เข้าสู่ระบบรอบ ๆ ตัวกรเต็มไปด้วยกระดาษที่หัตถวาดรูปแล้ว แต่มันไม่ได้ดั่งใจจึงขยำทิ้งไว้ถูกเปิดออกดูแทบจะทุกรูป
เขาไล่สายตาสำรวจผิวขาวนวลผ่อง แค่ดูก็รู้สึกได้ถึงความเนียนละเอียดของผิวเจ้าเด็กหนุ่มหน้าใสที่นอนอยู่ ดูจากผิวพรรณแล้วหัตถอดคิดไม่ได้ว่าเด็กคนนี้คงไม่ค่อยได้ทำงานบ้านเองเท่าไร
‘ไม่เคยทำยังจะปากเก่งอีกนะมึง’ จู่ ๆ เขาก็รู้สึกเอ็นดูน้องมันขึ้นมา
หัตถรู้จากเพื่อนแค่เพียงว่าน้องมันเจอเรื่องแย่ ๆ มาเยอะ ทั้งที่ก็พยายามอย่างหนักมาตลอด สภาพจิตใจตอนนี้คงไม่ไหวมากจนอยากหาที่พัก
ช่วงนี้น้องมันมีเวลาได้หยุดพักนานหน่อย ก็เลยอยากหลบไปหาที่ที่มันสงบ ไอ้นัยน์ถึงเอามาฝากไว้กับเขา
นัยน์บอกว่าเด็กคนนี้เป็นคนเงียบ ๆ จึงรับประกันได้ว่าจะไม่รบกวนเขาทำงานแน่ ๆ หัตถจึงยอมให้มา
‘เหนื่อยก็ไม่บอกวะเดี๋ยวทำให้ก็ได้ จะฝืนร่างกายทำไม’ เขาบ่นเบา ๆ ให้เจ้าเด็กยักษ์ ก่อนจะเริ่มลงมือจัดการเก็บห้องส่วนที่เหลือต่อให้ ซึ่งเอาจริงก็เหลือไม่เยอะ
เจ้าเด็กเก็บทุกอย่างที่วางเกะกะใส่ลังเบียร์เปล่า
เขาชอบซื้อเบียร์มาตุนไว้ดื่มชิว ๆ สักขวดก่อนนอน ลังที่ว่าจึงถูกนำมาใส่ของวางเรียงเป็นระเบียบอยู่ข้างกำแพงห้อง หนังสือที่เขาหยิบมาอ่านก็ถูกเก็บเข้าชั้นวางอยู่ในที่ที่มันควรอยู่
หัตถจัดการส่วนที่เหลือต่อจนเสร็จ ยกฟูกที่นอนปิกนิก หมอน ผ้าห่มมาจัดวางเข้ามุมให้
ดีว่ากรนอนอยู่ตรงกลางห้องค่อนมาทางประตู จึงเหลือพื้นที่เยอะมากพอที่หัตถจะจัดการเรื่องที่นอนให้ได้ พอเห็นว่าน้องดูไม่มีทีท่าว่าจะตื่นง่าย ๆ หัตถจึงตัดสินใจอุ้มเจ้าเด็กที่ตัวโตกว่า แขนขายาวกว่าขึ้นที่นอนไป
เขาเป็นผู้ชายที่ชอบออกกำลังกาย ดังนั้นถึงจะดูตัวเล็กกว่ากรแต่ร่างกายของเขาก็แข็งแรงมาก ในห้องนอนของเขายังมีมุมหนึ่งที่จัดไว้สำหรับการออกกำลังกายโดยเฉพาะด้วย
การอุ้มกรในระยะสั้น ๆ จึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา
พอห่มผ้าให้น้องเสร็จ เขาจึงออกไปหยิบราวผ้าที่ว่างมาวางให้น้องที่หน้าห้องน้ำ ‘โทษทีว่ะ ก็ไม่รู้ว่าจะมาเร็วขนาดนี้ ใช้นี่ไปก่อนแล้วกัน ไว้จะออกไปซื้อตู้เสื้อผ้ากับหมอนข้างให้อยู่หรอก’
เขายิ้มอย่างเอ็นดูส่งให้คนที่นอนหลับเป็นตาย จัดการปิดไฟแล้วเปิดแอร์ให้ก่อนจะออกไปทำงานของตัวเองต่อ
กรตื่นมาพบว่าห้องถูกเก็บกวาดเช็ดถูเสร็จแล้ว แถมตัวเขายังนอนอยู่บนฟูกมีทั้งหมอนและผ้าห่มหอม ๆ ครบชุด ขาดก็แต่หมอนข้างที่เขาติดนี่แหละ
