แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: V-44
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-22 15:43:41

~ ระเริงรักมาเฟียร้าย ~

.

.

.

ภายในห้องกว้างบนชั้นที่ยี่สิบเก้าของโรงแรมหรูกลางกรุงเทพมหานครเย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างดีเยี่ยม ชายหนุ่มร่างสูงพิงแผ่นหลังเปลือยเปล่าลงบนขอบอ่างซึ่งหันหน้าเข้าหาวิวยามราตรี ตึกสูงระฟ้าที่เหมือนภาพวาดโดยมีท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มเป็นฉากหลัง เบื้องหน้าเขาอาจจะทำให้ทุกคนเกรงกลัวแต่ยามที่เขาอยู่ตามลำพัง ภาธรก็เป็นเพียงชายหนุ่มที่ใช้เงินกว้านซื้อความสุขให้กับตัวเองโดยไม่สนใจว่าจะเสียเงินเท่าไหร่ ขอเพียงแค่เขามีความสุขเท่านั้นก็เพียงพอ

ก๊อก!.....

ก๊อก!.....

เสียงเคาะประตูดังขึ้น เจ้าพ่อเงินกู้ตัวฉกาจผินใบหน้ากลับมา หากแต่เขากลับคว้าแก้วไวน์ขึ้นจรดริมฝีปากหยัก ขจรคงจะจัดการเรื่องที่เขาสั่งเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่จำเป็นที่จะต้องเสียเวลาอันมีค่าในการพักผ่อนเพื่อลุกออกไปจัดการเอง

แกร๊ก!....

เสียงพูดคุยดังขึ้นตรงหน้าห้องแล้วจึงตามมาด้วยเสียงปิดประตู ชายหนุ่มเจ้าของห้องแหงนหน้าขึ้นแล้วปิดเปลือกตาลง เสียงเพลงคลาสสิคยังคงดังคลอไปกับเสียงน้ำวนภายในอ่างจากุชชี่ ไม่นานเขาจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้ม

"เข้ามาสิ"

บนใบหน้าของเด็กสาวซึ่งเพิ่งเดินเข้ามามีสีหน้ากังวลและตื่นกลัว เป็นเพราะงานนี้เป็นงานแรกของเธอซึ่งเป็นงานที่เธอไม่ถนัด ปกติเธอเคยใช้แต่แรงในการแลกเงินโดยทำงานเป็นลูกจ้างของร้านสะดวกซื้อ แต่กับงานที่รุ่นพี่บอกมานั้น เธอไม่เคยทำ

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่เข้ามาตามคำสั่ง เจ้าของสถานที่จึงวางแก้วไวน์ลง เขาผินหน้าไปยังคนที่กำลังยืนรีรออยู่พลางขมวดคิ้ว ไม่แน่ใจว่าขจรได้บอกหรือเปล่าว่าเขาไม่ชอบรอใครนานๆ มันน่าหงุดหงิด

"มีอะไร.... ถ้าไม่อยากทำก็ออกไป"

น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงซึ่งความมีอำนาจถูกเอ่ยออกมา คนรวยจะต้องมีนิสัยเอาแต่ใจอย่างนี้ทุกคนเลยหรือไง เด็กสาวคิดในใจ เธอรวบรวมความกล้าทั้งหมดเพื่อก้าวเดินตรงไปยังผู้ชายตัวโตที่นอนเปลือยกายแช่น้ำอยู่ในอ่าง แค่เธอเห็นเพียงแผ่นหลังซึ่งมีรอยสักตรงท้ายทอยเธอก็รู้สึกกลัวเสียแล้ว เธอไม่เห็นใบหน้าของเขาเพราะภายในห้องมีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟดวงเล็กๆ เท่านั้น แต่ถึงกระนั้นเธอก็พยายามทำใจกล้าด้วยการสูดลมหายใจเข้าปอดหนักๆ งานเอ็นเตอร์เทนคนรวยมันคงไม่ได้ยากเกินความสามารถของเธอ เพราะรุ่นพี่ที่แนะนำงานนี้ให้บอกว่าเธอแค่มาคอยปรนนิบัติ ช่วยหยิบโน่นหยิบนี่ให้เขาเพียงเท่านั้น

เมื่อภาธรรู้สึกว่าเด็กสาวเดินเข้ามาใกล้ เขาจึงได้วางลำแขนแกร่งลงบนขอบอ่าง ใช้ฝ่ามือคลึงไหล่ของตนพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มชวนฟังกว่าเมื่อครู่

"นวดให้ฉันหน่อย"

"ค.... ค่ะ"

