เข้าสู่ระบบชีวิตที่ใช่ร่วมกันตลอดหลายปีที่ผ่านมาไหลย้อนกลับมาทำร้ายซ้ำๆ คำถามเดียวที่วนเวียนอยู่ในหัวคือ ~เราพลาดตรงไหน~ จนกระทั่งความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ฉุดให้เธอจมดิ่งสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกับลูกสาวในอ้อมกอด
เช้าวันใหม่เข้ามาเยือน…แสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านผ้าม่านหน้าต่างไม่ได้ทำให้ใจของนิสาสว่างขึ้นเธอลุกขึ้นมาด้วยดวงตาที่บวมช้ำและหัวใจที่หนักอึ้ง วันนี้เธอตัดสินใจที่จะปิดร้าน…นิสาพาลูกขวัญไปส่งที่บ้านแม่ของเธอ "ฝากลูกขวัญด้วยนะแม่ สาทำธุระแป๊บเดียว เดี๋ยวกลับมารับ" นิสาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยจนแม่ของเธอสังเกตได้ถึงความผิดปกติ แต่เธอก็ไม่ได้อธิบายอะไรมากกว่านั้น “ได้ลูกไปทำธุระเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงลูกขวัญเดี๋ยวแม่ดูให้เอง/ไปเถอะลูกขวัญคุณตาซื้อขนมไว้ให้หนูเยอะแยะเลยนะมีแต่ของที่หนูชอบทั้งนั้นเลย”แม่ของนิสาเอ่ยบอกให้ลูกสาวได้สบายใจก่อนจะจูงมือหลานรักเข้าบ้าน ขณะลุกขวัญโบกมือบ๊ายบายแม่ก่อนจะเห็นว่าแม่ตัวเองยิ้มให้แล้วขับรถออกไป เด็กน้อยจึงเดินกอดตุ๊กตาหมีตัวโปรดเดินเข้าบ้านคุณยาย นิสาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหา รดา เพื่อนสนิทที่รู้ใจที่สุด "รดาแกอยู่บ้านไหมออกมาหน่อยฉันจอดรถอยู่หน้าบ้านแก" “อยู่…รอแป๊บนะ”รดาบอกเพื่อนก่อนจะรีบเดินออกมาจากในบ้านด้วยความสงสัย ขณะที่นิสาลดกระจกลงกวักมือเรียกเพื่อนให้เขามาภายรถ “แกเป็นอะไร ทำไมตาบวมแล้วน้องลูกขวัญไม่ได้มาด้วยเหรอ”รดาถามเพื่อนหลังจากเข้ามาภายในรถเธอส่องสายตาสำรวจเพื่อนอย่างละเอียด ถึงแม้เพื่อนจะส่วมแว่วตาสีดำกันแดดปกปิดแต่ก็ไม่สามารถพ้นสายตาเพื่อนอย่างเธอได้ “เดียวฉันเล่าให้แกฟังระหว่างทางนะ…ตอนนี้แกไปที่ทำงานพี่เจนเป็นเพื่อนฉันก่อน”พูดจบปลายเท้าเหยียบลงที่คันเร่งก่อนรถจะเคลื่อนตัวออกจากหน้าบ้านเพื่อนรักโดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ทำงานของสามี ระหว่างทางนิสาเล่าเรื่องทุกอย่างที่เจอเมื่อวานให้เพื่อนรักฟังอย่างละเอียด “แม่งชัวจริง ๆ เหตุผลควาย ๆ บอกมาได้ว่าไม่ได้รักแล้ว ฉันไม่เชื่อหลอก…แล้วแกไหวแน่นะ”รดาเผยหลุดด่าสามีเพื่อนหลังจากฟังเรื่องของเพื่อนรักจบด้วยความโกรธก่อนจะเอ่ยถามเพื่อนด้วยความห่วงใย “ยังไหวอยู่ ฉันแค่อยากจะถามพี่เจนว่าฉันผิดอะไร ฉันสงสารลูกขวัญที่ครอบครัวจะไม่อบอุ่นเหมือนเดิมแล้ว”นิสาบอกเพื่อนเป็นเวลาที่รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นสีบรอนซ์เทาขับถึงหน้าที่ทำงานของสามี นิสานั่งนิ่งอยู่เบาะหน้า ดวงตาจ้องเขม็งไปที่ประตูทางเข้าโรงงาน ความเสียใจเมื่อคืนถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาและความต้องการ ~คำตอบ~ "สา... แกแน่ใจนะว่าทำแบบนี้แล้วจะดี?" รดาถามด้วยความเป็นห่วง ขณะที่ดับเครื่องยนต์ดักรออยู่ในมุมมืดของลานจอดรถ “ฉันแน่ใจ เขาไม่มีสิทธิ์ที่มาพูดแบบนั้นต่อหน้าลูก”นิสาบอกเพื่อนด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เขาไม่มีสิทธิ์ทิ้งขยะไว้ในบ้านแล้วเดินสะบัดก้นออกไปเฉยๆ ถ้าเขาอยากจบ เขาต้องสบตาฉันแล้วพูดความจริงออกมาให้หมด" เวลาผ่านไปไม่นาน รถยนต์สีดำที่คุ้นเคยก็เลี้ยวเข้ามาจอดในที่ประจำ เจนเดินลงมาจากรถด้วยท่าทางอิดโรย เขาดูไม่ได้นอนมาทั้งคืนเช่นกัน แต่ทันทีที่เขาปิดประตูรถ นิสาก็เปิดประตูรถพุ่งตรงเข้าไปหาเขาทันที "เจน!" เสียงเรียกของนิสาทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งสุดตัว เขาหันมามองด้วยความตกใจ "สา... คุณมาที่นี่ได้ยังไง?" "เรายังมีเรื่องต้องคุยกัน" นิสายืนประจันหน้า ระยะห่างที่เคยมีความรักกั้นอยู่ บัดนี้กลับมีแต่กำแพงน้ำแข็ง "เมื่อคืนคุณมาบอกความต้องการแล้วคุณก็หนีไป แต่คุณยังไม่ได้บอกฉันเลยว่า “ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร” เจนชะงักไป แววตาที่ลุกลี้ลุกลนของเขาบอกนิสาทันทีว่าข้อสันนิษฐานของเธอนั้นถูกจุด รดาเดินตามมาสมทบยืนอยู่ข้างเพื่อนรัก พร้อมที่จะเป็นพยานและเป็นโล่ให้กับนิสาในเช้าที่แสนหดหู่นี้ บรรยากาศในลานจอดรถที่เคยเงียบเชียบกลับร้อนระอุขึ้นมาทันที เมื่อเสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นปูนดังใกล้เข้ามา เมย์ เดินถือแก้วกาแฟเข้ามาด้วยท่าทางมั่นใจ เธอหยุดชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นนิสายืนเผชิญหน้ากับเจน แต่แทนที่จะหลบเลี่ยง เธอกลับเชิดหน้าขึ้นแล้วเดินเข้ามายืนข้างกายเจนอย่างถือดี "มีอะไรกันหรือเปล่าคะเจน? ทำไมวันนี้มาสายละค่ะ" เมย์ถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน พร้อมกับปรายตามองนิสาด้วยสายตาเหยียดหยาม ขณะนิสากำหมัดแน่น หัวใจเต้นระรัว "นี่ใช่ไหม... เหตุผลที่คุณทิ้งลูกทิ้งเมียเมื่อคืน? ผู้หญิงคนนี้ใช่ไหมเจน!" เจนอึกอัก