Share

รักครั้งใหม่ต้องไลไลกว่าเก่า
รักครั้งใหม่ต้องไลไลกว่าเก่า
Penulis: Dragon Author

หย่า

Penulis: Dragon Author
last update Tanggal publikasi: 2026-03-03 00:33:13

บทนำ

มีคนเคยกล่าวไว้ว่าสิ่งที่แน่นอนอาจไม่แน่นอนเสมอไป ความรักที่ยังยืนอาจไม่ยังยืน…เพราะฉะนั้นควรเตรียมใจไว้เสมอ เหมือนดัง นิสาที่คิดว่าครอบครัวของตัวเองนั้นอบอุ่นสมบรูณ์มีสามีที่ดีมีลูกที่น่ารัก แต่แล้วทุกอย่างก็พังทะลายลงเพียงชั่วข้ามคืน...เมื่อวันหนึ่งคนเป็นสามีเดินเข้ามาบอกเธอว่าเขาไม่ได้รักเธอแล้วและเขาต้องการที่จะหย่า แล้วเธอจะทำอะไรได้อีกเมื่อเขาอยากไปก็ต้องปล่อยให้เขาไปถึงแม้จะรักเขามากก็ตาม เพราะชีวิตต้องเดินหน้าต้องดูแลลูกสาวที่รักเพื่อที่จะให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี

แนะนำตัวละคร

~สุนิสา หรือ นิสา อายุ 29 คุณแม่ยังสาว...ที่มีใบหน้าได้รูปอ่อนหวาน ดวงตากลมโตสีน้ำตาลทอง ผมยาวสีน้ำตาลอ่อน ผิวขาวเนียนดุจไข่มุก...ถึงแม้จะมีลูกสาว ในวัย 5 ขวบแล้วก็ตาม...แต่ก็ไม่อาจหยุดความสวยของเธอได้ ถึงแม้นิสาจะเป็นแค่แม่บ้านธรรมดาแต่เธอก็มีหัวการค้าเธอชอบค้าขาย และด้วยเหตุนี้เธอจึงเปิดมินิมาร์ทเล็ก ๆ ที่บ้านเพื่อหาเงินมาจุนเจื่อครอบครัวอีกทาง

~เจตนิพัทธ์ หรือ เจน อายุ 32 สามีตัวดีย์ที่มีจิตใจโลเล รูปหน้าคมเข้มหล่อเหล่า หุ่นสมาร์ท ผิวสีแทน มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและหน้าที่การงานที่เป็นถึงผู้จัดการโรงงาน ไม่แปลกที่จะมีสาว ๆ ในที่ทำงานด้วยกันเข้าหาถึงแม้พวกเธอจะรู้อยู่แล้วว่าเขานั้นแต่งงานมีลูกแล้วก็ตาม

~มาริญ่า หรือ เมย์ อายุ 23  เมียน้อยที่ทำงานในโรงงานเดียวกับเจนด้วยความใกล้ชิดและความโลเลของเจนจึงเผยไผ่ไปกับความสวยสดใหม่กว่าภรรยาตัวเอง

~ณัฎฐกิตติ์ หรือ ณัฎฐ์ นักธุรกิจหนุ่มในวัย 35  อัธยาศัยดี รอยยิ้มของเขาสดใสจริงใจ เวลาเขายิ้มจะเห็นลักยิ้มเล็กข้างแก้มและลักยิ้มนี้เองที่ช่วยสงผลให้เขามีเสน่ห์บนใบหน้าคมเข้ม และยังทำให้เขาดูอบอุ่นเป็นมิตร ไม่แปลกที่จะมีสาว ๆ เข้าหา

      📌📌📌📌📌📌📌📌📌

แสงสีส้มจัดจ้านของดวงอาทิตย์ยามเย็นอาบไล้ไปทั่วหัวมุมถนน เปลี่ยนท้องฟ้าสีครามให้กลายเป็นเฉดสีทองสลับม่วงเข้ม แสงสุดท้ายของวันลอดผ่านบานกระจกใสเข้ามาในร้านมินิมาร์ทเป็นลำแสงยาวตกกระทบลงบนเคาน์เตอร์คิดเงินและชั้นวางขนมขบเคี้ยวจนเกิดเงาทอดยาว

