เข้าสู่ระบบบทที่ 2
“พี่ขออุ้มเราไปนะ”
ร้านเหล้าไม่ไกลจากมหาลัยเท่าไหร่นัก เป็นที่ที่ฉันเลือกที่จะรับงานร้องเพลงตั้งแต่เข้าเรียนปีหนึ่ง
พี่เจ้าของร้านเองก็เป็นศิษย์เก่าในมหาลัยเดียวกันกับฉันเอง จะว่าไปฉันก็ร้องเพลงให้ที่ร้านปีนี้ล่วงเข้าปีที่สามแล้ว ฉันมาร้องเพลงที่ร้านอาทิตย์ละสามวันเท่านั้นเพื่อไม่ให้กระทบต่อการเรียนของตัวเอง
ประจวบเหมาะกับที่ร้านเองก็มีนักร้องผู้ชายอีกคนหนึ่งซึ่งก็เป็นเด็กมหาลัยเดียวกันกับฉันเช่นกันร้องอยู่ด้วย พวกเราเลยสลับเปลี่ยนเวรกันได้สะดวก อย่างเช่นวันไหนใครติดงานของคณะหรือมีงานสำคัญของคณะต้องอยู่ดึกก็เปลี่ยนเวรงานกันได้
วันนี้เป็นเวรของฉันที่ต้องไปร้องเพลงที่ร้านในคืนนี้ ดูจากที่ผ่านมาแล้ววันแรกในการเริ่มต้นสัปดาห์อย่างนี้คนที่มาเที่ยวคงไม่เยอะมากเหมือนวันหยุดสุดสัปดาห์ เผลอๆวันนี้เธออาจโชคดีได้นั่งดื่มนิดหน่อยก่อนกลับบ้านกับพวกพี่นักดนตรีที่เล่นด้วยกัน
นึกถึงการดื่มก็อดเปรี้ยวปากขึ้นมานิดหน่อยไม่ได้ สักพักแล้วที่เธอห่างหายจากการดื่ม เพราะช่วงเดือนก่อนวิชาเรียนค่อนข้างจริงจัง เพียงแค่ร้องเพลงและตรงกลับห้องก็เหนื่อยพอแล้วจึงไม่ได้อยู่สังสรรค์ต่อ ซึ่งถือว่าเป็นการผิดต่อพี่เคเจ้าของร้านมาก ก็ในเมื่อสามารถกินเหล้าฟรีได้กับไม่ยอมกินให้คุ้ม
“พี่หวายวันนี้สวยจังครับ” เป็นเอ็มมือกีตาร์ประจำร้านที่เป็นคนเอ่ยชมเธอขึ้นมาทันทีหลังจากที่เธอก้าวเข้ามาในห้องพักนักดนตรีเพื่อเตรียมตัวขึ้นเวที
“พี่สวยทุกวัน เอ็มต้องพูดให้ถูกสิ” เธอเอ่ยก่อนจะเดินผ่านเอ็มไปนั่งลงที่โซฟา
เอ็มเป็นเด็กปีหนึ่งของมหาลัยเธอ นิสัยค่อนข้างน่ารักดีทีเดียว เป็นผู้ชายที่เป็นมิตรต่อผู้หญิง เอ็มปฏิบัติต่อหวายราวกับว่าหวายเป็นพี่สาว หวายเองก็เอ็นดูเอ็มเสมือนน้อยชายเช่นเดียวกัน
“มาแล้วเหรอหวาย ไอ้เอ็ม”
“ไงพวก”
“พร้อมกันยังใกล้ได้เวลาขึ้นแล้ว”
นั่งพักได้ไม่นาน พี่ๆในวงก็เข้ามาในห้อง พี่ต้นมือกลอง เอ่ยทักขึ้นเป็นคนแรกตามมาด้วยพี่ฟลุ๊คมือเบสและพี่โค้กมือคีย์บอร์ด
“เอ็มหวานแฟนมึงมาด้วยเหรอคืนนี้ เมื่อกี้กูเห็นน้องเขาเดินอยู่แถวๆ โซนA ” อยู่ดีๆพี่ต้นก็ถามขึ้นมา หลังจากที่ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบเพราะต่างคนต่างทำสมาธิ ตัวเธอเองก็กำลังดูลิสรายชื่อเพลงที่ต้องร้องรอบที่ไม่ได้ปล่อยให้ขอเพลง
“หวานขอเลิกกับผมเมื่อวาน ตอนนี้เขาไม่ใช่แฟนผมแล้วพี่ต้น” เสียงเบาเอ่ยขึ้น ทำเอาหลังจากนั้นทั้งห้องยิ่งเงียบไปกว่าเดิม
“กูไม่รู้ ขอโทษนะเว้ยเอ็ม”
