LOGINรอบ ๆ ตัวกรเต็มไปด้วยกระดาษที่หัตถวาดรูปแล้ว แต่มันไม่ได้ดั่งใจจึงขยำทิ้งไว้ถูกเปิดออกดูแทบจะทุกรูป
เขาไล่สายตาสำรวจผิวขาวนวลผ่อง แค่ดูก็รู้สึกได้ถึงความเนียนละเอียดของผิวเจ้าเด็กหนุ่มหน้าใสที่นอนอยู่ ดูจากผิวพรรณแล้วหัตถอดคิดไม่ได้ว่าเด็กคนนี้คงไม่ค่อยได้ทำงานบ้านเองเท่าไร
‘ไม่เคยทำยังจะปากเก่งอีกนะมึง’ จู่ ๆ เขาก็รู้สึกเอ็นดูน้องมันขึ้นมา
หัตถรู้จากเพื่อนแค่เพียงว่าน้องมันเจอเรื่องแย่ ๆ มาเยอะ ทั้งที่ก็พยายามอย่างหนักมาตลอด สภาพจิตใจตอนนี้คงไม่ไหวมากจนอยากหาที่พัก
ช่วงนี้น้องมันมีเวลาได้หยุดพักนานหน่อย ก็เลยอยากหลบไปหาที่ที่มันสงบ ไอ้นัยน์ถึงเอามาฝากไว้กับเขา
นัยน์บอกว่าเด็กคนนี้เป็นคนเงียบ ๆ จึงรับประกันได้ว่าจะไม่รบกวนเขาทำงานแน่ ๆ หัตถจึงยอมให้มา
‘เหนื่อยก็ไม่บอกวะเดี๋ยวทำให้ก็ได้ จะฝืนร่างกายทำไม’ เขาบ่นเบา ๆ ให้เจ้าเด็กยักษ์ ก่อนจะเริ่มลงมือจัดการเก็บห้องส่วนที่เหลือต่อให้ ซึ่งเอาจริงก็เหลือไม่เยอะ
เจ้าเด็กเก็บทุกอย่างที่วางเกะกะใส่ลังเบียร์เปล่า
เขาชอบซื้อเบียร์มาตุนไว้ดื่มชิว ๆ สักขวดก่อนนอน ลังที่ว่าจึงถูกนำมาใส่ของวางเรียงเป็นระเบียบอยู่ข้างกำแพงห้อง หนังสือที่เขาหยิบมาอ่านก็ถูกเก็บเข้าชั้นวางอยู่ในที่ที่มันควรอยู่
หัตถจัดการส่วนที่เหลือต่อจนเสร็จ ยกฟูกที่นอนปิกนิก หมอน ผ้าห่มมาจัดวางเข้ามุมให้
ดีว่ากรนอนอยู่ตรงกลางห้องค่อนมาทางประตู จึงเหลือพื้นที่เยอะมากพอที่หัตถจะจัดการเรื่องที่นอนให้ได้ พอเห็นว่าน้องดูไม่มีทีท่าว่าจะตื่นง่าย ๆ หัตถจึงตัดสินใจอุ้มเจ้าเด็กที่ตัวโตกว่า แขนขายาวกว่าขึ้นที่นอนไป
เขาเป็นผู้ชายที่ชอบออกกำลังกาย ดังนั้นถึงจะดูตัวเล็กกว่ากรแต่ร่างกายของเขาก็แข็งแรงมาก ในห้องนอนของเขายังมีมุมหนึ่งที่จัดไว้สำหรับการออกกำลังกายโดยเฉพาะด้วย
การอุ้มกรในระยะสั้น ๆ จึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา
พอห่มผ้าให้น้องเสร็จ เขาจึงออกไปหยิบราวผ้าที่ว่างมาวางให้น้องที่หน้าห้องน้ำ ‘โทษทีว่ะ ก็ไม่รู้ว่าจะมาเร็วขนาดนี้ ใช้นี่ไปก่อนแล้วกัน ไว้จะออกไปซื้อตู้เสื้อผ้ากับหมอนข้างให้อยู่หรอก’
เขายิ้มอย่างเอ็นดูส่งให้คนที่นอนหลับเป็นตาย จัดการปิดไฟแล้วเปิดแอร์ให้ก่อนจะออกไปทำงานของตัวเองต่อ
