Share

ระวังโดนผมตกนะ
ระวังโดนผมตกนะ
Author: กลัดแก้ว

01.บินด่วน

last update Last Updated: 2026-01-29 03:18:34

สนามบินประจำจังหวัด

               ร่างสูงโปร่งภายใต้เสื้อแขนยาวตัวโคล่ง กางเกงวอร์มขายาวเข้าชุดกัน ฮูดถูกยกขึ้นไปคลุมหมวกแก๊บบนหัวบดบังใบหน้าเอาไว้ แว่นตาดำกรอบใหญ่บวกกับหน้ากากอนามัยสีดำ

ตอนนี้กรดูไม่ต่างจากนักโทษที่ตำรวจพาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เขายืนเก้ ๆ กัง ๆ มองซ้ายทีขวาทีก่อนจะตรงไปที่เคาน์เตอร์ประสัมพันธ์เพื่อถามหารถเช่า

กรพูดได้สามภาษา ไทย อังกฤษ เกาหลี ส่วนภาษาจีนกับญี่ปุ่นเขาพูดได้แค่คำง่าย ๆ ที่เคยได้ยินเท่านั้น

ชายหนุ่มเลือกใช้ภาษาอังกฤษด้วยความเคยชินพูดกับหญิงสาวประจำเคาน์เตอร์ ซึ่งเขาคิดว่านี่น่าจะเป็นภาษากลางที่สุด กรไม่ได้อยู่ไทยนานมากแล้วบางทีก็คิดคำไทยบางคำไม่ออก หรืออาจจะคิดช้าสักหน่อย

ไม่นานเขาก็ได้คำตอบพร้อมบริการสุดพิเศษจากคุณเจ้าหน้าที่ เธอจัดการเรียกเจ้าหน้าที่ประจำจุดบริการรถเช่าให้มารับกรถึงเคาน์เตอร์

กรเดินตามคุณลุงไปจนถึงจุดที่ลุงจอดรถ เขาส่งที่อยู่ให้ลุงคนขับรถดู ลุงอ่านเสร็จก็เงยหน้าขึ้นมองเขาก่อนจะบ่นเบา ๆ คนเดียวด้วยภาษาท้องถิ่น “ไปอยู่ในป่าในเขาจังซั่น สิอยู่ได้อยู่บ่”

               “ครับ?” กรถามลุงกลับด้วยภาษาไทย เขารู้สึกได้ว่าลุงไม่น่าจะพูดภาษาอื่นกับเขา ไม่ใช่จะดูถูกหรือบูลลี่การศึกษาลุง เขาฟังออกว่าเป็นภาษาไทยแต่พอรวมกับสำเนียงลุงแล้วเขาแค่ไม่ค่อยเข้าใจ

คนไทยน่ะภูมิใจในภาษาถิ่นของตัวเองกันจะตาย ทั้งน่ารักและมีเสน่ห์ ไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไร ซึ่งกรเองก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกัน

               “เอ้า เว่าไทยได้ตั๋วนิ ไสว่าคนต่างซาติ มา ๆ” ลุงพูดไปพลางเดินมาหยิบกระเป๋าของกรขึ้นรถให้ “แล้วนี่เจ้าเป็นคนบ้านได๋”

               “อ่า... กรุงเทพฯ ครับ” คำว่าบ้านได๋กรเคยได้ยินบ่อย ๆ ในละครไทยพื้นบ้านที่ได้ดูบ้าง ซึ่งซับเกาหลีมันขึ้นประมาณว่าบ้านอยู่ที่ไหน

               “อ๋อออ คนไทยบ่ บ่เป็นหยัง ๆ ข่อยถามซื่อ ๆ ว่าสิอยู่ได้บ่” ลุงมองหน้าผมแล้วพูดช้าลงอีก “จะอยู่ได้ไหม ที่เจ้าสิไป มันอยู่ในป่าในเขา”

               กรยิ้มให้กับความพยายามของลุง แต่ก็นะ ลุงเว่าไทยแต่สำเนียงตกอีสานไม่ไหว

               “อ๋อ ได้ครับ อยู่ได้ครับ” หลังจากที่กรขึ้นไปนั่ง ปิดประตูเรียบร้อย ลุงก็ออกรถทันที

