LOGINเสียงชัตเตอร์รัวกระหน่ำท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของหอประชุมมหาวิทยาลัยชื่อดัง แสงแดดยามสายส่องกระทบใบหน้าเปื้อนยิ้มของบัณฑิตใหม่ในชุดครุยสีน้ำเงินเข้มไทน์ยืนอยู่ตรงกลางท่ามกลางวงล้อมของคนที่เธอรักที่สุดในชีวิต ในมือของเธอไม่ได้มีเพียงใบปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งที่เพิ่งได้รับมา แต่ยังมีช่อดอกไม้กุหลาบสีขาวช่อโตที่วรารักษ์เป็นคนสั่งทำเป็นพิเศษ“ยิ้มหน่อยนะคะคนเก่งของพี่...หนึ่ง สอง สาม!”วรารักษ์ในชุดสูทสีชมพูอ่อนดูสง่างามเป็นคนถือกล้องด้วยตัวเอง เธอพยายามเก็บทุกองศาความภูมิใจของแฟนเด็กเอาไว้ในความทรงจำ ถัดไปข้าง ๆ คือน้าเยาว์ที่วันนี้สวมชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนที่ไทน์ตั้งใจซื้อให้ น้าเยาว์ไม่ได้ใช้ไม้เท้าแล้ว เธอประคองตัวยืนเคียงข้างหลานสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสุข“ถ้าพ่อกับแม่ของไทน์ได้เห็นไทน์ใส่ชุดนี้ น้าเชื่อว่าเค้าต้องดีใจมากแน่ ไทน์เก่งมากเลยลูก” น้าเยาว์เอ่ยเสียงสั่นพลางลูบแถบผ้าครุยของหลานสาวทว่าใบหน้าของไทน์กลับหมองลงเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ในวันที่เธอประสบความสำเร็จมากที่สุด คนที่อยากให้อยู่ในวันนี้ด้วยกันกลับไม่อยู่ด้วยที่ผ่านมาไทน์รู้แค่พ่อกับแม่เอาเธอมาฝากไว้กั
แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องลงมายังลานจอดรถของภัตตาคารจีนฮกเกี้ยนดูจะเจิดจ้ากว่าปกติในสายตาของวรารักษ์ เธอไม่ได้ขยับรถไปไหนแม้แต่น้อย ตามที่ได้ให้สัญญาไว้กับเด็กน้อยของเธอ หัวใจที่เคยหนักอึ้งด้วยความกังวลค่อย ๆ ผ่อนคลายลงเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของไทน์เดินก้าวพ้นประตูบานยักษ์ออกมาทว่าสิ่งที่ทำให้วรารักษ์ต้องรีบเปิดประตูรถลงไปหา คือหยาดน้ำตาที่คลอเคลียอยู่บนดวงตากลมโตและรอยยิ้มที่กว้างที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น“บี๋...เป็นอะไรคะ คุณพ่อทำอะไรหนูรึเปล่า”รักประคองใบหน้าหวานด้วยความร้อนรน ไทน์ส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนจะโผเข้ากอดคนพี่ไว้แน่น กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่คุ้นเคยช่วยย้ำเตือนว่านี่คือเรื่องจริง“คุณพ่อไม่ได้ทำอะไรค่ะ ท่าน...ท่านใจดีมากค่ะ”“แล้วร้องไห้ทำไมคะคนเก่ง ไหนบอกพี่สิ”“คุณพ่อบอกว่า ไว้วันหลังให้ไทน์พาพ่อไปกินโจ๊กร้านนั้นบ้างนะ ร้านหน้าโรงพยาบาลที่เราเคยไปกินกันน่ะค่ะ” ไทน์เอ่ยเสียงสั่นเครือ “พี่รักคะ...คุณพ่อแทนตัวเองว่าพ่อกับไทน์ด้วยค่ะ”วรารักษ์นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระบายยิ้มออกมาด้วยความโล่งอกอย่างที่สุด เธอกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นพลางลูบหลังปลอบประโลมคนในอ้อมแขน“พี่บอกแล้วไงคะว่าคุณ
