LOGINดนตรีดังกระหึ่ม แสงไฟสลัวสลับกับแสงแวบวาบหลากสีสัน ผู้คนแน่นขนัดสมเป็นคืนสุดสัปดาห์ หลังตรากตรำกรำงานมาทั้งอาทิตย์ การมานั่งพูดคุยดื่มกิน ลุกเต้นปลดปล่อยอารมณ์ตามเสียงเพลงในผับ ย่อมเป็นอีกตัวเลือกที่ช่วยผ่อนคลายไม่เลว
บรรยากาศกำลังคึกคักด้วยเพลงจังหวะสนุก บรรดาสายแดนซ์ สายย่อทั้งหลายต่างลุกขึ้นเต้นตามเสียงเพลงอย่างเมามัน แม้แต่คนไม่กล้าแสดงออกยังถูกกระตุ้นให้โยกอวัยวะบางส่วนเบา ๆ คลอจังหวะเพลง
รอบข้างโหวกเหวกเฮฮาออกปานนี้ พุฒิตากลับไม่มีอารมณ์ร่วมแม้แต่น้อย เธอนั่งกระดกแก้วครั้งแล้วครั้งเล่า กระดกเสร็จก็คอตกสลับกับถอนหายใจ แล้วยกแก้วซดอีกครั้งเวียนไปจนเริ่มอิ่มของเหลว และแน่นอนว่ามึนด้วย โดยเธอหวังว่าอย่างน้อยความเมาจะช่วยให้เธอเลิกคิดถึงเรื่องแย่ ๆ สักที
เหตุการณ์เมื่อสองวันก่อนคอยฉายวนซ้ำอยู่ในหัว เสียงประกาศิตตัดสินโทษเธอยังดังก้องในหู
‘ให้คุณพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานของที่นี่ นับแต่วันนี้เป็นต้นไป’
‘พ้นสภาพพนักงาน… นับแต่นี้เป็นต้นไป ๆๆๆ’
หึ…แถมเอคโค่ให้อีก
ไม่ต้องกินหมาล่าก็ชาซี้ด ฟังแล้วชาหนึบตั้งแต่โคนผมยันตาตุ่ม คำง่าย ๆ ที่ฟังเข้าใจแต่ไม่อยากเข้าใจ
พ้นสภาพหมายถึงอะไรน่ะหรือ ก็ถูกไล่ออก ตกงาน ไม่มีเงิน ถังแตก…
แต่ยัง…ยังไม่หมดแค่นั้น
ยังมีบักสี่ตาหน้าเลือดราเชนทร์-ราแฉะอะไรนั่นอีก
หมอนั่นเข้ามาวางใบแจ้งหนี้ขูดรีดเงินจากเธอ ฟังตัวเลขแล้วขาสั่นพานจะวูบพับกับพื้นเป็นเจ้าหญิงนิทราสวย ๆ ให้ได้
แต่เหมือนได้ยินเสียงพื้นบอก อย่าเพิ่ง ยังไม่ถึงคิว
เพราะหัวหน้าแผนกบุคคลรอเสียบดาบสุดท้าย
‘คุณจะต้องชดใช้ค่าเสียหาย...สองล้าน…’
อีเตยขอถวายบังคมลา แล้วภาพก็ตัดลงตรงนี้
มารู้สึกตัวอีกทีตอนบงกชปลุก ลืมตาพบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องพยาบาลของบริษัท พุฒิตาทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องประชุมอีกครั้งด้วยอาการยังไม่อยากเชื่อ
แต่สุดท้ายก็ต้องจำใจยอมรับเพราะเธอไม่มีหลักฐาน ไม่มีพยาน ไม่มีอะไรเลย ทั้งเรื่องการให้ออกโดยไม่ได้ค่าชดเชย แถมมาด้วยหนี้ก้อนโต เท่าไรนะ...อ่อ สองล้านห้าแสนเอง ไม่เยอะเลย ถ้าไม่จ่ายทางโรงแรมก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย
“หึ ๆ ๆ สองล้านห้าแสน” พุฒิตาหัวเราะด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันในความซวยของตัวเอง เธอเชื่อใจคนมากไป เรียนภาษาไทยมาตั้งแต่เด็ก ไม่รู้จักจำว่าอย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง
ใช่ จนเลยไง! ทั้งจนกรอบ จนใจ เงินหมด บ้านไม่มี หนี้สินล้นพ้นตัว นังเตยเอ๊ยเจริญจริงแก!
