Partager

ชีวิตใหม่

Auteur: Dragon Author
last update Date de publication: 2026-03-03 00:38:20

เมื่อความจริงทุกอย่างปรากฎ นิสาบอกตัวเองว่าเธอจะสู้และจะไม่ยอมแพ้ในโชคชะตานี้ 

รดามองเพื่อนที่นั่งอยู่เบาะคนขับก็อดเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้ถึงแม้จะไม่เห็นน้ำตาของเพื่อนก็ตามแต่ดูสภาพเพื่อนที่มีแต่ความเหนื่อยและอ่อนล้ากับเหตุการณ์เมื่อครู่“นิสาแกไหวหรือเปล่า ให้ขับรถไปรับลูกขวัญแทนแกดีกว่า” 

“ฉันไหว…” นิสาบอกเพื่อนขณะขับรถออกมาแล้ววนรถไปส่งเพื่อนเมื่อส่งเพื่อนเสร็จ เธอกลับหัวรถตรงดึงไปบ้านพ่อกับแม่ทันที

รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นขับเข้าไปจอดที่ลานหน้าบ้านปูนสองชั้นสีขาว ทันทีที่ลูกขวัญเห็นรถ เด็กน้อยจำได้ดีว่ารถใคร เสียงใสตะโกนขึ้นเสียงดังด้วยความดีใจพร้อมวิ่งออกมาหาแม่ที่รถ “แม่มาแล้ว” คุณตาคุณยายเห็นหลานวิ่งออกมาทั้งสองรีบวิ่งตามและมาหยุดที่รถของลูกสาวเช่นกัน

“ธุระเรียบร้อยแล้วเหรอลูก"เป็นแม่ที่ถามลูกสาว ขณะคนเป็นพ่อที่ตามหลังแม่มาติด ๆ เมื่อมาหยุดยืนต่อหน้าลูกสาว 

สายตาของพ่อสำรวจใบหน้าลูกสาวที่ซีดเซียวคราวนี้พ่อเลื่อนสายตาดูลูกสาวอย่างระเอียดพบว่าวันนี้ร่างกายดูอ่อนล้าไม่กระชับกระเฉิงเหมือนเก่าเหมือนลูกพบเจอปัญหาที่หนักหนาเขาจึงเอ่ยถามลูกด้วยความเป็นห่วง  “เหนื่อยเหรอลูกไม่สบายหรือมีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า”

แค่ได้ยินเสียงพ่อเท่านั้นแหละน้ำตาที่เก็บไว้ก่อนหน้าก็ไหลพร่ำพรูออกมาอย่างไม่ขาดสาย ลูกขวัญที่เห็นแม่ร้องไห้มือน้อยกอดเอวแม่ไว้เพื่อปลอบใจทันที 

“เป็นอะไรลูกร้องไห้ทำไม”คุณแม่ที่ยืนตกใจอยู่พอได้สติมือบางที่เหี่ยวย่นดึงลูกสาวเข้ามากอดพลางลูกหัวเพื่อปลอบและ ยิ่งแม่เอ่ยปลอบนิสาก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิมเธอบอกแม่ด้วยเสียงที่แผ่วเบาและสั่นเครือ

“ฮือ…ฮือ…นิสาไม่ไหวแล้วคะ”

“มีเรื่องอะไรไปคุยกันในบ้าน”คุณแม่บอกก่อนพาลูกสาวเข้าบ้านโดยมีคุณพ่อที่อุ้มหลานสาวอย่างน้องลูกขวัญเดินตามหลังมา

นิสาบอกเล่าเรื่องทุกอย่างให้พ่อและแม่ฟังอย่างละเอียดด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นตลอดเวลา ทั้งสองได้ฟังรู้สึกโกรธ พ่อของนิสาประกาศกร้าวว่าต่อไปนี้เจอหน้าไม่ทักทาย ตายก็ไม่เผาผี… ยังไม่จบแค่นั้นคนร้องไห้ยังบอกต่ออีกว่าอยากย้ายไปทำงานที่กรุงเทพไม่อยากอยู่ที่นี่ ที่ที่มีแต่ความทรงจำเก่า ๆ 