ภายในห้องยังคงเต็มไปด้วยภาพวาด โต๊ะและอุปกรณ์วาดภาพยังอยู่ แต่ถูกจัดไว้ที่อีกมุมของห้อง ทุกอย่างดูเป็นระเบียบเรียบร้อยและไม่เกะกะเหมือนกับตอนแรก แต่ยังคงความศิลป์เอาไว้
เขารู้ว่าทั้งหมดนี่เป็นหัตถที่ทำต่อให้ (ก็ทั้งบ้านมีกันอยู่แค่สองคนนี่นะ) แต่ที่ไม่รู้คือตัวเขาขึ้นมานอนบนที่นอนได้ไง
“ตัวแค่นั้น อุ้มไหวเหรอวะหรือว่าลากเอา” กรยิ้มขำให้กับความหลับลึกของตัวเอง “หึ”
เอาจริงเขาก็ไม่ได้นอนหลับสนิทขนาดนี้มานแล้ว ถ้านัยน์ฮยองรู้ว่าเขานอนหลับไปทั้งสภาพนี้เลยคงโดนสวดจนหูชาแน่
กรมองไปอีกด้านตรงหน้าห้องน้ำ มีราวผ้าเปล่า ๆ ตั้งไว้ “ให้ใช้อันนี้แขวนผ้าสินะ” เขาลุกไปจัดการแขวนเสื้อผ้าขึ้นราว หยิบข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวเอาไปจัดเรียงในห้องน้ำ
ทั้งที่ตัวห้องก็ไม่ได้ใหญ่มาก แต่ขนาดของห้องน้ำกลับกว้างมาก วัสดุที่ใช้ก็เป็นของดีมียี่ห้อทั้งนั้น ดูเหมือนเจ้าของบ้านจะให้ความสำคัญกับห้องน้ำมากเป็นพิเศษ
ในนี้ยังมีข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นวางเรียงรายอยู่ถึงแม้จะมีไม่กี่ชิ้นก็ตาม “มีไว้รับแขกด้วยเหรอเนี่ย” กรเลือกวางของใช้ส่วนตัวของตัวเองไว้อีกมุมที่ว่างอยู่
เขามาถึงที่นี่ตั้งแต่ช่วงเช้าก็จริง แต่เพิ่งจะได้เข้าห้องน้ำก็ตอนนี้แหละ
กรหันไปมองสำรวจรอบ ๆ ห้องน้ำถูกแบ่งพื้นเป็นสองส่วน ส่วนแรกที่เขาอยู่เป็นโซนของอ่างล้างหน้า มีชักโครกกับชั้นวางเสื้อผ้าและข้าวของต่าง ๆ กว้างขวางมาก
ถัดไปอีกส่วนที่ถูกกั้นด้วยกระจกใส มีประตูเปิดปิดเป็นกระจกใสด้วยเช่นกัน ทำให้มองเห็นด้านในทะลุปรุโปร่ง
ในนั้นมีทั้งฝักบัวและอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ด้านข้างของกำแพงอีกฝั่งถูกเจาะใส่กระจกใส ทำให้มองเห็นวิวธรรมชาติด้านนอกอีกด้วย
สำหรับกรที่นี่ไม่ต่างจากรีสอร์ตหรูราคาแพงที่เขาเคยไปพักตามสถานที่ท่องเที่ยวเลย กรลงไปนอนเล่นในอ่างเปล่า พอแหงนหน้าขึ้นมองเพดานก็เห็นว่าหลังคาในส่วนนี้ก็เป็นกระจกใสเช่นกัน
ตอนแรกเขาก็คิดว่าแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามา จะมาจากด้านข้าง แต่เพิ่งรู้ว่าทางด้านบนก็ด้วย “ท้องฟ้าช่วงบ่ายของวันนี้ทำให้รู้สึกดีจัง ประเทศไทยก็ไม่ร้อนอย่างที่คิดไว้แหะ”
ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าเป็นช่วงกลางคืนที่ดาวเต็มท้องฟ้า แล้วได้มานอนแช่น้ำอุ่นมองดูดาวจะรู้สึกดีขนาดไหน จู่ ๆ ภาพใบหน้าหวานดูน่ารักของเจ้าของบ้านก็ลอยมา