เมื่อเช้าเธอจำเป็นต้องโอนเงินเก็บก้อนสุดท้ายในชีวิตให้กับบักสี่ตาราแฉะบ้านั่นเพื่อจ่ายค่าสินไหมทดแทน
แหม...สินไหมทดแทน
ทำอย่างกับเธอเป็นประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ทำไมไม่ไปเรียกเก็บกับพวกนั้นล่ะ มาเก็บอะไรกับ ‘อดีต’ ซูเชฟตัวน้อย ๆ คนนี้
ใช่แล้ว… ‘อดีต’ ซูเชฟ
ยิ่งตอกยิ่งย้ำยิ่งช้ำทรวง
“ดาวอะไรย้ายมาทับฉันหรือเปล่าวะอีแบม ทำไมฉันถึงซวยซ้ำซวยซ้อนแบบนี้” พุฒิตาหันไปถามบุรวิชญ์หรือแบมแบม เพื่อนซี้ใจสาวที่โดนลากออกมาช่วยเธอคลายเครียดในผับประจำย่านทองหล่อ
อ้อใช่...ที่บอกว่าซวยซ้ำซวยซ้อน ก็เพราะความโลภมากของเธอนั่นเอง
พุฒิตานำเงินเก็บจำนวนห้าแสนบาทไปลงทุนทองคำและเหรียญคริปโต โดยการลงทุนนี้มีพิธีกรสาวชื่อดังเป็นเจ้ามือเทรดให้ ครั้งแรกเธอลองลงไปแค่ห้าหมื่นบาท ผลกำไรกลับมารวมเงินต้นเป็นหนึ่งแสนบาท เวลาลงทุนสั้น ๆ แต่ได้ผลตอบแทนตั้งเท่านี้สุดยอดจะตาย ใครบ้างจะไม่ตาลุกวาว
ถึงแม้การลงทุนจะมีความเสี่ยง แต่เธอไว้ใจเพราะครั้งแรกได้เงินจริง และอีกฝ่ายก็เป็นคนมีชื่อเสียงเพิ่มความน่าเชื่อถือ
หึ เพราะไว้ใจ
ทำให้เธอตัดสินใจเจียดเงินอีกครึ่งล้านไปลงทุนเพิ่ม หวังจะได้เห็นเงินสามสี่ล้านงอกเงยโดยง่าย
สุดท้ายเป็นอย่างไรเล่า
เย็นวันเดียวกับที่เธอได้รู้ว่าตัวเองต้องตกงานแถมหนี้งอก ก็เจอข่าวออกโครม ๆ ว่าพิธีกรสาวคนดีคนเดิม เชิดเงินลงทุนหายหัว เรื่องนี้ต้องโทษตัวเธอเองดันไม่เชื่อข่าวลือตั้งแต่สามเดือนก่อน ยัยพิธีกรคนนี้ปาร์ตี้เมาหนักจนโพล่งความจริงว่าวางแผนหนีไว้จนเกิดข่าวลือ คนที่ไหวตัวทันก็โชคดีไป แต่ยังมีผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกับเธอร้อยกว่าราย มูลค่าความเสียหายนับไม่ถ้วน ส่วนสำหรับตัวเธอก็...
บ๊ายบาย มายห้าแสน
ชีวิตเธอกับเงินจำนวนที่ลงท้ายด้วยห้าแสนนี่มัน
อาถรรพ์...ต้องเป็นเลขอาถรรพ์แน่นอน!
“แกรู้ไหม ตั้งแต่สร้อยข้อมือฉันหาย โคตรซวยบอกเลย โดนไล่ออกไม่พอ ยังมาโดนเชิดเงินอีก ไม่ราหูก็มฤตยูต้องย้ายมาทับฉันแน่นอน!” ว่าแล้วก็รีบเปิดแอปฯ ปฏิทินร้อยปีดูตำแหน่งดาวปัจจุบัน…
แล้วเธอก็ต้องเบิกตากว้าง
นี่มัน!!
