LOGINตีห้าครึ่ง วรางคณามายืนอยู่หน้าห้องนางวีรวรรณ เคาะประตูเบาๆ เธอตั้งใจตื่นมาส่งแม่ไปถือศีล
“ตื่นมาทำไมหนูวอย แม่ลงไปเองได้ ไม่เห็นต้องยุ่งยากเลย”
“แม่ขา ของเยอะแยะไปหมด วอยช่วยดีกว่าค่ะ”
“แทนที่จะนอนพักผ่อน ตามใจๆ อยากส่งก็ไม่เป็นไร อ้อ...แม่มีอีกเรื่องจะบอก แม่เปลี่ยนใจเป็นอยู่วัดเจ็ดวันนะ”
วรางคณาใจเต้น แต่ข่มความรู้สึกไว้ “ทำไมล่ะคะแม่ ไหนบอกจะไปแค่สามวัน”
“ก็คราวนี้ พวกเพื่อนๆ ที่เคยไปถือศีลด้วยกันคราวโน้น เขาไปกันหลายคน แม่เลยพี่เพื่อน”
“วอยอนุโมทนาบุญกับแม่ด้วยนะคะ” วรางคณายกมือท่วมหัว
“งั้นก็ไปกันเถอะ แม่ว่าแม่เตรียมของนิดเดียวนะเนี้ย ไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้” นางวีรวรรณมองกระเป๋าสัมภาระใบใหญ่ทั้งสามใบของตัวเอง
“ขอผมไปส่งคุณน้า ด้วยนะครับ ขออนุโมทนาบุญด้วยกับการถือศีลครั้งนี้”
“อ้าวคุณ ทำไมตื่นเช้าจังเลยค่ะ”
“พี่ก็อยากตื่นมาส่งคุณน้า มาร่วมอนุโมทนาบุญด้วย ส่งมาครับเดี๋ยวพี่ช่วยถือ “
วันนี้หนูจะออกไปไหนไหมครับ”
“วอยจะไปทำความสะอาดที่บ้านค่ะ มีอะไรเหรอคะ”
“เปล่าครับ งั้นเราออกไปพร้อมกันนะ พี่จะไปดูบ้านสักหน่อย”
“ค่ะ งั้นวอยขอไปหยิบโทรศัทพ์สักครู่นะคะ” วรางคณาทำหน้าเมื่อย ทำไมเขาไม่ไปที่ไหนสักแห่งนะ อุตสาห์ดีใจ แม่ไปถือศีลเจ็ดวัน หญิงสาวนั่งหน้าเครียดอยู่ในห้อง ทำยังไงดี เธออยากไปอยุธยา เธอไม่อยากไปกับเขา
“หนู ช่วยมาที่ห้องพี่หน่อยได้ไหมครับ พี่หาเสิ้อในกระเป๋าไม่เจอเลย” เขาตัดสินใจโทรหาวรางคณา เพราะเห็นว่าหญิงสาวหายไปนาน
“เข้ามาเลยครับ พี่ไม่ได้ล็อคประตู”
“นี่คือคุณทำอะไรคะเนี้ย ทำไมรื้อออกมาแบบนี้คะ หมดกัน ยับหมดเลย” วรางคณาส่ายหัว กับสิ่งที่เห็นตรงหน้า กระเป๋าเดินทางสองใบ วางระเกะระกะเต็มพื้นห้อง ทั้งเสื้อทั้งกางเกง กระจายเต็มไปหมด
“พอดีพี่หาเสื้อแขนยาวครับ ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ “
“วรางคณาถอนหายใจ “เดี๋ยววอยหาให้ค่ะ” หญิงสาวจัดการเก็บเสื้อผ้าเข้าแขวนในตู้ แยกทุกอย่าง แขวนอย่างเป็นระเบียบ เพื่อให้เขาเลือก
“เรียบร้อยแล้วค่ะ วอยแขวนและแยกไว้ให้แล้ว เวลาจะใส่จะได้หาง่ายๆ”
“พี่ขอโทษนะครับ ที่ทำให้หนูต้องลำบากมาจัดการเสื้อผ้าให้ใหม่”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ นิดหน่อย”
“พี่สั่งข้าวต้มมากินที่ห้อง กินด้วยกันก่อนนะครับ พี่ให้เขาจัดมาให้ที่ระเบียง เช้าๆ ตรงนี้อากาศดี”
“ค่ะ” วรางคณาเดินตามเขาไปที่ระเบียงด้านข้างห้อง บรรยากาศดีจริงอย่างที่เขาว่า เป็นส่วนตัว ไม่มีใครรบกวน เงียบอย่างที่เขาบอก
