LOGINหัตถไม่จับตอบ เขากลับตีมือเด็กน้อยตรงหน้าเบา ๆ ให้เอาลง “หัตถ กูชื่อหัตถ อะไรวะ จะมาอยู่บ้านเขาเสือกไม่รู้จักชื่อเจ้าของบ้าน”
“ชเวซงฮัมนีดา” ขอโทษครับ(พูดแบบเป็นทางการ) กรโค้งดำนับจนหัวอยู่ระดับเอว
กรตกใจ ผละตัวถอยหลังเล็กน้อย “อยู่ไทยก็พูดไทยดิวะ”
“โอ ขอโทษครับ” กรพูดอีกครั้ง
“แล้วนี่มึงมาถึงนานยังอะ” กรพูดพลางผายมือนำกรให้เดินเข้ามาในเรือนกระจก
“อ่า เพิ่งมาถึงตอนที่พี่เดินออกมาเจอพอดีครับ” กรตอบ ดูจากท่าทางพี่เขาแล้วกรก็ไม่กล้าบอกหรอกว่าแอบดูพี่เขาอยู่พักหนึ่งแล้ว
“เออ ๆ” หัตถพยักหน้า ก่อนเอ่ยถาม “แล้วนี่กินไรมายัง จะกินข้าวก่อนมั้ยหรือจะไปห้องเลย”
“ผมดื่มกาแฟกับทานขนมปังมาแล้วครับ ขอบคุณครับ” กรค้อมหัวให้
มารยาทจะดีอะไรขนาดนั้นวะ
แม่ง รู้สึกเหมือนกูเป็นคนถ่อยเลย
หัตถพ่นลมหายใจเบา ๆ ก่อนจะหาเรื่องคุยต่อ “อ๋อ อิ่มเหรอวะ”
“อิ่มครับ”
“เออ งั้นก็ไปที่ห้องพักเลยนะ” กรพูดพลางเดินนำออกไปอีกทาง “ลากกระเป๋ามึงมาทางนี้”
“ครับ”
“มึง ไม่ต้องครับทุกคำก็ได้ กูขนลุก” หัตถยกแขนขึ้นให้กรดู
“ครับ” กรตอบรับหน้านิ่ง จ้องหน้าหัตถตาแป๋ว
‘สัด กวนตีนกูปะเนี่ย’ หัตถบ่นเบา ๆ ก่อนจะพารุ่นน้องของเพื่อนเดินลัดโรงเรือนทะลุไปด้านใน ทางเดินของบ้านเขาทุกที่เต็มไปด้วยร่มไม้จากต้นไม้ใหญ่
เดิมทีบ้านของหัตถก็อยู่ในกรุงเทพฯ ติดกับบ้านของนัยน์เพื่อนเขานั่นแหละ กระทั่งเข้ามหาวิทยาลัยเขาเลือกมาเรียนที่มหาวิทยาลัยประจำจังหวัดนี้
ตอนเรียนเขามีโอกาสได้เรียนรู้งานปั้นกับอาจารย์ที่เป็นศิลปินแห่งชาติในสาขาด้านนี้โดยตรง แถมยังแนะนำงานของเขาให้กับคนใหญ่คนโตที่สนใจและชื่นชอบงานศิลป์อีก
หลังจากเรียนจบเขาที่ยังหลงไหลธรรมชาติและวัฒนธรรมที่นี่ จึงเลือกซื้อบ้านอยู่ที่นี่ต่อ
ตอนนี้งานของหัตถถือว่ามีชื่อเสียงและเป็นที่ต้องการมาก มีครั้งหนึ่งเขาส่งงานตามออร์เดอร์ที่รับมาไม่ทัน ตอนนั้นหัตถรู้สึกแย่มาก ๆ แม้ว่าลูกค้าจะเข้าใจและไม่ว่าอะไรก็ตาม
สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจไม่รับงานตามออร์เดอร์แล้ว แต่ยังคงปั้นงานและวาดรูปอยู่ และจะเปิดประมูลสินค้าปีละครั้ง ตามจำนวนชิ้นงานที่มีสะสมอยู่เท่านั้น
กรเดินตามเจ้าของบ้านมาจนถึงบ้านไม้สองชั้น ทว่ามันไม่ได้ดูเก่าแบบในหนังที่กรเคยดู เขาเดินตามไปเรื่อย ๆ จนถึงด้านในตัวบ้าน