เธอดูไม่เป็น…
พุฒิตากดออกจากแอปฯ ดังกล่าวที่โหลดไว้เผื่อศึกษาแต่จนป่านนี้ก็ยังดองไว้อยู่ สมเป็นสาวน้อยร้อยแอปฯ ดูดวง
เธอเปลี่ยนมาเปิดไพ่ประจำวันที่ลืมเปิดเมื่อเช้า เพราะมัวแต่จัดการเรื่องเงินห้าแสน โอนเสร็จแล้วเฉาเศร้าเหลือเกิน ตกงานก็ตกแล้ว เสียเงินก็เสียไปแล้ว ฟาดเคราะห์พ้น ๆ สักที ขอให้ไพ่คราวนี้ออกมาดีงามด้วยเทอญ
Card of the Day: Five of Wands - ขัดแย้ง ปะทะ ไม่เข้าใจ เข้ากับคนอื่นไม่ได้
อะไรอีกนั่น...หมายความว่ายังไง แต่ยังไม่ทันได้สงสัยกับไพ่ของวันนี้ที่เปิดได้ บุรวิชญ์ก็ขวางจินตนาการของเธอเสียก่อน
“หยุด! พอ เลิกงมงาย ไม่ต้องมาโหยหวนโอดครวญโทษดาวย้งดาวย้ายด้วย ลำไย ฉันกับฟ้าเตือนแกแล้วไงว่าอย่าโลภ เป็นไงล่ะ โลภมากลาภหาย กลายเป็นหนี้หัวโต” เพื่อนสาวในร่างชายเบะปาก พร้อมจริตจิกกัดเต็มสูบเผื่อว่าเธอยังไม่เข็ด
“ก็ใครจะไปคิดล่ะว่ามันจะเป็นพวกต้มตุ๋น” พุฒิตาบ่นอุบ แต่ยังไม่ทันได้พูดต่อ บุรวิชญ์ก็เอื้อมมือมาดึงแก้มของเธอเขย่าไปมาด้วยความหมั่นไส้จนหน้าสวย ๆ ยู่ยี่
“นี่แน่ะ ๆ ยังจะมาเถียงอีก ไม่ต้องใช้สมองก็ดูออกปะ มีอย่างที่ไหนลงทุนแล้วรอรับกำไรสี่สิบห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ถ้ามีแบบนี้จริงคนก็รวยกันหมดทั้งประเทศแล้วสิคะ” พูดพลางก็ขยี้บี้แก้มยัยเพื่อนจอมซื่อหนักขึ้น
“โอ๊ย เจ็บ ๆ อย่าบี้แก้มสิ เครื่องสำอางเละหมด” พุฒิตาโวยวายพลางดิ้นหลุดจากมือเพื่อน ตามด้วยมองค้อนปะหลับปะเหลือกพร้อมลูบแก้มตัวเองป้อย ๆ ก่อนจะถอนหายใจทำคอตกอีกครั้ง
หลายวันมานี้เธอเสียเวลาไปกับการพยายามติดต่อหาบักสี่ตาราแฉะคนนั้นเพื่อขอผ่อนผันค่าชดเชยสักหน่อย แต่อีตานั่นก็ไม่ยอมให้เธอเข้าพบเลย แม้ว่าเธอจะร้องห่มร้องไห้อ้อนวอนเพียงใด คนใจร้ายกลับส่งลูกน้องมายื่นบัญชีเรียกเก็บเงินจำนวนเต็มกับเธอ แถมขู่สำทับว่าถ้ายังไม่รีบจ่ายจะลากเธอขึ้นศาลแล้วเรียกให้หนักกว่านี้
พุฒิตาไม่มีทางเลือกต้องจำยอมโอนให้จบไปอย่างน้อยสักรายหนึ่ง ค่อยไปขอผ่อนผันหนี้กับบริษัทเอาแล้วกัน
สิ่งที่ต้องทำด่วนตอนนี้คือหางานประจำงานใหม่ให้ได้โดยเร็ว ลำพังงานนางแบบฟรีแลนซ์ที่ทำอยู่ กับการเป็นยูทูบเบอร์ อัปคอนเทนต์บ้างนาน ๆ ที ไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตในสไตล์เตยเตยแน่นอน
ชีวิตสไตล์เตยเตยเป็นอย่างไรน่ะหรือ เธอเป็นคนชอบแต่งตัว ชอบเสื้อผ้ากระเป๋า ชอบน้ำหอม แต่ไม่ได้ก่อหนี้เพราะความฟุ่มเฟือย ตรงกันข้าม เธออดทนเก็บหอมรอมริบจนสามารถซื้อเสื้อผ้ากระเป๋าที่เธอชอบด้วยน้ำพักน้ำแรงอยู่เสมอด้วยซ้ำ และนี่เป็นจุดที่เธอภาคภูมิใจในตัวเองมาก แต่ว่าถ้าไร้งานประจำ...
