Mag-log inก่อนจะแสดงยังพอมีเวลาอีกหน่อย หวายจึงออกมาเข้าห้องน้ำ แต่แล้วความบังเอิญกับเล่นตลก เพราะเธอกับเจอกับหวานที่ห้องน้ำพอดี
โดยที่อีกฝ่ายคุยโทรศัพท์อยู่ที่กระจกล้างมือ ส่วนตัวเธอนั้นอยู่ในห้องน้ำห้องในสุดจึงได้ยินบทสนทนาของหวานได้อย่างชัดเจน
“แกใกล้จะถึงรึยัง ฉันมารอตั้งนานแล้วนะ”
“ฉันคนเดียวไม่กล้าเข้าไปทักพี่เขาหรอก”
“ก็ใช่ฉันอยากได้พี่เขาเป็นแฟน แต่ช่วงแรกๆก็ต้องทำตัวไร้เดียงสาหน่อยไม่ใช่เหรอ”
“แกรีบมาช่วยฉันก็แล้วกัน ใช่ร้านเหล้าเดียวกับที่เอ็มทำงานอยู่นั่นแหละ”
“แล้วไง ก็เลิกกันไปแล้ว และได้ยินว่าพี่เขาก็จะมาร้านนี้ จะให้ฉันปล่อยโอกาสนี้ไปเพราะเอ็มน่ะเหรอ ไม่ใช่เรื่องป่ะ”
รอจนกระทั่งหวานเดินออกไปแล้ว หวายถึงได้ออกมาจากห้องน้ำ เมื่อครู่จากที่เธอได้ฟังยัยเด็กหวานคนนี้ไม่ธรรมดาเลย ทำเอ็มเสียใจขนาดนี้ตัวเองกลับไม่มีท่าทีเสียใจเลย ทั่งยังวางแผนจับคนใหม่อีกในที่เอ็มอีก เด็กคนนี้ชักจะเกินไปแล้ว
ดีแล้วที่เอ็มหลุดพ้นจากหวานมาได้ ไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเอ็มโดนสวมเขาไปเท่าไหร่แล้ว นึกแล้วก็อดจะสงสารเอ็มไม่ได้
“เอ็ม เอาไว้ถ้าพี่มีโอกาสพี่จะแก้แค้นให้เราเอง” เธอเอ่ยกับเงาสะท้อนตัวเองในกระจกอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะและก็ดูเหมือนว่าโอกาสจะมาถึงเธอได้อย่างเร็วมากเพราะผู้ชายที่ดูเหมือนยัยเด็กหวานอยากจะได้นักหนา กลับไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นพี่เป้ พี่ชายของยัยแป้งนั่นเอง
เที่ยงคืนกว่าแล้ว ลูกค้าในร้านทยอยกลับออกไปจนตั้งแต่เที่ยงคืน จนตอนนี้เหลืออยู่สองสามโต๊ะที่ยังไม่กลับ เพราะถึงแม้ร้านจะงดขายเหล้าตั้งแต่เที่ยงคืนเป็นต้นไปแต่ก็เปิดบริการจนถึงตีหนึ่ง ระหว่างนี้ลูกค้าก็สามารถนั่งชิวกันต่อได้จนกว่าจะถึงตีหนึ่ง
พวกหวายที่ร้องเพลงเสร็จตั้งแต่ห้าทุ่มครึ่ง คืนนี้ก็นั่งดื่มต่อเป็นเพื่อนเอ็มกันทั้งวงโดยมีพี่เคเจ้าของร้านเป็นเจ้ามือ
ในร้านตอนนี้เปิดเพลงคอลเบาๆ ทุกคนในวงรวมถึงตัวเธอเองก็จิบ เหล้าชิวๆจะมีก็แต่เอ็มเท่านั้นที่ซัดเหล้าลงคอแทบเป็นแทบตาย ยิ่งหลังจาก เลยเที่ยงคืนมาแล้วน้องมันยิ่งยกดื่มๆ คงเป็นเพราะทนเห็นภาพบาดตาบาดใจ ไม่ไหว จึงตั้งใจกระดกเหล้าแบบนี้
พวกเธอทั้งวงดื่มกันไปก็หันไปมองทางด้านโต๊ะน้องหวาน ฉันกับพี่ๆ ในวงใช้สายตาสื่อสารกันให้ดูน้องน้ำหวานที่กำลังร่างเริงสุดขีดไม่มีท่าที เสียใจใดทั้งสิ้น
ดูเหมือนโต๊ะนั้นก็กำลังจะเตรียมกลับแล้วเช่นกัน เพราะทุกคนลุก ออกมาจากโต๊ะหมดแล้ว
