LOGINวันนี้แยมจงใจสาย จะได้ไม่ต้องติดรถของเขาไป เพราะกลัวว่าคุณพ่อจะให้เธอติดรถเขาอีก เธออยากจะสนิทกับเขาอยู่หรอก แต่ดูอีกฝ่ายเหมือนเห็นเธอเป็นมดปลวก แถมยังชอบมองด้วยห่างตา
แยมสะพายกระเป๋าผ้าเดินลงมา ตอนเช้าเธอไม่ได้ลงมาทานข้าว แม้จะมีแม่บ้านขึ้นมาเคาะประตูเรียก แต่เธอกลับเงียบไม่ตอบอะไรราวกับคนหลับลึก แม่เห็นเธอลงมาจากห้องจึงถามว่าจะทานข้าวไหม เธอส่ายหน้าปฏิเสธ ค่อยไปหากินที่มหาลัยแล้วกัน คนตัวเล็กเดินทอดน่องออกมา ผมยาวสีดำปล่อยลงสยายอยู่กลางหลัง เสื้อนักศึกษาสีขาวรัดไปกับรูป สวมกระโปรงสีดำสั้นเหนือเข่าเล็กน้อย ตัดเย็บด้วยผ้าที่ทิ้งตัวพอดี ทำให้ชายกระโปรงพลิ้วเบาเวลาเดิน เน้นสัดส่วนช่วงเอวให้คอดชัด กระโปรงบานออกเล็กน้อยตรงปลาย ขับให้เรียวขาดูเด่นขึ้น โดยเฉพาะต้นขาขาวเนียนที่โผล่พ้นชายกระโปรงออกมาอย่างชัดเจน “ใส่สั้นขนาดนี้ ไปเรียนหรือไปหาผัวกันแน่” น้ำเสียงเย็นเยียบดังมาจากโรงรถ ร่างสูงชุดสูทสีดำยืนพิงอยู่กับกระโปรงรถ สองมือกอดอกพลางมองพิจารณาสาวน้อยตรงหน้า แยมชะงักฝีเท้าลง เขายังไม่ไปทำงานอีกเหรอ เธออุตส่าห์รอให้เขาออกไปก่อน ทำไมถึงยังยืนอยู่ที่นี่ได้ หญิงสาวทำเป็นมองไม่เห็น และไม่ได้ยินในสิ่งที่เขาพูด ใครๆเขาก็แต่งแบบนี้กันทั้งนั้น เธอจะใส่แบบไหนก็ได้นี้มันเอวของเธอ “รีบมาขึ้นรถ” “ไม่เป็นไรค่ะ แยมไปเองได้”เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันหลังใส่เขา “ถ้าเธอไม่ขึ้น ฉันจะบอกพ่อว่าเธอปฏิเสธไม่ทำตามคำสั่งเขา ไม่อยากสนิทกับฉัน” “นี่คุณ”แยมหันกลับมาในทันที ผู้ชายคนนี้กลับจะใส่ไฟให้เธอกลายเป็นคนนิสัยไม่ดีซะงั้น ถึงแม้ว่าพ่อกับแม่อยากจะให้พวกเราสนิทกัน แต่เป็นเขาต่างหากที่รังเกียจเธอ “ขึ้นรถ” ศรัณย์พูดอีกครั้งราวกับเป็นคำสั่งคำสุดท้ายที่เขาจะพูด สาวน้อยแบะปากก่อนจะเดินไปขึ้นนั่งเบาะหลังเช่นเดิม ภายในรถยังคงเงียบ ไร้บทสนทนาใดๆระหว่างพวกเขา บูกันติสีดำแล่นออกไปด้วยเร็ว แยมแอบปรายตามองเขาอยู่หลายครั้งผ่านกระจกรถ ใบหน้าหล่อเหลาเหลือบมองกระจกหน้ารถ ทำให้สองสายตามาบรรจบกันอย่างไม่ทันระวัง แยมรีบลุบสายตาลงต่ำ แล้วมองออกไปนอกกระจกรถ รถจอดลง ทว่ามันไม่ใช่หน้ามหาลัยเธออีกแล้ว มันเลยมาตั้งหลายร้อยเมตร หญิงสาวคิ้วขมวดก่อนจะเปิดประตูลงไปด้วยความไม่พอใจ แกล้งกันอีกแล้ว พรุ่งนี้เธอจะต้องมาด้วยตัวเองให้ได้ เธอไม่ต้องการความหวังดีจอมปลอมจากเขา แยมเดินลากขาไปตามทางเท้าถึงมหาวิทยาลัย ระยะทางแปดร้อยเมตรที่เธอเดินซ้ำมาสองวันกลายเป็นเหมือนบทลงโทษส่วนตัว เหงื่อซึมขมับ เส้นผมแนบแก้ม และสีหน้าบึ้งตึงจนใครเห็นก็คงไม่กล้าเข้าใกล้ “เป็นอะไร ทำหน้ายังกะไปฆ่าใครมา” พีชเพื่อนสนิทเอ่ยทัก พลางก้าวมาขนาบข้าง “เดินมาไง”แยมถอนหายใจแรง ตอบด้วยเสียงหงุดหงิดแฝงความเหนื่อยชัดเจน ยังไม่ทันที่พีชจะพูดอะไร เลโอที่เพิ่งเดินมาสมทบก็ยิ้มกว้าง “เย็นนี้ไปดูหนังกันไหม หนังเข้าโรงใหม่พอดี” แยมเงียบไปครู่หนึ่ง ในหัวคำนวณเวลาทันที ตอนเย็นศรัณย์คงไม่โผล่มารับเหมือนเคย เธอจึงพยักหน้าตกลง แต่ในใจกลับรู้สึกเหมือนเจอทางออกจากความน่าเบื่อของวันนี้ ตอนเที่ยงพวกเขานั่งทานข้าวอยู่ในโรงอาหารด้วยกัน เมื่อวานพีชกับเลโอชวนเธอไปดูการแข่งขันฟุตบอลของคณะ ทว่าเธอกลับยื่นโง่รอคนโกหกที่บอกว่าจะมารับ “สรุปเมื่อวานกลับบ้านกี่โมง”เลโอถาม พลางตักผักในจานของเขาให้พีช “ฟ้าเกือบมืดแล้ว” “บอกแล้วไงว่าไปดูบอลก่อนค่อยกลับ”พีชเอ่ยขึ้นอีก เธอตักผักในจานขึ้นมากินราวกับเป็นของโปรด “วันนี้ไปดูหนังก่อนค่อยกลับ” เพราะว่าเธอไม่เชื่อว่าเขาจะมา ไม่อยากถูกมองว่าเป็นคนโง่ แค่ครั้งเดียวก็ถือว่าพอแล้ว “เมื่อวานคณะเรายังแพ้ไม่พอน่ะ แถมยังตกรอบด้วย โดนล้อไปถึงปีหน้าแน่นอน” หลังเลิกเรียน พวกเธอเดินออกมาจากตึกคณะ ตกลงกันแล้วว่าจะไปดูหนังกัน จากนั้นก็ไปกินโอมากาแสะก่อนกลับ นักศึกษาหลายคนทะยอยกันออกมา ทว่าหลายคนกำลังหยุดดูอะไรบางอย่างอยู่เบื้องหน้า ทำให้พีชอดสงสัยไม่ได้จึงอาสาไปสอดแนม “หนุ่มหล่อบ้านรวย บอกว่ามารับน้องสาว”พีชกลับมาพร้อมกับภาพถ่ายในมือ เลโอจึงคว้ามาดูเป็นคนแรก “ขับรถแพงกว่ากูอีก” แยมดอสงสัยไม่ได้ จึงขยับเข้ามาใกล้เลโอเพื่อจะดูคนในภาพว่าหล่ออย่างที่ว่าหรือเปล่า ชายหนุ่มร่างสูงแต่งตัวเนี้ยบจนไร้ที่ติ ท่าทางที่ยืนพิงอยู่กับรถในมือถือบุหรี่หนึ่งม้วน ท่าทางคุ้นเคยนี้ทำให้แยมสะดุ้ง ทำไมวันนี้ถึงมารับล่ะ “พี่ชายฉันเอง” “ห๊ะ”เลโอกับพีชร้องอุทานเป็นเสียงเดียวกัน “แกมีพี่ชายตั้งแต่เมื่อไหร่”พีชยังไม่หายส่งสัย ถึงถามออกไป ถ้าจำไม่ผิดแยมเป็นลูกคนเดียว “ลูกชายสามีใหม่แม่น่ะ”แยมอธิบายสั้นๆ ราวกับไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้ “พี่ชายต่างสายเลือดหรอ”เลโอเอ่ยเสริม “วันนี้คงไปดูหนังด้วยไม่ได้แล้วล่ะ ไว้คราวหน้าน่ะ”แยมเอ่ยบอกเพื่อนอีกสองคนที่นัดกันซะดิบดี แต่เธอต้องกลับบ้านก่อน หญิงสาวเดินแทรกผ่านกลุ่มคนที่กำลังจับตามองชายตรงหน้า แยมเข้าไปเปิดประตูหลังพร้อมกับเข้าไปนั่งลงในรถ “ชักช้า”ร่างสูงบ่นพึมพำก่อนจะดับบุหรี่ในมือ ศรัณย์ก้าวขึ้นรถและขับออกไปในทันที บรรยากาศภายในรถอึดอัดมาก เธอต้องอดทนนั้งไปจนกว่าจะถึงบ้าน 06:02 วันนี้แยมออกมาตั้งแต่เช้า เธอจะไม่ยอมติดรถเขาไปเด็ดขาด หากเขามารอรับเธอก็จะปล่อยให้เขารอไป เหมือนอย่างที่เธอยืนรอหลายชั่วโมง เช้าวันเดียวกัน ศรัณย์จัดเสื้อสูทเข้าที่ ขณะกำลังจะก้าวออกจากบ้านไปทำงาน เขาสวนทางกับรสรินที่ได้ชื่อว่าแม่ใหม่เดินผ่านห้องรับแขก “ไม่ต้องรอแล้วนะ หนูแยมออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว” น้ำเสียงของเธอฟังเหมือนจะเอ่ยบอกเฉยๆ แต่ประโยคนั้นกลับทำให้เขาชะงักไปชั่วขณะ มือที่จับลูกบิดประตูหยุดนิ่ง ราวกับคำพูดนั้นเพิ่งกระแทกเข้ามาในหัวอย่างไม่ทันตั้งตัว แววตาคมของเขาฉายแววไม่พอใจปนหงุดหงิด ก่อนจะสูดลมหายใจลึกและก้าวออกจากบ้านไปอย่างเงียบๆ แล้วทิ้งความรู้สึกขุ่นมัวไว้ข้างหลัง หลังเลิกเรียน แยมเดินออกจากรั้วมหาวิทยาลัยพร้อมเลโอและพีช เสียงจอแจของผู้คนรอบข้างถูกกลืนไปกับเสียงหัวเราะคุยเล่นของเพื่อน “วันนี้กลับดึกหน่อยนะ” แยมบอกพลางก้มเช็กโทรศัพท์ เลโอหันมายิ้ม “ก็ดี จะได้ดูรอบค่ำ คนน้อย” พีชพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนทั้งสามจะเดินลัดเลาะไปตามฟุตบาทออกไปเรียกแท็กซี่ มุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าที่มีโรงหนังอยู่ชั้นบนสุด บรรยากาศเย็นสบายเหมือนเร่งเร้าให้ค่ำคืนนี้ช้าลง แยมกลับบ้านมาในเวลาห้าทุ่ม เธอแอบย่องเข้ามาเงียบๆ ในโถงขนาดใหญ่มืดสนิท มีเพียงแสงไฟสลัวจากภายนอกตกสะท้อนเข้ามา หญิงสาวกลับเข้าห้องของตัวเอง เธอจัดการกับตัวเองอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมตัวจะเข้านอน แยมหันมองเหยือกน้ำที่ว่างเปล่า เธอจึงนำลงไปใส่น้ำก่อนจะขึ้นมานอน