LOGIN“แต่ดูไปดูมาพวกคุณนี่ก็เหมาะสมกันดีนะ ก็คบกันให้มันจบๆไปสิ แต่อย่าลืมยี่สิบห้าล้านนะคะ แล้วฉันจะคืนอิสระให้”
“มันจะมากไปแล้วนะเอย.... เธอจะรีดเงินพี่หรือยังไงห่ะ แค่ค่าสินสอดก็ปาไปเท่าไรแล้ว ไหนจะค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนของเธออีก เคยคำนวณบ้างไหมว่าระยะเวลาแค่ไม่กี่เดือนที่เธอมาอยู่กับพี่ เธอใช้เงินพี่ไปทั้งหมดกี่ล้านและไหนจะค่ารักษาพยาบาลพ่อของเธออีก สำนึกบ้างสิ” “ค่าสินสอดก็เป็นค่าตัวฉันไงที่คุณเอาเปรียบฉันทุกคืน ฉันไม่ได้ให้คุณเอาฟรีๆนะ เอาลูกเขาก็ต้องจ่ายไหมล่ะคุณภูริศ แต่ถ้าอยากได้ของฟรีก็ลองถามคนข้างๆคุณดูเผื่อเธอยอม.... เอะหรือว่ายอมไปแล้ว” “ส่วนค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนมันก็เป็นหน้าที่สามีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ ที่ต้องให้ภรรยาหรือไม่จริง ส่วนค่ารักษาคุณพ่อฉันไม่เคยขอ เผื่อคุณลืมว่าเป็นคุณลุงเองที่เสนอจ่ายให้” “ก็ถูก.... มันเป็นหน้าที่ของสามี แต่มันจะดีกว่านี้มากถ้าคนที่มาเป็นภรรยาของพี่คือผู้หญิงที่พี่รัก พี่จะไม่ว่าเลยสักคำถ้าเขาจะใช้เงินพี่มากแค่ไหนพี่ก็ไม่ติด แต่เธอไม่ใช่ไง... เธอเป็นแค่ลูกสาวเพื่อนพ่อที่ตอนนี้ครอบครัวล้มละลาย พ่อก็ป่วย เธอมันเหลือแต่ตัวและไม่มีใครเอาแม้แต่ญาติๆของตัวเอง” “ คิดบ้างสิว่าตัวเองต้องเป็นคนที่แย่แค่ไหนทุกคนถึงได้ทิ้ง เพราะแบบนี้ไงพ่อพี่ก็เลยสงสารอยากช่วยดูแลในระหว่างที่เธอยังตั้งหลักไม่ได้ ฉะนั้นเธอต้องสำนึกตัวเองให้มากๆ ว่าฐานะของเธอตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้วและเธอก็ไม่ใช่คุณหนูเหมือนเมื่อก่อน เธอเป็นแค่คุณหนูตกอับที่ไม่มีใครอยากได้!!…. กรรมก็เลยมาตกอยู่ที่พี่ไงที่ต้องมาแต่งงานกับเธอทั้งๆที่ไม่ได้รัก แต่ขอร้องละช่วยทำตัวให้สมกับที่ครอบครัวพี่เมตตาบ้างเถอะ ” ภูริศไม่เคยคิดอยากทวงบุญคุณหรืออะไร แต่ที่พูดออกไปก็เพื่อหวังให้เธอสำนึกบ้าง เพราะดูเหมือนเจ้าตัวจะลืมสถานะของตัวเอง “ขอบคุณนะคะที่พูดมันออกมา ขอบคุณที่ทำให้เอยรู้ว่าการมีพี่อยู่ในชีวิตแม่งมันก็คือการตัดสินใจที่ผิดพลาดของเอยเหมือนกัน เอยไม่น่าตอบตกลงคุณลุงเลย ไม่น่าเลยจริงๆ ไม่งั้นชีวิตเอยก็คงไม่ต้องมาเจอผู้ชายแบบพี่” “ไม่ต้องมารับบทเป็นผู้ถูกกระทำเพราะพี่ไม่อิน เธอนะร้ายกว่าที่พี่คิดไว้เยอะเลย เธอใช้ความรักที่พ่อพี่มีให้เพื่อมาสูบเลือดสูบเนื้อครอบครัวพี่” ภูริศไม่คิดว่าหญิงสาวจะร้ายกาจได้ขนาดนี้ ปกติเราสองคนก็ไม่ค่อยได้พูดดีดีกันหรอก แต่รอบนี้ทุกอย่างมันชัดเจน... เธอทำให้เขาได้เห็นตัวตนจริงๆของตัวเองว่ามันน่ารังเกียจขนาดไหน ยิ่งเธอทำตัวแบบนี้เขายิ่งไม่สงสารและไม่แปลกใจเลยที่ตัวเขาไม่ได้รู้สึกรักหล่อนเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆที่เรานอนด้วยกันแทบจะทุกคืน หรือต่อให้หล่อนจะสวยมากแค่ไหน ก็ไม่อาจทำให้เขาหวั่นไหวได้ ผู้หญิงเอาแต่ใจ นิสัยแย่อย่างเธอ.... คงจะมีคุณพ่อของเขาแค่คนเดียวละมั้งที่ยังเอ็นดูไม่เลิก สำหรับเขาและคุณแม่โคตรเอือมระอาเต็มทน เรื่องที่ผมกับเธอแต่งงานกันคุณแม่ไม่เคยเห็นด้วยตั้งแต่แรก เพราะคุณแม่ไม่ชอบเธอ และไม่ได้อยากได้เธอมาเป็นลูกสะใภ้เลย ด้วยนิสัยที่ไม่ยอมคน แข็งกระด้างไร้มารยาททำให้ท่านยิ่งไม่ชอบ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะมันคือคำสั่งของคุณพ่อที่ไม่มีใครกล้าขัด..... เพราะแบบนี้หลังจากที่แต่งงานคุณพ่อจึงซื้อบ้านหลังใหม่ให้เราสองคนและยกให้เป็นเรือนหอเพราะไม่อยากให้มีปัญหาแม่ผัวกับลูกสะใภ้ มันเลยทำให้ผมไม่ได้อยู่บ้านตัวเองไปด้วย ทั้งๆที่บ้านหลังใหญ่โต ต่อให้ผมแต่งงานก็ไม่จำเป็นต้องย้ายออกด้วยซ้ำ ผมสงสารคุณแม่แกเป็นคนขี้เหงายิ่งไม่มีผมท่านก็ยิ่งเหงา เพราะคุณพ่อทำแต่งาน แต่ยังโชคดีที่มีเดียร์คอยไปเยี่ยมท่านบ่อยๆ ทำให้ท่านหายเหงาได้บ้าง เดียร์เป็นเพื่อนของผมเอง และเป็นเพื่อนสาวที่ผมอยากเป็นมากว่าเพื่อน เรารู้จักกันมาตั้งแต่เรียนมัธยม เธอเป็นคนน่ารักมาก นิสัยดี เห็นอกเห็นใจคนอื่น ใครได้อยู่ใกล้ต้องตกหลุมรักอย่างแน่นอน ผมคิดเกินเลยกับเธอมานานแล้วแต่แค่ยังไม่กล้าก้าวข้ามสถานะเพื่อน แต่สิ่งหนึ่งที่เราสองคนมีให้กันมาตลอดคือ ความหวังดีและคอยยืนข้างๆกันในทุกๆช่วงเวลา เดียร์เป็นอีกหนึ่งความสุขที่ผมต้องการในชีวิต แค่มีเธออยู่ข้างๆไม่ว่าด้วยฐานะไหนผมก็มีความสุขแล้ว และคุณแม่ก็ชอบเธอมากด้วย อยากได้มาเป็นลูกสะใภ้มาโดยตลอด ก็นะคนน่ารักแสนดี ไม่แปลกที่ทุกคนจะรัก และทุกคนดูคนตรงหน้าผมตอนนี้สิ คนที่ได้ชื่อว่าภรรยา มีอะไรมาเทียบกับเดียร์ได้บ้าง...ไม่มีเลยสักอย่าง หาข้อดีไม่ได้เลยสักข้อ “ถ้าแบบเอยเรียกว่าร้ายกาจ แล้วแบบพี่เรียกว่าอะไรล่ะ สารเลว ส่วนผู้หญิงที่พี่แคร์นักแคร์หน้าก็ร้ายเหมือนกันนั่นแหละหรืออาจจะหน้าด้านด้วยซ้ำ” “เธอก็ดีแต่ว่าร้ายคนอื่นโดยที่ไม่เคยมองตัวเองเลย คิดว่าตัวเองดีมากงั้นสิ.... เหอะ! ยิ่งคุยกับเธอ ยิ่งทะเลาะกัน