กรตื่นมาพบว่าห้องถูกเก็บกวาดเช็ดถูเสร็จแล้ว แถมตัวเขายังนอนอยู่บนฟูกมีทั้งหมอนและผ้าห่มหอม ๆ ครบชุด ขาดก็แต่หมอนข้างที่เขาติดนี่แหละ
ภายในห้องยังคงเต็มไปด้วยภาพวาด โต๊ะและอุปกรณ์วาดภาพยังอยู่ แต่ถูกจัดไว้ที่อีกมุมของห้อง ทุกอย่างดูเป็นระเบียบเรียบร้อยและไม่เกะกะเหมือนกับตอนแรก แต่ยังคงความศิลป์เอาไว้
เขารู้ว่าทั้งหมดนี่เป็นหัตถที่ทำต่อให้ (ก็ทั้งบ้านมีกันอยู่แค่สองคนนี่นะ) แต่ที่ไม่รู้คือตัวเขาขึ้นมานอนบนที่นอนได้ไง
“ตัวแค่นั้น อุ้มไหวเหรอวะหรือว่าลากเอา” กรยิ้มขำให้กับความหลับลึกของตัวเอง “หึ”
เอาจริงเขาก็ไม่ได้นอนหลับสนิทขนาดนี้มานแล้ว ถ้านัยน์ฮยองรู้ว่าเขานอนหลับไปทั้งสภาพนี้เลยคงโดนสวดจนหูชาแน่
กรมองไปอีกด้านตรงหน้าห้องน้ำ มีราวผ้าเปล่า ๆ ตั้งไว้ “ให้ใช้อันนี้แขวนผ้าสินะ” เขาลุกไปจัดการแขวนเสื้อผ้าขึ้นราว หยิบข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวเอาไปจัดเรียงในห้องน้ำ
ทั้งที่ตัวห้องก็ไม่ได้ใหญ่มาก แต่ขนาดของห้องน้ำกลับกว้างมาก วัสดุที่ใช้ก็เป็นของดีมียี่ห้อทั้งนั้น ดูเหมือนเจ้าของบ้านจะให้ความสำคัญกับห้องน้ำมากเป็นพิเศษ
ในนี้ยังมีข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นวางเรียงรายอยู่ถึงแม้จะมีไม่กี่ชิ้นก็ตาม “มีไว้รับแขกด้วยเหรอเนี่ย” กรเลือกวางของใช้ส่วนตัวของตัวเองไว้อีกมุมที่ว่างอยู่
เขามาถึงที่นี่ตั้งแต่ช่วงเช้าก็จริง แต่เพิ่งจะได้เข้าห้องน้ำก็ตอนนี้แหละ
กรหันไปมองสำรวจรอบ ๆ ห้องน้ำถูกแบ่งพื้นเป็นสองส่วน ส่วนแรกที่เขาอยู่เป็นโซนของอ่างล้างหน้า มีชักโครกกับชั้นวางเสื้อผ้าและข้าวของต่าง ๆ กว้างขวางมาก
ถัดไปอีกส่วนที่ถูกกั้นด้วยกระจกใส มีประตูเปิดปิดเป็นกระจกใสด้วยเช่นกัน ทำให้มองเห็นด้านในทะลุปรุโปร่ง
ในนั้นมีทั้งฝักบัวและอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ด้านข้างของกำแพงอีกฝั่งถูกเจาะใส่กระจกใส ทำให้มองเห็นวิวธรรมชาติด้านนอกอีกด้วย
สำหรับกรที่นี่ไม่ต่างจากรีสอร์ตหรูราคาแพงที่เขาเคยไปพักตามสถานที่ท่องเที่ยวเลย กรลงไปนอนเล่นในอ่างเปล่า พอแหงนหน้าขึ้นมองเพดานก็เห็นว่าหลังคาในส่วนนี้ก็เป็นกระจกใสเช่นกัน
