Mag-log in“ตอแหล” กิ่งกาญจน์หลุดปาก เพราะรู้ความจริงอยู่แก่ใจ พอยัยเด็กนี่เล่าออกมาเลยเผลอโพล่งขึ้นตัดบท เธอนึกไม่ถึงว่าคนที่ดูเงียบ ๆ ไม่หือไม่อืออะไรมาตลอดจะเริ่มมีปากเสียงขึ้นมาได้แบบนี้ แต่ก็ช่างเถอะ กิ่งกาญจน์พยายามนิ่งไว้เพราะไม่ว่าจะเถียงให้ตายยังไงยัยหัวอ่อนนี่ไม่มีปัญญาดิ้นหลุดหรอก
“เชฟจงใจใส่ร้ายหนูค่ะ” เสียงของพุฒิตาสั่นเครือเพราะในใจเริ่มมีความรู้สึกหลากหลายประดังประเดเข้ามา ทั้งคำถามที่คิดไม่ตกว่าทำไมเชฟกิ่งถึงทำแบบนี้ เธอไปทำอะไรให้เจ็บแค้นกันตอนไหน แล้วเธอควรทำยังไงให้ทุกคนเชื่อดี
“ฉันจะไปใส่ร้ายเธอได้ยังไงเตย ในเมื่อเธอเป็นคนเซ็นชื่อลงไปเอง ฉันไม่ได้จับมือเธอเซ็นนะอย่าลืมสิ” กิ่งกาญจน์เฉไฉ และสิ่งที่เธอพูดก็มีเหตุผล
พุฒิตาได้แต่จ้องกิ่งกาญจน์เขม็งพลางอ้าปากค้าง คนอะไรโกหกหน้าด้าน ๆ!
“แล้วดูการแต่งตัวกับกระเป๋าเข้าสิ ลำพังเงินเดือนซูเชฟจะมีปัญญาซื้อมาใช้เหรอ คงไม่ใช่ว่าหัวสูงอยากใช้ของแพงเกินตัวจนต้องหาช่องทางโกงเอาเงินมาใช้แบบนี้หรอกนะ” กิ่งกาญจน์ถากถาง เธอเล็งสำรวจเสื้อผ้าการแต่งกายของหญิงสาวตั้งแต่เข้าห้องมาแล้ว ตอนนี้สบโอกาสเล่นงานจึงพุ่งเป้าไปที่เครื่องแต่งกายของหญิงสาว ชี้ให้ทุกคนสังเกตแล้วตัวเองจะได้พ้นข้อสงสัย
น้ำหน้าอย่างเธอคิดจะมาลองดีกับฉันมันเร็วไปย่ะนังเตย กิ่งกาญจน์กระหยิ่มในใจ แววตาเจ้าเล่ห์นั้นส่งให้ใบหน้าดูอัปลักษณ์ขึ้นไปอีก
พุฒิตากำลังจะอ้าปากโต้กลับทว่าถูกเสียงตวาดของใครบางคนดังขัดเสียก่อน
“เงียบ! นี่มันห้องประชุม ถ้าจะมาเถียงกัน โน่นข้างนอก” เป็นรองประธานเมฆินทร์นั่นเอง เดิมทีเขาอารมณ์คุกรุ่นได้ที่อยู่แล้ว เมื่อต้องเจอกับการเถียงกันไปมาแบบไม่มีใครยอมใคร ก็ทำให้ความอดทนของเขาสิ้นสุดลงจนตวาดออกไป
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนจะถูกเปิดออก ทุกสิ่งชะงักนิ่งลงชั่วคราว
ผู้มาใหม่นั้นหาใช่ใครอื่น แต่เป็นราเชนทร์ โจทก์หมายเลขหนึ่งของพุฒิตา ชายหนุ่มปรากฏกายในมาดน่าเกรงขาม ผมเสยเรียบ สวมแว่นตาราคาแพง และสูทดำสนิททั้งตัว เมื่อก้าวเข้ามาก็เพิ่มบรรยากาศกดดันภายในห้องขึ้นอีกเท่าตัว
วันนี้เป็นวันรวมญาติของเจ้ากรรมนายเวรของเธอหรืออย่างไร จะมีอีกไหม ถ้ามีก็มาเลย มัดรวมมาให้หมดทีเดียวเลย จัดมาให้มันจบ ๆ
