Masuk
ณ สนามเเข่งรถ ที่บ้านไอ้ปรเป็นเจ้าของอยู่
เวลาช่วงเย็น ที่แสงอาทิตย์ สาดส่องมาเป็นแสงสีส้มทอง พร้อมกับรอบสนามรถแข่งที่หุ้มไปด้วยต้นหญ้าเล็กๆ มีรถหมายเลข 97 ที่กำลังขับอยู่บนสนามด้วยความเร็วและเข้าเส้นชัยด้วยความเร็วที่ทำลายสถิติเดิมที่เจ้าตัวเคยทำไว้ และก็กำลังขับเข้าจอดข้างสนาม “เอ็ม วันนี้แกทุบสถิติเดิมของตัวเองยับเลยว่ะ” พี่เอก ชายวัยสามสิบกว่าๆ ผู้เป็นหัวหน้าทีมดูแลรถคู่ใจของเอ็มเดินเข้ามาทักพร้อมรอยยิ้มภูมิใจ “โคตรเจ๋งเลยพี่!” น่าน เด็กฝึกงานใหม่ที่เพิ่งอยู่ได้แค่หกเดือนโพล่งขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่ แววตานับถือระคนทึ่ง “ผมคลุกคลีกับวงการนี้มาตั้งนาน เพิ่งเคยเห็นคนที่ขับได้โหดขนาดพี่นี่แหละ” มิณได้ให้กำลังใจและตอบกลับน่านไป “มั่นใจหน่อย แกก็ทำได้น่านนะ” จังหวะนั้นเอง ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งคนหนึ่งก็เดินนวยนาดเข้ามาสบทบ พร้อมกับลากเสียงยาวอย่างนึกหมั่นไส้เพื่อนสนิท “แหมมมมม...” เขาคือ ‘ปร—ปรมินทร์ สิถิยสวัสดิ์’ ทายาทเจ้าของสนามแข่งรถแห่งนี้ และยังเป็นเพื่อนสนิทคนสำคัญของมิณ หรือที่คนในวงการความเร็วรู้จักกันในชื่อเอ็มนั่นเอง “อะไรของมึง” มิณตวัดสายตากลับไปสวนทันควัน น้ำเสียงติดจะรำคาญพวกชอบรู้ดี “ไม่ใช่ว่าเป็นมึงหรอกเหรอ” “กู...ป๊าาาาว ไม่ใช่ฝีมือกูคนเดียวสักหน่อย” ปรทำเสียงสูงปฏิเสธหน้าตาย เพราะรู้ดีว่าถ้ายังขืนกวนประสาทต่อไปอีกนิด มีหวังได้โดนตีนเพื่อนรักแน่ๆ จุดเริ่มต้นของเรื่องราว คงต้องเล่าย้อนกลับไปเมื่อ 1 ปีก่อน ในวันแรกที่มิณมาลองขับรถเล่นที่สนามแข่งของครอบครัวปร จังหวะนั้นเอง ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาภูมิฐานในวัยยี่สิบตอนปลายเดินตรงเข้ามาทักปรด้วยแววตาเป็นประกาย “ใครวะปร ฝีมือใช้ได้เลยนี่หว่า” เจ้าของเสียงคือ ‘พี่เอก’ รุ่นพี่ในวงการที่ปรให้ความเคารพ “เพื่อนผมเองพี่” ปรตอบกลับพลางยักไหล่ “ถ้าจับมาฝึกอีกนิด ลงแข่งระดับอาชีพได้สบายๆ เลยนะนั่น” พี่เอกเอ่ยชมสายตาไม่ละไปจากรถที่วิ่งอยู่บนแทร็ก คำพูดนั้นทำเอาคนฟังถึงกับอึ้ง ปรหันขวับไปมองรถของเพื่อนสนิทสลับกับหน้าพี่เอกในใจเริ่มคิดว่า 'ไอ้มิณมันฝีมือโหดขนาดนั้นเลยเหรอวะ' ก่อนจะหลุดหัวเราะแก้เขิน “หึ...