Accueil / LGBTQ+ / ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า / บทที่ 8 นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน

Partager

บทที่ 8 นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน

last update Date de publication: 2025-04-22 22:41:33

ภายในห้องรับแขกของบ้านหลังใหญ่ซึ่งเป็นบ้านของนายกรัฐมนตรี ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความเงียบและบรรยากาศชวนอึดอัด ทันทีที่ข่าวของปราณปภัสถูกแพร่กระจายออกไป พ่อของเธอเรียกพบโดยด่วนในเช้าวันต่อมา แม้ว่าปราณจะเตรียมใจเรื่องนี้เอาไว้แล้ว แต่เมื่อสถานการณ์จริงเกิดขึ้นความกังวลคือสิ่งที่เธอไม่สามารถควบคุมมันได้เลย

ปราณปภัสนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพ่อของเธอ ดวงตาคมกริบของอีกฝ่ายจ้องเธอราวกับเจาะทะลุผ่านหัวใจ ปราณพยายามตั้งสติและสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ทำตัวให้นิ่งที่สุดเผื่อจะมีเวลาไตร่ตรองคิดหาถ้อยคำสวยหรูมาบอกแก่อีกฝ่าย

“แกรู้ไหมว่าแกทำอะไรลงไปปราณ แกทำให้พ่อขายหน้าคนทั้งประเทศนะ รู้ตัวรึเปล่า!”

น้ำเสียงตวาดกร้าวทำให้ปราณสะดุ้งโหยง แต่สองมือของเธอยังคงประสานบนหน้าตัก ใบหน้าราบเรียบไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ ออกมา

“ปราณให้สัมภาษณ์ข่าวไปตามจริงค่ะ” ปราณตอบเรียบ ๆ แต่คำพูดนั้นเหมือนน้ำมันราดลงบนกองไฟ

“ตามจริงงั้นเหรอ แกคิดว่าการประกาศคบกับผู้หญิงกลางวงสื่อมันคือเรื่องสมควรเหรอ!” เสียงของพ่อดังขึ้นจนปราณรู้สึกสะเทือนหู

“ไม่ว่าพ่อจะมองว่ามันสมควรหรือไม่ มันก็คือความจริงที่พ่อต้องยอมรับให้ได้ ครั้งนี้ปราณจะไม่ยอมให้พ่อมาสั่งห้ามเหมือนคราวที่แล้วอีกแล้ว ครั้งนี้ปราณจะเลือกเส้นทางของปราณด้วยตัวเอง!”

“หึ ความจริงงั้นเหรอ แต่ไอ้ความจริงของแกน่ะ มันทำให้ฉันขายขี้หน้า! ตอนนี้มีแต่คนพูดถึงเรื่องนี้ บางคนถึงกับตั้งคำถามว่าแกกำลังเล่นเกมอะไร แกกำลังจะหาผลประโยชน์อะไรให้ตัวเองอีก เค้ามองว่าความรักของแกน่ะมันจอมปลอม!”

ปราณกำมือแน่นจนปลายเล็บเผลอจิกกับเนื้อด้านในฝ่ามือจนเกิดความรู้สึกเจ็บแสบ แต่ความเจ็บที่เกิดขึ้นมันเทียบไม่ได้เลยกับบาดแผลในใจของเธอที่ถูกขุดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และยังคงสร้างความเจ็บปวดให้เธอเช่นเดิม

“เมื่อไหร่พ่อจะเลิกอ่านคอมเมนต์ของใครต่อใครก็ไม่รู้สักที น่าเบื่อเป็นบ้า”

“ใครต่อใครงั้นเหรอ ใครต่อใครที่แกว่าน่ะมันคือประชาชนของฉัน คือคนที่ฉันต้องแคร์”

“ใช่เหรอคะ? พ่อแคร์พวกเขางั้นเหรอ ถ้าแคร์แล้วทำไมไม่สนใจเวลาที่พวกเขาเรียกร้องเรื่องปากท้อง เรื่องการขับเคลื่อนประเทศให้มันเป็นไปในทิศทางที่ดีกว่านี้ กับเรื่องของปราณทำไมพ่อต้องมาเป็นเดือดเป็นร้อนด้วย ไม่ใช่เพราะพ่อแค่อายคนมากกว่าเหรอ!”

