LOGINพวกเขาทั้งสองอยู่ในความเงียบ สายตาของเขาจับจ้องอยู่บนถนน ส่วนเธอก็เอาแต่มองบรรยากาศนอกกระจกรถที่เคลื่อนผ่านไปพร้อมกับความเร็วรถ
เธอตื่นตระหนก จึงกอดประเป๋าผ้าไว้แน่น ทว่ารถกำลังวิ่งผ่านมหาลัยเธอไป เขาลืมไปแล้วเหรอว่าต้องแวะส่งเธอ “พี่ขับผ่านไปแล้วค่ะ”แยมร้องบอกด้วยความรู้สึกเกรงใจ เพราะมันเลยออกมาแปดร้อยเมตร เขาเหยียบเบรคกะทันหัน จนหน้าผากมนกระทบเก้าเก้าอี้เบาะหน้าจนเกิดเสียง เธอดึงตัวกลับมาด้วยความอาย ยกมือปิดรอยแดงตรงหน้าผาก “ลงไป” แยมงุนงง จะให้เธอลงตรงนี้เลยเหรอ อย่างน้อยก็ควรจะกลับรถไปส่ง ดวงตาคมกริบปรายตามองเธอผ่านกระจก “ตอนเย็นจะมารับ อย่าลืมรอด้วยล่ะ”เขาพูดอย่างไม่ใส่นัก คนตัวเล็กได้แต่ปิดปากเงียบ แล้วลงยอมลงจากรถแต่โดยดี ทันทีที่ลง รถก็แล่นออกไปทันที ทำให้เธอต้องเดินกลับไปอีกแปดร้อยเมตร แยมเดินเข้ามาในอาคารเรียนด้วยอาการเหนื่อยหอบ ถึงจะไม่ไกลมากแต่มันก็เหนื่อยเอาเรื่อง “ทำไมทำหน้าแบบนั้น”เลโอเห็นเธอเดินคอตกเข้ามาจึงถามด้วยความสงสัย “เหนื่อย”แยมบ่นพึมพำก่อนจะนั่งลง “ทำไมเหรอ”พีชเห็นเลโอพูดคุยอยู่กับแยมจึงหันมาสนใจบทสนทนาของพวกเขา “เดินมาน่ะสิ” ตอนเย็นแยมออกมารอเขาอยู่หน้ามหาลัย ที่จริงเลโอกับพีชชวนเธอไปดูแข่งฟุตบอล แต่เธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่เจอจึงปฏิเสธ เขาบอกว่าช่วงเย็นจะมารับ ทว่าเวลาก็ผ่านไปสองชั่วโมงแล้ว เขายังไม่โผล่มาแม้แต่เงาเลย หรือว่าเขาจะพูดแบบขอไปที เขาดูเป็นผู้ใหญ่มาก คงไม่ได้พูดล้อเล่นเหมือนเด็กหรอกน่ะ เธอไม่มีเบอร์ติดต่อเขา หรือจะโทรไปขอจากคัณแม่ แต่กลับรู้สึกเกรงใจขึ้นมา จึงได้แต่รอต่อไป เขาอาจจะกำลังออกมาก็ได้ หญิงสาวรอต่อไป เธอมองนาฬิกาข้อมือครั้งแล้วครั้งเล่า จนเข็มสั้นชี้มายังเลขหก ดวงอาทิตย์กำลังจะตกดิน แยมจึงโบกมือเรียกแท็กซี่กลับไป ค่อยให้คุณแม่บอกเขาว่าไม่ต้องแวะรับเพราะเธอกลับไปเองแล้ว กลับมาถึงบ้าน ฟ้าก็มืดพอดิบพอดี ไฟในห้องโถงสว่างจ้า เสียงช้อนกระทบกับจานไปมา เหมือนว่าคนในบ้านกำลังทานมื้อเย็นอยู่ แยมเดินเข้าไปตามเสียง ทว่าพวกเขากำลังทานอาหารอยู่ ทุกคนนั่งประจำที่เหมือนกับตอนเช้า ขาดแค่เธอไป คนตัวเล็กขมวดคิ้ว เมื่อเห็นชายหนุ่มกำลังนั่งกินข้าวอยู่บนโต๊ะหน้าตาเฉยราวกับไม่มีอะไรต้องกังวล