สายตาของชายหนุ่มที่จับจ้องเธออย่างเอาเป็นเอาตาย ทำให้เธอเริ่มวิงเวียน พะอืดพะอม…
พุฒิตาหายใจติดขัด แผ่นหลังเปียกชื้นทั้งที่แอร์เย็นเจี๊ยบ เกิดมาเพิ่งเข้าใจว่า ‘เหงื่อเย็น’ เป็นอย่างไรก็คราวนี้นี่เอง
ราเชนทร์ตรงเข้ามานั่งข้างพุฒิตา แล้วแบมือรับเอกสารจากคิมหันต์ เลขาฯ หนุ่มคู่กายที่อยู่ด้านหลัง โดยที่สายตายังจับจ้องหญิงสาวตลอดเวลา
หน้าตาก็ดี รสนิยมการแต่งตัวก็เข้าท่า เสียดาย ไม่น่าเป็นยัยตัวแสบ ราเชนทร์คิดก่อนกวาดตาอ่านรายงานคร่าว ๆ
เขาพลิกเอกสารอย่างไม่สบอารมณ์ถึงหน้าสุดท้ายก่อนโยนลงโต๊ะ แล้วจึงหันไปกล่าวกับหญิงสาวที่นั่งหน้าเจื่อนอยู่
“ผมราเชนทร์ เป็นที่ปรึกษากฎหมายของโรงแรมและบริษัทในเครือ และเป็นผู้เสียหายจากการทำงานของคุณ”
“ค่ะ” พุฒิตาสะดุ้งตอบได้เพียงเท่านั้น
“คุณพุฒิตา มารยาทงามสินะ” ราเชนทร์ย้ำ
ใช่ เธอรู้น่า ว่าเธอชื่อพุฒิตา นามสกุลมารยาทงาม แล้วยังไง มีอะไรก็พูดมาเลย ไม่ต้องทวนชื่อเธอก็ได้จะบอกว่าเธอทำให้บริษัทเสียหาย ทำให้โรงแรมเสียชื่อเสียง หรืออะไรก็แล้วแต่ พูดออกมาเลย!
ใจอยากตะโกนออกไปแบบนั้น แต่ตอนนี้เธอตอบได้แค่คำว่า...
“ค่ะ” ก่อนจะงุดคางลงไปอีก
“งามจริง ๆ งามหน้ามาก เป็นถึงเชฟห้องอาหารดังกลับทำแบบนี้” ราเชนทร์ถูกใจหน้าตาเธอตั้งแต่แรกเห็น เมื่อนึกถึงคำว่างามในนามสกุลจึงเผลอหลุดคำนี้ออกไป ก่อนนึกได้ว่าตัวเองต้องมีสภาพอนาถขนาดไหนเพราะการกระทำของเธอ เขารีบกลับลำกลบเกลื่อนคำชมเป็นคำตำหนิกลางอากาศอย่างแนบเนียน
“คะ?” เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมต้องย้ำคำว่างามในนามสกุลเธอนักหนา นี่มันบุลลี่กันชัด ๆ
“คุณไม่รู้หรือไงว่าความสะอาดและคุณภาพอาหารเป็นสิ่งที่ต้องอยู่ในสำนึกของคนทำอาหาร” ราเชนทร์จี้จุด
“ทราบค่ะ” เธอรู้ดีอยู่แล้วน่า แต่เรื่องวัตถุดิบโทษเธอได้ที่ไหน
“ทราบ? แล้วเห็นหลักฐานพวกนั้นไหม”
“เห็นค่ะ แต่หนูไม่ได้ทำนะคะ” พุฒิตาพยายามแย้ง
“ถ้าไม่ได้ทำแล้วนี่ลายเซ็นใคร” ราเชนทร์เริ่มหงุดหงิดกับแม่สาวมารยาทงามที่ท่าทางจะไม่ยอมรับสิ่งที่ตนก่อ
“ลายเซ็นหนูเอง แต่หนูไม่รู้เนื้อหาในเอกสาร ตอนนั้นเชฟกิ่งบอกให้เซ็นรับของเฉย ๆ หนูก็เลยเซ็นค่ะ” พุฒิตาพูดความจริงทั้งหมดแล้ว ได้โปรดเชื่อสักทีเถอะ
“นี่แกหาว่าฉันหลอกแกเหรอนังเตย” กิ่งกาญจน์เดือดขึ้นอีกครั้งจนไม่อาจทนนั่งนิ่ง ๆ ได้