ทางโต๊ะนั้นนอกจากน้องหวานก็มีเพื่อนผู้หญิงด้วยอีกสองคนซึ่งเธอ ไม่รู้จัก แล้วก็จะเป็นพี่เป้ พี่ไอซ์ พี่ช้างเพื่อนพี่เป้ ซึ่งเธอก็พอจะคุ้นหน้าคุ้นตา กันเป็นอย่างดี อีกไม่นานพวกเขาก็จะต้องเดินผ่านโต๊ะของพวกเธอ
หวายเผยยิ้มกว้างออกมาเมื่อคิดอะไรได้ เธอลุกขึ้นทำทีเป็นจะเดิน ออกไปจากโต๊ะ ด้วยท่าทีซวนเซ จนพี่เค และพี่ๆในวงหันมามองเธออย่าง สงสัย แต่เธอก็ไม่ได้เอ่ยบอกอะไร ทำเพียงแค่หันไปกระพริบตาส่งซิกให้ พวกเขาครั้งหนึ่งเท่านั้นก่อนจะเดินต่อไปอย่างซวนเซเต็มที
“หวาย เป็นอะไรไหม”
น้ำเสียงเข้มที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีดังขึ้นจากเบื้องหลัง ก่อนจะตามมาด้วยวงแขนแกร่งที่เข้ามาโอบไหล่ของเธอเอาไว้เพื่อประคองไม่ให้เธอล้มลงไป
เธอทำทีเหมือนคนเมาที่เริ่มไร้สติ เอียงทั้งตัวเข้าไปซบเขาเองไว้ ก่อนจะค่อยๆทำทีเงยหน้ามองใบหน้าเจ้าของแขนแกร่ง
“พี่เป้เหรอคะ”
“ใช่ พี่เอง ทำให้เราดื่มจนเมาขนาดนี้เนี้ยหวาย
“ดื่มเพลินไปหน่อยค่ะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงเชื่องช้า พลางส่งยิ้มกว้าที่เธอไม่เคยจะส่งให้เขาสักครั้งในตอนปกติ
“พี่ว่าเพลินไปมากเลยล่ะ แบบนี้ไม่หน่อยแล้วมั้ง”
“นิดหน่อยค่ะ นิดหน่อย หวายยังดื่มได้อีกมากเลยด้วย ให้โชว์ดื่มให้พี่ดูยังได้เลย” เธอพูดออกมาอย่างติดตลก ทำทีท่าเป็นคนเมาขั้นสูงสุด
“สภาพนี้แล้ว เรายังจะมาพูดดีอีก ไปเถอะเดี๋ยวพี่พาเรากลับคอนโดเอง”
“โอเคค่ะ โอเค โอเค” เธอพูดพลางพยักหน้าขึ้นลงหลายครั้ง
“ไอ้ไอซ์ ไอ้ช้าง กูกลับก่อนนะ”
พี่เป้หันหลังไปบอกเพื่อนสนิททั้งสองคนของพี่เขา เหมือนกับพวกหวานและเพื่อนผู้หญิงอีกสองคนที่ตามมาด้วยไม่ได้อยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ
“แล้วที่พวกเราจะไปขับรถชมวิวกันต่อล่ะคะพี่เป้”
“นั่นสิคะ พวกเราตกลงกันไว้แล้วแต่ๆ”
“จริงด้วยค่ะ พี่เป้จะทิ้งพวกเราไปแบบนี้ได้ยังไงคะ”
“ถ้าพวกน้องอยากไปกันต่อ ก็ไปต่อกับพวกไอ้ช้างเลยครับ พี่ไม่ได้บอกว่าจะไปด้วยตั้งแต่แรกแล้ว” พี่เป้เอ่ยบอกพวกนั้นอย่างรำคาญ
เธอเห็นว่ายัยหวานแอบหน้าเสียไปเลยด้วยซ้ำ ก่อนหน้านี้คงคิดว่าคืนนี้ยังไงก็คงต้องได้อยู่กับพี่เป้แน่ๆ แต่โทษทีนะจ๊ะน้องหวานพี่มั่นหน้ากับนิสัยน้องมากค่ะ คงจะปล่อยให้เป็นแบบนั้นไม่ได้
“แล้วถ้าพวกเราแวะไปส่งพี่หวายก่อนแล้วค่อยไปต่อกัน แบบนั้นได้ไหมคะพี่เป้” เป็นหวานที่เอ่ยขึ้นมาต่อด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วน่าสงสารทีเดียว “หรือไม่พี่เป้ส่งพี่หวายให้พวกเพื่อนพี่เขาเถอะค่ะ พวกพี่เขาคงดูแลพี่หวายเองพี่เป้อย่าทิ้งพวกเราเลยนะคะ” หวานเอ่ยต่อเสียงดัง และชี้ไปทางโต๊ะใกล้ๆที่มีพี่เคและเพื่อนๆในวงดนตรีของฉันนั่งกันอยู่