“เป็นคนโรแมนติกต่างจากบุคลิกจัง”
หลังจากสำรวจจนพอใจแล้ว กรใช้เวลาร่วมชั่วโมงในการจัดการตัวเอง
เสร็จแล้วจึงออกไปเดินสำรวจด้านนอกตัวบ้านบ้าง กรเลือกเดินไปอีกด้านที่ยังไม่เคยไป เป็นคนละทางกับทางไปโรงเรือนที่เขาเจอเจ้าของบ้านในตอนแรก
รอบบ้านหลังนี้เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา มีต้นไม้เล็กบ้างที่ให้ดอกสวยงามแต่ก็ไม่มากเท่าไร
สำหรับกรบ้านหลังนี้สวยงามและร่มรื่นมาก หากว่าถึงวัยเกษียณกรก็อยากมีบ้านแบบนี้สักหลัง
เขาเดินเล่นเลาะริมบึงไปเรื่อยจนมาเจอศาลาเล็กกลางน้ำ ด้านหน้าเขามีสะพานไม้สำหรับข้ามไปนั่งที่ศาลาได้ กรก้าวขาเร็วขึ้นเพื่อจะเดินไปที่ศาลานั่น แต่เขาไม่ทันมองว่าที่พื้นมีสิ่งของวางอยู่
“กูยังไม่ทันตกเลย ติดเบ็ดกูซะและ” หัตถกลับมาจากซื้ออาหารมื้อเย็น เขาเดินกลับมาที่บ่อเพื่อเก็บคันเบ็ดกับเหยื่อที่วางทิ้งไว้ก่อนหน้านี้ แต่พอมาถึงก็เห็นเจ้าเด็กยักษ์นี่เหยียบเบ็ดกับเหยื่อที่เขาวางไว้จนเต็มตีน
“ออมอ ชองมัล มีอันแฮโย” กรเกาคอแกรกๆ ก่อนเอ่ยอีกครั้ง “ผม ขอโทษครับ”
“ยกขาออกดิวะ เหยื่อกูเละหมดแล้วมั้งเนี่ย” หัตถเอามือตีขาคนตรงหน้าให้ยกขึ้น “หมดกันปลาเผาวันนี้ ไม่ได้แดกจริง ๆ นั่นแหละ”
กรยกขาออก ก้มลงมองดูผลงานของตัวเองยิ่งรู้สึกผิด เขาไม่รู้ว่าเหยื่อนี่ทำจากอะไร แต่ตอนนี้มันแหลกคาตีนเขาเรียบร้อยแล้ว “เอ่อ... ไม่มีเหยื่อใหม่แล้วเหรอครับ เดี๋ยวผมช่วยตก”
“มี แต่หมดอารมณ์ตกละ” จริง ๆ เขาหมดอารมณ์ตกนานแล้วเพราะความหิว ถึงได้ทิ้งข้าวของไว้แล้วรีบออกไปซื้อของกินมาแทน
“ผมขอโทษจริง ๆ ครับ” กรหน้าหม่นเศร้าลงทันที
“เห้ย! ไม่ต้องขอโทษแล้ว ไม่เกี่ยวกับมึงกูแค่ขี้เกียจรอ ขี้เกียจทำ เลยออกไปซื้อส้มตำมาแล้ว มีลาบ น้ำตก ต้มแซ่ป กูไม่รู้ว่ามึงกินข้าวเหนียวได้มั้ย กูเลยซื้อมาทั้งสวยทั้งเหนียวเลย”
หัตถยื่นถุงกับข้าวทั้งหลายที่กำลังหมุน ๆ ขึ้นตรงหน้ารุ่นน้อง หนึ่งในนั้นมีถุงหนึ่งที่ใส่ขวดสีออกน้ำตาลฉลากหน้าขวดสีฟ้า “โซจูไทยแลนด์ก็มีนะ มึงเคยลองยัง”
กรเพ่งมองดูผ่านถุงใสเข้าไป อ่านฉลากหน้าขวดเขียนว่าสี่สิบดีกรีก็พอจะนึกออก เขาเคยได้ยินกิตติศัพท์มาบ้างแต่ก็ยังไม่เคยลองสักที
“อ๋อ ยังครับ”
“ยังแล้วเสือกอ๋อทำไม” หัตถส่ายหน้าไปมาเบา ๆ สองสามที ก่อนจะยิ้มขำ