คนตรงหน้าปราณนิ่งงันไปชั่วขณะ เขากำมือแน่นเช่นกัน สายตาดุจน้ำนิ่งยากจะเดาออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

“ถ้าแกคิดว่าการทำลายชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลคือสิ่งที่แกสมควรทำ แกกับฉันก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก”

คำพูดทิ่มแทงหัวใจยิ่งสร้างความปวดร้าวให้กับปราณปภัส แม้ที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างเธอและพ่อจะไม่ราบรื่นนัก แต่ปราณก็ไม่คิดว่ามันจะมาถึงจุดนี้

“ปราณจะทำให้พ่อเห็นว่าสิ่งที่ปราณเลือก มันไม่ได้ทำลายชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล พ่อไม่ต้องห่วงค่ะ”

ปราณยืนขึ้นต่อหน้าพ่อของเธอก่อนจะเอ่ยบางคำด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นคง

“ปราณรักนล และงานแต่งงานของเราจะเกิดขึ้นแน่นอน”

         

มือถือของนลสั่นไม่หยุด นับตั้งแต่ที่ข่าวของเธอแพร่ออกไป แน่นอนว่ามีเบอร์เดียวที่มักจะโทรหาเธอบ่อย ๆ ตามใจต้องการ ไม่เคยสนใจว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เธอกำลังปฏิบัติงานอยู่รึเปล่า

หลังจากเครื่องขึ้นและนลทำหน้าที่ของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอมานั่งพักในห้องพักลูกเรือและกดรับสายคนที่โทรเข้ามา

“ค่ะแม่”

นลพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า เธอรู้ดีว่าแม่ต้องการคำตอบเรื่องที่เกิดขึ้น

“นล! เกิดอะไรขึ้น ทำไมลูกถึงไปเกี่ยวข้องกับปราณปภัส ลูกสาวของคุณชาญชัย ไหนจะเรื่องแต่งงานอีก อธิบายแม่มาเดี๋ยวนี้นะ!” เสียงแม่ดังลอดมาจากอีกฝั่งอย่างร้อนรน

“แม่ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ”

นลพยายามประนีประนอมและตั้งสติให้ได้มากที่สุด เตรียมรับมือกับเรื่องนี้

“เรื่องมันซับซ้อนนิดหน่อย แต่หนูไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังแม่เลย”

“ซับซ้อนยังไง! คบกันมาตั้งปีนึงทำไมแม่ถึงไม่รู้เรื่อง ลูกไม่เคยพูดถึงปราณปภัสเลยสักครั้ง แล้วนี่จะแต่งงานกัน ทำไมแม่เพิ่งมารู้ตอนนักข่าวถาม นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันนล!”

“แม่...”

นลรู้สึกถึงก้อนสะอื้นติดอยู่ในลำคอ เธอไม่รู้จะเริ่มต้นอธิบายอย่างไร

“แม่ให้หนูบินรอบนี้เสร็จก่อน แล้วหนูจะไปหาแม่ที่บ้าน หนูสัญญาว่าจะอธิบายทุกอย่าง”

เสียงปลายสายเงียบไปชั่วครู่ก่อนแม่ของเธอจะตอบกลับ

“ได้ แต่ลูกต้องพูดความจริงทั้งหมด เข้าใจไหม”

“ค่ะ แม่”

นลตอบเสียงเบาและวางสายลง เธอถอนหายใจยาว ปัญหาที่รุมเร้าเข้ามาทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกกดดันจากทุกด้าน

หลังจากเที่ยวบินกว่าสิบสองชั่วโมงเสร็จสิ้นลง นลมีเวลาพักสิบสองชั่วโมงก่อนจะเตรียมตัวบินกลับอีกครั้ง เธอทิ้งตัวลงในห้องพักของโรงแรมใกล้สนามบินที่ทางสายการบินจัดไว้ให้ ระหว่างที่สมองกำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย สายเรียกเข้าจากปราณก็ดังขึ้น

“ไม่ทำงานทำการรึไงเนี่ย”

น้ำเสียงนลฟังดูหงุดหงิดแต่ปราณไม่ได้ถือสานัก

“งานน่ะทำ แต่อยากโทรมาเช็กดูก่อนว่าเธอโอเค”

“หึ แล้วฉันจะไม่โอเคเรื่องอะไร อย่าทำเป็นรู้ดีหน่อยเลยน่า”

“น้ำเสียงเธอมันบอกว่ากำลังมีเรื่องไม่สบายใจ”

“เหอะ คุณคิดไปเองมากกว่า ฉันสบายใจดีต่างหาก”

“เป็นไปไม่ได้หรอก วันนี้ข่าวของเราแพร่เต็มโซเชียล อย่างน้อย ๆ แม่ของเธอก็คงโทรไปแล้ว ไม่มีทางที่เธอจะสบายใจอย่างที่บอกแน่ ๆ ถ้าไม่โอเคก็แค่บอกฉัน เราลงเรือลำเดียวกันแล้วเหมือนที่เธอเป็นคนบอกเอง”

นลนิ่งงันไปชั่วขณะ ทุกอย่างที่ปราณปภัสเอ่ยออกมาคือเรื่องจริงทั้งหมด ใช่ เธอกำลังไม่สบายใจ ไม่สบายใจมาก ๆ แม้ว่าจะเตรียมรับมือกับทุกอย่างไว้แล้ว แต่พอเอาเข้าจริงอะไรหลายอย่างมันไม่ง่ายอย่างที่ปราณเคยบอกนั่นแหละ

ทั้งคู่กำลังเล่นละครตบตาคนทั้งประเทศ เพียงเพื่อหนีการคลุมถุงชนของนล ทุกอย่างมันเป็นเพราะการอยากหนีปัญหาของนลเพียงคนเดียว หากเธอไม่ใช่คนขี้ขลาดและเลือกที่จะแก้ปัญหาแบบนี้ บางทีเรื่องราววุ่นวายทั้งหลายคงไม่ตามมา

“ละครฉากแรกเริ่มขึ้นแล้ว ไม่รู้ว่ามันจะไปจบลงตรงไหนเนอะ นี่เราสองคนกำลังทำบ้าอะไรกัน”

นลเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ปลายสายที่กำลังตั้งใจฟังเธอได้ยินถ้อยคำของนลอย่างชัดเจน

“มันอาจจะไปจบตรงที่ เราสองคนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขก็ได้”

นลหลุดหัวเราะออกมาเมื่อปราณปภัสเอ่ยเช่นนั้น

“คุณนี่ชอบฝันกลางวันจริง ๆ เรื่องของเรามันจริงที่ไหนกัน”

“ตอนนี้ไม่ แต่อนาคตมันอาจจะจริงก็ได้”

“อย่าฝันเฟื่องไปหน่อยเลย ฉันบอกแล้วไงว่าไม่พิศวาสคนอย่างคุณ”

“เหรอ แต่เค้าว่าเกลียดอะไรมักได้อย่างนั้นนะ”

“ถ้าเป็นจริงตามนั้นฉันจะขอพูดใหม่ว่า ฉันชอบคุณ ชอบคุณมาก อยากได้คุณมาเป็นคู่ชีวิตมาก ๆ เลย”

“ฮ่า ๆ ยัยบ๊อง เธอนี่ก็ตลกดีนะ”

จากสถานการณ์ตึงเครียด ทั้งคู่กลับเปลี่ยนการสนทนาเป็นการหยอกล้อและคุยเล่นกันไปเรื่อยเปื่อย เวลาแค่สามนาทีกว่า ๆ ที่สายของปราณปภัสโทรเข้ามากลับทำให้นลลืมเรื่องหนักอึ้งในใจไปได้ชั่วขณะ

