INICIAR SESIÓNในเวลาเดียวกัน ทางฝั่งของช่อแก้ว
หลังจากนั้นไม่นาน ช่อแก้วก็ดึงสมาธิตัวเองให้กลับมาจดจ่ออยู่กับการทำขนมของเธอต่ออย่างเต็มที่ วันนี้ลูกค้าที่ร้านเธอเยอะเป็นพิเศษ ทำให้เธอต้องหัวหมุนกับการอบขนมและจัดเตรียมเมนูต่างๆ อย่างไม่หยุดหย่อน เพราะร้านขนมของเธอเน้นการขายแบบเพิ่งออกจากเตาใหม่ๆ นั่นจึงทำให้เธอต้องง่วนอยู่กับสิ่งนี้เกือบตลอดทั้งวัน จะมีโอกาสออกมาสูดอากาศข้างนอกบ้างก็แค่ตอนที่เธอต้องยกถาดขนมที่ร้อนระอุออกมาจัดเรียงที่หน้าร้าน หรือไม่ก็เป็นช่วงตอนที่ขนมกำลังถูกอบอยู่ในเตาซึ่งเป็นเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น
“วันนี้ลูกค้าเยอะทั้งวันเลย ช่อขอโทษนะคะที่ทำให้พี่เขตต้องมาเหนื่อยด้วย ทั้งที่วันนี้มันเป็นวันหยุดพักผ่อนของพี่แท้ ๆ ช่อรู้สึกผิดจริง ๆ ค่ะ”
หนึ่งชั่วโมงก่อนที่จะถึงเวลาปิดร้าน ช่อแก้วที่ทำการปิดใช้งานเตาทำขนมแล้ว ก็รีบมาเอ่ยขอโทษแฟนหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เธอไม่ได้มีเจตนาอยากใช้งานเขตแบบนี้เลยแม้แต่น้อย
“เรื่องเล็กน้อยน่ะช่อ พี่เต็มใจมาช่วยช่อนี่นา ไม่ได้เหนื่อยอะไรเลย” เขตที่กำลังยืนประจำอยู่ตรงตำแหน่งคิดเงินตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ เหมือนไม่ได้มองว่าสิ่งนี้มันเป็นเรื่องใหญ่อะไร เขาเพียงแค่ยิ้มตอบกลับไปอย่างใจดี จากนั้นเขาก็พูดขึ้นมาอีก คล้ายเพิ่งฉุกคิดอะไรบางอย่างได้
“แต่จะว่าไปแล้ว พี่เองก็อยากได้ค่าตอบแทนจากช่ออยู่นะ” เขตพูดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ราวกับมีแผนการบางอย่าง
ช่อแก้วไม่รู้ว่าแฟนหนุ่มพูดจริงจังหรือก็แค่เย้าแหย่เธอเล่นเท่านั้น แต่ไม่ว่ายังไง เธอจะถือว่าเขาพูดจริง เนื่องจากเธอไม่มีเจตนาคิดจะเอาเปรียบเขาอยู่แล้ว อีกทั้งยังรู้สึกผิดที่ทำให้เขาต้องมาเหนื่อยในวันหยุด
“พี่เขตอยากได้เป็นอะไรดีคะ จะเอาเป็นเงินค่าแรงหรือเอาเป็นอะไรดี บอกช่อได้เลยนะ ช่อจะจัดการให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ” ช่อแก้วเอ่ยถามแฟนหนุ่มด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นและจริงจังกว่าที่คิด และคำพูดเหล่านั้นของเธอมันก็ทำให้เขตยิ้มกว้างออกมาโดยพลันอย่างพึงพอใจ
“ข้าวครับ” เขตตอบกลับมาสั้น ๆ แต่กลับทำให้ช่อแก้วเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“คะ? ข้าวเหรอคะ” ช่อแก้วยังคงงุนงงเล็กน้อยกับคำตอบที่เรียบง่ายนั้น
“ครับ ถ้าปิดร้านแล้ว...พี่อยากให้ช่อไปทานข้าวกับพี่ ช่อไปด้วยกันนะ”