ถ้าเป็นปกติพวกเขาคงเขามาพาฉันออกไปนานแล้ว ถ้าไม่ติดว่าก่อนมาฉันส่งซิกให้รับรู้กันอยู่ก่อนแล้ว อีกอย่างทั้งโต๊ะรู้ดีฉันดื่มไปแค่ไม่กี่แก้ว ไม่มีทางเมาแน่ นอกจากว่าฉันจะทำเป็นเมาเอง
“น้องหวานปล่อยไอ้เป้มันไปเถอะครับ เดี๋ยวพวกพี่สองคนไปกับน้องๆเอง”
“ใช่ๆ นั่นน้องหวายนะมันจะทิ้งได้ไง ต่อให้มันต้องเลือกก็คงเหลือน้องหวายอย่างไม่ต้องสงสัย”
พี่เป้ปล่อยให้พี่ไอซ์กับพี่ช้างกันพวกหวานเอาไว้ ก่อนจะประคองเธอเดินออกมาจากตรงนั้น ทว่าเดินประคองกันมาได้ไม่กี่ก้าวพี่เป้ก็ก้มลงมาถามเธอ
“พี่ขออุ้มเราไปนะ”
สงสัยฉันจะแกล้งเดินเซไปสมจริงไปหน่อย จนพี่เป้เหนื่อยล่ะมั้ง เขาถึงขนาดจะอุ้มฉันไปให้จบๆแบบนี้ แต่ก็ดีไปอย่างจะได้แกล้งยัยน้องหวานให้ โมโหจนตายไปซะ
“ค่ะ”
หลังจากที่ฉันตอบตกลงพี่เป้ก็อุ้มฉันขึ้นท่าอุ้มเจ้าหญิง ทำให้เวลานี้ใบหน้าของฉันและเขาใกล้กันมาก ฉันโอบรอบคอเขาไว้และซุกหน้าเข้ากับซอกคอของเขา
เวลานี้พวกเราแนบชิดกันมาก มากเท่าไหร่นะเหรอ มากจนยัยหวานกับเพื่อนของตัวเองพากันกรีดร้องออกมาเลย
สมใจ สะใจ อิหวายนัก
ตอนพิเศษ 4พยานรัก"วันนี้กินไรกันดีอ่ะแก ฉันอยากกินอาหารญี่ปุ่นได้ไหม"เป็นยัยแป้งเพื่อนสนิทของเธอที่เอ่ยถามขึ้น พร้อมกับที่เจ้าตัวยื่นโทรศัพท์มือถือที่กำลังอยู่ในหน้าแอพสั่งอาหารที่มีชื่อร้านอาหารญี่ปุ่นปรากฏอยู่"แกจะกดสั่งอยู่แล้ว ไม่ต้องถามฉันก็ได้มั้ง" เธอเอ่ยกับเพื่อนสนิทที่ควบตำแหน่งน้องสามีของเธอด้วย"ถามเป็นมารยาทไง เพื่อนเป็นคนมีมารยาท งั้นกดสั่งเลยนะ""ตามใจแกเลย" เธอตอบพลางยิ้มเวลาผ่านไปไม่นานอาหารก็มาส่ง ยัยแป้งรีบวิ่งไปรับด้วยความเร็วแสง ก่อนที่จะรีบจัดแจงเปิดกล่องอาหารญี่ปุ่นอย่างกระตือรือร้นสุด ๆ"รีบมากินเร็วแก"ยัยแป้งควักมือเรียกเธอให้รีบเข้าไปหา เมื่อหวายเดินมานั่งที่โซฟาแล้วยัยแป้งจึงดันกล่องข้าวมาให้เธอ"ข้าวหน้าแซลมอน ฉันสั่งมาให้ ตรงฉันยังมีไข่ม้วนกับซูชิด้วยนะ" แป้งโฆษณาก่อนจะหันมาเปิดกล่องอาหารให้เพื่อนสาวเสร็จสรรพหวายนั้นเมื่อได้เห็นหน้าตาของอาหารร่วมไปถึงกลิ่นของอาหารตรงหน้าที่เข้ามาปะทะเข้าที่จมูกก็รู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมาในทันที เธอยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองก่อนที่จะกุลีกุจอวิ่งไปที่ห้องน้ำอย่างรวดเร็วแป้งที่เห็นท่าทางของเพื่อนสนิทก็ร้อนใจรีบสาวเท้าตามไปดู