นิสามองไปรอบ ๆ ภายในร้านที่มีแต่ความเงียบมีเพียงเสียงดังของตู้แช่เครื่องดื่มเท่านั้นที่ดังออกมาเป็นระยะ อีกทั้งนาฬิกาที่ติดข้างฝาผนังบ่งบอกเวลาที่ต้องปิดร้าน ขาเรียวสวยสาวเท้าไปยังประตูกระจกบานเลื่อนก่อนเอื้อมฝามือพลิกป้ายที่แขวงหน้าร้านจากคำว่า “OPEN”ให้กลายเป็น “CLOSED” เสียงกลอนประตูดัง คลิก เบา ๆ เป็นเวลาเดียวกันที่มีเสียงดังออกมาจากด้านหลัง

“คุณแม่ขาหนูหิวแล้ว”นิสาหันไปตามเสียงก่อนจะถามลูกสาวถึงเมนูอาหาร

“หิวแล้วเหรอคะ หนูอยากทานอะไรเดียวแม่ทำให้”

“ข้าวผัดกุ้งคะ ขอผักเยอะ ๆ นะคะหนูชอบ”

“คะ” คนเป็นแม่รับคำก่อนจะเดินปิดไฟภายในร้านเหลือเพียงไฟฉุกเฉิน

ดวงตากลมโตมองสำรวจภายในร้านอีกรอบก่อนจะเรียกลูกสาวเข้ามาในตัวบ้านที่อยู่ติดกับร้านมินิมาร์ท

“ไปคะ”

ร่างเล็กสาวเท้าเข้ามาหาคนเป็นแม่ก่อนจะจับมือของคนเป็นแม่  สองแม่ลูกพากันเข้ามาภายในบ้าน คนเป็นลูกที่รู้หน้าที่ดีไปนั่งรอข้าวผัดกุ้งแสนอร่อยบนโต๊ะอาหาร เพียงไม่นานข้าวผัดกุ้งที่อยากกินถูกนำมาเสริฟ มือเล็กใช้ช้อนตักข้าวผัดสีเหลืองนวลแสนอร่อยเข้าปากก่อนจะเคี้ยว ๆ แล้วกลืนลงคอ

“อร่อยไหม”

“อร่อยคะ”

“แต่ถ้าแม่ป้อนจะอร่อยมากกว่า”เสียงเล็กเอ่ยอ้อนคนเป็นแม่ นิสายิ้มให้กับความออดอ้อนลูกสาว มือบางตักข้าวคำเล็ก ๆ ป้อนคนขี้อ้อน ขณะปากเล็กอ้ารับก่อนจะเคี้ยวข้าวด้วยความอร่อยแล้วกลืนลงคอ

“อร่อยก็กินเยอะ ๆ นะคะ”

“คะ”เสียงเล็กขานรับอย่างอารมณ์ดีก่อนลูกขวัญจะเล่าเรื่องเพื่อนที่เล่นกันที่โรงเรียนระหว่างรอแม่ตักข้าวป้อน 

คนเป็นแม่ตั้งใจฟังก่อนจะหัวเราะเมื่อได้ยินประโยคที่ชวนจี้…เสียงแม่ลูกพูดคุยหัวเราะกันดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะจนรู้ถึงความอบอุ่นภายในบ้าน

จนกระทั่งได้ยินเสียงล้อรถบดลงบนพื้นกรวดหน้าบ้านดังแว่วเข้ามาภายในบ้าน เจน ดับเครื่องยนต์แต่ยังคงนั่งค้างอยู่ภายในรถ มือหนากำพ่วงมาลัยด้วยความสั่นเทา เขาปิดเปลือกตาลงพลางสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูรถ แล้วเดินอย่างช้า ๆ เข้ามาในบ้าน