ตอนแรกเขาก็คิดว่าแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามา จะมาจากด้านข้าง แต่เพิ่งรู้ว่าทางด้านบนก็ด้วย “ท้องฟ้าช่วงบ่ายของวันนี้ทำให้รู้สึกดีจัง ประเทศไทยก็ไม่ร้อนอย่างที่คิดไว้แหะ”
ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าเป็นช่วงกลางคืนที่ดาวเต็มท้องฟ้า แล้วได้มานอนแช่น้ำอุ่นมองดูดาวจะรู้สึกดีขนาดไหน จู่ ๆ ภาพใบหน้าหวานดูน่ารักของเจ้าของบ้านก็ลอยมา
“เป็นคนโรแมนติกต่างจากบุคลิกจัง”
หลังจากสำรวจจนพอใจแล้ว กรใช้เวลาร่วมชั่วโมงในการจัดการตัวเอง
เสร็จแล้วจึงออกไปเดินสำรวจด้านนอกตัวบ้านบ้าง กรเลือกเดินไปอีกด้านที่ยังไม่เคยไป เป็นคนละทางกับทางไปโรงเรือนที่เขาเจอเจ้าของบ้านในตอนแรก
รอบบ้านหลังนี้เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา มีต้นไม้เล็กบ้างที่ให้ดอกสวยงามแต่ก็ไม่มากเท่าไร
สำหรับกรบ้านหลังนี้สวยงามและร่มรื่นมาก หากว่าถึงวัยเกษียณกรก็อยากมีบ้านแบบนี้สักหลัง
เขาเดินเล่นเลาะริมบึงไปเรื่อยจนมาเจอศาลาเล็กกลางน้ำ ด้านหน้าเขามีสะพานไม้สำหรับข้ามไปนั่งที่ศาลาได้ กรก้าวขาเร็วขึ้นเพื่อจะเดินไปที่ศาลานั่น แต่เขาไม่ทันมองว่าที่พื้นมีสิ่งของวางอยู่
“กูยังไม่ทันตกเลย ติดเบ็ดกูซะและ” หัตถกลับมาจากซื้ออาหารมื้อเย็น เขาเดินกลับมาที่บ่อเพื่อเก็บคันเบ็ดกับเหยื่อที่วางทิ้งไว้ก่อนหน้านี้ แต่พอมาถึงก็เห็นเจ้าเด็กยักษ์นี่เหยียบเบ็ดกับเหยื่อที่เขาวางไว้จนเต็มตีน
“ออมอ ชองมัล มีอันแฮโย” กรเกาคอแกรกๆ ก่อนเอ่ยอีกครั้ง “ผม ขอโทษครับ”
“ยกขาออกดิวะ เหยื่อกูเละหมดแล้วมั้งเนี่ย” หัตถเอามือตีขาคนตรงหน้าให้ยกขึ้น “หมดกันปลาเผาวันนี้ ไม่ได้แดกจริง ๆ นั่นแหละ”
กรยกขาออก ก้มลงมองดูผลงานของตัวเองยิ่งรู้สึกผิด เขาไม่รู้ว่าเหยื่อนี่ทำจากอะไร แต่ตอนนี้มันแหลกคาตีนเขาเรียบร้อยแล้ว “เอ่อ... ไม่มีเหยื่อใหม่แล้วเหรอครับ เดี๋ยวผมช่วยตก”
“มี แต่หมดอารมณ์ตกละ” จริง ๆ เขาหมดอารมณ์ตกนานแล้วเพราะความหิว ถึงได้ทิ้งข้าวของไว้แล้วรีบออกไปซื้อของกินมาแทน
“ผมขอโทษจริง ๆ ครับ” กรหน้าหม่นเศร้าลงทันที
“เห้ย! ไม่ต้องขอโทษแล้ว ไม่เกี่ยวกับมึงกูแค่ขี้เกียจรอ ขี้เกียจทำ เลยออกไปซื้อส้มตำมาแล้ว มีลาบ น้ำตก ต้มแซ่ป กูไม่รู้ว่ามึงกินข้าวเหนียวได้มั้ย กูเลยซื้อมาทั้งสวยทั้งเหนียวเลย”
