Se connecterชีวิตที่ใช่ร่วมกันตลอดหลายปีที่ผ่านมาไหลย้อนกลับมาทำร้ายซ้ำๆ คำถามเดียวที่วนเวียนอยู่ในหัวคือ ~เราพลาดตรงไหน~ จนกระทั่งความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ฉุดให้เธอจมดิ่งสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกับลูกสาวในอ้อมกอด
เช้าวันใหม่เข้ามาเยือน…แสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านผ้าม่านหน้าต่างไม่ได้ทำให้ใจของนิสาสว่างขึ้นเธอลุกขึ้นมาด้วยดวงตาที่บวมช้ำและหัวใจที่หนักอึ้ง วันนี้เธอตัดสินใจที่จะปิดร้าน…นิสาพาลูกขวัญไปส่งที่บ้านแม่ของเธอ "ฝากลูกขวัญด้วยนะแม่ สาทำธุระแป๊บเดียว เดี๋ยวกลับมารับ" นิสาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยจนแม่ของเธอสังเกตได้ถึงความผิดปกติ แต่เธอก็ไม่ได้อธิบายอะไรมากกว่านั้น “ได้ลูกไปทำธุระเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงลูกขวัญเดี๋ยวแม่ดูให้เอง/ไปเถอะลูกขวัญคุณตาซื้อขนมไว้ให้หนูเยอะแยะเลยนะมีแต่ของที่หนูชอบทั้งนั้นเลย”แม่ของนิสาเอ่ยบอกให้ลูกสาวได้สบายใจก่อนจะจูงมือหลานรักเข้าบ้าน ขณะลุกขวัญโบกมือบ๊ายบายแม่ก่อนจะเห็นว่าแม่ตัวเองยิ้มให้แล้วขับรถออกไป เด็กน้อยจึงเดินกอดตุ๊กตาหมีตัวโปรดเดินเข้าบ้านคุณยาย นิสาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหา รดา เพื่อนสนิทที่รู้ใจที่สุด "รดาแกอยู่บ้านไหมออกมาหน่อยฉันจอดรถอยู่หน้าบ้านแก" “อยู่…รอแป๊บนะ”รดาบอกเพื่อนก่อนจะรีบเดินออกมาจากในบ้านด้วยความสงสัย ขณะที่นิสาลดกระจกลงกวักมือเรียกเพื่อนให้เขามาภายรถ “แกเป็นอะไร ทำไมตาบวมแล้วน้องลูกขวัญไม่ได้มาด้วยเหรอ”รดาถามเพื่อนหลังจากเข้ามาภายในรถเธอส่องสายตาสำรวจเพื่อนอย่างละเอียด ถึงแม้เพื่อนจะส่วมแว่วตาสีดำกันแดดปกปิดแต่ก็ไม่สามารถพ้นสายตาเพื่อนอย่างเธอได้ “เดียวฉันเล่าให้แกฟังระหว่างทางนะ…ตอนนี้แกไปที่ทำงานพี่เจนเป็นเพื่อนฉันก่อน”พูดจบปลายเท้าเหยียบลงที่คันเร่งก่อนรถจะเคลื่อนตัวออกจากหน้าบ้านเพื่อนรักโดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ทำงานของสามี ระหว่างทางนิสาเล่าเรื่องทุกอย่างที่เจอเมื่อวานให้เพื่อนรักฟังอย่างละเอียด “แม่งชัวจริง ๆ เหตุผลควาย ๆ บอกมาได้ว่าไม่ได้รักแล้ว ฉันไม่เชื่อหลอก…แล้วแกไหวแน่นะ”รดาเผยหลุดด่าสามีเพื่อนหลังจากฟังเรื่องของเพื่อนรักจบด้วยความโกรธก่อนจะเอ่ยถามเพื่อนด้วยความห่วงใย “ยังไหวอยู่ ฉันแค่อยากจะถามพี่เจนว่าฉันผิดอะไร