ตลกน่าพี่” “ตลกอะไรล่ะ กูพูดจริง” พี่เอกหันมาถามย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาฉายความมุ่งมั่นฉบับคนอยากปั้นดาวรุ่งดวงใหม่มาประดับวงการ “แล้วเพื่อนแกชื่ออะไร เผื่อกูจะดึงเข้าทีมมาสร้างตำนานใหม่ให้วงการแข่งรถซะหน่อย” “ไอ้มิณไงพี่” ปรตอบ คำตอบนั้นทำเอาพี่เอกถึงกับตาโตด้วยความประหลาดใจ “เหยียบเบรกก่อน... ใช่ ‘มิณ’ คนเดียวกับที่เขาเปิดวาร์ปเล่าลือกันว่าเป็นแฟนแกป่ะวะ” “เฮ้ย ไม่ใช่แล้วพี่!” ปรรีบปฏิเสธิทันทีจนลิ้นแทบพันกัน “แต่เท่าที่กูดูรูปในข่าว... ก็ตรงไทป์มึงอยู่นะ” พี่เอกแกล้งเย้า เลิกคิ้วมองอย่างจับผิด “โห ให้ฟ้าผ่าดิพี่เอก!” ปรสวนกลับพลางทำท่าขนลุกขนพอง “บางทีเจ้ากรรมนายเวรก็มาในรูปแบบของเพื่อนสนิทนะพี่” พูดจบเจ้าตัวก็หลุดขำออกมาเองกับความคิดหลุดโลกของรุ่นพี่ “เอ้า ไอ้นี่กวนตีนละ” พี่เอกดึงหน้าดุใส่ขำๆ ก่อนจะอธิบายด้วยความสงสัย “ก็ข่าวลือแม่งบอกว่าพวกมึงตัวติดกันยังกะตังเม ไปไหนมาไหนก็เห็นอยู่ด้วยกันตลอด กูก็แค่พูดตามที่ได้ยินมาป่ะวะ” จังหวะนั้นเอง ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่คนหนึ่งแต่งตัวแฟชั่นจ๋าๆและอีกคนที่ใส่เสื้อเชิ้ตสีอ่อนๆแขนสั้นกับแว่นประจำตัวที่หน้าตาดีสองคนก็ปรากฏตัวขึ้น พวกเขาคือ ‘จูโน่’ และ ‘ราม’ กลุ่มเพื่อนสนิทในแก๊งเดียวกับมิณและปร ทั้งคู่เดินสับขาเข้ามาในอู่ ก่อนจะประสานเสียงถามขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย “ไอ้มิณอ่ะ” "มิณละครับ"ณ ร้าน 9-1... ค่ำคืนนี้ที่ร้านดูมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ เจ้ยี่หว่า...เจ้าของร้านสาวสุดแซ่บผู้มีเรือนผมดัดลอนยาวสลวยสีส้มอมแดงสะดุดตา วันนี้เจ้แกจัดเต็มด้วยเสื้อผ้าชีฟองสีดำสนิทแมตช์คู่กับกระโปรงทรงเอตัวยาวสีแดงสดที่แหวกข้างขึ้นสูงโชว์เรียวขา รับกับรองเท้าส้นเข็มสีดำพื้นแดงแบรนด์หรู เจ้แกกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์พลางทอดสายตามอง ‘มิณ’ หุ้นส่วนรุ่นน้องที่วันนี้แต่งตัวสวยผิดหูผิดตาในชุดเดรสกำมะหยี่เปิดไหล่สีดำสนิท มือบางกำลังขะมักเขม้นจัดเตรียมอุปกรณ์บนบาร์เพื่อต้อนรับกลุ่มแขกที่นัดเอาไว้ อันที่จริง... เจ้ยี่หว่าคือเจ้าของร้านเหล้าเดิมที่มิณเคยเข้ามาสมัครทำงานด้วยในตอนแรก