บ้านหลังนี้ถูกออกแบบให้เข้ากับยุคสมัยมาก ดูโปร่งโล่งสบาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
ก่อนจะเข้าประตูมาเขามองขึ้นไปเห็นระเบียงบนชั้นลอยอีกด้วย ทั้งที่ด้านล่างช่วงทางเข้า เขาก็เห็นว่ามีระเบียงยื่นออกไปข้างตัวบ้านไว้สำหรับนั่งเล่นอยู่แล้ว
ในบ้านนี้ดูเหมือนจะมีเพียงสองห้องนอนอยู่ด้านบน นอกจากห้องนั่งเล่นกับห้องครัวที่อยู่ด้านล่าง
ห้องแรกของชั้นสองที่เขาเดินผ่านมาประตูไม่ได้ปิด มองเข้าไปก็เห็นว่ามันดูกว้างใหญ่มาก กรเดาว่าน่าจะเป็นของเจ้าของบ้าน
อีกห้องที่ถัดมาหัตถเปิดและพยักหน้าให้กรเดินเข้าไปก่อน ห้องนี้ดูเล็กกว่านิดหน่อยก็จริงแต่ก็ไม่ถึงกับเล็กมาก ที่น่าตกใจกว่า คงจะเป็นข้าวของที่วางระเกะระกะอยู่ด้านในนี้ต่างหาก
“รกหน่อยนะ ปกติกูเอาไว้วาดรูปอะ” หัตถเกาหัวแก้เขิน ยิ้มแหย ๆ กับความรกที่ทำไว้
ปกติเขาไม่เคยอายที่บ้านรก เวลาเขาทำงานเขาก็ไม่ได้สนใจรอบตัวมากนัก แต่ความมารยาทดีของคนตรงหน้า หัตถอดคิดไม่ได้ว่าคนคนนี้ต้องเป็นคนสะอาดมากด้วยแน่ ๆ
“ถ้าให้ผมอยู่ห้องนี้ แล้วพี่จะไปวาดที่ไหนครับ” กรถาม จู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนว่ากำลังทำให้คนตรงหน้าเดือดร้อนหรือเปล่า แต่คำตอบจากคนตรงหน้าก็ทำให้เขาเบาใจขึ้นมาหน่อย
“ข้างบ่อ ริมบึง โรงรถ ใต้ต้นมะม่วง ตรงไหนก็วาดได้หมดแหนะ ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่สถานที่หรอก กูจะวาดไม่ได้ก็ตอนไม่มีอารมณ์นู่น” หัตถตอบไปตามตรง
“อารมณ์เหรอครับ” กรขมวดคิ้ว เอียงหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงถาม
“อารมณ์ในการวาดไม่ใช่อารมณ์แบบที่มึงคิดหรอก มึงนี่ก็ลามกเหมือนกันนะ” ตอนท้ายหัตถพูดติดตลก เอามือผลักอกแน่นเบา ๆ
“...” กรไม่ได้พูดอะไรต่อ นอกจากอมยิ้มเล็กน้อยให้กับคนตัวเล็กตรงหน้า
อันที่จริงกรก็ไม่ได้คิดลามกอย่างที่หัตถว่า เขาแค่คิดว่าอารมณ์วาดรูปของศิลปินแขนงนี้มันต้องขนาดไหนกัน มันเหมือนกันกับตอนที่เขาทำงานหรือเปล่าก็แค่นั้น
เป็นคนแปลกแต่ก็น่ารักดีแหะ
ใบหน้าหล่อคมคาย ทั้งที่ดูเท่ห์อยู่เมื่อกี้ แต่เพียงชั่วพริบตาเดียวหัตถกลับดูสวย ดูน่ารักขึ้นมาเสียอย่างนั้นเพียงแค่ยิ้มออกมา