ตอนพิเศษ1'เราเลิกกันเถอะ พี่ไม่ได้รักหวายแล้ว'พี่เป้เอ่ยประโยคที่ทำให้ฉันนิ่งค้างไปในทันทีที่ได้ยิน ซ้ำยังไม่รอให้ฉันตอบกลับไปเขาก็หันหลังเดินจากไปทันที'เลิกกัน ไม่รักแล้ว' คำว่าเลิกกับคำว่าไม่รักคือคำพูดของผู้ชายที่เธอรักและกำลังจะแต่งงานด้วย เธอไม่เคยคิดว่าจะได้ยินมันออกมาจากปากของเขาผู้ชายที่ดูว่ารักเธอมาก และไม่เคยมีอะไรทำให้เธอต้องรู้สึกสงสัยในความรักของเขาหวายค่อย ๆ ทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นอย่างหมดแรง พี่เป้ที่เอ่ยคำตัดสัมพันธ์เมื่อครู่ราวกับไม่ใช่คนที่เธอคุ้นเคย แววตาของเขาที่มองมาก็เช่นเดียวกัน มันเป็นแววตาที่ว่างเปล่าและไร้ความรู้สึก อะไรทำให้ความสัมพันธ์ของเราต้องจบลงแบบนี้กันนะทำไมถึงหมดรักล่ะทำไม....ความคิดในหัวของเธอในเวลานี้วนเวียนคิดหาเหตุผลอยู่นานเป็นเพราะว่าเธอดูไม่สนใจงานแต่งของเราเหรอ ใช่แบบนั้นหรือเปล่า เธอต้องถามเข้าให้รู้เรื่อง เราต้องปรับความเข้าใจกันให้ได้ เธอจะไม่ยอมเสียเขาไปเด็ดขาด!!!คิดได้เช่นนั้นเจ้าของร่างบางก็รีบกุลีกุจอลุกขึ้น ก่อนจะวิ่งไปที่ประตูห้องของตนอย่างรวดเร็ว หมายจะรีบก้าวตามชายคนรักไปเพื่อรั้งเขาเอาไว้แต่ครั้นเมื่อ
“คุณปัณณธรค่ะ คุณเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและยังหล่อเหลามากแบบนี้ ไม่ทราบว่ามีแฟนหรือยังคะ” หลังจากที่อริสาถามออกไป ร่างสูงที่เธอสัมภาษณ์ก็เงียบไปครู่หนึ่ง จนเธอนึกว่าจะไม่ได้คำตอบแล้วถึงได้เอ่ยออกมา “มีแฟนแล้วครับ อีกทั้งคบกันมานานจวนจะเข้าปีที่หกแล้ว” “เอ่อ คำตอบของคุณปัณณธรคงทำให้สาวๆครึ่งประเทศร้องไห้แน่นๆเลยค่ะ ดิฉันเห็นคุณนิ่งไปนานนึกว่าจะไม่อยากตอบคำถามนี้ซะอีก” “ไม่ใช่ผมไม่อยากตอบครับ ความจริงผมแค่คิดว่าจะตอบออกไปยังไงดี” “ยังไงนะคะ” อริสาถามต่อย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก และรอให้เขาอธิบายเพิ่มต่อให้ “จะว่ายังไงดี คบกันมาจะหกปี ตอนนี้ผมรู้สึกไม่อยากเป็นแฟนกับเธอแล้วครับ” คำตอบของร่างสูงทำให้บรรยากาศภายในสตูดิโอเงียบไปหมด “เอ่อ ขอบคุณที่คุณปัณณธรมาให้สัมภาษณ์ในวันนี้นะคะ สัมภาษณ์ เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ” อริสารีบจบสัมภาษณ์ทันที เมื่อเธอรู้สึกว่ากำลัง ถามถึงสิ่งที่ไม่ควรถามออกไปซะแล้ว “ในเมื่อคุณสัมภาษณ์ผมเสร็จแล้ว อย่างนั้นจะเป็นอะไรไหมครับถ้า ผมอยากจะขอเป็นฝ่ายขอสั
