LOGINแยม เด็กสาววัยสิบเก้าที่เติบโตมากับแม่ที่เคยเป็นเพียงสาวใช้ในบ้านเศรษฐี แต่โชคชะตาพลิกผันเมื่อแม่ของเธอแต่งงานกับพ่อของ ศรันย์ ชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้า หล่อ รวย และเพียบพร้อม ทั้งสองกลายเป็น “พี่น้องต่างแม่” ที่ครอบครัวอยากให้สนิทกัน แต่แทนที่จะได้ใกล้ชิด เขากลับมอบให้เธอเพียงคำพูดเสียดสี การกลั่นแกล้ง และสายตารังเกียจ แต่ยิ่งเธอหนี…เขาก็ยิ่งไล่ตาม จนเผลอพลาดมีสัมพันธ์ต้องห้ามในคืนหนึ่ง และมันไม่ได้จบเพียงครั้งเดียว ความผูกพันลับ ๆ ดำเนินต่อไปจนเธอไม่รู้ว่านี่คือรัก…หรือเป็นเพียงความสนุกชั่ววูบของเขา
View Moreสายฝนเม็ดเล็กโปรยลงมาจากฟ้า ร่างสูงตระหง่านถือร่มคันสีดำไว้ในมือ ช่อดอกทิวลิปสีม่วงขนาดไม่ใหญ่มากวางไว้หน้าหลุมศพ
นัยน์ตาคู่คมแดงก่ำ ทว่ากลับเก็บกลั้นความรู้สึกนั้นไว้ในใจ ป้ายหลุมศพตรงหน้าเป็นแม่ของเขา เธอชอบดอกทิวลิปเป็นพิเศษ แผ่นหลังกว้างเย็นยะเยือกขณะมองหลุมศพ เขาแสดงความรู้ได้เพียงเท่านี้ เขาคิดเพียงแค่ว่าดอกไม้ช่อนี้ควรจะมอบให้แม่เร็วกว่านี้ เขาควรจะกลับมาก่อนที่ทั้งคู่จะหย่ากัน เรื่องราวทั้งหลั่งไหล่เข้ามาในความคิดของเขา ได้แต่คิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับทั้งสอง เมื่อเขากลับมาแม่ก็จากไปแล้ว แถมพ่อยังแต่งงานใหม่อีก เรื่องราวตาลปัตรจนทำสมองของเขาแทบจะระเบิดออกมา ระหว่างที่ศรัณย์ไปฝึกงานที่อเมริกา ไม่มีใครปริปากบอกเขาสักคำเรื่องครอบครัว การกระทำเหล่านี้ทำเขาคับแค้นใจ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะปลุกแม่ขึ้นมาตอบคำถามที่ค้างคาทั้งหมด น้ำฝนสาดลงบนแผ่นหินที่สลักชื่อของป้ายหลุมศพ เสียงน้ำสาดลงบนร่มอีกคัน จนทำให้ศรัณย์ต้องหันกลับไปมอง ชายวัยกลางคนเดินเข้ามากับช่อดอกไม้สีม่วงเช่นกัน รองเท้าหนังเปื้อนไปด้วยโคล้นจากฝน ใบหน้าของทั้งสองมีส่วนคล้ายกันอยู่บางสวน ศรัณย์ไม่ได้ถอยออกจากหน้าหลุมศพ แผ่นหลังของเขายังตั้งตรงราวกับกำแพงกันระหว่างคนด้านหลังกับหลุมศพ มีเพียงแค่เสียงฝนกระหน่ำลงมาที่บ่งบอกถึงระยะห่างของพวกเขา “ยังจะมีหน้ามาที่นี่อีกเหรอ”น้ำเสียงของเขาเย็นเฉียบพร้อมกับประโยคเย้ยหยันอีกฝ่าย “มันไม่ใช่อย่างที่แกคิด”มาวินอธิบาย ตอนนี้ลูกชายของเขากำลังโกรธและเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดผิดไป “แล้วพ่ออยากจะให้ผมเข้าใจแบบไหนครับ”คำพูดของเขายังคงเย็นชา โดยไม่สนใจคำอธิบายของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย “เรื่อง…” “เก็บดอกไม้กลับไปเถอะครับ เพราะมันไม่มีที่จะวางแล้ว” มาวินโกรธกับคำพูดและน้ำเสียงของลูกชาย จึงเข้ามาวางช่อดอกไม้ไว้กลับออกไปโดยไม่พูดไม่จาอีก ศรัยณ์มองช่อดอกทิวลิปอย่างรังเกียจ ก่อนจะใช้เท้าแตะมันออกไปจากป้ายหลุมศพแม่ของเขา บทที่ 1 แยมย้ายเข้ามาอาศัยอยู่คฤหาสน์หรูพร้อมกับคุณแม่ แม่ของเธอเพิ่งจะแต่งงานใหม่กับมหาเศรษฐีอับดับต้นๆ เธอไม่แปลกใจเลย เพราะแม่ของเธอเป็นคนทะเยอทะยาน รักความสะดวกสะบาย แม้ว่าคนข้างบ้านจะนินทาต่อว่าอย่างไร แม่ของเธอก็ไม่เคยเดือดร้อน วันนี้เธอเพิ่งจะไปสอบสัมภาษที่มหาลัยชื่อดังมา แถมยังผ่านได้แบบฉลุย แม่บอกว่าไม่ต้องพยายามมากยังไงเธอก็ผ่านอยู่แล้ว หญิงสาวพลิกตัวไปมา เพราะไม่คุ้นเคยกับที่ใหม่จึงนอนไม่หลับ แยมเหลือบมองนาฬิกาบนฝาผนังถึงได้รู้ว่าเธอนอนคิดมากจนถึงเที่ยงคืนแล้ว สาวน้อยรู้สึกคอแห้งจึงลงไปชั้นล่างเพื่อดื่มน้ำ และเธอก็จะเตรียมน้ำขึ้นไปด้วย จะได้ไม่ต้องลงมาดึกดื่น แยมเดินมาถึงห้องครัวก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าลืมใส่รองเท้า เธอเปิดตู้เย็นหยิบน้ำมาออกมาหนึ่งขวด ค่อยๆควานหาแก้วมาดื่มน้ำ เมื่อเธอหันหลังกลับมาก็ปะทะกับชายร่างสูง แยมสะดุ้งจนแก้วในมือตกแตก เศษแก้วหลนกระจ่ายไปตามบริเวณพื้น “ระวัง”คนตัวเล็กร้องห้ามอย่างกังวล กลัวว่าเขาจะเหยียบเข้ากับเศษแก้วเหล่านั้น ทว่าร่างสูงกลับก้าวเข้ามาโดยไม่กลัวเศษแก้วเลยสักนิด “คนใช้ใหม่เหรอ”เขาพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า กลิ่นเหล้าโชยออกมาจากตัวตนของเขา สภาพโซเซแบบนี้คงจะกระดกไปหลายขวด ชายหนุ่มเข้ามากระชากร่างเธอออกไปให้พ้นตู้เย็น เขาจับเธอโยนออกไปราวกับว่าเธอเป็นแมวหนึ่งตัว ร่างของแยมลอยออกไปโดยที่เท้าไม่แตะพื้นเลยสักนิด “โอ๊ย” ไหล่กระแทกเข้ากับพื้นแข็งๆ โชคดีที่หน้าไม่ลงก่อน ไม่งั้นคงจะทรมานน่าดู แยมกุมหัวไหล่ไว้แน่น พร้อมกับมองค้อนใส่เขาก่อนจะเดินลากตัวเองขึ้นห้องไป หญิงสาวไม่เคยเห็นเขามาก่อน จึงไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร เช้าวันต่อมา สาวน้อยปวดตรงบริเวณหัวไหล่มาก เธอนวดเบาๆก่อนจะรีบแต่งตัวลงมาทานมื้อเช้ากับคุณแม่ เธอเพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ได้ไม่กี่วัน จึงไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราว แยมนั่งลงเก้าอีใกล้ๆคุณแม่ แม่บ้านกำลังจัดเตรียมที่นั่งสำหรับอีกหนึ่งคนตรงหน้าเธอ ขณะที่ทุกคนกำลังกินข้าว เสียงฝีเท้าดังมาจาบันไดอีกฝั่ง ร่างสูงประมาณร้อยแปดสิบเก้า สวมชุดสูทสีดำสนิท เธอไม่เคยเห็นใครแต่งตัวเนี้ยบขนาดนี้มาก่อน