Masukมุกระวีย่นคอหนีแล้วเอี้ยวตัวหลบเพื่อให้พ้นจากการถูกจู่โจมอย่างรวดเร็ว ปากหยักลึกที่มีไรเคราเขียวครึ้มครูดกับผิวเนื้อของเธอจนขนลุกไปหมด แต่นั่นยังไม่น่ากลัวเท่ากับอาวุธทะเลทรายหน้าตาประหลาดที่มุกระวีเกิดมาเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก มันทั้งยืดหยุ่นและแข็งแรงในเวลาเดียวกันกำลังดุนดันอยู่ตรงสะโพก
“ท่านชีค ท่านจะลดตัวมารังแกผู้หญิงไม่ได้นะ ถ้าหากทำแบบนั้นใครรู้เข้าท่านต้องอายแน่ มันเสียศักดิ์ศรีมากรู้หรือเปล่า ถ้าปล่อยฉันไป ฉันจะไม่ถือสาเอาความเรื่องในวันนี้ รวมถึงเรื่องเมื่อวานด้วย”
“ผมต้องสนเหรอ” เขาบอกและเป็นจังหวะให้มุกระวีผลักเขาออกแล้วถอยหลังหนี
“หรือว่าท่านชีคอย่างคุณดีแต่รังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้”
ฟาริสไม่สนใจคำพูดเหน็บแนม เขาเดินช้าๆ เข้าไปทีละก้าว ขณะที่มุกระวีก็ถอยหลังทีละก้าวเช่นกัน แต่กลายเป็นล้มลงไปบนโซฟาผ้าแคชเมียร์ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้
“ว้าย”
และที่เลวร้ายคือมือที่ไขว่คว้าจะหาสิ่งยึดเกาะกลายเป็นคว้ามือแกร่งล้มลงมาด้วยกัน ร่างของฟาริสคร่อมทับอยู่บนร่างเล็ก ใบหน้าหล่อเหลาลอยอยู่เหนือหน้าคนที่เบิกตากว้าง
“ลงไปนะ” มุกระวีไล่ ทุบกำปั้นลงไปตามเนื้อตัวแกร่ง
“หยุดบ้าเสียที” ฟาริสคำราม “คุณฉุดผมลงไปทับคุณเองนะมุกระวี ทำแบบนี้ต้องการให้ผมจูบคุณอีกใช่ไหม ถึงได้อ่อยแรงขนาดนี้”
“ฉันไม่ได้อ่อย”
“ผู้หญิงส่วนมากมักปากกับใจไม่ตรงกัน หรือว่าติดใจอยากให้จูบไปทั้งตัว ผมจะได้จัดให้” เขาเสนอด้วยเสียงพร่ากระเส่า เมื่อวานที่ได้จูบมุกระวีไปครั้งหนึ่งมันทำให้เขาติดใจ อยากรู้ว่านอกจากริมฝีปากนุ่มๆ นั้น อย่างอื่นของเธอจะหอมหวานด้วยหรือเปล่า
“ไม่ ฉันไม่ต้องการ ปล่อยฉันนะ”
“ก็ไม่ได้ถามว่าคุณต้องการไหม แต่ผมต้องการ” ชีคหนุ่มเลือดร้อนกล่าวพร้อมเสียงกลั้วหัวเราะ
ฟาริสบอกจบก็ก้มลงไปจูบที่กลีบปากอิ่มอย่างเอาแต่ใจ มุกระวีไม่รู้ว่าการจูบแบบดูดดื่มนั้นเป็นอย่างไร เลยเผลอเปิดปากไว้ทำให้ลิ้นร้อนชื้นของคนเจนจัดสอดเข้ามาได้อย่างง่ายดาย
มุกระวีครางด้วยความตกใจ รู้สึกวาบหวิวกับรสจูบดูดดื่ม แต่สมองก็พร่ำบอกว่าเธอกำลังถูกปล้นสวาท กำลังที่เหลืออยู่น้อยนิดพยายามผลักดันร่างแกร่งออกไป แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ
ปากหยักร้อนยังวนเวียนจูบเธอไปทั้งใบหูและซอกคอ ขบเม้ม ดูดดึงจนเธอเผลอครางยาว ฟาริสจูบอย่างมีชั้นเชิง เขาขบติ่งหูขาวสะอาดเบาๆ แล้วงับเล่น แค่นั้นก็ทำให้ร่างบางสั่นสะท้าน ก่อนจะใช้มือสองข้างที่ว่างบีบเคล้นทรวงอกอวบอิ่ม แล้วอยากจะกระชากชุดที่มุกระวีสวมอยู่ออกไปให้พ้นทาง
มุกระวีดิ้นรนสุดแรง “คุณมันเป็นชีคบ้ากาม ปล่อยฉันนะ” ร่างเล็กตะปบมือที่กำลังเคล้นทรวงอกเธออย่างเมามันไว้ แล้วอธิบายเสียงกระเส่า
“ปล่อยฉันเถอะ ฉันไม่ใช่นางนกต่อ หรือเมียโจรอย่างที่คุณเข้าใจนะ ฉันเป็นคนดีมีงานมีการทำ” เธอบอกเสียงเกือบสะอื้น เขาต้องคิดว่าเธอเป็นเมียโจรหรือนางนกต่อเลยทำแบบนี้กับเธอ
ฟาริสผละจูบออกมา เห็นใบหน้าหวาดกลัวของคนตัวเล็กก็ต้องถอนหายใจยาว เขาไม่ได้มีรสนิยมชอบรังแกคู่นอน และเขาไม่เคยข่มขืนใคร
“ลุกไปที่เตียง”
มุกระวีส่ายหน้า ขอบตาร้อนผ่าว เขาจะข่มขืนเธอที่เตียงใช่ไหม “ฉันไม่ไป”
“เราจะไปนอนกันที่เตียง ผมรับรองด้วยเกียรติว่าจะไม่ทำอะไรคุณ หรือว่าคุณไม่อยากนอน แต่จะให้ผมทำต่อจากที่หยุดไว้เมื่อครู่นี้”
เพียงเท่านี้มุกระวีก็รีบลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินเร็วๆ ไปล้มตัวลงนอนที่เตียง ฟาริสมองท่าทางตื่นกลัวของผู้หญิงเอเชียคนนั้นแล้วยิ้มบางๆ เธอไม่ใช่เมียโจร และน่าจะยังไม่ใช่เมียของใคร เพราะท่าทางหวาดกลัว ตัวสั่นตอนที่ถูกเขาจูบนั้นมันเหมือนสาวบริสุทธิ์ชัดๆ แล้วบังเอิญเขาได้กลิ่นนั้น ในประวัติของเธอที่เขาได้รับมา มุกระวีอายุยี่สิบหก ไม่มีแฟน ไม่มีสามี ทำแต่งานจนได้ชื่อว่าเป็นสไตลิสต์ มีชื่อเสียงแต่ไม่ค่อยปรากฏกายตามสื่อ ค่อนข้างเก็บตัว และเธอต้องการมาพักผ่อนจึงซื้อทัวร์มาที่ประเทศมีดิสในราคาแสนถูก ผู้หญิงคนนี้มีอะไรน่าสนใจมากกว่าที่เห็นภายนอกจริงๆ
“ผมจะนอนฝั่งนี้ คุณอย่าดิ้นมากอดผมแล้วกัน ถ้าดิ้นมาทางนี้ คืนนี้จากนอนข้างกาย อาจจะได้นอนใต้ร่างกายผมแทน”
เขาพูดเรื่องจริง โดยปกติผู้หญิงที่นอนกับเขาบนเตียงมักไม่ได้นอนเคียงข้าง ส่วนมากนอนอยู่ใต้ร่างกายเขา ชีคหนุ่มที่มั่นใจในตัวเองสูงไหวไหล่ มุกระวีหมั่นไส้คนหล่อหัวหมอจอมเจ้าเล่ห์ถึงขีดสุด แต่เลือกจะไม่ต่อปากต่อคำให้ตัวเองเสียเปรียบไปมากกว่านี้ แต่ก็อดจะกระแทกสายตาและวาจาโต้ตอบกลับไปบ้างไม่ได้
“หลงตัวเอง ใครจะดิ้นไปกอดคุณ” มุกระวีโต้กลับแล้วล้มตัวลงนอนหันหลังให้เขา จึงไม่ทันเห็นแววตาขบขันของอีกฝ่ายที่มองดูเธอกระทั่งหลับไปพร้อมกัน
เขาไม่เคยนอนมองผู้หญิงคนไหนแล้วหลับไป ให้ตาย นี่ชีคแห่งประเทศมีดิสเชียวนะ ประเทศที่ถูกทำนายว่าอีกหน่อยอาจจะร่ำรวยแซงหน้าดูไบ