“ไม่เป็นไรครับพี่ เดียวผมขอไปเข้าห้องน้ำก่อน” เอ็มส่งยิ้มกว้างก่อนจะออกจากห้องไป รอยยิ้มของน้องมันปิดบังความเสียใจที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าไม่ได้เลยแต่สักนิด
“มันกับแฟนคบกันมาตั้งแต่มอปลายไม่ใช่เหรอ ไอ้เอ็มดีขนาดนี้ทำไมโดนทิ้งว่ะ กูงงว่ะ” บทสนทนาภายในห้องถูกเปิดขึ้นมาอีกครั้งโดยพี่ต้นคนเดิม
“กูก็ไม่อยากจะพูดนินทาใครลับหลังนะ แต่วันก่อนกูได้ยินมาว่า น้องหวานเนี้ยไม่ธรรมดา ชอบตามเก็บแต้มผู้ชาย” พี่โค้กที่เงียบมานานพูดขึ้น
“น้องหวานเขาดูเรียบร้อยขนาดนั้น ไม่น่าเป็นแบบนั้นไปได้ป่ะวะ กูอ่ะโคตรสงสารไอ้เอ็มเลย”
“เรื่องแบบนี้อ่ะดูแค่หน้าไม่ได้ไง เดียวตอนออกไปเล่นพวกมึงลองมองไปทางน้องหวานดูว่าเป็นยังไง แต่ที่แน่ๆกูนับถือใจน้องเขานะแม่งกล้ามาร้านที่แฟนเก่าอยู่ทั้งๆที่เพิ่งเลิกกัน”
หลังจากนั้นเอ็มขึ้นมาบทสนทนาในห้องจึงจบลง เหมือนเมื่อครู่ไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกันมาก่อน
ส่วนตัวเธอนั่นไม่ได้ร่วมวงเมื่อครู่ด้วยอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นในห้องก็คิดเรื่องของหวานแฟนเก่าของเอ็มอยู่เหมือนกัน เพราะตลอดมาหวานแฟนเก่าเอ็มก็ดูเหมือนไม่ชอบขี้หน้าเธออยู่เหมือนกัน หลายครั้งก็มีการทำท่าที่ไม่ดีใส่ ทว่าเมื่อก่อนเธอเห็นแก่เอ็มอีกทั้งยังมองว่าหวานยังเด็กจึงไม่ได้ถือสา
ทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอกว่าเด็กชื่อหวานคนนี้ร้ายไม่ใช่ย่อย
ตอนพิเศษ 4พยานรัก"วันนี้กินไรกันดีอ่ะแก ฉันอยากกินอาหารญี่ปุ่นได้ไหม"เป็นยัยแป้งเพื่อนสนิทของเธอที่เอ่ยถามขึ้น พร้อมกับที่เจ้าตัวยื่นโทรศัพท์มือถือที่กำลังอยู่ในหน้าแอพสั่งอาหารที่มีชื่อร้านอาหารญี่ปุ่นปรากฏอยู่"แกจะกดสั่งอยู่แล้ว ไม่ต้องถามฉันก็ได้มั้ง" เธอเอ่ยกับเพื่อนสนิทที่ควบตำแหน่งน้องสามีของเธอด้วย"ถามเป็นมารยาทไง เพื่อนเป็นคนมีมารยาท งั้นกดสั่งเลยนะ""ตามใจแกเลย" เธอตอบพลางยิ้มเวลาผ่านไปไม่นานอาหารก็มาส่ง ยัยแป้งรีบวิ่งไปรับด้วยความเร็วแสง ก่อนที่จะรีบจัดแจงเปิดกล่องอาหารญี่ปุ่นอย่างกระตือรือร้นสุด ๆ"รีบมากินเร็วแก"ยัยแป้งควักมือเรียกเธอให้รีบเข้าไปหา เมื่อหวายเดินมานั่งที่โซฟาแล้วยัยแป้งจึงดันกล่องข้าวมาให้เธอ"ข้าวหน้าแซลมอน ฉันสั่งมาให้ ตรงฉันยังมีไข่ม้วนกับซูชิด้วยนะ" แป้งโฆษณาก่อนจะหันมาเปิดกล่องอาหารให้เพื่อนสาวเสร็จสรรพหวายนั้นเมื่อได้เห็นหน้าตาของอาหารร่วมไปถึงกลิ่นของอาหารตรงหน้าที่เข้ามาปะทะเข้าที่จมูกก็รู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมาในทันที เธอยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองก่อนที่จะกุลีกุจอวิ่งไปที่ห้องน้ำอย่างรวดเร็วแป้งที่เห็นท่าทางของเพื่อนสนิทก็ร้อนใจรีบสาวเท้าตามไปดู