อย่าว่าแต่ไลฟ์สไตล์บำรุงกิเลสเลย เธอจะเอาเงินที่ไหนมาเก็บ เอาที่ไหนมาใช้หนี้ มิหนำซ้ำยังอาจจะต้องตกเป็นบุคคลล้มละลาย และเจ้าหมูตุ๋นของเธอต้องกลายเป็นแมวไร้บ้าน จะยอมให้ตุ๋นตุ๋นทูนหัวของมี้เป็นแมวตกอับไม่ได้เด็ดขาด!
“แกลองหันมารับงานเอ็นไหม มันก็มีงานที่ดี ๆ นะ แบบแค่นั่งคุยไม่ต้องไปต่อ” บุรวิชญ์ผู้มีอดีตเป็นชายหนุ่มสายเปย์แต่เปลือก เพราะที่บ้านไม่เห็นด้วยจึงต้องแสร้งทำตัวมาดแมนตามอุดมคติมาตลอด จนกระทั่งเจอเหตุการณ์ปิ๊งรักกระชากจิต เก็บความเกย์ไม่มิดอีกต่อไป ซ้ำยังเปิดตัวอลังการกว่าใครแต่ไว้ค่อยเล่าทีหลัง ตอนนี้คุณแบมหรืออีแบมให้ความเห็นออกมา ฟังดูแล้วน่าเอาเหล้ากรอกปากให้ดิ้น ปากมันนะไม่ใช่ปากเธอ
“แกจะบ้าเหรอ เอ็นไปเอ็นมาน่ากลัวจะโดนเอ็นน่ะสิ” พุฒิตามองแก้วเครื่องดื่มตรงหน้า ยกขึ้นดื่มจนหมดแล้วเทเพิ่มอย่างฉุนเฉียว
“โอ๊ย แกก็เลือกสิ เลือกเป็นผู้ล่า ดูเอ็นเขาเราเอ็นจอยไงแก” บุรวิชญ์แหย่อย่างทะลึ่งตามประสาคนคิดลึก
“คือว่าพอดีทางนี้สั่งอาหารเดลิเวอรีไว้ด้วยค่ะ คิดว่าน่าจะถึงในอีกไม่กี่นาทีนี้ จะต้องทำอย่างไรคะ”“อ๋อ โดยปกติต้องโทรแจ้งป้อมยามส่วนใน ก็คือป้อมยามตรงทางเข้ามาที่นี่นะคะ เสร็จแล้วเดี๋ยวทางนั้นจะจัดการต่อเองค่ะ” เธออธิบายพลางชี้ขอที่สมุดมาเปิดหน้ารายชื่อเบอร์โทรศัพท์ จากนั้นกาเครื่องหมายดอกจันไว้ให้พุฒิตา เพื่อที่ครั้งหน้าจะได้มองเห็นง่าย“เรียบร้อยนะคะ มีอย่างอื่นเพิ่มเติมไหมคะ” เจ้าหน้าที่นิติฯ หมู่บ้านถาม“ตอนนี้ไม่มีแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ” พุฒิตาสวมรอยยิ้มประดับบนหน้า พลางคิดในใจว่าเดี๋ยวคงได้โทรถามจนเบื่อกันไปข้างเลยละค่ะ แค่เห็นจำนวนกุญแจกับปุ่มรีโมตเมื่อกี้ก็ท้อแล้ว“หากมีอะไรเพิ่มเติมก็โทรสอบถามนิติฯ ได้ตลอดเวลาเลยนะคะ ที่นี่เรามีเจ้าหน้าที่ประจำการคอยให้ความช่วยเหลือตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงค่ะ” เจ้าหน้าที่นิติบุคคลย้ำถึงความช่วยเหลือตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอีกครั้ง ไว้ต่อไปเวลาคุยเล่นหยุมหัวกับเพื่อน ๆ เปลี่ยน มาเป็นนัดตบกันหลัง ‘นิติฯ หมู่บ้าน’ ปิดก็เก๋ไม่หยอก...“ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” พุฒิตายกมือไหว้ลานิติฯ ตามประสาสาวมารยาทงาม ก่อนกลับมาให้ความสนใจกับพวงกุญแจในมือ ทำไมมันเยอะเบอร์นี้ดู
ปึง! กิ่งกาญจน์ตบโต๊ะด้วยความโมโห“จะไปไหนก็ไป อย่าโผล่หัวกลับมาที่นี่อีกก็แล้วกัน” พร้อมผลักกระเป๋าหญิงสาวออกจากตัว จากนั้นโบกมือไล่ส่ง ๆ พุฒิตาก็ไม่รอช้า คว้ากระเป๋าข้าวของก้าวฉับ ๆ ออกจากห้องพักพนักงานครัวทันที“พี่เตยคะ” เสียงเรียกอันคุ้นเคยของอดีตเพื่อนร่วมงานอีกคนดังขึ้นจากด้านข้าง หญิงสาวที่เพิ่งก้าวพ้นประตูห้องพักมาหันไปหาต้นเสียง“มีอะไรเหรอเฟยเฟย” พุฒิตาเอ่ยถามหญิงสาวลูกครึ่งหน้าตาจิ้มลิ้มพลางมองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ ในมือเฟยเฟยมีซองสีน้ำตาลฉบับหนึ่ง“เมื่อวานนี้มีเอกสารฝากถึงพี่เตยค่ะ เฟยเฟยส่งข้อความบอกพี่แล้วแต่ยังไม่เห็นพี่อ่านค่ะ” เฟยเฟยกล่าวพร้อมยื่นซองนั้นให้เธอด้วยสองมือพุฒิตาเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ เธอเห็นแถบแจ้งเตือนข้อความที่เฟยเฟยส่งมาแวบหนึ่งจึงรู้ว่ามีเอกสาร แค่ไม่ได้เปิดอ่านเพราะเมื่อวานมัวแต่ยุ่งจนลืมไปนั่นเอง ว่าแต่เอกสารอะไรกันหนาเป็นปึก จำได้ว่าตัวเองไม่ได้ไปลงสมัครอะไรไว้ที่ไหนนี่ แล้วใครส่งมากันนะหญิงสาวคิดพลางพลิกดูชื่อผู้ส่ง‘สำนักงานกฎหมายราเชนทร์แอนด์พาร์ตเนอร์’...ชื่อคุ้นมาก แต่ยังไม่ทันนึกอะไรเพิ่มเติม พุฒิตาก็สัมผัสได้ถึงสายตาคล้ายมีอะไรอยากจะพู
“ลูกค้าครับ ไม่เอาแมวไปเหรอครับ” พนักงานเอ่ยถามหญิงสาวที่ก้าวขึ้นมานั่งข้างคนขับก่อนคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย“ฉิบหาย! ลืมแมว...รอแป๊บนะคะ” พุฒิตาปลดเข็มขัดก่อนเปิดประตูกระโดดลงจากรถไปอย่างไว ทิ้งให้พนักงานเกาหัวแกรก ๆพุฒิตาซอยเท้าขึ้นบันได พุ่งไปอดีตห้องพักของตนเร็วจี๋เพื่อพบว่า เธอวางตะกร้าเจ้าหมูตุ๋นไว้ข้างห้องนั้นเอง เจ้าแมวนมชมพูโวยวายแง้ว ๆ ใส่เธอด้วยความไม่พอใจ หากพูดภาษามนุษย์ได้มันคงบ่นว่ายัยทาสใจร้ายทำไมถึงลืมแมวน่ารักอย่างมันได้ลงคอ“โอ๋ ๆ เมื่อกี้มี้แค่ลงไปเช็กของ ไม่ได้ลืมตุ๋นตุ๋นจริง ๆ น้า” หญิงสาวพยายามง้อเจ้านายตนด้วยน้ำเสียงปลอบประโลม