~ ระเริงรักมาเฟียร้าย ~
.
.
.
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ปลุกร่างที่ยังคงนอนอยู่บนเตียงกว้างให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล คิ้วเข้มขมวดมุ่นเมื่อเสียงเคาะประตูยังคงดังต่อเนื่อง เขาจึงสะบัดผ้าห่มออกจากตัวแล้วพาส่วนสูงร้อยเก้าสิบเดินไปปลดล็อค ขจรได้รับโทรศัพท์จากไทยว่ามีลูกน้องของภาธรกำลังทรยศด้วยการขัดคำสั่งของเจ้านาย เขาจึงต้องรีบมารายงาน
"มีอะไร"
"เกิดเรื่องที่ไทยครับ ผมเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว คุณแทคจะออกเดินทางเลยไหมครับ"
ภาธรยกฝ่ามือหนาซึ่งมีแต่เส้นเอ็นปูดโปนขึ้นเสยเส้นผมอย่างหงุดหงิด เขาไม่ถามคนสนิทว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องอะไร ขจรคงรู้ดีว่าเขามาที่นี่ไม่ใช่เพราะต้องการมาพักผ่อน
ไม่นานภาธรก็นั่งอยู่ใน Bentley Continental GT V8 S คันใหญ่ รถมาถึงสนามบินภายในเวลาไม่นาน ร่างสูงอยู่ในชุดเชิ๊ตสีดำและสแลคสีเดียวกัน เครื่องบินโบอิ้งบินลัดฟ้ากลับมายังเมืองไทย ทันทีที่เครื่องลงจอดลูกน้องหลายสิบคนก็เตรียมพร้อม ขจรได้สั่งงานเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ภาธรรับเสื้อคลุมจากคนสนิทพลางแทรกตัวเข้าไปนั่งใน บีเอ็มดับเบิลยูสีดำสนิทเพื่อมุ่งหน้าไปยังโกดังร้างแถวชานเมือง
ลูกน้องหลายคนเมื่อหันมาเห็นคนที่เป็นเจ้านายต่างลุกขึ้นแล้วน้อมศีรษะให้ด้วยความเคารพ ภาธรถอดเสื้อแล้วโยนไปยังคนสนิทที่รับเอาไว้ได้อย่างจับวาง บุหรี่นอกถูกจุด ควันสีขาวลอยคว้าง เขาหรี่ตาลงเมื่อเห็นคนทรยศซึ่งถูกจับมัดเอาไว้บนเก้าอี้ พวกมันถูกถอดเสื้อและมีผ้าสีดำปิดตา ร่องรอยบาดแผลที่เกิดจากการต่อสู้ยังคงมีปรากฏให้เห็น กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งชวนให้หงุดหงิด
"เอาผ้าปิดตาพวกมันออก"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เยือกเย็นจนลูกน้องที่ยืนอยู่ต่างขนหัวลุก เป็นเพราะเจ้านายของพวกเขาไม่ใช่ลูกไฮโซ ภาธรจึงไม่เคยปราณีคนที่ทรยศหักหลัง เพราะเขาเคยถูกทำมาก่อนจึงรู้ว่าการถูกหักหลังจากคนที่เขาให้ข้าวให้น้ำ มันเจ็บปวดแค่ไหน
ทันทีที่ผ้าปิดตาถูกกระชากออก ดวงตาของคนทรยศก็เบิกกว้างเมื่อเห็นคนตรงหน้า พวกมันรู้ว่าภาธรต้องเดินทางไปต่างประเทศหลายวันจึงสบโอกาสที่จะรวมตัวกันเพื่อหาผลประโยชน์จากชื่อของเขา
"มึง....มึง.... แล้วก็มึง มีอะไรจะบอกกับกูไหม"
เขาให้โอกาสทุกคนเสมอ แต่โอกาสดีๆ เช่นนี้บางทีก็ไม่สมควรให้กับคนที่มันไม่รู้จักคุณค่า น่าแปลกที่เขาทำบุญคุณกับคนไม่ค่อยขึ้น เท่าที่จำได้ไอ้ลูกน้องที่มันทรยศเขาคนนี้เขาเป็นคนให้โอกาสมันเข้ามาทำงานเองด้วยซ้ำ
"คุณแทคครับ ผมแค่จะไปทวงเงินให้คุณ จริงๆ นะครับ ผมไม่ได้ทรยศ"
"ใช่ครับคุณแทค พวกผมไม่ได้คิดจะโกง"
ภาธรพยักหน้าช้าๆ คล้ายกับว่าเขาเข้าใจในสิ่งที่พวกมันพูดหากแต่ในความเป็นจริงเขาไม่ได้คิดจะให้โอกาสพวกมันแก้ตัวตั้งแต่แรก บุหรี่ที่อยู่ในมือถูกโยนทิ้ง เขาบดขยี้มันด้วยรองเท้าหนังราคาแสนแพงพลางหยัดตัวลุกขึ้นยืน ฝ่ามือหนาถูกยกขึ้นเป็นเชิงให้สัญญาณกับคนสนิทว่า เขาไม่อยากเสียเวลาอันมีค่ากับคนทรยศพวกนี้
ปัง!....ปัง!....