               “แล้วบ่ฮ้อนบ่ ใส่เสื้อผ้าอิหยังหนาพ้อปานนั้น” ลุงยื่นมือไปเร่งแอร์ให้ ถึงงานลุงจะมีรายได้ไม่มากนัก แต่ก็ไม่อยากให้มีร้องเรียนจากลูกค้า

การทำงานที่บริษัทมีเงื่อนไขเกี่ยวกับการให้บริการที่ตกลงกับสนามบินไว้ เป็นเรื่องที่คนขับรถแบบลุงกลัวที่สุด

               ทว่า ลุงพูดเร็วราวกับกำลังแร็ปอยู่ ด้วยภาษาที่กรไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย “เอ่อ…” ดีที่ลุงเป็นคนใส่ใจ พอเห็นว่าเขาดูอึกอักก็จะพูดช้าลงให้

               “เสื้อ เสื้อเจ้ามันหนา มันสิฮ้อน ฮ้อนน่ะฮ้อน”

               “ห่อน” กรลองพูดตาม

แต่สำเนียงยังไม่ได้ จึงลองใหม่ “ฮ่อน”

               “ห้อน” ก็ยังไม่ได้อีก

               “บ่แม่น” ลุงคนขับเห็นว่าไม่ถูกสักทีจึงทวนใหม่เป็นคำไทย “ร้อนน่ะร้อน”

               “อ๋อ” กรพยักหน้า “ไม่ร้อนครับ ขอบคุณครับ” เขาถอดแว่นกันแดด ดึงเอาฮูดลง หยิบหมวกแก๊ปออก เหลือไว้เพียงหน้ากากอนามัย

               “ขอบคุณเฮ็ดหยัง ข่อยถามซื่อ ๆ” ลุงพูดไว้อย่างนั้นก่อนจะหัวเราะเสียงดังชอบใจใหญ่

               “…” คราวนี้กรไม่ได้ตอบ เขาเพียงส่งยิ้มที่แม้จะเห็นเพียงแค่ตาให้ลุงก่อนจะมองออกไปรอบ ๆ บางทีการโต้ตอบด้วยภาษาท้องถิ่นอาจจะเร็วไปสำหรับเขาในวันนี้

               เขาใช้เวลาเดินทางชั่วโมงเศษก็มาถึง บ้านสวนหัตถกร เขาจ่ายเงินให้ลุงด้วยราคาที่มากกว่าราคาค่าโดยสารที่ลุงบอก ไม่ใช่ว่าจะอวดรวยอะไร แค่เห็นว่าเส้นทางก่อนจะเข้ามาถึงนี่มีบางช่วงที่มันขรุขระ ทุลักทุเลจนรู้สึกสงสารรถ

กรลากกระเป๋าเดินผ่านประตูรั้วที่เปิดทิ้งไว้ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ให้ความรู้สึกสดชื่น ร่มรื่น กิ่งก้านของมันแผ่ขยายมาชนกันตรงกลาง ราวกับเป็นซุ้มที่ให้ร่มเงาไปจนตลอดทางเดิน

ด้านหน้าของกรเป็นโรงเรือนใหญ่ ๆ ที่ทำจากไม้สวดลายสวยงามประดับด้วยกระจกใสที่มองเห็นทะลุรอบทิศ

สายตาคมมองสำรวจไปรอบ ๆ เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาปั้นดินก้อนตรงหน้า แววตาของชายหนุ่มเวลาที่จดจ่ออยู่กับดินก้อนนั้นช่างดูเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง

ใบหน้าที่เห็นเพียงด้านข้างแต่ก็รับรู้ได้ว่าเจ้าของมันต้องหน้าตาดีมาก ดูจริงจังและตั้งใจ มันสะกดให้กรยืนมองเงียบ ๆ อยู่อย่างนั้น

กระทั่งเสียงมือถือดัง กรรีบจับดูที่กระเป๋ากางเกง ทว่าเสียงนั้นไม่ได้มาจากมือถือของเขา สายตาคมจึงมองกลับไปที่อีกคน

เจ้าของมือถือกดเปิดลำโพงทันทีหลังจากที่กดรับสาย มือของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยดินโคลน

[อันยอง หัตถเพื่อนร้ากกก]