“กลับไปพักที่ไทยรอบนี้คุณต้องไปเจอแม่ฉันนะ ฉันบอกที่บ้านไว้แล้ว”

“ได้สิ ไม่มีปัญหา”

“แล้วนี่ทำอะไรอยู่ ว่างมากรึไง”

“ฉันเพิ่งออกจากห้องประชุมเลยโทรหาเธอ เมื่อเช้าพ่อฉันเรียกไปคุยเรื่องข่าวน่ะ”

“คุณโอเครึเปล่า ถึงว่าเสียงคุณดูเหนื่อย ๆ คราวหลังก็เล่าเรื่องตัวเองบ้างก็ได้ ไม่ใช่ถามแค่เรื่องฉัน ลงเรือลำเดียวกันก็ต้องคุยกันทุกเรื่อง”

“ฉันโอเค นี่ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อย”

ปราณปภัสตัดสินใจเล่าเรื่องราวบาดหมางระหว่างตัวเองและพ่อให้นลฟังคร่าว ๆ ยิ่งได้รู้ว่าสองพ่อลูกมีเรื่องบาดหมางกันขนาดไหน นลยิ่งรู้สึกผิดที่ลากอีกฝ่ายมาเล่นเกมนี้กับเธอ ทั้งที่ความจริงแล้วปราณปภัสควรจะปฏิเสธคำขอร้องของเธอด้วยซ้ำ

“หรือเราควรยกเลิกทุกอย่าง คุณจะได้ไม่ต้องมาเจอปัญหามากมายขนาดนี้”

นลเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ตอนนี้เธอเองก็ไม่ต่างจากขอนไม้กลางทะเลที่ไม่มีแหล่งพักพิง โอนเอนไปตามกระแสเพราะความคิดของตัวเองที่ไม่หนักแน่น

“เธอจะยอมแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักเหรอนล”

ปลายสายถามด้วยความเป็นห่วง

“ฉันไม่แต่งหรอก แต่ก็อาจจะใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุขนัก”

“งั้นถ้าการแต่งงานจอมปลอมนี่เป็นสิ่งเดียวที่ช่วยให้เราสองคนหลบหลีกเรื่องราวบั่นทอนจิตใจได้บ้าง เราก็ควรจะทำนะ ฉันสัญญาว่าการลงเรือลำเดียวกันของเราเธอจะไม่เจอกับเรื่องที่ต้องเสียใจแน่นอน”

“แหม พูดซะดูดี จำมาจากไหน”

“ระดับนี้แล้ว ไม่ต้องจำจากใครเค้ามาพูดหรอกน่า”

“ฟังแล้วคลื่นไส้ชะมัด ไม่อยากฟังแล้ว ไปทำงานเถอะ”

“เธอก็พักเยอะ ๆ เจอกันที่ไทยนะ”

นลกดวางสาย แต่ใบหน้ากลับพราวไปด้วยรอยยิ้ม เป็นอีกครั้งที่เธอเผลอมองหน้าจอมือถืออยู่นานแม้ว่าปลายสายจะกดวางไปแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและปราณปภัสเริ่มถลำลึกมากขึ้น ใกล้ชิดมากขึ้น และดูเหมือนอีกฝ่ายก็เริ่มเข้ามามีอิทธิพลต่อความรู้สึกของนลมากขึ้น

ทุกครั้งที่เห็นชื่อนั้นบนหน้าจอมือถือ ทุกครั้งที่ได้รับดอกไม้ ทุกครั้งที่เห็นข้อความสั้น ๆ ที่อีกฝ่ายคอยรายงานตลอดว่าอยู่ไหนกำลังอะไร ทั้งหมดเหล่านี้คือสิ่งที่นลไม่เคยได้รับจากแฟนคนไหนมาก่อน คล้ายจะเป็นการตั้งใจรักก็ว่าได้

แน่นอนว่ามันทำให้นลรู้สึกดี แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็พยายามหักห้ามใจ และย้ำเตือนตัวเองเสมอว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นแค่การจัดฉากเท่านั้น