เสียงมัจจุราชสีดำที่เล็งไปยังคนที่ทรยศซึ่งนั่งเรียงรายอยู่บนเก้าอี้ดังก้อง ลูกน้องที่เหลือได้แต่ก้มหน้านิ่งรอรับคำสั่งจากเจ้านาย พวกเขารู้ดีว่าการลงโทษคนที่หักหลังซึ่งเป็นคนที่มีประวัติอาชญากรรมนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่ ยิ่งเจ้านายมีพรรคพวกซึ่งเป็นคนในเครื่องแบบด้วยแล้ว เรื่องนี้ถือว่าเล็กน้อย
"เก็บกวาดให้เรียบร้อย "
"ครับพี่"
ขจรหันไปสั่งลูกน้องที่เหลือ เขาเหลือบตามองคนสนิทอีกคนของเจ้านายซึ่งเป็นคนลั่นไกสังหารพลางเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ถ้าจะเปรียบขจรเป็นมือขวาของภาธร 'อติเดช' ก็คงเป็นมือซ้ายที่พร้อมจะยอมตายแทนเจ้านายได้ ทหารพรานที่เคยอยู่กองสอดแนมคนนี้ เคยทำงานในซุ้มมือปืนก่อนที่จะออกมาอยู่ที่นี่เพราะเขาเป็นหนี้บุญคุณภาธร
บรื้น!......
บีเอ็มดับเบิลยูคันหรูแล่นออกจากโกดังร้างในยามวิกาล ใบหน้าหล่อเหลาแฝงความเหนื่อยล้าและไม่สบอารมณ์ เรื่องการทวงหนี้โดยแอบอ้างชื่อของเขาเป็นเรื่องที่ภาธรเกลียดที่สุด เขาเคยสั่งลูกน้องทุกคนไว้แล้วว่าถ้าหากใครคิดจะทำจุดจบของมันคือตาย แต่มันก็ยังมีคนแหกกฏ
"พรุ่งนี้ฉันมีงานด่วนอะไรไหม"
"คุณแทคพักผ่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง"
"อืม"
"ต้องการผ่อนคลายไหมครับ"
เป็นคำถามที่ทั้งเจ้านายและลูกน้องต่างรู้กันดีว่ามันหมายถึงอะไร เมื่อใดที่เขาเครียดนอกจากไวน์ชั้นดีและบรรยากาศเงียบสงบแล้ว ก็ยังหมายถึงผู้หญิงอีกด้วย จะว่าไปแล้วตั้งแต่เขาไปนิวยอร์กเขาก็ยังไม่ได้คลายเครียดเลยสักครั้ง
"ก็เอาสิ"
"ถ้าอย่างนั้นคืนพรุ่งนี้ ผมจะเตรียมไว้ให้นะครับ"
ภาธรไม่ได้ตอบอะไร เขาพิงศีรษะลงบนเบาะหนังพร้อมกับปิดเปลือกตาลง เขาผ่อนลมหายใจออกเชื่องช้า ด้านนอกสายฝนกำลังกระหน่ำ แสงจากฟากฟ้าสว่างวาบเข้ามาภายในรถเป็นระยะ เวลานี้ในหัวสมองของเขากำลังนึกถึงธุรกิจที่กำลังจะขยายเพื่อละลายเม็ดเงินที่มาจากธุรกิจสีเทา ภาธรไม่ใช่คนดี แต่เขาก็ไม่ได้ชั่วร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาถูกแม่แท้ๆ ยกให้คนอื่นเพื่อแลกกับเงินเพียงไม่กี่หมื่น เขาจึงไม่เคยเชื่อว่าบนโลกใบนี้จะมีใครที่หวังดีกับเขาอย่างจริงใจ หรือว่ามันจะไม่มีใครเลย
.
.
.