เขาไม่ได้กำลังยุ่ง แต่แค่หลอกว่าจะมารับเธอ “กลับมาแล้วเหรอ”คุณแม่หันกลับมาเห็นเธอเข้า จึงชวนเข้ามานั่งทานอาหารเย็นด้วยกัน “ทำไมเพิ่งกลับมาล่ะ”คุณแม่หันมาถาม เมื่อเห็นเธอเงียบจึงเอ่ยต่อ “พี่เขาบอกว่าหนูไม่ยอมกลับมาด้วย” “หนูไปดูเพื่อนแข่งฟุตบอลมาค่ะ”แยมรีบหาข้ออ้าง ไม่ใช่ว่าเธอไม่ยอมกลับ เขาต่างหากที่ไม่ยอมมารับ มันทำให้เธอรู้ว่าคำพูดของเขาเชื่อถือไม่ได้ หลังทานอาหารคุณพ่อกับคุณแม่ออกไปข้างนอกด้วยกัน บอกแค่ว่าจะกลับมาดึกหน่อย เธอช่วยแม่บ้านเก็บจานกับเศษอาหารบนโต๊ะ “ชงกาแฟขึ้นมาให้ในห้องทำงานด้วย”สุ้มเสียงไร้อารมณ์เอ่ยสั่ง ร่างสูงลุกจากเก้าอี้เดินขึ้นชั้นบนไป แยมหันมองรอบกาย แต่ไม่พบสาวใช้คนไหน เขาคงไม่ได้สั่งเธอหรอกใช่ไหม เธอไม่ใช่สาวใช้สักหน่อย คนตัวเล็กนำจานไปเก็บในห้องครัว เธอบอกกับแม่บ้านว่าเขาสั่งกาแฟให้ไปส่งบนห้องทำงาน สาวใช้คนหนึ่งเข้ามาจัดเตรียมอย่างรวดเร็ว แต่กลับยื่นถาดกาแฟมาให้เธอ “ช่วยพี่หน่อยน่ะ ยังเคลียร์ของไม่เสร็จเลย” แยมเห็นพวกเขามีสีหน้าลำบากใจ เธอจึงรับไว้และนำไปส่งที่ห้องทำงาน เธอเคาะประตูสองครั้ง คนด้านจึงบอกให้เข้าไป ชายหนุ่มเอนตัวพิงกับผนักเก้าอี้ ในมือถือเอกสารอยู่สองสามฉบับ ดวงตาขลับดำจดจ่ออยู่กับตัวหนังสือโดยไม่สนใจคนที่เข้ามา หญิงสาววางแก้วกาแฟลงเงียบก่อนจะหมุนตัวกลับออกไป โดยไม่รบกวนเขา “มันเย็นไป ไม่อร่อย ไปชงมาใหม่” ทว่าก้าวเท้าได้แค่สี่ก้าวเท่านั้น เขากลับบอกให้เธอไปนำกาแฟที่กำลังร้อนมาใหม่ แยมพยักหน้ารับแล้วกลับลงไป เธอบอกสาวใช้ว่าเขาต้องการแก้วใหม่ที่กำลังร้อน ทว่าพวกเขากลับให้เธอช่วยชงให้หน่อย เพราะมือของแต่ละคนไม่ว่าง กำลังล้านจานและเตรียมวัตถุดิบสำหรับพรุ่งนี้ แยมน้ำนำแก้วใหม่มา ชงขณะกำลังร้อน เป็นงงๆกะบเครื่องชงกาแฟ เพราะไม่เคยใช้มาก่อน และเธอก็ไม่ดื่มกาแฟด้วย ครั้งนี้เธอนำขึ้นไปใหม่ แก้วใหม่ชงใหม่ เธอเคาะประตูก่อนเข้าไปเสมอ วางลงแล้วออกไปเงียบๆ “ขมเกินไป ไปเปลี่ยนมาใหม่” เขาสั่งให้เธอเปลี่ยนเป็นครั้งที่สองแล้วน่ะ หรือว่าเธอลืมใส่อะไรจริงๆ แยมหยิบกลับลงไปอีกครั้ง เธอลองจิมกาแฟในแก้ว ว่ามันขมอย่างที่เขากล่าวหาหรือเปล่า หญิงสาวถึงกับคายทิ้งไม่ทัน คราวนี้เธอชงใหม่อีกรอบ ใส่น้ำตาลลงไปไม่กี่ช้อน