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   บทที่ 1 ผู้โดยสารจอมวุ่นวาย

    สนามบินยามค่ำคืนเต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ ผู้โดยสารต่างเร่งรีบกับเสียงประกาศเรียกขึ้นเครื่อง แต่ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น นลินภากลับยืนนิ่งริมกระจกใส มองลานจอดเครื่องบินกว้างใหญ่ เธอรู้สึกเหมือนติดอยู่ในทางแยกที่ไม่รู้จะเดินไปทางไหนเครื่องบินของสายการบินต่าง ๆ ที่เตรียมทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าไม่ได้ทำให้หญิงสาวที่ชื่อ นลินภาหรือนล ตื่นเต้นได้เลยแม้แต่น้อย กลับกันยิ่งได้โบยบินมากเท่าไหร่ เธอยิ่งรู้สึกว่าอิสระของการใช้ชีวิตถูกตัดขาดมากขึ้นเท่านั้น อาชีพแอร์โฮสเตสที่ใฝ่ฝัน มันไม่ใช่แบบที่คิดเลย“มายืนเหม่ออะไรตรงนี้ยะแม่คุณ รีบไปทำงานที่เรารักกันเถอะ”เสียงเล็กแหลมเข้ามาขัดจังหวะความคิดจนทำให้นลหลุดจากภวังค์ ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นเสียงของใคร เพราะเพื่อนร่วมงานที่เธอไว้ใจได้ไม่ได้มีมากนักนลดึงด้ามจับของกระเป๋าลากขึ้นจนสุดแล้วลากกระเป๋าส่วนตัวเดินตามเพื่อนสนิทไปตามทางเดินของตัวอาคาร รองเท้าหุ้มส้นสีครีมที่มีส้นสูงสองนิ้วรองรับขาเรียวยาว กับชุดพนักงานของสายการบินที่เป็นเสื้อแจ็กเก็ตสีน้ำตาลเข้ารูปสวมทับเชิ้ตสีขาว และกระโปรงขนาดพอดีตัวที่ยาวเลยเข่าขึ้นมาหน่อยนึงในสีเดียวกัน ช่วยดึงดูดสายตาช

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   ตอนพิเศษ (4) ฮันนีมูน

    “วันครบรอบปีนี้พี่อยากได้อะไรคะ”นลเอ่ยถามขณะที่ทั้งคู่กำลังนั่งดูหนังด้วยกัน วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ปราณไม่มีงานที่ไหน ส่วนนลที่ทำหน้าที่เลขามาด้วยดีจึงได้พลอยหยุดงานไปด้วย“จริงสิ อาทิตย์หน้าแล้วนี่นา ปีนี้ไม่เอาอะไรดีกว่าค่ะ พี่ไม่อยากได้อะไรเลย นลล่ะ อยากได้อะไรเป็นพิเศษมั้ย”ปราณคว้าตัวคนรักมากอด ไม่ได้สนใจทีวีเบื้องหน้าอีกแล้ว ทั้งคู่ขยับร่างกายแนบชิดบนเตียงกว้าง เปลี่ยนหัวข้อสนทนาจากเรื่องหนังมาเป็นเรื่องของขวัญวันครบรอบ“พี่ปราณให้นลทุกอย่างแล้ว นลเองก็ไม่มีอะไรที่อยากได้แล้วเหมือนกัน”“จริงเหรอ แต่วันครบรอบทั้งทีเลยน้า”ปราณถามกลับเสียงหวาน อยากให้คนรักชั่งใจคิดดูให้ดี เพราะในวันครบรอบทุกปีคุณปราณคนนี้พร้อมจะเล่นใหญ่เสมอ แต่ที่ผ่านมานลก็ได้ทุกอย่างไปหมดแล้วอย่างที่บอกจริง ๆบ้านพักตากอากาศ รถหรู น้ำหอม กระเป๋า เสื้อผ้า นาฬิกา และทุก ๆ อย่างที่คนอย่างปราณปภัสจะให้ได้“วันครบรอบก็เหมือนวันทั่วไปนั่นแหละค่ะ แค่เวลาผ่านมาย้ำเตือนว่า ความรักของเราผ่านมาด้วยกันอีกปีแล้ว”“พูดจาน่าเอ็นดูจัง”ปราณกดจูบลงบนหน้าผากคนรัก แม้จะคบกันมานานแล้วแต่เธอยังรู้สึกเอ็นดูแฟนเด็กคนนี้อยู่เสมอ ที่ผ่าน