สายตาคู่เล็กมองสักเกตชายหนั่มอย่างละเอียด เขาไม่ใช่คนที่จับเธอโยนเมื่อคืนหรอกเหรอ ศรัณย์ขยับเก้าเล็กน้อยก่อนจะนั่งลง เขาไม่ได้สนใจคนที่ร่วมโต๊ะด้วย เพียงแค่นั่งทานเงียบๆ เสียงกระแอมของคุณพ่อดังขึ้น ทำให้แยมรีบวางช้อนในมือลงแล้วหันไปทางต้นเสียง “พ่ออยากจะแนะนำให้รู้จัก” เขากล่าวเสียงหนักแน่น “นี่คือ ลูกชายพ่ออายุห่างจากเธอสิบปีชื่อศรัณย์ แต่เขาบอกว่าอยากมีน้องสาวสักคนมานานแล้ว” แยมหันมองชายตรงหน้า ทว่าเขาไม่ได้สนใจการแนะนำของพ่อตัวเองเลยสักนิด ยังก้มหน้าก้มตาโดยไม่สะทกสะท้านอะไรเลย “สวัดดีค่ะ พี่ศรัณย์”แยมยกมือไหว้ตามมารยาท แต่ไร้เสียงตอบกลับของอีกฝ่าย คุณพ่อถึงกับหัวเสีย ตั้งท่าจะอ้าปากด่าทอแต่แม่กลับห้ามไว้ก่อน“พวกเขาเพิ่งจะเจอกัน ให้เวลาหน่อย” “หนูแยมติดรถไปมหาลัยกับพี่ศรัณย์นะ เขาผ่านทางนั้นอยู่แล้ว จะได้ไม่ต้องลำบากนั่งรถเบียดคนแต่เช้า” เธอชะงักไปเล็กน้อย “แต่หนูไม่อยากรบกวนพี่เขา” “ไม่รบกวนหรอก” คุณพ่อพูดขัดขึ้นมาทันควัน “เขาออกจากบ้านเจ็ดโมงตรง ต่อไปเตรียมตัวให้เรียบร้อย อย่าให้เขารอนาน” น้ำเสียงของเขาไม่ได้เปิดช่องให้เธอปฏิเสธ เธอจึงได้แต่พยักหน้าเบา ๆ ศรัณย์ลุกจากโต๊ะอาหารแล้วเดินออกไปไม่ให้สุ่มให้เสียง แม้แต่บอกลาก่อนออกไปก็ไม่มี แยมยังสับสนหรือว่าเขาจะออกไปแล้ว เธอจึงลุกยกมือไหว้พ่อกับแม่ก่อนออกไป ชายหนุ่มเดินเร็วมาก ท่อนขายาวก้าวออกไปแต่ละก้าวเปรียบกับเธอเดินสองก้าวเลยล่ะ แยมเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น กลัวว่าเขาจะไม่รอเธอ คนตัวเล็กรีบหยิบรองเท้าผ้าใบสีขาวมาสวมอย่างลวกๆก่อนจะวิ่งตรงไปที่รถหรู พรึ่บ! ใบหน้าดวงเล็กชนเข้าแผงอกกำยำ มันแข็งมาจนจมูกเธอปวด คนตัวเล็กรีบถอยห่างในเวลาต่อมา “อย่าเอาความสกปรกของเธอมาเปื้อนฉัน” ร่างสูงตรงหน้าขมวดคิ้ว เขาใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดเสื้อผ้าบริเวณแผงอกที่เธอเผลอชนเมื่อครู่อย่างรังเกียจ และจะโยนทิ้ง แยมจุกอยู่ในอกจนพูดไม่ออก แถมใบหน้าก็ชาจนไร้ความรู้สึก ไม่เคยรู้สึกอับอายขนาดนี้มาก่อนเลย “ขอโทษค่ะ”หญิงสาวก้มหน้าขอโทษ ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรังเกียจเธอมาก ทว่าตอนที่เธอพูดออกไป อีกฝ่ายกลับหายขึ้นรถไปแล้ว “จะไปก็รีบขึ้นมา”น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าว นัยน์ตาขลับสีดำไม่ได้ปรายตามองเธอแม้แต่น้อย รถหรูคันสีดำจอดอยู่เบื้องหน้า แยมจึงเปิดประตูเข้าไปนั่งด้านหลัง เห็นท่าทางไม่พอของเขาจึงเลี่ยงที่จะนั่งข้างคนขับ รถบูกัตติสีดำแล่นออกไปบนท้องถนนด้วยความเร็ว