ทั้งสองคนกินข้าวด้วยกันเงียบๆ ธันวาสังเกตุวรางคณาตลอดเวลา ไม่ปกติเลย ต้องมีอะไรแน่ๆ เขาสังเกตได้ตั้งแต่เมื่อวาน
กระทั่งออกเดินทางไปที่บ้านสวนวอแหวน เขาปล่อยให้หญิงสาวไปทำความสะอาดบ้าน ไม่อยากกวนใจ กลัวว่าอยู่กับเขาตลอดเวลาเธอจะรำคาญ เขาเลี่ยงไปดูงานกับช่าง ที่กำลังลงมือสร้างบ้าน และดูงานเพลิน จนลืมเวลา และวรางคณา เกือบบ่ายสอง ธันวาเพิ่งรู้ตัว นึกขึ้นได้ ว่าลืมวรางคณา และลืมว่ายังไม่ได้กินข้าวเที่ยง เขาตกใจ รีบเดินกลับไปหาวรางคณาที่บ้าน ประตูบ้านปิดล็อคกุญแจ รถเก๋งของวรางคณาหายไป ปกติจะจอดอยู่ในโรงรถ คู่กับรถไถ รถกะป้อสีชมพู แต่ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว ธันวาตกใจ เขาดูโทรศัพท์
“วอยมีธุระ เอารถออกมาเอง ไม่ต้องรอนะคะ กลับโรงแรมได้เลย เดี๋ยววอยกลับเอง”
วรางคณาไลน์บอกธันวา เมื่อเวลาบ่ายโมง เป็นช่วงที่เขาคุยงานกับช่าง ไม่ได้ยินเสียงไลน์เตือน ธันวาร้อนใจ วรางคณาโกรธเขาหรือเปล่า โธ่เอ้ย พลาดได้ไง เขาก็เป็นแบบนี้ พอเวลาทำงานก็ติดพัน มีหลายอย่างที่ต้องคุยกับช่าง ถ้าไม่หิวข้าวก็นึกไม่ออก แต่วรางคณาไม่น่าจะเป็นคนขี้ใจน้อยนะ มีธุระทำไมไม่บอกกัน เขากดโทรศัพท์หาวรางคณา ไม่มีสัญญาณตอบรับ หรือว่ากำลังขับรถ บ่ายสองโมงครึ่ง น่าจะยังไปไหนไม่ไกล
วรางคณาใช้เวลาขับรถไม่นานก็ถึงพระนครศรีอยุธยา เธอเลือกพักโรงแรมเดิมที่เคยพัก เพราะถ้าเข้าไปบ้านป้าปิ่น คืนนี้คงไม่สะดวกนัก พรุ่งนี้เธอตั้งใจจะเข้าไปพักที่บ้านป้าปิ่น วันมะรืนเธอจะไปไหว้พระที่วัดใหญ่ชัยมงคล ไหนๆ ก็มาแล้ว ถือโอกาสเที่ยวเลยดีกว่า
ธันวาโทรหาเธอหลายครั้ง แต่หญิงสาวไม่ยอมรับ อยากอยู่กับตัวเอง ไม่อยากห่วงหน้าห่วงหลัง เธอเลือกห้องพักที่ไม่มีระเบียง มีห้องสองฝั่งขนาบข้าง
หญิงสาวลงมากินข้าวที่ห้องอาหารของโรงแรม และกลับเข้าห้องพัก เธอไลน์หาวรวิทย์ บอกว่ามาธุระ ไม่ต้องห่วง น้องชายเธอไม่มีปัญหา เขาทำงานล่วงเวลา กลับดึก มาถึงโรงแรมเข้าห้องอาบน้ำและนอน ไม่เรื่องมาก
หลังกินข้าว วรางคณาเข้าห้อง อาบน้ำเตรียมตัวนอน โล่งใจ ไม่ต้องกังวลหรือห่วง เวลาไปไหนมาไหน เธอหวังว่าเรื่องราวทุกอย่างคงจะกระจ่างภายในเร็ววัน ถ้าผู้ชายคนนั้นมีตัวตนจริง เธอก็อยากคุยกับเขา ไม่อยากค้างคา ไม่อยากให้เรื่องมันมากวนใจ วรางคณาไม่ลืมใส่พระที่ธันวาให้ ก่อนนอนเธอสวดมนต์ไหว้พระ ตั้งจิตอธิฐาน ขอให้เธอได้พบ คนที่อยากพบ ยอมรับว่าอยากเจอเขา อยากพูดคุย อยากรู้ว่าเขาชื่ออะไร อยากรู้ว่าบ้านอยู่ไหน แล้วเขาเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เธอฝัน และที่ได้ยินมาไหม หลังจากที่ได้พบแล้ว ค่อยว่ากัน ว่าจะจัดการเรื่องราวอย่างไร ไม่ได้มีความรู้สึกกล้ว มีแต่ความอยากรู้อยากเห็น และเธอคิดว่า ไม่มีใครคิดร้ายกับเธอหรอก วรางคณาคิดถึงใบหน้าของผู้ชายคนนั้น มีคำถามมากมายที่เธออยากถามเขา ที่สำคัญอยากรู้ว่าเขาตามเธอจริงไหม หญิงสาวคิดวนไปวนมา จนกระทั่งหลับไป