ตอนพิเศษ1'เราเลิกกันเถอะ พี่ไม่ได้รักหวายแล้ว'พี่เป้เอ่ยประโยคที่ทำให้ฉันนิ่งค้างไปในทันทีที่ได้ยิน ซ้ำยังไม่รอให้ฉันตอบกลับไปเขาก็หันหลังเดินจากไปทันที'เลิกกัน ไม่รักแล้ว' คำว่าเลิกกับคำว่าไม่รักคือคำพูดของผู้ชายที่เธอรักและกำลังจะแต่งงานด้วย เธอไม่เคยคิดว่าจะได้ยินมันออกมาจากปากของเขาผู้ชายที่ดูว่ารักเธอมาก และไม่เคยมีอะไรทำให้เธอต้องรู้สึกสงสัยในความรักของเขาหวายค่อย ๆ ทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นอย่างหมดแรง พี่เป้ที่เอ่ยคำตัดสัมพันธ์เมื่อครู่ราวกับไม่ใช่คนที่เธอคุ้นเคย แววตาของเขาที่มองมาก็เช่นเดียวกัน มันเป็นแววตาที่ว่างเปล่าและไร้ความรู้สึก อะไรทำให้ความสัมพันธ์ของเราต้องจบลงแบบนี้กันนะทำไมถึงหมดรักล่ะทำไม....ความคิดในหัวของเธอในเวลานี้วนเวียนคิดหาเหตุผลอยู่นานเป็นเพราะว่าเธอดูไม่สนใจงานแต่งของเราเหรอ ใช่แบบนั้นหรือเปล่า เธอต้องถามเข้าให้รู้เรื่อง เราต้องปรับความเข้าใจกันให้ได้ เธอจะไม่ยอมเสียเขาไปเด็ดขาด!!!คิดได้เช่นนั้นเจ้าของร่างบางก็รีบกุลีกุจอลุกขึ้น ก่อนจะวิ่งไปที่ประตูห้องของตนอย่างรวดเร็ว หมายจะรีบก้าวตามชายคนรักไปเพื่อรั้งเขาเอาไว้แต่ครั้นเมื่อ
“คุณปัณณธรค่ะ คุณเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและยังหล่อเหลามากแบบนี้ ไม่ทราบว่ามีแฟนหรือยังคะ” หลังจากที่อริสาถามออกไป ร่างสูงที่เธอสัมภาษณ์ก็เงียบไปครู่หนึ่ง จนเธอนึกว่าจะไม่ได้คำตอบแล้วถึงได้เอ่ยออกมา “มีแฟนแล้วครับ อีกทั้งคบกันมานานจวนจะเข้าปีที่หกแล้ว” “เอ่อ คำตอบของคุณปัณณธรคงทำให้สาวๆครึ่งประเทศร้องไห้แน่นๆเลยค่ะ ดิฉันเห็นคุณนิ่งไปนานนึกว่าจะไม่อยากตอบคำถามนี้ซะอีก” “ไม่ใช่ผมไม่อยากตอบครับ ความจริงผมแค่คิดว่าจะตอบออกไปยังไงดี” “ยังไงนะคะ” อริสาถามต่อย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก และรอให้เขาอธิบายเพิ่มต่อให้ “จะว่ายังไงดี คบกันมาจะหกปี ตอนนี้ผมรู้สึกไม่อยากเป็นแฟนกับเธอแล้วครับ” คำตอบของร่างสูงทำให้บรรยากาศภายในสตูดิโอเงียบไปหมด “เอ่อ ขอบคุณที่คุณปัณณธรมาให้สัมภาษณ์ในวันนี้นะคะ สัมภาษณ์ เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ” อริสารีบจบสัมภาษณ์ทันที เมื่อเธอรู้สึกว่ากำลัง ถามถึงสิ่งที่ไม่ควรถามออกไปซะแล้ว “ในเมื่อคุณสัมภาษณ์ผมเสร็จแล้ว อย่างนั้นจะเป็นอะไรไหมครับถ้า ผมอยากจะขอเป็นฝ่ายขอสั