คำพูดคำจาที่ปะปนไปด้วยหยาบคาย ห้วน ๆ ห้าว ๆ ทว่าพอฟังแล้วกลับไม่ได้รู้สึกโกรธอะไร เป็นคนที่พูดคำว่าเหี้ยแล้วเหมือนใส่ฟิลเตอร์คิตตี้บวกรูปหัวใจยังไงยังงั้น
หัตถเห็นกรมัวแต่ยืนเหม่อ จนต้องร้องทัก “มึงยิ้มไรอะ มาช่วยกูเก็บดิกูต้องไปทำงานอีก”
“พี่ไปทำงานเถอะครับ เดี๋ยวผมเก็บเองก็ได้” กรเดินมาหยิบเศษกระดาษ กับของในมือของหัตถ
“เก็บเองได้แน่นะ ที่นี่ไม่มีแม่บ้านให้มึงนะ” หัตถมองหน้ารุ่นน้อง เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเป็นเชิงถาม
เขาเป็นคนโลกส่วนตัวสูงมากและชอบที่จะอยู่กับธรรมชาติ จึงไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวาย พอเขาเสร็จงานก็จะเก็บเอง นาน ๆ ทีแม่ของเขาจะแวะมาเยี่ยมและทำให้บ้าง
“ได้จริง ๆ ครับ แค่นี้ผมก็รบกวนพี่มากแล้ว” กรพยักหน้าหนักแน่น
“เออ ๆ แต่! อย่าทิ้งของกูส่งเดชนะ อันไหนไม่แน่ใจว่ากูยังใช้มั้ย ให้กองรวมกันไว้ เดี๋ยวกูมาแยกอีกที” หัตถขมวดคิ้วมุ่น ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “กูเก็บเองดีกว่า เดี๋ยวมึงเผลอทิ้งของที่กูยังต้องใช้”
“ผมจะไม่ทิ้งอะไรเลย แค่จะวางให้เป็นระเบียบ แล้วจะแยกใส่ลังไว้ให้พี่เลือกเอง ดีไหมครับ” กรเผลอตัวจับมือหัตถไว้จนพูดจบ
หัตถมองหน้าของเด็กหนุ่มตรงหน้าจนเพลินไปหน่อย เวลาที่เขาพูดน้ำเสียงนุ่มทุ้มต่ำแต่รื่นหู ใบหน้าหล่อชวนให้คล้อยตามไปเสียทุกเรื่อง
รู้ตัวอีกทีมือเขาก็ถูกกรจับเอาไว้แล้ว หัตถรีบชักมือออกราวกับโดนของร้อน
“เออ ๆ งั้นกูไปทำงานก่อนนะ”
หลังจากที่ปล่อยให้รุ่นน้องเก็บกวาดห้องคนเดียว หัตถก็ตรงกลับไปที่โรงเรือนเพื่อปั้นงานที่เพิ่งจะเริ่มให้เสร็จ พอถึงช่วงเที่ยงเขาก็เดินกลับเข้ามาที่ตัวบ้าน
เดิมทีหัตถตั้งใจมาชวนกรไปกินมื้อเที่ยงข้างนอก เขาแวะไปถามเจ้าตัวแล้ว แต่น้องบอกเขาว่ายังไม่หิวและอยากเก็บให้เสร็จก่อน หัตถจึงเข้าไปต้มบะหมี่กินกันตายเหมือนเช่นเคยแล้วออกไปวาดรูปต่อที่ระเบียงด้านล่าง
หัตถไม่มีปัญหากับเสียงเพลงที่กรเปิด เขายังคงสามารถทำงานได้ หากว่าเสียงเพลงดังอยู่ในระดับเท่านี้ที่กำลังได้ยิน ดีเสียอีกเขาจะได้ไม่ต้องคอยเปลี่ยนเพลงคอยเลือกเพลงเองแถมยังได้ฟังเพลงแนวใหม่ ๆ ด้วย
แต่ติดอยู่นิดเดียวตรงเพลงที่กรเปิด เขาฟังไม่รู้เรื่องและร้องตามไม่ได้ ‘พี่ขอบักคนซั่วสักรอบได้มั้ย?’