มันทำให้พี่ได้เห็นสันดานจริงๆของเธอเอิงเอย.... ว่ามันน่ารังเกียจมากแค่ไหน วันนี้พี่ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครๆเขาก็ไม่ต้องการเธอเลยแม้แต่ญาติๆของตัวเอง เพราะเธอเป็นแบบนี้ไง.... ขนาดพี่ที่ที่นอนกับเธอทุกวันยังไม่รู้สึกรักเลย ก็แค่เอาแก้ขัด อย่าหลงได้ใจเชียวล่ะว่าที่พี่เอากับเธอเพราะความรัก เธอนะก็เป็นได้แค่ที่ระบายความใคร่ก็เท่านั้น” รักษิกากำมือแน่นด้วยความโกรธ.... เขามองเธอเป็นแค่ที่ระบายบนเตียงงั้นเหรอ.... เธอมีค่าแค่นี้สินะสำหรับเขา ทั้งๆที่เขาคือคนแรกของเธอ “มองพี่แบบนี้ โกรธเหรอ หึ... แต่มันคือความจริงที่เธอต้องยอมรับให้ได้นะ...จะได้เลิกหลงตัวเอง ผู้ชายนะเขาไม่ได้หลงแค่ความสวยหรอก ต่อให้สวยแค่ไหนถ้านิสัยแย่ก็ไม่มีใครอยากได้อยู่ดี เหมือนเธอไง” “เลว! ” “เธอจะคิดยังไงก็เรื่องของเธอแต่จำไว้ว่าถ้าเธอทำอะไรเดียร์อีก หรือกล้าว่าเดียร์เสียๆหายๆ พี่ไม่เอาเธอไว้แน่ และเธอจะได้รู้ว่าพี่ทำอะไรได้มากกว่าที่เธอคิด อ้อ!! ถ้าคิดจะไปฟ้องคุณพ่อละก็ อย่าลืมบอกด้วยละว่าเธอทำอะไรไว้ อย่าเอาดีเข้าตัวและโยนเรื่องชั่วๆให้คนอื่น" ที่ผ่านมายัยนี่ชอบประจบประแจงพ่อผมมาก ต่อหน้าคุณพ่อเธอชอบเสแสร้งทำตัวน่ารัก ว่านอนสอนง่าย แต่หลับหลังท่านนิสัยอย่างกับนางมารร้าย ผมไม่เคยเจอผู้หญิงร้ายกาจแบบนี้มาก่อนในชีวิต "ไปกันเถอะครับเดียร์ เราไปหาอะไรอร่อยๆกินกันเถอะ ภูหิวแล้วและไม่อยากอยู่ในห้องนี้ให้รำคาญใจด้วย" ชายหนุ่มหันไปคุยกับผู้หญิงที่ยืนข้างๆตัวเองด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล โดยไม่สนใจภรรยาที่ยืนตัวสั่นตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย "แต่ว่า....น้องเอยเขา" "ฟรึ่บ!! นะครับเราออกไปกินข้าวกันเถอะ ไม่ต้องไปสนใจคนอื่น" ภูริศเลือกที่จับมือของเดียร์และควงกันออกไปกินข้าว ทิ้งให้เอิงเอยมองตามหลังทั้งคู่ด้วยความเจ็บปวด และในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังจะออกจากห้องหญิงสาวที่ทำตัวเรียบร้อย ทำตัวน่ารักต่อหน้าชายหนุ่ม เธอหันมาแสยะยิ้มให้เอิงเอยราวกับผู้ชนะ“เอาว่ะ!! ถือว่าช่วยละกัน” ภูริศถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมดเหลือเพียงกางเกงบ๊อกเซอร์ตัวเดียวที่ติดตัวไว้เพื่อปกปิดของสงวนของตัวเอง จากนั้นชายหนุ่มก็ล้มตัวลงไปนอนบนเตียงข้างๆหญิงสาว และถือวิสาสะสอดตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกันกับเธอ ทางด้านของหญิงสาวเหมือนเจ้าตัวจะสัมผัสได้ว่ามีคนมานอนอยู่ข้างๆ เธอรีบขยับตัวเข้ามาใกล้ชายหนุ่มราวกับต้องการซึมซับความอบอุ่นจากใครสักคน โดยที่ไม่รู้เลยว่าคนคนนั้นคือคนใจร้ายที่ทำร้ายตัวเอง ทางด้านของคนที่ได้ชื่อว่าสามีเมื่อถูกภรรยาสาวจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว เขาได้แต่นอนนิ่งปล่อยให้เธอกอด เพราะยังอึ้งกับการกระทำของเธอ ปกติเธอไม่เคยทำแบบนี้กับเขาเลย และหัวใจของเขาไม่รู้เป็นบ้าอะไรจู่ๆมันก็เต้นแรงขึ้นมาเฉยเลย ผิดไหมถ้าเขาจะคิดว่าเธอกำลังอ้อนตัวเองอยู่ ใบหน้าและหน้าตาของเธอราวกับเด็กน้อย ปากบางก็พึมพำเบาๆ ซึ่งเขาก็จับใจความไม่ได้เลยว่าเธอกำลังพูดว่าอะไร เธอจะรู้ไหมว่าท่าทางแบบนี้มันน่ารักมากและเขาก็ไม่เคยได้เห็นโม้เม้นแบบนี้ของเธอเลย แปลกที่ชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีรำคาญเลยสักนิด และเขาก็เลือกที่จะปล่อยให้เธอกอดอยู่อย่างนั้น ไม่ได้คิดจะผลักไส
มือหนาที่กำลังจะเปิดประตูห้องนอนของตัวเองชะงักลงทันที เพราะชายหนุ่มตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางและก้าวไปข้างหน้า จุดหมายคือห้องของภรรยาสาว เอาจริงๆเขาไม่เคยเหยียบเข้ามาในห้องของเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว นับตั้งแต่ที่เราแต่งงานกันเพราะไม่อยากเข้าไปวุ่นวายในพื้นที่ส่วนตัวของใคร ขนาดตัวเขาเองยังไม่ชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวายในห้องของตัวเองเลยเพราะมันเป็นพื้นที่ส่วนตัวของใครของมัน เพราะฉะนั้นเขาจึงทำทุกอย่างให้ชัดเจน พื้นที่ไหนที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเธอเขาก็จะไม่เข้าไปก้าวก่าย ยกเว้นแค่ครั้งนี้เพราะเขาอยากเข้าไปดูเธอด้วยตาตัวเอง ส่วนเวลาที่จะทำเรื่องอย่างว่า เขาจะเป็นคนทักไปหาและให้เธอเข้ามาหาในห้องของตัวเอง พอเสร็จภารกิจเธอก็ต้องออกไปจากห้องของเขาทันที เพราะเขาไม่อนุญาตให้อยู่ต่อ มันเป็นข้อตกลงของเราตั้งแต่แรกแล้วและตัวเธอเองก็ยอมรับได้ เขาไม่ชอบนอนร่วมเตียงกับคนที่ไม่ได้รักนี่คือเหตุผล ส่วนเรื่องเซ็กซ์มันคนละส่วนกัน เราทั้งคู่แค่ตอบสนองความต้องการของกันและกันและที่สำคัญมันเป็นหน้าที่ของเธอที่ต้องทำ.... หกเดือนแล้วที่เราสองคนก็ใช้ชีวิตแบบนี้มาตลอดเธอเองก็ไม่ได้มีป