ก่อนจะนำขึ้นไปส่งอย่างเร่งรีบ แต่เขากลับบอกว่าหวานเกินไป “เธอชงกาแฟไม่เป็นหรือไง” เขาพูดขึ้นเหมือนไม่ใส่ใจ แต่ทุกคำแฝงความแหน็บแนมให้เธอหน้าชา “แม่ไม่เคยสอนเหรอ หรือว่าพอได้แต่งกับพ่อฉันแล้ว ก็ลืมไปเลยว่าตัวเองมาจากไหน เลยไม่คิดจะสอนลูกสาวให้ทำอะไรเป็น”เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆอย่างเย้ยหยัน “ทำไมคุณต้องพูดแรงขนาดนี้ด้วย จะดูถูกฉันยังไงก็ได้ แต่อย่ามาว่าแม่ฉัน”แยมรู้สึกโกรธมาก จึงตอกกลับไปด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาไม่ควรพูดจาเหยียดหยามคนอื่นแบบนี้ ดูท่าแล้วเขาคงจะรังเกียจพวกเธอสองแม่ลูก “เธอเข้าใจผิดแล้ว ฉันแค่เตือนให้เธออย่าลืมรากเหง้าของตัวเองต่างหาก” ใบหน้าหล่อเหลาละสายตาจากเอกสาร เขาเหลือบมองเด็กสาวที่ยืนมองเขาด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว ศรัณย์กระตุกยิ้มน้อยๆก่อนจะหายไป “ไปชงมาใหม่”เขาสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด พลางมองท่าทางเหมือนเด็กกำลังจะร้องไห้อยู่ร่อมร่อ ก่อนจะหายออกไปพร้อมกับแก้วกาแฟ แยมนำกาแฟมาเททิ้งแล้วชงใหม่ จากนั้นจึงให้สาวใช้คนอื่นนำไปให้เขาที่ห้องทำงาน ส่วนเธอก็แยกตัวกลับเข้าห้อง คนตัวเล็กแง้มประตูไว้แอบมองอีกฝั่ง รอดูว่าสาวใช้คนนั้นจะกลับออกมาพร้อมกับแก้วกาแฟหรือเปล่า ไม่นานสาวใช้ก็กลับออกมาอย่างรวดเร็วตามคาด แถมในมือไม่ได้ถือแก้วกาแฟกลับออกมาด้วย เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ชอบเธอและตั้งใจกลั่นแกล้งเพื่อดูถูก เขาไล่เธอลงไปชงกาแฟอยู่หลายครั้ง ขณะที่กาแฟแก้วนั้นที่สาวใช้นำขึ้นไปเธอก็เป็นคนทำ สองมาตรฐานชัดๆ ทำไมเขาถึงได้เกลียดเธอและยังดูถูกแม่ขนาดนี้“ผมถ่ายให้ครับ”แม่ของแยมชะงักไปนิด ก่อนจะยิ้มแล้วส่งโทรศัพท์ให้เขาอย่างไม่คิดมากแยมยืนนิ่ง ตัวเกร็งเล็กน้อยเหมือนทำตัวไม่ถูก เพราะชุดว่ายน้ำและเพราะสายตาของเขาที่มองมาอย่างอ่านไม่ออก ศรัณย์รับมือถือด้วยสีหน้าเรียบสนิท ไม่มีแม้รอยยิ้ม เขากดถ่ายรัว ๆ แทบไม่ให้เวลาเธอเปลี่ยนท่าเพียงไม่กี่วินาที เขาก็ยื่นโทรศัพท์คืนให้แม่เธอเหมือนไม่คิดอะไรแยมรับมาดูด้วยความเกรงใจ พร้อมพึมพำเบา ๆ ว่า “ขอบคุณค่ะ…”แต่พอเห็นรูปในเครื่อง เธอก็แข็งค้างไปทันที