เจ้าหมูตุ๋นหยุดร้องทันทีที่ได้ยินเธอพูด พุฒิตายิ้มกริ่มปนโล่งอกที่ง้อแมวง่ายดายเสียนี่กระไร ก่อนพบสายตาจ้องเป๋งที่บ่งบอกได้ชัดเจนว่า หึ ยัยตอแหล เห็นดังนั้นหญิงสาวจึงส่งยิ้มเจื่อนพร้อมทำตาปิ๊ง ๆ ออดอ้อนใส่อีกครา เจ้าแมวส่งเสียงพ่นลมฉุนเฉียวก่อนทิ้งตัวลงกับเบาะในตะกร้า ปล่อยให้ยัยทาสจอมเฟอะฟะหิ้วตนขึ้นรถแต่โดยดี“เรียบร้อยนะครับ” พนักงานคนเดิมถามจากฝั่งที่นั่งคนขับ ก่อนมองเจ้าก้อนกลมสีชมพูในตะกร้า พุฒิตาส่งยิ้มพยักหน้าให้“ค่ะพี่ ออกรถได
“ถ้าอย่างนั้นเตยขอลากลับก่อนจะได้ไหมคะ กลัวจะจัดของไม่ทันค่ะ” ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร เธอก็ต้องรีบลากลับบ้านเสียแล้ว“เอาเถอะ ไว้พรุ่งนี้หรือวันหลังแม่แวะไปหาที่บ้านเจ้าเชนแล้วกันนะ” คุณนายสุพรรณีรู้สึกเสียดาย ยังไม่ทันได้ศึกษาอุปนิสัยของว่าที่ลูกสะใภ้เลย ก็ต้องส่งเธอให้กับเจ้าลูกชายสุดแสบเสียแล้ว ความรู้สึกนี้มันช่างเหมือนตอนที่กำลังจะส่งชิฌาเข้าเรือนหอเลยไม่ผิดเพี้ยนร่ำลากันเสร็จ พุฒิตารีบเดินทางกลับห้องพักพร้อมเจ้าหมูตุ๋น และห้องน้ำแมวอันใหม่ที่เพิ่งจะได้มา ทำการเก็บข้าวของลงกล่องและกระเป๋าเดินทางในแบบฉบับที่คิดว่าหยิบอะไรได้ก็ยัด ๆ ไปก่อนเมื่อแพ็กของตัวเองเรียบร้อย เธอจึงหันไปจัดแจงเก็บของใช้ของเจ้าหมูตุ๋น ไม่ว่าจะเป็นกระบะทราย ที่นอนแมว และของเล่นสารพัดอย่างที่กระจัดกระจายอยู่ทุกมุมห้องทุกอย่างดูเหมือนจะเสร็จสิ้น เหลือบไปดูเวลาก็พบว่าขณะนี้ล่วงเลยไปจนห้าทุ่มแล้วนี่เธอยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตั้งแต่เช้า! ว่าแล้วก็คุ้ยหาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กดน้ำร้อนใส่รอประมาณสามนาทีแล้วก็นั่งซดไปพลางเปิดแชตพิมพ์หากลุ่มเพื่อน ๆ ไปพลางToei: นอนแล้วยังสาว~Wann: ยางงงงงToei: ทำไรอะหวาน ดึกมว้ากWa
ชิฌาขับตามทางเข้าไปจอดภายในโรงจอดรถ จากนั้นหันมาแซวหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านหลังนิดหน่อย“เป็นยังไง เห็นบ้านแล้วลมแทบจับเลยไหม”ใช่…ลมแทบจับ หวังว่าบ้านของคุณเชนอะไรนั่นจะไม่ใหญ่เท่านี้หรอกนะตอนที่ขับผ่านเพียงหน้าบ้านก็เล่นเอาเธอคิดสะระตะว่า