“คุณกิ่งกาญจน์ ผมเชิญคุณมานั่งร่วมรับฟังในฐานะหัวหน้าแผนกครัว ถ้ายังจะแทรกขึ้นมาอีกก็ขอเชิญคุณออกไปก่อน” เมฆินทร์เอ่ยขัด
เมื่อถูกตำหนิ กิ่งกาญจน์จึงได้แต่พยายามสงบปากสงบคำ แต่ไม่วายจ้องพุฒิตาอย่างเคืองแค้น
ฝ่ายพุฒิตาที่เงยหน้ามาเจอสายตานั้นก็ขมวดคิ้วด้วยท่าทีไม่ยอมเช่นกัน
พฤติกรรมของสองคนนี้อยู่ในสายตาของเมฆินทร์ทั้งหมด อันที่จริงเขาก็ไม่อยากเชื่อว่าเด็กคนนี้จะคดโกง เพราะจากประวัติและข้อมูลที่ให้คนไปสืบมา วันหนึ่ง ๆ เธอแทบไม่ได้ติดต่อกับใครเลย นอกจากทำงานในห้องอาหารและรับงานถ่ายแบบ ก็มีแค่ถ่ายคลิปสอนทำอาหารง่าย ๆ และเต้นคัฟเวอร์ลงแอปฯ ออนไลน์
เธอมีเพื่อนสนิทเพียงสี่ถึงห้าคน หนึ่งในนั้นเป็นคนที่เขารู้จักดี ทั้งยังเป็นลูกสาวเจ้าของโรงแรมแห่งนี้ด้วย ด้วยอุปนิสัยพื้นฐานแล้ว พุฒิตาไม่น่าจะโกงเพื่อนตัวเองลง อีกทั้งท่าทางตอนนี้เจ้าตัวก็ยืนกรานว่าไม่รู้เรื่องจริง ๆ แต่ใครจะบอกได้ว่าโกหกหรือเปล่า
“ถ้าไม่ได้ทำ แล้วไหนพยานหรือหลักฐานล่ะ” ราเชนทร์กล่าวต่อ
“คือ...” พุฒิตาอ้ำอึ้ง ก่อนขบเม้มริมฝีปาก เธอไม่รู้จะไปหาหลักฐานจากไหนจริง ๆ
“หึ! ไม่มี” ราเชนทร์ยิ้มหยัน เขาเห็นมานักต่อนักแล้ว พวกทำความผิดแล้วทำท่าน่าสงสาร อ้างไม่รู้ ไม่ได้ทำ พอขอหลักฐานก็ไปต่อไม่เป็น คิดจะหลอกใครกันหา
“จะยังไงก็แล้วแต่นะคุณพุฒิตา ต่อให้คุณจะถูกหลอกเซ็นรับเอกสาร ไม่ได้อ่านเอกสาร หรือเอาหอยเน่ามาทำอาหารให้ผมกับคุณราเชนทร์กินเพราะถูกบังคับก็ตาม ประเด็นสำคัญคือคุณทำหน้าที่ได้อย่างบกพร่องร้ายแรงอยู่ดี” เมฆินทร์กล่าวต่อ
“ใช่” ราเชนทร์เสริม
“เพราะคุณได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบวัตถุดิบที่มาส่งทุกครั้ง แต่คุณกลับละเลยหน้าที่ ทำให้ไม่รู้ว่ามีการตบตาเพิ่มน้ำหนักสอดไส้บรรจุภัณฑ์ ทั้งยังมีของใกล้เน่าและของไร้คุณภาพไม่ตรงตามมาตรฐานปะปนมา” เมฆินทร์แจกแจงความผิดในการละเลยหน้าที่ของพุฒิตา ปิดท้ายด้วยประโยคชวนสันหลังวาบ
“ด้วยความผิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง ทางเราจึงพิจารณาให้คุณพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานของที่นี่ นับแต่วันนี้เป็นต้นไป”
กิ่งกาญจน์ลิงโลดขึ้นทันที เธอส่งยิ้มเยาะให้พุฒิตาอย่างสะใจ...สมน้ำหน้า