ไม่ใช่ภาพสวย ๆ บนเรือ ไม่ใช่ภาพเธอกับวิวทะเล แต่เป็นภาพข้อเท้าเธอทั้งดุ้น ซ้ำยังถ่ายมุมเดิมติดพื้นเรือเต็ม ๆแยมเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างอึ้ง ๆในขณะที่ศรัณย์เพียงยักคิ้วใส่เธอ เหมือนคนที่รู้ตัวดีว่าแกล้ง และตั้งใจแกล้ง นี่มัน ก่อกวนกันชัด ๆ ไม่ต้องเดาเลยว่าเจตนาอะไร!“เป็นไงลูก พี่เขาถ่ายให้สวยไหม”แม่เอ่ยถาม เมื่อเห็นเธอยืนนิ่งอยู่บนเรือ “สวยค่ะ สวยมากเลย”แยมตอบด้วยน้ำเสียงประชดประชัน แล้วเก็บโทรศัพท์กลับไป ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อชูชีพขึ้นมาสวมชายหนุ่มเองก็กำลังสวมชุดชูชีพอยู่ท้ายเรือ เขาใส่คล้องแคล้ว
ทว่าภาพที่เห็นกลับทำให้เธอใบหน้าร้อนผ่าวจนอาการหน้าชาเมื่อครู่หายวับไปอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มเปลื้องผ้าจนร่างเปลือยเปล่า แวกว่ายอยู่ในสระน้ำตรงระเบียงห้อง แม้ว่าระเบียงห้องของเขาจะไม่เปิดไฟ แต่แสงสะท้อนออกมาจาห้องเธอทำให้เห็นภาพชัดเจน“ซ่า”ร่างสูงโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำพร้อมกับเสยผมที่เปียกชุ่มกลับขึ้นไป แผงอกกำยำมีหยาดน้ำไหลผ่านทั่วทั้งตัว กล้ามอกเป็นมัดชัดเจนราวกับถูกแกะสลักด้วยปลายมีด เส้นเลือดที่ท่อนแขนปูนขึ้นตามจังหวะ ไล่จากลำคอแกร่งลงไปถึงเอวสอบ ทุกจังหวะที่เขาขยับ หน้าท้องหกลูกนั้นก็ขยับตามเหมือนจะยั่วสายตาให้ละไปไหนไม่ถูกสายตาคมคายตวัดมองเสียงเปิดประตู สาวน้อยยื่นนิ่งราวกับรูปปั้น พร้อมดวงตากลมโตเบิกกว้าง ผิวแก้มของเธอร้อนผ่าวอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเห็นว่าเขามองอยู่ก็รีบหันหลังไป“ถ้าอยากอาบด้วยกัน ก็แค่ถอดชุดแล้วกระโดดลงมา”“ไอ้บ้า”แยมสบถออกมาเล็กน้อย ก่อนจะรีบกลับเข้าห้องไปแล้วปิดประตูเสียงดังแยมลงมาชั้นล่างในช่วงเที่ยง แต่ในบ้านเงียบมาก เหมือนว่าแม่กับพ่อจะออกไปข้างนอก เธอเข้าไปในห้องครัวหาน้ำดื่ม ไม่นานก็ได้ยินเสียงรถดังอยู่ข้างนอกคุณแ