หัตถยื่นถุงกับข้าวทั้งหลายที่กำลังหมุน ๆ ขึ้นตรงหน้ารุ่นน้อง หนึ่งในนั้นมีถุงหนึ่งที่ใส่ขวดสีออกน้ำตาลฉลากหน้าขวดสีฟ้า “โซจูไทยแลนด์ก็มีนะ มึงเคยลองยัง”
กรเพ่งมองดูผ่านถุงใสเข้าไป อ่านฉลากหน้าขวดเขียนว่าสี่สิบดีกรีก็พอจะนึกออก เขาเคยได้ยินกิตติศัพท์มาบ้างแต่ก็ยังไม่เคยลองสักที
“อ๋อ ยังครับ”
“ยังแล้วเสือกอ๋อทำไม” หัตถส่ายหน้าไปมาเบา ๆ สองสามที ก่อนจะยิ้มขำ
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านเข้ามากระทบเปลือกตาของหัตถที่นอนอยู่ริมนอกสุด เขายกมือขึ้นมาจับที่หัวตาไว้แล้วบีบน้อย ๆ“อื้อ หนักหัวฉิบหาย” หัตถกระพริบตาปริบ ๆ สองสามทีก่อนจะค่อย ๆ หรี่ตาขึ้นมอง “ห้องวาดรูปนี่” ทว่าตอนที่หัตถกำลังจะลุกจากที่นอน กลับลุกไม่ขึ้น ทั้งแขนใหญ่ที่พาดผ่านทับช่วงตัว ไหนจะขายาว ๆ นั่นที่ทับขาเขาไว้อีก “มึง เห็นกูเป็นหมอนข้างหรือไง” เขายกทั้งแขนขาที่แสนหนักนั่นออกจากตัวทว่าเจ้าของมันกลับไม่ยอม กระชับกอดเขาเอาไว้แน่นกว่าเดิม จมูกโด่งนั่นซุกมาอยู่ที่ซอกคอจนขนอ่อนของหัตถลุกเกรียว “ไอ้กร มึงปล่อยกู ฮึบ”“อื้อออ ชานอ่า ชีกือรอ(หนวกหูน่า)” กรบ่นออกมาเป็นภาษาเกาหลีตามความเคยชิน“ชานพ่อชานแม่มึงดิ นี่กู หัตถ ปล่อยกูก่อน” เขาฟังไม่ออกก็จริง แต่เดาได้ว่าชานน่าจะเป็นชื่อใครสักคนที่ชอบกวนมันตอนนอน“ชานอ่า โชโยงีแฮ(เงียบหน่อย)”“ไม่ใช่ชาน นี่หัตถ” หัตถยังคงเขย่าแขนกร ออกแรงเยอะขึ้นหวังให้เขาตื่น“ย่าห์ ซอชานวอน” กรชันตัวขึ้นอย่างหัวเสีย ก่อนจะกระพริบตาปริบ ๆ เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ซอชานวอนที่คุ้นเคย “เอ่อ... ขอโทษครับ ผมคิดว่า...”“เออ ช่างเหอะ” หัตถเอานิ้วจิ้มที่แขนแกร่งพลาง
เขามองดูตามสายตาน้องที่เอาแต่เพ่งดูอาหารในถุง หรือว่ามันจะกินไม่เป็น“มึงอยากกินไรเป็นพิเศษปะเดี๋ยวออกไปซื้อให้ใหม่ แต่บอกไว้ก่อนว่าแถวนี้ไม่มีอาหารเกาหลีให้มึงนะ” หัตถถาม เมื่อกี๊เขาหิวมากจนลืมโทรถามไอ้นัยน์ก่อนซื้อกรมองหน้าหัตถ ย่นหัวคิ้วครู่หนึ่ง “ผมก็คนไทยครับ เกิดและโตที่ไทยผมกินอาหารไทยได้” ปกติเขาไม่ใช่คนชอบพูดเรื่องตัวเองเท่าไรนักขนาดว่าคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน เข้าใจผิดในตัวเขายังไม่เคยคิดจะแก้ข่าวเลย แต่กับพี่คนนี้เขาแค่รู้สึกว่าไม่อยากให้มีเรื่องเข้าใจผิดกันกรเองก็ไม่รู้ว่าทำไมกับพี่คนนี้เขาถึงรู้สึกผ่อนคลายนัก“ก็ดี เอ้านี่ เอาไปใส่จานให้ทีเดี๋ยวกูเก็บพวกนี้ก่อน” หัตถฉีกยิ้มหวานให้ จับมือกรมารับถุงกับข้าวทั้งหมดไว้กรยกถุงขึ้นไว้ระดับเดียวกับหน้าของตัวเอง แล้วมองไปที่หัตถ “ครับ?”“อย่าบอกนะว่าแกะอาหารใส่จานไม่เป็น” เขามองหน้าเจ้าเด็กที่ดูสงสัยไปหมด“เป็นครับ” แต่ที่กรอดสงสัยไม่ได้คือความเป็นกันเอง และความรู้สึกสนิทสนมอันรวดเร็วเหลือเกินนี่ต่างหาก ว่ากันตามตรงพวกเขาเพิ่งเจอหน้ากันเมื่อเช้าเองนะแต่การที่หัตถเป็นแบบนี้ก็ช่วยคลายความอึดอัดของกรลงได้เยอะ เขารู้สึกผ่อนคลายกับ
รอบ ๆ ตัวกรเต็มไปด้วยกระดาษที่หัตถวาดรูปแล้ว แต่มันไม่ได้ดั่งใจจึงขยำทิ้งไว้ถูกเปิดออกดูแทบจะทุกรูปเขาไล่สายตาสำรวจผิวขาวนวลผ่อง แค่ดูก็รู้สึกได้ถึงความเนียนละเอียดของผิวเจ้าเด็กหนุ่มหน้าใสที่นอนอยู่ ดูจากผิวพรรณแล้วหัตถอดคิดไม่ได้ว่าเด็กคนนี้คงไม่ค่อยได้ทำงานบ้านเองเท่าไร‘ไม่เคยทำยังจะปากเก่งอีกนะมึง’ จู่ ๆ เขาก็รู้สึกเอ็นดูน้องมันขึ้นมาหัตถรู้จากเพื่อนแค่เพียงว่าน้องมันเจอเรื่องแย่ ๆ มาเยอะ ทั้งที่ก็พยายามอย่างหนักมาตลอด สภาพจิตใจตอนนี้คงไม่ไหวมากจนอยากหาที่พักช่วงนี้น้องมันมีเวลาได้หยุดพักนานหน่อย ก็เลยอยากหลบไปหาที่ที่มันสงบ ไอ้นัยน์ถึงเอามาฝากไว้กับเขานัยน์บอกว่าเด็กคนนี้เป็นคนเงียบ ๆ จึงรับประกันได้ว่าจะไม่รบกวนเขาทำงานแน่ ๆ หัตถจึงยอมให้มา‘เหนื่อยก็ไม่บอกวะเดี๋ยวทำให้ก็ได้ จะฝืนร่างกายทำไม’ เขาบ่นเบา ๆ ให้เจ้าเด็กยักษ์ ก่อนจะเริ่มลงมือจัดการเก็บห้องส่วนที่เหลือต่อให้ ซึ่งเอาจริงก็เหลือไม่เยอะเจ้าเด็กเก็บทุกอย่างที่วางเกะกะใส่ลังเบียร์เปล่าเขาชอบซื้อเบียร์มาตุนไว้ดื่มชิว ๆ สักขวดก่อนนอน ลังที่ว่าจึงถูกนำมาใส่ของวางเรียงเป็นระเบียบอยู่ข้างกำแพงห้อง หนังสือที่เขาหยิบมาอ่าน