ฉันสงสารลูกขวัญที่ครอบครัวจะไม่อบอุ่นเหมือนเดิมแล้ว”นิสาบอกเพื่อนเป็นเวลาที่รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นสีบรอนซ์เทาขับถึงหน้าที่ทำงานของสามี นิสานั่งนิ่งอยู่เบาะหน้า ดวงตาจ้องเขม็งไปที่ประตูทางเข้าโรงงาน ความเสียใจเมื่อคืนถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาและความต้องการ ~คำตอบ~ "สา... แกแน่ใจนะว่าทำแบบนี้แล้วจะดี?" รดาถามด้วยความเป็นห่วง ขณะที่ดับเครื่องยนต์ดักรออยู่ในมุมมืดของลานจอดรถ “ฉันแน่ใจ เขาไม่มีสิทธิ์ที่มาพูดแบบนั้นต่อหน้าลูก”นิสาบอกเพื่อนด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เขาไม่มีสิทธิ์ทิ้งขยะไว้ในบ้านแล้วเดินสะบัดก้นออกไปเฉยๆ ถ้าเขาอยากจบ เขาต้องสบตาฉันแล้วพูดความจริงออกมาให้หมด" เวลาผ่านไปไม่นาน รถยนต์สีดำที่คุ้นเคยก็เลี้ยวเข้ามาจอดในที่ประจำ เจนเดินลงมาจากรถด้วยท่าทางอิดโรย เขาดูไม่ได้นอนมาทั้งคืนเช่นกัน แต่ทันทีที่เขาปิดประตูรถ นิสาก็เปิดประตูรถพุ่งตรงเข้าไปหาเขาทันที "เจน!" เสียงเรียกของนิสาทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งสุดตัว เขาหันมามองด้วยความตกใจ "สา... คุณมาที่นี่ได้ยังไง?" "เรายังมีเรื่องต้องคุยกัน" นิสายืนประจันหน้า ระยะห่างที่เคยมีความรักกั้นอยู่ บัดนี้กลับมีแต่กำแพงน้ำแข็ง "เมื่อคืนคุณมาบอกความต้องการแล้วคุณก็หนีไป แต่คุณยังไม่ได้บอกฉันเลยว่า “ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร” เจนชะงักไป แววตาที่ลุกลี้ลุกลนของเขาบอกนิสาทันทีว่าข้อสันนิษฐานของเธอนั้นถูกจุด รดาเดินตามมาสมทบยืนอยู่ข้างเพื่อนรัก พร้อมที่จะเป็นพยานและเป็นโล่ให้กับนิสาในเช้าที่แสนหดหู่นี้ บรรยากาศในลานจอดรถที่เคยเงียบเชียบกลับร้อนระอุขึ้นมาทันที เมื่อเสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นปูนดังใกล้เข้ามา เมย์ เดินถือแก้วกาแฟเข้ามาด้วยท่าทางมั่นใจ เธอหยุดชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นนิสายืนเผชิญหน้ากับเจน แต่แทนที่จะหลบเลี่ยง เธอกลับเชิดหน้าขึ้นแล้วเดินเข้ามายืนข้างกายเจนอย่างถือดี "มีอะไรกันหรือเปล่าคะเจน? ทำไมวันนี้มาสายละค่ะ" เมย์ถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน พร้อมกับปรายตามองนิสาด้วยสายตาเหยียดหยาม ขณะนิสากำหมัดแน่น หัวใจเต้นระรัว "นี่ใช่ไหม... เหตุผลที่คุณทิ้งลูกทิ้งเมียเมื่อคืน? ผู้หญิงคนนี้ใช่ไหมเจน!" เจนอึกอัก ใบหน้าถอดสี "สา... กลับไปก่อนเถอะ อย่ามาทำเรื่องงามหน้าแถวนี้เลย" "เรื่องงามหน้าเหรอ?" นิสาแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา "คนที่ทำเรื่องงามหน้าคือคุณกับแม่นี่! แอบกินกันลับหลังฉันมานานแค่ไหนแล้ว!" เมย์กอดอก พ่นลมหายใจออกมาอย่างรำคาญ "เลิกโวยวายเหมือนนางเอกละครหลังข่าวเถอะค่ะคุณนิสา คนหมดใจรั้งไปก็ไร้ประโยชน์ เจนเขาเลือกฉันแล้ว คุณควรจะเซ็นหย่าให้มันจบๆ ไปนะคะ" "เธอมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน!" นิสาตวาดกลับ รดาเพื่อนสนิทรีบเข้ามาคว้าแขนนิสาไว้เพื่อดึงสติ แต่เมย์กลับแสยะยิ้มแล้วค่อยๆ ลูบหน้าท้องที่ยังดูราบเรียบของตัวเองอย่างจงใจ "ฉันมีสิทธิ์แน่ค่ะ... เพราะตอนนี้ ฉันกำลังท้องลูกของเจนอยู่" คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางวง นิสาหน้าชาจนไร้ความรู้สึก เธอหันไปมองเจนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตัดพ้อและขยะแขยง "เจน... จริงเหรอ? ที่คุณรีบหย่า เพราะจะไปรับผิดชอบลูกคนใหม่ ทั้งที่น้องลูกขวัญยังนั่งกินข้าวรอคุณอยู่เนี่ยนะ!" "สา ฟังนะ... ผมไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้" เจนพยายามจะอธิบายแต่เมย์กลับขัดขึ้น "ไม่ต้องอธิบายหรอกค่ะเจน เมย์ไม่อยากให้ลูกในท้องต้องมาฟังเรื่องไร้สาระ" เมย์หันไปจ้องหน้านิสา "คุณมันก็แค่ของเก่าที่หมดอายุ ลูกขวัญก็แค่โซ่ตรวนที่เจนเขาไม่อยากล่ามไว้แล้ว อย่าให้เด็กต้องมาลำบากเพราะความดื้อรั้นของคุณเลย เซ็นหย่าซะ แล้วไปใช้ชีวิตของคุณ!" "สารเลว!" รดาทนไม่ไหวพุ่งตัวไปข้างหน้า "เธอมันหน้าด้าน! แย่งผัวชาวบ้านแล้วยังกล้าเอาเด็กมาอ้างอีกเหรอ!" "รดา พอ!" นิสาสั่งเพื่อนเสียงเรียบ แต่ดวงตาของเธอกลับนิ่งสงบจนน่ากลัว เธอจ้องไปที่เจนและเมย์สลับกัน "ในเมื่อพวกคุณอยากได้กันจนตัวสั่น และมีชีวิตใหม่ที่รออยู่... ได้"นิสาสูบหายใจเข้าลึกก่อนจะประกาศกร้าว "ฉันจะหย่าให้ แต่จำไว้เถอะนะเจน... ลูกที่เกิดจากความผิดศีลธรรมแบบนี้ วันหนึ่งคุณจะรู้ว่าความสุขบนน้ำตาคนอื่นมันไม่ได้ยั่งยืน และอย่าหวังว่าฉันจะให้คุณได้เจอลูกขวัญอีกเลยตลอดชีวต” คำประกาศกร้าวของนิสาที่ว่าจะไม่ให้เขาเจอน้องลูกขวัญอีกตลอดชีวิต ราวกับเป็นกระสุนที่เจาะทะลุเกราะความใจดำของเจน แววตาที่เคยมุ่งมั่นจะเลิกรากลับสั่นระริกขึ้นมาทันที ภาพใบหน้าเล็กๆ ของลูกสาวตอนชวนเขาจากโต๊ะอาหารว่า "หิวไหมคะ มากินข้าวผัดกุ้งกับลูกขวัญดีกว่า