เหมือนต่างฝ่ายต่างไม่เข้าใจว่า ทำไมความเงียบถึงหนักแน่นขนาดนั้น เขาเปิดประตู ลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาอีกฝั่ง ก่อนเปิดประตูให้เธอโดยไม่พูดอะไรเธอทำท่าจะเถียง แต่พอเห็นเขาแค่ยืนพิงประตูรถ สูบบุหรี่อีกมวนด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก็ได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ แล้วก้าวลงมาเอง“ขอบใจ”แยมพูดด้วยน้ำเสียงขอไปที ก่อนจะรีบเดินเข้าวิลล่าไป วิลล่าสองชั้นตั้งเด่นอยู่ริมทะเลราวกับถูกวางไว้อย่างตั้งใจให้รับลมและแสงตะวันทุกทิศทาง ตัวอาคารเป็นโทนขาวครีมสะอาดตา ผสมกระจกบานใหญ่ หากเป็นช่วงกลางวันคงเห็นแสงสะท้อนจากน้ำทะเล“มาแล้วเหรอ”คุณแม่เดินเข้าในห้องโถง เห็นลูกสาวยืนมองการตกแต่งภายในวิลล่า เธอลากกระเป๋ามาด้วยหนึ่งใบไม่ใหญ่มาก“จะกินข้าวเลยไหม”คุณแม่พูดพลางมองซ้ายมองขวา เพราะเห็นว่ามาด้วยกันสองคน แต่เห็นแยมเข้ามาคนเดียว“แยมขอเอาของไปเก็บก่อน”ชั้นล่างเป็นโถงโล่ง เพดานสูงโปร่ง กลิ่นลมทะเลพัดเข้ามาผ่านประตูกระจกบานยาวที่เปิดออกสู่ลานพักผ่อนด้านหน้า พื้นปูด้วยไม้สีอบอุ่นตัดกับผนังสีอ่อน ให้ความรู้สึกสงบเหมือนรีสอร์ตส่วนตัว มีโซฟาหนังสีทขาววางติดหน้าต่าง มองเห็นวิวทะเลแบบไร้สิ่
วันศุกร์ช่วงเย็นแยมกลับมาที่ห้องคนเดียว เพื่อจัดกระเป๋าอีกครั้ง ดูให้แน่ใจว่าได้ลืมเอาอะไรใส่กระเป๋า ประมาณหกโมงนัดเจอแม่ที่บ้านใหญ่และไปพร้อมกัน หลายวันก่อนที่ศรัณย์อาสาเลี้ยงอาหารพวกเธอ หลังจากวันนั้นก็แทบจะไม่เห็นเขาแม้แต่เงา สาวน้อยยังรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่หายที่เขาจะไปด้วย แทบจะนึกบรรยากาศแสนอึดอัดบนโต๊ะอาหารออก และท่าทางไม่แยแสของเขาแยมเปลี่ยนจากชุดเดรสกระโปรงสีแดงลายดอกไม้สีขาว สวมทับด้วยคาร์ดิแกนสีดำ เธอปล่อยผมยาวมีติดกิ๊ฟเล็กน้อยไม่ให้ผมปลิวลงมาปรกหน้า แล้วลากกระเป๋าลากใบเล็กออกไปจากห้องเธอล็อคประตูห้องให้เรียบร้อย แต่กลับแอบมองห้องตรงข้ามที่ปิดประตูสนิด เขาไม่ไปหรอกเหรอ หรืออาจจะไปแล้ว แยมหันกลับมาแล้วทำสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะเบะปากแล้วรีบลงลิฟต์ไป ถ้าหากว่าเขาไม่ไปจริงๆก็ดีนะสิรางบางเดินออกมาหน้าคอนโด ชุดเดรสของเธอกระโปรงไม่ยาวมาก ชายผ้าลอยอยู่เหนือเข่า เธอตั้งท่าจะเรียกรถผ่านแอป จึงหยิบมือถือจึ้นมาไถหน้าจอแยมตื่นตระหนก จู่ๆก็โดดดีดหน้าผากอย่างไม่ทันตั้งตัว นัยน์ตาคู่งามเบิกกว้างด้วยความตกใจ “รีบขึ้นรถ”สาวน้อยกำลังงุงงง ทว่าร่างสูงประม