นั่นเสียงนัยน์ฮยองนี่ แน่นอนว่ากรจำเสียงพี่ชายคนสนิทของเขาได้ดี

“ว่า...” หัตถถามกลับสั้น ๆ

[น้องกูที่ว่าจะฝากไปอยู่กับมึงไปถึงยัง]

“อ้าว มาวันนี้เหรอวะ กูนึกว่าอีกสักพัก กูยังไม่ได้เตรียมห้องให้เลย”

[เรื่องห้องน้องกูมันไม่ยากหรอก ตอนมันอยู่นี่แรก ๆ ก็ฟีลเด็กหอต้องดูแลตัวเองทั้งนั้น]

“แล้วยากเรื่องไรอะ ถ้าเรื่องแดกนี่มึงบอกน้องมึงบินกลับได้เลยนะ อาหารอีสานมึงก็รู้”

[เออกูรู้ เรื่องแดกมันก็ไม่ยาก มันยากแค่ตอนนอนมึงมีหมอนข้างให้น้องกูก็พอ ตอนนอนมันต้องมีไรกอด]

“น้องมึงนี่กี่ขวบเนี่ย สัด ไม่ใช่เอาลูกมึงมาหลอกให้กูเลี้ยงให้นะ”

[ลูกพ่อง! ดิ มันอายุ 25 แล้ว]

“เออ ๆ ไว้กูจะหาให้ ถ้าไม่มีเดี๋ยวกูซื้อให้เลย แต่กูยังไม่เห็นมีใครมานะ” หัตถเงยหน้าขึ้น หันซ้ายแลขวา

กรถอยหลบมายืนหลังประตู เมื่อเห็นหัตถกำลังหันมายังจุดที่เขายืนอยู่ แล้วเราจะหลบทำไมวะ?

[เอาไงดีวะ กูโทรไปแม่งก็ไม่ติด ข้อความก็ไม่เปิดอ่าน]

ได้ยินแบบนั้นกรจึงหยิบมือถือที่เปิดโหมดพระจันทร์เพื่ออ่านข้อความของนัยน์ฮยอง

“มึงให้ที่อยู่กูถูกหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าหลงไปไหนต่อไหนแล้ว” หัตถเช็ดมือจนสะอาดที่สุดแล้วในสายตาเขา หยิบมือถือแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้ตรงไปที่ประตู “พวกมึงนี่น๊า แทนที่จะให้กูไปรับก็จบ”

[ก็น้องกูมันบอกไม่อยากรบกวน แค่ให้พักด้วยก็เกรงใจมากแล้ว]

“เออ ๆ เดี๋ยวกูออกไปดูที่สนามบิ... เหี้ย!”

“กัมจ๊ากีย่าห์ อ่าาา” (คำอุทาน) กรยกมือขึ้นจับที่อก เขากำลังอ่านข้อความเพลิน ๆ เงยหน้าขึ้นมา ใบหน้าหล่อสวยก็มายืนตรงหน้าแล้ว

[เห้ย นั่นมันเสียงน้องกูนี่] นัยน์ตะโกนเสียงดังเมื่อได้ยินเสียงกร

“สัดตกใจหมด แล้วมายืนลับ ๆ ล่อ ๆ ห่าอะไรตรงนี้ ไม่เดินเข้าไปวะ” หัตถเห็นว่าคนตรงหน้าเอาแต่ทำหน้าเหวอ ไม่ยอมพูดยอมจา เขายกมือถือขึ้นมาจ่อปากอีกครั้ง “น้องมึงพูดไทยไม่ได้เหรอ ไหนบอกคนไทย”

กรกดตอบข้อความของนัยน์ บอกว่าให้วางสายไปก่อน ขอคุยกับเจ้าของบ้านเอง ไม่ต้องเป็นห่วง

[พูดได้ดิ แต่มันอาจจะยังปรับตัวอยู่มั้ง มันอยู่เกาหลีมานานไง]

“เออ ๆ เดี๋ยวกูคุยกับน้องมึงก่อน แค่นี้แหละ” เขากดวางสายเพื่อนไป เงยหน้าขึ้นมองสำรวจคนตรงหน้า

ดวงตาเรียวรี ใบหน้าหล่อตี๋ ผิวขาวสว่างอย่างกับแดกไฟนีออนเข้าไป ออร่าวิบวับขนาดนี้ถ้าอยู่ไทยมีหวังได้เป็นดาราไปแล้ว

กรเองก็ไล่สายตาสำรวจคนตรงหน้า ใบหน้าหล่อได้รูป ทว่าดวงตากลับดูวาวหวาน ส่วนสูงที่น้อยกว่าทำให้ช่วงตาของคนตรงหน้าอยู่ระดับเดียวกับปากเขา

เป็นคนหล่อที่หน้าสวย

ตัวเล็กปุ๊กปิ๊กน่ารักจริง ๆ

“ไงมึง สรุปพูดไทยได้มั้ย” หัตถถามย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเจ้าเด็กตรงหน้าเอาแต่มองไม่ยอมตอบ

“ได้ครับ สวัสดีครับคุณ...” กรยกมือขึ้นค้างไว้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ระวังโดนผมตกนะ   05.แตกต่างแต่เข้ากัน

    แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านเข้ามากระทบเปลือกตาของหัตถที่นอนอยู่ริมนอกสุด เขายกมือขึ้นมาจับที่หัวตาไว้แล้วบีบน้อย ๆ“อื้อ หนักหัวฉิบหาย” หัตถกระพริบตาปริบ ๆ สองสามทีก่อนจะค่อย ๆ หรี่ตาขึ้นมอง “ห้องวาดรูปนี่” ทว่าตอนที่หัตถกำลังจะลุกจากที่นอน กลับลุกไม่ขึ้น ทั้งแขนใหญ่ที่พาดผ่านทับช่วงตัว ไหนจะขายาว ๆ นั่นที่ทับขาเขาไว้อีก “มึง เห็นกูเป็นหมอนข้างหรือไง” เขายกทั้งแขนขาที่แสนหนักนั่นออกจากตัวทว่าเจ้าของมันกลับไม่ยอม กระชับกอดเขาเอาไว้แน่นกว่าเดิม จมูกโด่งนั่นซุกมาอยู่ที่ซอกคอจนขนอ่อนของหัตถลุกเกรียว “ไอ้กร มึงปล่อยกู ฮึบ”“อื้อออ ชานอ่า ชีกือรอ(หนวกหูน่า)” กรบ่นออกมาเป็นภาษาเกาหลีตามความเคยชิน“ชานพ่อชานแม่มึงดิ นี่กู หัตถ ปล่อยกูก่อน” เขาฟังไม่ออกก็จริง แต่เดาได้ว่าชานน่าจะเป็นชื่อใครสักคนที่ชอบกวนมันตอนนอน“ชานอ่า โชโยงีแฮ(เงียบหน่อย)”“ไม่ใช่ชาน นี่หัตถ” หัตถยังคงเขย่าแขนกร ออกแรงเยอะขึ้นหวังให้เขาตื่น“ย่าห์ ซอชานวอน” กรชันตัวขึ้นอย่างหัวเสีย ก่อนจะกระพริบตาปริบ ๆ เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ซอชานวอนที่คุ้นเคย “เอ่อ... ขอโทษครับ ผมคิดว่า...”“เออ ช่างเหอะ” หัตถเอานิ้วจิ้มที่แขนแกร่งพลาง