ถุงพลาสติกใบเล็กซึ่งภายในบรรจุยาสำหรับแม่ถูกฝ่ามือเล็กกำเอาไว้แน่น เด็กสาวพรูลมหายใจหนักๆ เมื่อแหงนมองท้องฟ้าซึ่งมีก้อนเมฆสีดำทะมึนมาบดบัง ไม่นานเม็ดฝนก็ตกกระทบลงบนเสื้อนักศึกษาจนกลายเป็นวงกว้าง ถ้าขืนเธอยังคงมัวแต่รีรออยู่อย่างนี้ อีกไม่นานก็คงกลับบ้านเอายาไปให้แม่ไม่ทันแน่ๆ
"ฮึบ..... เป็นไงเป็นกัน เปียกก็เปียก"
ทอปัดรูดซิปเป้พลางยัดถุงยาลงในนั้นแล้วใช้มันเป็นที่กำบังฝน เธอสับขาวิ่งไวๆ ไปยังป้ายรถประจำทางซึ่งอยู่ไม่ไกล เสียงคำรามของฟ้าทำให้ร่างเล็กต้องหลับตาปี๋ด้วยความตกใจ
เอี๊ยด!......
"ว้าย!...."
ร่างเล็กหันมองแสงไฟจากหน้ารถที่กำลังจะเลี้ยวเข้าซอยพลางเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอล้มลงบนพื้นเพราะถนนที่ลื่นและเต็มไปด้วยน้ำเจิ่งนอง เข่าจึงกระแทกกับคอนกรีตจนรู้สึกเจ็บแต่เธอก็พยายามที่จะลุกขึ้น
"มีคนวิ่งตัดหน้ารถครับ"
ภาธรถอนหายใจยาวๆ เขาไม่ได้ตำหนิคนขับรถ คงเพราะสภาพอากาศที่ไม่ดี เขาเหลือบดูนาฬิกาพลางพยักหน้าให้กับขจรซึ่งนั่งอยู่ข้างคนขับให้ลงไปดู
ปัง!......
"เป็นอะไรไหม"
ขจรยืนเว้นระยะห่างก่อนที่เขาจะเอ่ยถามเด็กนักศึกษาที่กำลังจะลุกขึ้นเพราะเขาแน่ใจว่าเมื่อครู่คนขับไม่ได้ชนเธอ
ทอปัดก้มดูสภาพของตัวเองด้วยความตกใจ เธอถลกกระโปรงจีบรอบตัวขึ้นเหนือเข่า เลือดที่กำลังไหลซึมถูกสายฝนชะล้างออกจนเห็นบาดแผลถลอก ใบหน้าจิ้มลิ้มเงยขึ้นมองชายหนุ่มที่เพิ่งลงมาจากรถหรูด้วยสีหน้ารู้สึกผิดเป็นเพราะเธอเร่งรีบจนเกินไปเลยไม่ทันระวัง
"หนูขอโทษค่ะ หนูไม่เป็นไร ไม่เป็นไรค่ะ"
ถ้าหากเขาจะเอาผิดกับเธอ ข้อหาทำรถของเขามีรอย เธอจะเอาปัญญาที่ไหนไปหาเงินมาชดใช้ ทอปัดหันมองรถเก๋งสีขาวคันใหญ่ซึ่งเปิดไฟฉุกเฉินพลางหันมาน้อมศีรษะเป็นการขอโทษอีกครั้ง
"หนูผิดเอง อย่าเอาเรื่องหนูเลยนะคะ"
"เธอมีแผลนี่"
"ไม่เป็นไรค่ะ แค่ถลอกนิดเดียว"
ภาธรหรี่ตามองภาพเด็กสาวที่ยืนก้มศีรษะให้กับขจรทั้งที่เสื้อผ้าของเธอนั้นเปียกปอนจนเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งพลางขมวดคิ้วมุ่น ถ้าเป็นวิธีการหาลูกค้าของสาวไซด์ไลน์ก็คงจะลงทุนน่าดู แต่ถ้าไม่ใช่เขาก็คงจะเป็นผู้ใหญ่ที่ใจดำ
ขจรเดินกลับมายังรถแล้วหุบร่ม เขาแทรกตัวเข้ามานั่งพลางหันมารายงานกับเจ้านาย แต่ภาธรกลับมองไปยังเด็กสาวที่เดินขากะเผลกไปยังป้ายรถประจำทาง
"หัวเข่าแตก น่าจะลื่นตอนที่เราเลี้ยวรถเข้าซอยพอดีครับ ผมให้เงินเธอก็ไม่เอา"
"ช่างเถอะ"
บีเอ็มดับเบิลยูเคลื่อนตัวออกไปช้าๆ แสงไฟจากข้างทางสาดกระทบใบหน้าหล่อเหลา ทอปัดมองตามรถคันนั้นจนแน่ใจว่ามันได้ขับผ่านเธอไปแล้วจริงๆ จึงได้ก้าวเดินต่อ วันนี้เธอโชคไม่ดีเลยตั้งแต่ที่พ่อแอบขโมยเงินเก็บของเธอจนเธอต้องไปขอหยิบยืมเงินจากมุจรินทร์เพื่อเอาไปซื้อยาให้แม่ อีกทั้งยังลื่นล้มจนเกือบถูกรถชนอีก นึกสภาพไม่ออกเลยว่าถ้าหากเธอทำรถคันนั้นเป็นรอย เธอจะเอาปัญญาที่ไหนไปหาเงินชดใช้เขา