เด็กสาวตอบออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ หากแต่เธอก็ยังมีความรับผิดชอบกับงาน ในเมื่อเธอรับงานนี้มาแล้วก็จะไม่ทำให้คนที่แนะนำต้องผิดหวัง แค่อยู่คุยเป็นเพื่อนนักธุรกิจเพียงไม่กี่ชั่วโมงแล้วก็จะมีคนมารับช่วงต่อจากเธอ เธอก็จะได้เงินหลักหมื่น ถ้าหากรู้ว่าเงินมันหาง่ายอย่างนี้ ก่อนหน้านี้เธอจะไม่ปฏิเสธรุ่นพี่คนนั้นเลยจริงๆ

"อืม....แรงหน่อย"

ฝ่ามือนุ่มออกแรงนวดคลึงบริเวณไหล่เรื่อยไปจนถึงต้นคอที่มีรอยสัก เธออาศัยความชำนาญตอนที่เคยไปเรียนนวดคลายเส้นกับเจ้าหน้าที่ห้องพยาบาลจึงได้รู้ว่า ผู้ชายคนนี้คงจะทำงานหนักมากเพราะกล้ามเนื้อบริเวณไหล่ของเขาตึง แต่ยังดีที่เขานอนแช่น้ำอุ่นก็คงจะพอทำให้ผ่อนคลายได้บ้าง

"รินไวน์ให้ฉันหน่อย"

"ค่ะ"

"ของเธอด้วย"

"เอ่อ.....หนูไม่ดื่มแอลกอฮอล์ค่ะ"

มุมปากหยักยกขึ้น ภาธรรู้สึกขบขันกับประโยคที่เด็กสาวคนนี้พูดออกมา ไม่ดื่มงั้นหรือ แล้วจะมาทำงานเอ็นเตอร์เทนแขกได้อย่างไร

"งั้นก็ตามใจ"

เด็กสาวลอบถอนหายใจ ถ้าหากคุณคนนี้บังคับให้เธอดื่ม เธอก็จำเป็นจะต้องดื่ม แต่ยังโชคดีที่เขาไม่ได้บังคับเธอ ไม่อย่างนั้นเธอเองอาจจะแย่ นึกถึงประโยคที่รุ่นพี่บอกมาว่าให้เธอเอาใจ เขา ทำให้เขารู้สึกพอใจ บางทีเธออาจจะได้เงินถึงหกหลัก เธอก็ได้แต่นึกขบขัน นิสัยอย่างเธอน่ะหรือจะเอาอกเอาใจใครเป็น แค่นี้ก็ฝืนใจจะแย่อยู่แล้ว ยังโชคดีที่นักธุรกิจคนนี้ไม่ใช่คนมีอายุ ไม่อย่างนั้นเธอคงจะเกร็งจนตัวชา

ภาธรขยับตัว เขานั่งหลังตรงพลางหันหน้ากลับมาแล้วยื่นแก้วไวน์ที่เพิ่งดื่มจนหมดให้กับเด็กสาวที่ลูกน้องจัดหามาให้ นัยน์ตาสีเข้มคมดุจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กสาวที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตา จนเขารู้สึกหงุดหงิด

"เงยหน้าขึ้นสิ"

ประโยคออกคำสั่งดังขึ้น เด็กสาวจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง แววตาสีดำขลับจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของนักธุรกิจที่เธอรู้แต่เพียงว่าเขาเป็นเจ้าของโชว์รูมรถด้วยความรู้สึกตื่นกลัว จะบอกว่าเธอกลัวเขาเสียเดียวก็ไม่ใช่ อาจจะเป็นเพราะเขาเป็นคนรวย เป็นคนที่มีเงิน เธอจึงมองว่าเขาน่ากลัว และเธอกลัวว่าตนเองอาจจะทำอะไรให้เขาไม่พอใจเท่านั้นเอง

"สวยดี.... ชื่ออะไร"

"คุณต้องรู้จักชื่อหนูด้วยหรือคะ"

ภาธรคลี่ยิ้มอีกครั้ง ปกติเขาก็ไม่เคยถามชื่อเด็กที่มาเอ็นเตอร์เทน เพราะคิดว่ามันไม่จำเป็น เสร็จงานเขาก็จ่ายเงิน ความจริงก็คงจะถูกที่เด็กคนนี้พูด

"ความจริงฉันก็ไม่ได้อยากรู้ ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มงานสิ"

เขาเปิดโอกาสให้เด็กสาวได้เริ่มงานเพราะเวลานี้เขาเองก็อยากจะผ่อนคลายเต็มที นอนแช่อยู่ในอ่างมาตั้งนานแล้ว ร่างสูงหยัดตัวลุกขึ้น กายหนากำยำอวดมัดกล้ามที่แข็งแกร่ง เขาก้มลงมองเด็กสาวที่เอาแต่อ้าปากค้างแล้วรีบก้มหน้างุดด้วยความตื่นกลัวคล้ายกับว่าเขาเป็นปิศาจร้ายอย่างไรอย่างนั้น