ทั้งสองที่ได้ยินรีบเอ่ยค้านทันทีและเป็นแม่ที่พูดขึ้นมาก่อนและเป็นพ่อที่พูดเสริม“ขายบ้านแล้วย้ายกลับมาอยู่กับพ่อกับแม่ก็ได้หลานคนเดียวพ่อแม่เลี้ยงได้จะหมดเงินสักเท่าไหร่กัน”

“จริงลูกพ่อไม่อยากให้ไปอยู่ไกลเพื่อเป็นอะไรขึ้นมาใครจะช่วยดูแล ถ้าอยู่ที่นี่ยังมีพ่อแม่ที่ช่วยดูแลได้”

“ให้สาไปนะคะพ่อ แม่อยู่ที่นี่ก็มีแต่ความทรงจำเก่า ๆ และที่นี่ก็เป็นจังหวัดเล็ก ๆ ไม่แน่อาจเดินเจอกันสักวันก็ได้ สาไม่อยากเห็นหน้าหรือรับรู้เรื่องของคนคนนั้นอีกต่อไปแล้ว”นิสายังยืนยันคำเดิม

พ่อแม่ได้ฟังแล้วคิดตาม ลมหายใจถูพ่นออกมาก่อนที่คนเป็นพ่อจะพูดบอกลูกสาว “ถ้างั้นก็ไปเถอะถ้าจะทำให้สาสบายใจ ไปอยู่ที่ไหนก็บอกพ่อกับแม่ด้วยเพื่อวันไหนพ่อกับแม่อยากไปเที่ยวหาจะได้ไปถูก”

 “คุณพ่อ…ขอบคุณพ่อกับแม่นะคะที่ยอมให้นิสาไป”

“นอนนี่แล้วกันนะพ่อแม่เป็นห่วงสากับหลาน”แม่เสนอความคิดทันทีนิสาก็ตอบรับทันทีเช่นกัน “คะ”

ภายในห้องนอนนิสา ร่างบางกอดลูกสาวไว้แนบอก แขนน้อยกอดเอวแม่ไว้ไม่ยอมปล่อยใบหน้าน้อยซบลงอกแม่ถึงไม่รู้ว่าแม่ร้องไห้เพราะอะไรเด็กน้อยไร้เดียงสา กอดแม่ไว้เพื่อปลอบเช่นกัน เวลานี้ลูกขวัญหลับไปแล้ว ขณะที่นิสาที่ร้องไห้จนดวงตาบอบซ้ำไม่สามารถปิดลงได้ นิสานอนคิดเหตุการณ์ตอนที่พาลูกพาเข้าในห้อง เด็กน้อยที่ไม่รู้เรื่องถามเธอ  “ทำไมเราต้องนอนบ้านตากับยายด้วย…แล้วถ้าพ่อกลับมาพ่อก็ไม่เจอเราสิคะ”

เธออึ้งกับคำถามลูกก่อนจะคิดหาคำพูดที่ไม่ทำให้ลูกรู้สึกเจ็บหรือน้อยใจเธอพูดอย่างอ่อนโยนพลางลูบหัวลูกไปด้วย“พ่อไม่ได้กลับมานอนบ้านคะลูก”

“คุณพ่อไปไหนคะแม่ ทำไมไม่กลับมานอนบ้าน” ลมหายใจสูดเข้าลึกก่อนที่ร่างบางจะย่อตัวลงในระดับเดียวกับลูกพลางเอ่ยบอกลูกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"คุณพ่อเขามีบ้านใหม่ที่ต้องไปดูแลค่ะ เหมือนในนิทานที่บางทีพระราชากับพระราชินีต้องแยกเมืองกันอยู่ แต่เมืองของแม่ลูกขวัญจะมีแม่ มีคุณยาย คุณตา และมีความรักให้ลูกขวัญเต็มไปหมดเลยนะคะ เราสองคนจะไปผจญภัยในเมืองใหญ่ด้วยกัน ดีไหมลูก?" มือบางดึงลูกสาวมากอดไว้แนบอกขณะลูกขวัญยื่นแขนเล็กกอดแม่เพื่อหาไออุ่น และนี่แหละ -อ้อมกอดของลูกสาวตัวน้อยคือพละกำลังเดียวที่ทำให้เธอไม่ล้มลง-