กษัตริย์ฟาริสปั้นใบหน้าเรียบเฉยเพราะต้องการให้ลูกๆ กลัว และตอนนี้ก็อยากแกล้งพระมารดาของลูก ใบหน้าหล่อคมหันมาเผชิญหน้ากับราชินีของตัวเอง “แม้แต่คุณผู้เป็นแม่ วันนี้ก็จะถูกลงโทษที่ปล่อยให้ลูกหลอก แล้วหยิบอัญมณีมาเล่น จนเกือบจะอมเข้าปากแล้ว ในฐานะที่ดูแลลูกไม่ดีคนเป็นแม่ก็มีความผิด” พระมารดาของเจ้าชายน้อยรู้สึกผิด สีหน้าเจื่อนลงด้วยรู้ว่าตัวเองบกพร่อง “หม่อมฉันยอมรับผิดเพคะ” “เราไม่ยกโทษให้ คุณและลูกๆ เตรียมไปจูงม้าออกจากคอกด้วยตนเอง ห้ามใช้ข้าหลวงคนใดเด็ดขาด เข้าไหม” พูดจบแล้วก็เดินออกจากห้องทันที&n
ส่งเสริมด้านการศึกษา พร้อมทั้งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ให้เสรีภาพในด้านต่างๆ แก่พลเมืองชาวมีดิสไปพร้อมๆ กับสร้างความสามัคคีปรองดองให้แก่คนในชาติ ถึงแม้ภารกิจในฐานะกษัตริย์แห่งมีดิสจะหนักอึ้งเพียงใด แต่ในฐานะพระสวามี และพระบิดาของเจ้าชายน้อยอีกสามพระองค์ กษัตริย์หนุ่มก็ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีขาดตกบกพร่องภายในวังหลวงที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นวังที่สวยงามอลังกาลที่สุดแห่งหนึ่งของโลก กษัตริย์ฟาริสเปิดประตูเข้าไปในห้องทรงพระอักษรแล้วก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นเจ้าชายน้อยทั้งสามพระองค์ในชุดอาหรับแบวชาวมีดิสกำลังรวมตัวกันเล่นซน ท่าทางสนุกสนาน เจ้าชายซาฮิมเป็นพี่ใหญ่ เจ้าชายฟารุก และเจ้าชายอัสรอน ทั้งสามพระองค์มีพระชนมายุไล่เรียงกัน ห้าขวบ สี่ขวบ และสามขวบตามลำดับ เจ้าชายทั้งสามกำลังนำอัญมณีที่มีทั้งเพชร มรกต และเพทายสีฟ้าเข้ม ที่พระองค์สั่งให้ทางร้านเพชรของอลิชาส่งมาให้ราชินีของพระองค์เลือกไปทำเครื่องประดับชุดใหม่ เพื่อเฉลิมฉลองในวันประสูติของพระองค์ ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนหน้า แม้พระราชินีจะมีเครื่องประดับงดงามมากมาย แต่เครื่องประดับที่หยิบมาใช้ออกงานบ่อยที่สุดคือสร้อยเพทายสีน้ำเงินเข้
“ฝันไปเถอะ ห้ามมีเมียใหม่เด็ดขาด ไม่ได้บังคับแต่ฉันขอร้อง” พูดไปแล้วก็ตกใจ อายตัวเองที่พูดออกไปแบบนั้น “เอ่อ ฉัน...” เขาหัวเราะใส่หน้าเธอ มุกระวีเลยไม่กล้าพูดให้ตัวเองได้อายอีก รีบเดินเร็วๆ ไปไขกุญแจห้อง“เมียจ๋า เดินช้าๆ หน่อย ลูกเรายังเล็กมาก เดี๋ยวจะกระทบกระเทือนไปถึงเขา เดี๋ยวชีคน้อยจะหงุดหงิด”“รู้ได้ยังไงคะว่าจะได้ลูกชาย”“เซ้นต์ความเป็นพ่อมันบอกผม” คิ้วหนาเข้มจัดเลิกขึ้นข้างหนึ่งมุกระวีเลยทำปากยู่ใส่ แล้วเดินช้าลง เมื่ออยู่กับเขา เธอเหมือนเดินช้ากว่าเขาหนึ่งก้าวเสมอ มุกระวีมองคนตัวโตอย่างหมั่นไส้ แล้วไขกุญแจเปิดประตูเข้าไป จากนั้นก็กดสวิตช์เปิดไฟ“เชิญเพคะ นี่คือห้องพักของท่านชีคในคืนนี้”ฟาริสเดินเข้าไป กวามองรอบห้องอย่างรวดเร็ว ห้องนี้เล็กกว่าห้องน้ำที่วังเสียอีก แต่มีไออุ่นของเมียรักอยู่เต็มห้องนี้ ทั่วๆ ห้องมีแต่หนังสืออยู่เต็มไปหมด ทำให้เห็นว่าเธอรักการอ่านมาก เขาเดินไปเปิดประตูห้องหนึ่ง มองเข้าไปด้านในแล้วก็เห็นว่ามันคือห้องนอน เขากำลังจะก้าวเข้าไป แต่ต้องช
“คุณหลอกให้ฉันเอาสมองไปช่วยบริหารงาน คงหวังจะหาเวลาไปสำราญกับสาวๆ ในฮาเร็มใช่ไหมคะ” มุกระวีปล่อยให้ประเด็นนี้หลุดไปไม่ได้ มือบางเปิดกระเป๋าหิ้วใบเก๋ คว้ามือถือเปิดหน้าฟีดที่มีข่าวของเขากับดาราสาวร้อยล้าน “หลักฐานคาตาแบบนี้ ดูซิจะปฏิเสธยังไง ถ้าคุณมีฉันคนเดียวแบบที่หว่านล้อมฉันเอาไว้ คงไม่มีภาพหลุดกับยัยดีนี่ เอ้ย...น้องดีนี่ นางเอกสุดฮอตของเมืองไทยหรอก” เขารับไปดูแล้วครางออกมาด้วยความมึนงง “อะไรกันนี่ เธอแอบถ่ายไปตอนไหน แบบนี้ผมควรจะฟ้องเรียกค่าเสียหายให้หมดตัว ในข้อหาที่ทำให้เมียผมเข้าใจผิด” “เข้าใจผิด” ดวงตาคู่กลมโตสุกใสจ้องมองใบหน้าหล่อคมคายอ
“นับวันรอผมให้มาหาอยู่ใช่ไหม ถึงได้รู้ว่าผมหายไปหนึ่งเดือน แต่รู้ไหมหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ผมคิดถึงคุณทุกวัน แต่ผมอยากให้คุณเคลียร์งานให้จบก่อน และที่สำคัญ...”เขาหยุดพูดไปทำให้มุกระวีเอียงคอถาม “อะไรคะ”เขาเดินเข้ามาใกล้ ใช้ดวงตาคมกริบจ้องมอง “ที่สำคัญผมอยากให้คุณรู้ใจตัวเองเสียที ผมขอถามคุณข้อหนึ่ง ตลอดเวลาหนึ่งเดือนที่ไม่มีผมในชีวิตคุณรู้สึกยังไง”เจอเขาถามแบบนี้มุกระวีก็พูดไม่ออก เธอจะบอกเขาได้ยังไงว่าคิดถึงเขาทุกวัน และต้องใช้งานมากลบความคิดถึงเพื่อไม่ให้ตัวเองแล่นซื้อตั๋วไปหาเขา“ฉัน ฉัน...”“ฉันอะไรตอบผมมา” ใบหน้าหล่อคมแบบอาหรับก้มถาม มุกระวีเหลือบมองขึ้นไปอย่างลังเล เธออายที่จะตอบเขา เห็นปลายคางสากที่บึกบึนอยู่ตรงแค่ปลายจมูกเธอ เขาเข้ามาใกล้จนเธอร้อนไปหมด“ฉันไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่นหรอกค่ะ งานฉันเยอะแยะไปหมด มีงานติดต่อเข้ามาเพียบจนไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่นหรอกค่ะ” เธอแถไปอย่างลื่นไหล แต่ก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ของคนตัวโต“นี่คุณหัวเราะอะไรคะ”