สาเหตุที่ทำให้เขตขออะไรที่ค่อนข้างเรียบง่ายเช่นนี้ ก็น่าจะเป็นเพราะเธอกับเขาไปไหนมาไหนด้วยกันแทบนับครั้งได้ ส่วนใหญ่ก็จะมีแต่เขตที่มาหาเธอที่ร้าน และไม่ค่อยได้ออกไปทำกิจกรรมนอกสถานที่ด้วยกันเลย
“ได้สิคะ เอาแบบนั้นก็ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวครั้งนี้ช่อเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวเย็นพี่เขตเองนะคะ ถือเป็นการตอบแทนที่พี่เขตมาช่วยช่อในวันนี้ค่ะ” ช่อแก้วรีบตอบรับอย่างยินดี
ช่อแก้วคิดว่าสาเหตุที่ทำให้แฟนหนุ่มร้องขอสิ่งนี้จากเธอ มันคงเป็นเพราะเขาอยากใช้เวลาร่วมกันบ้าง อยากสร้างความทรงจำดี ๆ ด้วยกัน ดังนั้นแทนที่เธอจะเอาแต่บ่ายเบี่ยงด้วยข้ออ้างที่ว่าเธอเหนื่อย อีกทั้งก่อนหน้านี้เธอก็รู้สึกผิดกับเขาอยู่แล้ว เธอจึงเลือกที่จะตอบรับคำชวนของเขาในทันที ถือเสียว่าทำหน้าที่แฟนที่ดีคนหนึ่ง ซึ่งคำตอบรับของเธอ ก็ทำให้เขตถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ราวกับตัวเขาเองก็กลัวว่าจะถูกเธอปฏิเสธเช่นกัน เพราะก่อนหน้านี้เธอเคยปฏิเสธคำชวนของเขามาหลายครั้งด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา
เมื่อทั้งสองตกลงกันเรียบร้อยแล้วว่าจะไปทานข้าวด้วยกันหลังจากที่ร้านขนมปิดแล้ว เขตก็อาสาขับรถไปส่งช่อแก้วที่คอนโดก่อน เพื่อให้เธอได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ซึ่งตามปกติแล้วช่อแก้วมักจะแวะตลาดก่อนกลับเสมอ เพื่อซื้อวัตถุดิบและของใช้ส่วนตัว แต่ในวันนี้เธอได้ปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันของเธอเล็กน้อย ด้วยการมานั่งทานข้าวกับแฟนหนุ่มที่ร้านอาหารไทยติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาแทน
ร้านอาหารแห่งนี้เป็นร้านที่เขตเลือก บรรยากาศภายในร้านมีโต๊ะนั่งทั้งในส่วนที่เป็นห้องแอร์เย็นฉ่ำ และส่วนที่เป็นระเบียงด้านนอกที่เปิดโล่งรับลมเย็น ๆ จากแม่น้ำเจ้าพระยาได้เต็มที่ แสงไฟสีนวลตาจากโคมไฟระยิบระยับสะท้อนลงสู่ผิวน้ำ ทำให้บรรยากาศดูโรแมนติกและเงียบสงบ เหมาะสำหรับการมาทานอาหารกับคนรู้ใจมาก
ด้วยความที่นาน ๆ ทีเธอถึงจะได้ออกมาทานข้าวนอกบ้านแบบนี้ โดยไม่ต้องเร่งรีบ ไม่ต้องคอยกังวลเรื่องงาน ช่อแก้วจึงแสดงท่าทีผ่อนคลายออกมาอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าของเธอเปื้อนยิ้ม บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าพอใจกับบรรยากาศร้านนี้มากแค่ไหน
“เป็นยังไงบ้างช่อ ร้านที่พี่เลือก พอจะถูกใจช่อบ้างหรือเปล่า” ขณะที่กำลังนั่งรออาหารด้วยกันอยู่นั้น เขตที่สังเกตเห็นว่าช่อแก้วดูพึงพอใจกับร้านนี้มากเพียงใดก็เอ่ยถามด้วยความใคร่รู้ ราวกับต้องการคำชมจากเธอ