ดวงตาใสมองคนเป็นแม่ด้วยความสงสัย แต่ด้วยความอบอุ่นจากอ้อมกอดของแม่ทำให้ลูกขวัญพยักหน้ายอมรับในที่สุด

ในวันที่นัดหย่า นิสาสวมชุดสีขาวเรียบหรู ดูสง่าและไร้ร่องรอยของคนพ่ายแพ้ เธอเดินเข้าไปในที่ว่าการอำเภอพร้อมรดาและทนายความ เจนนั่งรออยู่ก่อนแล้วพร้อมกับเมย์ที่พยายามแสดงตัวเป็นเจ้าของด้วยการควงแขนเขาไว้แน่น

เจนเงยหน้ามองนิสา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดเมื่อเห็นความเด็ดเดี่ยวของภรรยาเก่า "สา... เรื่องบ้าน เรื่องเงิน..."เสียงเปล่งออกมาอย่างติดขัด

"ทนายจัดการไว้หมดแล้วเจน ฉันไม่ต้องการความสงสาร ฉันต้องการแค่สิ่งที่ฉันและลูกสมควรได้รับ" นิสาเซ็นชื่อลงในเอกสารอย่างไม่ลังเล วินาทีที่จรดปากกา เธอรู้สึกเหมือนโซ่ตรวนที่ล่ามเธอไว้กับคนทรยศได้ขาดสะบั้นลง

               ……………………………………………………

หลังจากวันนั้น นิสาตัดสินใจขายบ้านหลังที่เคยเต็มไปด้วยความทรงจำทั้งรักและแค้น เธอไม่ต้องการเห็นมุมห้องที่เขาเคยนั่ง หรือโต๊ะอาหารที่เขาขอหย่า ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเจนถูกเปลี่ยนเป็นทุนเพื่อชีวิตใหม่

เธอเก็บกระเป๋า พาน้องลูกขวัญ เดินทางมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ เมืองที่เต็มไปด้วยแสงสีและการแข่งขัน แต่มันคือที่ที่ไม่มีใครรู้จักเธอในฐานะ "ผู้หญิงที่ถูกทิ้ง"

บนรถที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ใจกลางเมืองหลวง ลูกขวัญหลับอยู่เบาะหลัง นิสามองออกไปนอกหน้าต่าง ดูตึกสูงที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า เธอรู้ว่าหนทางข้างหน้าในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยวอาจจะไม่พ้นขวากหนาม แต่ความเย็นชาในดวงตาเมื่อวานถูกแทนที่ด้วยประกายแห่งความหวัง

"ลาก่อนความเจ็บปวด... ต่อจากนี้จะมีแค่นิสากับลูกขวัญ และชีวิตที่ดีกว่าเดิม"

เธอกระชับมือน้อยๆ ของลูกสาวไว้แน่น พร้อมที่จะเปิดฉากชีวิตบทใหม่ในเมืองใหญ่ด้วยตัวเอง

ชีวิตในกรุงเทพฯ เริ่มต้นขึ้นด้วยจังหวะที่รวดเร็ว แต่นิสากลับรู้สึกมีอิสระอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอเลือกเช่าคอนโดมิเนียมย่านสุขุมวิทที่เน้นระบบรักษาความปลอดภัยเป็นเลิศและอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า เพื่อให้การเดินทางสะดวกที่สุดสำหรับเธอและลูกสาว

คอนโดชั้น 22 มองเห็นวิวเมืองกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา นิสาตกแต่งห้องด้วยโทนสีพาสเทลที่ลูกสาวชอบ "ห้องนอนใหม่ของหนูสวยไหมลูก?" "สวยมากค่ะแม่! มีดวงดาวบนเพดานด้วย" เด็กหญิงวัย 5 ขวบกระโดดโลดเต้นบนเตียงหลังใหม่ ความเศร้าจากการย้ายบ้านเริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยความตื่นเต้น