แต่ด้วยความหัวไวและไอเดียทางธุรกิจอันเฉียบแหลมที่มิณเสนอให้ เจ้ยี่หว่าจึงไม่รอช้าที่จะอัปตำแหน่งให้น้องรักขึ้นมาเป็นหุ้นส่วนใหญ่ ก่อนที่มิณจะไปลากคอจูโน่ ราม และปรมาร่วมลงทุนทุบร้านเก่าทิ้ง แล้วรีโนเวตใหม่จนกลายมาเป็นร้านยอดฮิตประจำแก๊งอย่างร้าน 9-1 ในปัจจุบัน “วันนี้จัดเต็มเลยนะมิณ” เจ้ยี่หว่าเอ่ยปากทักยิ้มๆ สายตามองสำรวจชุดเดรสหรูของรุ่นน้อง “พอดีว่าวันนี้มีแขกคนพิเศษค่ะ” มิณตอบโดยไม่ละสายตาจากขวด
ทันทีที่เจย์ตวัดสายตามองไล่ตามทางเดินขึ้นไปด้านบน ก็พบกับร่างสูงโปร่งของผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ เขาเป็นคนที่มองแวบแรกแล้วให้ความรู้สึกเนี๊ยบ สะอาดสะอ้าน และเต็มไปด้วยความสุขุมนุ่มลึก นัยน์ตาคมคู่นั้นทอดมองลงมาด้านล่างประจวบเหมาะเป็นจังหวะที่เอ็มสบตาเข้าพอดี ชายหนุ่มขยับรอยยิ้มบางๆ ส่งกลับมาให้ ทว่าเอ็มกลับสัมผัสได้ถึงรังสีแปลกประหลาดที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มแสนสุภาพนั้น ทันใดนั้น ชายหนุ่มลึกลับก็ค่อยๆ ก้าวเท้าเดินลงบันไดตรงมาหาแก๊งด้านล่าง พร้อมกับเอ่ยทักทายทุกคนเสียงทุ้ม “สวัสดีครับ” ทันทีที่เห็นร่างของ ‘วิน’ เดินลงมา ปรที่กำลังหาทางหนีทีไล่ก็รีบวิ่งหน้าตั้งเข้าไปชาร์จหาคนที่จะเป็นที่พึ่งสุดท้ายทันควัน “เฮียวิน!” ปรร้องขอความช่วยเหลือเสียงหลง “ช่วยผมด้วยดิเฮีย! เพื่อนผมแม่งจะฆ่าผมอยู่แล้วเนี่ย!” วินที่ได้ยินคำฟ้องร้องสติแตกเช่นนั้นก็ไม่ได้มีท่าทีทุกข์ร้อน เขาเพียงแค่ส่งรอยยิ้มละมุนละไมกลับไปให้ปรอย่างใจเย็น ทว่าแววตาซุกซนคู่นั้นกลับทำเอาคนมองเริ่มเสียวสันหลังวาบ ปรหน้าถอดสีหลุดทวนเสียงอ้อมแอ้มตอบกลับรอยยิ้มเลิ่กลั่ก “...อ้าว เฮีย?” พี่เอกเห็นท่าไม่ดีว่าความลับและแผนการทั้ง
หลังจากที่พวกสื่อมวลชนยอมสลายตัวเดินจากไป ในพิทบ็อกซ์ก็เหลือเพียงราม จูโน่ เอ็ม ปร พี่เอก ทีมงานช่าง และสามเต็งหนึ่งอย่างก้อง เจย์ และเรย์ พี่เอกที่เพิ่งได้สติรีบเดินเข้ามาถามไถ่ “เรื่องมันยังไงกันแน่วะเนี่ย ถึงขั้นต้องลงไม้ลงมือฟาดกบาลกันเลยเหรอ?” รามเป็นคนแรกที่ตอบกลับ “ก็...ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกครับพี่เอก แต่ว่า...” “คนเริ่มแผนการชั่วร้ายทั้งหมดคือไอ้คุณปรครับ!” จูโน่รีบพูดสวนเสริมทัพทันควัน ปรรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธพัลวันหน้าตื่น “กูเปล่านะเว้ย!” “มึงไม่ได้เริ่ม แล้วหมาตัวไหนมันเริ่มฮะ” เอ็มกดเสียงต่ำ ปรพยายามทำหน้าเลิ่กลั่กบ่ายเบี่ยงสายตาเลี่ยงที่จะตอบว่าใครคือคนคิดแผนการที่แท้จริง เอ็มเห็นท่าทางพิรุธเลยตวัดสายตาไปหาคนต่อไป “...พี่เอกเหรอ?” ทันทีที่เจ้าของชื่อได้ยิน พี่เอกก็รีบโบกมือปฏิเสธหน้าซีดเผือดเพราะกลัวจะโดนสอยด้วยหมวกกันน็อกเหมือนภาพติดตาเมื่อครู่ “พี่เปล่าๆๆ!” เอ็มถอนหายใจยาวพลางกอดอก “การที่ใช้แผนมัดมือชกแบบนี้ แทนที่จะมาคุยกันดีๆ แต่กลับมายัดเยียดสัญญาบ้าๆ นี่ให้... คิดว่าคนที่ถูกยัดเยียดเขาจะดีใจกับสิ่งที่พวกคุณทำงั้นเหรอ” “แต่... มึงก็ดูแฮปปี้สะ
ตัดภาพกลับมาที่ปัจจุบันที่พี่เอกกำลังจะเล่าเรื่องหลังจากที่มิณเเข่งเสร็จ น่านที่นั่งฟังเรื่องราวในอดีตตาไม่กะพริบรีบเอ่ยปากถามต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น “แล้วไงต่ออะพี่เอก!” ทว่าพี่เอกกลับทำเป็นเล่นตัวยิ้มกริ่มไม่ยอมเล่าต่อซะงั้น... แต่แล้วจู่ๆ ก็มีน้ำเสียงคุ้นหูของใครบางคนพูดแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ “ไอ้คุณปรก็เกือบเลือดกบปากไง ใช่มะเจย์” เจย์พยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยกับสิ่งที่เรย์พูด น่านหันไปมองตามเสียงก่อนจะรีบยกมือไหว้ทักทาย “อ้าว! พี่เรย์ พี่เจย์ สวัสดีครับพี่” ส่วนปรที่เป็นคนในบทสนทนาเมื่อครู่เหลือบตามองหน้านิ่งแล้วทักทายกวนๆ “พวกมึงมาทำไมกันเนี่ย” “รู้แล้วยังจะถามอีก” เรย์สวนกลับหน้านิ่ง แต่ขาทั้งสองข้างกลับรีบสับเกียร์สุนัขพุ่งตัวเข้าไปหาเอ็มพร้อมกับเจย์ทันที คนหนึ่งรีบคว้าพัดขยับโบกให้ระรัว ส่วนอีกคนก็รีบเปิดขวดน้ำส่งให้แทบจะประเคนถึงปาก “เอ็มมมมมม!” “เอ็มคราบบบ ร้อนไหมเอ็ม กินน้ำหน่อยเร็ว” น่านมองภาพความวุ่นวายตรงหน้าแล้วถึงกับยืนงงเป็นไก่ตาแตก เพราะปกติเขาเคยร่วมงานกับเอ็มเฉพาะในช่วงเวลาที่มีทัวร์นาเมนต์การแข่งขันอย่างเป็นทางการเท่านั้น แถมในความเป็นจร