บทที่ 25/1บทส่งท้าย ห้าปีผ่านไป หลังจากเรียนจบหวายก็เริ่มทำงานที่บริษัทนิตยสารขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทที่มีนิตยสารชื่อดังหลายประเภททั้งด้านแฟชั่น ธุรกิจ ข่าวสาร การท่องเที่ยว และอื่นๆอีกมากมาย เธอเข้ามาในฐานนะช่างภาพฝึกหัด จนกระทั่งได้เป็นช่างภาพประจำของบริษัทได้สำเร็จ ส่วนใหญ่ภาพถ่ายที่เธอถ่ายก็จะเป็นประเภทด้านแฟชั่น นางแบบ เสื้อผ้าหรือเครื่องประดับ วันนี้งานที่เธอถูกไหว้วานให้มารับหน้าที่ถ่ายภาพแทนไม่ใช่ด้านที่เกี่ยวข้องกับแฟชั่นเลย แต่เกี่ยวกับธุรกิจ เห็นว่าเป็นนักธุรกิจที่จะมาในวันนี้กว่าจะตอบรับให้สัมภาษณ์ได้ก็ไม่ใช่ง่ายๆเลย ทางบริษัทติดต่อไปหลายครั้งกว่าเจ้าตัวจะย่อมใจอ่อนมาให้สัมภาษณ์ในครั้งนี้ เดิมที่พี่คนที่รับหน้าที่ถ่ายรูปให้กับประเภทธุรกิจโดยตรงวันนี้ดันไม่สบายกะทันหัน เธอจึงถูกไหว้วานให้มาทำหน้าที่แทนเพราะดูเหมือนเธอจะว่างพอดีที่จะมาแทนได้ ส่วนช่างภาพคนอื่นๆไม่ออกไปทำงานนอกสถานที่ก็ล้วนแล้วแต่ มีงานรอถ่ายอยู่ก่อนแล้วทั้งนั้น “ขอบคุณหวายมากนะที่มาช่วย ไม่ได้เราพี่คงแย่แน่ๆเลย” พี่อริสา นักข่าว
“พี่ไม่ปล่อย” เขาเอ่ยขึ้นเสียงแข็ง อีกทั้งยังรู้สึกเป็นห่วงเธอมาก และรู้ว่าเธอพยายามจะให้เขาปล่อยเพื่อจะหลบเขาและเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอแน่ถ้ายังไม่ว่ายใจ เพราะฉะนั้นเข้าจึงจัดการอุ้มร่างบางขึ้น และพาเธอเดินเข้าไปในห้องนอน ถึงร่างบางในอ้อมแขนของเขาจะขัดขืนทว่าเขาก็ไม่ยอมปล่อยเธอลงไปเมื่อเดินเข้ามาในห้องแล้วเข้าจึงยอมปล่อยเธอลงในที่สุด“หวายไม่เป็นอะไรจริงๆค่ะ พี่เป้ช่วยออกไปก่อนได้ไหมคะ” ครั้งนี้เธอย้ำกับเขาอย่างใจเย็น“ทำไมล่ะ”“หวายอยากอาบน้ำแล้วไงคะ อยู่แบบนี้มันก็เปียกไปหมดจริงไหม”“นั่นสิ งั้นพี่เองก็ต้องรีบอาบน้ำด้วยเหมือนกัน ดีจะได้อาบพร้อมกันไปเลย” พูดจบเขาก็อุ้มร่างบางไปในห้องน้ำทันที“เราน่ะชุดว่ายน้ำชิ้นบนหลุดทำไมไม่บอกพี่” เขาเอ่ยถามเธอเมื่อวาง เธอลงที่อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่และทำการเปิดน้ำใส่ในอ่างให้อย่างเสร็จ สรรพ“พี่เป้รู้ได้ยังไงคะ” คนตัวเล็กกว่าถามขึ้น เธอในตอนนี้นั่งกอดตัวเอง เอาไว้แน่นในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่นี้“ก็เพิ่งรู้แน่ชัดเมื่อกี้แหละ ทำไมอายพี่เหรอ” เขาเย้าต่อ เมื่อครู่ตอน อุ้มเธอเข้ามาเมื่อมองสำรวจทั้งตัวของเธอดีๆจึงได้เห็นว่าสายผูกชุดว่ายน้ำที่ เขาเห็นซึ่งจะมีผูกอยู