ต่างกับพุฒิตาที่หูอื้อราวกับเพิ่งได้ยินเสียงฟ้าผ่า เธอรวบรวมสติแล้วพยายามยืนกรานอีกครั้ง แม้รู้ดีว่าไร้ประโยชน์
“แต่หนูไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นจริง ๆ นะคะ!” ก็ยัยป้ากิ่งไม่ให้เธอตรวจสอบวัตถุดิบ แจ้งเจอของใกล้เน่าทีไรก็ไม่ยอมฟัง จะให้ทำยังไงอีกเล่า! พุฒิตาอยากพูดออกไปใจจะขาด สมองตื้อไปหมดจนปากไม่ยอมขยับตามคำสั่ง
“คุณพุฒิตา มารยาทงามครับ มติที่ประชุมออกมาแล้ว ถ้าคุณคิดว่ามีหลักฐานแก้ต่างก็เอาออกมาสิครับ อย่ามัวแต่พูดแค่ว่าไม่ได้ทำ ไม่ได้ตั้งใจ มันไม่มีประโยชน์ครับ แล้วจะบอกให้เอาบุญนะ พวกผมไม่แจ้งจับคุณก็ดีแค่ไหนแล้ว” กล่าวเสร็จ ราเชนทร์ก็ยื่นรายการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้กับพุฒิตา
“และในฐานะผู้เสียหายโดยตรงจากความชุ่ยของคุณ ผมขอเรียกร้องค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยค่าห้องอาหารที่ผมจองไว้สำหรับดินเนอร์ ค่าที่พักโรงแรมจำนวนหนึ่งคืนในวันเกิดเหตุ ค่าทำขวัญ รวมทั้งหมดห้าแสนบาท ตามรายการนี้ครับ”
ห้าแสน! จะบ้าเหรอ!! ฟังแล้วจะวูบ...
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะล้มพับลงไป เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลก็เดินเข้ามาวางเอกสารปึกหนึ่งลงตรงหน้าเธอ
“ทางซัปพลายเออร์เจ้าก่อนติดต่อมาร้องเรียนว่ามีการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด จะให้ทางเราชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินทั้งหมดหนึ่งล้านบาท ส่วนใบนี้คือรายการค่าเสียหายของทางบริษัทเราครับ คุณเป็นผู้ร่วมโครงการที่บริษัทเราลงทุนไปมากเพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถ เราจึงคาดหวังกับคุณไว้มาก แต่ผลลัพธ์ที่เราได้กลับมา คือการทำงานสะเพร่า ไร้ความรอบคอบ อาจถึงขั้นมีการฉ้อโกงด้วย ดังนั้น คุณจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับบริษัทเป็นจำนวนเงินหนึ่งล้าน...”
ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลกำลังร่ายยาวถึงความผิด และค่าสินไหมทดแทนที่เธอต้องชดใช้อยู่นั้น พุฒิตาก็หูดับไปเป็นที่เรียบร้อย เธอไม่รับรู้อะไรอีกทั้งสิ้น ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว จนกระทั่งมืดสนิท...