หัตถไม่จับตอบ เขากลับตีมือเด็กน้อยตรงหน้าเบา ๆ ให้เอาลง “หัตถ กูชื่อหัตถ อะไรวะ จะมาอยู่บ้านเขาเสือกไม่รู้จักชื่อเจ้าของบ้าน”“ชเวซงฮัมนีดา” ขอโทษครับ(พูดแบบเป็นทางการ) กรโค้งดำนับจนหัวอยู่ระดับเอวกรตกใจ ผละตัวถอยหลังเล็กน้อย “อยู่ไทยก็พูดไทยดิวะ”“โอ ขอโทษครับ” กรพูดอีกครั้ง“แล้วนี่มึงมาถึงนานยังอะ” กรพูดพลางผายมือนำกรให้เดินเข้ามาในเรือนกระจก“อ่า เพิ่งมาถึงตอนที่พี่เดินออกมาเจอพอดีครับ” กรตอบ ดูจากท่าทางพี่เขาแล้วกรก็ไม่กล้าบอกหรอกว่าแอบดูพี่เขาอยู่พักหนึ่งแล้ว“เออ ๆ” หัตถพยักหน้า ก่อนเอ่ยถาม “แล้วนี่กินไรมายัง จะกินข้าวก่อนมั้ยหรือจะไปห้องเลย”“ผมดื่มกาแฟกับทานขนมปังมาแล้วครับ ขอบคุณครับ” กรค้อมหัวให้มารยาทจะดีอะไรขนาดนั้นวะแม่ง รู้สึกเหมือนกูเป็นคนถ่อยเลยหัตถพ่นลมหายใจเบา ๆ ก่อนจะหาเรื่องคุยต่อ “อ๋อ อิ่มเหรอวะ”“อิ่มครับ”“เออ งั้นก็ไปที่ห้องพักเลยนะ” กรพูดพลางเดินนำออกไปอีกทาง “ลากกระเป๋ามึงมาทางนี้”“ครับ”“มึง ไม่ต้องครับทุกคำก็ได้ กูขนลุก” หัตถยกแขนขึ้นให้กรดู“ครับ” กรตอบรับหน้านิ่ง จ้องหน้าหัตถตาแป๋ว‘สัด กวนตีนกูปะเนี่ย’ หัตถบ่นเบา ๆ ก่อนจะพารุ่นน้องของเพื่อนเดินลัดโ
สนามบินประจำจังหวัด ร่างสูงโปร่งภายใต้เสื้อแขนยาวตัวโคล่ง กางเกงวอร์มขายาวเข้าชุดกัน ฮูดถูกยกขึ้นไปคลุมหมวกแก๊บบนหัวบดบังใบหน้าเอาไว้ แว่นตาดำกรอบใหญ่บวกกับหน้ากากอนามัยสีดำตอนนี้กรดูไม่ต่างจากนักโทษที่ตำรวจพาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เขายืนเก้ ๆ กัง ๆ มองซ้ายทีขวาทีก่อนจะตรงไปที่เคาน์เตอร์ประสัมพันธ์เพื่อถามหารถเช่ากรพูดได้สามภาษา ไทย อังกฤษ เกาหลี ส่วนภาษาจีนกับญี่ปุ่นเขาพูดได้แค่คำง่าย ๆ ที่เคยได้ยินเท่านั้นชายหนุ่มเลือกใช้ภาษาอังกฤษด้วยความเคยชินพูดกับหญิงสาวประจำเคาน์เตอร์ ซึ่งเขาคิดว่านี่น่าจะเป็นภาษากลางที่สุด กรไม่ได้อยู่ไทยนานมากแล้วบางทีก็คิดคำไทยบางคำไม่ออก หรืออาจจะคิดช้าสักหน่อยไม่นานเขาก็ได้คำตอบพร้อมบริการสุดพิเศษจากคุณเจ้าหน้าที่ เธอจัดการเรียกเจ้าหน้าที่ประจำจุดบริการรถเช่าให้มารับกรถึงเคาน์เตอร์กรเดินตามคุณลุงไปจนถึงจุดที่ลุงจอดรถ เขาส่งที่อยู่ให้ลุงคนขับรถดู ลุงอ่านเสร็จก็เงยหน้าขึ้นมองเขาก่อนจะบ่นเบา ๆ คนเดียวด้วยภาษาท้องถิ่น “ไปอยู่ในป่าในเขาจังซั่น สิอยู่ได้อยู่บ่” “ครับ?” กรถามลุงกลับด้วยภาษาไทย เขารู้สึกได้ว่าลุงไม่น่าจะพูดภาษา

![เพียงหัวใจเพรียกหา - [Omegaverse]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