ดึกๆจะได้ไม่ต้องลงมาอีก ชายหนุ่มเดินกลับมาด้วยสภาพเมามาย ทว่าเขายังรู้สึกตัวดี ร่างสูงทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาในห้องโถง เขาได้ยินเสียงฝีเท้าที่กำลังเดินลงมาจึงปรายตามอง ทว่าคนที่ลงมากลับมองไม่เห็นว่ามีเขานอนอยู่ในห้องโถง แยมเดินวนไปวนมาอยู่หน้าตู้เย็น ก่อนเปิดออกหยิบน้ำเย็นขึ้นมาดื่ม เธอเห็นลูกองุ่นโผล่ออกมาจึงแอบหยิบใส่ปากไปหนึ่งลูก “คอแห้งมากเลย”เสียงแหบพร่าดังอยู่เหนือศรีษะ มีกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ คนตัวเล็กรู้สึกได้ถึงร่างสูงที่แอบอิงอยู่ด้านแผ่นหลัง ทันใดนั้นฝ่ามือแกร่งก็คลำลงบนเอวคอด แยมสะดุ้งโหยง ขณะที่กำลังจะเบี่ยงตัวหลบ ใบหน้าคมคายก็ฝั่งลงมาบนต้นคอ หญิงสาวกำลังจะส่งเสียงร้อง แต่มือใหญ่อีกข้างกลับปิดปากเธอไว้แน่น ร่างของเธอถูกลากมาบนโต๊ะ แยมเห็นใบหน้าคุ้นเคยที่เธอรู้จักได้เป็นอย่างดี เธอเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตา พร้อมกับดิ้นรนให้หลุดพ้นจากการควบคุมของเขา ปลายลิ้นค่อยๆลากไล้ผ่านลำคอลงมาตรงหน้าอก สายเดี่ยวตัวบางปกปิดสองเต้าเต้งตึงไว้ ฟันคมกัดลงบนยอดถันผ่านเสื้อ คนตัวเล็กส่งเสียงร้องไม่ได้ศัพท์ออกมา ริมฝีปากของคนข้างบนโลมเลียราวกับสัตว์ป่าหื่นกระหาย เขากดร่างเธอไว้แน่น แยมใช้เท้าถีบไปที่หน้าของเขาจนอีกฝ่ายเผลอปล่อยมือ เธอตบเข้าไปที่ใบหน้าของเขาอย่างจัง เพียะ! หญิงสาวยกมือปกปิดหน้าอกของตัวเอง เธอหอบหายใจอย่างหวาดกลัว ก่อนจะวิ่งขึ้นห้องไปอย่างรวดเร็ว ศรัณย์แสะยิ้มร้ายกาจ เมื่อเห็นสาวน้อยวิ่งหายไป เธอตัวเล็กนิดเดียวแต่ไม่คิดว่าจะซ่อนรูปไว้มิดชิด แค่เห็นสายตาหวาดกลัวสั่นระริก เขากลับชื่นชอบจนอยากจะฉีกเธอทิ้งมากขึ้น“ผมถ่ายให้ครับ”แม่ของแยมชะงักไปนิด ก่อนจะยิ้มแล้วส่งโทรศัพท์ให้เขาอย่างไม่คิดมากแยมยืนนิ่ง ตัวเกร็งเล็กน้อยเหมือนทำตัวไม่ถูก เพราะชุดว่ายน้ำและเพราะสายตาของเขาที่มองมาอย่างอ่านไม่ออก ศรัณย์รับมือถือด้วยสีหน้าเรียบสนิท ไม่มีแม้รอยยิ้ม เขากดถ่ายรัว ๆ แทบไม่ให้เวลาเธอเปลี่ยนท่าเพียงไม่กี่วินาที เขาก็ยื่นโทรศัพท์คืนให้แม่เธอเหมือนไม่คิดอะไรแยมรับมาดูด้วยความเกรงใจ พร้อมพึมพำเบา ๆ ว่า “ขอบคุณค่ะ…”แต่พอเห็นรูปในเครื่อง เธอก็แข็งค้างไปทันที