“มาแล้วเหรอคะ สานึกว่าพี่ทำโอทีเสียอีก เป็นไงคะเหนื่อยไหมกินอะไรมาหรือยัง”นิสาเงยหน้ายิ้มให้สามีเหมือนทุกวัน แต่รอยยิ้มนั้นค่อย ๆ เจือจางลงเมื่อเห็นสีหน้าเรียบเฉยและนันย์ตาที่มีแต่ความว่างเปล่า ด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าสามีมีเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจจากที่ทำงานหรือเปล่าคนเป็นภรรยาเลยหันไปคุยกับลูก

“พ่อมาแล้ว ไปเรียกพ่อมาทานข้าวผัดกับเราสิคะลูกขวัญ”

เด็กน้อยละออกจากจานข้าว ร่างเล็กลงจากเก้าอี้ก่อนขาสั้นจะก้าวไปหาคนเป็นพ่อเสียงเล็กเอ่ยชวนพ่อพร้อมจับมือใหญ่จูงมือคนเป็นพ่อมายังโต๊ะอาหาร

“พ่อมาแล้ว หิวไหมคะ มากินข้าวผัดกุ้งกับลูกขวัญดีกว่า คุณแม่ทำข้าวผัดให้ลูกขวัญอร่อยมาก”

เจนทิ้งสะโพกนั่งลงข้างลูกสาวมือหนาลูกหัวลูกสาวเบา ๆ “อร่อยไหมคะ…หนูทานข้าวก่อนนะคะ พ่อมีเรื่องจะคุยกับแม่”จบประโยค เจนลุกออกจากเก้าอี้ ก่อนจะชวนนิสาออกจากโต๊ะอาหาร

นิสาเริ่มรู้สึกถึงความผิกปกติ เธอเดินตามหลังสามีไปอย่างเงียบ ๆ ทั้งคู่มาหยุดอยู่ที่บริเวณโซนรับแขก ไม่ไกลจากโต๊ะอาหารมากนัก

“มีอะไรหรือเปล่าคะ”

เจนกลืนน้ำลายลงคอ เขามองไปยังลูกสาวที่กำลังตักข้าวเข้าปากก่อนจะหันมามองพ่อแม่ที่กำลังคุยกันอยู่ ใบหน้าคมรีบหันกลับมาทันที เขาจะใจอ่อนไม่ได้วันนี้เขาต้องเคลียร์ให้จบ

“สาเราหย่ากันเถอะ”

คำพูดเบาหวิวแต่ดังก้องในความรู้สึกของนิสาเหมือนเสียงฟ้าผ่าลงมากลางใจ นิสาชะงัก ลมหายใจสะดุด ก่อนจะถามย้ำขึ้นมาอีกครั้ง “คุณ…คุณพูดว่าอะไรนะ?”

“ผมคิดเรื่องนี้มานานแล้ว”เจนพูดต่อโดยไม่หลบตา “ผมไม่ได้รักคุณแล้ว…ผมไม่อยากฝืนหรือหลอกตัวเอง และผมไม่อยากหลอกคุณอีกต่อไปแล้ว”

“คุณพูดอะไรรู้ตัวไหม…แล้วลูกเรา…คุณไม่ได้รักฉันก็ไม่เป็นไร…แต่คุณคิดถึงความรู้สึกลูกบ้างไหม”

“ผมว่าถ้าลูกโตขึ้นเขาต้องเข้าใจ”

เหตุผลข้าง ๆ คลู ๆ ที่เอ่ยบอกช่างขัดหูนิสายิ่งนัก“เข้าใจอะไรคะ เข้าใจว่าจากที่เคยมีพ่อแต่มาวันหนึ่งเขาจะไม่มีพ่อแล้วเหรอคะ…ถามจริงคุณคิดอะไรอยู่กันแน่…คุณยังมีความเป็นคนอยู่ไหม”นิสาตวาดขึ้นเสียงดังลั่นบ้าน

คนเป็นลูกได้ยินด้วยความสงสัยร่างเล็กปีนลงจากเก้าอี้…ขาสั้นเดินเข้ามาหาพ่อแม่ เด็กน้อยยืนฟังด้วยความตั้งใจและได้ยินทุกคำพูดของคนเป็นพ่อพูดกับแม่ทุกคำ แต่ก็ไม่เข้าใจคำพูดนั้นอยู่ดี