"นี่ยังไม่ได้เริ่มงานอีกหรือคะ"

ภาธรชักจะหงุดหงิด ไม่รู้ว่าขจรพูดจริงหรือว่าล้อเล่นที่บอกว่าจะหาเด็กสาวที่เป็นงานมาให้ หากแต่ที่เขาเห็นเด็กคนนี้ทำเหมือนกับว่าถูกบังคับมาหรือว่าเธอต้องการจะอัพค่าตัว เมื่อเห็นเด็กสาวเอาแต่ก้มหน้าเขาจึงยอบตัวลงแล้วใช้ปลายนิ้วจับปลายคางพลางดันให้เงยหน้าขึ้น เขามองเห็นแววตาที่ตื่นกลัวแต่กลับมีความเด็ดเดี่ยวสะท้อนอยู่ในดวงตาสีดำขลับคู่นั้น เด็กสาวใช้ฝ่ามือปัดปลายนิ้วของเขาออกแล้วผุดลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางขุ่นเคือง

"หนูจะกลับ อ่ะ!"

ภาธรใช้ฝ่ามือหนากระชากลำแขนขาวของเด็กสาวในชุดเดรสสีขาวพริ้วจนร่างเล็กเซถลามากระแทกกับแผงอกอย่างแรง ภาธรไม่เคยรังแกผู้หญิง เพราะทุกคนเต็มใจอยากจะได้เงินของเขาจนตัวสั่น ทุกคนจึงยอมทำทุกอย่าง หากแต่เขาก็ไม่ชอบคนที่เสแสร้งแกล้งทำ เพราะเขาไม่มีเวลามานั่งเล่นด้วย

"อยากได้เงินเพิ่มหรือ.... ลูกน้องฉันไม่ได้บอกหรือไงว่าฉันยินดีจ่ายไม่อั้น"

"หนูไม่ได้อยากได้เงินเพิ่ม แต่งานของหนูคืออยู่เป็นเพื่อนคุณ อีกเดี๋ยวจะมีคนมารับช่วงต่อ คุณรออีกแป๊บเดียวไม่ได้หรือไง"

ภาธรขมวดคิ้ว มารับช่วงต่อ? เวลานี้มันเป็นเวลาพักผ่อนของเขา และห้องของเขาก็ไม่ใช่สถานที่ซึ่งใครคิดอยากจะเข้าก็เข้า คิดอยากจะออกก็ออก

"เธอเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า หน้าที่ของเธอคือนอนกับฉัน"

"ห๊ะ!.... ไม่ใช่ค่ะ หนูยังไม่ได้บอกว่าจะมานอนกับคุณ"

ภาธรรู้สึกหงุดหงิด เขาเสียเวลามามากพอแล้ว เสร็จจากงานนี้เขาคงต้องจัดการกับขจรที่หาเด็กงี่เง่าคนนี้มาให้ เมื่อได้ยินประโยคที่เด็กสาวพูด เขาจึงคลายฝ่ามือออกแล้วก้าวลงจากอ่างอาบน้ำ ผ้าขนหนูผืนโตถูกห่อหุ้มกายหนา เขาเดินไปทรุดตัวลงนั่งปลายเตียงพลางจุดซิการ์ขึ้นสูบ กลิ่นฉุนของมันอบอวลไปทั่วห้อง เขาหรี่ตามองเด็กสาวที่ยังคงก้มหน้านิ่งอย่างไม่สบอารมณ์

"มานี่สิ"

ขาเรียวก้าวเดินอย่างช้าๆ บางครั้งก็ลงน้ำหนักที่เท้าไม่เท่ากันคล้ายกับคนเจ็บ เมื่อเดินมาถึงร่างระหงจึงหยุดนิ่งแล้วจ้องมองคนที่นั่งอยู่ปลายเตียงด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว

"ขาเธอ.....เป็นอะไร"

"หนูหกล้มค่ะ"

เมื่อเขาไล่สายตาคมมองร่างระหงที่สมส่วน ผิวพรรณที่ขาวเนียนผุดผาดและใบหน้าที่จิ้มลิ้มพริ้มเพราแล้ว เขาจึงไม่แปลกใจเลยที่ขจรตั้งใจเอาเด็กคนนี้มาประเคนให้เขา เพราะเขามักแพ้ทางให้กับเด็กสาวหน้าตาน่ารัก ไม่ต้องสวยมากหากแต่มีจริตหน่อยก็คงจะดีกว่านี้

"เธอคงเข้าใจอะไรผิด หน้าที่ของเธอคือมานอนกับฉัน แต่ถ้าหากเธอไม่เต็มใจ ฉันก็จะไม่บังคับ แต่เธอต้องดื่มเป็นเพื่อนฉัน จนกว่าจะมีคนมารับช่วงต่อ"