ไม่ใช่ภาพสวย ๆ บนเรือ ไม่ใช่ภาพเธอกับวิวทะเล แต่เป็นภาพข้อเท้าเธอทั้งดุ้น ซ้ำยังถ่ายมุมเดิมติดพื้นเรือเต็ม ๆแยมเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างอึ้ง ๆในขณะที่ศรัณย์เพียงยักคิ้วใส่เธอ เหมือนคนที่รู้ตัวดีว่าแกล้ง และตั้งใจแกล้ง นี่มัน ก่อกวนกันชัด ๆ ไม่ต้องเดาเลยว่าเจตนาอะไร!“เป็นไงลูก พี่เขาถ่ายให้สวยไหม”แม่เอ่ยถาม เมื่อเห็นเธอยืนนิ่งอยู่บนเรือ “สวยค่ะ สวยมากเลย”แยมตอบด้วยน้ำเสียงประชดประชัน แล้วเก็บโทรศัพท์กลับไป ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อชูชีพขึ้นมาสวมชายหนุ่มเองก็กำลังสวมชุดชูชีพอยู่ท้ายเรือ เขาใส่คล้องแคล้ว
ทว่าภาพที่เห็นกลับทำให้เธอใบหน้าร้อนผ่าวจนอาการหน้าชาเมื่อครู่หายวับไปอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มเปลื้องผ้าจนร่างเปลือยเปล่า แวกว่ายอยู่ในสระน้ำตรงระเบียงห้อง แม้ว่าระเบียงห้องของเขาจะไม่เปิดไฟ แต่แสงสะท้อนออกมาจาห้องเธอทำให้เห็นภาพชัดเจน“ซ่า”ร่างสูงโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำพร้อมกับเสยผมที่เปียกชุ่มกลับขึ้นไป แผงอกกำยำมีหยาดน้ำไหลผ่านทั่วทั้งตัว กล้ามอกเป็นมัดชัดเจนราวกับถูกแกะสลักด้วยปลายมีด เส้นเลือดที่ท่อนแขนปูนขึ้นตามจังหวะ ไล่จากลำคอแกร่งลงไปถึงเอวสอบ ทุกจังหวะที่เขาขยับ หน้าท้องหกลูกนั้นก็ขยับตามเหมือนจะยั่วสายตาให้ละไปไหนไม่ถูกสายตาคมคายตวัดมองเสียงเปิดประตู สาวน้อยยื่นนิ่งราวกับรูปปั้น พร้อมดวงตากลมโตเบิกกว้าง ผิวแก้มของเธอร้อนผ่าวอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเห็นว่าเขามองอยู่ก็รีบหันหลังไป“ถ้าอยากอาบด้วยกัน ก็แค่ถอดชุดแล้วกระโดดลงมา”“ไอ้บ้า”แยมสบถออกมาเล็กน้อย ก่อนจะรีบกลับเข้าห้องไปแล้วปิดประตูเสียงดังแยมลงมาชั้นล่างในช่วงเที่ยง แต่ในบ้านเงียบมาก เหมือนว่าแม่กับพ่อจะออกไปข้างนอก เธอเข้าไปในห้องครัวหาน้ำดื่ม ไม่นานก็ได้ยินเสียงรถดังอยู่ข้างนอกคุณแ