จู่ ๆ เสียงเพลงที่ดังอยู่ก่อนนี้ก็เงียบไป เขารออยู่ครู่หนึ่งผ่านไปก็แล้วแต่กลับไม่มีเสียงเพลงใหม่ขึ้นมาแทนเหมือนทุกที
หัตถวางพู่กันลงก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในตัวบ้าน เดินเรื่อยไปจนถึงห้องเล็กที่ประตูถูกเปิดเอาไว้
ภาพที่เห็นคือเจ้าเด็กนี่นอนหลับอยู่บนพื้นไม้ที่ยังไม่ได้ถู ภายในอ้อมแขนของน้องมัน มีผ้าห่มนาโนผืนไม่ใหญ่มากที่หัตถเอามาคลุมตัวเวลาที่รู้สึกหนาวตอนทำงาน
‘หึ ขาหนีบผ้าแน่นเชียวนะ ติดหมอนข้างจริง ๆ เหรอวะ’
หัตถก็ไม่รู้จะทำยังไงให้แบงก์เลิกรู้สึกกับตัวเขาแบบนี้สักที ปฏิเสธไปตรง ๆ ก็แล้วหรือเขาต้องมีใครสักคนแล้วจริง ๆ แบงก์ถึงจะตัดใจได้ตอนที่หัตถคิดถึงใครสักคนที่จะเป็นแฟนจริง ๆ ภาพในหัวเขากลับมีแต่หน้ากร แล้วทำไมต้องคิดถึงหน้ามันด้วยเนี่ย เพียงแค่คิดแก้มใสของหัตถก็ขึ้นริ้วสี กรยื่นหลังมือไปแตะหน้าผากหัตถทันทีที่เห็นสีหน้าเปลี่ยน เขาแน่ใจว่าไม่ใช่เมาเพราะปริมาณที่ดื่มกันตอนนี้ยังไม่มากพอให้หัตถเมาได้ “เป็นอะไรหน้าแดง”“เปล่า กูแค่ร้อน” หัตถตอบ เขาเอียงหน้าหลบสายตากรเล็กน้อยไม่อยากออกอาการมากไปกว่านี้แล้วตลอดคืนมีแค่แบงก์ที่วอแวหัตถตลอดส่วนกรเพียงแค่นั่งมองอยู่ทุกการกระทำ พอเริ่มกรึ่ม ๆ หัตถก็หยิบมือถือขึ้นมาไลว์สด ไม่ลืมยกมือจุ๊ปากให้กรเงียบ ๆLIVE (สด)“สวัสดีครับ” หัตถเริ่มต้นด้วยการกล่าวทักทาย ก่อนจะเงียบแล้วเพ่งสายตาอานคอมเมนต์ที่วิ่งเร็วมาก“ทุกคนพิมพ์เก่งกันจังครับ อ่านไม่ทันเลย”“น้องหัตถดื่มเหรอ อุ๊ย ทุกคนรู้ได้ไงครับได้กลิ่นเหรอครับ” หลังจากนั้นคอมเมนต์ก็เต็มไปด้วยเลข 5 เต็มไปหมดตามด้วยคำว่าน่ารัก“ทำไมทุกคนบอกว่าผมน่ารัก ผมต้องหล่อสิครับ”“น้องหัตถเจอกับแบงก์หรือ
หัตถหันไปมองดูรอบ ๆ ให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรที่ต้องจัดการก่อนมั้ยดีที่เตาย่างไฟมอดไปนานแล้ว เมื่อตรวจดูแน่ใจแล้วเขาจึงประคองเจ้าเด็กกลับห้อง“แล้วมึงก็งี้ทุกที เมาปุ๊บทิ้งตัวปั๊บ” หัตถบ่นเบา ๆ ให้เจ้าเด็กพอเดินผ่านห้องตัวเองเห็นไฟดับไปแล้วแบบนี้แปลว่าแบงก์คงหลับไปแล้ว จู่ ๆ คนเมาก็โวยวายขึ้นมาหัตถจึงต้องเอามือปิดปากไว้แล้วพาเข้าห้องกรไปพอเขาทิ้งตัวน้องลงเตียงมือของกรที่กอดคอเขาอยู่ก็ดึงตัวเขาลงไปนอนทับ “มีครั้งไหนมั้ยที่เมาแล้วมึงจะไม่ลวนลามกูเนี่ย ทั้งกอด ทั้งจูบ คราวทีแล้วก็ดูดนมกูคราวนี้มึงจะทำอะไรกูอีก หืม”คำบอกเล่าของหัตถทำเอาเลือดเจ้าเด็กสูบฉีดเร็วมาก ไม่น่าเชื่อว่าริมฝีปากที่เขาเฝ้ามองทุกวันเขาจะเคยลิ้มลองมาแล้ว นึกเสียดายที่เขาทำมันตอนเมาในหัวเขาจำอะไรไม่ได้เลยกรแลบลิ้นเลียปากตัวเองเองอย่างที่ชอบทำตอนลืมตัว“เลียปากอีกแล้ว อยากกินโมจิสตรอเบอรี่อีกหรือไง แต่ที่มึงกินทุกครั้งนั่นมันปากกูต่างหาก” เขาทำปากจู๋ยื่นใส่น้อง ตั้งใจจะยั่วเล่นสายตาปรือปรอยของกรฉายแววจริงจังขึ้นมา เขายื่นหน้าเข้าไปหาคนพี่ประกบริมฝีปากจูบแผ่วเบา พอละปากออกพวกเขามองหน้ากันครู่หนึ่งก่อนที่จูบดูดดื่มจากทั้งส