บทที่ 24/1ห้วงเวลาแห่ง (รัก)เวลาล่วงเลยมาถึงสามทุ่มกว่าๆนั่นแหละ หวายกับเป้ถึงได้กลับมาทิ้งตัวนั่งลงที่ห้องนั่งเล่นภายในวิลล่าของตน พร้อมกับข้าวของไม่น้อยที่พวกเขาหอบหิ้วมาจากถนนคนเดิน“ตอนเดินไม่เห็นเป็นไรเลย ทำไมตอนนี้ทำเป็นหมดแรงไปซะแล้ว” เป้เอ่ยแซวแฟนสาวของเขา“พลังแฝงไงคะรู้จักไหม” เธอตอบเชิงขบขัน“เหมือนรู้จักดีเลยด้วยซ้ำ คุณแม่พี่กับยัยแป้งก็มีพลังแบบนี้เหมือนกันนี่”“ไม่เท่านั้นหรอกค่ะ ความจริงแล้วพวกผู้หญิงแบบเรามีพลังอย่างนี้กันทุกคน” หวายเอ่ยพลางหัวเราะขึ้นมา“พี่นี่สงสารผู้ชายทั้งโลกขึ้นมาทันทีเลยครับ” เขาเองก็ทำท่าทางตื่นกลัวรับมุขเธอตอบกลับไป“ก่อนจะสงสารพวกเขา พี่ควรสงสารตัวเองนะคะ เพราะพี่น่ะต้องเจอกับตัวถึงสามคนด้วยกัน ทั้งคุณแม่พี่ ทั้งยัยแป้ง แล้วก็หวายอีก”“ทำไมพี่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนข่มขู่อยู่เลยนะ” เป้ทำทีแกล้งเอา มือแทบไว้ที่อบราวกับเสียขวัญ“ก็กำลังข่มขู่อยู่จริงๆไงคะ เป็นไงเริ่มกลัวขึ้นมาบ้างแล้วใช่ไหม”“กลัวครับ กลัวจังเลย” เป้ทำทีเป็นร้องโวยวายออกมาอย่างตื่นกลัว ก่อนจะคว้าร่างบางมากอดเอาไว้ อีกทั้งยังโวยวายไม่หยุด ทั้งคู่หยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน เป้แก
“หวานขอโทษนะคะพี่หวาย หวานไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” ครั้งนี้หวานถึง ขั้นยกมือขึ้นไหว้ ตอนนี้เธอได้ทั้งความสงสารจากพี่แป้งและก็หากเคลียร์ปัญหากับพี่หวายได้ ในอนาคตเธออาจมีมิตรเพิ่มขึ้น “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ หลายครั้งพี่ก็พูดแรงๆกับเราไปเหมือนกันถือว่า หายกันไปก็แล้วกัน” เธอจำต้องพูดดีเอาไว้ก่อน เ
บทที่ 15/1เรียกมันว่า อาการของคนคลั่งรักหวายยังจำได้ดีครั้งแรกที่ริมฝีปากของเธอถูกเขาครอบครองหรือถ้าจะเรียกให้ถูกก็คือถูกบังคับจูบกับเขาในตอนนั้น เวลานั้นเธอทั้งรูปสึกโมโห กลัวและเสียขวัญเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าครั้งนั้นทำเอาเธอรู้สึกกลัวไม่อยากเห็นหน้าเขาไปเลย ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วที่เธอจะรู้สึกแบบ
เธอคิดว่าเขาคงยุ่งๆกับอะไรอยู่จึงไม่ได้ส่งข้อความไปถามเช่นกัน “ข้าวต้มปลามาส่งแล้วครับ” นี่คือประโยคแรกที่เขาเอ่ยขึ้นหลังจากที่เจอหน้าเธอ หวายเอื้อมไปรับถุงข้าวต้มปลามาถือเอาไว้ด้วยใบหน้างง “หวายไม่ได้สั่งนี่คะ” “ใจพี่สั่งมาครับ” เสียงขรึม
บทที่ 13/1ได้อยู่กิน(ข้าว)กับเธอเป็นเวลากว่าสองอาทิตย์แล้วที่พี่เป้มักจะมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆเธอเสมอ เขามักจะโผล่มาชวนไปกินข้าว รอไปรับไปส่งที่มหาลัยหรือที่ทำงานในวันไหนที่เธอมีร้องเพลงเวลาเลิกดึกพี่เป้ก็จะค่อยมารอรับเธอเช่นเดียวกันความสัมพันธ์ของเราในช่วงที่ผ่านมานี้ค่อยๆซึมลึกมากขึ้นๆทุกที เธอเริ