นิสาจัดการหาโรงเรียนอนุบาลเอกชนที่อยู่ห่างจากคอนโดเพียงไม่กี่กิโลเมตร เพื่อให้เธอสามารถไปรับไปส่งลูกได้ด้วยตัวเองทุกวันโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการจราจร

หลังจากจัดแจงเรื่องโรงเรียนให้ลูกลงตัว นิสาก็เริ่มใช้พรสวรรค์ด้านการตลาดออนไลน์ที่เธอมีอยู่เดิม สร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กขึ้นมา เธอเริ่มจากการคัดสรรอุปกรณ์เสริมทักษะและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเด็กสูตรออร์แกนิก

เธอใช้ชื่อแบรนด์ว่า “ N&L” หรือชื่อเต็มว่า “Nisa & Lukkwan” โดยให้ลูกขวัญเป็นนางแบบตัวน้อยในการรีวิวสินค้า

จากวันแรกที่มีผู้ติดตามและคนดูหลักสิบจนวันนี้มีผู้ติดตามหลักแสน เพราะนิสาไม่ได้แค่ขายของ แต่เธอ "ขายไลฟ์สไตล์แม่เลี้ยงเดี่ยวสายสตรอง" เธอแชร์เรื่องราวการเล่านิทาน การทำอาหารเช้าให้ลูก และการเลือกใช้ของดีๆ ทำให้คุณแม่คนอื่นๆ ในโลกโซเชียลต่างพากันกดติดตามด้วยความชื่นชม

เพียงไม่กี่เดือน ยอดสั่งซื้อถล่มทลายจนมุมหนึ่งของห้องนั่งเล่นในคอนโดกลายเป็นสต็อกสินค้าขนาดย่อม

คืนหนึ่ง หลังจากแพ็กของส่งลูกค้าเสร็จและส่งลูกขวัญเข้านอนแล้ว นิสานั่งจิบชาอยู่ที่ระเบียง มองดูแสงไฟจากตึกระฟ้า เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเห็นข่าวคราวของ "คนทางโน้น" ผ่านโซเชียลแวบหนึ่งว่ากำลังประสบปัญหาการเงินและมีปากเสียงกับเมียใหม่บ่อยครั้ง

นิสายิ้มบางๆ แล้วกดปิดหน้าจอไปอย่างไม่ใยดี

"ขอบคุณนะเจนที่ทิ้งกันในวันนั้น... ถ้าไม่มีวันนั้น ฉันคงไม่รู้ว่าตัวเองเก่งขนาดนี้"

ความสุขในตอนนี้ไม่ใช่การได้ล้างแค้น แต่คือการที่เธอสามารถสร้าง "โลกที่สมบูรณ์แบบ" ให้กับลูกสาวได้ด้วยมือของเธอเองเพียงคนเดียว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • รักครั้งใหม่ต้องไลไลกว่าเก่า   บทส่งท้าย

    บ่ายวันอาทิตย์ที่แสนสดใส ภายในคฤหาสน์นราวิชญ์ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเจ้าของห้องนอนเล็กอย่าง น้องกวิน ที่วันนี้ลุกขึ้นมาแต่งหล่อตั้งแต่ไก่โห่ เด็กน้อยตัวอ้วนกลมในวัย 8 ขวบ สวมเสื้อเชิ้ตลายสกอตทับด้วยสเวตเตอร์สีครีม ดูสะอาดสะอ้านและหล่อเหลาถอดแบบปะป๊าวิชมาเป๊ะ ๆ"ปะป๊าครับ ผมเซตผมตรงนี้หล่อหรือยัง" กวินเอ่ยถามพลางส่องกระจกเช็กความเรียบร้อยรอบที่สิบ"หล่อแล้วครับลูกพี่ แต่นี่เรานัดสาวมาบ้านนะ ไม่ได้ไปงานพรมแดง ใจเย็น ๆ ลูก" วิชหัวเราะร่าพลางตบบ่าลูกชายเบา ๆทันทีที่เสียงรถของครอบครัวณัฎเลี้ยวเข้ามาในรั้วบ้าน กวินก็แทบจะพุ่งตัวออกไปรอที่ประตูหน้าบ้านทันที นิสาที่เดินอุ้มเจ้าตัวเล็กลูกชายคนรองที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่นานเข้ามาในบ้าน โดยมี น้องลูกขวัญ เดินจูงมือของพ่ออย่างณัฎตามเข้ามาด้วยท่าทางเขินอาย"น้องลูกขวัญครับ! พี่กวินซื้อดอกไม้มาฝาก"กวินวิ่งเข้าไปหาเป้าหมายทันที พร้อมกับชูดอกกุหลาบสีแดงสดที่เขาอ้อนวอนให้ปะป๊าพาไปซื้อจากหน้าโรงเรียนเมื่อวานนี้ส่งให้เด็กหญิงตัวน้อย น้องลูกขวัญรับดอกไม้ไปด้วยท่าทางเก้อเขินก่อนจะขอบใจเบา ๆ ทำให้พี่กวินยิ้มแก้มปริจนเห็นลักยิ้มภาพเด็กสองคนจูงมือกัน