หยดน้ำฝนไหลจากหลังคาตกกระทบลงบนก้อนหินเป็นจังหวะบ่งบอกว่าเมื่อครู่ฝนเพิ่งจะหยุดตก เด็กสาวเดินกะเผลกมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้าน เธอก้ม ลงสำรวจเนื้อตัวที่เปียกโชกพลางกัดฟันเปิดประตู โชคยังเข้าข้างเธออยู่บ้างเพราะตอนที่เธอเดินเข้าซอยมา ไม่มีพวกขี้ยาที่เคยนั่งจับกลุ่มกันอยู่หน้าปากซอย
เธอรีบจัดแจงใช้ผ้าขนหนูคลุมตัวแล้วเอายาไปให้แม่ เมื่อเห็นคนเป็นแม่คลี่ยิ้มดีใจที่เห็นเธอ เธอก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
"ตากฝนมาหรือเปล่า"
"นิดหน่อยน่ะแม่ แม่กินข้าวกินยานะ เดี๋ยวปัดไปเจียวไข่ให้ "
"ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา"
"ปัดไม่เป็นไรหรอกแม่ มันดึกแล้ว แม่ต้องกินข้าวก่อน"
"แม่กินไปแล้วล่ะ แม่ทำไชโป๊วผัดไข่ไว้ให้ เดี๋ยวแม่กินยาเอง ปัดไปอาบน้ำแล้วไปกินข้าวเถอะ"
"ก็ได้ ยาอยู่นี่นะแม่"
"ไปๆ"
เด็กสาววางถุงยาแล้วจึงเดินออกมา เธอคว้าผ้าขนหนูแล้วเข้าห้องน้ำ รู้สึกเจ็บแผลที่หัวเข่าจึงได้ก้มดู เลือดยังคงไหลซึมตลอดเวลาอยู่เลย
"อูย.... แผลใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย"
เมื่ออาบน้ำแล้ว เธอจึงรีบหาพลาสเตอร์มาปิดแผลไว้ ตั้งใจว่าจะไปดูแม่ แต่เสียงเอะอะตรงหน้าบ้านก็ทำให้เธอต้องรีบเปิดประตูออกไปดู
"เฮ้ย ..... กูมาสองรอบแล้วนะ มีไม่มีมึงก็ต้องออกมาบอก ออกมาสิวะ.....ไม่งั้นกูจะเผาบ้านมึง"
"อะไรกันน่ะ! มีอะไร"
"อ้อ.... ออกมาแล้วหรือมึง นี่คงจะเป็นลูกสาวสินะ พ่อมึงน่ะไปกู้เงินกู ดอกเบี้ยก็ไม่จ่าย ต้นก็ไม่จ่าย กูมาตามก็ไม่อยู่"
"พ่อไปกู้ลุงมากี่บาท แล้วมีสัญญากู้หรือเปล่า จู่ๆ จะมาพูดลอยๆ ไม่ได้นะ"
"อีนี่..... อย่าทำมาเป็นหัวหมอ ก็มีน่ะสิวะ นี่ไง.....ลายมือพ่อมึงหราอยู่นี่ ถ้าไม่คืนกูจะเผาบ้านมึง"
ทอปัดดึงกระดาษที่ผู้ชายคนนั้นยื่นมาให้ เป็นลายมือของพ่อจริงๆ ที่สำคัญจำนวนเงืนในสัญญานั้นไม่ใช่น้อยๆ มันเป็นหลักหมื่น
"ถึงลุงจะเผาบ้านหนู ลุงก็ไม่ได้เงินอยู่ดี "
"มึงท้ากูหรือวะ"
"หนูไม่ได้ท้า แต่หนูอยากให้คุยกันดีๆ ลุงก็รู้ว่าพ่อหนูติดเหล้า งานการไม่ทำ ลุงก็ยังให้แกกู้เงิน แบบนี้ลุงเองนั่นแหล่ะที่ไม่สุจริต"
"อีเด็กปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม มึงกล้าสอนกูหรือวะ"
"หนูไม่ได้สอน หนูแค่บอกเฉยๆ ถ้าลุงอยากได้เงินคืน หนูจะหามาใช้แทนพ่อให้ แต่ต่อไป ลุงก็ห้ามให้แกกู้อีก เพราะหนูไม่ได้มีหน้าที่ต้องมาตามใช้หนี้ให้แก"
"งั้นมึงก็ใช้มา ตอนนี้!"