วรางคณาตื่นเช้าเวลาปกติ หกโมงเช้าเธอลงมากินข้าวเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม เพื่อเตรียมตัวไปบ้านป้าปิ่น หญิงสาวเช็คเอาท์ เธอไม่ได้นึกหวาดกลัวอะไรเลย ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง จะต้องรู้ว่าเธอไม่ได้มีความประสงค์ร้ายต่อที่ดิน และบ้านของป้าปิ่น หรือทรัพย์สินที่อยู่ภายในบ้านเรือนไทยหลังนั้นเลย
แรกเลยที่ตัดสินใจซื้อที่ดินของป้าปิ่น เพราะไม่อยากอยู่ใกล้คนที่บ้านตึก เธอไม่ชอบคนบ้านตึกนั่น แต่มันก็ผ่านมาแล้ว หลังๆ มาคนบ้านตึกนั่นก็ดีกับเธอ และครอบครัวมาก เธอรู้ว่าเขาไม่ได้เสแสร้ง และจริงกับครอบครัวเธอมาก และนี่เป็นเหตุผลที่เธอต้องกลับมาที่อยุธยานี่อีกครั้ง เธออยากสะสางสิ่งที่กวนใจเธอมาตลอดเวลา
วรางคณาใช้เวลาขับรถไม่นานก็ถึงบ้านป้าปิ่น ยังน่าอยู่เหมือนเดิม เธอเพิ่งสังเกตว่า ระหว่างทางที่เข้าซอยไปป้าปิ่น มีเสาไฟรายทาง ดีจังเลย ทำให้หนทางไม่เปลี่ยวและมืดมากนัก หญิงสาวแวะซื้อข้าวสำหรับกินกลางวัน และเย็น เธอไม่อยากออกไปข้างนอกแล้ว
วรางคณาจอดรถไว้หน้าบ้านเรือนไทย สวยเหลือเกิน กลับบ้านครั้งนี้ เห็นทีเธอจะต้องคุยกับแม่ ขอสร้างบ้านเรือนไทยเล็กๆ แบบนี้สักหลัง จะทำแบบนี้เลย หญิงสาวใช้กุญแจที่ป้าปิ่นให้ไว้ ไขประตูเข้าบ้าน แค่เปิดประตูแค่นั่น ลมเย็นจากภายในบ้าน พัดผ่านออกมา บ้านสมัยก่อนดี มีช่องลมระบายอากาศ ลมผ่านได้ ทำให้บ้านไม่ร้อน ครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง ที่เธอขึ้นมาบนบ้านเรือนไทยหลังนี้ ภาพบรรพบุรุษของป้าปิ่น ยังคงแขวนอยู่ข้างฝาเหมือนเดิม บางภาพรูปหน้าบางคนก็เลือนหายไปตามกาลเวลา มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยัง พอมองออกว่าหน้าตารูปร่างเป็นยังไง ยิ่งมองยิ่งชัด
วรางคณาเปิดหน้าต่างรอบบ้านเพื่อรับลม เรือนหลังนี้บอกก็รู้ว่าสมัยก่อนเป็นคนมีเงิน เพราะมีเหล็กดัด บ้านชาวบ้านทั่วไปไม่นิยมทำเหล็กดัด นอกจากบ้านเศรษฐี ที่ทำไว้เพื่อป้องกันโจรขโมยของ หญิงสาวเลือกนอนห้องเล็ก เธอไม่ใช้ห้องของป้าปิ่น ยังคงใส่กุญแจไว้ ข้าวของทุกอย่างเธอตั้งใจคงไว้เหมือนเดิมไม่ขนย้าย หรือเปลี่ยนที่เปลี่ยนทาง
