LOGINเมื่อหมอเจย์ริวบังเอิญไปเจออดีตเด็กเลี้ยงกลับมาประเทศไทยพร้อมกับจูงมือเด็กน้อยมาด้วย... "ลูกใคร..." "ลูกหมาบังเอิญมันมาไข่ทิ้งไว้...เหี้ยเนาะว่ามะ!" "ไอ้ผู้ชายเลวทำเธอท้องแล้วไม่รับผิดชอบ...!"
View More@Nebula Lounge
เสียงเพลงคลอเบาๆ ดังขึ้นภายในผับสุดหรูหราที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับและผู้คนที่แต่งตัวดูมีสไตล์ ทุกโต๊ะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ มีเสียงแก้วกระทบกันพร้อมกับเสียงพูดคุย มีทั้งเหล่านักธุรกิจ นักท่องราตรียามค่ำคืนที่มาเพลิดเพลินปลดปล่อยความเหนื่อยจากงานกันอย่างเต็มที่
"สุขสันต์วันเกิดนะเว้ยเพื่อนรัก"
เสียงของหมอเจมส์เพื่อนสนิทของเจย์ริวดังขึ้น เอ่ยอวยพรให้กับเพื่อนรักที่วันนี้อายุครบ 26 ปีบริบูรณ์แล้ว
"ขอบใจมากเลยนะเว้ยที่มางานวันเกิดกูในวันนี้ เวลาผ่านไปเร็วเหมือนกันนะ กลับจากต่างประเทศมาแล้ว 3 ปีรู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านไปไม่กี่วันเอง"
หมอเจย์ริวยิ้มพลางยกแก้วขึ้นดื่ม เวลาหลายปีที่ผ่านมานี้มีอะไรมากมายผ่านเข้ามาในชีวิตของเขา ผู้คนผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านไป แต่ในหัวใจของเขายังคงไม่ลืมผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเป็นคนที่ทำให้เขาไม่สามารถมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนอื่นได้ อาจจะเพราะว่าความเร่าร้อนของเธอมันทำให้เขาลืมไม่ลงไม่ว่าเวลาจะผ่านมาหลายปีก็ยังลืมไม่ได้
"ยิ้มหน่อยสิวันนี้วันเกิดมึงไม่ใช่หรือไง"
"นั่นดิวะทำหน้าอมทุกข์ไปได้ หรือว่าคิดถึง..."
"เดี๋ยวกูต่อยแม่งเลย ไม่ต้องพูดถึงเลยนะ"
เขาพ่นลมหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิดก่อนจะหันไปมองโดยรอบ ผับแห่งนี้คือสถานที่ที่มีบรรยากาศดีมาก เป็นร้านที่พวกเขามักจะมาสังสรรค์ในทุกโอกาสพิเศษ เสียงเพลงเริ่มเปลี่ยนเป็นจังหวะเร็วจึงทำให้ผู้คนที่อยู่ในผับเริ่มลุกขึ้นกันมาเต้น ส่วนตัวเขานั้นยังคงนั่งนิ่งดื่มด่ำกับบรรยากาศ พอมาอยู่กับเพื่อนก็รู้สึกผ่อนคลายไปได้มากเหมือนกัน แต่พออยู่คนเดียวเมื่อไหร่เขารู้สึกเหงายังไงก็ไม่รู้
"เอาเถอะน่าเดี๋ยวคืนนี้กูจัดให้แจ่มๆ เลย"
หมอจินต์เอ่ยขึ้นก่อนจะหันไปกวักมือเรียกทิชา คุณหมอสาวสุดสวยที่แอบชอบเพื่อนรักของเขามานานเป็นปี แต่ดูเหมือนว่ารายนี้จะไม่ค่อยสนใจสักเท่าไหร่ ผู้หญิงที่สวยขนาดนี้เพื่อนรักของเขายังไม่มองเลย แสดงว่าคนที่อยู่ในใจของเขานั้นคงดีมากจนหมอเจย์ริวลืมไม่ลง
"ธิชาทางนี้"