  • รักครั้งใหม่ต้องไลไลกว่าเก่า   งานแต่งงาน ( รดา - นราวิชญ์ )

    สามเดือนต่อมา... กาลเวลาหมุนผ่านนำพาความสุขมาสู่ชายหาดสีครามที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอรัก รดาในชุดเจ้าสาวแสนสวยเดินเคียงคู่มากับนราวิชญ์ เจ้าบ่าวที่ยิ้มกว้างอย่างมีความสุขที่สุดในชีวิต โดยมีไอ้ต้าวตัวอ้วนกลมอย่าง น้องกวิน ในชุดสูทจิ๋วรับหน้าที่สำคัญเป็นผู้เชิญแหวน เดินเตาะแตะนำหน้าด้วยท่าทางขึงขังจนแขกเหรื่อต่างพากันเอ็นดูในกลุ่มแขกเหรื่อที่มาร่วมยินดี นิสา เพื่อนรักของรดาเดินควงคู่มากับ ณัฎ สามีของเธอ พร้อมกับลูกสาวตัวน้อยอย่างน้องลูกขวัญ ถึงแม้นิสากำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ จนดูอิดโรยไปบ้าง แต่ใบหน้าเธอกลับประดับด้วยรอยยิ้มกว้าง"ดีใจด้วยนะรดา ในที่สุดแกก็มีความสุขจริงๆ เสียที" นิสาเอ่ยพลางกุมมือเพื่อนรักไว้แน่นขณะรดามองเพื่อนอย่างซึ้งใจ เพราะไม่คาดคิดว่าเพื่อนจะมางานของตัวเองก็ดูสิเพื่อนของเธอแพ้ท้องจนใบหน้าซีดเซียวเหมือนคนไม่มีแรงยังอุตส่าห์ หอบตัวเองมาร่วมงานอีก "ขอบใจมากนะนิสาที่อุตส่าห์มา ทั้งที่ยังแพ้ท้องอยู่แท้ๆ รดาเกรงใจจังเลย""เกรงใจอะไรกัน เพื่อนรักแต่งงานทั้งที ต่อให้แพ้ท้องจนเดินไม่ไหว ฉันก็นั่งรถเข็นมาหาแกจนได้แหละ!" นิสาบอกปนขำ ทำเอาสองสาวหัวเราะออกมาพร้อมกันในขณะที่ผู้ใหญ่กำล