“เราหย่ากันเถอะ…ผมจะไปแต่ตัวไม่เอาอะไรไปเลยนอกจากรถและเงินในบัญชีส่วนตัวของผม”เสียงทุ้มเอ่ยอย่างหนักแน่นกว่าเก่า คนได้ยินหัวใจแตกสะลายไม่มีชิ้นดี เขาคงอยากหย่ากับเธอมากถึงขนาดสมบัติที่สร้างกันมาเขายังไม่เอาเพื่อแลกกับใบหย่าแค่ใบเดียว

“หย่า…คืออะไรคะคุณพ่อ”เสียงเล็กดังแทรกขึ้นมา ดวงตากลมใสแป๋วมองพ่อกับแม่สลับกันไปมา

นิสาปรับเสียงเบาลงเธอพยายามข่มเสียงไม่ให้สั่น ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปหาลูกสาวยืนมือโอนไหล่เล็กของคนลูกด้วยความห่วงใย “ไม่มีอะไรคะลูกขวัญ คุณพ่อเขาแค่…แค่ล้อเล่นคะ”

“ผมไม่ได้ล้อเล่น”เจนแย้งสวนขึ้นทันควัน น้ำเสียงเย็นชาจนนิสาใจหาย “ลูกโตขึ้นเขาจะเข้าใจเอง”

เขามองหน้าภรรยาที่ตอนนี้ขอบตาเริ่มแดงก่ำ พร้อมจะหลั่งน้ำตาขึ้นทุกเมื่อ”ผมจะย้ายออกคืนนี้ เอกสารทุกอย่างผมเตรียมไว้หมดแล้ว วันจันทร์ 9 โมงเจอกันที่อำเภอ”จบประโยคร่างหนาหมุ่นตัวเดินไปทิศทางบันไดเพื่อที่จะขึ้นไปชั้นสองของห้องเพื่อที่จะไปเก็บเสื้อผ้าปล่อยให้นิสายืนนิ่งค้าง น้ำตาที่คลอหน่วงในตอนแรกเริ่มไหลลงมาเป็นทางอาบแก้มทั้งสองข้าง

“ไม่ต้องร้องนะคะ เดียวลูกขวัญจะตีพ่อเองพ่อแกล้งแม่ใช่ไหมคะ พ่อนิสัยไม่ดีเลย”เสียงเล็กเอ่ยปลอบแม่ด้วยความใสซื่อไร้เดียงสาพลางยกมือเล็กเช็ดน้ำตาคนแม่ไปด้วย…ในขณะนิสามองลูกสาวถึงคนร่วมทางจะทิ้งเธอแล้วแต่อย่างน้อยเธอก็ยังมีลูกอยู่เคียงข้างเสมอ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักครั้งใหม่ต้องไลไลกว่าเก่า   บทส่งท้าย

    บ่ายวันอาทิตย์ที่แสนสดใส ภายในคฤหาสน์นราวิชญ์ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเจ้าของห้องนอนเล็กอย่าง น้องกวิน ที่วันนี้ลุกขึ้นมาแต่งหล่อตั้งแต่ไก่โห่ เด็กน้อยตัวอ้วนกลมในวัย 8 ขวบ สวมเสื้อเชิ้ตลายสกอตทับด้วยสเวตเตอร์สีครีม ดูสะอาดสะอ้านและหล่อเหลาถอดแบบปะป๊าวิชมาเป๊ะ ๆ"ปะป๊าครับ ผมเซตผมตรงนี้หล่อหรือยัง" กวินเอ่ยถามพลางส่องกระจกเช็กความเรียบร้อยรอบที่สิบ"หล่อแล้วครับลูกพี่ แต่นี่เรานัดสาวมาบ้านนะ ไม่ได้ไปงานพรมแดง ใจเย็น ๆ ลูก" วิชหัวเราะร่าพลางตบบ่าลูกชายเบา ๆทันทีที่เสียงรถของครอบครัวณัฎเลี้ยวเข้ามาในรั้วบ้าน กวินก็แทบจะพุ่งตัวออกไปรอที่ประตูหน้าบ้านทันที นิสาที่เดินอุ้มเจ้าตัวเล็กลูกชายคนรองที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่นานเข้ามาในบ้าน โดยมี น้องลูกขวัญ เดินจูงมือของพ่ออย่างณัฎตามเข้ามาด้วยท่าทางเขินอาย"น้องลูกขวัญครับ! พี่กวินซื้อดอกไม้มาฝาก"กวินวิ่งเข้าไปหาเป้าหมายทันที พร้อมกับชูดอกกุหลาบสีแดงสดที่เขาอ้อนวอนให้ปะป๊าพาไปซื้อจากหน้าโรงเรียนเมื่อวานนี้ส่งให้เด็กหญิงตัวน้อย น้องลูกขวัญรับดอกไม้ไปด้วยท่าทางเก้อเขินก่อนจะขอบใจเบา ๆ ทำให้พี่กวินยิ้มแก้มปริจนเห็นลักยิ้มภาพเด็กสองคนจูงมือกัน