หมอจินต์กวักมือเรียกหมอธิชาให้มาร่วมวงปาร์ตี้ด้วยกัน หมอเจมส์เห็นแบบนั้นก็รีบไปสะกิดเพื่อนทันที
"มึงพามาทำไมเนี่ยเดี๋ยวงานก็กร่อยหรอก"
"เอาน่าธิชาทั้งสวยและก็แสนดีขนาดนี้จะเอาชนะใจไอ้เจย์ริวมันไม่ได้เลยหรือไง"
หมอจินต์แค่อยากจะรู้ว่าจะมีผู้หญิงคนไหนที่สามารถเอาชนะใจเพื่อนรักของเขาได้หรือเปล่า ตัวเขาเองไม่ได้เรียนต่างประเทศกับหมอเจมส์แล้วก็หมอเจย์ริว จึงไม่เคยเห็นผู้หญิงที่อยู่ในใจของเขามาก่อน ก็เลยไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นแบบไหนและมีดีมากน้อยเพียงใดจึงทำให้เขายากที่จะลืมเลือน
"คนนั้นไม่มีใครเทียบได้หรอกเว้ยกูบอกเลย"
"ทำไมอะ สวยกว่าธิชาอีกเหรอวะ"
"เออสิ"
หมอเจมส์ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะถูกหมอจินต์ดึงตัวให้ลุกขึ้นมานั่งอีกฝั่ง หมอธิชาได้โอกาสก็รีบเดินเข้าไปนั่งลงเคียงข้างกับหมอเจย์ริว เอ่ยทักทายพร้อมกับส่งกล่องของขวัญไปให้
"สุขสันต์วันเกิดนะเจย์ริว เรามีของขวัญมาให้ด้วยลองเปิดดูสิ"
"ขอบคุณนะ"
เขารับกล่องของขวัญมาถือไว้ในมือก่อนจะโยนลงบนโต๊ะไม่ได้สนใจที่จะเปิดดู หมอธิชามีสีหน้าที่สลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจนจนเพื่อนรักทั้งสองคนต้องรีบทำลายบรรยากาศที่มันมาคุก่อนที่มันจะไม่สนุก
"มึงก็ไม่แกะหน่อยล่ะ"
"ค่อยแกะก็แล้วกันกูไม่ว่าง"
เขากำลังจะหยิบแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มก็ต้องชะงักไปเล็กน้อยเมื่อมันเป็นแก้วเปล่า หมอเจย์ริวตะโกนเรียกเด็กเสิร์ฟให้มาชงเหล้าต่อแต่ทว่าหมอธิชารีบเสนอตัวทำให้ทันที
"ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวเราชงให้"
เธอรีบแย่งแก้วเหล้าในมือของเขาก่อนจะทำการชงเหล้าสูตรพิเศษให้เขา เพียงแป๊บเดียวก็เสร็จเป็นที่เรียบร้อยหญิงสาวจึงส่งแก้วนั้นมาให้เขาตรงหน้า
"เรียบร้อยแล้วลองชิมดูสิ"
"ขอบคุณ"
เขาเอ่ยขอบคุณกลับไปก่อนจะรับแก้วเหล้ามาถือไว้ในมือ และเมื่อเขายกขึ้นดื่มจนหมดเธอก็ยื่นมือไปแย่งแก้วเหล้าในมือของเขาอีกครั้งเพื่อจะชงให้อีก แต่ทว่าเธอสะดุดกับขาโต๊ะจึงล้มลงไปบนตัวของหมอเจย์ริวโดยไม่ทันตั้งตัว
"อร๊ายยยยย...!"
"เฮ้ย...!"
ชายหนุ่มถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจเมื่อหญิงสาวตั้งท่าจะล้มลงมาบนตัวของเขา ชายหนุ่มยื่นมือไปจับไหล่ของเธอทั้งสองข้างก่อนจะดันให้ออกห่างสักตัว และเมื่อได้กลิ่นน้ำหอมจากตัวของหมอธิชาเขาก็รู้สึกเวียนหัวจนอยากจะอาเจียน 3 ปีที่ผ่านมาเขาได้กลิ่นผู้หญิงไม่ได้เลย เข้าใกล้นิดเดียวก็อยากจะอ้วกแล้ว
"อุ๊บบบบ"
"อ๊ะ...!"
หมอธิชาถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจเมื่อหมอเจย์ริวมีปฏิกิริยาที่รวดเร็ว ตัวเธอเองยังไม่ทันได้ล้มทับบนตัวของเขาก็ถูกผลักให้ออกห่างจนตัวเองล้มลงไปตรงโซฟา
"เจย์ริวทำไม..."
"อุ๊บบบบบบ"
หมอเจย์ริวยกมือข้างหนึ่งห้ามไม่ให้หญิงสาวพูดอะไรออกมาทั้งนั้น ส่วนมืออีกข้างก็ปิดปากของตัวเองเอาไว้ก่อนจะรีบลุกขึ้นจากโซฟาแล้ววิ่งตรงไปยังห้องน้ำทันทีเพื่ออาเจียนเพราะรู้สึกเหม็นกลิ่นน้ำหอมของเธอ
หมอธิชาถึงกับทำหน้าไม่ถูกยกแขนของตัวเองขึ้นมาสูดดมกลิ่นตัวก่อนจะหันไปมองคุณหมออีกสองคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่
"ตัวเราก็ไม่ได้เหม็นนะทำไมเจย์ริวถึง..."
"แหะ... ธิชาไม่ใช่คนแรกหรอกที่ไอ้เจย์ริวมันอ้วกน่ะ"
"ผู้หญิงก่อนหน้านี้ก็โดนหมด ถ้าเข้าใกล้ในรัศมีที่มันรับไม่ไหวก็วิ่งไปอ้วกแบบนี้แหละ"
หมอจินต์ถึงกับรู้สึกผิดต่อหมอธิชาไม่น่าพาเธอมาที่นี่เลย น่าจะรู้สึกเสียฟอร์มไม่น้อยเหมือนกันมีอย่างที่ไหนแต่งตัวมาสวยขนาดนี้แต่พอเข้าใกล้ผู้ชายเขากลับวิ่งไปอ้วกซะงั้น
"กูบอกมึงแล้วไงไม่ต้องพามา เตรียมโดนไอ้เจย์ริวกระทืบได้เลยไอ้จินต์...!"
หมอเจมส์สะกิดเพื่อนรักก่อนจากกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา หมอธิชาไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกที่เข้าใกล้หมอเจย์ริวแล้วโดนแบบนี้ ผู้หญิงที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ทั้งหมด และมีคนเดียวที่มันหลงเขาจนโงหัวไม่ขึ้นก็คือ ขนมหวาน สาวสวยที่มันเลี้ยงดูไว้ตอนเรียนอยู่ต่างประเทศ แต่เกิดเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ทั้งสองคนขาดการติดต่อกัน จนเวลาล่วงเลยมาถึงสามปีไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้ฝ่ายหญิงมีใครหรือยัง รู้เ
พียงว่าฝั่งนี้แค่เข้าใกล้ผู้หญิงยังไม่ได้เลย...