คุณแม่ทำข้าวผัดให้ลูกขวัญอร่อยมาก" ผุดขึ้นมาซ้อนทับกับใบหน้าเย็นชาของภรรยาในตอนนี้ เจนขยับเท้าจะก้าวตามนิสาไปโดยสัญชาตญาณ "สา... เดี๋ยวสิ เรื่องลูกขวัญมันไม่เกี่ยว..." "เจนคะ! จะไปไหน!" เมย์คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเขา เล็บยาวสวยจิกสีกระชากให้เขาหันกลับมา "ปล่อยเขาไปสิคะ เขาแค่อยากขู่ให้คุณกลัวแค่นั้นแหละ อย่าลืมสิว่าตอนนี้ในท้องเมย์ก็มีลูกของคุณอยู่นะ คุณจะทิ้งเมย์กับลูกไปหาคนที่หมดรักแล้วเหรอ?" "แต่ลูกขวัญก็ลูกผมนะเมย์..." เอกตอบเสียงแผ่ว สายตายังคงทอดมองตามแผ่นหลังของนิสาที่เดินห่างออกไปทุกที นิสาหยุดเดินชั่วครู่แต่ไม่หันกลับมามอง เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ได้ยินกันแค่สามคน "เมื่อคืนคุณเลือกทิ้งลูกขวัญเพื่อจะเดินออกจากบ้าน... วันนี้คุณก็แค่เลือกทิ้งแกอีกครั้งเพื่อผู้หญิงคนนี้ มันชัดเจนตั้งแต่วินาทีที่คุณขับรถออกไปแล้วเจน" "สา! ผมไม่ได้อยากทิ้งลูก!" เจนตะโกนก้องลานจอดรถ ความสับสนตีรวนจนเขาดูเหมือนคนเสียสติ เขาพยายามจะแกะมือของเมย์ออก แต่เมย์กลับโถมตัวเข้ามากอดแขนเขาไว้แน่นกว่าเดิม "เจน! ดูเมย์สิคะ! ลูกของเราสำคัญที่สุดนะ" เมย์เค้นเสียงกดดัน แววตาของเธอไม่มีความสงสารให้ใครนอกจากความต้องการจะชนะ "ถ้าคุณเดินตามเขาไปตอนนี้ เมย์จะถือว่าคุณไม่รับผิดชอบลูกในท้องของเมย์!" เจนยืนนิ่งงัน ร่างกายเหมือนถูกแยกออกเป็นสองซีก ฝั่งหนึ่งคือความผิดชอบชั่วดีต่อลูกสาวที่เขาอุ้มชูมา 5 ปี อีกฝั่งคือภาระใหม่และตัณหาที่เขาสร้างขึ้นมาเอง เขาทำได้เพียงมองดูนิสาเปิดประตูรถของรดาแล้วก้าวขึ้นไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตามามองเขาเป็นครั้งสุดท้าย ปัง! เสียงปิดประตูรถดังสนั่นสะท้อนในใจของเจน รถของรดาเคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เขายืนอยู่ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นอย่างเจ็บปวด และแรงบีบคั้นจากมือของหญิงชู้ที่คอยเตือนว่า... เขาได้สูญเสีย "บ้าน" ที่แท้จริงไปแล้วตลอดกาลเช้าวันเปิดตัวผลิตภัณฑ์ "Nisa & Lukkhwan" บรรยากาศบริเวณลานโปรโมชันของห้างสรรพสินค้าถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวนในเทพนิยาย เน้นโทนสีพาสเทลและวัสดุธรรมชาติที่ดูละมุนตา สมกับที่เป็นผลิตภัณฑ์ออแกนิกสำหรับเด็กที่นิสาตั้งใจปั้นมากับมือ คุณหญิงดารินทร์ ในชุดลำลองที่ดูหรูหราแต่กลมกลืนกับลูกค้าทั่วไป เดินก้าวเข้ามาในห้างพร้อมกับ ณิชา