  • รักครั้งใหม่ต้องไลไลกว่าเก่า   งานแต่งงาน ( รดา - นราวิชญ์ )

    สามเดือนต่อมา... กาลเวลาหมุนผ่านนำพาความสุขมาสู่ชายหาดสีครามที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอรัก รดาในชุดเจ้าสาวแสนสวยเดินเคียงคู่มากับนราวิชญ์ เจ้าบ่าวที่ยิ้มกว้างอย่างมีความสุขที่สุดในชีวิต โดยมีไอ้ต้าวตัวอ้วนกลมอย่าง น้องกวิน ในชุดสูทจิ๋วรับหน้าที่สำคัญเป็นผู้เชิญแหวน เดินเตาะแตะนำหน้าด้วยท่าทางขึงขังจนแขกเหรื่อต่างพากันเอ็นดูในกลุ่มแขกเหรื่อที่มาร่วมยินดี นิสา เพื่อนรักของรดาเดินควงคู่มากับ ณัฎ สามีของเธอ พร้อมกับลูกสาวตัวน้อยอย่างน้องลูกขวัญ ถึงแม้นิสากำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ จนดูอิดโรยไปบ้าง แต่ใบหน้าเธอกลับประดับด้วยรอยยิ้มกว้าง"ดีใจด้วยนะรดา ในที่สุดแกก็มีความสุขจริงๆ เสียที" นิสาเอ่ยพลางกุมมือเพื่อนรักไว้แน่นขณะรดามองเพื่อนอย่างซึ้งใจ เพราะไม่คาดคิดว่าเพื่อนจะมางานของตัวเองก็ดูสิเพื่อนของเธอแพ้ท้องจนใบหน้าซีดเซียวเหมือนคนไม่มีแรงยังอุตส่าห์ หอบตัวเองมาร่วมงานอีก "ขอบใจมากนะนิสาที่อุตส่าห์มา ทั้งที่ยังแพ้ท้องอยู่แท้ๆ รดาเกรงใจจังเลย""เกรงใจอะไรกัน เพื่อนรักแต่งงานทั้งที ต่อให้แพ้ท้องจนเดินไม่ไหว ฉันก็นั่งรถเข็นมาหาแกจนได้แหละ!" นิสาบอกปนขำ ทำเอาสองสาวหัวเราะออกมาพร้อมกันในขณะที่ผู้ใหญ่กำล