“พี่ไวน์!!” “ใช่พี่เอง.... ทำไม คิดว่าใคร!! ” ชายหนุ่มถามออกไปด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เขายังโมโหเรื่องที่เธอหอมแก้มผู้ชายคนนั้นไม่หาย ทางด้านหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของร่างสูงเธอไม่ได้โง่จนดูไม่ออกว่าชายหนุ่มกำลังไม่พอใจกับการกระทำของตัวเอง แต่เธอก็มั่นใจว่ายังไงก็เอาเขาอยู่ เพราะถ้าเธอไม่มีความสามารถป่านนี้เธอกับเขาคงเลิกกันไปนานแล้ว พี่ไวน์คือแฟนของเธอ ใช่... เธอมีแฟนแล้วและคบกับพี่ไวน์มานานแล้วด้วย ก็ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเลยแหละ เพียงแค่เธอไม่ได้บอกใครไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือแม้แต่ภูริศก็ตาม และเธอก็ไม่คิดจะบอกด้วย ปล่อยให้เขาคิดว่าเธอยังโสดนะดีแล้ว.... เพราะเธอชอบมากเวลาที่เห็นเขาคอยเอาอกเอาใจและสนใจแต่เธอ เขาดูพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เธอประทับใจและมันเป็นแบบนี้มาตลอด ทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นคนสำคัญยังไงก็ไม่รู้ ส่วนพี่ไวน์เขานะเข้าใจเธอทุกอย่างเราถึงได้คบกันนานขนาดนี้ อะไรที่เป็นความสุขของเธอเขาไม่ห้ามอยู่แล้ว อาจจะมีหึงบ้างตามประสาผู้ชาย แต่เธอก็มีวิธีปลอบเขาในแบบที่รู้ๆกัน “เดียร์ตกใจหมดเลย อยู่ๆพี่ก็เข้ามากอด” “คิดว่าลืมชื
คุณคิดว่าคนหนึ่งคนจะมีความอดทนได้มากแค่ไหนกัน อดทนกับความรักที่ไม่ประสบความสำเร็จ อดทนกับความพยายามที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่เคยดูดีหรือมีค่าในสายตาของเขาเลย อดทนกับความเย็นชาและความใจร้ายของคนที่ได้ชื่อว่าสามีของตัวเอง และใช่ค่ะผู้หญิงที่ชื่อเอิงเอยคนนี้อดทนมาตลอด แล้วเป็นยังไงล่ะ..... สิ่งที่เธออดทนมาตลอด ผลตอบแทนที่ได้คือความว่างเปล่า ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่เคยเกิดขึ้น นับตั้งแต่ที่เราแต่งงานกันไม่เคยมีวันไหนเลยที่เขาจะทำหน้าที่สามีที่ดีให้กับเธอ เว้นก็แต่เรื่องบนเตียงเรื่องเดียวเท่านั้นที่เขายังคงทำมาตลอด แต่ไม่ใช่เพราะรักหรือชอบเธอนะ เขาเพียงต้องการคืนทุนให้ตัวเองก็เท่านั้นเอง ทุกคนเข้าใจถูกแล้วค่ะ...เขาบอกว่าตัวเองเสียค่าสินสอดไปเยอะ เพราะฉะนั้นเขาต้องใช้งานร่างกายของเธอให้คุ้มกับเงินที่เสียไป เธอมีค่าแค่บนเตียง เป็นได้แค่ที่รองรับอารมณ์ของเขาก็เท่านั้นเอง ทุกครั้งที่เรามีอะไรกัน เขาบอกอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการให้เธอนอนร่วมเตียงด้วยเด็ดขาด....พอเขาเสร็จสม เขาก็จะไล่เธอให้ออกไปจากห้องทันที และเธอก็ต้องแบกร่างกายที่บอบช้ำกลับมานอนห้องตัวเองเส