"ตอนนี้หนูไม่มีหรอก"
หยาดฟ้าได้ยินเสียงโวยวายเธอจึงพยุงร่างกายเดินออกมา เมื่อจับใจความได้ว่าสามีของเธอไปกู้เงินแล้วไม่จ่าย เจ้าหนี้จึงได้ตามมาทวงเอากับลูกสาว เธอจึงยิ่งโมโห
"ไม่ต้องไปใช้ให้เขา ปล่อยให้เขาหาใช้หนี้เอง "
"ได้อย่างไงล่ะแม่ พ่อจะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้เขา หนี้ตั้งเยอะแยะ"
"เวลาเขาได้เงิน เขายังเอาไปเข้าบ่อนได้ ยังไม่เคยเอามาให้ปัด ปัดจะไปสนใจเขาทำไม"
"เฮ้ย!.... คุยกันจบหรือยังวะ กูอยากได้เงิน"
"หนูจะหามาใช้คืนให้ แต่ลุงต้องไม่ให้แกกู้อีก"
"มะรืนนี้ ถ้ากูไม่ได้เงินก้อนนี้ มึงกับแม่มึง ไปนอนวัดได้เลย เฮ้ยพวกเรากลับ!"
หยาดฟ้าทรุดตัวลงนั่ง เธอรู้สึกสงสารที่ทำให้ลูกสาวเพียงคนเดียวต้องลำบาก นัยน์ตาสีอ่อนจ้องมองผิวพรรณขาวเนียนละเอียดเหมือนกับผู้รากมากดีของทอปัดพลางถอนหายใจหนักๆ ทอปัดสมควรที่จะสุขสบาย ไม่ควรที่จะต้องมาลำบากลำบนอยู่ในสภาพแวดล้อมอย่างนี้
"เงินตั้งเยอะแยะ ปัดจะไปหาที่ไหนมาคืนเขา"
"แม่ไม่ต้องห่วงหรอก ปัดหาได้ แม่ไปนอนก่อนเถอะ ดึกแล้ว"
ส่งแม่เข้านอนแล้ว เด็กสาวก็นั่งมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ค้างเบอร์ของรุ่นพี่ซึ่งเรียนมหาลัยเดียวกันเอาไว้ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเธอพาแม่ไปหาหมอและหมอบอกว่าแม่ของเธอต้องผ่าตัดหัวเข่า แล้วไหนจะเรื่องที่พ่อของเธอไปกู้เงินนอกระบบมาอีก ทุกอย่างกำลังประเดประดังเข้ามาจนเธอแทบจะรับไม่ไหว แต่เธอก็ต้องเข้มแข็ง ต้องผ่านสถานการณ์นี้ไปให้ได้
"ฮัลโหล..... เจ๊ไมตี้ ปัดเองค่ะ"
(อ๋อ น้องปัด โอเคเจ๊จำได้ล่ะ มีอะไรให้เจ๊รับใช้คะลูก)
"งานที่เจ๊บอก..... ยังรับคนเพิ่มไหมคะ ปัดกำลังร้อนเงิน ต้องหาเงินไปเป็นค่าผ่าตัดแม่น่ะค่ะ"
(เดี๋ยวเจ๊จะดูให้นะ รีบหรือเปล่า เอาของเจ๊ไปก่อนได้นะ)
"ไม่เป็นไรค่ะเจ๊ แต่เร็วหน่อยก็ดีค่ะ "
(โอเคๆ แล้วเจ๊จะโทรไปบอกนะ)
หลังจากวางสาย ร่างระหงจึงล้มตัวลงนอนแผ่หราบนฟูกเก่าๆ ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและกังวล ถ้าหากเธอหาเงินมาได้ สิ่งแรกที่เธอจะทำก็คือพาแม่ไปรักษา แม่จะได้เดินสะดวกเสียที ส่วนถ้ามีเงินเหลือเธอจึงค่อยใช้หนี้ให้พ่อ
×---------------------------×