หัตถเลิ่กลั่กไม่น้อย เขาไม่รู้หรอกว่าแบงก์มองเห็นอะไรหรือรู้อะไรมา แต่การมาพูดแบบนี้คนที่จะเสียหายไม่ใช่เขา “พูดเหี้ยไรของมึง อย่าไปทำให้น้องมันแปดเปื้อน”“พี่คิดว่ามันเป็นน้อง แล้วพี่รู้มั้ยว่ามันคิดยังไงกับพี่” แบงก์เริ่มขึ้นเสียง เขาเฝ้าแอบชอบพี่มาไม่รู้กี่ปีแต่หัตถก็เคยมีทีท่าว่าจะชอบผู้ชายด้วยกันเลยแล้วไอ้หมอนี่มันมีอะไรที่ต่างจากเขาตรงไหน มันก็เป็นผู้ชายเหมือน ๆ กันกับเขา“เรียกเขาให้มันดี ๆ หน่อยไอ่แบงก์ ยังไงเขาก็มีชื่อเสียงไม่ต่างจากมึง อีกอย่างเขาโตกว่ามึงนะ” หัตถว่า“ปีเดียวไม่นับ” เขาเถียงพี่เสียงดังขึ้น น้ำเสียงออกไปทางหงุดหงิดเล็กน้อย ที่ผ่านมาแบงก์ไม่เคยทำท่าทางแบบนี้หรือใช้น้ำเสียงแบบนี้กับหัตถเลยพอเห็นว่าน้องเริ่มงอแงไปเรื่อยหัตถจึงคิดว่าเปลี่ยนเรื่องดีกว่า “เฮ้อออ แล้วนี่มึงมางานของอะไร งานเริ่มกี่โมงป่านนี้ยังไม่ไปเตรียมตัวอีก”“แค่อีเวนต์โชว์ตัวแล้วก็เล่นเกมกับแฟนคลับกับร้องเพลงนิด ๆ หน่อย ๆ งานมีพรุ่งนี้นู่น”“เอ้า! แล้วมึงจะรีบมาทำไม”“ก็กะว่าจะมาส่งพี่แล้วก็ค้างนี่สักคืน หาเวลาพักด้วย”หัตถถอนหายใจแรงรู้สึกได้ถึงความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้น เขาสัมผัสได้จากสีหน้าท่
กรเห็นปากเล็กอ้าปากงับข้าวในช้อนแล้วเคี้ยวหงุบหงับก็นึกมันเขี้ยว “ครับ ๆ อ้าปากหน่อยนะ อ้ามมม” เขาเห็นเศษข้าวติดริมฝีปากคนพี่อยู่จึงยื่นหน้าเข้าไปใกล้อ้าปากงับริมฝีปากอิ่มไว้แล้วใช้ปลายลิ้นตวัดเลียเศษข้าวเข้าปากตัวเองหัตถยังคงตาโตนิ่งค้างอยู่แม้ว่ากรจะละริมฝีปากออกไปแล้ว ทั้งที่เมื่อคืนก็ทำเรื่องต่าง ๆ มากมายมาด้วยกันแต่ก็ไม่ช่วยให้เขาคลายความตื่นเต้นกับการกระทำแบบนี้เลย“มึงทำอะไรเนี่ย” เขาบ่นให้เจ้าเด็กที่ฉวยโอกาสขโมยจูบจากเขาอีกแล้ว“จริง ๆ อยากจูบแต่กลัวห้ามใจไม่ไหวเดี๋ยวเลยเถิด พอดีเห็นมีเศษข้าวติดอยู่เลยช่วยเอาออกให้แค่นั้นครับ” กรตอบอย่างจริงใจตรงไปตรงมาแต่นั่นยิ่งทำให้ใบหน้าหล่อแต่ดูสวยของคนพี่แดงก่ำขึ้นมาอีก “จูบไรเยอะแยะ เมื่อคืนมึงจูบไม่พอหรือไง”“อย่าว่าแต่จูบเลยครับ ทั้งหมดที่เราทำกันเมื่อคืนผมก็ยังอยากทำอีกอยู่นะ เพราะงั้นถ้าพี่ไม่อยากเจ็บตัวอีกก็อย่าเพิ่งมาทำหน้าตายั่วผมแบบนี้” กรย้ำ สีหน้าแววตาที่ใช้มองคนพี่บอกให้รู้ว่าพูดจริงหัตถเห็นสายตาแบบนั้นจำต้องยอมกินข้าวต้มไปเงียบ ๆ พอได้ก้มลงมองตัวเองถึงได้เห