“ชอบมากเลยค่ะพี่เขต บรรยากาศดีมากเลยค่ะ ลมเย็นสบายด้วย ไม่เคยรู้เลยว่ามีร้านแบบนี้อยู่ใกล้ ๆ คอนโด ขอบคุณมากนะคะที่พามา” ช่อแก้วที่กำลังอารมณ์ดีให้คำตอบกลับไป เธอรู้สึกประทับใจกับร้านนี้จริง ๆ
ช่วงเวลาเดียวกันอาหารที่ทั้งสองสั่งไปในรอบแรกก็ถูกนำมาเสิร์ฟพอดี พนักงานวางจานอาหารลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง มีทั้งต้มยำกุ้งน้ำข้น แกงเขียวหวานไก่ และปลาทอดสมุนไพรตามแบบฉบับที่ช่อแก้วชอบ หลังจากนั้นทั้งคู่ไม่ได้มีบทสนทนาร่วมกันมากนัก เพราะพออาหารถูกนำมาเสิร์ฟจนครบแล้ว ช่อแก้วกับเขตก็เริ่มทานทันที เพราะตั้งแต่ที่ทั้งสองทานข้าวเที่ยงกันเมื่อตอนกลางวันที่ผ่านมา ก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องของทั้งคู่อีกเลย
“ว่าแต่…ถ้าทานเสร็จแล้วช่ออยากดื่มอะไรอีกไหม พี่ว่าถ้าเรานั่งจิบค็อกเทลเบา ๆ พร้อมรับลมเย็น ๆ ไปด้วย มันก็ไม่แย่นะ จะได้นั่งคุยกันนาน ๆ หน่อย” หลังมื้อเย็นที่ค่อนข้างเรียบง่ายของช่อแก้วกับเขตใกล้จบลงแล้ว เขตที่น่าจะเครื่องเริ่มติดอยากนั่งต่ออีกยาว ๆ ก็เอ่ยถามแฟนสาวด้วยท่าทีมุ่งมั่น เหมือนต้องการชวนให้เธออยู่ด้วยกันต่อ
“ตอนนี้เหรอคะ” ช่อแก้วถามกลับแฟนหนุ่มด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย พลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลาที่บ่งบอกว่าใกล้จะสี่ทุ่มแล้ว จากนั้นเธอก็เริ่มทำหน้าลำบากใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“เอ่อ... เห็นทีคงจะไม่ได้แล้วมั้งคะพี่เขต เพราะเดี๋ยวพรุ่งนี้ช่อจะลุกไปเปิดร้านไม่ไหวค่ะ” ช่อแก้วบอกด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด เธอจำเป็นต้องปฏิเสธคำชวนของเขาอย่างเสียไม่ได้ เพราะเธอต้องเป็นคนไปเปิดร้านด้วยตัวเองตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อรองรับลูกค้าที่เป็นพนักงานบริษัทและมักจะชอบแวะมาซื้อขนมพร้อมด้วยเครื่องดื่มก่อนขึ้นตึกทำงานเป็นประจำ เธอจึงไม่อยากเสียลูกค้าหลักของตัวเองไป ทำให้ต้องตัดใจปฏิเสธเขตไปตามตรง
หลังจากที่ช่อแก้วพูดออกไปแบบนั้น เขตก็ทำหน้าเสียดายออกมาแต่ก็เพียงแค่ระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น แม้มันจะเกิดขึ้นเพียงแค่เสี้ยววินาที แต่เธอที่มองเห็นร่องรอยแห่งความผิดหวังเหล่านั้นก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดต่อเขาอยู่ดี เธอรู้ว่าเขาพยายามที่จะใช้เวลาอยู่กับเธอให้มากขึ้น
“เลื่อนไปเป็นคืนวันเสาร์ก็แล้วกันนะคะพี่เขต” ช่อแก้วเสนอ
ทว่าเขตเงียบไปครู่หนึ่งราวกับกำลังใช้ความคิด พิจารณาข้อเสนอของเธอ