หัตถก็ไม่รู้จะทำยังไงให้แบงก์เลิกรู้สึกกับตัวเขาแบบนี้สักที ปฏิเสธไปตรง ๆ ก็แล้วหรือเขาต้องมีใครสักคนแล้วจริง ๆ แบงก์ถึงจะตัดใจได้ตอนที่หัตถคิดถึงใครสักคนที่จะเป็นแฟนจริง ๆ ภาพในหัวเขากลับมีแต่หน้ากร แล้วทำไมต้องคิดถึงหน้ามันด้วยเนี่ย เพียงแค่คิดแก้มใสของหัตถก็ขึ้นริ้วสี กรยื่นหลังมือไปแตะหน้าผากหัตถทันทีที่เห็นสีหน้าเปลี่ยน เขาแน่ใจว่าไม่ใช่เมาเพราะปริมาณที่ดื่มกันตอนนี้ยังไม่มากพอให้หัตถเมาได้ “เป็นอะไรหน้าแดง”“เปล่า กูแค่ร้อน” หัตถตอบ เขาเอียงหน้าหลบสายตากรเล็กน้อยไม่อยากออกอาการมากไปกว่านี้แล้วตลอดคืนมีแค่แบงก์ที่วอแวหัตถตลอดส่วนกรเพียงแค่นั่งมองอยู่ทุกการกระทำ พอเริ่มกรึ่ม ๆ หัตถก็หยิบมือถือขึ้นมาไลว์สด ไม่ลืมยกมือจุ๊ปากให้กรเงียบ ๆLIVE (สด)“สวัสดีครับ” หัตถเริ่มต้นด้วยการกล่าวทักทาย ก่อนจะเงียบแล้วเพ่งสายตาอานคอมเมนต์ที่วิ่งเร็วมาก“ทุกคนพิมพ์เก่งกันจังครับ อ่านไม่ทันเลย”“น้องหัตถดื่มเหรอ อุ๊ย ทุกคนรู้ได้ไงครับได้กลิ่นเหรอครับ” หลังจากนั้นคอมเมนต์ก็เต็มไปด้วยเลข 5 เต็มไปหมดตามด้วยคำว่าน่ารัก“ทำไมทุกคนบอกว่าผมน่ารัก ผมต้องหล่อสิครับ”“น้องหัตถเจอกับแบงก์หรือ
หัตถหันไปมองดูรอบ ๆ ให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรที่ต้องจัดการก่อนมั้ยดีที่เตาย่างไฟมอดไปนานแล้ว เมื่อตรวจดูแน่ใจแล้วเขาจึงประคองเจ้าเด็กกลับห้อง“แล้วมึงก็งี้ทุกที เมาปุ๊บทิ้งตัวปั๊บ” หัตถบ่นเบา ๆ ให้เจ้าเด็กพอเดินผ่านห้องตัวเองเห็นไฟดับไปแล้วแบบนี้แปลว่าแบงก์คงหลับไปแล้ว จู่ ๆ คนเมาก็โวยวายขึ้นมาหัตถจึงต้องเอามือปิดปากไว้แล้วพาเข้าห้องกรไปพอเขาทิ้งตัวน้องลงเตียงมือของกรที่กอดคอเขาอยู่ก็ดึงตัวเขาลงไปนอนทับ “มีครั้งไหนมั้ยที่เมาแล้วมึงจะไม่ลวนลามกูเนี่ย ทั้งกอด ทั้งจูบ คราวทีแล้วก็ดูดนมกูคราวนี้มึงจะทำอะไรกูอีก หืม”คำบอกเล่าของหัตถทำเอาเลือดเจ้าเด็กสูบฉีดเร็วมาก ไม่น่าเชื่อว่าริมฝีปากที่เขาเฝ้ามองทุกวันเขาจะเคยลิ้มลองมาแล้ว นึกเสียดายที่เขาทำมันตอนเมาในหัวเขาจำอะไรไม่ได้เลยกรแลบลิ้นเลียปากตัวเองเองอย่างที่ชอบทำตอนลืมตัว“เลียปากอีกแล้ว อยากกินโมจิสตรอเบอรี่อีกหรือไง แต่ที่มึงกินทุกครั้งนั่นมันปากกูต่างหาก” เขาทำปากจู๋ยื่นใส่น้อง ตั้งใจจะยั่วเล่นสายตาปรือปรอยของกรฉายแววจริงจังขึ้นมา เขายื่นหน้าเข้าไปหาคนพี่ประกบริมฝีปากจูบแผ่วเบา พอละปากออกพวกเขามองหน้ากันครู่หนึ่งก่อนที่จูบดูดดื่มจากทั้งส