รถสปอร์ตสีดำขลับเคลื่อนตัวเข้ามาจอดนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าภัตตาคารอาหารจีนชื่อดังใจกลางเมือง บรรยากาศเบื้องหน้าดูโอ่อ่าสมฐานะด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีนร่วมสมัย เสาสีแดงชาดต้นใหญ่สลักลวดลายมังกรทองพันรอบดูน่าเกรงขาม กลิ่นอายของความเก่าแก่และหรูหราแผ่ออกมาจนวรารักษ์ที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยถึงกับขมวดคิ้วเธอทอดสายตามองป้ายชื่อร้านที่เป็นตัวอักษรพู่กันจีนสีทองพลางนึกสงสัยในใจ...ทำไมคุณพ่อถึงให้พิมพ์เลือกร้านนี้กันนะพ่อไม่ชอบกินอาหารแนวฮกเกี้ยนนี่นา หรือกำลังคิดจะทำอะไรอยู่?“พี่รักคะ จอดรถนิ่งนานไปแล้วนะคะ เป็นอะไรรึเปล่าคะ”เสียงใสของคนข้างกายเรียกสติให้วรารักษ์หันกลับมามองต้นเสียงวันนี้ไทน์อยู่ในชุดที่ดูเป็นทางการและสุภาพที่สุดเท่าที่เจ้าตัวจะหาได้ คนเด็กกว่านั่งหลังตรงดิ่ง แม้ใบหน้าจะพยายามประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ เพื่อให้คนพี่สบายใจ แต่แววตาที่สั่นไหวเล็กน้อยกับฝ่ามือที่ประสานกันแน่นบนตักก็ไม่อาจปิดบังความกังวลลึก ๆ ได้เลย“โอเคมั้ยคะคนเก่ง ถ้าไม่โอเคพี่จะเข้าไปด้วย”รักเอ่ยพลางเอื้อมมือไปกุมมือของคนน้องไว้แน่น เธอไม่ได้ตั้งใจจะทำตามคำสั่งคุณพ่อเสียทีเดียว แม้ท่านจะบอกว่าอยากคุยกับไทน์แค่สองค
ภายในห้องทำงานที่เงียบสงบของคฤหาสน์จิรเดชารัตน์ เจ้าสัวธนานั่งทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างบานกว้าง บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่มีเอกสารวางกองอยู่ หนึ่งในนั้นคือซองเอกสารสีน้ำตาลที่บรรจุข้อมูลทุกอย่างของหญิงสาวที่ชื่อว่าไทน์เอาไว้อย่างละเอียดธนา จิรเดชารัตน์ เขาคือผู้ก่อตั้ง 24 Hour คือผู้ริเริ่มสร้างครอบครัว และสร้างบุตรสาวทั้งสามคนด้วยความรักยิ่ง สิ่งหนึ่งที่ธนามีอย่างเต็มเปี่ยมคือการเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกสาวเสมอรัก ริณ รัญ ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีตั้งแต่เด็ก คนเป็นพ่อไม่เคยทำให้ลูกรู้สึกว่าขาดเหลืออะไร ความรักที่ทั้งสามคนได้รับเป็นไปอย่างเท่าเทียม แต่ถึงอย่างนั้นธนาก็รู้ดีว่า สำหรับวงการธุรกิจนั้น อันตรายมีรอบด้านธนาไม่ใช่คนประมาท ทันทีที่เขารู้ว่าลูกสาวคนโตอย่างวรารักษ์ติดต่อกับหญิงสาวคนหนึ่ง เขาก็ไม่รอช้าที่จะให้นักสืบมือหนึ่งติดตามดูแลทุกความเคลื่อนไหวของผู้หญิงคนนั้นทว่าสิ่งที่ธนาได้รับการรายงานในแต่ละวัน คือพฤติกรรมธรรมดา ๆ อย่างคนทั่วไป หากแต่แฝงไว้ด้วยบางอย่างที่เขาไม่สามารถมองผ่านได้เจ้าสัวธนานึกย้อนไปถึงการรายงานความเคลื่อนไหวของไทน์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ที่เขาให้สายสื