แม้แต่ห้องนอนเก่าของป้าปิ่นเธอก็ไม่เข้าไปยุ่ง ถึงจะเป็นเจ้าของบ้านแล้ว แต่เธอตั้งใจไม่เข้าไปยุ่งกับห้องของป้าปิ่น ทุกอย่างภายในห้องยังอยู่เหมือนเดิม ถ้วยจาน เครื่องลายครามต่างๆ ก็ยังคงอยู่ในตู้ไม้สัก วรางคณาล็อคกุญแจไว้อย่างดี สมัยที่ป้าปิ่นอยู่ นางไม่ได้ล็อค เพราะนางรู้ว่า ของทุกอย่างบนบ้านเรือนไทยหลังนี้ ไม่เคยหายไปแม้แต่ชิ้นเดียว วราคณารู้สึกเป็นสุข ที่นี่เย็นสบาย เงียบ รู้สึกปลอดภัย
วรางคณาคิดถึงป้าปิ่น เธอควรส่งข่าวให้ป้ารู้บ้างว่า บ้านของป้ายังอยู่ดี ตั้งแต่รับโอนที่ดินและบ้าน หญิงสาวยังไม่มีโอกาสคุยกับป้าปิ่นเลย อยากส่งข่าวให้ท่านสบายใจ วรางคณาโทรไลน์หาป้าปิ่นทันที
“สวัสดีค่ะป้าปิ่น วอยเองนะคะ ป้าสบายดีไหมคะ”
“หนูวอยเหรอลูก โอ้ย..ป้าดีใจจังเลย นี่โทรจากไหนลูก”
“วอยอยู่ที่บ้านป้าปิ่นที่อยุธยานี่ล่ะค่ะ คิดถึงป้านะคะ “
“ป้าก็คิดหนูมาก คิดถึงเมืองไทย คิดถึงบ้าน คิดถึงทุกสิ่งทุกอย่าง”
“ป้าปิ่น สบายใจได้เลยนะคะไม่ต้องห่วงทางนี้ วอยจะดูแลให้อย่างดีเลยค่ะ” หญิงสาวพาป้าปิ่นเดินดูรอบบ้าน เธอเข้าใจคนรักบ้าน หรือบางทีการที่ได้เห็นสถานที่ ที่เคยได้อยู่ ป้าปิ่นอาจจะอยากกลับมาอยู่ที่เดิมก็ได้
“ได้ยินหนูพูดแบบนี้ป้าก็สบายใจนะ เอาไว้ป้ากลับไป ป้าจะไปหาจะไปขอนอนที่บ้านด้วย”
“ยินดีเลยค่ะป้า วอยรอป้าปิ่นอยู่นะคะมีเรื่องอยากคุยกับป้าปิ่นมากมายเลยค่ะ”
“ป้าดีใจมากรู้ไหมที่หนูวอยโทรมา ไม่แน่เร็วๆ นี้ป้าอาจกลับเมืองไทย ป้าขอเวลาอีกสักหน่อย”
เสียงของป้าปิ่นไม่ดีเลย คงคิดถึงบ้านมาก เหมือนกับที่ธันวาเคยพูดไว้ ป้าปิ่นอายุมากแล้วไม่ชินกับสภาพอากาศของญี่ปุ่น หญิงสาวพูดคุยกับป้าปิ่นสักพักก็วางสาย สงสารป้าปิ่นต้องไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง
หลังจากวางสายจากป้าปิ่น วรางคณาเปิดห้องพระทำความสะอาด ปัดกวาดบ้าน ล้างทำความสะอาดเครื่องครัว ถ้วย จาน แก้ว ที่ต้องใช้ มีความสุขที่ได้ทำโน้นทำนี่บนบ้านเรือนไทยหลังนี้ นึกอยากมาอยู่หลายๆ วัน รู้สึกสบายใจและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
พรุ่งนี้เธอคิดและตั้งใจว่าจะเข้าตลาด เพื่อหาซื้ออาหารสดมาไว้ทำกับข้าวกิน เธอก็ต้องกลับไปนนทบุรีก่อนวันที่แม่กลับจากวัด ไม่งั้นแม่จะต้องไม่สบายใจแน่ๆ มั่นใจว่า ถ้าเธออยู่ที่นี่คนเดียวได้
สรุปว่าทั้งวัน วรางคณาใช้เวลาอยู่ที่บ้านเรือนไทย ทำโน้นทำนี่ สำรวจบ้าน ทำความสะอาด นึกชื่นชมป้าปิ่น ที่ดูแลบ้านได้ดีมากๆ บางสิ่งบางอย่างเก่ามาก แต่ก็ยังสามารถใช้งานได้ดี วรางคณาซักเครื่องนอน รวมถึงมุ้งสีขาว หญิงสาวชอบ สมัยเด็ก พ่อกับแม่เธอยังนอนกางมุ้งกันยุง พอเธอกับน้องชายโตขึ้น แยกห้องนอน อาจเป็นเพราะที่บ้านติดแอร์ มีมุ้งลวด ทำให้การกางมุ้งไม่จำเป็นแล้ว