มุกระวีรีบกดรับสาย“คุณนักรบคะ ฉันกำลังจะโทร.หาคุณพอดี ทำไมต้องจัดเลี้ยงใหญ่โตขนาดนี้ด้วยคะ จัดใหญ่ยิ่งกว่างานเลี้ยงปิดกล้องอีก ฉันเกรงใจคุณจริงๆ ค่ะ”ผู้กำกับหนุ่มพูดไปพลางยิ้มไป ทีแรกเกรงว่าเธอจะโกรธ แต่พอได้ยินคนในกองลือให้แซดว่าช่วงนี้มุกระวีมีอาการแปลกชอบกินผลไม้รสเปรี้ยว เขาซุบซิบกันว่าเธอกำลังท้องทำให้เขารู้สึกผิดต่อเธอน้อยลง“ไม่ต้องเกรงใจผมหรอกครับคุณมุก เพราะผมไม่ใช่คนจ่ายเงิน กินให้อร่อยนะครับ กินเผื่อผมด้วย”มุกระวีหน้าเหวอ อ้าปากค้าง “หมายความว่าไงคะ ให้กินเผื่อคุณ คุณนัดฉันมาแล้วพูดแบบนี้ฉันงงไปหมดแล้วค่ะ”“เดี๋ยวคุณก็หายงงเองครับ ผมต้องขอโทษคุณมุกด้วย ผมเจตนาดีจริงๆ นะครับ”เขาพูดเพียงเท่านี้ บริกรที่หน้าห้องจัดเลี้ยงพูดขึ้นเป็นภาษาอาหรับว่ายินดีต้อนรับท่านชีค ทำให้มุกระวีสะดุ้งสุดตัวจนโทรศัพท์ตกลงที่พื้น ร่างกายของมุกระวีแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยน้ำแข็ง เธอเห็นสายตาของเจ้าของร่างแกร่งที่มองมาอย่างดุๆ“ว่าไงคนดื้อ”มุกระวีรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง บริกรเหล
ดานิชประทับใจรอยยิ้มของเธอทันที ใบหน้าน่ารัก ยิ้มเห็นฟันขาว แต่ดูรูปร่างหน้าตาแล้วไม่น่าจะใช่คนมีดิส “คุณไม่ใช่คนมีดิส ว่าแต่คุณเป็นใคร แล้วมาทำอะไรที่นี่” ดานิชรีบถาม เพราะเขาเองก็มีธุระต้องรีบไปจัดการต่อเหมือนกัน ทีแรกเขาจะผ่านไป แต่ได้ยินเสียงร้องของผู้หญิงเลยเข้าม
“อีกนิดเดียวทุกอย่างก็จะสำเร็จ เพราะฉะนั้นงานนี้พังไม่ได้”อาฟรีนเดินไปหามุมลับตาจากลูกน้องในกลุ่มโจร มันเปิดดูกล่องกำมะหยี่สีแดง ข้างในนั้นมีชุดมรกตล้อมเพชรอยู่ มันสวยงามล่อตาล่อใจมาก แต่คนอย่างเขาไม่รู้ว่าจะเอามันไปขายให้ใคร ไม่น่าเชื่อว่ามันจะมีราคามหาศาล แต่สำหรับอาฟรีนแล้ว
ฟาริสกลืนน้ำลายลงคอลำบาก อกอวบใหญ่ ผิวของมุกระวีขาวผ่อง นวลเนียน จนเขาอยากขบเม้มไปทั้งเต้าทรวงมือหนาข้างที่ว่างบีบเคล้นทรวงอกอวบอย่างเมามัน ก่อนจะปลดตะขอบราเซียออกเพื่อชื่นชมกับยอดบัวงาม“อ๊ะ อย่านะ” มุกระวีครางร้องเสียงสั่นเมื่อเห็นหน้าหล่อๆ กำลังจดจ่ออยู่ที่ปลายยอดถัน ตอนนี้เ
ฟาริสไม่ตอบแต่เขยิบเข้ามาใกล้ แล้วพูดช้าๆ ชัดๆ แววตาเป็นประกายพราวระยับ “ผมจะถามอีกครั้ง จะรับเสื้อผมไว้หรือไม่รับ ผมไม่ตื๊อใครนานนะ”มุกระวีเห็นแววตาเป็นประกายแบบนั้นก็เริ่มไม่ไว้ใจ หญิงชายอยู่ด้วยกันสองต่อสอง ยังไงก็ควรต้องปลอดภัยไว้ก่อน“รับก็ได้” มุกระวีต