หลายเดือนผ่านไป...กาลเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็วเปรียบเสมือนลมพายุที่พัดพาเอาหยาดเหงื่อและความเหนื่อยล้าของไทน์ให้เจือจางหายไปไทน์ในตอนนี้ไม่ได้เป็นเด็กพาร์ทไทม์อย่างก่อนหน้านี้แล้ว จากมือที่มักจะถือถาดเสิร์ฟอาหาร หรือผ้าเช็ดเคาน์เตอร์ผืนเก่า ๆ ตอนนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นมือที่กำลังกระชับซองเอกสารสีน้ำตาลที่ด้านในบรรจุใบรับรองการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเอาไว้แนบอกไทน์มองกระดาษใบนั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ความพยายามตลอดสามปีครึ่งที่เธอเคี่ยวกรำตัวเองอย่างหนัก ทั้งเรียนซัมเมอร์ เก็บหน่วยกิตจนครบ และการทำโปรเจกต์จบที่ได้ที่ปรึกษาพิเศษระดับประธานบริหารอย่างวรารักษ์คอยขัดเกลาให้จนสมบูรณ์แบบ วันนี้มันได้ส่งผลลัพธ์ที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิต“ยินดีด้วยนะคะคนเก่งของพี่”เสียงนุ่มละมุนที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหู พร้อมกับอ้อมกอดอบอุ่นที่สวมกอดเธอจากด้านหลัง วรารักษ์ในชุดสูทสีขาวครีมดูสง่างามสมฐานะผู้บริหารระดับสูงโน้มใบหน้าลงมาหอมแก้มแฟนเด็กเบาๆ เป็นการให้รางวัล“ขอบคุณนะคะพี่รัก ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง”ไทน์หันกลับมาส่งยิ้มกว้างจนตาปิด ความสดใสของเธอในวันนี้ดูเจิดจ้ากว่าวันแรกที่ทั้
หลังจากค่ำคืนที่แสนยาวนานผ่านพ้นไป ความสัมพันธ์ของวรารักษ์และไทน์ก็ขยับเข้าสู่โหมดที่ลึกซึ้งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทว่าชีวิตจริงไม่ได้มีเพียงแค่บทรักอันเร่าร้อน เพราะการก้าวเข้าสู่โค้งสุดท้ายในเรื่องเรียนของไทน์มาพร้อมกับภาระอันหนักอึ้งนั่นคือ โปรเจกต์จบ ที่เป็นเสมือนปราการด่านสุดท้ายก่อนจะคว้าใบปริญญาหลายวันนี้ไทน์ตั้งหน้าตั้งตากับงานชิ้นสุดท้ายของเธอในรั้วมหาวิทยาลัยอย่างเต็มที่ ค่ำคืนนี้ก็เช่นเดียวกันภายในห้องทำงานส่วนตัวของวรารักษ์ที่คฤหาสน์จิรเดชารัตน์ บรรยากาศเงียบสงัดมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเอื่อย ๆ และเสียงเคาะแป้นพิมพ์ที่ดังถี่ยิบจากมุมหนึ่งของห้อง ไทน์นั่งหน้ามุ่ยอยู่บนโต๊ะทำงานตัวยาว ดวงตากลมโตจ้องมองกราฟและแผนภูมิการตลาดบนหน้าจอโน้ตบุ๊กจนแทบจะถลนออกมา“เฮ้อ...ยากจัง” ไทน์พึมพำพลางทิ้งแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรงวรารักษ์ที่นั่งจิบกาแฟอ่านรายงานการประชุมอยู่อีกด้านหนึ่งเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอไอแพด เธอขยับแว่นสายตาเล็กน้อย แสงไฟจากโคมไฟบนโต๊ะสะท้อนเลนส์แว่นทำให้ดวงตาคมกริบของเธอดูทรงพลังและน่าเกรงขามกว่าปกติ“ถึงไหนแล้วคะบี๋” รักถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ“ไทน์ติด







![เพียงชั่ววูบเดียว [MPREG]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)