หลังกินข้าวเย็นเสร็จเรียบร้อย วรางคณาปิดประตู หน้าต่าง เปิดไฟรอบบ้าน รู้สึกมีความสุขมาก คืนนี้เธอจะนอนฟังเสียงสัตว์กลางคืน ให้พวกมันร้องเพลงขับกล่อมเธอ และตั้งใจว่า พรุ่งนี้จะไปกินข้าวที่ร้านอาหารบ้านเรือนไทย เป็นสถานที่แรกที่เธอได้เจอผู้ชายคนนั้น ถ้าเขาเป็นเจ้าของบ้านเรือนไทยหลังนั้น ก็คงดี จะได้หาไม่ยาก ขอให้เขามีตัวตน และถ้าหากเขามีครอบครัว เธอจะได้จัดการกับความรูสึกของตัวเองให้เด็ดขาด ต้องตามหาเขาให้เจอ
สามทุ่มวรางคณา กางมุ้งเตรียมตัวนอน คืนนี้อากาศเย็น เธอตั้งใจเปิดห้าต่างนอน ขณะที่กำลังจะล้มตัวลงนอน หูเธอฝาดไปหรือเปล่า มีเสียงใครบางคนร้องเรียกเธออยู่หน้าบ้าน
“วรางคณา น้องวอย หนู ได้ยินไหม นอนรึยังครับ เปิดประตูให้พี่หน่อย”
วรางคณาดีดตัวลุกขึ้นจากที่นอนทันทีเหมือนกัน ตกใจ ทำไมเสียงคุ้นหูมาก รีบออกจากมุ้ง ลุกจากเตียงเดินไปดูที่หน้าต่าง มองลอดเหล็กดัดแข็งแรงนั่นออกไปหน้าบ้าน กวาดสายตามองจนมาสะดุดอยู่ที่บันไดบ้าน
ธันวายืนอยู่ที่บันได เขามาได้ยังไง มารถอะไร ทำไมมายืนอยู่ที่นี่ได้ โอ้ย...จะบ้าตาย เป็นเขาจริงๆ ด้วย ทำยังไงดีวรางคณา อุตสาห์มาเงียบๆ เขาก็ยังตามมาจนได้ คิดไว้แล้วไม่มีผิด
“หนู พี่เอง เปิดประตูให้หน่อย “ธันวาเห็นว่าวรางคณาอยู่ที่หน้าต่างไฟจากถนนส่องทำให้เห็นชัด
“คุณมาได้ยังไงคะเนี้ย แล้วทำไมไม่โทรมาล่ะคะ”
“โทรมาหนูก็ไม่รับนะซิ แล้วเดี๋ยวหนีไปที่อื่นอีก พี่จะตามเจอได้ยังไง”
“ขึ้นมาค่ะ โธ่เอ้ย ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย แล้วมารถอะไรคะ” วรางคณามองหารถ
“พี่ให้รถกลับไปแล้วครับ “ขึ้นมาบนบ้านแล้ว เขารีบสำรวจวรางคณา โดยจับทั้งตัวของหญิงสาวหมุนวนรอบ
“หนูไม่เป็นอะไรใช่ไหม ปลอดภัยดีนะ รู้ไหมพี่เป็นห่วงแทบแย่ วรางคณาไม่ทันได้ตั้งตัว อยู่ๆ ธันวารวบร่างของเธอเข้าไปกอดไว้ แน่น นิ่ง และนาน
“ทำไมจะมาที่นี่ไม่บอกพี่ บอกพี่สักคำพี่ก็พามา จะไม่ขัดใจเลย มาคนเดียวแบบนี้รู้ไหมว่าพี่แทบบ้า เมื่อคืนพี่นอนไม่หลับเลย เป็นห่วงหนู รอทั้งคืน ถามว่านๆ ก็ไม่รู้ จะไปหาคุณน้าก็ไม่รู้ว่าวัดอยู่ที่ไหน ทำไมทำแบบนี้ รู้ไหมว่าพี่เป็นห่วงมาก ห่วงที่สุด โทรหาสายธาร ก็บอกไม่รู้ เขาบอกสองวันแล้วไม่ได้คุยกับหนู ถ้าหนูเป็นอะไรไป พี่จะทำยังไง พี่อยู่ไม่ได้แน่ๆ ต่อไปนี้อยากไปไหนบอกพี่นะไม่ต้องเกรงใจ รู้ไหม” ธันวาร่ายยาวอย่างที่ใจเขาคิด