“คือว่าพอดีทางนี้สั่งอาหารเดลิเวอรีไว้ด้วยค่ะ คิดว่าน่าจะถึงในอีกไม่กี่นาทีนี้ จะต้องทำอย่างไรคะ”“อ๋อ โดยปกติต้องโทรแจ้งป้อมยามส่วนใน ก็คือป้อมยามตรงทางเข้ามาที่นี่นะคะ เสร็จแล้วเดี๋ยวทางนั้นจะจัดการต่อเองค่ะ” เธออธิบายพลางชี้ขอที่สมุดมาเปิดหน้ารายชื่อเบอร์โทรศัพท์ จากนั้นกาเครื่องหมายดอกจันไว้ให้พุฒิตา เพื่อที่ครั้งหน้าจะได้มองเห็นง่าย“เรียบร้อยนะคะ มีอย่างอื่นเพิ่มเติมไหมคะ” เจ้าหน้าที่นิติฯ หมู่บ้านถาม“ตอนนี้ไม่มีแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ” พุฒิตาสวมรอยยิ้มประดับบนหน้า พลางคิดในใจว่าเดี๋ยวคงได้โทรถามจนเบื่อกันไปข้างเลยละค่ะ แค่เห็นจำนวนกุญแจกับปุ่มรีโมตเมื่อกี้ก็ท้อแล้ว“หากมีอะไรเพิ่มเติมก็โทรสอบถามนิติฯ ได้ตลอดเวลาเลยนะคะ ที่นี่เรามีเจ้าหน้าที่ประจำการคอยให้ความช่วยเหลือตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงค่ะ” เจ้าหน้าที่นิติบุคคลย้ำถึงความช่วยเหลือตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอีกครั้ง ไว้ต่อไปเวลาคุยเล่นหยุมหัวกับเพื่อน ๆ เปลี่ยน มาเป็นนัดตบกันหลัง ‘นิติฯ หมู่บ้าน’ ปิดก็เก๋ไม่หยอก...“ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” พุฒิตายกมือไหว้ลานิติฯ ตามประสาสาวมารยาทงาม ก่อนกลับมาให้ความสนใจกับพวงกุญแจในมือ ทำไมมันเยอะเบอร์นี้ดู
ปึง! กิ่งกาญจน์ตบโต๊ะด้วยความโมโห“จะไปไหนก็ไป อย่าโผล่หัวกลับมาที่นี่อีกก็แล้วกัน” พร้อมผลักกระเป๋าหญิงสาวออกจากตัว จากนั้นโบกมือไล่ส่ง ๆ พุฒิตาก็ไม่รอช้า คว้ากระเป๋าข้าวของก้าวฉับ ๆ ออกจากห้องพักพนักงานครัวทันที“พี่เตยคะ” เสียงเรียกอันคุ้นเคยของอดีตเพื่อนร่วมงานอีกคนดังขึ้นจากด้านข้าง หญิงสาวที่เพิ่งก้าวพ้นประตูห้องพักมาหันไปหาต้นเสียง“มีอะไรเหรอเฟยเฟย” พุฒิตาเอ่ยถามหญิงสาวลูกครึ่งหน้าตาจิ้มลิ้มพลางมองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ ในมือเฟยเฟยมีซองสีน้ำตาลฉบับหนึ่ง“เมื่อวานนี้มีเอกสารฝากถึงพี่เตยค่ะ เฟยเฟยส่งข้อความบอกพี่แล้วแต่ยังไม่เห็นพี่อ่านค่ะ” เฟยเฟยกล่าวพร้อมยื่นซองนั้นให้เธอด้วยสองมือพุฒิตาเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ เธอเห็นแถบแจ้งเตือนข้อความที่เฟยเฟยส่งมาแวบหนึ่งจึงรู้ว่ามีเอกสาร แค่ไม่ได้เปิดอ่านเพราะเมื่อวานมัวแต่ยุ่งจนลืมไปนั่นเอง ว่าแต่เอกสารอะไรกันหนาเป็นปึก จำได้ว่าตัวเองไม่ได้ไปลงสมัครอะไรไว้ที่ไหนนี่ แล้วใครส่งมากันนะหญิงสาวคิดพลางพลิกดูชื่อผู้ส่ง‘สำนักงานกฎหมายราเชนทร์แอนด์พาร์ตเนอร์’...ชื่อคุ้นมาก แต่ยังไม่ทันนึกอะไรเพิ่มเติม พุฒิตาก็สัมผัสได้ถึงสายตาคล้ายมีอะไรอยากจะพู