บทที่ 25/1บทส่งท้าย ห้าปีผ่านไป หลังจากเรียนจบหวายก็เริ่มทำงานที่บริษัทนิตยสารขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทที่มีนิตยสารชื่อดังหลายประเภททั้งด้านแฟชั่น ธุรกิจ ข่าวสาร การท่องเที่ยว และอื่นๆอีกมากมาย เธอเข้ามาในฐานนะช่างภาพฝึกหัด จนกระทั่งได้เป็นช่างภาพประจำของบริษัทได้สำเร็จ ส่วนใหญ่ภาพถ่ายที่เธอถ่ายก็จะเป็นประเภทด้านแฟชั่น นางแบบ เสื้อผ้าหรือเครื่องประดับ วันนี้งานที่เธอถูกไหว้วานให้มารับหน้าที่ถ่ายภาพแทนไม่ใช่ด้านที่เกี่ยวข้องกับแฟชั่นเลย แต่เกี่ยวกับธุรกิจ เห็นว่าเป็นนักธุรกิจที่จะมาในวันนี้กว่าจะตอบรับให้สัมภาษณ์ได้ก็ไม่ใช่ง่ายๆเลย ทางบริษัทติดต่อไปหลายครั้งกว่าเจ้าตัวจะย่อมใจอ่อนมาให้สัมภาษณ์ในครั้งนี้ เดิมที่พี่คนที่รับหน้าที่ถ่ายรูปให้กับประเภทธุรกิจโดยตรงวันนี้ดันไม่สบายกะทันหัน เธอจึงถูกไหว้วานให้มาทำหน้าที่แทนเพราะดูเหมือนเธอจะว่างพอดีที่จะมาแทนได้ ส่วนช่างภาพคนอื่นๆไม่ออกไปทำงานนอกสถานที่ก็ล้วนแล้วแต่ มีงานรอถ่ายอยู่ก่อนแล้วทั้งนั้น “ขอบคุณหวายมากนะที่มาช่วย ไม่ได้เราพี่คงแย่แน่ๆเลย” พี่อริสา นักข่าว
“พี่ไม่ปล่อย” เขาเอ่ยขึ้นเสียงแข็ง อีกทั้งยังรู้สึกเป็นห่วงเธอมาก และรู้ว่าเธอพยายามจะให้เขาปล่อยเพื่อจะหลบเขาและเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอแน่ถ้ายังไม่ว่ายใจ เพราะฉะนั้นเข้าจึงจัดการอุ้มร่างบางขึ้น และพาเธอเดินเข้าไปในห้องนอน ถึงร่างบางในอ้อมแขนของเขาจะขัดขืนทว่าเขาก็ไม่ยอมปล่อยเธอลงไปเมื่อเดินเข้ามาในห้องแล้วเข้าจึงยอมปล่อยเธอลงในที่สุด“หวายไม่เป็นอะไรจริงๆค่ะ พี่เป้ช่วยออกไปก่อนได้ไหมคะ” ครั้งนี้เธอย้ำกับเขาอย่างใจเย็น“ทำไมล่ะ”“หวายอยากอาบน้ำแล้วไงคะ อยู่แบบนี้มันก็เปียกไปหมดจริงไหม”“นั่นสิ งั้นพี่เองก็ต้องรีบอาบน้ำด้วยเหมือนกัน ดีจะได้อาบพร้อมกันไปเลย” พูดจบเขาก็อุ้มร่างบางไปในห้องน้ำทันที“เราน่ะชุดว่ายน้ำชิ้นบนหลุดทำไมไม่บอกพี่” เขาเอ่ยถามเธอเมื่อวาง เธอลงที่อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่และทำการเปิดน้ำใส่ในอ่างให้อย่างเสร็จ สรรพ“พี่เป้รู้ได้ยังไงคะ” คนตัวเล็กกว่าถามขึ้น เธอในตอนนี้นั่งกอดตัวเอง เอาไว้แน่นในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่นี้“ก็เพิ่งรู้แน่ชัดเมื่อกี้แหละ ทำไมอายพี่เหรอ” เขาเย้าต่อ เมื่อครู่ตอน อุ้มเธอเข้ามาเมื่อมองสำรวจทั้งตัวของเธอดีๆจึงได้เห็นว่าสายผูกชุดว่ายน้ำที่ เขาเห็นซึ่งจะมีผูกอยู