“คุณคะใจเย็นๆ ค่ะวอยไม่ได้เป็นอะไร ปลอดภัยทุกอย่าง ปล่อยก่อนค่ะวอยหายใจไม่ออก แล้วมายังไง ใครมาส่ง”
“ตอบพี่มาก่อน ว่าต่อวันหลังจะให้พี่ไปด้วย ห้ามหนีไปไหนคนเดียวแบบนี้อีก พี่ห่วงแทบบ้ารู้ไหม วุ่นวายใจทั้งคืน”
ธันวากอดกระชับร่างวรางคณาแน่นกว่าเดิม เขาทนไม่ได้แน่ๆ ที่จะต้องเสียผู้หญิงคนนี้ไป เขาไม่รู้จักเพื่อนของวรางคณาเลยสักคน เดาไม่ถูกเลยว่าหญิงสาวไปไหน สุดท้ายเขาก็เสี่ยงขับรถมาอยุธยา ตรงไปโรงแรมเดิมที่เคยพัก ดีใจที่รู้วาเธอเข้าพักเมื่อคืน และเช็คเอาท์เมื่อเช้า เขาตัดสินมาที่นี่ แล้วก็เจอจริงๆ
วรางคณาตกใจกับ การแสดงออกและคำพูดของธันวา เขาพูดอะไรออกมา คืออะไร ไม่กล้าคิดอะไรต่อจากนี้ พยายามขืนตัวออกจากอ้อมกอดเขา แต่ไม่สำเร็จ ธันวายังคงกอดเธอไว้แน่น เหมือนกับว่าถ้าเขาปล่อย แล้วเธอจะหายตัวไป มือใหญ่หนาของเขาลูบที่หัวเธอตลอดเวลา
“ปล่อยก่อนเถอะค่ะ กอดแน่นแบบนี้หายใจไม่ออกเลย”
“ได้ค่ะได้ ต่อไปนี้ถ้าจะไปที่ไหน วอยจะก่อน ปล่อยได้หรือยังคะ”
นั่นแหละธันวาถึงได้เริ่มคลายวงแขน แต่ไม่ได้ปล่อยเสียทีเดียว ยังคงโอบร่างของวรางคณาไว้หลวมๆ ทำเอาคนที่อยู่ในวงแขนทำหน้าไม่ถูก
เจ้านางพวงหอม ไม่คิดว่าวรวิทย์จะกล้ามาพบพ่อกับแม่ของเธอที่บ้าน ปกติท่านจะไม่ต้อนรับใคร คงเพราะว่าเขามากับ พี่สายขิ่นมั้ง นี่อย่าบอกนะว่าเขามาพูดเรื่องที่พูดกับเธอเมื่อเช้า กล้ามากเลยนะ ถ้าเป็นอย่างที่เธอคิดไว้ จะจัดการยังไงดี เรื่องแบบนี้ไม่เหมือนทำงานเลย จัดการยากจริง“พวงหอม มาเร็ว กินข้าวเช้าด้วยกัน แม่ครัวคนไทยคนนี้ทำอาหารอร่อยมากนะ ทำอาหารอองตานได้ด้วย พ่อกับแม่ชอบมาก ขอบใจพวงหอมนะที่หาคนเก่งๆ มาทำงานกับเรา”“ขอบคุณค่ะพ่อ”“พูดไทยก็ได้ แขกของเราเป็นคนไทย เดี๋ยวเขาจะไม่เข้าใจ ว่าเราคุยอะไรกัน” เจ้านางแพงหอมเตือนบุตรสาว“ค่ะแม่”“แล้วนี่จะเดินทางเมื่อไหร่”“พรุ่งนี้ค่ะพ่อ พวงหอมเตรียมกระเป๋าเดินทางแล้ว”“ต้องไปนานแค่ไหน”“ตามกำหนดสองสัปดาห์ค่ะ แต่ถ้าเอกสารยังไม่เรียบร้อย ก็น่าจะหนึ่งเดือน หรือสองเดือน”“พ่อกับแม่มีเรื่องจะถามลูก ตอบมาตามความจริง ไม่ต้องอ้อมค้อม ลูกมีคนที่ชอบรึยัง “เจ้านางพวงหอมนิ่งไป เริ