“ลูกค้าครับ ไม่เอาแมวไปเหรอครับ” พนักงานเอ่ยถามหญิงสาวที่ก้าวขึ้นมานั่งข้างคนขับก่อนคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย“ฉิบหาย! ลืมแมว...รอแป๊บนะคะ” พุฒิตาปลดเข็มขัดก่อนเปิดประตูกระโดดลงจากรถไปอย่างไว ทิ้งให้พนักงานเกาหัวแกรก ๆพุฒิตาซอยเท้าขึ้นบันได พุ่งไปอดีตห้องพักของตนเร็วจี๋เพื่อพบว่า เธอวางตะกร้าเจ้าหมูตุ๋นไว้ข้างห้องนั้นเอง เจ้าแมวนมชมพูโวยวายแง้ว ๆ ใส่เธอด้วยความไม่พอใจ หากพูดภาษามนุษย์ได้มันคงบ่นว่ายัยทาสใจร้ายทำไมถึงลืมแมวน่ารักอย่างมันได้ลงคอ“โอ๋ ๆ เมื่อกี้มี้แค่ลงไปเช็กของ ไม่ได้ลืมตุ๋นตุ๋นจริง ๆ น้า” หญิงสาวพยายามง้อเจ้านายตนด้วยน้ำเสียงปลอบประโลม เจ้าหมูตุ๋นหยุดร้องทันทีที่ได้ยินเธอพูด พุฒิตายิ้มกริ่มปนโล่งอกที่ง้อแมวง่ายดายเสียนี่กระไร ก่อนพบสายตาจ้องเป๋งที่บ่งบอกได้ชัดเจนว่า หึ ยัยตอแหล เห็นดังนั้นหญิงสาวจึงส่งยิ้มเจื่อนพร้อมทำตาปิ๊ง ๆ ออดอ้อนใส่อีกครา เจ้าแมวส่งเสียงพ่นลมฉุนเฉียวก่อนทิ้งตัวลงกับเบาะในตะกร้า ปล่อยให้ยัยทาสจอมเฟอะฟะหิ้วตนขึ้นรถแต่โดยดี“เรียบร้อยนะครับ” พนักงานคนเดิมถามจากฝั่งที่นั่งคนขับ ก่อนมองเจ้าก้อนกลมสีชมพูในตะกร้า พุฒิตาส่งยิ้มพยักหน้าให้“ค่ะพี่ ออกรถได
“ถ้าอย่างนั้นเตยขอลากลับก่อนจะได้ไหมคะ กลัวจะจัดของไม่ทันค่ะ” ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร เธอก็ต้องรีบลากลับบ้านเสียแล้ว“เอาเถอะ ไว้พรุ่งนี้หรือวันหลังแม่แวะไปหาที่บ้านเจ้าเชนแล้วกันนะ” คุณนายสุพรรณีรู้สึกเสียดาย ยังไม่ทันได้ศึกษาอุปนิสัยของว่าที่ลูกสะใภ้เลย ก็ต้องส่งเธอให้กับเจ้าลูกชายสุดแสบเสียแล้ว ความรู้สึกนี้มันช่างเหมือนตอนที่กำลังจะส่งชิฌาเข้าเรือนหอเลยไม่ผิดเพี้ยนร่ำลากันเสร็จ พุฒิตารีบเดินทางกลับห้องพักพร้อมเจ้าหมูตุ๋น และห้องน้ำแมวอันใหม่ที่เพิ่งจะได้มา ทำการเก็บข้าวของลงกล่องและกระเป๋าเดินทางในแบบฉบับที่คิดว่าหยิบอะไรได้ก็ยัด ๆ ไปก่อนเมื่อแพ็กของตัวเองเรียบร้อย เธอจึงหันไปจัดแจงเก็บของใช้ของเจ้าหมูตุ๋น ไม่ว่าจะเป็นกระบะทราย ที่นอนแมว และของเล่นสารพัดอย่างที่กระจัดกระจายอยู่ทุกมุมห้องทุกอย่างดูเหมือนจะเสร็จสิ้น เหลือบไปดูเวลาก็พบว่าขณะนี้ล่วงเลยไปจนห้าทุ่มแล้วนี่เธอยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตั้งแต่เช้า! ว่าแล้วก็คุ้ยหาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กดน้ำร้อนใส่รอประมาณสามนาทีแล้วก็นั่งซดไปพลางเปิดแชตพิมพ์หากลุ่มเพื่อน ๆ ไปพลางToei: นอนแล้วยังสาว~Wann: ยางงงงงToei: ทำไรอะหวาน ดึกมว้ากWa