ใบหน้าถอดสี "สา... กลับไปก่อนเถอะ อย่ามาทำเรื่องงามหน้าแถวนี้เลย" "เรื่องงามหน้าเหรอ?" นิสาแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา "คนที่ทำเรื่องงามหน้าคือคุณกับแม่นี่! แอบกินกันลับหลังฉันมานานแค่ไหนแล้ว!" เมย์กอดอก พ่นลมหายใจออกมาอย่างรำคาญ "เลิกโวยวายเหมือนนางเอกละครหลังข่าวเถอะค่ะคุณนิสา คนหมดใจรั้งไปก็ไร้ประโยชน์ เจนเขาเลือกฉันแล้ว คุณควรจะเซ็นหย่าให้มันจบๆ ไปนะคะ" "เธอมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน!" นิสาตวาดกลับ รดาเพื่อนสนิทรีบเข้ามาคว้าแขนนิสาไว้เพื่อดึงสติ แต่เมย์กลับแสยะยิ้มแล้วค่อยๆ ลูบหน้าท้องที่ยังดูราบเรียบของตัวเองอย่างจงใจ "ฉันมีสิทธิ์แน่ค่ะ... เพราะตอนนี้ ฉันกำลังท้องลูกของเจนอยู่" คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางวง นิสาหน้าชาจนไร้ความรู้สึก เธอหันไปมองเจนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตัดพ้อและขยะแขยง "เจน... จริงเหรอ? ที่คุณรีบหย่า เพราะจะไปรับผิดชอบลูกคนใหม่ ทั้งที่น้องลูกขวัญยังนั่งกินข้าวรอคุณอยู่เนี่ยนะ!" "สา ฟังนะ... ผมไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้" เจนพยายามจะอธิบายแต่เมย์กลับขัดขึ้น "ไม่ต้องอธิบายหรอกค่ะเจน เมย์ไม่อยากให้ลูกในท้องต้องมาฟังเรื่องไร้สาระ" เมย์หันไปจ้องหน้านิสา "คุณมันก็แค่ของเก่าที่หมดอายุ ลูกขวัญก็แค่โซ่ตรวนที่เจนเขาไม่อยากล่ามไว้แล้ว อย่าให้เด็กต้องมาลำบากเพราะความดื้อรั้นของคุณเลย เซ็นหย่าซะ แล้วไปใช้ชีวิตของคุณ!" "สารเลว!" รดาทนไม่ไหวพุ่งตัวไปข้างหน้า "เธอมันหน้าด้าน! แย่งผัวชาวบ้านแล้วยังกล้าเอาเด็กมาอ้างอีกเหรอ!" "รดา พอ!" นิสาสั่งเพื่อนเสียงเรียบ แต่ดวงตาของเธอกลับนิ่งสงบจนน่ากลัว เธอจ้องไปที่เจนและเมย์สลับกัน "ในเมื่อพวกคุณอยากได้กันจนตัวสั่น และมีชีวิตใหม่ที่รออยู่... ได้"นิสาสูบหายใจเข้าลึกก่อนจะประกาศกร้าว "ฉันจะหย่าให้ แต่จำไว้เถอะนะเจน... ลูกที่เกิดจากความผิดศีลธรรมแบบนี้ วันหนึ่งคุณจะรู้ว่าความสุขบนน้ำตาคนอื่นมันไม่ได้ยั่งยืน และอย่าหวังว่าฉันจะให้คุณได้เจอลูกขวัญอีกเลยตลอดชีวต” คำประกาศกร้าวของนิสาที่ว่าจะไม่ให้เขาเจอน้องลูกขวัญอีกตลอดชีวิต ราวกับเป็นกระสุนที่เจาะทะลุเกราะความใจดำของเจน แววตาที่เคยมุ่งมั่นจะเลิกรากลับสั่นระริกขึ้นมาทันที ภาพใบหน้าเล็กๆ ของลูกสาวตอนชวนเขาจากโต๊ะอาหารว่า "หิวไหมคะ มากินข้าวผัดกุ้งกับลูกขวัญดีกว่า คุณแม่ทำข้าวผัดให้ลูกขวัญอร่อยมาก" ผุดขึ้นมาซ้อนทับกับใบหน้าเย็นชาของภรรยาในตอนนี้ เจนขยับเท้าจะก้าวตามนิสาไปโดยสัญชาตญาณ "สา... เดี๋ยวสิ เรื่องลูกขวัญมันไม่เกี่ยว..." "เจนคะ! จะไปไหน!" เมย์คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเขา เล็บยาวสวยจิกสีกระชากให้เขาหันกลับมา "ปล่อยเขาไปสิคะ เขาแค่อยากขู่ให้คุณกลัวแค่นั้นแหละ อย่าลืมสิว่าตอนนี้ในท้องเมย์ก็มีลูกของคุณอยู่นะ คุณจะทิ้งเมย์กับลูกไปหาคนที่หมดรักแล้วเหรอ?" "แต่ลูกขวัญก็ลูกผมนะเมย์..." เอกตอบเสียงแผ่ว สายตายังคงทอดมองตามแผ่นหลังของนิสาที่เดินห่างออกไปทุกที นิสาหยุดเดินชั่วครู่แต่ไม่หันกลับมามอง เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ได้ยินกันแค่สามคน "เมื่อคืนคุณเลือกทิ้งลูกขวัญเพื่อจะเดินออกจากบ้าน... วันนี้คุณก็แค่เลือกทิ้งแกอีกครั้งเพื่อผู้หญิงคนนี้ มันชัดเจนตั้งแต่วินาทีที่คุณขับรถออกไปแล้วเจน" "สา! ผมไม่ได้อยากทิ้งลูก!" เจนตะโกนก้องลานจอดรถ ความสับสนตีรวนจนเขาดูเหมือนคนเสียสติ เขาพยายามจะแกะมือของเมย์ออก แต่เมย์กลับโถมตัวเข้ามากอดแขนเขาไว้แน่นกว่าเดิม "เจน! ดูเมย์สิคะ! ลูกของเราสำคัญที่สุดนะ" เมย์เค้นเสียงกดดัน แววตาของเธอไม่มีความสงสารให้ใครนอกจากความต้องการจะชนะ "ถ้าคุณเดินตามเขาไปตอนนี้ เมย์จะถือว่าคุณไม่รับผิดชอบลูกในท้องของเมย์!" เจนยืนนิ่งงัน ร่างกายเหมือนถูกแยกออกเป็นสองซีก ฝั่งหนึ่งคือความผิดชอบชั่วดีต่อลูกสาวที่เขาอุ้มชูมา 5 ปี อีกฝั่งคือภาระใหม่และตัณหาที่เขาสร้างขึ้นมาเอง เขาทำได้เพียงมองดูนิสาเปิดประตูรถของรดาแล้วก้าวขึ้นไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตามามองเขาเป็นครั้งสุดท้าย ปัง! เสียงปิดประตูรถดังสนั่นสะท้อนในใจของเจน รถของรดาเคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เขายืนอยู่ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นอย่างเจ็บปวด และแรงบีบคั้นจากมือของหญิงชู้ที่คอยเตือนว่า... เขาได้สูญเสีย "บ้าน" ที่แท้จริงไปแล้วตลอดกาลบ่ายวันอาทิตย์ที่แสนสดใส ภายในคฤหาสน์นราวิชญ์ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเจ้าของห้องนอนเล็กอย่าง น้องกวิน ที่วันนี้ลุกขึ้นมาแต่งหล่อตั้งแต่ไก่โห่ เด็กน้อยตัวอ้วนกลมในวัย 8 ขวบ สวมเสื้อเชิ้ตลายสกอตทับด้วยสเวตเตอร์สีครีม ดูสะอาดสะอ้านและหล่อเหลาถอดแบบปะป๊าวิชมาเป๊ะ ๆ"ปะป๊าครับ ผมเซตผมตรงนี้หล่อหรือยัง" กวินเอ่ยถามพลางส่องกระจกเช็กความเรียบร้อยรอบที่สิบ"หล่อแล้วครับลูกพี่ แต่นี่เรานัดสาวมาบ้านนะ ไม่ได้ไปงานพรมแดง ใจเย็น ๆ ลูก" วิชหัวเราะร่าพลางตบบ่าลูกชายเบา ๆทันทีที่เสียงรถของครอบครัวณัฎเลี้ยวเข้ามาในรั้วบ้าน กวินก็แทบจะพุ่งตัวออกไปรอที่ประตูหน้าบ้านทันที นิสาที่เดินอุ้มเจ้าตัวเล็กลูกชายคนรองที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่นานเข้ามาในบ้าน โดยมี น้องลูกขวัญ เดินจูงมือของพ่ออย่างณัฎตามเข้ามาด้วยท่าทางเขินอาย"น้องลูกขวัญครับ! พี่กวินซื้อดอกไม้มาฝาก"กวินวิ่งเข้าไปหาเป้าหมายทันที พร้อมกับชูดอกกุหลาบสีแดงสดที่เขาอ้อนวอนให้ปะป๊าพาไปซื้อจากหน้าโรงเรียนเมื่อวานนี้ส่งให้เด็กหญิงตัวน้อย น้องลูกขวัญรับดอกไม้ไปด้วยท่าทางเก้อเขินก่อนจะขอบใจเบา ๆ ทำให้พี่กวินยิ้มแก้มปริจนเห็นลักยิ้มภาพเด็กสองคนจูงมือกัน
สามเดือนต่อมา... กาลเวลาหมุนผ่านนำพาความสุขมาสู่ชายหาดสีครามที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอรัก รดาในชุดเจ้าสาวแสนสวยเดินเคียงคู่มากับนราวิชญ์ เจ้าบ่าวที่ยิ้มกว้างอย่างมีความสุขที่สุดในชีวิต โดยมีไอ้ต้าวตัวอ้วนกลมอย่าง น้องกวิน ในชุดสูทจิ๋วรับหน้าที่สำคัญเป็นผู้เชิญแหวน เดินเตาะแตะนำหน้าด้วยท่าทางขึงขังจนแขกเหรื่อต่างพากันเอ็นดูในกลุ่มแขกเหรื่อที่มาร่วมยินดี นิสา เพื่อนรักของรดาเดินควงคู่มากับ ณัฎ สามีของเธอ พร้อมกับลูกสาวตัวน้อยอย่างน้องลูกขวัญ ถึงแม้นิสากำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ จนดูอิดโรยไปบ้าง แต่ใบหน้าเธอกลับประดับด้วยรอยยิ้มกว้าง"ดีใจด้วยนะรดา ในที่สุดแกก็มีความสุขจริงๆ เสียที" นิสาเอ่ยพลางกุมมือเพื่อนรักไว้แน่นขณะรดามองเพื่อนอย่างซึ้งใจ เพราะไม่คาดคิดว่าเพื่อนจะมางานของตัวเองก็ดูสิเพื่อนของเธอแพ้ท้องจนใบหน้าซีดเซียวเหมือนคนไม่มีแรงยังอุตส่าห์ หอบตัวเองมาร่วมงานอีก "ขอบใจมากนะนิสาที่อุตส่าห์มา ทั้งที่ยังแพ้ท้องอยู่แท้ๆ รดาเกรงใจจังเลย""เกรงใจอะไรกัน เพื่อนรักแต่งงานทั้งที ต่อให้แพ้ท้องจนเดินไม่ไหว ฉันก็นั่งรถเข็นมาหาแกจนได้แหละ!" นิสาบอกปนขำ ทำเอาสองสาวหัวเราะออกมาพร้อมกันในขณะที่ผู้ใหญ่กำล