เช้าวันอาทิตย์ วรวิทย์ตื่นแต่เช้ามืด ทันทีที่เห็นแสงไฟจากบ้านของเจ้านางพวงหอมสว่าง เขารีบเดินไปเคาะประตูบ้าน ทั้งๆ ที่ยังอยู่ในชุดนอน“มีอะไรคะคุณ มาแต่เช้าเลย” เจ้านางพวงหอม ยังอยู่ในชุดนอนผ้าสำลี เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ที่นี่อากาศเย็นมาก กลางคืนนอนแทบไม่ต้องเปิดแอร์“สวัสดียามเช้าครับ ที่นี่อากาศดีจัง วันนี้เจ้านางพวงหอมทำงานรึเปล่า พี่มาขอกินกาแฟด้วยได้ไหม”เขาเพิ่งเห็นหน้าของพวงหอมชัดๆ ก็วันนี้ หน้าขาวเนียนธรรมชาติมาก ทำไมผู้หญิงคนนี้ สวยจัง สวยคนละแบบกับพี่วอย ผิวขาวเหลือง น่าจะสูงประมาณ 165 ได้ ตาสวยมาก พวงหอมเหมือนคนไทยมากกว่า กิริยา ก็อ่อนน้อม เขาชอบแบบนี้ ถ้าเขาไม่เริ่มตั้งแต่ตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มเมื่อไหร่ เสียดายสมัยก่อน นั่งรถไปด้วยกันทุกวัน แต่เขาละเลย ไม่ได้สนใจ“หยุดอยู่ตรงนั้น ไม่ต้องเข้ามา ต้องการอะไร มีอะไรก็พูดมาเลย ฉันไม่ว่าง ““พี่มาขอกินกาแฟด้วย”“เป็นพี่ฉันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ฉันมีพี่สายขิ่นคนเดียว พ่อกับแม่มีลูกแค่สองคน”“เจ้านางพวงหอม นี่ผ่า
สองปีผ่านไป ที่บ้านสวนวอแหวน ทุกคนยังคงอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข วรางคณามีลูกคนที่สองเป็นผู้หญิง ธันวาและวรางคณา ขยายกิจการโรงแรม และร้านอาหาร ไปที่รัฐอองตาน โดยมีเจ้าสายนที และสายธาร เป็นหุ้นส่วน ครอบครัวธันวาจะเดินทางไปอยู่ที่อองตาน ปีละสามเดือน เพื่อดูแลกิจการครอบครัวของเจ้าสายนที ก็เช่นกัน สองครอบครัวสลับกัน ดูแลกิจการและบริหารงาน เจ้านทีและสายธาร ได้ลูกแฝดอีกสองคน สรุปว่ามีลูก 4 คน ชายสองคน หญิงสองคน เจ้าสายนทียอมทำหมัน โดยส่วนตัวแล้ว เจ้าสายนทีชอบเมืองไทยมาก ชอบเวลาที่ได้มาเมืองไทยล่าสุดคุณทนงและคุณทิพย์อาภา ทำท่าว่าจะชอบอยู่ที่อองตาน เพราะยังคงความเป็นธรรมชาติ และได้อยู่ใกล้ชิดกับหลานตาหลานยายทั้งสี่คน คุณตาทนงและคุณยายทิพย์อาภา อยู่ที่เมืองไทยหกเดือน ที่อองตานหกเดือน ยังแข็งแรง ทั้งคู่สวนนางวีรวรรณ รับหน้าที่ดูแลหลานยายทั้งสองคนเหมือนเดิม มีความสุขกับการทำอาหาร และได้ดูแลลูกหลาน“ว่าน เป็นยังไงบ้างลูก ทำไมเครียดจังเลย เมื่อไหร่จะหาซื้อข้าวของเครื่องใช้เข้าบ้านสักที นี่ถ้าไม่อยากไปอยู่ ไม่รู้ว่าจะสร้างทำไม อยู่กับแม่ก็ดีอยู่แล้ว”“ไม่ต้อง
1 ปีผ่านไป ณ.บ้านสวนวอแหวน“ทามครับ คืนนี้ไปนอนกับยายนะครับ บ้านยายมีขนมเยอะแยะเลย”“เห็นไหมหนูวอย แม่ว่าหลานติดแม่มากเลยนะ ซบยายตลอด เกาะแน่นไม่ยอมปล่อยเลย”นางวีรวรรณ พูดคุยกับธันวาและวรางคณา อาทิตย์ละ 1 วัน เพื่อพาหลานชายมานอนด้วย และเด็กชายทาม ก็ติดยายมาก แต่ก็นั่นแหละ เมื่อถึงคิวที่จะต้องไปนอนบ้านปู่กับย่า เด็กชายทามก็ติดปู่กับย่าแจเหมือนกัน วรวิทย์บอกกับพี่สาวว่า หลานชายของเขาอยู่เป็น อยู่กับใครก็ติดคนนั้นจริงๆ มารับช่วงเย็นก็ได้ แต่นางวีรวรรณ จะเดินมารับหลานชายแต่เช้า