คนตัวเล็กนั่งแข็งทื่อไม่ปริปากสักคำ มองรถวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว“ผมถ่ายให้ครับ”แม่ของแยมชะงักไปนิด ก่อนจะยิ้มแล้วส่งโทรศัพท์ให้เขาอย่างไม่คิดมากแยมยืนนิ่ง ตัวเกร็งเล็กน้อยเหมือนทำตัวไม่ถูก เพราะชุดว่ายน้ำและเพราะสายตาของเขาที่มองมาอย่างอ่านไม่ออก ศรัณย์รับมือถือด้วยสีหน้าเรียบสนิท ไม่มีแม้รอยยิ้ม เขากดถ่ายรัว ๆ แทบไม่ให้เวลาเธอเปลี่ยนท่าเพียงไม่กี่วินาที เขาก็ยื่นโทรศัพท์คืนให้แม่เธอเหมือนไม่คิดอะไรแยมรับมาดูด้วยความเกรงใจ พร้อมพึมพำเบา ๆ ว่า “ขอบคุณค่ะ…”แต่พอเห็นรูปในเครื่อง เธอก็แข็งค้างไปทันที ไม่ใช่ภาพสวย ๆ บนเรือ ไม่ใช่ภาพเธอกับวิวทะเล แต่เป็นภาพข้อเท้าเธอทั้งดุ้น ซ้ำยังถ่ายมุมเดิมติดพื้นเรือเต็ม ๆแยมเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างอึ้ง ๆในขณะที่ศรัณย์เพียงยักคิ้วใส่เธอ เหมือนคนที่รู้ตัวดีว่าแกล้ง และตั้งใจแกล้ง นี่มัน ก่อกวนกันชัด ๆ ไม่ต้องเดาเลยว่าเจตนาอะไร!“เป็นไงลูก พี่เขาถ่ายให้สวยไหม”แม่เอ่ยถาม เมื่อเห็นเธอยืนนิ่งอยู่บนเรือ “สวยค่ะ สวยมากเลย”แยมตอบด้วยน้ำเสียงประชดประชัน แล้วเก็บโทรศัพท์กลับไป ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อชูชีพขึ้นมาสวมชายหนุ่มเองก็กำลังสวมชุดชูชีพอยู่ท้ายเรือ เขาใส่คล้องแคล้ว
ทว่าภาพที่เห็นกลับทำให้เธอใบหน้าร้อนผ่าวจนอาการหน้าชาเมื่อครู่หายวับไปอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มเปลื้องผ้าจนร่างเปลือยเปล่า แวกว่ายอยู่ในสระน้ำตรงระเบียงห้อง แม้ว่าระเบียงห้องของเขาจะไม่เปิดไฟ แต่แสงสะท้อนออกมาจาห้องเธอทำให้เห็นภาพชัดเจน“ซ่า”ร่างสูงโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำพร้อมกับเสยผมที่เปียกชุ่มกลับขึ้นไป แผงอกกำยำมีหยาดน้ำไหลผ่านทั่วทั้งตัว กล้ามอกเป็นมัดชัดเจนราวกับถูกแกะสลักด้วยปลายมีด เส้นเลือดที่ท่อนแขนปูนขึ้นตามจังหวะ ไล่จากลำคอแกร่งลงไปถึงเอวสอบ ทุกจังหวะที่เขาขยับ หน้าท้องหกลูกนั้นก็ขยับตามเหมือนจะยั่วสายตาให้ละไปไหนไม่ถูกสายตาคมคายตวัดมองเสียงเปิดประตู สาวน้อยยื่นนิ่งราวกับรูปปั้น พร้อมดวงตากลมโตเบิกกว้าง ผิวแก้มของเธอร้อนผ่าวอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเห็นว่าเขามองอยู่ก็รีบหันหลังไป“ถ้าอยากอาบด้วยกัน ก็แค่ถอดชุดแล้วกระโดดลงมา”“ไอ้บ้า”แยมสบถออกมาเล็กน้อย ก่อนจะรีบกลับเข้าห้องไปแล้วปิดประตูเสียงดังแยมลงมาชั้นล่างในช่วงเที่ยง แต่ในบ้านเงียบมาก เหมือนว่าแม่กับพ่อจะออกไปข้างนอก เธอเข้าไปในห้องครัวหาน้ำดื่ม ไม่นานก็ได้ยินเสียงรถดังอยู่ข้างนอกคุณแ