  • รักครั้งใหม่ต้องไลไลกว่าเก่า   ค่ำคืนแสนหวาน

    ทันทีที่ถึงคอนโด นราวิชญ์ก็ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว เขาจัดการช้อนอุ้มร่างบางขึ้นในวงแขนกว้างแล้วสาวเท้าฉับๆ ตรงดิ่งเข้าห้องนอนด้วยความเร็วสูงจนรดาตั้งตัวไม่ทัน ทว่าทันทีที่แผ่นหลังบางสัมผัสกับความนุ่มของที่นอน คนตัวเล็กก็รีบเบี่ยงตัวหลบสัมผัสร้อนแรงนั้นทันควัน"ไหนว่าจะเล่าให้ฟังไงคะ! ตั้งแต่ขึ้นรถจนถึงห้อง พี่วิชยังไม่ยอมเล่าสักคำเลยนะคะ" รดาเอ่ยท้วงเสียงหลงพลางใช้มือยันหน้าอกเขาไว้ "ตกลงพี่รู้เรื่องที่สามีเขาตามมาได้ยังไง""โธ่... รดาครับ ขอพี่ก่อนได้ไหม พี่อยากทำรักกับรดาจะแย่แล้วเนี่ย”คนหน้าหล่อเอ่ยบอกเสียงอ้อนวอนใบหน้าที่ดี้ด้าในคราวแรกกับเศร้าสร้อยราวกับเด็กถูกขัดใจ แต่รดากลับลุกขึ้นนั่งตัวตรงกอดอก ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า"ถ้าไม่เล่าให้ฟังตอนนี้ ก็เชิญพี่วิชกลับไปนอนที่บ้านเลยค่ะ! รดาจะล็อกห้องด้วย" เธอสั่งเสียงเข้มพลางชี้นิ้วไล่ไปทางประตู"โอเคครับๆ เล่าแล้วครับ ยอมแพ้แล้ว" วิชหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดูพลางเอื้อมมือไปบีบจมูกรั้นๆ ของคนช่างซักอย่างหยิกแกมหยอกนราวิชญ์จำต้องยอมจำนน เขาขยับขึ้นไปนั่งพิงหัวเตียงแล้วรั้งร่างบางเข้ามากอดไว้ในอ้อมอก ก่อนจ

  • รักครั้งใหม่ต้องไลไลกว่าเก่า   กำจัดศัตรู

    ภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดันจนน่าอึดอัด นราวิชญ์ ประธานหนุ่มผู้นิ่งขรึมนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้เรียบเฉยทว่านัยน์ตากลับวาวโรจน์ด้วยรังสีคุกคาม เขาต่อสายเรียก ‘ชัย’ ลูกน้องคนสนิทให้เข้ามาพบทันที"ไปสืบเรื่องวิไลลักษณ์มาให้ละเอียดที่สุด... ฉันต้องการรู้ทุกย่างก้าวของเขานับตั้งแต่ทิ้งกวินไปจนถึงวินาทีที่เหยียบสนามบินสุวรรณภูมิ หาจุดอ่อนของเขามาให้ได้!" น้ำเสียงทุ้มสั่งการเฉียบขาดขณะลูกน้องคนสนิทรับปากก่อนจะเดินออกไปทำงานตามที่เจ้านายสั่งเพียงไม่กี่ชั่วโมง ร่างสูงของชัยก็กลับเข้ามาพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึก ข้อมูลภายในทำให้รอยยิ้มเย็นเยือกปรากฏขึ้นบนมุมปากของนราวิชญ์ทีละน้อย"ได้เรื่องแล้วครับนาย... เรื่องที่เธออ้างว่าเลิกกับสามีฝรั่งเพราะเข้ากันไม่ได้น่ะเรื่องโกหกทั้งนั้น จริงๆ แล้วเธอไปแอบมีชู้เป็นหนุ่มบาร์จนสามีมหาเศรษฐีชาวเยอรมันจับได้ รายนั้นโหดเอาเรื่องครับ เขาซ้อมเธอจนปางตายแล้วสั่งขังไว้ในคฤหาสน์ตัดขาดการติดต่อทุกทาง"ชัยรายงานและเว้นวรรคเล็กน้อยก่อนจะขยับแว่นตา "แต่เมื่อเดือนก่อน เธออาศัยจังหวะที่การ์ดเผลอ

