ผู้บรรยาย : “เกิดเรื่องแล้วครับ! ก้อง ฟ้าแลบ บังคับรถพลาดจังหวะหลุดอันดับไปช็อคซีนตาตั้ง! เปิดโอกาสให้ เอ็ม นักแข่งหน้าใหม่ทีมตัวตึงกดคันเร่งมิดไมล์ไล่จี้ผู้นำทันที! เอ็มเข้าโค
เสียงสปีกเกอร์รอบสนามแข่งดังก้องกังวาน สลับกับเสียงโห่ร้องต้อนรับจากผู้ชมหลายคนที่นั่งเบียดเสียดกันอยู่บนอัฒจันทร์จนแทบไม่มีที่ว่าง ผู้บรรยาย : “สวัสดีครับทุกท่าน! ขอต้อนรับเข้าสู่เรซการแข่งขันที่ร้อนแรงที่สุดแห่งปี! วันนี้คือวันที่ทุกคนรอคอย... บนกริดสตาร์ทขณะนี้ รถแข่งระดับเวิลด์คลาสแต่ละคันกำลังเตรียมพร้อม เสียงเครื่องยนต์คำรามสั่นประสาทราวกับจะประกาศว่านี่คือสมรภูมิแห่งความเร็ว! อีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า... เราจะได้รู้กันว่าใครจะได้ครองบัลลังก์เจ้าแห่งแทร็กในวันนี้! ท่านผู้ชมบนอัฒจันทร์พร้อมกันหรือยังครับ!!!” เฮ้!!!!!!!!!!! เสียงเชียร์ของแฟนความเร็วดังระเบิดลั่นจนแผ่นดินแทบสะเทือน ในขณะที่ผู้บรรยยากายายการแข่งกำลังพูดแนะนำนักเเข่งในวันนี้ มิณที่อยู่ในห้องเปลี่ยนชุดก็ได้ยินเสียงของผู้ที่มาชมการแข่งวันนี้ ไม่คิดว่าจะมีคนมาเยอะขนาดนี้! หลังจากที่มิณเองเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็ก็เดิมออกมาจากห้องเปลี่ยนชุด แล้วยังคงมองหาเพื่อนตัวดีอย่างปร และในเวลาเดียวทีมงานของพี่เอกก็กรูเข้ามาเตรียมตัวให้มิณ ผู้บรรยาย : “และแล้ว... ก็ถึงเวลาสำคัญครับ! การแนะนำไลน์อัปเหล่านักขับที่จะมาดวลความเร็ว
“เรียบร้อยครับคุณเพื่อน” มิณจ้องมองปึกเอกสารตรงหน้าตาค้าง ก่อนจะสบถออกมาลั่นพิท “ไอ้สัสปร!” มิณแยกเขี้ยวใส่เพื่อนทรยศ “ไว้จบการแข่งก่อนนะมึง มึงกับกูมีเรื่องต้องเคลียร์กันยาว!” ปรทำเพียงแค่หัวเราะแห้งๆ “แฮะๆ” ส่งยิ้มกวนประสาทแก้เขิน ทันใดนั้นมิณก็สะบัดหน้าเดินกระแทกเท้าเข้าไปในห้องแต่งตัวเพื่อเปลี่ยนชุดลงสนามแข่งทันที จังหวะนั้นเอง จูโน่กับรามที่ยืนดูอยู่ห่างๆ ก็ลอบยิ้มกริ่ม จูโน่หัวเราะในลำคอพลางเปรยขึ้นมา “วันนี้มีเรื่องสนุกๆ ให้ดูอีกแล้วว่ะ” พูดไม่ทันขาดคำ รามก็ควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมาสไลด์หน้าจอทำท่าเหมือนกำลังจะติดต่อใครบางคน จนจูโน่ต้องเอ่ยปากทัก “ทำไรอ่ะไอ้ราม” “เตรียมจองวัดล่วงหน้าอยู่ครับ วันนี้น่าจะเละ” รามตอบเสียงนิ่งหน้าตาย “เฮ้ย เป็นความคิดที่ดี! ถ้ามีเลี้ยงแขก... กูขอสเต็กนะมึง” จูโน่รับมุกทันควัน ปรที่ยืนฟังอยู่ถึงกับหน้าถอดสี หันขวับมาแยกเขี้ยวใส่เพื่อน “พวกมึงไม่คิดจะช่วยเพื่อนหน่อยเหรอวะ!” พี่เอกที่ยืนฟังเด็กๆ รับส่งมุกกันอยู่ข้างๆ ถึงกับเลิกคิ้วสูงด้วยความประหลาดใจ แอบกระซิบถามต่อจากปร “เฮ้ย ขนาดนั้นเลยเหรอ???” “สมควรครับพี่เอก เล่นกับใ