“วันอาทิตย์ช่อไม่ได้เปิดร้านค่ะ พอถึงตอนนั้นเราค่อยมานั่งดื่มด้วยกันที่ร้านนี้อีกครั้งนะคะ ช่อจะได้ไม่ต้องห่วงเรื่องร้านด้วย” เธออธิบายเพิ่มเติมเพื่อทำให้เขามั่นใจ
“งั้น…ช่อสัญญากับพี่แล้วนะ” นานเกือบนาทีกว่าที่เขตจะถามกลับมา
“ค่ะ ช่อสัญญาค่ะ” ช่อแก้วพยักหน้ายืนยันกลับไปให้แฟนหนุ่มของเธอ “ช่อไม่ผิดสัญญาอยู่แล้วค่ะ”
“งั้นก็ได้ครับ คืนวันเสาร์ก็ได้” เขตตอบรับด้วยท่าทีที่ดีขึ้นกว่าตอนแรกอย่างเห็นได้ชัด
พอเห็นอย่างนั้น ช่อแก้วก็ลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เธอรู้สึกดีใจที่ทำให้เขามีความสุขขึ้นมาได้
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว งั้นเรียกให้พนักงานมาคิดเงินเลยดีไหมคะ เพราะตอนนี้ช่อชักง่วงแล้วน่ะ” ช่อแก้วพูดพลางหาวหวอด ๆ อย่างน่าเอ็นดู
“ได้ครับ เดี๋ยวพี่เรียกเอง” เขตบอกกลับมาพร้อมหันไปเรียกให้พนักงานนำใบเสร็จค่าอาหารมาให้ช่อแก้วชำระ
เมื่อช่อแก้วจัดการชำระเงินเรียบร้อยแล้ว เธอกับเขตก็เดินออกมาจากร้านอาหารอย่างไม่รีบร้อน แต่ระหว่างที่กำลังเดินกลับไปยังลานจอดรถที่อยู่ด้านหน้าร้าน ทันใดนั้นฝีเท้าของทั้งคู่ก็ต้องชะงักไปกะทันหัน เมื่อเขตบังเอิญเจอคนรู้จักเข้าพอดี
“อ้าว ไอ้เขต! นี่มึงมาทำอะไรร้านนี้วะ ไม่เจอกันนาน…หายหัวไปเลยนะมึงอะ” เสียงทักทายอย่างคนคนที่สนิทสนมกันดังขึ้นจากด้านข้าง ทำให้ช่อแก้วที่เดินนำแฟนหนุ่มไปยังลานจอดรถก่อน ต้องหันกลับไปมองตามเสียง ก่อนจะมีอาการชะงักไปเล็กน้อย เมื่อคนที่เข้ามาทักทายแฟนหนุ่มเป็นคนที่เธอเคยเจอมาก่อนแล้ว เขาคือคนที่เคยทำสายตากะลิ้มกะเหลี่ยใส่เธอในวันที่เขตพาเธอไปแนะนำกับเพื่อน ๆ ว่าเธอคือแฟนของเขานั่นเอง ช่อแก้วจำใบหน้าและแววตาเจ้าชู้ของเขาได้เป็นอย่างดี
เธอจำได้ดีว่าชายคนนั้นมีชื่อว่า เบส ซึ่งเขาเป็นหนึ่งในเพื่อนจากกลุ่มคนสนิทที่ซี้กันมากที่สุดของเขต ก่อนหน้านี้เขาก็มักจะมาที่ร้านของช่อแก้วพร้อมกับเขตอยู่บ่อย ๆ แต่ช่อแก้วก็ยังยืนยันคำเดิมกับตัวเองว่า เธอนั้นไม่ค่อยชอบใจในท่าทางและคำพูดคำจาของเขาเท่าไรนัก เพราะสายตาที่เบสมองเธอนั้นมันดูออกได้ชัดเจรเลยว่าแตกต่างจากสายตาที่เขามองเพื่อนร่วมโต๊ะคนอื่น ๆ เสมอ
ช่อแก้วกระแอมในลำคอเล็กน้อยและแอบกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนที่เธอจะเบี่ยงตัวหลบไปยืนเยื้อง ๆ อยู่ข้างหลังของเขต เพื่อพยายามจะหลีกเลี่ยงการสบตาหรือเผชิญหน้ากับเบสให้ได้มากที่สุด แต่ก็สายไปแล้วเช่นกัน