ถ้าต้องทำความสะอาดบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้คนเดียว มีหวังเธอคงตายคาที่แน่นอน“เดี๋ยวเราเข้าไปคุยรายละเอียดกันในบ้านดีกว่า” ชิฌาเสนอ เพราะทุกคนต่างนั่งรถเดินทางกันมาเหนื่อยๆ ถึงระยะทางไม่ไกล แต่การจราจรที่ติดขัดเกินไปก็สร้างความเมื่อยล้าให้กับผู้โดยสารได้เช่นกันเมื่อเข้าไปภายใน พุฒิตาวางตะกร้าเจ้าหมูตุ๋นลงข้าง ๆ เพราะระยะทางระหว่างโรงจอดรถกับตัวบ้านก็ใช่ว่าจะใกล้ ๆ แบกมานาน ๆ เล่นเอากล้ามแขนแทบขึ้นเช่นกันจากนั้นเธอก็ก้มลงถอดรองเท้าแล้วนำไปวางบนชั้นที่จัดไว้สำหรับแขกผู้มาเยี่ยมเยือน“แมวชื่ออะไรเหรอจ๊ะ” คุณนายสุพรรณีถามขึ้น“หมูตุ๋นค่ะ”“มันไม่อึดอัดเหรออยู่แต่ในกรง ไหนจะต้องกินน้ำ ขับถ่ายอีก” จะว่าไปตัวมันก็ดูเนียนน่าสัมผัสพิกล“ไม่หรอกค่ะ มันชินแล้ว” เมื่อก่อนเธอเคยหิ้วมันไปด้วยทุกที่ แต่นั่นก็ค่อนข้างนานมาแล้วเหมือนกัน“ถ้าน้องไม่ข่วนข้าวของ ไม่เข้าห้อ
Toei: โอ๋ยยย เอาดี ๆ ชมอยู่LadyGecko: บอกแล้ว ฉันแม่น ฉันเก่ง ฉันสวย และรวยมว้ากToei: ไหนบอกมีหนี้เยอะLadyGecko: นังลูกจกตกอับ เคยได้ยินคำนี้ไหม ‘รวยหนี้’ นั่นแหละแม่เลยLadyGecko เพิ่มคุณเป็นเพื่อนToei: ไหนบอกจะเพิ่มเพื่อนต้องเสียเงินไงLadyGecko: ยกให้เป็นกรณีพิเศษ ไว้ลับฝีปาก แต่ถ้าจะดูดวงจ่ายเงินนะบอกก่อนToei: ลับฝีปากอะไรก๊อน ลูกจกออกจะเรียบร้อยดุจผ้ายับที่พับไว้ แต่เดี๋ยวแชร์ให้ค่าLadyGecko: ดีมาก แล้วอย่าลืมไปตามหาญาติด้วยนะ เผื่อมีญาติเหลืออยู่Toei: ตอนนู้นเจ้าหน้าที่เหมือนเคยตาม แล้วบอกว่าประสานงานติดต่อไม่ได้LadyGecko: บางทีเขาอาจจะตกหล่น ถ้าไม่เขาตกหล่น ก็ฉันมั่ว แค่นั้น จะเสียหายอะไรToei: โอเคร ขอบคุณมัก ๆ แม่จก ไว้ลูกจกจะเอาธูปเทียนและพานดอกไม้ไปกราบไหว้LadyGecko: เปลี่ยนจากธูปเทียน พานดอกไม้ เป็นพวงมาลัยเงินทองแล้วกันนะToei: งก!LadyGecko: ยอมรับ ฉันไปก่อน ง่วงจะนอนหลังจากได้แชร์ความสุขกับใครสักคนแล้ว พุฒิตามุ่งตรงกลับไปยังหอพักของตัวเอง และเริ่มลงมือเก็บข้าวของอย่างจริงจังสิ่งหนึ่งที่เธอกังวลมากคือ เจ้าหมูตุ๋นแมวเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างจะติดที่ เธอเคยอ่านเจอ บ