หลังจากกลับมาจากฮันนีมูนทั้งสองคนก็กลับมาใช้ชีวิตอย่างเช่นปกติ ตื่นเช้ามาก็เข้าโรงพยาบาลไปทำงานสลับกับเข้าคลินิกเพื่อเซ็นเอกสารที่จำเป็นจะต้องใช้โดยด่วน ส่วนขนมหวานเริ่มเข้าไปเรียนรู้งานบริหารในคลินิกซึ่งมีคุณพ่อเป็นคนคอยสอนงานทุกอย่างเพื่อแบ่งเบาภาระงานของเจ้าสองแฝด"ที่เหลือก็ไม่น่ามีอะไรแล้วนะ หนูเป็นคนฉลาดแล้วก็เป็นคนเก่งมาก พ่อแทบไม่ได้สอนอะไรเลยด้วยซ้ำ"คุณพ่อเอ่ยชมลูกสะใภ้ไม่หยุด เธอเป็นคนที่ฉลาดหลักแหลมและเป็นคนที่มีความจำดีเลิศ สอนอะไรนิดหน่อยก็สามารถเรียนรู้ด้วยตัวเอง ตอนแรกที่เห็นประวัติการทำงานก็ยังมีความสงสัยเล็กน้อยว่าผู้หญิงอายุเพียงแค่นี้ทำไมถึงมีประสบการณ์เป็นที่ต้องการจากแบรนด์ดัง แต่พอได้ร่วมงานจริงถึงรู้ว่าเธอเป็นคนที่เก่งไม่แพ้ใคร เหมาะสมที่จะเป็นลูกสะใภ้ของเขา"ก็คุณพ่อสอนเก่งนี่คะเข้าใจง่ายมากเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้หนูจะเริ่มคิดการตลาดใหม่ เอาไว้จะไปเสนอคุณพ่อนะคะ""หนูตัดสินใจเองเลยไม่งั้นก็ปรึกษาไอ้สองแฝดนั้นก็พอ พ่ออยากจะวางมือแล้วจะไปเลี้ยงหลานสองแสบ เรียกร้องหาปู่หาย่าทุกวันใครจะอยากมาทำงานกันละ"คุณพ่อนึกไปถึงใบหน้าของเจ้าสองแสบที่ตอนนี้น่าจะกำลังวิ่งวุ่นทั่วบ้
หนึ่งปีต่อมา...หลังจากที่ขนมหวานได้คลอดเจ้าหญิงน้อยออกมาเธอก็ได้คุยกับสามีว่าจะไม่มีอีกคนแล้ว เพราะอยากจะดูแลเจ้าแสบทั้งสองคนมอบความรักให้อย่างเต็มที่ ยิ่งมีลูกมากการดูแลเอาใจใส่ก็จะน้อยลงตามไป เพราะฉะนั้นเราทั้งสองคนจึงตัดสินใจว่าจะมีลูกเพียงแค่สองคนเท่านั้น"โยนลงไปตรงนั้นเลยค่ะ ปลาตรงนั้นเยอะมากเลยนะ"สามีของเธอถือถังอาหารปลานั่งอยู่ริมแม่น้ำส่วนหญิงสาวในตอนนี้กำลังตักอาหารโยนลงไปในแม่น้ำมองเจ้าปลาตัวใหญ่แหวกว่ายไปมาอ้าปากงับอาหารกระโดดไปมาดูจะมีความสุขเหลือเกิน"นี่คือการมาฮันนีมูนของพี่เหรอคะ คู่อื่นเขาไปเที่ยวต่างประเทศ พาเมียไปช้อปปิ้งซื้อของแบรนด์เนมล่องเรือสำราญ นี่อะไรพามาให้อาหารปลาแคมป์ปิ้งอยู่ในป่า"หญิงสาวถึงกับกุมขมับเมื่อสามีบอกว่าจะพามาฮันนีมูน ดูเอาเถอะตอนแรกคิดว่าจะพาไปเที่ยวต่างประเทศใช้เงินสบายใจเฉิบ สรุปพาเธอมากางเต็นท์อยู่ในป่าลำบากลำบนเสียเหลือเกิน"หนูไม่คิดว่ามันเป็นการฮันนีมูนที่แปลกใหม่เหรอ ตอนกลางคืนนอนฟังเสียงสัตว์ร้อง ดูดาวบนท้องฟ้าแล้วก็เล่นปูไต่กันในเต็นท์"เขาเอ่ยออกมาด้วยความทะเล้นก่อนจะใช้นิ้วไต่ตามตัวของเธอเพื่อหยอกล้อคนรัก ขนมหวานส่ายหน้ายิ้มๆ ก่