  • ระวังโดนผมตกนะ   04.น่าสนใจ

    เขามองดูตามสายตาน้องที่เอาแต่เพ่งดูอาหารในถุง หรือว่ามันจะกินไม่เป็น“มึงอยากกินไรเป็นพิเศษปะเดี๋ยวออกไปซื้อให้ใหม่ แต่บอกไว้ก่อนว่าแถวนี้ไม่มีอาหารเกาหลีให้มึงนะ” หัตถถาม เมื่อกี๊เขาหิวมากจนลืมโทรถามไอ้นัยน์ก่อนซื้อกรมองหน้าหัตถ ย่นหัวคิ้วครู่หนึ่ง “ผมก็คนไทยครับ เกิดและโตที่ไทยผมกินอาหารไทยได้” ปกติเขาไม่ใช่คนชอบพูดเรื่องตัวเองเท่าไรนักขนาดว่าคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน เข้าใจผิดในตัวเขายังไม่เคยคิดจะแก้ข่าวเลย แต่กับพี่คนนี้เขาแค่รู้สึกว่าไม่อยากให้มีเรื่องเข้าใจผิดกันกรเองก็ไม่รู้ว่าทำไมกับพี่คนนี้เขาถึงรู้สึกผ่อนคลายนัก“ก็ดี เอ้านี่ เอาไปใส่จานให้ทีเดี๋ยวกูเก็บพวกนี้ก่อน” หัตถฉีกยิ้มหวานให้ จับมือกรมารับถุงกับข้าวทั้งหมดไว้กรยกถุงขึ้นไว้ระดับเดียวกับหน้าของตัวเอง แล้วมองไปที่หัตถ “ครับ?”“อย่าบอกนะว่าแกะอาหารใส่จานไม่เป็น” เขามองหน้าเจ้าเด็กที่ดูสงสัยไปหมด“เป็นครับ” แต่ที่กรอดสงสัยไม่ได้คือความเป็นกันเอง และความรู้สึกสนิทสนมอันรวดเร็วเหลือเกินนี่ต่างหาก ว่ากันตามตรงพวกเขาเพิ่งเจอหน้ากันเมื่อเช้าเองนะแต่การที่หัตถเป็นแบบนี้ก็ช่วยคลายความอึดอัดของกรลงได้เยอะ เขารู้สึกผ่อนคลายกับ

  • ระวังโดนผมตกนะ   03.ยังไม่ทันตกเลย

    รอบ ๆ ตัวกรเต็มไปด้วยกระดาษที่หัตถวาดรูปแล้ว แต่มันไม่ได้ดั่งใจจึงขยำทิ้งไว้ถูกเปิดออกดูแทบจะทุกรูปเขาไล่สายตาสำรวจผิวขาวนวลผ่อง แค่ดูก็รู้สึกได้ถึงความเนียนละเอียดของผิวเจ้าเด็กหนุ่มหน้าใสที่นอนอยู่ ดูจากผิวพรรณแล้วหัตถอดคิดไม่ได้ว่าเด็กคนนี้คงไม่ค่อยได้ทำงานบ้านเองเท่าไร‘ไม่เคยทำยังจะปากเก่งอีกนะมึง’ จู่ ๆ เขาก็รู้สึกเอ็นดูน้องมันขึ้นมาหัตถรู้จากเพื่อนแค่เพียงว่าน้องมันเจอเรื่องแย่ ๆ มาเยอะ ทั้งที่ก็พยายามอย่างหนักมาตลอด สภาพจิตใจตอนนี้คงไม่ไหวมากจนอยากหาที่พักช่วงนี้น้องมันมีเวลาได้หยุดพักนานหน่อย ก็เลยอยากหลบไปหาที่ที่มันสงบ ไอ้นัยน์ถึงเอามาฝากไว้กับเขานัยน์บอกว่าเด็กคนนี้เป็นคนเงียบ ๆ จึงรับประกันได้ว่าจะไม่รบกวนเขาทำงานแน่ ๆ หัตถจึงยอมให้มา‘เหนื่อยก็ไม่บอกวะเดี๋ยวทำให้ก็ได้ จะฝืนร่างกายทำไม’ เขาบ่นเบา ๆ ให้เจ้าเด็กยักษ์ ก่อนจะเริ่มลงมือจัดการเก็บห้องส่วนที่เหลือต่อให้ ซึ่งเอาจริงก็เหลือไม่เยอะเจ้าเด็กเก็บทุกอย่างที่วางเกะกะใส่ลังเบียร์เปล่าเขาชอบซื้อเบียร์มาตุนไว้ดื่มชิว ๆ สักขวดก่อนนอน ลังที่ว่าจึงถูกนำมาใส่ของวางเรียงเป็นระเบียบอยู่ข้างกำแพงห้อง หนังสือที่เขาหยิบมาอ่าน