ทันทีที่ถึงคอนโด นราวิชญ์ก็ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว เขาจัดการช้อนอุ้มร่างบางขึ้นในวงแขนกว้างแล้วสาวเท้าฉับๆ ตรงดิ่งเข้าห้องนอนด้วยความเร็วสูงจนรดาตั้งตัวไม่ทัน ทว่าทันทีที่แผ่นหลังบางสัมผัสกับความนุ่มของที่นอน คนตัวเล็กก็รีบเบี่ยงตัวหลบสัมผัสร้อนแรงนั้นทันควัน"ไหนว่าจะเล่าให้ฟังไงคะ! ตั้งแต่ขึ้นรถจนถึงห้อง พี่วิชยังไม่ยอมเล่าสักคำเลยนะคะ" รดาเอ่ยท้วงเสียงหลงพลางใช้มือยันหน้าอกเขาไว้ "ตกลงพี่รู้เรื่องที่สามีเขาตามมาได้ยังไง""โธ่... รดาครับ ขอพี่ก่อนได้ไหม พี่อยากทำรักกับรดาจะแย่แล้วเนี่ย”คนหน้าหล่อเอ่ยบอกเสียงอ้อนวอนใบหน้าที่ดี้ด้าในคราวแรกกับเศร้าสร้อยราวกับเด็กถูกขัดใจ แต่รดากลับลุกขึ้นนั่งตัวตรงกอดอก ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า"ถ้าไม่เล่าให้ฟังตอนนี้ ก็เชิญพี่วิชกลับไปนอนที่บ้านเลยค่ะ! รดาจะล็อกห้องด้วย" เธอสั่งเสียงเข้มพลางชี้นิ้วไล่ไปทางประตู"โอเคครับๆ เล่าแล้วครับ ยอมแพ้แล้ว" วิชหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดูพลางเอื้อมมือไปบีบจมูกรั้นๆ ของคนช่างซักอย่างหยิกแกมหยอกนราวิชญ์จำต้องยอมจำนน เขาขยับขึ้นไปนั่งพิงหัวเตียงแล้วรั้งร่างบางเข้ามากอดไว้ในอ้อมอก ก่อนจ
ภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดันจนน่าอึดอัด นราวิชญ์ ประธานหนุ่มผู้นิ่งขรึมนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้เรียบเฉยทว่านัยน์ตากลับวาวโรจน์ด้วยรังสีคุกคาม เขาต่อสายเรียก ‘ชัย’ ลูกน้องคนสนิทให้เข้ามาพบทันที"ไปสืบเรื่องวิไลลักษณ์มาให้ละเอียดที่สุด... ฉันต้องการรู้ทุกย่างก้าวของเขานับตั้งแต่ทิ้งกวินไปจนถึงวินาทีที่เหยียบสนามบินสุวรรณภูมิ หาจุดอ่อนของเขามาให้ได้!" น้ำเสียงทุ้มสั่งการเฉียบขาดขณะลูกน้องคนสนิทรับปากก่อนจะเดินออกไปทำงานตามที่เจ้านายสั่งเพียงไม่กี่ชั่วโมง ร่างสูงของชัยก็กลับเข้ามาพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึก ข้อมูลภายในทำให้รอยยิ้มเย็นเยือกปรากฏขึ้นบนมุมปากของนราวิชญ์ทีละน้อย"ได้เรื่องแล้วครับนาย... เรื่องที่เธออ้างว่าเลิกกับสามีฝรั่งเพราะเข้ากันไม่ได้น่ะเรื่องโกหกทั้งนั้น จริงๆ แล้วเธอไปแอบมีชู้เป็นหนุ่มบาร์จนสามีมหาเศรษฐีชาวเยอรมันจับได้ รายนั้นโหดเอาเรื่องครับ เขาซ้อมเธอจนปางตายแล้วสั่งขังไว้ในคฤหาสน์ตัดขาดการติดต่อทุกทาง"ชัยรายงานและเว้นวรรคเล็กน้อยก่อนจะขยับแว่นตา "แต่เมื่อเดือนก่อน เธออาศัยจังหวะที่การ์ดเผลอ