เหมือนต่างฝ่ายต่างไม่เข้าใจว่า ทำไมความเงียบถึงหนักแน่นขนาดนั้น เขาเปิดประตู ลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาอีกฝั่ง ก่อนเปิดประตูให้เธอโดยไม่พูดอะไรเธอทำท่าจะเถียง แต่พอเห็นเขาแค่ยืนพิงประตูรถ สูบบุหรี่อีกมวนด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก็ได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ แล้วก้าวลงมาเอง“ขอบใจ”แยมพูดด้วยน้ำเสียงขอไปที ก่อนจะรีบเดินเข้าวิลล่าไป วิลล่าสองชั้นตั้งเด่นอยู่ริมทะเลราวกับถูกวางไว้อย่างตั้งใจให้รับลมและแสงตะวันทุกทิศทาง ตัวอาคารเป็นโทนขาวครีมสะอาดตา ผสมกระจกบานใหญ่ หากเป็นช่วงกลางวันคงเห็นแสงสะท้อนจากน้ำทะเล“มาแล้วเหรอ”คุณแม่เดินเข้าในห้องโถง เห็นลูกสาวยืนมองการตกแต่งภายในวิลล่า เธอลากกระเป๋ามาด้วยหนึ่งใบไม่ใหญ่มาก“จะกินข้าวเลยไหม”คุณแม่พูดพลางมองซ้ายมองขวา เพราะเห็นว่ามาด้วยกันสองคน แต่เห็นแยมเข้ามาคนเดียว“แยมขอเอาของไปเก็บก่อน”ชั้นล่างเป็นโถงโล่ง เพดานสูงโปร่ง กลิ่นลมทะเลพัดเข้ามาผ่านประตูกระจกบานยาวที่เปิดออกสู่ลานพักผ่อนด้านหน้า พื้นปูด้วยไม้สีอบอุ่นตัดกับผนังสีอ่อน ให้ความรู้สึกสงบเหมือนรีสอร์ตส่วนตัว มีโซฟาหนังสีทขาววางติดหน้าต่าง มองเห็นวิวทะเลแบบไร้สิ่
วันศุกร์ช่วงเย็นแยมกลับมาที่ห้องคนเดียว เพื่อจัดกระเป๋าอีกครั้ง ดูให้แน่ใจว่าได้ลืมเอาอะไรใส่กระเป๋า ประมาณหกโมงนัดเจอแม่ที่บ้านใหญ่และไปพร้อมกัน หลายวันก่อนที่ศรัณย์อาสาเลี้ยงอาหารพวกเธอ หลังจากวันนั้นก็แทบจะไม่เห็นเขาแม้แต่เงา สาวน้อยยังรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่หายที่เขาจะไปด้วย แทบจะนึกบรรยากาศแสนอึดอัดบนโต๊ะอาหารออก และท่าทางไม่แยแสของเขาแยมเปลี่ยนจากชุดเดรสกระโปรงสีแดงลายดอกไม้สีขาว สวมทับด้วยคาร์ดิแกนสีดำ เธอปล่อยผมยาวมีติดกิ๊ฟเล็กน้อยไม่ให้ผมปลิวลงมาปรกหน้า แล้วลากกระเป๋าลากใบเล็กออกไปจากห้องเธอล็อคประตูห้องให้เรียบร้อย แต่กลับแอบมองห้องตรงข้ามที่ปิดประตูสนิด เขาไม่ไปหรอกเหรอ หรืออาจจะไปแล้ว แยมหันกลับมาแล้วทำสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะเบะปากแล้วรีบลงลิฟต์ไป ถ้าหากว่าเขาไม่ไปจริงๆก็ดีนะสิรางบางเดินออกมาหน้าคอนโด ชุดเดรสของเธอกระโปรงไม่ยาวมาก ชายผ้าลอยอยู่เหนือเข่า เธอตั้งท่าจะเรียกรถผ่านแอป จึงหยิบมือถือจึ้นมาไถหน้าจอแยมตื่นตระหนก จู่ๆก็โดดดีดหน้าผากอย่างไม่ทันตั้งตัว นัยน์ตาคู่งามเบิกกว้างด้วยความตกใจ “รีบขึ้นรถ”สาวน้อยกำลังงุงงง ทว่าร่างสูงประม