เขารู้ว่าไม่มีใครมารับช่วงต่ออะไรทั้งนั้น เด็กคนนี้คงจะเข้าใจอะไรผิด หากแต่เขาจะทำให้เธอเต็มใจเอง คนอย่างภาธรไม่เคยปล่อยใครให้เดินออกไปจากห้องของเขาง่ายๆ

×---------------------------×

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ระเริงรักมาเฟียร้าย   บทที่ 68

    ~ ระเริงรักมาเฟียร้าย ~ . . . อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ภาธรได้พาเด็กสาวที่มีอาการแพ้ท้องอย่างหนักไปโรงพยาบาล ระหว่างทางที่อยู่ในรถเธออาเจียนอย่างหนักโดยมีเขาคอยประคอง เมื่อเห็นว่าอาการของเธอไม่สู้ดี เขาจึงรั้งร่างเล็กให้นอนซบลงบนตักแกร่ง เอ่ยน้ำเสียงเร่งเร้าให้ลูกน้องรีบขับรถไปให้ถึงโรงพยาบาลโดย

  • ระเริงรักมาเฟียร้าย   บทที่ 67

    "น้าหยาด ทำไมคุณปัดเธอต้องไปทำงานที่อื่นด้วยล่ะจ้ะ" "เขาอาจอยากโตขึ้นละมัง ถ้าเขาคิดถึงน้า เขาก็คงจะกลับมาเอง " ในขณะที่หยาดฟ้ากำลังนั่งคุยอยู่กับเด็กสาว ที่รั้วหน้าบ้านก็มีรถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอด ชายหนุ่มตัวสูงก้าวลงมาจากรถโดยไม่รอให้ลูกน้องลงมาเปิดประตูเหมือนเช่นทุกที ฝ่ามือหนากระชับสูทสีเข้

  • ระเริงรักมาเฟียร้าย   บทที่ 66

    ~ ระเริงรักมาเฟียร้าย ~ . . . ทอปัดลังเลที่จะตัดสินใจ เธอยังคงกังวลทั้งเรื่องของแม่และเจ้าตัวเล็กในท้อง เธอไม่รู้ถึงเหตุผลที่เขาตามหาเธอ และบอกให้เธอกลับไปกับเขา ทุกอย่างมันดูคลุมเครือ ไม่มีอะไรที่แน่นอนสักอย่าง เธออยากรู้เหตุผลของเขาจริงๆ ภาธรยอมปล่อยเธอออกจากอ้อมแขน เขาใช้สายตาสำรวจภายใน

  • ระเริงรักมาเฟียร้าย   บทที่ 65

    ~ ระเริงรักมาเฟียร้าย ~ . . . รถยนต์ติดฟิล์มดำมืดจอดหลบมุมอยู่ข้างรั้ว เมื่อรถแท็กซี่แล่นสวนออกไป ขจรซึ่งอยู่ในรถจึงได้ขยับตัวให้ใกล้กับหน้าต่าง เขาเพ่งมองเข้าไปภายในบ้านเช่าหลังเล็กที่เปิดไฟสว่าง เมื่อแน่ใจว่าเด็กสาวที่ออกมาจากร้านกาแฟหน้ามหาลัยเดินเข้าไปในบ้านหลังนั้นจริงๆ เขาจึงส่งข้อความ

  • ระเริงรักมาเฟียร้าย   บทที่ 64

    หลังจากที่ม่านมุกได้ผิดคำสัญญากับเพื่อน เธอไปตามหาไมตี้ ตัวการของเรื่องทั้งหมด เธอได้เบอร์ของขจรมาจากไมตี้ และไม่รอช้าเธอจึงติดต่อเขาไปทันที ร้านกาแฟตรงข้ามกับมหาลัยเป็นสถานที่นัดพบของเด็กสาวที่อ้างตัวว่าเป็นเพื่อนกับทอปัดและนักธุรกิจหนุ่ม ภาธรอยู่ในชุดเสื้อยืดโปโลสีขาวขลิบน้ำเงินตรงปลายแขน ช่วงล่

  • ระเริงรักมาเฟียร้าย   บทที่ 63

    ~ ระเริงรักมาเฟียร้าย ~ . . . ม่านมุกรู้สึกตกใจกับประโยคนั้นของเพื่อนสนิท ทอปัดเป็นเพื่อนกับเธอตั้งแต่ปีหนึ่ง พวกเราคบกันโดยไม่รังเกียจเรื่องฐานะ ทั้งที่บ้านของม่านมุกและมุจรินทร์นั้นมีอันจะกิน แตกต่างจากฐานะของทอปัดโดยสิ้นเชิง แต่ทอปัดก็เป็นเพื่อนที่ดี ขยันและมีน้ำใจกับเพื่อนทุกคน ทั้งที่เป

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status