รดาหัวเราะร่าด้วยความเอ็นดู เธอใช้มือบางประคองใบหน้ากลมพ่วงของเด็กน้อยขึ้นมาแล้วกดจมูกหอมแก้มยุ้ย ๆ ของลูกชายเป็นการตอบแทนอย่างหนักแรง จนคนตัวโตที่นั่งดูอยู่ข้าง ๆ เริ่มรู้สึกว่าตัวเองถูกทอดทิ้งเข้าเสียแล้ว"หอมแต่ลูก... แล้วปะป๊าไม่ได้รับอนุญาตให้หอมบ้างเหรอครับ?"นราวิชญ์แกล้งทำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจ พลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้หวังจะได้รับส่วนแบ่งความรักบ้างรดาเหลือบมองคนขี้อ้อนก่อนจะหลุดยิ้มหวาน เธอโน้มตัวไปประทับจูบแผ่วเบาที่แก้มสากที่มีไรหนวดจาง ๆ ของเขา "หอมแล้วค่ะ... พอใจหรือยังคะ?""นิดหน่อยครับ แต่ถ้าได้ทานฝีมือรดาด้วย พี่คงหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลย"คนที่ได้รับจูบพูดออกมาพลางยิ้มออกมาจนตาหยี"ถ้าอย่างนั้น เช้านี้รดาทำอาหารให้ทานนะคะ" รดาเสนอพลางลุกขึ้นยืนเตรียมตัวเข้าครัวทว่าไอ้ต้าวตัวอ้วนกลมที่นั่งอยู่ตรงกลางกลับรีบชูมือสลอน "น้องกวินช่วยด้วย! น้องกวินอยากเป็นลูกมือหมามี้รดาครับ แล้วหมามี้รู้ไหม... ปะป๊าทำไข่เจียวอร่อยที่หนึ่งในโลกเลยนะ!"ไอ้ต้าวตัวอ้วนกลมพูดพลางยกมือชูนิ้วโป้งสั้นป้อมชมปะป๊าตัวเองขณะที่คำชมของลูกชายทำเอานราวิชญ์ยืดอกอย่างภูมิใจ "ในเมื่อลูกเชียร์ขนาดนี้ พี่คงต้องโช
เมื่อเห็นว่ารดาเริ่มสงบลงและยอมซุกหน้ากับอกเขาอย่างคนยอมจำนน นราวิชญ์ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกอย่างที่สุด เขาค่อยๆ ช้อนอุ้มร่างบางที่ยังคงสะอื้นเบาๆ ไปวางลงบนเตียงกว้างอย่างทะนุถนอม โดยมีร่างของน้องกวินนอนหลับสนิทอยู่อีกฟากหนึ่งคนตัวโตไม่ได้ถอยห่าง แต่เขากลับทิ้งตัวลงนอนเคียงข้าง รั้งร่างบางของคนขี้แยเข้ามาในอ้อมกอดอีกครั้ง คราวนี้รดาไม่ได้ขัดขืน เธอเพียงแต่ซบหน้าลงกับไหล่หนา ปล่อยให้เขาลูบผมปลอบประโลมอย่างนุ่มนวล"ร้องข้ามวันข้ามคืนแบบนี้ พี่ใจจะขาดนะรู้ไหม" เสียงทุ้มกระซิบชิดใบหู "รดาสำคัญกับพี่มากนะ... มากจนพี่ไม่มีวันยอมให้เรื่องบ้าๆ พวกนี้มาทำให้เราหลุดมือไปเด็ดขาด"ใบหน้าหวานเงยขึ้นมองคนหน้าหล่อที่จ้องเธออยู่ก่อนแล้ว ดวงตาของเขาไม่มีแววล้อเล่น มีเพียงความรักและความอ้อนวอนที่เปี่ยมล้น "รดาขอโทษคะ... รดาแค่กลัว กลัวว่ารดาจะเป็นได้แค่คนคั่นเวลาตอนที่พี่เหงา"เสียงหวานพูดอย่างแผ่วเบาในสิ่งที่ตัวเองคิด"คนคั่นเวลาที่ไหนจะทำให้พี่คลั่งได้ขนาดนี้ครับ?" นราวิชญ์ยิ้มบางๆ พลางใช้นิ้วโป้งเกลี่ยหยาดน้ำตาที่ข้างแก้มเธอออกอย่างเบามือ "คืนนี้พี่จะไม่ไปไหน พี่จะอยู่ตรงนี้... กอดรดาไว้แบบนี้ทั