สุดสัปดาห์ต่อมาแสงยามเช้าของวันเสาร์ส่องเป็นประกายผ่านเข้ามาทางกระจกใสของร้าน Time To Love Bakery & Café ของช่อแก้ว กระทบกับตัวอักษรไม้แกะสลักชื่อร้านที่ประดับอยู่หน้าร้าน และวันนี้บรรยากาศภายในร้านก็ไม่ได้เงียบเชียบและเรียบง่ายเหมือนทุกวัน หากแต่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่ดังอยู่ตลอด เพราะวันนี้เป็นวันทำงานพิเศษของ “ทีมพนักงานจิ๋ว” ผู้ช่วยคนสำคัญของช่อแก้วและหมอกนั่นเองช่อแก้วผู้เป็นเจ้าของร้านรับหน้าที่เป็นผู้ว่าจ้างในการทำงานของเด็ก ๆ ในวันนี้ และเธอก็กำลังยืนพิงเคาน์เตอร์กาแฟ กวาดสายตามองไปทั่วร้านอย่างภูมิใจในตัวลูก ๆ ทั้งสี่ที่ดูจะขะมักเขม้นกับการสวมบทบาทพนักงานอย่างเต็มที่ข้าวหอมสวมชุดเอี๊ยมสีครีมตัวเล็ก ๆ และกำลังจัดวางขนมบนถาดอย่างระมัดระวัง ส่วนข้าวปั้นกับข้าวปุ้นใส่ผ้ากันเปื้อนลายการ์ตูนที่กำลังยืนเท้าเอวจังก้า ตั้งท่าเตรียมพร้อมอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ ส่วนข้าวฟ่างก็สวมกันเปื้อนสีชมพูลายเจ้าหญิงยืนรอประจำตำแหน่งแคชเชียร์อย่างกระตือรือร้นเช่นกัน ทุกคนล้วนแต่มีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ ‘ค่าจ้าง’ ที่แม่สัญญาไว้“นี่คือปุกใฉ่เงินของพวกเยานะ”ข้าวฟ่างยกมือชี้ไปที่กระปุก
รถยนต์คันหรูของหมอกเคลื่อนตัวมาจอดเทียบหน้าบ้านในยามเย็น ช่วงเวลาที่แสงแดดสีส้มอ่อน ๆ สาดส่องลงมากระทบกับตัวบ้านที่ดูกว้างขวางและมีพื้นที่ใหญ่โตมาก แต่ภาพของความสงบเบื้องหน้านั้นก็อยู่ได้ไม่นานนัก เพราะทันทีที่ประตูรถเปิดออก เสียงเจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ ทั้งสี่คนก็ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง“หม่าม้าขา หนูหิวแย้ว” ข้าวฟ่างร้องทักท้วงเสียงดังลั่นพร้อมกับกระโดดลงจากรถด้วยท่าทางที่กระฉับกระเฉงเป็นพิเศษ“ปะป๊าฮับ! ปั้นก็หิวแย้วเหมืองกังฮับ” ข้าวปั้นพูดแล้ววิ่งมาเกาะขาพ่อไว้แน่นส่วนข้าวปุ้นนั้นไม่ได้พูดอะไรแต่ก็พยักหน้ารัว ๆ พร้อมวิ่งตามพี่ ๆ ไปติด ๆ ส่วนช่อแก้วกับหมอกมองหน้ากันแล้วยกยิ้มอีกครั้ง พวกเขาได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจกับพลังอันแสนล้นเหลือของลูก ๆ แต่ก็มีความสุขที่ได้เห็นเด็ก ๆ ร่าเริงมากแม้จะเพิ่งไปโรงเรียนวันแรกกันมาก็ตามเมื่อเข้ามาในบ้าน เด็ก ๆ ก็พากันวิ่งตรงไปที่ห้องครัวทันที ส่วนช่อแก้วกับหมอกที่เดินตามเข้าไปแล้วก็พบว่าทุกคนมานั่งรวมตัวกันรออยู่ที่โต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว“หนูพาน้อง ๆ มานั่งรอแบบเรียบร้อยมากเลยค่ะปะป๊า” ข้าวหอมกล่าวด้วยรอยยิ้ม“พี่ข้าวหอมเก่งอีกแล้วนะครับเนี่ย รับมือ