ตัดภาพมาที่เหตุการณ์ตรงหน้าปร... “ไอ้สัสปร!” เสียงเขียวของมิณดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่ก้าวประชิดตัว ปรที่กำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอดแกล้งทำใจดีสู้เสือร้องทัก “อ้าวเฮ้ย... คุณหายไปไหนมาอะ” “คิดว่าไงล่ะ” มิณตอบเสียงเย็นเยียบ พร้อมกับยื่นหมวกกันน็อกในมือไปจ่อค้ำไว้ที่ใต้คางของปรจนเจ้าตัวต้องขยับหดคอหนี ขณะเดียวกันนั้นเอง สามนักขับมือเก๋าอย่างก้อง เจย์ และเรย์ ก็พากันเดินดุ่มๆ เข้ามาที่พิทบ็อกซ์เพราะอยากเห็นหน้าค่าตาชัดๆ ว่านักขับลึกลับคนใหม่นี้เป็นใครมาจากไหน และทำไมเรซไดเรกเตอร์ถึงได้ยอมเล่นใหญ่ประกาศปิดปากสื่อขนาดนี้ ทว่าภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏสู่สายตาทำเอาพวกเขาสามคนถึงกับยืนเอ๋อ... มันคือภาพผู้ชายร่างใหญ่สองคน (รามกับจูโน่) กำลังช่วยกันจับล็อกตัวผู้ชายอีกคนซึ่งเป็นถึงลูกชายเจ้าของสนามแห่งนี้เอาไว้แน่น โดยมีเด็กสาวในชุดแข่งเต็มยศยืนถือหมวกกันน็อกง้างขึ้นฟ้า พร้อมที่จะฟาดลงมาบนหัวคนถูกล็อกตัวได้ทุกลมหายใจ! “เฮ้ย! เอ็ม! ใจเย็นก่อนนนน!” ทั้งสามคน (ก้อง เจย์ เรย์) ร้องอุทานห้ามทัพขึ้นมาพร้อมกันพลางพยายามจะเข้ามาขวาง ทว่าดวงตาคมกริบตวัดหันมาสวนกลับทันควัน “ไม่ต้องมายุ่ง!”
ณ pit box ของทีมพี่เอก จูโน่ที่เห็นมิณระเบิดความเร็วเสียบแซงขึ้นมาได้สำเร็จก็เก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่ รีบยกมือขึ้นสะกิดไหล่คนข้างๆ อย่างรามรัวๆ ก่อนจะหันไปตะโกนอวดพี่เอกหน้าบาน “เห็นไหมพี่! นั่นเพื่อนผม! บอกแล้วว่าระดับนี้!” รามที่ถูกสะกิดจนตัวโยนเหลือบตาไปมองพลางพูดดักคอหน้านิ่ง “โธ่ จูโน่... เมื่อกี้ตอนมิณสาดโค้ง ผมยังเห็นคุณเอามือปิดตาอยู่เลยนะครับ” “เอาน่า! เรื่องมันผ่านไปแล้ว มึงดูมิณแข่งนู่น!” จูโน่รีบทำเนียนเฉไฉเฉียบพลัน ปรเห็นท่าทางกวนประสาทของเพื่อนทั้งสองคนเลยขยับเดินเข้ามาคั่นกลาง ขยับแขนกอดคอทั้งจูโน่และรามเอาไว้พร้อมกันพลางแกล้งเลิกคิ้วถาม “พวกมึงนี่นะ... กล้าไม่มั่นใจในตัวเพื่อนสนิทตัวเองงั้นเหรอหืม?” พูดจบก็หันหน้าไปกดดันจูโน่ขำๆ รามเห็นท่าไม่ดีกลัวพวกมันจะฟัดกันเองในพิทเสียก่อน เลยรีบพูดขัดขึ้นมาเสียงเรียบ “อย่าเพิ่งทะเลาะกันเองครับพวกมึง หันไปดูในแทร็กนู่นก่อนครับ” ในลานแข่ง ผู้บรรยาย : “เกิดเรื่องแล้วครับ! ก้อง ฟ้าแลบ บังคับรถพลาดจังหวะหลุดอันดับไปช็อคซีนตาตั้ง! เปิดโอกาสให้ เอ็ม นักแข่งหน้าใหม่ทีมตัวตึงกดคันเร่งมิดไมล์ไล่จี้ผู้นำทันที! เอ็มเข้าโค