“ดึกแล้วน่ะ ทำไมไม่สั่งมาล่ะ”“ออกไปดีกว่า ไปกินที่ร้านกัน”พีชลากแยมออกมาจากห้อง ทั้งสองเดินควงแขนกันในโถงทางเดิน จนมาถึงล็อบบีของคอนโด “พี่…สวัสดีค่ะ”พีชรีบยกมือไหว้เมื่อเห็นเป็นพี่ชายของเพื่อน ศรัณย์ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ทว่าสายตากลับเหลือบมองคนที่เดินมาที่หลัง เธอใส่เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์ขายาว มัดผมไม่สูงมากและปล่อยมา ดูไม่ค่อยเรียบร้อยแต่กลับมีเสน่ห์ ผิดกับเพื่อนของเธอที่ใส่เสื้อครอปสั้นจนเห็นหน้าท้องแบนราว แต่เขากลับไม่สนใจสักนิด“จะไปไหนกันเหรอ”“ไปหาอะไรกัน จะไปด้วยกันไหมค่ะ”ระหว่างนั่งรถ แยมแอบหยิกพีชที่ต้นแขนเบาๆ ด้วยความโกรธ ก่อนจะขยับใบหน้าเข้าไปกระซิบใกล้หู “แกชวนเขามาทำไม”“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะชวนจริง แค่พูดไปตามมารยาท ใครจะคิดว่าเขาจะอาสาเลี้ยงข้าว”พีชกระซิบตอบอย่างไม่มีทางเลือก ใครจะคิดว่าเขาจะตามมาศรัณย์ทำหน้าที่เป็นคนขับ เขาขับรถนุ่มนวลไม่เร่งรีบและความเร็วระดับปกติ รถคันหรูสีขาวจอดลงหน้าภัตตาคารระดับมิชลินสามดาว มีพนักออกมาต้อนรับดิบดี และพวกเธอก็ได้นั่งห้องวีไอพี โดยที่ไม่ต้องออกเงินเอง พนักงานนำ
บรรยากาศในรถเงียบสงัด ขณะที่พีชยังคงยิ้มแย้มอยู่โดยไม่คิดอะไรมาก รถคันหรูสีขาวแล่นไปด้วยความเร็ว แยมคิดว่าอีกเดี๋ยว เขาคงจะทิ้งพวกเธอไว้หน้ามหาลัย ไกลออกไปแปดร้อยเมตร ทว่าไม่ใช่อย่างที่เธอคิด เขาเลี้ยวเข้าไปส่งถึงหน้าคณะเสียด้วยซ้ำ เหมือนว่าเขาจะลำเอียงชัดเจน ทีกับเธอให้เดินลงไปเอง แถมยังจอดไกลไปอีก “ขอบคุณค่ะ”พีชเอ่ยขอบคุณก่อนลงจากรถ ส่วนแยมก็เดินลงไปเงียบๆ ขณะที่ดวงตาคมเข้มแอบมองเธอผ่านกระจก “ทำหน้าเหมือนตูดลิงเชียว นั้นพีชายแกน่ะ”เมื่อรถคันสีขาวเลี้ยวออกไป พีชจึงบ่นเพื่อนข้างกาย “ไม่ใช่พี่ชายแท้ๆสักหน่อย”แยมเองก็ตอบกลับอย่างเบื่อหน่าย เหมือนว่าเธอจะบอกเพื่อนไปหลายครั้งแล้ว ทั้งสองมาทานข้าวเช้าที่โรงอาหาร ระหว่างรอเลโอ “พี่ชายแกอายุเท่าไร” “ไม่รู้” “หล่อขนาดนั้น มีแฟนต้องสวยแน่ๆ” “ไม่รู้สิ” “ไม่รู้ก็ไม่รู้” “นี่ เมื่อคืนก่อนแกคงไม่ไปค้างกับเพื่อนของเลโอใช่ไหม” “เปล่า เขาแค่ไปส่งฉันที่บ้าน เผลอบอกที่อยู่ผิดน่ะ”แยมอ้างไปเรื่อย เธอไม่กล้าเล่าความจริงออกมา กลัวเพื่อ