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาในที่สุดก็ถึงวันสำคัญที่ทุกคนในบ้านต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอยแล้ว เพราะวันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกของสามแสบ ข้าวฟ่าง ข้าวปั้น และข้าวปุ้น บรรยากาศในบ้านยามเช้าจึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายที่น่ารักน่าเอ็นดูเป็นพิเศษ เสียงเจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ ดังไปทั่วบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ ขณะที่หมอกกับช่อแก้วกำลังพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะจัดแจงให้เด็ก ๆ แต่งตัวในชุดนักเรียนได้อย่างเรียบร้อย“ข้าวฟ่าง อย่าดึงโบว์ออกสิลูก” ช่อแก้วร้องห้ามเสียงหลง เมื่อเห็นลูกสาวตัวน้อยกำลังจะแกะโบว์สีขาวบริสุทธิ์ออกจากเปียผมที่เพิ่งถักเสร็จไปเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว“หม่าม้าขา หนูไม่ชอบโบว์” ข้าวฟ่างตอบเสียงอ่อยพลางส่ายหัวไปมาจนโบว์แทบจะหลุด“แต่เราต้องติดไว้นะคะมันจะได้ดูเรียบร้อย นี่หม่าม้าก็เพิ่งถักเปียให้สวย ๆ เลยนะ” ช่อแก้วพูดพร้อมกับพยายามจับตัวลูกสาวให้นิ่ง ๆ เพื่อติดโบว์กลับเข้าไปใหม่ แต่ข้าวฟ่างก็ยังไม่ยอมอยู่นิ่ง ๆ“ข้าวปั้น ข้าวปุ้น ไม่ต้องดึงเสื้อออกมาจากกางเกงสิครับ”ทางฝั่งของหมอกเองก็ต้องรีบเข้ามาช่วยจัดการ เมื่อเห็นว่าลูกชายทั้งสองคนกำลังแข่งกันดึงชายเสื้อนักเรียนสีขาวออกมาจากขอบกางเกงที่ใส่ไปเม
เมื่อถึงเวลาปิดร้าน ป้ายคำว่าปิดก็ถูกหันออกไปนอกประตู และภายในร้านก็กำลังจะเริ่มงานฉลองวันเกิดครบรอบสามขวบให้แฝดสามจอมแสบ“เค้กมาแล้ว” ข้าวหอมร้องบอกเสียงดังด้วยความตื่นเต้นเสียงใสเจื้อยแจ้วก้องไปทั่วร้าน หมอกค่อย ๆ ยกเค้กช็อกโกแลตฟัดจ์รูปปราสาทที่ตกแต่งด้วยตุ๊กตาน้ำตาลปั้น และมีลวดลายรูปเจ้าหญิงและเจ้าชายที่ทุกคนร่วมกันทำมาวางลงบนโต๊ะกลางร้านทุกคนที่ตื่นกันเต็มตาหลังจากงีบหลับไปสักพักก็พากันหันมามองด้วยสายตาวาววับ โดยเฉพาะเด็กแฝดสามคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ใบหน้ากลม ๆ ปรากฏรอยยิ้มกว้าง ปากเล็ก ๆ อ้าค้างอย่างตกตะลึงกับความสวยงามของเค้กที่ตกแต่งด้วยครีมสีฟ้า สีชมพู และเนื้อช็อกโกแลตฟัดจ์ที่ดูน่าอร่อย ราวกับไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าที่คือผลงานจากความวุ่นวายเมื่อครู่แสงไฟสีนวลในร้านส่องกระทบให้เนื้อเค้กดูเงาวับน่ากิน ข้าวฟ่าง ข้าวปั้น ข้าวปุ้น ทั้งสามคนมองตากันอย่างรู้ใจ ก่อนจะพูดออกมาพร้อมกัน“น่ากิงมากเยย”“สุขสันต์วันเกิดนะข้าวฟ่าง ข้าวปั้น ข้าวปุ้น”หลังจากนั้นหมอกและช่อแก้วก็โทรหาคนอื่นในครอบครัวที่ไม่ได้มาร่วมงานด้วย เพราะบางคนก็ติดงาน บางคนก็ติดเรียน ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดายมาก โดย