  • รักครั้งใหม่ต้องไลไลกว่าเก่า   ค่ำคืนแสนหวาน

    ทันทีที่ถึงคอนโด นราวิชญ์ก็ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว เขาจัดการช้อนอุ้มร่างบางขึ้นในวงแขนกว้างแล้วสาวเท้าฉับๆ ตรงดิ่งเข้าห้องนอนด้วยความเร็วสูงจนรดาตั้งตัวไม่ทัน ทว่าทันทีที่แผ่นหลังบางสัมผัสกับความนุ่มของที่นอน คนตัวเล็กก็รีบเบี่ยงตัวหลบสัมผัสร้อนแรงนั้นทันควัน"ไหนว่าจะเล่าให้ฟังไงคะ! ตั้งแต่ขึ้นรถจนถึงห้อง พี่วิชยังไม่ยอมเล่าสักคำเลยนะคะ" รดาเอ่ยท้วงเสียงหลงพลางใช้มือยันหน้าอกเขาไว้ "ตกลงพี่รู้เรื่องที่สามีเขาตามมาได้ยังไง""โธ่... รดาครับ ขอพี่ก่อนได้ไหม พี่อยากทำรักกับรดาจะแย่แล้วเนี่ย”คนหน้าหล่อเอ่ยบอกเสียงอ้อนวอนใบหน้าที่ดี้ด้าในคราวแรกกับเศร้าสร้อยราวกับเด็กถูกขัดใจ แต่รดากลับลุกขึ้นนั่งตัวตรงกอดอก ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า"ถ้าไม่เล่าให้ฟังตอนนี้ ก็เชิญพี่วิชกลับไปนอนที่บ้านเลยค่ะ! รดาจะล็อกห้องด้วย" เธอสั่งเสียงเข้มพลางชี้นิ้วไล่ไปทางประตู"โอเคครับๆ เล่าแล้วครับ ยอมแพ้แล้ว" วิชหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดูพลางเอื้อมมือไปบีบจมูกรั้นๆ ของคนช่างซักอย่างหยิกแกมหยอกนราวิชญ์จำต้องยอมจำนน เขาขยับขึ้นไปนั่งพิงหัวเตียงแล้วรั้งร่างบางเข้ามากอดไว้ในอ้อมอก ก่อนจ

  • รักครั้งใหม่ต้องไลไลกว่าเก่า   กำจัดศัตรู

    ภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดันจนน่าอึดอัด นราวิชญ์ ประธานหนุ่มผู้นิ่งขรึมนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้เรียบเฉยทว่านัยน์ตากลับวาวโรจน์ด้วยรังสีคุกคาม เขาต่อสายเรียก ‘ชัย’ ลูกน้องคนสนิทให้เข้ามาพบทันที"ไปสืบเรื่องวิไลลักษณ์มาให้ละเอียดที่สุด... ฉันต้องการรู้ทุกย่างก้าวของเขานับตั้งแต่ทิ้งกวินไปจนถึงวินาทีที่เหยียบสนามบินสุวรรณภูมิ หาจุดอ่อนของเขามาให้ได้!" น้ำเสียงทุ้มสั่งการเฉียบขาดขณะลูกน้องคนสนิทรับปากก่อนจะเดินออกไปทำงานตามที่เจ้านายสั่งเพียงไม่กี่ชั่วโมง ร่างสูงของชัยก็กลับเข้ามาพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึก ข้อมูลภายในทำให้รอยยิ้มเย็นเยือกปรากฏขึ้นบนมุมปากของนราวิชญ์ทีละน้อย"ได้เรื่องแล้วครับนาย... เรื่องที่เธออ้างว่าเลิกกับสามีฝรั่งเพราะเข้ากันไม่ได้น่ะเรื่องโกหกทั้งนั้น จริงๆ แล้วเธอไปแอบมีชู้เป็นหนุ่มบาร์จนสามีมหาเศรษฐีชาวเยอรมันจับได้ รายนั้นโหดเอาเรื่องครับ เขาซ้อมเธอจนปางตายแล้วสั่งขังไว้ในคฤหาสน์ตัดขาดการติดต่อทุกทาง"ชัยรายงานและเว้นวรรคเล็กน้อยก่อนจะขยับแว่นตา "แต่เมื่อเดือนก่อน เธออาศัยจังหวะที่การ์ดเผลอ