หัตถเลิ่กลั่กไม่น้อย เขาไม่รู้หรอกว่าแบงก์มองเห็นอะไรหรือรู้อะไรมา แต่การมาพูดแบบนี้คนที่จะเสียหายไม่ใช่เขา “พูดเหี้ยไรของมึง อย่าไปทำให้น้องมันแปดเปื้อน”“พี่คิดว่ามันเป็นน้อง แล้วพี่รู้มั้ยว่ามันคิดยังไงกับพี่” แบงก์เริ่มขึ้นเสียง เขาเฝ้าแอบชอบพี่มาไม่รู้กี่ปีแต่หัตถก็เคยมีทีท่าว่าจะชอบผู้ชายด้วยกันเลยแล้วไอ้หมอนี่มันมีอะไรที่ต่างจากเขาตรงไหน มันก็เป็นผู้ชายเหมือน ๆ กันกับเขา“เรียกเขาให้มันดี ๆ หน่อยไอ่แบงก์ ยังไงเขาก็มีชื่อเสียงไม่ต่างจากมึง อีกอย่างเขาโตกว่ามึงนะ” หัตถว่า“ปีเดียวไม่นับ” เขาเถียงพี่เสียงดังขึ้น น้ำเสียงออกไปทางหงุดหงิดเล็กน้อย ที่ผ่านมาแบงก์ไม่เคยทำท่าทางแบบนี้หรือใช้น้ำเสียงแบบนี้กับหัตถเลยพอเห็นว่าน้องเริ่มงอแงไปเรื่อยหัตถจึงคิดว่าเปลี่ยนเรื่องดีกว่า “เฮ้อออ แล้วนี่มึงมางานของอะไร งานเริ่มกี่โมงป่านนี้ยังไม่ไปเตรียมตัวอีก”“แค่อีเวนต์โชว์ตัวแล้วก็เล่นเกมกับแฟนคลับกับร้องเพลงนิด ๆ หน่อย ๆ งานมีพรุ่งนี้นู่น”“เอ้า! แล้วมึงจะรีบมาทำไม”“ก็กะว่าจะมาส่งพี่แล้วก็ค้างนี่สักคืน หาเวลาพักด้วย”หัตถถอนหายใจแรงรู้สึกได้ถึงความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้น เขาสัมผัสได้จากสีหน้าท่
กรเห็นปากเล็กอ้าปากงับข้าวในช้อนแล้วเคี้ยวหงุบหงับก็นึกมันเขี้ยว “ครับ ๆ อ้าปากหน่อยนะ อ้ามมม” เขาเห็นเศษข้าวติดริมฝีปากคนพี่อยู่จึงยื่นหน้าเข้าไปใกล้อ้าปากงับริมฝีปากอิ่มไว้แล้วใช้ปลายลิ้นตวัดเลียเศษข้าวเข้าปากตัวเองหัตถยังคงตาโตนิ่งค้างอยู่แม้ว่ากรจะละริมฝีปากออกไปแล้ว ทั้งที่เมื่อคืนก็ทำเรื่องต่าง ๆ มากมายมาด้วยกันแต่ก็ไม่ช่วยให้เขาคลายความตื่นเต้นกับการกระทำแบบนี้เลย“มึงทำอะไรเนี่ย” เขาบ่นให้เจ้าเด็กที่ฉวยโอกาสขโมยจูบจากเขาอีกแล้ว“จริง ๆ อยากจูบแต่กลัวห้ามใจไม่ไหวเดี๋ยวเลยเถิด พอดีเห็นมีเศษข้าวติดอยู่เลยช่วยเอาออกให้แค่นั้นครับ” กรตอบอย่างจริงใจตรงไปตรงมาแต่นั่นยิ่งทำให้ใบหน้าหล่อแต่ดูสวยของคนพี่แดงก่ำขึ้นมาอีก “จูบไรเยอะแยะ เมื่อคืนมึงจูบไม่พอหรือไง”“อย่าว่าแต่จูบเลยครับ ทั้งหมดที่เราทำกันเมื่อคืนผมก็ยังอยากทำอีกอยู่นะ เพราะงั้นถ้าพี่ไม่อยากเจ็บตัวอีกก็อย่าเพิ่งมาทำหน้าตายั่วผมแบบนี้” กรย้ำ สีหน้าแววตาที่ใช้มองคนพี่บอกให้รู้ว่าพูดจริงหัตถเห็นสายตาแบบนั้นจำต้องยอมกินข้าวต้มไปเงียบ ๆ พอได้ก้มลงมองตัวเองถึงได้เห