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   ตอนพิเศษ (3) แค่แวะมาทักทาย

    บ่ายวันหยุดที่เต็มไปด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย นลกำลังเตรียมตัวออกไปพบกับเพื่อน ๆ นักบินและลูกเรือในงานสังสรรค์ประจำกลุ่ม ทุกคนต่างตื่นเต้นที่จะได้เจอกันหลังจากไม่ได้รวมตัวกันนาน นลสวมเดรสสั้นความยาวแค่เข่าสีสดใสและหยิบกระเป๋าออกจากบ้านโดยไม่ลืมส่งข้อความบอกปราณพี่ปราณ นลออกไปกินข้าวกับบอยแล้วก็เพื่อนลูกเรืออีกสองสามคนนะคะ ไม่ต้องห่วง นลจะกลับไม่ดึกค่ะข้อความนั้นส่งไปพร้อมกับรูปเซลฟี่น่ารัก ๆ เพื่อยืนยันความตั้งใจ ปราณที่เพิ่งเสร็จสิ้นการประชุมเห็นรูปที่นลส่งมาก็เกิดอาการหวงทันทีเพื่อนอีกสองสามคนเป็นใครกันทำไมไม่บอกให้ชัดแล้วทำไมต้องแต่งตัวน่ารักขนาดนั้นมันน่าสงสัยจัง ต้องไปดูให้เห็นกับตาดีกว่าร้านอาหารริมแม่น้ำที่นัดพบตกแต่งด้วยแสงไฟอบอุ่น เสียงหัวเราะและเพลงเบา ๆ เพิ่มบรรยากาศความสนุก นลเดินเข้ามาในร้านและเห็นกลุ่มเพื่อน ๆ โบกมือทักทาย เธอยิ้มกว้างและรีบเดินไปหาพวกเขา"นล! ทางนี้ ๆ" บอยโบกมือเรียก"มาช้าจังเลย มัวแต่ร่ำลากับท่านปลัดอยู่รึไงเนี่ย" เพื่อนแอร์โฮสเตสสาวอีกคนเอ่ยแซวนลวางกระเป๋าถือลงบนโต๊ะ จัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่เข้าทางก่อนจะเริ่มพูดคุยกับเพื่อน ๆ"ช่วงนี้พี่ปราณ

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   ตอนพิเศษ (2) ติดเกาะ

    เสียงคลื่นซัดสาดเข้าฝั่งเบา ๆ กับสายลมเย็นที่พัดโชยทำให้บรรยากาศที่ท่าเรือดูสดชื่น นลกำลังเตรียมตัวขึ้นเรือสปีดโบ้ทเพื่อไปเที่ยวเกาะแห่งหนึ่งพร้อมกับปราณ ทั้งสองตกลงกันว่าการพักผ่อนครั้งนี้จะเป็นโอกาสดีในการหลีกหนีความวุ่นวายจากชีวิตประจำวัน"พี่ปราณพร้อมรึยังคะ?" นลถามพลางหันมามองคนรักที่กำลังแบกกระเป๋าใบใหญ่จนดูเทอะทะ"พร้อมค่ะ แต่พี่ว่าเราเอากระเป๋ากันมาเยอะเกินไปรึเปล่านล" ปราณตอบพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ"ไม่เยอะหรอกค่ะ พี่ปราณจะได้ไม่ต้องลำบากบนเกาะไง" นลยิ้ม ก่อนจะดึงแขนปราณให้ขึ้นเรือเรือออกจากฝั่ง ท้องฟ้าสดใสและน้ำทะเลสีครามเพิ่มความตื่นเต้นให้กับการเดินทาง แต่ระหว่างที่ทั้งสองนั่งชมวิวและพูดคุยกันอย่างเพลิดเพลิน เสียงเครื่องยนต์ของเรือก็เริ่มสะดุดและหยุดทำงานในที่สุด"เกิดอะไรขึ้นคะ?" ปราณถามคนขับเรือด้วยสีหน้าเป็นกังวล"ดูเหมือนเครื่องยนต์จะมีปัญหา ต้องใช้เวลาซ่อมสักพักครับ" คนขับตอบพลางลงมือเช็กเครื่องยนต์โชคไม่ดีที่ลมทะเลพัดเรือลอยไปใกล้เกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง คนขับเรือตัดสินใจนำเรือจอดที่เกาะนี้เพื่อรอความช่วยเหลือ ปราณกับนลจึงต้องลงจากเรือมาอยู่บนเกาะชั่วคราว"นี่เราต้องติดอย