ทั้งคู่เลือกมุมนั่งในร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามที่สามารถมองเห็นเหตุการณ์ในบูธได้อย่างชัดเจน ภาพที่ปรากฏต่อสายตาคุณหญิงคือ นิสา ในชุดเดรสสีเขียวใบไม้ขจี เธอกำลังก้มลงไปคุยกับเด็กเล็กๆ ที่มาร่วมงานด้วยระดับสายตาเดียวกัน มือบางลูบศีรษะเด็กอย่างอ่อนโยนขณะอธิบายคุณสมบัติของแป้งออแกนิกให้คุณแม่ท่านหนึ่งฟัง "แม่ดูสิคะ" ณิชากระซิบพลางชี้ให้ดู "สายตาที่คุณนิสามองเด็กๆ มันคือความจริงใจนะคะแม่ คนที่มีลูกเองเขาจะรู้ซึ้งถึงความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์มากกว่าใครเพื่อน" คุณหญิงดารินทร์นิ่งเงียบ แววตาที่เคยแข็งกร้าวเริ่มมีความลังเล เธอสังเกตเห็นว่านิสาไม่ได้ทำเพียงแค่หน้าที่เจ้าของแบรนด์ แต่เธอยังช่วยพนักงานยกของ จัดเรียงสินค้า และรับมือกับลูกค้าที่จู้จี้ด้วยความใจเย็นและรอยยิ้มที่สุภาพตลอดเ
ภายในบริเวณบูธขายของที่เพิ่งผ่านพายุอารมณ์มาหมาดๆ รดาเดินเข้ามาโอบไหล่บางของเพื่อนไว้เพื่อปลอบใจ เวลานี้นิสายังคงยืนตัวสั่นเทาด้วยความกลัว "สา... แกพาลูกขวัญกลับไปพักผ่อนที่คอนโดก่อนเถอะ ทางนี้เดี๋ยวฉันกับทีมงานจัดการเคลียร์สต็อกและจัดร้านต่อเอง พรุ่งนี้เช้าค่อยว่ากัน" คนเป็นเพื่อนเอ่ยบอกเสียงนุ่มด้วยความเป็นห่วงก่อนจะหันไปฝากฝังกับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ที่ไว้ใจที่สุดในตอนนี้ "คุณณัฎคะ รดาฝากไปส่งสาและหลานหน่อยนะคะ สภาพจิตใจสาตอนนี้ไม่น่าจะขับรถไหว" "ไม่ต้องห่วงครับคุณรดา ผมจะดูแลอย่างดีที่สุด" ณัฎตอบรับทันที เขาประคองนิสาและอุ้มน้องลูกขวัญมุ่งหน้าไปยังรถส่วนตัวเพื่อส่งเธอกลับสู่พื้นที่ปลอดภัย ในขณะที่โลกของนิสากำลังจะเริ่มสงบลง อีกด้านหนึ่งของเมือง ภายในคฤหาสน์หรูที่เงียบสงัด คุณหญิงดารินทร์แม่ของณัฐ นั่งอยู่บนเก้าอี้หลุยส์ตัวโปรด มือเหี่ยวที่ประดับด้วยแหวนเพชรเม็ดงามสั่นเล็กน้อยขณะเลื่อนหน้าจอมือถืออ่านพาดหัวข่าวบันเทิงที่กำลังเป็นไวรัล ‘หลุดช็อตฟิน! ไฮโซทายาทห้างดังรุกจีบเจ้าของแบรนด์แม่ลูกอ่อนกลางห้าง สายตาแบบนี้... แฟนแน่นอนไม่ต้องสืบ!’ คุณหญิงดารินทร์ขมวดคิ้วมุ่น หัวใจขอ