กรพอใจในคำตอบที่ได้ยินไม่น้อย อดรู้สึกผิดไม่ได้ที่ตัวเองทั้งดุและตะคอกคนตัวเล็ก “ผมขอโทษนะ ทั้งที่ตั้งใจจะช่วยพิทักษ์น้ำตาพี่ไม่ให้ไหล แต่เกือบเป็นต้นเหตุที่ทำให้พี่เข้าโรงพยาบาลเองเสียแล้ว” “มึงต้องจดจำความผิดนี้ไปชั่วชีวิตเลยนะ ทำหน้าที่ผู้พิทักษ์น้ำตาให้ดีกว่านี้ด้วย” หัตถได้ทีชี้นิ้วคาดโทษ กรจับนิ้วคนพี่ไว้ “ได้ดิ ชั่วชีวิตผมหลังจากนี้เป็นของพี่คนเดียว” อีกแล้ว โรคหัวใจกูกำเริบอีกแล้ว หัตถกำมือน้อยทุบตรงหัวใจเบา ๆ แก้มแดงหูแดงเขารู้สึกร้อนขึ้นมาที่หน้า “กูง่วงแล้วอะ ขอไปนอนก่อนนะ” กรยกยิ้มพอใจ ท่าทีแบบนั้นเขารู้ดีว่าคนพี่กำลังเขินเขา “หน้าแดงขนาดนั้นสงสัยจะมีไข้พี่อย่าลืมกินยานะครับ” หัตถไม่ตอบอะไรได้แต่ยกมือโบกไปมารัว ๆ กลับให้เขา เขาปล่อยให้พี่ได้นอนพักไป ส่วนตัวเองก็เก็บกวาดทำความสะอาดบ้าน เสร็จพอดีกับผ้าที่เอาใส่เครื่องไว้ก่อนหน้านี้ เขาเอาเสื้อผ้าทั้งของตัวเองแล้วก็ของหัตถไปตาก บ้านของหัตถเหมือนจะไม่ใหญ่มากแต่ก็ไม่เล็กเลยสำหรับการทำความสะอาด เขาทำงานบ้านเพลินจนเย็น ความหิว
เด็กสาวสองคนที่มาขอถ่ายรูปก่อนหน้านี้ลุกมายืนประกบแก้มไว้ พวกเธอตามติ่งเฝ้าเลี้ยงศิลปินที่รักผ่านมือถือมาตั้งนาน ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ให้ตอมแล้วนังป้านี่เป็นใครกล้าดียังไงมายืนว่าศิลปินอันเป็นที่รักของพวกเธอ“ฟังมานานละ ตอนแรกก็ว่าจะไม่ยุ่งนะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวป้ากับพี่หัตถ” เด็กสาวคนที่ 1“ใช่ แต่นี่ป้ามาลามถึงศิลปินที่หนูชอบอันนี้ยอมไม่ได้ละ” เด็กสาวคนที่ 2“ถ้าป้าคิดจะตามข่าวไหนควรตามให้สุดนะ ข่าวพี่เคตรวจสอบแล้วไม่เป็นความจริง แล้วพี่เขาก็ลาออกเองเพื่อแสดงความรับผิดชอบที่ทำให้วงพลอยเสียชื่อเสียง” เด็กสาวคนที่ 1“ใช่ พี่เรื่องนี้พี่เคไม่ผิด เขายังบอกอีกว่าถึงแม้ไม่ได้ทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาแต่พี่เขาก็ผิดที่เอาตัวเองไปอยู่ตรงนั้น” เด็กสาวคนที่ 2“เขาแสนดีขนาดนี้ ยังต้องมาเจอคนไม่รู้อะไรเลยอย่างป้ากระแนะกระแหนอีกเหรอ” เด็กสาวคนที่ 1“ยัยเด็กพวกนี้นี่ วัน ๆ หนึ่งคงจะไม่เรียนหนังสือกันสินะเอาแต่ตามกรี๊ดผู้ชายไปเรื่อย” แก้มเบนเข็มหันไปแว๊ด ๆ ใส่สองสาวทันที“ไม่ต้องมาห่วงพวกหนูหรอก ถึงจะตามหวีดดาราแต่เกรดพวกหนูไม่เคยต่ำกว่าสามจุดห้านะ” เด็กสาวคนที่ 1“อ้อ พวกหนูถ่ายคลิปตอนที่ป้าชี้หน้า