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   ตอนพิเศษ (1) งานวันเด็ก

    ตอนพิเศษ (1)งานวันเด็ก สถานทูตใหญ่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ วันนี้สถานที่ถูกตกแต่งด้วยลูกโป่งหลากสีและธงเล็ก ๆ โบกสะบัดตามแรงลมเบาๆ งานวันเด็กกำลังเริ่มขึ้น เสียงหัวเราะและเสียงเพลงสร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น ปราณถูกเชิญมาเป็นแขกพิเศษในงานนี้ เพราะเธอมีชื่อเสียงจากการเป็นบุคคลตัวอย่างในสังคม และได้รับหน้าที่เป็น "พี่ปราณ" ของเด็ก ๆ ในงานครั้งนี้ปราณไม่ได้มีประสบการณ์กับเด็กมากนัก แต่เธอเต็มใจรับภารกิจนี้ด้วยความตั้งใจแน่วแน่ วันนี้ปราณสวมชุดสูทที่ดูเรียบร้อยแต่แฝงด้วยความเป็นกันเอง ทันทีที่ก้าวเข้าสู่บริเวณงาน เด็ก ๆ หลายคนก็หันมามองด้วยความตื่นเต้น"พี่ปราณมาแล้ว!" เสียงเล็ก ๆ ตะโกนขึ้น พร้อมกับกลุ่มเด็กวิ่งเข้ามารุมล้อม"สวัสดีค่ะเด็ก ๆ วันนี้อยากทำอะไรกันบ้าง?"ปราณยิ้มกว้างและย่อตัวลงพูดกับพวกเขา เสียงเด็ก ๆ ตอบกันคนละเสียง ทั้งอยากเล่นเกม วาดรูประบายสี และบางคนก็อยากฟังนิทานขณะเดียวกัน นลที่แอบตามมาดูปราณจากมุมหนึ่งของงาน ไม่สามารถห้ามตัวเองให้ไม่เข้าไปช่วยได้ เพราะเห็นสีหน้าของคนรักแล้วพอจะเดาได้ว่าปราณน่าจะปวดหัวน่าดูกับเสียงของเด็ก ๆ