“ดึกแล้วน่ะ ทำไมไม่สั่งมาล่ะ”“ออกไปดีกว่า ไปกินที่ร้านกัน”พีชลากแยมออกมาจากห้อง ทั้งสองเดินควงแขนกันในโถงทางเดิน จนมาถึงล็อบบีของคอนโด “พี่…สวัสดีค่ะ”พีชรีบยกมือไหว้เมื่อเห็นเป็นพี่ชายของเพื่อน ศรัณย์ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ทว่าสายตากลับเหลือบมองคนที่เดินมาที่หลัง เธอใส่เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์ขายาว มัดผมไม่สูงมากและปล่อยมา ดูไม่ค่อยเรียบร้อยแต่กลับมีเสน่ห์ ผิดกับเพื่อนของเธอที่ใส่เสื้อครอปสั้นจนเห็นหน้าท้องแบนราว แต่เขากลับไม่สนใจสักนิด“จะไปไหนกันเหรอ”“ไปหาอะไรกัน จะไปด้วยกันไหมค่ะ”ระหว่างนั่งรถ แยมแอบหยิกพีชที่ต้นแขนเบาๆ ด้วยความโกรธ ก่อนจะขยับใบหน้าเข้าไปกระซิบใกล้หู “แกชวนเขามาทำไม”“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะชวนจริง แค่พูดไปตามมารยาท ใครจะคิดว่าเขาจะอาสาเลี้ยงข้าว”พีชกระซิบตอบอย่างไม่มีทางเลือก ใครจะคิดว่าเขาจะตามมาศรัณย์ทำหน้าที่เป็นคนขับ เขาขับรถนุ่มนวลไม่เร่งรีบและความเร็วระดับปกติ รถคันหรูสีขาวจอดลงหน้าภัตตาคารระดับมิชลินสามดาว มีพนักออกมาต้อนรับดิบดี และพวกเธอก็ได้นั่งห้องวีไอพี โดยที่ไม่ต้องออกเงินเอง พนักงานนำ
บรรยากาศในรถเงียบสงัด ขณะที่พีชยังคงยิ้มแย้มอยู่โดยไม่คิดอะไรมาก รถคันหรูสีขาวแล่นไปด้วยความเร็ว แยมคิดว่าอีกเดี๋ยว เขาคงจะทิ้งพวกเธอไว้หน้ามหาลัย ไกลออกไปแปดร้อยเมตร ทว่าไม่ใช่อย่างที่เธอคิด เขาเลี้ยวเข้าไปส่งถึงหน้าคณะเสียด้วยซ้ำ เหมือนว่าเขาจะลำเอียงชัดเจน ทีกับเธอให้เดินลงไปเอง แถมยังจอดไกลไปอีก “ขอบคุณค่ะ”พีชเอ่ยขอบคุณก่อนลงจากรถ ส่วนแยมก็เดินลงไปเงียบๆ ขณะที่ดวงตาคมเข้มแอบมองเธอผ่านกระจก “ทำหน้าเหมือนตูดลิงเชียว นั้นพีชายแกน่ะ”เมื่อรถคันสีขาวเลี้ยวออกไป พีชจึงบ่นเพื่อนข้างกาย “ไม่ใช่พี่ชายแท้ๆสักหน่อย”แยมเองก็ตอบกลับอย่างเบื่อหน่าย เหมือนว่าเธอจะบอกเพื่อนไปหลายครั้งแล้ว ทั้งสองมาทานข้าวเช้าที่โรงอาหาร ระหว่างรอเลโอ “พี่ชายแกอายุเท่าไร” “ไม่รู้” “หล่อขนาดนั้น มีแฟนต้องสวยแน่ๆ” “ไม่รู้สิ” “ไม่รู้ก็ไม่รู้” “นี่ เมื่อคืนก่อนแกคงไม่ไปค้างกับเพื่อนของเลโอใช่ไหม” “เปล่า เขาแค่ไปส่งฉันที่บ้าน เผลอบอกที่อยู่ผิดน่ะ”แยมอ้างไปเรื่อย เธอไม่กล้าเล่าความจริงออกมา กลัวเพื่อ