  • ระวังโดนผมตกนะ   02.ยินดีที่ไม่รู้จัก

    หัตถไม่จับตอบ เขากลับตีมือเด็กน้อยตรงหน้าเบา ๆ ให้เอาลง “หัตถ กูชื่อหัตถ อะไรวะ จะมาอยู่บ้านเขาเสือกไม่รู้จักชื่อเจ้าของบ้าน”“ชเวซงฮัมนีดา” ขอโทษครับ(พูดแบบเป็นทางการ) กรโค้งดำนับจนหัวอยู่ระดับเอวกรตกใจ ผละตัวถอยหลังเล็กน้อย “อยู่ไทยก็พูดไทยดิวะ”“โอ ขอโทษครับ” กรพูดอีกครั้ง“แล้วนี่มึงมาถึงนานยังอะ” กรพูดพลางผายมือนำกรให้เดินเข้ามาในเรือนกระจก“อ่า เพิ่งมาถึงตอนที่พี่เดินออกมาเจอพอดีครับ” กรตอบ ดูจากท่าทางพี่เขาแล้วกรก็ไม่กล้าบอกหรอกว่าแอบดูพี่เขาอยู่พักหนึ่งแล้ว“เออ ๆ” หัตถพยักหน้า ก่อนเอ่ยถาม “แล้วนี่กินไรมายัง จะกินข้าวก่อนมั้ยหรือจะไปห้องเลย”“ผมดื่มกาแฟกับทานขนมปังมาแล้วครับ ขอบคุณครับ” กรค้อมหัวให้มารยาทจะดีอะไรขนาดนั้นวะแม่ง รู้สึกเหมือนกูเป็นคนถ่อยเลยหัตถพ่นลมหายใจเบา ๆ ก่อนจะหาเรื่องคุยต่อ “อ๋อ อิ่มเหรอวะ”“อิ่มครับ”“เออ งั้นก็ไปที่ห้องพักเลยนะ” กรพูดพลางเดินนำออกไปอีกทาง “ลากกระเป๋ามึงมาทางนี้”“ครับ”“มึง ไม่ต้องครับทุกคำก็ได้ กูขนลุก” หัตถยกแขนขึ้นให้กรดู“ครับ” กรตอบรับหน้านิ่ง จ้องหน้าหัตถตาแป๋ว‘สัด กวนตีนกูปะเนี่ย’ หัตถบ่นเบา ๆ ก่อนจะพารุ่นน้องของเพื่อนเดินลัดโ

  • ระวังโดนผมตกนะ   01.บินด่วน

    สนามบินประจำจังหวัด ร่างสูงโปร่งภายใต้เสื้อแขนยาวตัวโคล่ง กางเกงวอร์มขายาวเข้าชุดกัน ฮูดถูกยกขึ้นไปคลุมหมวกแก๊บบนหัวบดบังใบหน้าเอาไว้ แว่นตาดำกรอบใหญ่บวกกับหน้ากากอนามัยสีดำตอนนี้กรดูไม่ต่างจากนักโทษที่ตำรวจพาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เขายืนเก้ ๆ กัง ๆ มองซ้ายทีขวาทีก่อนจะตรงไปที่เคาน์เตอร์ประสัมพันธ์เพื่อถามหารถเช่ากรพูดได้สามภาษา ไทย อังกฤษ เกาหลี ส่วนภาษาจีนกับญี่ปุ่นเขาพูดได้แค่คำง่าย ๆ ที่เคยได้ยินเท่านั้นชายหนุ่มเลือกใช้ภาษาอังกฤษด้วยความเคยชินพูดกับหญิงสาวประจำเคาน์เตอร์ ซึ่งเขาคิดว่านี่น่าจะเป็นภาษากลางที่สุด กรไม่ได้อยู่ไทยนานมากแล้วบางทีก็คิดคำไทยบางคำไม่ออก หรืออาจจะคิดช้าสักหน่อยไม่นานเขาก็ได้คำตอบพร้อมบริการสุดพิเศษจากคุณเจ้าหน้าที่ เธอจัดการเรียกเจ้าหน้าที่ประจำจุดบริการรถเช่าให้มารับกรถึงเคาน์เตอร์กรเดินตามคุณลุงไปจนถึงจุดที่ลุงจอดรถ เขาส่งที่อยู่ให้ลุงคนขับรถดู ลุงอ่านเสร็จก็เงยหน้าขึ้นมองเขาก่อนจะบ่นเบา ๆ คนเดียวด้วยภาษาท้องถิ่น “ไปอยู่ในป่าในเขาจังซั่น สิอยู่ได้อยู่บ่” “ครับ?” กรถามลุงกลับด้วยภาษาไทย เขารู้สึกได้ว่าลุงไม่น่าจะพูดภาษา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status