สามปีต่อมาเสียงเจื้อยแจ้วเล็ก ๆ หลายเสียงที่ดังสลับกับเสียงหัวเราะใส ๆ ดังขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ของวัน ณ ร้าน Time To Love Bakery & Café ของช่อแก้ว ซึ่งวันนี้พิเศษกว่าวันอื่น ๆ เพราะเป็นวันเกิดครบรอบสามขวบของข้าวฟ่าง ข้าวปุ้น และข้าวปั้น เจ้าแฝดน้อยทั้งสามโดยที่เจ้าของวันเกิดทั้งสามคนในวันนี้กำลังสวมผ้ากันเปื้อนอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ส่วนข้าวหอมที่โตเป็นสาวน้อยวัยเจ็ดขวบก็สวมชุดเดรสกระโปรงฟูฟ่องสีขาวสลับกับสีชมพู สีสันสดใสแบบที่ตนชอบ และกำลังคอยเดินตามดูน้อง ๆ ทั้งสามคนอย่างไม่ห่างไปไหน“หม่าม้าขา น้อง ๆ หิวเค้กแล้วค่ะ” ข้าวหอมที่พูดชัดถ้อยชัดคำขานเรียกแม่ของเธอด้วยความตื่นเต้น“งั้นเราต้องช่วยกันทำเค้กก่อนนะคะ ถึงจะได้ทาน” ช่อแก้วตอบพลางหัวเราะเบา ๆ ก่อนที่เธอจะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ร้าน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้นทางด้านหลังร้าน หมอก วรา และมุก ก็กำลังช่วยกันจัดเตรียมวัตถุดิบและอุปกรณ์ต่าง ๆ ตามที่ช่อแก้วบอก แล้วมาวางไว้บนโต๊ะไม้ขนาดใหญ่“ปะป๊าฮับ! ปั้นอยากทำเค้ก” ข้าวปั้นพูดพลางกระโดดไปมา“ปุ้นก็อยากทำเค้กฮับ” ข้าวปุ้น แฝดคนสุดท้องก็เอ่ยสมทบเช่นกันส่วนข้าว
เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นด้วยความวุ่นวายที่แสนจะคุ้นเคยในบ้านหลังใหญ่หลังนี้ ด้วยเสียงร้องอ้อแอ้ของ ข้าวฟ่าง ข้าวปั้น และข้าวปุ้น ดังสลับกับเสียงหัวเราะเหนื่อยอ่อนของหมอก ช่อแก้ว และทุกคนในบ้าน ทำให้บรรยากาศดูมีชีวิตชีวาอยู่ตลอดเช้านี้ช่อแก้วก็กำลังให้นมลูก ๆ ทั้งสามคนอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นตามเวลาเดิมเช่นเคย ส่วนหมอกที่เพิ่งจะแต่งตัวเสร็จก็กำลังเตรียมจะออกไปทำงานอย่างรีบร้อน“เร็ว ๆ หน่อยสิคะปะป๊าลูกสี่” ช่อแก้วแกล้งเอ่ยเร่งสามี “เดี๋ยวไปทำงานสายนะคะ”หมอกที่ได้ยินก็ทำหน้ายู่เล็กน้อย สีหน้าเหมือนกันกับข้าวหอมเวลาที่โดนช่อแก้วดุไม่มีผิด“แต่ปะป๊าไม่อยากไปทำงานนี่ครับหม่าม้า” เขาพูดพลางเดินเข้าไปเอียงหัวแล้วซบหน้าลงบนไหล่ของเธอ “เราอยากอยู่ช่วยช่อแก้วเลี้ยงลูก”“ไม่ต้องเลยหมอก” ช่อแก้วหัวเราะเบา ๆ “เรามีคนช่วยเลี้ยงลูกเยอะแยะไปหมดแล้วนี่ไง หมอกน่ะไปทำงานได้แล้ว”“แต่เราอยากอยู่กับช่อแก้ว ไม่งั้นเราคงคิดถึงช่อแก้วกับลูกแย่แน่เลย ถ้าปะป๊าตรอมใจขึ้นมา…หม่าม้าต้องรับผิดชอบทั้งวันทั้งคืนเลยนะครับ” หมอกยังคงออดอ้อนแต่ก็ไม่วายพูดจาทะลึ่งตึงตังใส่ภรรยาอีก“เดี๋ยวเถอะหมอก! คนอยู่กันเยอะแยะยังจะ






![Inbox ร้อนรัก [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