ชิฌาขับตามทางเข้าไปจอดภายในโรงจอดรถ จากนั้นหันมาแซวหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านหลังนิดหน่อย“เป็นยังไง เห็นบ้านแล้วลมแทบจับเลยไหม”ใช่…ลมแทบจับ หวังว่าบ้านของคุณเชนอะไรนั่นจะไม่ใหญ่เท่านี้หรอกนะตอนที่ขับผ่านเพียงหน้าบ้านก็เล่นเอาเธอคิดสะระตะว่า ถ้าต้องทำความสะอาดบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้คนเดียว มีหวังเธอคงตายคาที่แน่นอน“เดี๋ยวเราเข้าไปคุยรายละเอียดกันในบ้านดีกว่า” ชิฌาเสนอ เพราะทุกคนต่างนั่งรถเดินทางกันมาเหนื่อยๆ ถึงระยะทางไม่ไกล แต่การจราจรที่ติดขัดเกินไปก็สร้างความเมื่อยล้าให้กับผู้โดยสารได้เช่นกันเมื่อเข้าไปภายใน พุฒิตาวางตะกร้าเจ้าหมูตุ๋นลงข้าง ๆ เพราะระยะทางระหว่างโรงจอดรถกับตัวบ้านก็ใช่ว่าจะใกล้ ๆ แบกมานาน ๆ เล่นเอากล้ามแขนแทบขึ้นเช่นกันจากนั้นเธอก็ก้มลงถอดรองเท้าแล้วนำไปวางบนชั้นที่จัดไว้สำหรับแขกผู้มาเยี่ยมเยือน“แมวชื่ออะไรเหรอจ๊ะ” คุณนายสุพรรณีถามขึ้น“หมูตุ๋นค่ะ”“มันไม่อึดอัดเหรออยู่แต่ในกรง ไหนจะต้องกินน้ำ ขับถ่ายอีก” จะว่าไปตัวมันก็ดูเนียนน่าสัมผัสพิกล“ไม่หรอกค่ะ มันชินแล้ว” เมื่อก่อนเธอเคยหิ้วมันไปด้วยทุกที่ แต่นั่นก็ค่อนข้างนานมาแล้วเหมือนกัน“ถ้าน้องไม่ข่วนข้าวของ ไม่เข้าห้อ
Toei: โอ๋ยยย เอาดี ๆ ชมอยู่LadyGecko: บอกแล้ว ฉันแม่น ฉันเก่ง ฉันสวย และรวยมว้ากToei: ไหนบอกมีหนี้เยอะLadyGecko: นังลูกจกตกอับ เคยได้ยินคำนี้ไหม ‘รวยหนี้’ นั่นแหละแม่เลยLadyGecko เพิ่มคุณเป็นเพื่อนToei: ไหนบอกจะเพิ่มเพื่อนต้องเสียเงินไงLadyGecko: ยกให้เป็นกรณีพิเศษ ไว้ลับฝีปาก แต่ถ้าจะดูดวงจ่ายเงินนะบอกก่อนToei: ลับฝีปากอะไรก๊อน ลูกจกออกจะเรียบร้อยดุจผ้ายับที่พับไว้ แต่เดี๋ยวแชร์ให้ค่าLadyGecko: ดีมาก แล้วอย่าลืมไปตามหาญาติด้วยนะ เผื่อมีญาติเหลืออยู่Toei: ตอนนู้นเจ้าหน้าที่เหมือนเคยตาม แล้วบอกว่าประสานงานติดต่อไม่ได้LadyGecko: บางทีเขาอาจจะตกหล่น ถ้าไม่เขาตกหล่น ก็ฉันมั่ว แค่นั้น จะเสียหายอะไรToei: โอเคร ขอบคุณมัก ๆ แม่จก ไว้ลูกจกจะเอาธูปเทียนและพานดอกไม้ไปกราบไหว้LadyGecko: เปลี่ยนจากธูปเทียน พานดอกไม้ เป็นพวงมาลัยเงินทองแล้วกันนะToei: งก!LadyGecko: ยอมรับ ฉันไปก่อน ง่วงจะนอนหลังจากได้แชร์ความสุขกับใครสักคนแล้ว พุฒิตามุ่งตรงกลับไปยังหอพักของตัวเอง และเริ่มลงมือเก็บข้าวของอย่างจริงจังสิ่งหนึ่งที่เธอกังวลมากคือ เจ้าหมูตุ๋นแมวเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างจะติดที่ เธอเคยอ่านเจอ บ