  • รักครั้งใหม่ต้องไลไลกว่าเก่า   ความสุขกลับมาอีกครั้ง

    รดาหัวเราะร่าด้วยความเอ็นดู เธอใช้มือบางประคองใบหน้ากลมพ่วงของเด็กน้อยขึ้นมาแล้วกดจมูกหอมแก้มยุ้ย ๆ ของลูกชายเป็นการตอบแทนอย่างหนักแรง จนคนตัวโตที่นั่งดูอยู่ข้าง ๆ เริ่มรู้สึกว่าตัวเองถูกทอดทิ้งเข้าเสียแล้ว"หอมแต่ลูก... แล้วปะป๊าไม่ได้รับอนุญาตให้หอมบ้างเหรอครับ?"นราวิชญ์แกล้งทำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจ พลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้หวังจะได้รับส่วนแบ่งความรักบ้างรดาเหลือบมองคนขี้อ้อนก่อนจะหลุดยิ้มหวาน เธอโน้มตัวไปประทับจูบแผ่วเบาที่แก้มสากที่มีไรหนวดจาง ๆ ของเขา "หอมแล้วค่ะ... พอใจหรือยังคะ?""นิดหน่อยครับ แต่ถ้าได้ทานฝีมือรดาด้วย พี่คงหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลย"คนที่ได้รับจูบพูดออกมาพลางยิ้มออกมาจนตาหยี"ถ้าอย่างนั้น เช้านี้รดาทำอาหารให้ทานนะคะ" รดาเสนอพลางลุกขึ้นยืนเตรียมตัวเข้าครัวทว่าไอ้ต้าวตัวอ้วนกลมที่นั่งอยู่ตรงกลางกลับรีบชูมือสลอน "น้องกวินช่วยด้วย! น้องกวินอยากเป็นลูกมือหมามี้รดาครับ แล้วหมามี้รู้ไหม... ปะป๊าทำไข่เจียวอร่อยที่หนึ่งในโลกเลยนะ!"ไอ้ต้าวตัวอ้วนกลมพูดพลางยกมือชูนิ้วโป้งสั้นป้อมชมปะป๊าตัวเองขณะที่คำชมของลูกชายทำเอานราวิชญ์ยืดอกอย่างภูมิใจ "ในเมื่อลูกเชียร์ขนาดนี้ พี่คงต้องโช

  • รักครั้งใหม่ต้องไลไลกว่าเก่า   ปลอบขวัญ

    เมื่อเห็นว่ารดาเริ่มสงบลงและยอมซุกหน้ากับอกเขาอย่างคนยอมจำนน นราวิชญ์ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกอย่างที่สุด เขาค่อยๆ ช้อนอุ้มร่างบางที่ยังคงสะอื้นเบาๆ ไปวางลงบนเตียงกว้างอย่างทะนุถนอม โดยมีร่างของน้องกวินนอนหลับสนิทอยู่อีกฟากหนึ่งคนตัวโตไม่ได้ถอยห่าง แต่เขากลับทิ้งตัวลงนอนเคียงข้าง รั้งร่างบางของคนขี้แยเข้ามาในอ้อมกอดอีกครั้ง คราวนี้รดาไม่ได้ขัดขืน เธอเพียงแต่ซบหน้าลงกับไหล่หนา ปล่อยให้เขาลูบผมปลอบประโลมอย่างนุ่มนวล"ร้องข้ามวันข้ามคืนแบบนี้ พี่ใจจะขาดนะรู้ไหม" เสียงทุ้มกระซิบชิดใบหู "รดาสำคัญกับพี่มากนะ... มากจนพี่ไม่มีวันยอมให้เรื่องบ้าๆ พวกนี้มาทำให้เราหลุดมือไปเด็ดขาด"ใบหน้าหวานเงยขึ้นมองคนหน้าหล่อที่จ้องเธออยู่ก่อนแล้ว ดวงตาของเขาไม่มีแววล้อเล่น มีเพียงความรักและความอ้อนวอนที่เปี่ยมล้น "รดาขอโทษคะ... รดาแค่กลัว กลัวว่ารดาจะเป็นได้แค่คนคั่นเวลาตอนที่พี่เหงา"เสียงหวานพูดอย่างแผ่วเบาในสิ่งที่ตัวเองคิด"คนคั่นเวลาที่ไหนจะทำให้พี่คลั่งได้ขนาดนี้ครับ?" นราวิชญ์ยิ้มบางๆ พลางใช้นิ้วโป้งเกลี่ยหยาดน้ำตาที่ข้างแก้มเธอออกอย่างเบามือ "คืนนี้พี่จะไม่ไปไหน พี่จะอยู่ตรงนี้... กอดรดาไว้แบบนี้ทั

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status