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   บทที่ 25 จากนี้และตลอดไป

    หนึ่งวันหมดไปกับการสวมบทเป็นแม่บ้าน วันนี้นลจัดการทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวตั้งแต่เช้า แม้ปราณจะเคยบอกหลายครั้งว่าเธอมีแม่บ้านที่จะมาทำความสะอาดห้องให้อาทิตย์ละสองครั้ง แต่นลก็ชอบที่จะจัดการเรื่องงานบ้านด้วยตัวเองมากกว่า หรือถ้าจะพูดให้ถูก นลชอบที่ได้ดูแลปราณด้วยตัวเองต่างหาก“กลับมาแล้วค่า”เสียงสดใสของปราณดังนำมาก่อน ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมายังระเบียงห้องแล้วสวมกอดคนรักจากด้านหลัง ขณะที่นลกำลังใช้ฟ็อกกี้ฉีดรดต้นไม้ในกระถางเล็ก ๆ ริมระเบียงคนตัวสูงวางคางบนไหล่ภรรยา ออดอ้อนเหมือนเด็กเพิ่งกลับจากโรงเรียน นานวันเข้าเธอแทบไม่เหลือภาพปลัดกระทรวงที่บุคลิกเคร่งขรึม โดยเฉพาะเวลาที่อยู่กับนลสองต่อสอง ปราณก็เป็นเพียงโกลเด้นตัวใหญ่ที่ชอบอ้อนเจ้าของมาก ๆ เท่านั้นเอง“เหนื่อยมั้ยคะ วันนี้งานเยอะรึเปล่า ของที่คุณสั่งไว้เค้าเอามาส่งแล้วนะ นลเก็บไว้ตรงลิ้นชักในห้องนอน”นลเอียงหน้าบอกคนด้านหลัง มือหนึ่งยังคงจับฟ็อกกี้ฉีดใบต้นไม้ต้นเล็ก ๆ ไปเรื่อย“เอาไว้ตรงนั้นก่อน ไว้เปิดดูด้วยกัน มีของนลด้วย”“เหรอคะ? แอบสั่งอะไรมาเนี่ย” นลขมวดคิ้วเล็กน้อย เดาไม่ออกว่าในถุงเล็ก ๆ นั่นจะเป็นอะไร“รับรองว่าที่รักต้องชอบแ

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   บทที่ 22 ค่ำคืนนี้ของเราสองคน (NC)

    ในยามค่ำคืนของกรุงฮานอยที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ ท้องฟ้ายามราตรีถูกประดับด้วยดวงดาวที่มองเห็นเพียงแผ่วเบา ห้องพักกว้างขวางตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่น พร้อมกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองด้านล่าง แสงไฟจากโคมไฟข้างเตียงให้บรรยากาศที่นุ่มนวลเหมือนกำลังโอบล้อมทั้งคู่ไว้ในความอบอุ่นบรรยากาศในห้องเงียบสงบ ม

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   บทที่ 21 สวัสดีฮานอย

    โปรเจกต์พิเศษที่ปราณและนลมาร่วมประชุมในครั้งนี้ คือ โครงการพัฒนาความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารและทรัพยากรน้ำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้วันที่สองและสามของการมาประชุมครั้งนี้ ทั้งปราณปภัสและนลทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทยได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะนลที่พูดจาฉะฉาน และเสนอแนวทางความคิดเห็นในการพัฒนาโค

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   บทที่ 19 ขอบคุณสำหรับคำตอบ

    คำถามของปราณถูกทิ้งเคว้งไว้ในอากาศอีกครั้ง ไม่รู้เป็นรอบที่เท่าไหร่ที่นลเฉไฉที่จะตอบคำถามทำนองนี้ และปราณก็ยังคงไม่คาดคั้นเช่นเดิม เธอเต็มใจที่จะรอจนกว่าอีกฝ่ายพร้อมที่จะเอ่ยคำนั้นระหว่างที่รอคำตอบเรื่องหัวใจจากนล ปราณก็พยายามปรับปรุงตัวเองเป็นคนที่ดีขึ้น เพื่อที่นลจะได้ไม่เปลี่ยนใจจากเธอไปไหน และ

  • ระหว่างเราใต้ขอบฟ้า   บทที่ 14 สั่งให้เลิกยุ่ง

    นลมองไม่เห็นทางเลือกไหนเลย สุดท้ายเธอจำต้องยอมเดินตามผู้ชายชุดดำสองคนนั้นไปยังรถตู้คันหนึ่งที่จอดอยู่ด้านหลังคอนโด เมื่อประตูเปิดออกกว้างนลก็หายสงสัยทันทีว่าผู้ชายชุดดำเป็นใคร ทั้งคู่เป็นลูกน้องของนายชาญชัยนี่เอง โดยที่เจ้านายของพวกเขากำลังนั่งอยู่ในรถด้วยใบหน้าเคร่งขรึมดังเช่นที่นลเคยได้เห็นเมื่อว

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status