บทที่ 24/1ห้วงเวลาแห่ง (รัก)เวลาล่วงเลยมาถึงสามทุ่มกว่าๆนั่นแหละ หวายกับเป้ถึงได้กลับมาทิ้งตัวนั่งลงที่ห้องนั่งเล่นภายในวิลล่าของตน พร้อมกับข้าวของไม่น้อยที่พวกเขาหอบหิ้วมาจากถนนคนเดิน“ตอนเดินไม่เห็นเป็นไรเลย ทำไมตอนนี้ทำเป็นหมดแรงไปซะแล้ว” เป้เอ่ยแซวแฟนสาวของเขา“พลังแฝงไงคะรู้จักไหม” เธอตอบเชิงขบขัน“เหมือนรู้จักดีเลยด้วยซ้ำ คุณแม่พี่กับยัยแป้งก็มีพลังแบบนี้เหมือนกันนี่”“ไม่เท่านั้นหรอกค่ะ ความจริงแล้วพวกผู้หญิงแบบเรามีพลังอย่างนี้กันทุกคน” หวายเอ่ยพลางหัวเราะขึ้นมา“พี่นี่สงสารผู้ชายทั้งโลกขึ้นมาทันทีเลยครับ” เขาเองก็ทำท่าทางตื่นกลัวรับมุขเธอตอบกลับไป“ก่อนจะสงสารพวกเขา พี่ควรสงสารตัวเองนะคะ เพราะพี่น่ะต้องเจอกับตัวถึงสามคนด้วยกัน ทั้งคุณแม่พี่ ทั้งยัยแป้ง แล้วก็หวายอีก”“ทำไมพี่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนข่มขู่อยู่เลยนะ” เป้ทำทีแกล้งเอา มือแทบไว้ที่อบราวกับเสียขวัญ“ก็กำลังข่มขู่อยู่จริงๆไงคะ เป็นไงเริ่มกลัวขึ้นมาบ้างแล้วใช่ไหม”“กลัวครับ กลัวจังเลย” เป้ทำทีเป็นร้องโวยวายออกมาอย่างตื่นกลัว ก่อนจะคว้าร่างบางมากอดเอาไว้ อีกทั้งยังโวยวายไม่หยุด ทั้งคู่หยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน เป้แก
ปาร์ตี้ของว่างยามบ่ายในวันนี้ของพวกเธอถูกยกเลิกกะทันหัน เพราะคุณน้าปัทมีแขกมาหาที่บ้านพอดี ปาร์ตี้ของว่างจึงมีเพียงเธอและยัยแป้งสองคนเท่านั้น พวกเธอสองคนปาร์ตี้กันง่ายๆที่มุมพักผ่อนในห้องของแป้งนี่เองพอตกเย็นคุณน้าปัทก็ออกไปทานมื้อค่ำกับแขกที่มาหา แถมยังฝากให้เธอกับพี่เป้อยู่กินข้าวเป็นเพื่อนกับแป
บทที่ 11/1ห้ามใจไม่ได้"พี่เป้ ช่วยแวะปิดประตูห้องให้แป้งทีนะคะ หวายมันนอนอยู่ค่ะ" น้องสาวของเขาเอ่ยขึ้นตอนที่พวกเขา เดินสวนกันที่บันได แป้งคงกำลังเดินไปหาคุณแม่ที่ห้องรับแขกเมื่อครู่ตอนเขาเข้าบ้านมาทันได้เห็นพอดีว่าเพื่อนคุณแม่คนหนึ่งแวะมาหา น้องสาวตัวดีของเขาก็คงถูกเรียกไปด้วยเหตุ
บทที่ 10ไม่อาจปล่อยเธอไปเมื่อคืนหลังจากที่ดูหนังเสร็จ พี่เป้กับเธอก็ไปส่งแป้งกลับบ้าน พอดีกับที่เจอคุณน้าปัทแม่ของยัยแป้งกับพี่เป้ที่กำลังรออยู่พอดี หวายนั้นย่อมไม่อาจไม่สวัสดีทักทายผู้ใหญ่ น้าปัทเมื่อเห็นเธอก็ยิ้มแย้มต้อนรับเป็นอย่างดี อีกทั้งยังชวนให้เธอค้างคืนที่บ้านอีกด้วย ตั้งแต
บทที่ 9ความรู้สึก ยังไงกันแน่ ฉันจำต้องขึ้นรถมากับเขาเพราะถูกกดดันจากสายตาคนรอบข้างที่จ้องมองมา เธอนั่งเงียบมาตลอดทาง จนกระทั่งมาถึงคอนโดในที่สุด พี่เป้เองก็ไม่ได้เอ่ยถามหรือชวนคุยอะไร พอถึงแล้วก็เปิดกระโปรงรถช่วยเธอเอาของลง “หวายขึ้นไปหาอะไรมาใส่ของก่อนนะคะ” เธอเอ่ยขึ้นเม