“ญาติคนไข้ค่ะ.... ตอนนี้หมดเวลาเยี่ยมแล้วนะคะ” “เออ... ขอโทษด้วยค่ะ พอดีเอยไม่ได้ดูเวลา” เอิงเอยโค้งศีรษะเล็กน้อย เพื่อเป็นการขอโทษเจ้าหน้าที่ เธอผิดเองที่ไม่ได้ดูเวลา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองร้องไห้ไปนานแค่ไหน รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เจ้าหน้าที่เดินมาบอกว่าหมดเวลาเยี่ยมแล้ว หญิงสาวหันกลับไปมองผู้เป็นพ่อที่นอนอยู่บนเตียงและพูดกับท่านด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เอยกลับก่อนนะคะคุณพ่อ วันพรุ่งนี้เอยจะมาเยี่ยมใหม่ ฟอด!! เอยรอคุณพ่ออยู่นะ ฮึกๆ รักคุณพ่อนะคะ” เมื่อลาคนเป็นพ่อเสร็จ หญิงสาวจึงหันมาส่งยิ้มให้กับเจ้าหน้าที่ ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกไปจากห้อง คนตัวเล็กเดินออกมาด้วยอาการเหม่อลอย เธอไม่รู้ว่าต้องทำยังไงกับชีวิตต่อจากนี้ การไม่มีคุณพ่อยืนเคียงข้างเหมือนชีวิตของเธอมืดมนซะเหลือเกิน หวังจะพึ่งหรือปรึกษาคนเป็นสามีก็เลิกคิดไปได้เลย เพราะเขาไม่แม้แต่จะสนใจปัญหาของเธอ ขนาดอาการป่วยของคุณพ่อเขายังไม่คิดจะถามหรือสนใจเลย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทำให้เธอคิดได้ว่าไม่ควรเอาตัวเองมาจมอยู่กับคนเลวๆแบบเขา และเธอก็ไม่ชอบให้ใครมาดูถูกตัวเองกับพ่อเช่นกัน เธอตัดส
เมื่อขับรถออกมาจากบริษัทของภูริศรักษิกาเลือกที่จะมาโรงพยาบาล เพื่อมาหาคนที่เธอรักที่สุดในชีวิต เพราะเขากำลังรอบเธออยู่ที่นี่ และคนคนนั้นก็คือคุณพ่อของเธอเอง... คุณพ่อที่เป็นทุกอย่างในชีวิตเป็นเหมือนโลกทั้งใบของเธอเลยก็ว่าได้ แต่ตอนนี้โลกใบเดิมของเธอมันไม่สดใสแล้ว เพราะตอนนี้คุณพ่อที่เธอรักท่านกำลังป่วยหนักนอนไม่รู้สึกตัวอยู่ในห้องไอซียูมาเป็นเดือนแล้ว ทำให้ในเวลานี้หญิงสาวเคว้งคว้างเหลือเกิน เธอไม่อยากจะคิดเลยถ้าวันหนึ่งไม่มีท่านอยู่ เธอจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง โลกทั้งใบของเธอต้องพังทลายแน่นอน คุณหนูอย่างเธอที่ถูกพ่อเลี้ยงดูมาอย่างดี ตามใจทุกอย่าง ไม่เคยต้องลำบาก อยากได้อะไรท่านจะหามาให้หมด เพราะท่านเองก็มีเธอเป็นลูกเพียงคนเดียวจึงตามใจทุกอย่าง คุณพ่อไม่เคยอยากแต่งงานใหม่หรืออยากมีครอบครัวใหม่เพราะกลัวว่าคนอื่นที่เข้ามาในชีวิตจะมารังแกเธอ กลัวว่าเธอจะไม่มีความสุข ก็ตั้งแต่ที่คุณแม่เสียไป ท่านก็ครองตัวเป็นโสดและดูแลลูกสาวอย่างเธอเป็นอย่างดี พอวันหนึ่งทุกอย่างที่ท่านสร้างขึ้นมาถูกคนที่ไว้ใจหักหลังกัน ทำให้ท่านช๊อกจนหลอดเลือดในสมองแตก ตอนนี้ท่านอยู