สภาพห้องเช่าหลังตลาดที่ทั้งแคบและอับชื้นคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้าและบุหรี่ ร่างหนาของเจน คลานกลับเข้ามาในห้องด้วยสภาพที่ดูไม่ได้ เสื้อผ้าขาดกะรุ่งกะริ่ง ใบหน้าบวมเป่งและเขียวช้ำจนเสียโฉม เขาพยายามพยุงตัวไปนั่งที่มุมห้องอย่างหมดแรงเมย์ ที่นั่งไขว่ห้างทาเล็บสีแดงสดอยู่บนโซฟาเก่าๆ ปรายหางตามองสามีคนใหม่ด้วยความรำคาญใจ แทนที่จะเป็นห่วง เธอกลับแค่นยิ้มเยาะและพ่นลมหายใจออกมาอย่างขัดใจ"โถ่... สภาพ! ไปหาเมียเก่าท่าไหนถึงได้สะบักสะบอมกลับมาเป็นหมาถูกรถชนแบบนี้ฮะ?" เมย์จีบปากจีบคอถามพลางสะบัดมือให้เล็บแห้ง "แล้วเงินล่ะ? ห้าแสนที่คุยไว้น่ะ ได้มาสักบาทไหม!""มึงหุบปากไปเลยเมย์!" เจนตะคอกกลับเสียงพร่า แต่มันแฝงไปด้วยความหวาดกลัวที่ยังฝังใจ "ก็เพราะมึงนั่นแหละยุกู! ดีเท่าไหร่แล้วที่พวกมันไม่ลากกูไปส่งตำรวจ!"เจนหลับตาลง ภาพเหตุการณ์ในมุมมืดหลังห้างยังคงตามหลอกหลอนเขา บอดี้การ์ดร่างยักษ์ของณัฎไม่ได้แค่ขู่ แต่พวกมันลงมือหนักหน่วงจนเขาแทบขาดใจ ทุกหมัดที่กระแทกเข้ามาเหมือนจะย้ำเตือนถึงความโอหังของเขา ก่อนที่หัวหน้าบอดี้การ์ดจะกระชากคอเสื้อเขาขึ้นมาพูดประโยคที่ทำให้เขาชาไปทั้งตัว"เจ้านายฉันบอกว่า... ท
นิสากำมือแน่นจนเริ่มซึมไปด้วยเหงื่อ ความกังวลฉายชัดในแววตาจน รดา เพื่อนสนิทต้องดึงตัวเธอไปสงบสติอารมณ์ที่หลังร้าน"สา... ฉันว่าเรื่องนี้มันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะ" รดาเอ่ยด้วยความเป็นห่วง "ที่ไอ้เจนมันขู่เรียกเงินน่ะเรื่องหนึ่ง แต่ที่ฉันห่วงที่สุดคือมันจะเข้าถึงตัวลูกขวัญ แกต้องระวังตัวนะ"รดาเตือนเพื่อนด้วยความหวังดีคำพูดของรดาเหมือนปลุกสัญชาตญาณแม่ นิสารีบดูนาฬิกาแล้วตัดสินใจไปรับลูกขวัญที่โรงเรียนไวกว่าปกติทันที เธออุ้มลูกสาวขึ้นรถด้วยความระแวงสายตาคนรอบข้าง ก่อนจะพามุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าเพื่อเช็กพื้นที่วางสินค้าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนวันเปิดตัวจริง โดยหวังว่าระบบรักษาความปลอดภัยของห้างจะช่วยให้เธอรู้สึกอุ่นใจขึ้นทว่าในขณะที่เธอกำลังยืนเช็กการวางดิสเพลย์ด้วยท่าทางเหม่อลอยและสีหน้าตึงเครียดร่างสูงในชุดสูทสีกรมท่ามาดเนี้ยบก็เดินตรงเข้ามาหาเธอ"คุณนิสาครับ" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยทำให้คนที่ยืนเหม่อลอยสะดุ้งโหยงตกใจ มือบางหยุดชะงักก่อนจะค่อย ๆ หันไปมองอย่างช้า ๆ ทว่าคนที่เอ่ยเรียกกับมาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังจ้องมองเขาไปดวงตาที่วูบไหวและเหมือนเขาจะค้นพบอะไรบ้างอย่างที่เ