เขาเดินทางกลับมาที่บ้านในเวลาต่อมาและเมื่อมาถึงสิ่งแรกที่เขาให้ความสนใจก็คือภรรยาสุดที่รักแล้วก็ลูกชายจอมแสบ เพียงแค่เดินเข้าประตูก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมาจากห้องนั่งเล่น ซึ่งน่าจะเป็นลูกชายกำลังเล่นอยู่กับพี่เลี้ยงแล้วก็คุณแม่ของเขา แต่เหมือนจะไม่ได้ยินเสียงของภรรยาก็เลยตะโกนเรียกแม่บ้านที่อยู่บริเวณนั้น"มีใครเห็นขนมหวานไหมครับ""คุณขนมหวานอยู่ที่สวนหลังบ้านค่ะ น่าจะกำลังปลูกต้นไม้อยู่""โอเคขอบคุณครับ"และเมื่อเขารู้ที่อยู่ของภรรยาก็รีบเดินอ้อมข้างหลังคฤหาสน์ตรงไปยังสวนหลังบ้านทันที และเมื่อมาถึงเขาก็เห็นภรรยากำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ ตั้งแต่ที่เธอตั้งครรภ์จนถึงตอนนี้กลายเป็นเจ้าแม่เพาะปลูกต้นไม้มงคลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะเขาไม่อยากจะให้เธอทำงานที่เครียดและไม่อยากจะให้ทำงานหนักสิ่งเดียวที่เธอทำได้ก็คือการมานั่งปลูกต้นไม้อยู่ข้างหลังนี้"ท้องโตขนาดนี้แล้วทำไมหนูถึงไม่นอนพักผ่อนคะ แล้วมาอยู่ตรงนี้คนเดียวถ้าเกิดปวดท้องจะคลอดขึ้นมาใครจะเห็น""โทรศัพท์ก็วางอยู่ตรงนี้มีอะไรเดี๋ยวก็โทรเรียกคุณแม่เองค่ะ อยู่ที่ห้องไม่รู้จะทำอะไรก็เลยออกมาหาอะไรทำเล่นข้างล่างดีกว่า"เธอหันไปยิ้มให้กับชาย
หลายเดือนผ่านไป...ในตอนนี้ขนมหวานและเจย์ริวแต่งงานกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วและเธอก็ย้ายมาอยู่ที่บ้านของเขาพร้อมกับลูกชายจอมแสบ และช่วงวันหยุดก็จะพาลูกชายไปนอนค้างที่บ้านของเธอเพราะตกลงกับคุณพ่อเอาไว้แล้วว่าถ้าแต่งงานออกไปจะต้องพาหลานกลับมาเที่ยวที่บ้านทุกอาทิตย์ และตอนนี้เธอท้องได้แปดเดือนกว่าแล้ว สามียังคงเสมอต้นเสมอปลายไม่มีเปลี่ยน คอยดูแลเป็นอย่างดีไม่ขาดตกบกพร่องจึงคิดว่าตัดสินใจไม่ผิดที่ให้โอกาสเขาได้กลับมาเป็นครอบครัวอีกครั้ง"หนูเป็นยังไงบ้างลูกปวดท้องปวดตัวอะไรไหม ถ้าเดินไม่ไหวก็นั่งพักผ่อนนะอย่าฝืนตัวเอง"คุณแม่เอ่ยออกมาด้วยความเป็นห่วง ช่วงนี้เป็นช่วงที่สามารถคลอดได้ตลอดคุณแม่จึงคอยดูแลเธอเป็นพิเศษ ส่วนลูกชายตอนนี้ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลของตัวเอง นั่งตำแหน่งผู้บริหารไหนจะต้องเป็นคุณหมออีกชีวิตดูวุ่นวายพอสมควร แต่ยังดีที่จัดสรรเวลาได้ดีไม่ให้ภรรยารู้สึกน้อยอกน้อยใจ แบบนี้แหละดีแล้วรู้จักปรับปรุงตัวเองชีวิตคู่จะได้อยู่ยืนยาว"หนูไม่ได้เป็นอะไรมากค่ะคุณแม่ร่างกายก็ยังโอเคอยู่ ช่วงนี้รู้สึกว่าท้องโตน่าจะใกล้คลอดแล้วค่ะ ท้องนี้เป็นผู้หญิงรู้สึกว่าไม่เหนื่อยเท่าท้องเจ้าแสบ"เธอก้มมอง