  • รักครั้งใหม่ต้องไลไลกว่าเก่า   ความสุขกลับมาอีกครั้ง

    รดาหัวเราะร่าด้วยความเอ็นดู เธอใช้มือบางประคองใบหน้ากลมพ่วงของเด็กน้อยขึ้นมาแล้วกดจมูกหอมแก้มยุ้ย ๆ ของลูกชายเป็นการตอบแทนอย่างหนักแรง จนคนตัวโตที่นั่งดูอยู่ข้าง ๆ เริ่มรู้สึกว่าตัวเองถูกทอดทิ้งเข้าเสียแล้ว"หอมแต่ลูก... แล้วปะป๊าไม่ได้รับอนุญาตให้หอมบ้างเหรอครับ?"นราวิชญ์แกล้งทำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจ พลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้หวังจะได้รับส่วนแบ่งความรักบ้างรดาเหลือบมองคนขี้อ้อนก่อนจะหลุดยิ้มหวาน เธอโน้มตัวไปประทับจูบแผ่วเบาที่แก้มสากที่มีไรหนวดจาง ๆ ของเขา "หอมแล้วค่ะ... พอใจหรือยังคะ?""นิดหน่อยครับ แต่ถ้าได้ทานฝีมือรดาด้วย พี่คงหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลย"คนที่ได้รับจูบพูดออกมาพลางยิ้มออกมาจนตาหยี"ถ้าอย่างนั้น เช้านี้รดาทำอาหารให้ทานนะคะ" รดาเสนอพลางลุกขึ้นยืนเตรียมตัวเข้าครัวทว่าไอ้ต้าวตัวอ้วนกลมที่นั่งอยู่ตรงกลางกลับรีบชูมือสลอน "น้องกวินช่วยด้วย! น้องกวินอยากเป็นลูกมือหมามี้รดาครับ แล้วหมามี้รู้ไหม... ปะป๊าทำไข่เจียวอร่อยที่หนึ่งในโลกเลยนะ!"ไอ้ต้าวตัวอ้วนกลมพูดพลางยกมือชูนิ้วโป้งสั้นป้อมชมปะป๊าตัวเองขณะที่คำชมของลูกชายทำเอานราวิชญ์ยืดอกอย่างภูมิใจ "ในเมื่อลูกเชียร์ขนาดนี้ พี่คงต้องโช

  • รักครั้งใหม่ต้องไลไลกว่าเก่า   ปลอบขวัญ

    เมื่อเห็นว่ารดาเริ่มสงบลงและยอมซุกหน้ากับอกเขาอย่างคนยอมจำนน นราวิชญ์ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกอย่างที่สุด เขาค่อยๆ ช้อนอุ้มร่างบางที่ยังคงสะอื้นเบาๆ ไปวางลงบนเตียงกว้างอย่างทะนุถนอม โดยมีร่างของน้องกวินนอนหลับสนิทอยู่อีกฟากหนึ่งคนตัวโตไม่ได้ถอยห่าง แต่เขากลับทิ้งตัวลงนอนเคียงข้าง รั้งร่างบางของคนขี้แยเข้ามาในอ้อมกอดอีกครั้ง คราวนี้รดาไม่ได้ขัดขืน เธอเพียงแต่ซบหน้าลงกับไหล่หนา ปล่อยให้เขาลูบผมปลอบประโลมอย่างนุ่มนวล"ร้องข้ามวันข้ามคืนแบบนี้ พี่ใจจะขาดนะรู้ไหม" เสียงทุ้มกระซิบชิดใบหู "รดาสำคัญกับพี่มากนะ... มากจนพี่ไม่มีวันยอมให้เรื่องบ้าๆ พวกนี้มาทำให้เราหลุดมือไปเด็ดขาด"ใบหน้าหวานเงยขึ้นมองคนหน้าหล่อที่จ้องเธออยู่ก่อนแล้ว ดวงตาของเขาไม่มีแววล้อเล่น มีเพียงความรักและความอ้อนวอนที่เปี่ยมล้น "รดาขอโทษคะ... รดาแค่กลัว กลัวว่ารดาจะเป็นได้แค่คนคั่นเวลาตอนที่พี่เหงา"เสียงหวานพูดอย่างแผ่วเบาในสิ่งที่ตัวเองคิด"คนคั่นเวลาที่ไหนจะทำให้พี่คลั่งได้ขนาดนี้ครับ?" นราวิชญ์ยิ้มบางๆ พลางใช้นิ้วโป้งเกลี่ยหยาดน้ำตาที่ข้างแก้มเธอออกอย่างเบามือ "คืนนี้พี่จะไม่ไปไหน พี่จะอยู่ตรงนี้... กอดรดาไว้แบบนี้ทั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status