บรรยากาศในมุมกึ่งส่วนตัวของห้างสรรพสินค้ากำลังเต็มไปด้วยมวลความสุขที่ชวนให้คนมองใจฟั่นเฟือน ณัฎที่สวมใส่ชุดลำลองแสนสบาย กลับใช้สายตาที่แพรวพราวและน้ำเสียงทุ้มนุ่มคอยรุกจีบนิสาอย่างไม่ลดละ ร่างสูงโน้มตัวต่ำลงมาหาคนเขินเล็กน้อยจนระยะห่างลดน้อยลงทุกที"ถ้าคุณนิสาเอาแต่เขินหน้าแดงแบบนี้ ผมจะถือว่าคุณเริ่มเปิดใจให้ผมแล้วนะครับ" ณัฎกระซิบเบา ๆ คนได้ฟังถึงกับไปไม่เป็น เธอได้แต่ยืนก้มหน้า บิดชายเสื้อตัวเองเบาๆ และเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาที่ร้อนแรงคู่นั้น ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนนวลแก้มจนซับสีแดงระเรื่อ ท่าทางประหม่าราวกับสาวน้อยแรกรักของเธอทำเอาณัฎถึงกับหลุดยิ้มด้วยความเอ็นดูแต่ทว่า ในจังหวะที่โลกทั้งใบเหมือนจะมีแค่เขาสองคน ช่างภาพปาปารัสซี่ จากสำนักข่าวบันเทิงชื่อดังที่แอบซุ่มอยู่หลังเสาต้นใหญ่ ก็ไม่ปล่อยให้ภาพ "ช็อตเด็ด" หลุดมือไป เขาบรรจงกดชัตเตอร์รัวบันทึกภาพทุกอิริยาบถ ทั้งตอนที่ณัฎโน้มตัวเข้าใกล้ และตอนที่นิสาหันหน้าหนีด้วยความอายเพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้น รูปภาพเหล่านั้นก็ถูกอัปโหลดขึ้นโลกโซเชียลพร้อมหัวข้อข่าวที่ร้อนแรงที่สุดของวัน:‘หลุดช็อตฟิน! ไฮโซทายาทห้างดังรุกจ
เช้าวันรุ่งขึ้น ณัฐไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เขาใช้ข้ออ้างเรื่อง ‘การสำรวจพื้นที่จริง’ เพื่อที่จะได้เห็นใบหน้าหวานๆ ของเจ้าของแบรนด์อีกครั้ง เขาต่อสายตรงหานิสาด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นงานเป็นการ แต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน"คุณนิสาครับ วันนี้ช่วงบ่ายพอจะมีเวลาไหม? ผมอยากให้คุณเข้ามาดูทำเลที่จะวางเคาน์เตอร์ Nisa & Lukkhwan ด้วยตัวเอง เราจะได้ปรึกษาเรื่องการตกแต่งร้านให้ตรงกับคอนเซปต์ของคุณที่สุด... อ้อ พานางแบบตัวน้อยมาวิ่งเล่นด้วยก็ได้นะครับ ผมเตรียมโซนรับรองไว้ให้แล้ว"นิสาตกปากรับคำ ก่อนนิสาจัดการเปลี่ยนจากชุดลำลองสำหรับแพ็กของ มาเป็นชุดที่ดูภูมิฐานแต่ยังคงความอ่อนหวาน เธอเลือกสวม ชุดเดรสสีครีมเข้ารูป ตัดเย็บด้วยผ้าเนื้อดีที่ดูเรียบหรู เสริมบุคลิกด้วยรองเท้าส้นสูงสีนู๊ดที่ทำให้เธอดูเป็นนักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ส่วน น้องลูกขวัญ เธอก็จับแต่งตัวด้วยชุดกระโปรงฟูฟ่องสีชมพูอ่อน พร้อมติดโบสีเข้าชุดกันจนดูเหมือนตุ๊กตาเดินได้"รดา แกแน่ใจนะว่าไม่ไปดูด้วยกัน?" นิสาหันไปถามเพื่อนสนิทอีกครั้งขณะที่กำลังเช็กความเรียบร้อยของเครื่องสำอางหน้ากระจกรดา เงยหน้าขึ้นจากกองกล่องพัสดุแล้วโบกมื