กรพอใจในคำตอบที่ได้ยินไม่น้อย อดรู้สึกผิดไม่ได้ที่ตัวเองทั้งดุและตะคอกคนตัวเล็ก “ผมขอโทษนะ ทั้งที่ตั้งใจจะช่วยพิทักษ์น้ำตาพี่ไม่ให้ไหล แต่เกือบเป็นต้นเหตุที่ทำให้พี่เข้าโรงพยาบาลเองเสียแล้ว” “มึงต้องจดจำความผิดนี้ไปชั่วชีวิตเลยนะ ทำหน้าที่ผู้พิทักษ์น้ำตาให้ดีกว่านี้ด้วย” หัตถได้ทีชี้นิ้วคาดโทษ กรจับนิ้วคนพี่ไว้ “ได้ดิ ชั่วชีวิตผมหลังจากนี้เป็นของพี่คนเดียว” อีกแล้ว โรคหัวใจกูกำเริบอีกแล้ว หัตถกำมือน้อยทุบตรงหัวใจเบา ๆ แก้มแดงหูแดงเขารู้สึกร้อนขึ้นมาที่หน้า “กูง่วงแล้วอะ ขอไปนอนก่อนนะ” กรยกยิ้มพอใจ ท่าทีแบบนั้นเขารู้ดีว่าคนพี่กำลังเขินเขา “หน้าแดงขนาดนั้นสงสัยจะมีไข้พี่อย่าลืมกินยานะครับ” หัตถไม่ตอบอะไรได้แต่ยกมือโบกไปมารัว ๆ กลับให้เขา เขาปล่อยให้พี่ได้นอนพักไป ส่วนตัวเองก็เก็บกวาดทำความสะอาดบ้าน เสร็จพอดีกับผ้าที่เอาใส่เครื่องไว้ก่อนหน้านี้ เขาเอาเสื้อผ้าทั้งของตัวเองแล้วก็ของหัตถไปตาก บ้านของหัตถเหมือนจะไม่ใหญ่มากแต่ก็ไม่เล็กเลยสำหรับการทำความสะอาด เขาทำงานบ้านเพลินจนเย็น ความหิว
เด็กสาวสองคนที่มาขอถ่ายรูปก่อนหน้านี้ลุกมายืนประกบแก้มไว้ พวกเธอตามติ่งเฝ้าเลี้ยงศิลปินที่รักผ่านมือถือมาตั้งนาน ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ให้ตอมแล้วนังป้านี่เป็นใครกล้าดียังไงมายืนว่าศิลปินอันเป็นที่รักของพวกเธอ“ฟังมานานละ ตอนแรกก็ว่าจะไม่ยุ่งนะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวป้ากับพี่หัตถ” เด็กสาวคนที่ 1“ใช่ แต่นี่ป้ามาลามถึงศิลปินที่หนูชอบอันนี้ยอมไม่ได้ละ” เด็กสาวคนที่ 2“ถ้าป้าคิดจะตามข่าวไหนควรตามให้สุดนะ ข่าวพี่เคตรวจสอบแล้วไม่เป็นความจริง แล้วพี่เขาก็ลาออกเองเพื่อแสดงความรับผิดชอบที่ทำให้วงพลอยเสียชื่อเสียง” เด็กสาวคนที่ 1“ใช่ พี่เรื่องนี้พี่เคไม่ผิด เขายังบอกอีกว่าถึงแม้ไม่ได้ทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาแต่พี่เขาก็ผิดที่เอาตัวเองไปอยู่ตรงนั้น” เด็กสาวคนที่ 2“เขาแสนดีขนาดนี้ ยังต้องมาเจอคนไม่รู้อะไรเลยอย่างป้ากระแนะกระแหนอีกเหรอ” เด็กสาวคนที่ 1“ยัยเด็กพวกนี้นี่ วัน ๆ หนึ่งคงจะไม่เรียนหนังสือกันสินะเอาแต่ตามกรี๊ดผู้ชายไปเรื่อย” แก้มเบนเข็มหันไปแว๊ด ๆ ใส่สองสาวทันที“ไม่ต้องมาห่วงพวกหนูหรอก ถึงจะตามหวีดดาราแต่เกรดพวกหนูไม่เคยต่ำกว่าสามจุดห้านะ” เด็กสาวคนที่ 1“อ้อ พวกหนูถ่ายคลิปตอนที่ป้าชี้หน้า
![เพียงชั่ววูบเดียว [MPREG]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