ถ้ารับไปเช้าวันเสาร์ เย็นวันอาทิตย์นางถึงจะ พาหลานชายมาส่ง และฝั่งบ้านของปู่กับย่า ก็เช่นกัน ทำเหมือนนางวีรวรรณทุกอย่าง เด็กชายทาม กำลังน่ารัก ไม่งอแง ดูเหมือนจะรู้ว่า คนรอบข้างทั้งหมดจะเป็นญาติพี่น้อง“หนูวอย คืนนี้เรานอนกันแต่วันนะครับ ลูกไปนอนกับยาย พี่ก็ว่าง หนูก็ว่าง บรรยากาศดี”“คิดอะไรอยู่คะเนี้ย ชวนนอนแต่วันเลย” วรางคณาแซวสามี เธอคิดไม่ผิดที่เลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่กับเขา ธันวา รักเธอ ตามใจเธอทุกอย่าง แรกที่เขาเริ่มด
ธันวาและวรางคณาเข้าพิธีแต่งงาน กันอย่างเรียบง่าย คุณทนงและคุณทิพย์อาภา จัดเตรียมสินสอดให้กับฝั่งบ้านของวรางคณาเต็มที่ ให้สมกับลูกสะไภ้คนเดียว ของมหาเศรษฐีเมืองนนทบุรี ทั้งสองดีใจที่ลูกชายเป็นฝั่งเป็นฝา ได้คู่ครองที่ดี หลังแต่งงานทั้งสองคนอาศัยอยู่ที่บ้านเดิมของวรางคณา กระทั่งสร้างบ้านเรือนไทยของตัวเองเสร็จ ทั้งสองย้ายเข้าไปอยู่บ้านใหม่ แบบบ้านเหมือนบ้านป้าปิ่นทุกอย่าง เพียงแต่ใหญ่กว่า เพราะธันวาตั้งใจ“พี่คะ รูปภาพของท่านทวดปราบ พี่ว่าจะแขวนหรือตั้งดีคะ”“พี่ตั้งดีกว่า ตั้งไว้บนสุด เพราะเราถือว่าท่านคือต้นตระกูล “ก่อนแต่งงาน วรางคณาระลึกถึงท่านทวดปราบ บอกกล่าว ว่าเธอจะแต่งงาน ชาตินี้เธอรู้สึกมีความสุขมาก ถ้าหากว่าบุญวาสนาของเธอยังมี ชาติหน้าเธอขอไม่เกิด เพราะเธอคิดว่า พอแล้ว ทวดปราบบอกว่าเธอเกิดมาหลายชาติแล้ว ชาติไหนเธอก็มีความสุขหลังจากงานแต่งงานของธันวาและวรางคณาผ่านไปไม่ถึงสองเดือน เจ้าสายนทีกับสายธารก็ได้ฤกษ์แต่งงานกัน ทั้งสองคนมีความประสงค์ที่จะจัดงานแต่งแบบเรียบง่าย เช่นเดียวกับคู่ของธันวาและวรางคณา ส่วนสินสอด ไม่ต้องให้พูด
ทั้งธันวาและวรางคณาเปลี่ยนใจไม่แวะพักระหว่างทาง เปลี่ยนใจขับรถกลับบ้าน“แม่คะ วอยกับคุณธันวากำลังกลับบ้านนะคะ น่าจะถึงเย็นๆ คิดถึงแม่กับน้องนะคะ คิดถึงกับข้าวฝีมือแม่”“ดีมากลูก แม่เพิ่งบ่นกับน้องเมื่อกี้ ว่าคิดถึงวอย งั้นแม่เตรียมกับข้าวนะลูก”“ขอบคุณมากค่ะแม่ รักแม่ที่สุดเลยค่ะ”“ดีมากเลยนะ ที่เราตัดสินใจกลับบ้าน แม่กับน้องดีใจมากเลยค่ะ”“หนูคุยกับแม่ ทำให้พี่คิดถึงพ่อกับแม่ขึ้นมาทันทีเลย ““คิดถึงก็โทรหาซิคะ จอดปั้มข้างหน้านี่ก็ได้ค่ะ วอยจะขอลงไปซื้อกาแฟกับขนม”ธันวามองตามหลังของคนรักไป เขาชอบอยู่กับวรางคณา ไม่งอแง ไม่เรื่องมาก เป็นตัวของตัวเอง ที่สำคัญวรางคณาเตือนให้เขารักครอบครัว ทำให้หัวใจเขาโอนโยนลงมาก เขากดโทรศัพท์หาพ่อกับแม่ทันทีเหมือนกัน“พ่อครับ แม่อยู่ด้วยไหมครับ คิดถึงนะครับพ่อ แม่”