เหมือนต่างฝ่ายต่างไม่เข้าใจว่า ทำไมความเงียบถึงหนักแน่นขนาดนั้น เขาเปิดประตู ลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาอีกฝั่ง ก่อนเปิดประตูให้เธอโดยไม่พูดอะไรเธอทำท่าจะเถียง แต่พอเห็นเขาแค่ยืนพิงประตูรถ สูบบุหรี่อีกมวนด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก็ได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ แล้วก้าวลงมาเอง“ขอบใจ”แยมพูดด้วยน้ำเสียงขอไปที ก่อนจะรีบเดินเข้าวิลล่าไป วิลล่าสองชั้นตั้งเด่นอยู่ริมทะเลราวกับถูกวางไว้อย่างตั้งใจให้รับลมและแสงตะวันทุกทิศทาง ตัวอาคารเป็นโทนขาวครีมสะอาดตา ผสมกระจกบานใหญ่ หากเป็นช่วงกลางวันคงเห็นแสงสะท้อนจากน้ำทะเล“มาแล้วเหรอ”คุณแม่เดินเข้าในห้องโถง เห็นลูกสาวยืนมองการตกแต่งภายในวิลล่า เธอลากกระเป๋ามาด้วยหนึ่งใบไม่ใหญ่มาก“จะกินข้าวเลยไหม”คุณแม่พูดพลางมองซ้ายมองขวา เพราะเห็นว่ามาด้วยกันสองคน แต่เห็นแยมเข้ามาคนเดียว“แยมขอเอาของไปเก็บก่อน”ชั้นล่างเป็นโถงโล่ง เพดานสูงโปร่ง กลิ่นลมทะเลพัดเข้ามาผ่านประตูกระจกบานยาวที่เปิดออกสู่ลานพักผ่อนด้านหน้า พื้นปูด้วยไม้สีอบอุ่นตัดกับผนังสีอ่อน ให้ความรู้สึกสงบเหมือนรีสอร์ตส่วนตัว มีโซฟาหนังสีทขาววางติดหน้าต่าง มองเห็นวิวทะเลแบบไร้สิ่
วันศุกร์ช่วงเย็นแยมกลับมาที่ห้องคนเดียว เพื่อจัดกระเป๋าอีกครั้ง ดูให้แน่ใจว่าได้ลืมเอาอะไรใส่กระเป๋า ประมาณหกโมงนัดเจอแม่ที่บ้านใหญ่และไปพร้อมกัน หลายวันก่อนที่ศรัณย์อาสาเลี้ยงอาหารพวกเธอ หลังจากวันนั้นก็แทบจะไม่เห็นเขาแม้แต่เงา สาวน้อยยังรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่หายที่เขาจะไปด้วย แทบจะนึกบรรยากาศแสนอึดอัดบนโต๊ะอาหารออก และท่าทางไม่แยแสของเขาแยมเปลี่ยนจากชุดเดรสกระโปรงสีแดงลายดอกไม้สีขาว สวมทับด้วยคาร์ดิแกนสีดำ เธอปล่อยผมยาวมีติดกิ๊ฟเล็กน้อยไม่ให้ผมปลิวลงมาปรกหน้า แล้วลากกระเป๋าลากใบเล็กออกไปจากห้องเธอล็อคประตูห้องให้เรียบร้อย แต่กลับแอบมองห้องตรงข้ามที่ปิดประตูสนิด เขาไม่ไปหรอกเหรอ หรืออาจจะไปแล้ว แยมหันกลับมาแล้วทำสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะเบะปากแล้วรีบลงลิฟต์ไป ถ้าหากว่าเขาไม่ไปจริงๆก็ดีนะสิรางบางเดินออกมาหน้าคอนโด ชุดเดรสของเธอกระโปรงไม่ยาวมาก ชายผ้าลอยอยู่เหนือเข่า เธอตั้งท่าจะเรียกรถผ่านแอป จึงหยิบมือถือจึ้นมาไถหน้าจอแยมตื่นตระหนก จู่ๆก็โดดดีดหน้าผากอย่างไม่ทันตั้งตัว นัยน์ตาคู่งามเบิกกว้างด้วยความตกใจ “รีบขึ้นรถ”สาวน้อยกำลังงุงงง ทว่าร่างสูงประม






reviews